ตอน 2

บุตรสาวหายตัวไป

เหนียงไป๋มองว่าวน้อยที่ตกอยู่บนพื้น รอบด้านปราศจากร่องรอยการต่อสู้ แสดงว่าอีกฝ่ายมีกำลังเหนือกว่า กล้ามาเหยียบถึงถิ่น หนำซ้ำยังลักพาตัวบุตรชายบุตรสาวของนางไปซึ่งหน้าเช่นนี้ จะหยามกันเกินไปแล้ว

“ข้าจะให้จงหลุนและฟงลี่ไปพาตัวพวกเขากลับมา”

“ควรเป็นเช่นนั้น แต่ครั้งนี้ข้าจะไปด้วย”

เหอซั่วฉินหวังหรือก็คือชินอ๋องในอดีต มองพระชายาที่ดูเหมือนจะไม่ยอมนิ่งเฉยอีกแล้ว แต่ครั้งนี้เขาเกรงว่า

“เจ้าควรอยู่ที่นี่ไม่ควรเดินทาง” ดวงตามองไปหน้าท้องที่เริ่มนูนออกมาให้เห็น ใครจะคิดว่าผ่านมาสิบปีน้ำยามังกรของเขาจะยังดีอยู่ เรื่องนี้ต้องพูดกันยาวเพราะเมื่อเหนียงไป๋ทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ก็โมโหจนไม่พูดกับเขาถึงสามวัน

ข้าโกรธท่าน เราอายุมากแล้ว ท่านจะให้ข้าถือไม้เท้าจูงลูกเดินหรืออย่างไร อายุมากที่ไหน เขาแค่สามสิบปลาย ๆ เท่านั้น พวกเรายังสร้างอาณาจักรบุตรหลานได้อีกเยอะ

แต่ตอนนี้พวกเราควรสนใจเรื่องลูกสาวและลูกชายเสียก่อน

“ลูกหายท่านจะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไร ไม่เอาข้าจะไปหาลูก”

นางโวยวายลั่นป่า ถามว่าตัวนางอยู่ไหน ก็อยู่บนบ่าเขาที่กำลังแบกนางกลับจวนอย่างไรเล่า ส่วนคนเดินตามยังคงพูดคุยกันไปเรื่อยราวกับเป็นเรื่องปกติ

ฟงลี่มองบิดามารดาของตนก่อนหันไปคุยกับจงหลุน

“มาพนันกันว่าพวกเขาเข้าไปในห้องจะเงียบในตอนไหน”

“หนึ่งเค่อ”

ฟงลี่ส่ายหน้าไปมา “ท่านประเมินบิดาข้าต่ำไปแล้ว”

คิดว่าเพียงสองก้าว มารดาก็คงเงียบสนิท ไม่สามารถเปิดปากได้อีกแน่ ดีไม่ดีถ้าน้องในครรภ์เพิ่มจำนวนขึ้นได้ คงเพิ่มอีกหลายคน

จงหลุนหันมองฟงลี่ เด็กหนุ่มเริ่มโต แต่ก็ยังมีนิสัยชอบเล่นสนุก อย่างตอนนี้น้องชายน้องสาวของตนถูกจับตัวไปก็ยังใจเย็นอยู่ได้

“เจ้าไม่ห่วงน้องตัวเองหรือฟงลี่”

ฟงลี่ส่ายหน้า “หวางอี้เป็นคนสุขุมเจ้าแผนการ เอาตัวรอดเก่งเป็นที่หนึ่ง ซึ่งข้าคิดว่าเขาจะดูแลตัวเองให้ปลอดภัยได้แน่ ส่วนเหนียงซิน...” เขามองไปยังมารดา

“ถอดแบบคนคลอดนางออกมาไม่มีผิด คิดว่าคนที่จับตัวนางไปคงปวดหัวมากกว่าจะดีใจที่ได้นาง”

จงหลุนพยักหน้าเห็นด้วย หรือเขาไม่ควรเป็นห่วงมากเกินไป

จริง ๆ ว่าสองคนนั้นจะเป็นเช่นไร

“แล้วเราจะเริ่มออกเดินทางเมื่อไร”

“คืนนี้!!”

คนไม่รีบหันมายิ้ม ขยิบตาให้แล้วพูดต่อ

“นาน ๆ ข้าจะได้อยู่กับท่านสองคน เวลาแบบนี้หาง่ายเสียที่ไหน”

บุรุษตัวโตกว่าได้ยินก็ส่ายหน้ายิ้มกว้าง ยกมือโยกหัวฟงลี่อย่างเอ็นดู ใบหน้าคมก้มลงกระซิบข้างหู

“หากเจ้าต้องการอยู่ลำพังกับข้า เพียงขยิบตาข้าก็รู้แล้ว เหตุใดต้องพูดให้มากความ”

ฟงลี่ถูกบุรุษตัวโตตกอีกแล้ว แบบนี้เขาจะไปไหนได้ ร่างเล็กวิ่งตามคนเดินนำก่อนจะจับจูงมืออีกฝ่ายกลับจวน

เมื่อมาถึงจวนก็พบว่าห้องนอนบิดามารดาดับไฟไปแล้ว เรียกว่ารวดเร็วปานสายฟ้าเหมือนไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น ฟงลี่ส่ายหน้าก่อนจะเดินกลับห้องตนเอง จัดแจงเตรียมข้าวของให้พร้อมและสั่งการกับพี่สาวอีกคน

“พี่ควรจะอยู่ดูแลท่านแม่”

ฉางเออร์ที่กำลังจัดข้าวของให้ฟงลี่เงยหน้ามองเขา เรื่องบางอย่างเมื่อหลายปีก่อนแวบเข้ามาในหัว บางทีครั้งนี้นางควรเผชิญหน้ากับความจริง ไม่ควรหลีกหนีอีกแล้ว

“ข้าจะไปด้วย”

หา!! ฟงลี่หันมองฉางเออร์ เห็นดวงตาเศร้าสร้อยก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดเช่นไร “ก็แล้วแต่พี่ แต่พี่จะบอกท่านแม่หรือไม่”

ท่านแม่หวงนางยิ่งกว่าหวงบุตรตัวเองเสียอีก มีหรือจะยอมให้ออกจากเมืองหลวง “ไม่”

อืม ดูแล้วมารดาเขาคงได้กระอักเลือดตายเป็นแน่

“ข้ามีของที่ต้องเตรียม เจอกันที่รถม้าทางตะวันออก” ฉางฉิงทิ้งฟงลี่เสียดื้อ ๆ เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็หยิบของมีค่าเพิ่มไปอีกหน่อย

งานนี้คงอีกนานกว่าจะได้กลับบ้านเป็นแน่ ต้องเตรียมทองไปให้มากเสียหน่อย เอ๊ะ แล้วทำไมเขาไม่ไปเอาทองที่พี่ฉางเออร์เก็บเอาไว้เป็นโกดังเล่า เรื่องอะไรต้องควักกระเป๋าตัวเอง ว่าแล้วก็เก็บสมบัติของตัวก่อนจะแอบเข้าห้องสมบัติส่วนตัวของฉางฉิง

พี่สาวคนนี้กลัวตัวเองจนถึงขนาดไม่ยอมเลือกแม้แต่คู่ครอง มีแววจะอยู่บนคานไปตลอดกาล

เขาจะเลือกอันไหนดีนะ ทั้งเพชรนิลจินดา ทอง สร้อย ของกำนัลที่เหล่าองค์ชายต่างเมืองส่งมาให้ทุกปี ซึ่งก็นะ พี่สาวเขารับของไว้หมด แต่ไม่รับผู้ชายเอาไว้ เข้าทำนอง เงินทองท่านส่งมาแล้วพาตัวกลับไป ทำให้ฉางฉิงกลายเป็นสตรีร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวนอิง แม้แต่เหอซั่วฉินหวังและพระชายาก็ยังไม่รวยเท่านางเลย

“แบบนี้ต้องเอาไปเยอะ ๆ” คนแอบเข้าห้องสมบัติผู้อื่นเป็นประจำคุ้นชินกับการลักของมีค่า แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหยิบอะไรไปบ้าง เขาวางผ้าแล้วโกยสมบัติพัสถานใส่ลงไปได้หนึ่งหอบใหญ่ก็กลับห้องเพื่อเก็บซ่อนมันในหีบอีกชั้น

“เจ้าจะไปหาน้องตัวเอง หรือจะไปเที่ยวกันแน่ฟงลี่”

ได้ยินเสียงจากบนเตียงจึงหันมอง แล้วก็พบว่าเป็นมารดา

“ท่านแม่มาตั้งแต่เมื่อไร”

“ตอนที่เจ้าออกจากห้องไปแอบหยิบเงินของพี่สาวเจ้ามาน่ะสิ”

แหม ท่านแม่ก็รู้ทันเสียทุกเรื่อง ฟงลี่ยิ้มแหย่ มารดาลุกขึ้นมาส่งของบางอย่างให้บุตรชาย

“นกหวีดนี้บิดาเจ้าเคยมอบให้แม่ แม้ว่าพวกเราจะอยู่อย่างสงบมาหลายปี แต่บิดาเจ้าก็ไม่เคยทิ้งคนของตน หากจำเป็นต้องเรียกใช้ก็สามารถเรียกได้ตลอดเวลา”

ฟงลี่มองนกหวีดสีขาวตรงหน้า “ท่านแม่ คนที่ท่านพ่อเลี้ยงเอาไว้อายุเท่าไรแล้ว”

โป๊ก!! มารดาเคาะหัวบุตรชาย “เวลาแบบนี้เจ้ายังจะเล่นอีก มี

จงหลุนคนเดียวไม่พอหรืออย่างไร”

“พอ ๆ ข้ามีพอแล้ว แต่บางครั้งการมีหนุ่ม ๆ มาล้อมหน้าล้อมหลังก็ทำให้กระชุ่มกระชวยพอสมควร”

เหนียงไป๋ถอนใจกับบุตรชายตน “รู้สึกว่าเมื่อหลายเดือนก่อนบิดาเจ้าเพิ่งจะได้คนชุดใหม่มา พอจะทำให้เจ้ากระชุ่มกระชวยได้หรือไม่เล่า”

ปากฟงลี่อ้ากว้างกว่าจานแล้วตอนนี้ นางยิ่งหมั่นไส้เขากว่าเดิม

“ข้ารู้ว่าเจ้ารู้จักคิดแล้ว” ซึ่งก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรนัก

“ครั้งนี้แม่เจ้าไปไม่ได้” เนื่องจากเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนที่ถูกผู้เป็นสามีปิดประตูห้องเจรจาความหลังกับนางอยู่นานสองนาน

พวกเราควรข้ามเรื่องนี้ไปก่อน

“ช่วยน้องและพาน้องกลับมาอย่างปลอดภัย”

ฟงลี่หุบยิ้ม รับคำจริงจัง “ข้าสัญญาจะนำพวกเขากลับมาอย่างปลอดภัย”

มารดาและบุตรจับมือกันแน่น มองตาเพียงครู่ฟงลี่ก็ถามต่อ

“ท่านแม่เคยเห็นคนกลุ่มนั้นหรือไม่”

โป๊ก!!! ก่อนจะตามด้วยเพียะอีกหลายเพียะ เสียงร้องโหยหวนของฟงลี่ดังออกไปถึงนอกห้อง

“ท่านแม่ มือท่านจะหนักไปแล้ว”

“เจ้าก็เลิกคิดแต่เรื่องผู้ชายได้แล้ว”

“จะให้ข้าเลิกได้อย่างไร จงหลุนคือบุรุษหนึ่งเดียวในใจข้า”

“แน่ใจ?” แม้แต่มารดายังไม่เชื่อแล้วใครจะเชื่อ ว่าแล้วก็อีกสักเพียะสองเพียะให้หายหมั่นไส้

“ท่านแม่ ข้าเจ็บไปหมดแล้ว”

“มานี่ข้ายังไม่ชำระความเรื่องเมื่อภพก่อนเลย”

“เกี่ยวอะไรกับกับภพก่อน ภพนี้ข้าเป็นลูกท่านนะ”

เสียงดังออกมาถึงนอกชานเรือน เฟยเยี่ยและองครักษ์จงหลุนมองหน้ากันก่อนจะส่ายหน้าแล้วกลับหลังหัน

“ไปดื่มสุรากับข้าก่อน”

องครักษ์จงหลุนพยักหน้า เดินไปยังเก้าอี้หินประจำตำแหน่ง สองบุรุษร่วมดื่มสุรามองดวงจันทร์บนฟ้า ดูเหมือนเหตุการณ์ครั้งนี้จะนำพาเรื่องต่าง ๆ มาอย่างไม่รู้จบ

รถม้าสองคันจอดเทียบอยู่ทางประตูตะวันออก บุตรชายคนโตยืนอยู่ตรงหน้านาง ดวงตาของเขาสงบนิ่งกว่าปกติ นี่เป็นครั้งแรกในภพนี้ที่เขาออกจากเมืองหลวนอิง

“ท่านแม่ไม่ต้องกังวล มีข้ามีจงหลุนอยู่ พวกน้อง ๆ จะต้องปลอดภัย”

นางก็หวังเช่นนั้น หากนางไปได้ก็คงไปแล้ว ติดที่ตอนนี้มีเจ้าก้อนแป้งอยู่ในท้อง

“จำเอาไว้ จะทำการสิ่งใดก็คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน แม่ไม่อยากให้เจ้าต้องเป็นอะไรไปอีกคน”

คนกังวลมองไปด้านหลัง ถ้ามีจงหลุน อีกฝ่ายย่อมไม่ยอมให้ฟงลี่เป็นอันตรายแน่ นางดึงบุตรชายเข้ามากอดไว้แน่น ถึงจะทะเลาะกันวันละสามครั้ง แต่นางก็รักบุตรชายคนโตคนนี้ไม่แพ้ใคร

ฟงลี่ตบหลังปลอบคนในอ้อมอก ปล่อยให้มารดาทำใจสักพักก่อนจะขึ้นรถม้าเพื่อออกเดินทาง ฟงลี่โบกมือลา กระทั่งรถม้าลับสายตานางก็ยังยืนอยู่ที่เดิม

นางลืมอะไร ลืมใครไปหรือไม่ เหนียงไป๋หันมองรอบตัวก่อนเงยหน้ามองสามี “ฉางเออร์ไปไหน?”

สามีมองไปทางรถม้าทำให้เหนียงไป๋ตาโต พูดอย่างรวดเร็ว “อย่าบอกนะว่านาง”

“เป็นเช่นนั้น” เพียะ! มือบางตีสามีต่อหน้าชาวบ้านทั้งหลายเสียงไม่เบา เรียกสายตาทุกคนให้หันมามอง นับวันนางยิ่งมือหนักขึ้นเรื่อย ๆ แต่แขนเขาก็ทนทานตามแรงมือของนางเช่นกัน

“เจ้าควรปล่อยวางเสียบ้าง ยังไงนางก็ต้องมีชีวิตของตนเอง”

มีชีวิตของตนเองหรือ เหนียงไป๋ถอนใจ

“บุรุษเช่นนั้นไม่เหมาะกับนาง”

“เรื่องความรักไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นจะมาตัดสิน เจ้าจำได้หรือไม่ว่าพวกเราเจอกันแบบไหน”

ถ้าจะเท้าความเรื่องนี้คงต้องคุยกันยาว ตอนนางเจอเขาครั้งแรกก็ใช่ว่าจะดี เพราะเขาเป็นปีศาจ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นแมวตัวโตที่ไม่ยอมให้นางเดินเสียแล้ว

คนอุ้มภรรยาเข้าจวนไม่สนใจว่าจะมีชาวบ้านที่ยืนอยู่ ทุกคน

อมยิ้มส่ายหน้า หันไปทำงานต่อเพราะภาพนี้ชินตาอยู่ทุกวัน

เหนียงไป๋ที่ใบหน้าอยู่บนบ่าสามีมองถนนที่เจริญรุ่งเรืองขึ้นในช่วงสิบปีมานี้ เวลานี้เหมาะกับสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

“ท่านพี่ ข้าได้ยินมาว่าทะเลเจี่ยลู่ตอนนี้บรรยากาศกำลังสบาย ยังไงช่วงนี้ที่เด็ก ๆ ไม่อยู่ พวกเราไปพักที่นั่นสักเดือนสองเดือนดีหรือไม่”

คนหาเรื่องอู้งานถูกวางลงแล้ว ในขณะที่คนได้ยินอีกคนถึงกับเงยหน้ามอง ราชครูตงเฉียนกระแอมในลำคอ

“พวกท่านจะทิ้งกระหม่อมอีกแล้ว”

เหนียงไป๋หันไปยิ้มแล้วตอบ “ตอนนี้ไม่มีเรื่องใดต้องกังวล บ้านเมืองสงบร่มเย็น ลูกข้าก็ไม่อยู่ ข้าจะพักบ้างย่อมไม่ใช่เรื่องไม่ดี”

“เจ้าไม่ห่วงลูกเจ้าแล้วหรือ” คนเป็นสามีมองเหนียงไป๋เดินไปหยิบน้ำชาดื่ม

“อันที่จริงมาคิด ๆ ดูแล้ว สิบปีที่ผ่านมาข้าสั่งสอนบุตรสองคนไม่ใช่น้อย คิดว่าพวกเขาคงเอาตัวรอดได้แน่”

บุตรชายไม่ห่วงเท่าไร ห่วงก็แต่บุตรสาว เฟยเยี่ยนั่งลงข้างนาง

“ข้าเป็นห่วงเหนียงซิน”

เหนียงไป๋มองสามีแล้วยิ้ม “นางเป็นคนเดียวที่ข้าไม่ห่วง”

เฟยหวางอี้ค่อนข้างสุขุมเจ้าแผนการ ซึ่งนางคิดว่าบุตรชายคนนี้จะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อได้เผชิญโลกภายนอกอย่างแท้จริง

“เหตุใดเจ้าไม่ห่วงนาง”

คนเป็นภรรยาชี้นิ้วมาที่ตัวเอง

“พวกท่านบอกว่านางเหมือนคนที่คลอดออกมาไม่ใช่หรือ” ใช่ว่านางไม่เคยได้ยินคำที่พวกเขานินทาเสียหน่อย

“หากนางเหมือนข้า ข้าเชื่อว่าจะไม่มีใครทำอะไรนางได้”

เฟยเยี่ยมองเหนียงไป๋ หรือเขาจะไม่ต้องเป็นห่วงจริง ๆ ถ้าเช่นนั้น “งั้นเจ้าจะไปเมื่อใด”

เหนียงไป๋ยิ้ม “พรุ่งนี้”

คนเป็นสามีพยักหน้า ไม่มองคนด้านหลังที่เป็นลมอยู่กับกองเอกสารโดยมีเหล่าบ่าวรับใช้คอยโบกพัด

บ่าวรับใช้หันมองคู่สองสามีภรรยาที่ตอนนี้ประคองกันเข้าห้องไปแล้ว ปล่อยให้ท่านราชครูเป็นลมล้มพับรอบสอง สาวใช้หัวเราะขำ หลายปีที่ผ่านมาเขายังไม่ชินอีกหรือ

“ท่านราชครู น้ำชาเจ้าค่ะ”

ราชครูตงเฉียนลืมตาขึ้นมองบ่าวรับใช้ตรงหน้า

“เจ้าเป็นใคร”

“เสี่ยวม่านเจ้าค่ะ” เสี่ยวม่านไหน เหตุใดจึงได้ชื่อเหมือนเจ้าแมวตัวนั้นในภพก่อน

“พระชายาให้บ่าวมารับใช้ท่านราชครูเจ้าค่ะ”

คนที่ตาพร่ามัวพยายามเพ่ง ดื่มน้ำชาไปสองจอกความวิงเวียนก็หายไปสิ้น สายตากลับมาแจ่มชัด เมื่อเห็นคนตรงหน้าชัดเจนขึ้นก็พบว่านางช่างเหมือนกับ

“ฮูหยิน”

เสี่ยวม่านทำหน้าสงสัย มองซ้ายมองขวา “ท่านราชครูว่าเช่นไรนะ

เจ้าคะ”

เขายกมือขึ้นจับคางอีกฝ่ายเอนซ้ายเอียงขวา ก่อนจะมองหน้าตรงอีกรอบ นางไปหาสตรีที่เหมือนภรรยาเขามาจากไหนกัน

“ท่านราชครูไม่พอใจข้าน้อยหรือเจ้าคะ”

เขามองเด็กสาวตรงหน้าแล้วถอนใจอีกครั้ง

“ข้ารู้สึกไม่ค่อยดี เจ้าช่วยประคองข้าเข้าห้องหน่อย” มือเล็กจับจูงท่านราชครูตงเฉียนเข้าห้อง ประตูปิดลง แต่คนถูกประคองยังจับมือนางไว้

“ต่อไปเจ้าก็มาอยู่ข้างกายข้า ไม่ต้องไปทำงานอื่นแล้ว”

สีหน้าแววตาเสี่ยวม่านแสดงถึงความแปลกใจก่อนจะถูกท่านราชครูตงเฉียนวางลงบนเตียง “หลายสิบปีที่ผ่านมา ในใจข้ามีเพียงฮูหยิน แต่ตอนนี้ข้าตระหนักแล้วว่าการต้องอยู่ลำพังโดยไร้ซึ่งหัวใจหาใช่จะเป็นเรื่องดี นางคงคิดแบบนี้ถึงได้ส่งเจ้ามาให้ข้า”

นางที่ว่าก็คือเหนียงไป๋ตัวดีที่ยังคิดหาสตรีหน้าตาเหมือนภรรยาเขามาให้

“บ่าวไม่เข้าใจ”

“ภรรยาของข้าจะอยู่ในใจข้าตลอดไป ส่วนเจ้านับแต่นี้จะมาทำหน้าที่ภรรยาแทนนาง”

ดวงใจเสี่ยวม่านสั่นไหว เขาบอกว่าจะไม่มีวันลืมภรรยา นางจะมีสิทธิ์ที่ได้ครอบครองหัวใจเขาหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวนางเองแล้ว

เสี่ยวม่านก้มหน้ารับคำ “เจ้าค่ะบ่าวยินดี”

“ต่อไปเจ้าไม่ใช่บ่าว แต่เป็นฮูหยินเอกของข้าเพียงผู้เดียว”

คนก้มหน้าเงยขึ้นมองอย่างไม่อย่างเชื่อสายตาก่อนจะได้รับจูบจากอีกฝ่าย คิดว่าคราวนี้ท่านราชครูตงเฉียนคงอยากให้พวกเขาไปเที่ยวนานกว่าเดิมเป็นแน่

คนเจ้าแผนการหัวเราะหลังจากเล่าเรื่องเสี่ยวม่านให้สามีฟัง “เจ้ามั่วแต่ยุ่งเรื่องของคนอื่น ควรจะยุ่งเรื่องตัวเองเสียบ้าง”

มือหนายังคงวนเวียนอยู่บนหน้าท้องเปลือยเปล่าที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย

“คราวนี้จะเป็นหญิงหรือชายกันนะ”

“ข้าอยากได้หญิง มีชายสองแล้วหญิงอีกสักคนจะพอเหมาะ”

สามีเงยหน้ามองนาง “หากเป็นหญิงแล้วเหมือนเจ้าอีก จวนจะไม่วุ่นวายกว่าเดิมหรอกหรือ”

เหนียงไป๋ยกมือขึ้นแตะใบหน้าสามี “สามีเจ้าคะ การมีสตรีเช่นข้าอยู่ไม่ดีอย่างไร”

“ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ข้าเป็นห่วงบุรุษในใต้หล้าต่างหาก”

คิดถึงคนที่จับตัวนางไป เขานึกไม่ออกเลยว่าตอนนี้จะมีสภาพอย่างไร มือหนาดึงร่างภรรยาเข้ามากอดไว้แน่นก่อนจะเริ่มบรรเลงเพลงรักอีกรอบ “คราวนี้เจ้าควรจะทำหน้าที่เสียบาง”

“ไม่เอา ท่านทำให้ข้าตั้งครรภ์อีกรอบ ข้าจะไม่ปรนนิบัติท่านอีก”

“อย่างนั้นก็มาดูกันว่าเจ้าจะทนได้สักกี่น้ำ”

คนอยู่ใต้ร่างเงยหน้าขึ้นรับจูบอันแสนหวานจากสามีก่อนมันจะแปรเปลี่ยนเป็นนรกเพลิงที่เผาผลาญร่างกายไม่รู้จบ

ตอน 3

เป็นแมวน้อย

เสียงนกน้อยดังกระทบหูทำให้คนนอนหลับลืมตา แสงแดดสะท้อนเข้าตา เปลือกตานางขยับขึ้นลง ก่อนจะลุกขึ้นนั่งเพื่อมองไปรอบ ๆ ว่าตนอยู่ที่ใด

ห้องสี่เหลี่ยมเล็กนี่คือที่ใด นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร นางเป็นใคร คนที่กำลังสับสนกับตัวเองได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งเข้ามาจึงรีบถดตัวชิดกำแพงห้องหลัง จับจ้องประตูเบื้องหน้าที่เปิดออก

ดวงตาเล็กมองคนตรงหน้า เป็นบุรุษหนุ่มน้อยหน้าตาดีผู้หนึ่ง เขามองนาง ส่วนนางก็มองเขา ไม่นานหนุ่มน้อยผู้นั้นก็นั่งลงตรงหน้า

“เจ้าฟื้นแล้วเสี่ยวเมา”

เสี่ยวเมาคือชื่อของนางใช่ไหม เหตุใดนางถึงไม่คุ้นเอาเสียเลย

“ข้าชื่อ ซุนซือไฉ” จากสกุลเฟยกลายเป็นสกุลซุนเพียงเพราะเขาไม่อยากเป็นคนสกุลนั้น “ข้าเป็นนายเจ้า ไถ่ตัวเจ้ามาจากโรงทาสเมื่อ

สามวันก่อนแล้วเจ้าก็ล้มป่วยจนใกล้ตาย ดีที่ได้ข้ารักษาเจ้าจึงปลอดภัย”

คนได้ยินมองหน้าเจ้านายตรงหน้า หรือนางจะจับไข้จนความ

ทรงจำหายไปหมด “ท่านพูดจริงหรือไม่”

ถามแบบนี้คนโกหกที่ไหนจะตอบว่าไม่จริง เขายิ้มแล้วตอบอย่างละมุนละไม “ข้าพูดจริง ฉะนั้นในเมื่อเจ้าฟื้นแล้วก็ควรทำงานตอบแทนข้า”

ทำไมนางรู้สึกว่าน้ำเสียงละมุนในตอนแรกถึงแปรเปลี่ยนเป็น

แข็งกร้าว ดวงตาอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรังเกียจ คนผู้นี้กำลังคิดอะไรอยู่ในหัวกันแน่

“แล้วข้าต้องทำเช่นไร”

“ต่อไปเจ้าต้องแทนตัวเองว่าเสี่ยวเมา” นางเงยหน้ามองเขา เสี่ยวเมาแปลว่าแมว ฟังแล้วน่ารักน่าเอ็นดู แต่ตัวนางน่ารักสมชื่อหรือไม่นาง

ไม่แน่ใจ เพราะเหมือนบางอย่างในตัวนางกำลังต่อต้านคำสั่ง

เจ้านายเชยคางนางขึ้น “เรียกข้าว่าคุณชายไฉ”

“คุณชายไฉ”

“ดีมากเสี่ยวเมา น่ารักมาก” มือเขาเปลี่ยนตำแหน่งจากคางมายังเส้นผม นางเอนตัวหนีโดยไม่รู้ตัว คิ้วบางขมวดมุ่นอย่างไม่ไว้ใจ คนกระทำสังเกตได้ว่านางกำลังสับสน

ดูเหมือนแมวตัวนี้จะควบคุมไม่ง่ายเสียแล้ว

“ถ้าเช่นนั้นก็ลุกขึ้นไปจัดการอ่างอาบน้ำให้ข้า”

คนถูกสั่งมองเจ้านายลุกออกไปจากห้องนอน เมื่อดวงตาปรับแสงได้จึงเห็นว่าห้องนี้เชื่อมต่อกับห้องนอนของคุณชายไฉชนิดที่เพียงเขาเปิดประตูหรือเรียกชื่อ นางก็จะได้ยินทันที

คนได้ห้องพิเศษลุกขึ้นตาม เมื่อก้าวเท้าออกไปก็พบว่าเรือนหลังนี้ค่อนข้างสงบ ทิวทัศน์ด้านนอกปรากฏภาพภูเขา ลำธาร และต้นไม้น้อยใหญ่ มองไม่เห็นแม้แต่กำแพงเรือน ราวกับแยกตัวโดดเดี่ยวลำพัง

“คุณชายไฉพอจะบอกเสี่ยวเมาได้หรือไม่ว่า พวกเราอยู่ที่เมืองใด”

บอกแล้วจะจำได้ไหมนางไม่รู้ แค่อยากจดจำสิ่งใหม่ ๆ ให้คุ้นชินเท่านั้น คนยืนอยู่หันมามองจากนั้นก็ยกแขนตัวเองขึ้น

นางรีบหันหลัง คนบ้าอะไรถอดเสื้อต่อหน้าสตรีโดยไร้ยางอาย “เจ้าจะหันหลังทำไม มาถอดเสื้อให้ข้า”

คนถูกสั่งทำหน้าไม่ค่อยพอใจจนได้ยินคำว่า “เสี่ยวเมา” เป็นครั้งที่สองจึงจำยอมหันกลับ ตัวตนภายในบอกว่าไม่ต้องกลัว ก็แค่บุรุษถอดเสื้อ นางลืมตาขึ้นมองแผ่นอกตรงหน้าด้วยสายตาคุ้นชิน ซึ่งก็ไม่ทราบว่าคุ้นชินมาจากที่ไหน

เสี่ยวเมาเดินไปด้านหลัง ถอดเสื้อผ้าให้เจ้านายตามคำสั่ง มือบางแขวนเสื้อ “บ่าวจะไปเตรียมน้ำเจ้าค่ะ”

นางรีบพาตัวเองไปหลังม่าน มองอ่างน้ำที่ว่างเปล่า คนสั่งเดินตามมาบอก

“มีน้ำพุอยู่หลังเรือน เจ้าไปตักมา”

หลังเรือน นางมองตามมือเขาแล้วหันกลับมามองถังน้ำที่วางอยู่ ในใจคิดคำนวณ หากตักมาเติมต้องตักมากถึง

“ห้าสิบถัง ท่านจะบ้าหรือ ใครจะแบกน้ำห้าสิบถังได้”

คนสั่งหันมอง สรุปแล้วใครเป็นเจ้านายกันแน่

“ข้าสั่งไม่ได้ให้เจ้ามาเถียง ไปแบกน้ำ!” เสียงดุไม่ได้ทำให้ร่างเล็กสะเทือนหรือยอมขยับ

“ข้าไม่ทำ” นางหาญกล้าเถียงเขา

เจ้านายอุปโลกน์ถึงกับโมโห จับแขนนางลากไปยังถังน้ำ

“หยิบแล้วตักน้ำมาให้ข้าเดี๋ยวนี้”

แมวน้อยมองตาขวางอย่างพร้อมจะกัด ส่วนคนสั่งก็มีท่าทาง

ไม่พอใจ แมวตัวนี้ดื้อรั้นมาก เขาจะทำเช่นไรดี

“เจ้าคือทาสของข้า จำได้หรือไม่”

จำได้ ท่านย้ำมาสามรอบแล้ว “หน้าที่ของทาสที่ดีคือเชื่อฟังคำสั่ง ห้ามเถียงเด็ดขาด”

“แต่ข้า” ไม่ทันขาดคำนางก็อ้าปากจะเถียงอีกแล้ว ซือไฉถึงกับประสาทเสียเพราะไม่เคยเจอสตรีเช่นนี้มาก่อน คนอะไรเถียงคำไม่ตกฟาก

ตอนนี้แมวตัวป่วนก้มหน้านิ่งก่อนจะยื่นมือมาให้เขาดู “คุณชายดูมือบ่าวสิเจ้าคะ มือบ่าวบอบบาง นิ้วก็เล็ก เพียงยกก็เกรงว่ามือจะหักก่อนได้ปรนนิบัติคุณชายเสียอีก”

คนถูกเรียกว่าคุณชายมองมือนาง มือเรียวเล็กขององค์หญิง

เฟยเหนียงซินขาวจนเห็นเส้นเลือด บอบบางเช่นที่นางพูดจริง ๆ

“แล้วแบบนี้บ่าวจะยกถังน้ำได้อย่างไร คุณชายให้บ่าวชายยกดีหรือไม่เจ้าคะ ส่วนหน้าที่เตรียมน้ำดอกไม้ในอ่างบ่าวจะทำเอง ตามนี้นะเจ้าคะ บ่าวไปเตรียมดอกไม้ก่อน”

เดี๋ยวนะ ขอทวนก่อน เขารับปากนางตอนไหนกัน ไม่ทันอ้าปากนางก็สรุปเสร็จสรรพ ทั้งยังไปเดินไปหน้าตาเฉยปล่อยให้เขายืนมองถังน้ำตาปริบ ๆ

ตอนแรกกะจะให้นางยกถังน้ำจนสลบลุกไม่ได้ไปสามวัน แต่ทำไมตอนนี้เขากลับสั่งนางไม่ได้ “เสี่ยวเมา!”

“เจ้าขาคุณชาย บ่าวกำลังเลือกดอกไม้อยู่” เสี่ยวเมาหันไปหาคนที่ยืนอยู่หน้าประตู “คุณชายไม่หนาวหรือเจ้าคะ”

พอได้ยินคำว่าหนาวเขาถึงรู้สึกตัว เฟยซือไฉหันมองด้านนอกก่อนจะเป่าสัญญาณ ไม่นานคนของตนก็ออกมา เขาสั่งกับคนสนิทเสียงแข็ง

“ยกน้ำใส่ถัง”

องครักษ์คังหยวนเงยหน้ามองคุณชายแล้วหันไปมองด้านใน ยังจำคำพูดก่อนหน้าได้ ข้าจะทำให้นางร้องไห้อ้อนวอนมากราบแทบเท้าข้าให้ได้ แล้วเหตุใดตอนนี้

“ยังไม่ไปอีก”

“ขอรับ” คังหยวนละทิ้งเรื่องที่คิด รีบแบกถังน้ำไปยังตักน้ำมาเติม ว่าแต่เหตุใดหน้าที่ตักน้ำถึงได้ตกมาใส่หัวเขากัน

คนถอดเสื้อเดินกลับไปหลังม่าน มองนางยกดอกไม้ขึ้นดมทีละดอก พยายามเลือกกลิ่นที่ชอบ “เจ้าชอบดอกไหน”

เสี่ยวเมาชี้ดอกไม้ตรงหน้า

“ดอกเหลียนฮวา (ดอกบัว) จวี๋ฮวา (ดอกเบญจมาศ) หมู่ตาน (ดอกโบตั๋น) เหม่ยฮวา (ดอกเหมย) เหมยกุ้ย (ดอกกุหลาบ)”

เฟยซือไฉมองตามมือนาง แม่นางน้อยยังพูดต่อ “แต่ละชนิดให้กลิ่นหอมต่างกัน ใส่มากใส่น้อยล้วนแตกต่าง คุณชายชอบแบบไหนหรือเจ้าคะ”

“ทำไมเจ้ารู้เรื่องดีขนาดนี้”

เสี่ยวเมาส่ายหน้า “ไม่ทราบเจ้าค่ะ จู่ ๆ เรื่องพวกนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวเอง” นางก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกันว่าตัวเองจะรู้เรื่องดอกไม้หอม

“หากนำดอกไม้พวกนี้ไปผสมกับสมุนไพรล้วนมีประโยชน์ต่างกัน คุณชาย” ดวงตาสองคู่มองสบกัน

“ปกติมักมีอาการนอนไม่หลับใช่หรือไม่เจ้าคะ ถ้าเช่นนั้นบ่าวจะทำเครื่องหอมติดกายให้ ต่อไปจะได้หลับง่ายขึ้น”

นาง!! เฟยซือไฉเขามองคนตรงหน้าที่หันกลับไปสนใจดอกไม้ ไม่ได้สนใจเขาอีก พระชายาฉินหวังเลี้ยงดูบุตรเช่นไรเขาไม่เคยรู้ ก่อนพบหน้านางก็คิดว่าคงเหมือนคุณหนูทั่วไปที่เอาแต่ใจ แต่นางกลับเก่งกาจเรื่องสมุนไพรอย่างไม่น่าเชื่อ

“เรื่องสมุนไพรเจ้ายังรู้ เจ้ารู้เรื่องอะไรอีกบ้างเสี่ยวเมา”

คนถูกถามส่ายหน้า “บ่าวจำไม่ได้เจ้าค่ะ” นางจำอะไรไม่ได้

สักอย่าง คงต้องฟื้นความจำอีกนาน

“ได้แล้วเจ้าค่ะ” นางหยิบถ้วยดอกไม้ขึ้นมาส่งให้เขา

“เสียดายไม่มีเจียวกู่หลาน แต่แถวนี้คงหาไม่ยาก บ่าวจะออกไปสำรวจหลังจากคุณชายอาบน้ำเสร็จแล้วดีหรือไม่เจ้าคะ”

“เจียวกู่หลานคือ”

ทำไมตอนนี้เหมือนเขาตามนางไม่ทันก็ไม่รู้

“เป็นพืชสมุนไพรที่สามารถรักษาอาการนอนไม่หลับได้เจ้าค่ะ แต่ถ้าไม่มีก็ให้เขาไปซื้อที่ร้านขายยาได้” นางชี้คนแบกถังน้ำมาเป็นรอบที่ห้า คนถูกพูดถึงเงยหน้ามองเจ้านายก่อนจะรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

เขาควรจะใจร้ายกับนางไม่ใช่หรือ ทำไมทำไปทำมาตอนนี้เหมือนเขาตามใจนางชอบกล “ข้าไม่เอา” เฟยซือไฉส่งถ้วยคืน

“ไปจัดการหน้าที่เจ้าต่อ”

ไม่ใช่ว่าเขาเชื่อในสรรพคุณที่นางสาธยายมาตั้งนานสองนานแล้วหรือ เหตุใดจู่ ๆ ถึงได้เกิดอาการผีถึงได้เข้าเช่นนี้

คนผีเข้าผีออกมองนางค่อย ๆ โรยดอกไม้ลงในน้ำ

“ทำไมไม่เทลงไปทีเดียว”

แล้วทำไมเขาต้องถามมากด้วย นางไม่เข้าใจ

“กลีบดอกไม้ล้วนถูกทำให้แห้งมาแล้ว หากอยากให้กลิ่นดอกไม้หอมติดกายต้องค่อย ๆ โรยลงไปแล้วปล่อยทิ้งไว้สักหนึ่งเค่อเพื่อให้กลีบดอกคลายตัวเจ้าค่ะ” นางแตะน้ำอุ่น ตามองถังน้ำที่เทลงมาอีกถัง

“ท่าน” นางเรียกองครักษ์ที่กำลังจะจากไป “เรียกข้าว่าคังหยวน”

เสี่ยวเมาพยักหน้า “พี่หยวน”

คำว่าพี่ทำเอาองครักษ์สะดุ้ง มองสีหน้าเจ้านายตนที่ตอนนี้

มืดครึ้มเสียยิ่งกว่าท้องฟ้ายามมีพายุฝน

“อย่าเรียกข้าเช่นนั้นเลย”

“พวกเราเป็นบ่าวเหมือนกันแล้วท่านก็อายุมากกว่าข้า ไม่ให้ข้าเรียกพี่แล้วจะให้เรียกอะไร”

องครักษ์คังหยวนยังไม่ทันอ้าปาก คนยืนฟังอยู่นานก็พูดแทรก

“จะคุยกันอีกนานหรือไม่”

เสี่ยวเมาหันมองคนด้านหลัง “อีกหนึ่งเค่อค่อยมายกเถอะพี่หยวน รอให้กลีบดอกไม้คลายตัวเสียก่อน” จากนั้นก็ลุกขึ้นหาผ้ามาคลุมไหล่เจ้านายที่อารมณ์เสีย

คนได้ผ้าเดินไปที่โต๊ะทำงานอย่างขัดใจ แล้วท่านจะรีบถอดเสื้อทำไม ในเมื่อรู้ว่ากว่าจะตักน้ำเตรียมสมุนไพรได้ที่ก็ใช้เวลาร่วมครึ่งชั่วยาม

บ่นไปคุณชายก็คงไม่ได้ยิน นางจึงยืนรอรับคำสั่งจากคนนั่งหน้าบูด มือที่จับพู่กันเขียนบางอย่างก่อนจะทบทวนเรื่องทั้งหมด

เขาวางแผนจับตัวนางมาเพื่อทรมานไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดเหตุการณ์ถึงสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อคิดดังนั้นก็วางพู่กัน

“ข้าอยากได้ชาร้อน”

นางชี้ตัวเอง “ให้บ่าวไปยก”

เขาพยักหน้าทำให้นางต้องออกจากห้อง ดวงตาสำรวจไปรอบ ๆ ก่อนจะเจอเรือนที่น่าจะเป็นโรงครัว ร่างบางเดินไปหยุดหน้าเตาแล้วมองแท่งฟืน

สิ่งแรกที่คิดคือ เขาจุดกันยังไง ครั้นจะหันหลังกลับไปเรียกให้คุณชายมาช่วยเห็นทีคงถูกดุเป็นแน่ แล้วจะทำอย่างไรดี เสี่ยวเมาสุมไม้ฟืนเข้าไป จากนั้นหยิบหินสองก้อนที่วางอยู่มาไว้ในมือ “คงไม่ยากเกินไปหรอกนะ”

ผ่านไปหนึ่งเค่อคนรอชาร้อนก็ยังไม่ได้ดื่ม เหลือบมองประตูอยู่หลายรอบก็ไร้เงาคน เขาจึงวางพู่กันเดินออกมาก่อนจะพบว่านางหายไป คนที่ตั้งใจจะแกล้งเหลียวซ้ายแลขวา คิดว่านางคงหนีไปแล้ว ยังไม่ทันจะเรียกก็เห็นนางจูงมือบุรุษอีกคนมา

“พี่หยวนท่านจุดเตาเป็นหรือไม่”

คังหยวนชี้หน้าตัวเองแล้วพยักหน้า “ดีจริง พี่จุดให้ข้าหน่อย คุณชายอยากดื่มชาร้อน”

อันที่จริงเรื่องก่อไฟหุงอาหารก็เป็นหน้าที่ของเขา แต่ตอนนี้ดูเหมือน... คังหยวนมองคนที่ยืนอยู่

“บังเอิญว่าข้ายังตักน้ำไม่เสร็จ แม่นางพยายามจุดต่อไปเถอะ” เรื่องนี้เขาจะไม่ยุ่ง เพราะขืนยุ่งคงตายไร้ที่กลบฝังแน่ คนคิดแกล้งให้จุดเตายกยิ้มอย่างผู้มีชัย คนถูกสั่งให้ก่อไฟหันมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“บ่าวจุดไม่เป็น” นางยื่นหินสองก้อนให้เขา เรียกได้ว่าไม่ต้องพูด ท่าทางก็สื่อให้รู้ว่านางกำลังใช้เขาก่อไฟ

“ข้าให้เจ้าก่อ ไม่ได้ให้เจ้ามาใช้ข้า”

“บ่าวก่อไม่เป็น หากท่านอยากดื่มชาก็ต้องก่อไฟให้ข้า”

การก่อไฟกับต้มชาอันไหนยากกว่ากัน ถ้าต้มชายากกว่าข้าจะสั่งให้เจ้าก่อไฟทำไม “ข้าจะไปอาบน้ำ ถ้ากลับมาแล้วไฟยังไม่ติด เย็นนี้ไม่ต้องกินข้าว” สิ้นเสียงก็สะบัดหน้ากลับไป เขากำลังจะโมโหตายแล้ว

เสี่ยวเมามองหินในมือ ปากบ่นงุบงิบ นั่งลงเคาะต่อไป คนด้านในตะโกนออกมา

“อย่าลืมว่าก่อไม่ติดก็ไม่ต้องกินข้าว”

ขู่ได้ขู่ดี เห็นทีนางจะอดข้าวเสียแล้ว เคาะไปได้สองสามครั้งก็บ่น “ข้าไม่ได้กิน ท่านก็ไม่ได้กินเหมือนกัน มาดูสิว่าความอดทนของใครจะมากกว่ากัน”

สิ้นคำก็วางก้อนหินไว้เหมือนเดิม นางมองไปรอบ ๆ สรุปว่าเรือนหลังนี้อยู่ในป่า ไม่ได้อยู่ในรั้วจวน เพราะหันไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้

เมื่อสอดส่ายสายตาจนพอใจก็หันกลับมาสนใจหินจุดไฟ ตั้งท่าจะพยายามอีกครั้ง แต่แล้วก็มีคนย่องเข้ามาด้านหลังก่อนจะหยิบไปทำให้

เสี่ยวเมายิ้มขอบคุณ “ปกติคุณชายอารมณ์ไม่ค่อยปกติแบบนี้หรือเปล่าเจ้าคะ”

คนถูกถามเงยหน้ามากระซิบ

“ก็เป็นบ่อย” โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเข้าเฝ้าใครบางคน อารมณ์จะยิ่งรุนแรง

ดูแล้วคุณชายของนางจะเป็นคนอารมณ์แปรปรวนจริง ๆ ไฟเจ้าปัญหาติดด้วยฝีมือคังหยวน “ขอบคุณพี่หยวนมาก” มือน้อยโบกให้เขารีบออกไปก่อนที่เจ้านายจะมาเห็น

แม้ไม่พูดก็เข้าใจ ตอนนี้นางหันมองกองฟื้นอีกรอบสลับกับทิศทางที่คังหยวนไป ปากบ่นงึมงำ เพราะนอกจากก่อไฟไม่ได้แล้ว นางยังต้มน้ำและชงชาไม่เป็นด้วย เปลวไฟเริ่มติด ถ้าอย่างนั้นสุมไฟก่อนแล้วกัน เดี๋ยวจะมอดเสียก่อน

คนสั่งการนอนแช่น้ำอุ่นอย่างสบายใจจนลืมเวลา ไม่นานก็ได้กลิ่นไหม้ เฟยซือไฉลืมตาพรึบ กระโดดออกจากอ่างคว้าผ้ามาคลุมตัวเองแล้ววิ่งออกไปดู

“ไฟไหม้!!” เสียงตะโกนเป็นของเสี่ยวเมาตัวดีที่ตอนนี้เผาโรงครัวเขาแล้ว!!

“เสี่ยวเมาเจ้าทำอะไร!”

คนถูกถามหันมองแล้วยกกาน้ำชาในมือขึ้นมาให้เขาเห็น

“ข้าสั่งให้ชงชา ไม่ได้ให้เจ้าเผ่าเรือน!”

ตอนนี้คังหยวนเป็นอย่างไรคงไม่ต้องบอก สองคนทะเลาะกันไปมา ส่วนเขาแบกถังน้ำดับไฟอยู่คนเดียว

“คุณชาย เลิกทะเลาะแล้วมาช่วยกันก่อนดีหรือไม่ขอรับ”

ไม่อยากพูดก็ต้องพูดแล้วเพราะกองไฟเริ่มลามไปทางตัวเรือน หากไม่รีบดับเกรงว่าคืนนี้คงไม่มีที่นอน ทั้งสองคนรีบหาน้ำมาดับไฟ กว่าเพลิงจะมอดก็หมดไปหนึ่งเค่อ

สภาพตอนนี้คือสองคนนอนหมดแรงอยู่บนพื้นมองกองไฟที่มอดสนิท ส่วนคนก่อเรื่องนั่งถอนใจ “ข้าเพียงจะสุมไฟเท่านั้น ใครจะคิดว่าฟืนบ้านั่นยิ่งใส่ไฟยิ่งลุก”

สองบุรุษหันมองสตรีเพียงหนึ่งเดียว ในใจได้แต่คิดว่าพวกเขาจับสตรีแบบไหนมานะ ว่าแล้วทั้งสองก็ลุกขึ้นพร้อมกัน

“เก็บกวาดให้เรียบร้อย”

เสี่ยวเมาเงยหน้าตะโกนถามไล่หลัง

“พวกท่านจะไม่ช่วยข้าหน่อยหรือ”

“ไม่ช่วย!!”

นางหันมองอีกคนที่เงียบไม่ตอบ “พี่หยวน”

“คังหยวนถ้าเจ้ากล้าช่วยนาง ข้าจะตัดแขนเจ้า”

คนอยากช่วยได้แต่ผงกหัวขอโทษก่อนจะติดตามคุณชายเข้าไปด้านใน ปล่อยให้นางเก็บกวาดคนเดียว

โอ๊ย จะบ้าตาย ใครก็ได้ช่วยที ร่างบางล้มตัวลงตีขาทั้งอย่างนั้น

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED