2
ทางด้านราเชนทร์คิดหาทางกำจัดวาติยาให้ออกไปจากบ้าน แต่ไม่ว่าจะทำยังไงวาติยายังไม่มีท่าทีที่จะออกไปจากบ้านเลยสักนิด ก็ให้มันรู้ไปว่าระหว่างเขาและวาติยาใครจะชนะ และราเชนทร์ได้คิดแผนใหม่ขึ้นมาซึ่งคิดว่าน่าจะได้ผล
ราเชนทร์เดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับสาวหมวหุ่นดี เขาโอบเอวสาวคนนั้นมานั่งบนโซฟา ก่อนเรียกสาวใช้ที่กำลังเดินไปยังห้องครัว
“สร้อย” เจ้าของชื่อเดินมาหาเจ้านายเอาแต่ใจ มองหญิงสาวข้างร่างใหญ่แล้วนึกสงสารวาติยาขึ้นมาทันใด
“คะคุณเชนทร์”
“ไปตามแก้วมาหาฉันที่ห้องของเขา ตอนนี้เลยนะ”
“ค่ะคุณเชนทร์” สร้อยพอเดาออกว่า อะไรจะเกิดขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยวาติยาได้อย่างไร เธอเป็นเพียงสาวใช้กินเงินเดือน ยุ่งเรื่องเจ้านายมากเกินไปไม่ส่งผลดีต่อตัวเองแน่นอน
สร้อยเดินไปยังห้องครัว ที่ในห้องนั้นมีร่างสาวสวยนิสัยดีและน่าสงสารกำลังยืนทำอาหารอยู่หน้าเตา
“คุณแก้วคะ คุณแก้ว คุณเชนทร์เรียกให้คุณแก้วไปหาที่ห้องค่ะ” สร้อยรีบพูดทันที วินาทีที่ได้ยินคำพูดสร้อย วาติยาเกิดความสงสัย เนื่องจากราเชนทร์ไม่เคยเรียกให้ตนไปหาที่ไหนทั้งนั้น หน้าเธอยังไม่อยากมอง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม
“ห้อง ห้องไหนจ๊ะ” วาติยาถามเสียงอ่อนหวาน
“ห้องของคุณแก้วค่ะ” สร้อยตอบ
“ฉันขอทำซุปเสร็จก่อนนะ” วาติยาหันมาสนใจซุปในหม้อ
“คุณเชนทร์ให้คุณแก้วไปหาตอนนี้เลยค่ะ คุณแก้วรีบไปเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณเชนทร์อารมณ์ไม่ดี ส่วนซุปสร้อยทำต่อเองค่ะ”
“เคี่ยวต่อสักสิบนาทีนะแล้วปิดแก๊สได้เลย” วาติยาสั่งสร้อย ก่อนถอดผ้ากันเปื้อนวางลงบนโต๊ะ ก้าวเดินออกไปจากห้องครัวทันที โดยไม่ได้ซักถามอันใด
วาติยาเปิดประตูห้องด้วยมืออันสั่นเทา นี่เป็นครั้งแรกที่ราเชนทร์เรียกหาเธอ หรือว่าเขาจะเปลี่ยนใจยอมรับตนเป็นภรรยา แม้ว่าวาติยาจะไม่รู้สึกอะไรกับราเชนทร์นอกจากความละอายใจ แต่ก็ยังอยากได้การยอมรับจากเขาและมารดาของเขา ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องทั้งทางพฤตินัยและนิตินัย
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห้งเหือดลง เมื่อวาติยาเห็นสองร่างกำลังก่ายกอดกันบนเตียง โดยฝ่ายหญิงไม่มีเสื้อผ้าสวมเลยสักชิ้นเดียว ส่วนราเชนทร์สวมเพียงกางเกงลำลองเท่านั้น
“ว่าไงที่รัก ฉันชวนเธอมาร่วมวงด้วย อาชีพเก่าเธอไม่ใช่เหรอ เร็ว ถอดเสื้อผ้าแล้วเดินมาขึ้นเตียง มาทำให้ฉันมีความสุขเหมือนกับที่โสเภณีคนนี้ทำ”
ราเชนทร์พูดอย่างไม่สะทกสะท้าน เช่นเดียวกับฝ่ายหญิงที่นั่งคร่อมร่างของเขาอยู่ ใบหน้าของเธอกำลังดูดเม้มอยู่ที่ยอดอกของเขา โดยไม่สนใจว่ามีบุคคลที่สามยืนอยู่ ส่วนราเชนทร์ทำใบหน้าเคลิบเคลิ้มรัญจวนโดยไม่สนใจเธอเช่นกัน
วาติยาตัวสั่น มือสั่น ขาสั่นเรียกได้ว่าสั่นทั้งตัว เธอไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน และความอดทนก็ถึงจุดสิ้นสุดลง วาติยาวิ่งออกไปจากห้องทันที
ไม่! เธอจะไม่ทนอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว
เธอต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด มีเพียงคนเดียวที่หญิงสาวนึกถึงตอนนี้ คนเดียวที่โอบกอดเธอในยามที่ท้อแท้และยามทุกข์ เธอจะระบายและถ่ายทอดให้คนคนนี้ฟังเสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน วาติยาจะไปหาคนคนนั้น คนที่เธอไม่ได้เจอมานานถึงเจ็ดเดือนแล้ว
ธาริกา พี่สาวฝาแฝด
ราเชนทร์เมื่อเห็นวาติยาวิ่งออกไปจากห้องแล้ว เขาได้ลุกไปดูที่หน้าต่างเห็นร่างของวาติยาวิ่งออกไปจากบ้าน รอยยิ้มของเขาปรากฏขึ้นบนใบหน้าก่อนจะเดินมายังเตียงนอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คืนนี้ฉันจะให้เงินเธอเพิ่มอีกสามเท่า เป็นรางวัลที่เธอทำงานได้ดีเกินคาด” ราเชนทร์ถอดกางเกงลำลองของเขาออกพร้อมด้วยชั้นในชาย สิ่งที่ผงาดอยู่กลางลำตัวของเขาทำให้ดวงตายาวรีของผู้หญิงที่นอนเปลือยกายบนเตียงเบิกกว้าง ก่อนจะแย้มยิ้มและลุกขึ้นไปหาราเชนทร์ที่ยืนอยู่ข้างเตียง ปรนนิบัติและปรนเปรอให้ราเชนทร์อย่างเต็มที่ เสียงครางระงมของผู้หญิงคนนั้นดังลั่นห้องก่อนจะสงบลงในอีกสองชั่วโมงต่อมา
ร่างสูงใหญ่นอนเอกเขนกอยู่ที่เตียงนอน หลังจากที่ผ่านกิจกรรมบนเตียงเร่าร้อนเมื่อสองชั่วโมงที่ผ่านมา เขาอาบน้ำทันทีที่ผละออกจากร่างโสเภณีคนนั้น วันนี้เขารู้สึกสบายใจและดีใจเป็นอย่างมากที่สามารถทำให้วาติยาออกไปจากบ้านหลังนี้ได้ ระยะเวลาเจ็ดเดือนที่ผ่านมาต้องทนเห็นผู้หญิงที่เขาเกลียด ผู้หญิงหิวเงินอย่างวาติยา ทำให้เขาไม่อยากกลับบ้าน ทั้งๆ ที่บ้านหลังนี้เป็นบ้านของคุณตาของเขา บ้านที่เขารักมากที่สุด จะให้ทิ้งไปก็ทิ้งไม่ได้ ชายหนุ่มจึงต้องทนอยู่และวันนี้เขาไม่ต้องทนอีกต่อไป เพราะวาติยาได้ออกไปจากชีวิตของเขาแล้ว
พรุ่งนี้เขาจะให้คนของเขาขนเสื้อผ้าและของใช้ของวาติยาไปทิ้งให้หมด ตกแต่งห้องนั้นเสียใหม่ และจะทำบุญบ้านให้พระมาไล่เสนียดจัญไรออกไปจากห้องนั้นและบ้านของเขาให้หมด คืนนี้และทุกคืนหลังจากนี้เขาจะได้หลับสนิทสักที
โดยที่ตัวเขาไม่รู้หรอกว่าจะต้องเจอกับวาติยาคนใหม่ ที่ร้ายและร้อนแรงกว่าวาติยาคนเก่าหลายร้อยเท่า และเขาเองที่จะต้องเป็นฝ่ายรับมือวาติยาคนใหม่ด้วยหัวใจของเขา
3
สวนผักเขียวขจีซึ่งมีผักนานาชนิดปลูกเต็มพื้นที่กว่ายี่สิบไร่ หญิงสาวร่างบางสวมเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนกับกางเกงยีนพอดีตัวสีน้ำเงินเข้ม บนศีรษะสวมหมวกปีกกว้างกำบังแสงอาทิตย์อันร้อนแรง เธอใช้แขนเสื้อปาดเหงื่อที่ไหลลงมาจากหน้าผาก ก่อนจะก้มลงหยิบเข่งผักใส่ท้ายรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่ของเธอ
“เสร็จหรือยังไอ้จ้อย เร็วๆ สิ เดี๋ยวไม่ทันส่งผักหรอก”
ธาริกาเจ้าของสวนผักธารทิพย์บ่นกับลูกน้องวัยสิบเจ็ดปีที่ทำงานช้าไม่ได้ดั่งใจ
“โธ่! พี่ไหม จ้อยทำจนมือจะเป็นลิงอยู่แล้ว” จ้อยบ่นกลับ
“เร็วๆ เลยไม่ต้องพูดมาก เหลืออีกสี่ห้าเข่งเอง” ธาริกาบ่นจ้อยแต่ก็ช่วยกันยกเข่งผักขึ้นไปบนรถกระบะจนหมด ธาริกากำลังนั่งประจำที่คนขับ ลุงหมายคนดูแลสวนผักก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาเธอ
“หนูไหม หนูแก้วมา นั่งร้องไห้โฮอยู่ที่ศาลาแน่ะ”
ลุงหมายบอกกับธาริกาวิ่งลงจากรถทันทีที่ได้ยิน ไม่สนใจว่าจะต้องรีบไปส่งผัก เพราะน้องสาวของเธอสำคัญที่สุด
วาติยาโผเข้าหาร่างของพี่สาวทันที ใบหน้าน้องสาวมีแต่น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด ธาริกาแฝดผู้พี่กอดร่างของน้องสาวไว้แน่นอย่างปกป้องและคุ้มครอง
“เป็นอะไรแก้ว แม่บังคับให้ทำอะไร” วาติยายิ่งร้องไห้หนักขึ้นกว่าเก่าเมื่อธาริกาพูดถึงมารดา
“พี่ไหม ฮือ แก้วทนไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว”
วาติยาพูดอยู่ที่อกของพี่สาว อกอุ่นที่คอยปกป้องและดูแลยามที่เธอท้อแม้สิ้นหวัง โดดเดี่ยวและอ้างว้าง อกอุ่นที่ไม่เคยทอดทิ้งเธอให้เผชิญกับเรื่องเลวร้ายตามลำพัง ธาริกาปล่อยให้น้องสาวฝาแฝดร้องไห้จนพอใจ เสียงร้องไห้เหือดหายเหลือเพียงแต่เสียงสะอื้น
“เล่าให้พี่ฟังได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้น”
ธาริกาดันร่างของน้องสาวออกห่าง ลูบศีรษะของวาติยาเบาๆ อย่างปลอบโยน วาติยาพยักหน้าพร้อมกับเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเจ็ดเดือนก่อนจนถึงปัจจุบันให้ฟัง ดวงตาของธาริกาเบิกกว้างเมื่อรู้ว่ามารดาบังคับให้น้องสาวทำเรื่องน่าอับอาย ไม่แปลกที่ฝ่ายชายจะรังเกียจ แต่สิ่งที่เขาทำกับน้องสาวเธอมันเกินไป
“อีตาราเชนทร์นี่ก็เหลือเกิน ตัณหากลับ มัวเมาในโลกีย์ เป็นพี่หน่อยไม่ได้ พี่จะไม่วิ่งหนี หน้าด้านโชว์หนังสดให้ดู พี่ก็จะดูให้มันรู้ไปว่าใครจะทนไม่ได้” ธาริกาพูดอย่างแค้นเคือง
“พี่เชนทร์ เขาแกล้งทำ เพื่อให้แก้วออกจากบ้านของเขา ที่จริงแล้วเขาไม่ใช่คนอย่างนั้นหรอกค่ะ” วาติยาแก้ตัวแทนราเชนทร์
“แล้วนี่จะทำยังไงต่อไป จะหนีหรือว่าจะกลับไปอยู่ในนรกตามเดิม” ธาริกาถามน้องสาว
“แก้วก็ไม่รู้ ถ้าแก้วไม่กลับไปแม่ก็ต้องลำบาก”
วาติยายังห่วงมารดาเหมือนเดิม ธาริกาส่ายหน้า เธอรู้จักนิสัยมารดาดี เห็นแก่เงิน รักความสบาย ไม่ดูดำดูดีลูกๆ
บิดาและมารดาของเธอแยกทางกันตั้งแต่เล็ก ธาริกาอยู่กับบิดา วาติยาอยู่กับมารดา แต่ไปมาหาสู่กันตลอด จนกระทั่งบิดาของเธอเสียชีวิต เธอจึงนำเงินที่ได้จากประกันชีวิตของบิดามาซื้อที่ดินเพิ่มเติม ผสมเล็กผสมน้อยจนที่ดินของเธอมีร่วมยี่สิบไร่ เธอปลูกผักสวนครัวทุกชนิดที่สามารถปลูกได้ แล้วนำไปขายที่ตลาดทั้งขายส่งและขายปลีก รายได้ต่อวันอาจไม่มากนัก แต่สามารถอยู่ได้หากประหยัดและอดออม มารดามาขอเงินเธอทุกเดือน ได้มากบ้างน้อยบ้าง แต่ระยะหลังนี้ไม่เลย ซึ่งเธอก็สงสัยอยู่ เพิ่งมารู้ความจริงจากน้องสาวว่าได้ลูกเขยเป็นมหาเศรษฐีนี่เอง
“ห่วงแต่แม่ ห่วงตัวเองบ้างสิ ระวังจะอกแตกตายสักวัน” ธาริกาต่อว่าน้องสาวไม่จริงจังนัก แต่นั่นทำให้วาติยาร้องไห้อย่างหนัก
“แก้วไม่อยากกลับไปที่นั่นพี่ไหม เขาใจร้ายกับแก้ว เขาด่าแก้ว ว่าแก้วทุกวัน พี่เชนทร์เขาไม่อยากให้แก้วอยู่ที่บ้านของเขา”
วาติยาระบายความอัดอั้นที่สุมอยู่ในอกให้พี่สาวฟัง ธาริกาคิดหาหนทางที่จะช่วยน้องให้รอดพ้นจากขุมนรกขุมนี้
“แก้วไม่ต้องกลับไปที่นั่นอีกแล้ว พี่จะไปอยู่ที่นั่นแทนแก้วเอง” ไม่รู้อะไรดลจิตดลใจธาริกาให้พูดอย่างนั้นออกไป แต่สิ่งที่เธอทำไปทั้งหมดก็เพื่อน้องสาว ใครที่ดูถูกน้องสาวของเธอ พวกเขาจะได้รับรู้ถึงการตอกกลับที่สาสม
“พี่ไหมพูดอะไรแก้วไม่เข้าใจ”
“เราสองคนเป็นฝาแฝดกัน หน้าตาก็เหมือนกันแทบทุกอย่าง ถ้าแก้วไม่บอก พี่ไม่บอก ยิ่งแม่ไม่ต้องเป็นห่วง รายนั้นไม่มีทางบอกแน่นอนเพราะถ้าบอกก็อดได้เงิน พี่จะเข้าไปเป็นคุณผู้หญิงของบ้านอิศราภักดีแทนแก้วเอง ส่วนแก้วก็อยู่ที่นี่ อยู่จนกว่าพี่จะเอาทะเบียนหย่ามาให้แก้วพร้อมกับสินสมรสจำนวนมหาศาล”
ธาริกาพูดอย่างมาดมั่น เธอต้องทำให้ได้ หากได้เงินจำนวนนั้นมา มารดาจะได้เลิกเคี่ยวเข็ญน้องสาวให้จ้องแต่จับผู้ชายรวยๆ สักที เธอสงสารน้อง เพราะน้องสาวของเธอไม่เคยได้รับอิสระทางความคิดเลย ประการสำคัญธาริกาอยากแก้แค้นแทนน้องสาว ใครร้ายมาเธอจะร้ายกลับคืนเป็นสิบเท่า
“แต่แก้วต้องช่วยพี่ แก้าต้องเล่ารายละเอียดของคนบ้านนั้นให้พี่ฟังทุกคน โดยเฉพาะนายราเชนทร์ผู้ชายปากปีจอคนนั้น พี่ขอเวลาสองวันในการบันทึกข้อมูล” ธาริกาพูดกับวาติยาด้วยท่าทางที่มุ่งมั่
“พี่ไหมแน่ใจเหรอ ที่จะทำแบบนี้” วาติยาถามพี่สาวอีกครั้ง
“แน่ใจสิ คนอย่างพี่ถ้าคิดจะสู้ก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด ไม่ว่าผลมันจะออกมายังไงพี่ยอมรับได้เสมอ” ธาริกาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “คอยดูนะพี่จะตอกกลับนายราเชนทร์ให้หน้าหงายเลย แก้วหนีมาแบบนี้นายราเชนทร์ก็ได้ใจน่ะสิ แถมมามือเปล่าด้วยยิ่งชอบใจใหญ่ จะเลิกกันทั้งทีก็ต้องได้อะไรมาบ้างแหละ”
วาติยาไม่อยากคิดภาพธาริกาต่อปากต่อคำหรือมีปากเสียงกับราเชนทร์ มันคงมันอย่าบอกใคร ต่างฝ่ายต่างแรงทั้งคู่