ตัวละคร ในเรื่อง
หยางเฉิงคุณ อายุ 20 ปี
หยางเฉิงคุณ ชายหนุ่มผู้ยากจนหน้าตาหล่อเหลา นิสัยเย็นชา ปากร้ายและเกลียดผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาใกล้เขา เขามองผู้หญิงพวกนั้นว่าเสแสร้งและน่ารำคาญ
หยางสวี่คุณ อายุ 10 ปี น้องชายของหยางเฉิงคุณ
หยางฮั่นคุณ อายุ 8 ปี น้องชายคนเล็กของหยางเฉิงคุณ
ไป๋ลี่ถิง อายุ 18 หญิงสาวที่ถูกแม่เลี้ยงขาย
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
ค่าเงิน
100 อิแปะ = 1 เหรียญทองแดง
100 เหรียญทองแดง = 1 เหรียญเงิน
100 เหรียญเงิน = 1 เหรียญทอง
การนับช่วงเวลา
ยามจื่อ = 23.00 - 24.59 นาที
ยามโฉ่ว = 01.00 - 02.59 นาที
ยามอิ๋น = 03.00 - 04.59 นาที
ยามเหม่า = 05.00 - 06.59 นาที
ยามเฉิน = 07.00 - 08.59 นาที
ยามซื่อ = 09.00 - 10.59 นาที
ยามอู่ = 11.00 - 12.59 นาที
ยามเว่ย = 13.00 - 14.59 นาที
ยามเซิน = 15.00 -16.59 นาที
ยามโหย่ว = 17.00 -18.59 นาที
ยามซวี = 19.00 - 20.59 นาที
ยามห้าย = 21.00 - 22.59 นาที
1 เค่อ = 15 นาที
1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง
หน่วยวัดน้ำหนัก
1 จิน = 500 กรัม
1 เหลี่ยง = 50 กรัม
คำโปรย
คนเราบางครั้งก็หวนนึกขึ้นมาได้ว่าตายแล้วไปไหน ซึ่งเป็นคำถามที่ไร้คำตอบเพราะไม่มีใครสามารถมาตอบได้ว่าตายไปแล้วไปไหน หากจะรอคำตอบจากคนที่ตายไปแล้วก็ไม่เห็นมีใครมาให้คำตอบที่กระจ่างชัด ชลดา หญิงสาวที่เลยวัยสาวมามากแล้วทำงานในโรงงานทอผ้าซึ่งตอนนี้เป็นเวลาพักเบรก ชลดาและเพื่อน ๆ ก็มานั่งเมาท์มอยซอยเก้าที่โรงอาหารอันเป็นที่ประจำสำหรับพนักงานพักผ่อน เพื่อนของชลดาที่อยู่ ๆ ก็พูดขึ้นมาว่า
"นี่พวกแกเวลาคนเราตายแล้วไปไหน" เอ๋
"ถามอะไรงี่เง่าเอ๋ ใครจะไปตอบได้วะไม่เคยตายสักหน่อย" พร
"แกล่ะดารู้หรือเปล่าตายแล้วไปไหน" เอ๋ยังถามต่อ
"จะไปรู้ได้ยังไง ขนาดพ่อแม่ของฉันตายไปแล้วยังไม่รู้เลยว่าพวกท่านไปอยู่ที่ไหนกัน เพราะท่านก็ไม่เคยมาบอกฉันสักคำ"
"อืม เข้าใจนะแก แต่ก็อยากรู้อ่ะว่าตายแล้วคนเราจะไปไหนได้บ้าง"
"อืม เอาไว้ฉันตายเมื่อไหร่ จะมาบอกนะว่าไปไหน" ชลดาตอบเพื่อนไม่จริงจังนักติดไปทางพูดเล่นเสียมากกว่า
"ว๊าย ยัยดาพูดอะไร ตายเตยอะไรไม่เป็นมงคล ยัยเอ๋แกก็เลิกถามได้แล้ว บ้าไปกันใหญ่" พรหนึ่งในกลุ่มเพื่อนโวยวายขึ้นมาทันที
แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากวันนั้นที่คุยกันที่โรงอาหารจะเป็นการคุยเล่นกันวันสุดท้ายของชลดา เพราะหลังจากเลิกงานกลับมาชลดาก็เสียชีวิตระหว่างเดินทางกลับหอพักด้วยสาเหตุวัยรุ่นยกพวกตีกันและมีการยิงกันเกิดขึ้นและชลดาคือผู้โชคร้ายที่ผ่านทางมาพอดี ท่ามกลางความเสียใจของเพื่อน ๆ เอ๋ได้แต่หวังว่า ชลดาคงไม่มาบอกกับเธอจริง ๆ หรอกใช่ไหมว่าตายแล้วไปไหน
ชลดาสาวบ้านนาอายุเพิ่งจะผ่านเลขสามไปได้ไม่นาน หลังจากที่เสียพ่อแม่ไปในวัยเด็กชลดาอาศัยอยู่กับคุณยายแค่สองคน หลังจากที่คุณยายที่อุ้มชูเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเด็กได้ลาโลกไป เธอจึงตัดสินใจเข้าไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองกรุงจากสาวนาไปเป็นสาวโรงงาน หลังจากที่เข้ามาทำงานในโรงงานทอผ้าแห่งนี้จากพนักงานธรรมดารับค่าแรงรายวัน ด้วยความขยันหมั่นเพียรมานานหลายปี ผู้จัดการโรงงานได้เห็นถึงความอดทนและขยันทั้งชลดายังทำงานได้ดีอีกด้วย ถึงแม้ว่าชลดาจะจบการศึกษาแค่มัธยมตอนปลายก็ตามที ผู้จัดการก็ไม่ลังเลใจในการที่จะเลื่อนตำแหน่งให้เธอจากพนักงานธรรมดาก้าวขึ้นสู่หัวหน้าแผนกตัดเย็บทันทีและยังแนะนำให้เธอไปสมัครเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยอีกด้วย
ชลดาถือว่าเป็นคนที่เรียนเก่งคนหนึ่งเพียงแต่เธอไม่มีโอกาสเท่านั้นเอง ชลดาทำตามคำแนะนำของผู้จัดการโรงงานและไปสมัครเรียนต่อในระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งด้วยเกรดเฉลี่ยที่สูงลิบ หลังจากที่เรียนจบเธอนำวุฒิการศึกษามายื่นที่โรงงานเพื่อปรับฐานเงินเดือน ทุกวันเธอทำงานด้วยความสุขสนุกกับการทำงานมีเพื่อนร่วมงานที่ดี มีเพื่อนสนิทที่รู้จักตั้งแต่มาทำงานที่โรงงานแห่งนี้เมื่อ 13 ปีก่อน อยู่ 2 คน คือ เอ๋ และพร ทั้งสามคนเช่าห้องอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์เดียวกันชั้นเดียวกันและที่สำคัญยังโสดสนิททั้งสามคน
วันนี้เป็นวันทำงานตามปกติหลังจากที่เมื่อวานเป็นวันหยุด เอ๋ และพรกลับบ้านเพื่อไปเยี่ยมพ่อและแม่หลังจากที่ไม่ได้กลับไปเสียนานทำให้วันนี้ชลดามาทำงานเพียงคนเดียว งานวันนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรให้ปวดหัวมากมายนักนอกจากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สามารถแก้ไขไปได้ หลังจากทำงานทั้งวันจนมาถึงตอนเย็นเวลาเลิกงาน ชลดาตั้งใจว่าจะไปเดินเที่ยวตลาดนัดเพื่อหาอะไรกินเพราะสองเพื่อนซี้กลับบ้านยังไม่กลับมา ทำให้เธอรู้สึกเหงาขึ้นมานิดหน่อยบางทีการเป็นลูกคนเดียวก็ไม่ดีเอาเสียเลย ยิ่งตอนนี้เธอไม่เหลือใครแล้วบ้านไม่มีให้กลับยังไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร อายุล่วงเลยมาจนเลขสามแล้ว แฟนยังไม่มีสามียังหาไม่ได้ไม่รู้จะกลายเป็นยายแก่ตายไปอย่างโดดเดี่ยวหรือเปล่า หรือว่าบางทีเธอจะไปรับเด็กมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมดี
บางครั้งเธอยังนึกขำกับความคิดตัวเอง เอาอะไรมากล้าไปรับเด็กมาเลี้ยงตัวเองยังจะเอาตัวไม่รอดเลย ทั้งชีวิตอุทิศให้งานจะเอาเวลาที่ไหนไปหาครอบครัว ไม่ทำงานก็ไม่มีเงินหลาย ๆ คนจะรู้ว่าความจนมันน่ากลัวขนาดไหนการไม่มีกินมันทรมานมากแค่ไหน เมื่อปลงตกกับความคิดและชีวิตได้แล้ว หลังจากเลิกงานชลดามุ่งหน้าสู่ตลาดนัดข้างโรงงานทันที หลังจากซื้อข้าวปลาอาหารจนล้นมือแล้วก็เดินตรงไปหาเช่าหนังสือนิยายมาอ่านเล่นไปพลาง ๆ และนอนดูยูทูปสอดส่องชีวิตบรรดาเมียฝรั่งในต่างแดนที่ผันตัวมาเป็นยูทูปเบอร์แชร์ประสบการณ์ชีวิตในการเก็บเห็ดและผักป่าในต่างแดน บางครั้งก็ดูวิธีการทำอาหารของบรรดาเชฟชื่อดังต่าง ๆ บางครั้งเธอก็ลองทำตามสูตรที่แชร์เอาไว้บ้างก็อร่อยดีใช้ได้
ชลดาเป็นคนที่มีพรสวรรค์ด้านอาหารเป็นอย่างมากและเป็นคนที่ชอบกินมากทำให้ตอนนี้เริ่มอวบนิด ๆ บางครั้งยังหวนนึกถึงสมัยเด็กที่อยู่กับยายที่บ้านนอกก่อนเข้ากรุงได้ ชีวิตในแต่ละวันอยู่กับท้องไร่ท้องนาถือว่ามีความสุขอีกแบบ ชีวิตในชนบท อาชีพของคนในชนบทก็คือการทำการเกษตรทำไร่ทำนา ปลูกผักเลี้ยงสัตว์ เข้าป่าหาหน่อไม้หาเห็ดบ้างตามแต่ฤดูกาล หลังจากใช้เวลาหลังเลิกงานหมดไปกับการกินและอ่านนิยายและดูยูทูปแล้วตอนนี้ได้เวลานอนแล้วพรุ่งนี้ต้องไปทำงาน และพรุ่งนี้เพื่อนซี้ของเธอก็จะกลับมาทำงานด้วยเช่นกัน
ในขณะที่ชลดานอนหลับอย่างมีความสุขอยู่นั้นในฝันเธอไม่รู้ว่าตัวเธอทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ เธอฝันแบบนี้หลายครั้งเธอฝันว่าเธอยืนดูชายหนุ่มคนหนึ่งแต่งตัวเหมือนชาวจีนสมัยโบราณที่เธอเคยดูในทีวี ทุกครั้งที่ฝันเธอจะเห็นชีวิตชายหนุ่มคนนี้ตั้งแต่เขายังเด็ก จนกระทั่งเขาเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่และพ่อแม่ของเขาได้ตายลงไป เหลือเอาไว้เพียงน้องชายสองคนเอาไว้ให้เขาเลี้ยงดู กับบ้านที่ผุ ๆ พัง ๆ ชีวิตในแต่ละวันผ่านไปด้วยความยากลำบาก บางครั้งชายหนุ่มคนนั้นก็เข้าไปหาของป่าในภูเขาแต่ชลดายังด่าชายหนุ่มคนนั้นอยู่บ่อยครั้ง เพราะของที่กินได้ก็ไม่รู้จักเอาไปกินแล้วตัวเองก็อดมื้อกินมื้อโง่เง่าสิ้นดี ถึงจะรู้ว่าชายหนุ่มคนนั้นไม่ได้ยินแต่เธอก็อดจะด่าออกมาไม่ได้และอดจะลุ้นและเอาใจช่วยไม่ได้เมื่อชายหนุ่มคนนั้นสามารถหาของที่กินได้กลับไปและล่าสัตว์ป่าได้เป็นบางครั้ง
และเธอจะโมโหทุกครั้งที่มีหญิงสาวในหมู่บ้านคอยมาส่งสายตาให้กับชายหนุ่มในฝันคนนี้ เธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้หลังจากที่ฝันแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายวันทำให้ชลดาอดคิดมากไม่ได้หรืออาจจะเป็นเพราะอ่านนิยายมากไปหรือเปล่าถึงได้เก็บเอามาฝันซะได้
เช้าวันนี้เธอตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์ไม่ค่อยแจ่มใสเท่าไหร่เพราะเมื่อคืนฝันว่ามีหญิงชาวบ้านมาส่งสายตาให้ชายในฝันของเธอถึงแม้ว่าชายหนุ่มคนนั้นจะไม่ได้สนใจหญิงชาวบ้านคนนั้นแต่ชลดาก็อดโมโหไม่ได้ เธอไม่เข้าใจตัวเองจริง ๆ หลังจากอาบน้ำและกินอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาไปทำงาน ชลดาเดินไปรอเพื่อนซี้ทั้งสองที่โรงอาหารในโรงงานตามปกติแต่ที่ไม่ปกติคืออารมณ์ของเธอที่ยังไม่หายหงุดหงิด
“อ้าวยัยดาเป็นอะไรของเธอหน้าบูดแต่เช้าใครทำให้เธออารมณ์เสียแต่เช้าล่ะ” พร
“มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่พร แล้วเอ๋ล่ะ”
“ยัยเอ๋ไปซื้อกาแฟ มาถึงตอนเช้ามืดอ่ะ”
“เป็นไงบ้างที่บ้าน พ่อกับแม่ของเธอกับพ่อแม่ของเอ๋สบายดีไหม”
“โอ๊ย สบายมาก พ่อแม่สบายดีและยังถามถึงเธอด้วยว่าทำไมเธอถึงไม่ไปด้วย”
“เอาไว้ครั้งหน้านะ ถ้ามีวันหยุดยาวเราจะไปด้วยแน่นอน”
“แล้วสรุป เป็นอะไรถึงทำหน้าบอกบุญไม่รับแบบนี้”
“ไม่มีอะไร แค่รู้สึกหงุดหงิดอ่ะ เราเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน”
“อ้าว แบบนี้ก็ได้เหรอ ยัยเอ๋มาพอดี แล้วนี่เธอกินไรยัง”
“เรากินมาจากที่ห้องแล้วเมื่อเช้า”
“เฮ้อ” เอ๋ที่มาถึงก็ถอนหายใจ
“อะไรของหล่อนมาถึงมาถอนหายใจ แค่ไปซื้อกาแฟนี่หนักใจมากว่างั้น?”
“ไม่มีอะไร ก็พอดีป้าร้านขายน้ำอ่ะ เห็นว่าสามีของป้าตายเมื่อคืนล่ะ เราก็แค่คิดว่าตายแล้วไปไหน พอคิดว่าคนเราตายแล้วไปไหน แล้วจะมีเพื่อนหรือเปล่าอะไรต่อมิอะไร ทำให้เรารู้สึกหดหู่น่ะ”
“อ้าว อะไรของเธอเนี่ย คิดอะไรบ้าบอ ใครจะไปรู้ว่าตายแล้วไปไหนยังไม่เคยตายสักหน่อย”
“ก็นั่นไง เราก็แค่สงสัย ดาล่ะรู้ป่ะตายแล้วไปไหน”
“ใครจะไปรู้ล่ะ ก็คนที่ตายไปไม่เคยกลับมาบอกสักคนนี่ ไม่ว่าจะเป็นยายหรือพ่อและแม่ของเรา แล้วแบบนี้จะไปเอาคำตอบที่ไหนมาให้เอ๋ล่ะ”
“รีบ ๆ กินเถอะจะได้เวลาทำงานแล้ว”
“อืม งั้นเจอกันตอนเที่ยงนะ เราไปก่อนแล้วกัน”
“ได้ ๆ เจอกันเที่ยงนะดาใครมาก่อนจองโต๊ะด้วย”
โรงอาหารตอนเที่ยง
“ยัยดา ๆ ทางนี้” เอ๋โบกมือเรียกชลดา
“ยัยพรล่ะ ไปซื้อข้าวเหรอ”
“อือ วันนี้ดารู้ป่ะทำไมโรงงานปิดครึ่งวันอ่ะมีอะไรหรือเปล่า”
“เธอลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้มีการนับสต๊อกคนที่ไม่เกี่ยวข้องก็ให้กลับบ้านได้น่ะ”
“เออ จริงด้วย ทำไมลืมได้เนี่ยไม่งั้นนะลาต่อแล้วครึ่งวันเองไม่น่ารีบกลับมาเลย”
“เอาน่าไหน ๆ ก็มาแล้ว กินข้าวเสร็จจะไปไหนต่อจะกลับห้องเลยหรือไปเดินซื้อของ”
“กลับไปนอนดีกว่า นั่งรถมาทั้งคืนเหนื่อยมาก”
“ดาไม่กินข้าวเหรอ” พรที่ถือจานข้าวกลับมาถามชลดาที่นั่งคุยกับเอ๋อยู่
“ไม่อ่ะไหน ๆ ก็ได้หยุดครึ่งวัน เราจะไปซื้อของเข้าห้องหน่อยไปด้วยกันป่ะ"
“ไม่อ่ะ เราง่วงขอกลับไปนอนดีกว่า”
“อืม งั้นเราไปก่อนนะเจอกันที่ห้อง”
“อือ บาย ไปดีมาดีนะ”
เพื่อนทั้งสองไม่ได้รู้เลยว่าพวกเธอทั้งสองคนไม่มีโอกาสได้เจอเพื่อนอย่างชลดาอีกแล้วการกล่าวคำลาครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วหลังจากทั้งสองคนกินข้าวอิ่มก็กลับไปนอนที่ห้องทันที
ไป๋ลี่ถิงเด็กสาวอาภัพกำพร้ามารดาตั้งแต่วัยเยาว์หลังจากที่มารดาของนางตายจากไปเพราะป่วยหนักพ่อของนางจึงได้เลี้ยงดูลูกสาวมาด้วยตัวคนเดียวด้วยความรัก
จนกระทั่งลี่ถิงอายุได้ 5 ขวบ ท่านพ่อที่รักนางยิ่งกว่าสิ่งใดได้แต่งภรรยาเข้ามาในบ้านแม่เลี้ยงของลี่ถิงมีลูกติดมาหนึ่งคน
เพราะโดนมารยาหญิงบังตาพ่อของนางจึงได้แต่งหญิงหม้ายที่ร้ายกาจเข้ามาเป็นภรรยาต่อหน้าสามีนางจะทำตัวเป็นแม่เลี้ยงแสนดีที่ดูแลเอาใจใส่ต่อลูกเลี้ยงดีเสียยิ่งกว่าลูกของตัวเอง
แต่พอลับหลังสามีแม่เลี้ยงก็จะกลายร่างเป็นนางมารร้ายทันที ทั้งใช้ทำงานบ้านงานสวนสารพัด ไหนจะโดนลูกสาวของนางกลั่นแกล้งสารพัดอีก
ต่อมาเมื่อลี่ถิงน้อยอายุได้ 7 ขวบพ่อของนางที่ขึ้นเขาไปหาของป่าได้พลัดตกเขาตายจากนางไปอีกคน
จากนั้นมาไป๋ลี่ถิงมีชีวิตอยู่ไม่ต่างอะไรกับทาสต้องทำงานสารพัดเพื่อแลกกับอาหารเพียงวันละมื้อ
จากเด็กที่เคยร่าเริงสดใสกลับเติบโตขึ้นเป็นเด็กสาวที่จิตใจเย็นชา ทำงานแลกอาหารและที่พัก
ลี่ถิงได้แต่หวังว่านางจะหลุดพ้นจากสองแม่ลูกที่ร้ายกาจนี้ไปเสียที จนกระทั่งเติบโตมาจนถึงวัยที่จะออกเรือนได้แล้วแต่แม่เลี้ยงยังไม่ยอมให้ลี่ถิงได้ตบแต่งออกไป
อ้างเหตุผลสารพัดจนอยู่มาวันหนึ่ง ผู้ชายที่ลูกสาวแม่เลี้ยงหลงรักมาชอบพอลี่ถิง ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้มีใจให้กับชายคนนั้นแต่เพื่อให้ตัวเองได้หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นี้
ลี่ถิงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ชายคนนั้นจะมาสู่ขอนางแต่เมื่อลูกสาวของแม่เลี้ยงรู้เข้า นางจึงวางแผนกำจัดลี่ถิงทันทีเพื่อที่จะไม่มีใครมาขวางทางนางได้
“ท่านแม่ข้าไม่ยอมนะเจ้าคะ”
“ไม่ยอมอะไร ใครทำอะไรเจ้าหรือเหมยเอ๋อร์"
“ก็นังลี่ถิงน่ะสิ มันส่งสายตายั่วยวนพี่ซางกู่ของข้าท่านแม่ต้องจัดการให้ข้านะเจ้าคะ”
“นี่มันกล้าเรอะ หรือว่าแม่หางานให้มันทำน้อยไปมันจึงมีเวลาหาโอกาสไปส่งสายตาให้ผู้ชายของลูกได้”
“ท่านแม่ ข้าไม่ยอมนะเจ้าคะ ถ้าหากยังมีมันอยู่ท่านพี่ซางกู่ต้องไม่มองข้าแน่ ๆ”
“ไม่เห็นจะยากเย็นอะไรนี่ ก็จับมันไปขายให้หมู่บ้านยากจนที่ชายหนุ่มส่วนใหญ่ไม่สามารถแต่งเมียเข้าบ้านได้เพราะไม่มีใครยอมยกลูกสาวให้แต่งด้วย จนต้องมาหาซื้อผู้หญิงไปทำเมียยังไงล่ะ ทีนี้มันก็ไม่สามารถมาส่งสายตาให้พี่ซางกู่ของเจ้าได้แล้ว”
“ดีเจ้าค่ะท่านแม่ ท่านแม่รีบจัดการมันให้เร็วที่สุดเลยนะเจ้าคะ”
“ได้ ๆ เอาไว้วันมะรืนแม่จะรีบจัดการแต่ตอนนี้ต้องรอให้มันทำงานในไร่เสร็จเสียก่อน”
“ดีเจ้าค่ะ ต่อไปข้าจะได้แต่งไปเป็นภรรยาพี่ซางกู่พวกเราจะไม่ต้องทนทำงานในไร่อีกแล้ว”
“ย่อมเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว”
ทางด้านลี่ถิงเองที่กลับมาจากแปลงนาได้ยินแผนการที่สองแม่ลูกนี้คุยกันพอดี ต่อให้โดนขายแล้วอย่างไรยังดีกว่าอยู่ที่นี่เป็นร้อยเท่าพันเท่า
ขอให้นางมีโอกาสได้ออกไปจากตรงนี้ย่อมดีที่สุด แต่ความโชคดีไม่ได้มีเสมอไป แล้วก็มาถึงวันที่แม่เลี้ยงจะเอาลี่ถิงไปขายที่ตลาดค้าทาสจากตอนแรกที่คิดเอาไว้ว่าจะเอาไปขายให้ชายในหมู่บ้านยากจน
แต่ซูเหมยลูกสาวของนางบอกว่าไม่อยากให้ลี่ถิงมีชีวิตที่ดีนักเป็นไปได้อยากขายนางเข้าหอโคมเขียวด้วยซ้ำ เพราะนางอิจฉาที่ไป๋ลี่ถิงมีใบหน้าที่งดงามกว่านาง
สองแม่ลูกจึงตกลงเอานางไปขายที่ตลาดค้าทาส ระหว่างทางที่ลี่ถิงถูกสองแม่ลูกฉุดกระชากลากถูไปนั้น
ลี่ถิงได้ขอร้องแม่เลี้ยงและลูกสาวว่าอย่าพานางไปขายที่ตลาดค้าทาสเลย นางยินยอมถูกขายไปเป็นภรรยาชายในหมู่บ้านยากจนโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ
แต่มีหรือสองแม่ลูกนั้นจะยอมฟังคำร้องขอจากนาง เพราะเหตุนี้ในระหว่างนางคิดจะหลบหนีจึงถูกสองแม่ลูกทุบตีจนบาดเจ็บ
จิตใจของนางแหลกสลายไม่มีความหวังในการรอดชีวิตใด ๆ อีกแล้ว ถ้าหากสองแม่ลูกเอานางไปขายให้หอนางโลมจริง ๆ นางจะทำเช่นไร
ถ้าเป็นแบบนั้นนางยอมตายเสียดีกว่าอยู่ ถ้าหากนางตายไปแล้วหวังว่านางคงจะได้พบกับท่านพ่อท่านแม่ของนาง ไป๋ลี่ถิงได้แต่ร้องขออ้อนวอนขอความเมตตากับสองแม่ลูก แต่นางก็ไม่ได้รับความเมตตาใด ๆ
“ท่านแม่ เราไม่น่าทุบตีมันเลย แบบนี้ที่หอนางโลมคงให้ราคาไม่ดีแน่”
“แม่ลืมไป ไม่น่าไปทุบตีใบหน้าของมันเลย”
“ช่างมันเถอะเจ้าค่ะ ขาย ๆ มันไปอย่าให้มาเกะกะสายตาข้าก็พอ”
“แม่ว่าเราเอามันไปขายให้นายหน้าที่โรงค้าทาสดีกว่านะ แล้วค่อยขอให้นายหน้าขายมันเข้าหอนางโลมในตอนที่หน้ามันหายดีแล้ว”
“ดีเจ้าค่ะท่านแม่ ท่านแม่ฉลาดนัก”
“ข้าขอร้องพวกท่าน ปล่อยข้าไปเถอะนะ อย่าเอาข้าไปให้นายหน้าค้าทาสเลยนะเจ้าคะ ข้ายอมถูกขายไปเป็นภรรยาชายยากจน ข้าขอร้องพวกท่านเมตตาข้าสักครั้งนะเจ้าคะ"
“หุบปากของเจ้าไป รีบ ๆ เดินเข้า อย่าได้ขัดขืนหัดสำนึกในบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่แม่ข้าเลี้ยงเจ้ามาจนเติบใหญ่เสียด้วย”
สองแม่ลูกเดินลากลี่ถิงออกมาจากหมู่บ้านเชิงเขามาจนถึงทางเข้าเมืองในระหว่างทาง ลี่ถิงได้ถูกงูกัดด้วยความบังเอิญ
แต่สองแม่ลูกไม่ได้สนใจลี่ถิงเพียงแค่คิดว่านางหาข้ออ้างเท่านั้นลี่ถิงเดินตามสองแม่ลูกไปด้วยใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือดจนมาถึงตลาดค้าทาส
เมื่อสองแม่ลูกเห็นลี่ถิงเริ่มจะไม่ไหวแล้วในใจพลันคิดว่าแย่แล้วคงต้องรีบขายนังนี่ออกไปให้เร็วที่สุด
หยางเฉิงคุณที่วันนี้เอาของป่ามาขายและมีความคิดที่จะหาซื้อทาสไปเป็นภรรยาเพียงแต่ในนามของตัวเองเพื่อดูแลน้องชายทั้งสองคนในเวลาที่เขาเข้าป่าล่าสัตว์
คอยหุงหาอาหารดูแลบ้านและปลูกผักทำสวน หยางเฉิงคุณแต่เดิมชีวิตไม่ได้ลำบากมากมายขนาดนี้เมื่อก่อนท่านพ่อของเขามีที่ดินและที่นาให้คนอื่นเช่ามากมายภายหลังท่านแม่ป่วยท่านพ่อจึงนำที่ดินเหล่านั้นไปขายเพื่อนำเงินมารักษาท่านแม่
แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตท่านแม่เอาไว้ได้ท่านแม่จากไปในตอนที่น้องชายคนเล็กอายุได้เพียงสองขวบเท่านั้น ต่อมาไม่นานท่านพ่อก็ตรอมใจตายตามท่านแม่ไปอีกคน
ทิ้งให้เขาเลี้ยงดูน้องชายทั้งสองมาด้วยตัวคนเดียว สหายสนิทที่ท่านพ่อมีก็ตีตัวออกห่างแม้กระทั่งสัญญาหมั้นหมายระหว่างสองบ้านก็ต้องยุติลง
นับแต่นั้นมาหยางเฉิงคุณจึงรังเกียจผู้หญิงพวกนี้มาก ถึงแม้ว่าเขาจะหน้าตาหล่อเหลาแต่เพราะเขาจนทำให้ผู้หญิงในหมู่บ้านรังเกียจและดูถูกเขาอดีตคู่หมั้นของเขาเองก็พูดจาเสียดสีทุกครั้งที่เจอหน้ากัน
ถึงแม้จะเคยเป็นคู่หมั้นเขาไม่ได้มีใจให้นางสักหน่อยและทุกครั้งที่มีหญิงสาวมาพูดจาไม่ดีใส่เขา เขาก็จะตอบโต้อย่าถึงพริกถึงขิงจนบางครั้งหญิงสาวพวกนั้นถึงขั้นร้องไห้เลยก็มี
หยางเฉิงคุณจึงเป็นชายปากร้ายนิสัยไม่ดีแห่งหมู่บ้านหวงเป่ยแห่งนี้ เฉิงคุณเดินมาที่ตลาดค้าทาสหลังจากขายของป่าเสร็จแล้ว
เขามาเจอเข้ากับสองแม่ลูกที่กำลังลากลี่ถิงที่อาการไม่สู้ดี เฉิงคุณมองดูอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเดินออกมา ซูเหมยที่เห็นว่าชายหนุ่มกำลังเดินไปทางตลาดค้าทาสจึงได้ดักหน้าเขาเอาไว้
“พี่ชายท่านนี้ ท่านจะไปที่ใดเจ้าคะ”
“ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า ข้ากับเจ้าไม่รู้จักกัน หลีกไปอย่าขวางทางข้า”
“พ่อหนุ่ม เจ้าต้องการซื้อทาสหรือไม่ พอดีสามีข้าเพิ่งจะเสียข้าไม่มีเงินทำศพเขา จึงได้ตัดสินใจขายลูกสาวคนโต พ่อหนุ่มอย่าเห็นว่าหน้าตานางบวมปูดเช่นนี้นางจะขี้ริ้วนะนางสวยมากและสามารถทำงานในไร่ได้ มันเป็นความผิดของข้าเองตอนที่พวกเราออกจากหมู่บ้านมาไม่ทันระวังทำให้ลูกสาวของข้าลื่นล้มลงไปข้างทางน่ะ พ่อหนุ่มจะว่าอย่างไร”
หยางเฉิงคุณที่มองดูไป๋ลี่ถิงที่หน้าตาบวมปูดและซีดเซียวแล้ว เขาไม่ใช่คนโง่แม่นางคนนี้ไม่ได้ลื่นล้มเองแต่นางถูกทำร้ายต่างหากล่ะ
ไม่รู้เพราะเหตุใดหลังจากที่เฉิงคุณมองใบหน้าที่ดูไม่ออกมาสวยหรือขี้ริ้วแต่แววตาที่นางมองมาที่เขาด้วยสายตาอ้อนวอนทำให้ใจของชายหนุ่มอดกระตุกไม่ได้ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้ง
“5 เหรียญเงิน”
“ห๊ะ พี่ชายท่านนี้ท่านล้อเล่นหรือ”
“ไม่ได้ข้าก็ไม่ซื้อข้ามีเงินเท่านี้จะเอาไม่เอาก็แล้วแต่พวกเจ้า อีกอย่างซื้อคนใกล้ตายแบบนี้กลับไปด้วยเงิน 5 เหรียญเงิน ก็ถือว่ามากมายแล้ว”
สองแม่ลูกที่เห็นลี่ถิงจะไม่ไหวแล้วจึงรีบตกลงและรับเงินจากชายหนุ่มทันทีจากนั้นทั้งสองคนก็รีบกลับไปประหนึ่งโดนหมาป่าไล่ล่า
หยางเฉิงคุณที่ไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิดที่ซื้อแม่นางคนนี้มา แต่ซื้อมาแล้วก็คงต้องพากลับไปบ้านด้วย ก่อนอื่นคงต้องพาไปหาหมอเสียก่อน
เมื่อชายหนุ่มพาหญิงสาวมาถึงโรงหมอ ไป๋ลี่ถิงก็อ่อนล้าเต็มทีและนางได้เสียชีวิตไปในตอนที่หมอชราให้การรักษาและขับพิษงูออกจากร่างกายนาง
และในตอนนั้นเอง ชลดาที่บังเอิญเสียชีวิตดวงวิญญาณก็ถูกดูดมาที่แห่งนี้และเข้าไปอยู่ในร่างของไป๋ลี่ถิงโดยที่ชลดาไม่ได้รับรู้เลยว่าหลังจากเธอลืมตาตื่นขึ้นมาชีวิตจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะคาดคิดได้