‘หนี้เก่า’ เป็นสิ่งที่นางกลัวจนตัดสินใจนำลูกเลี้ยงมาเป็นตัวค้ำประกันอย่างไม่ลังเล
“ดีมาก ไอ้หาญเอาเงินให้เจ้เขาไปต่อทุนซักแสนซิ”
สิ้นเสียงสั่งชายร่างใหญ่หน้าเหี้ยมนามว่าหาญก็หยิบซองสีน้ำตาล ที่ข้างในบรรจุเงินจำนวนหนึ่งแสนบาทไปยื่นให้กับนางมดแบบรวดเร็วทันใจ
นางมดรับและเปิดดูข้างในแล้วต้องตาโต เงินแบงก์พันเรียงเบียดเสียดกันอยู่ในซองเป็นตับ แค่นี้สำหรับนางก็ถือว่าคุ้มแล้วกับการเอาตัวลูกเลี้ยงมาค้ำประกัน
เมื่อตกลงเงื่อนไขกันต่ออีกเล็กน้อยนางมดก็เดินถือเงินหน้าบานออกจากห้องไป และแน่นอนเงินจำนวนนี้ก็จะถูกนำไปต่อทุนในวงพนันด้านล่างนี้เอง ตอนนี้ภายในห้องทำงานสุดหรูจึงเหลือแค่ไอ้หาญกับผู้เป็นนายที่จะมีการสั่งงานเพิ่มเติม
“วันนี้และพรุ่งนี้ปล่อยให้มันเล่นได้ไปก่อน แต่ในวันมะรืนนี้ให้ทยอยเอาเงินทุกบาททุกสตางค์ของกูคืนมาให้หมด แล้วหลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์ให้พวกมึงไปเรียกเก็บคืนทั้งต้นทั้งดอกทันที โดยไม่มีข้อต่อรองหรือข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น”
“ครับนาย” ไม่ต้องอธิบายซ้ำหลายครั้งให้มากความ ไอ้หาญคนรู้ใจที่ทำงานร่วมกันมานานน้อมตัวรับคำสั่งแล้วเดินออกไปพร้อมปฏิบัติหน้าที่ในทันที ปล่อยให้เจ้านายจอมวางแผนนั่งเหยียดยิ้มอย่างสะใจอยู่ภายในห้องเพียงลำพัง
พีรยาเป็นหญิงสาวรูปร่างเล็กกะทัดรัดแต่สิ่งที่ผู้หญิงควรจะมีกลับไม่เล็กอย่างที่ควรจะเป็น อกเป็นอก เอวเป็นเอว สะโพกเป็นสะโพกบวกกับหน้าตากลมมนเครื่องหน้ากระจุ๋มกระจิ๋มปากนิดจมูกหน่อย นั่นทำให้หญิงสาวสะดุดตาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น และที่ยิ่งไปกว่านั้นหญิงสาวเป็นคนเดียวที่กล้าปฏิเสธคำเชิญชวนของเขา แถมยังด่าสาดเสียเทเสียทันทีที่เขาแสดงตัวให้เธอรู้ว่าเป็นใครและยิ่งใหญ่ขนาดไหน คราวนี้แหละเธอไม่รอดมือเขาแน่ อนลคิดอย่างหมายมาด
ณ โรงแรมสุดหรูแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ ภายในห้องสี่เหลี่ยมกว้างใหญ่ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหราสมราคาแสนแพง ร่างใหญ่ที่นอนกอดก่ายร่างบอบบางด้วยสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงขนาดคิงไซส์ มีอันต้องสะดุ้งตื่น ดีดตัวลุกขึ้นนั่งแทบจะทันที ที่เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือที่เขาตั้งไว้เป็นพิเศษสำหรับผู้เป็นแม่ดังขึ้น และแน่นอนถ้าเขาไม่รีบรับชะตาอาจขาดโดยไม่รู้ตัว
ทันทีที่กดรับสายคุณนายสมรก็ไม่ได้ให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างขัตติยะได้ตั้งตัวนางสวดยับชนิดที่ชายหนุ่มได้แต่อ้าปากค้างฟังอย่างเดียว และก่อนวางสายนางยังกำชับไว้ว่ากลับให้ถึงบ้านภายในครึ่งชั่วโมง ดังนั้นสิ่งที่ชายหนุ่มพอจะทำได้นั่นก็คือตอบรับว่า ‘ครับ’ แล้วรีบกระโจนลงจากเตียงนอนไปเข้าห้องน้ำอย่างทำเวลา
“จะกลับแล้วเหรอคะ”
“ครับ” ชายหนุ่มตอบโดยไม่คิดจะหันไปมองหญิงสาวที่นั่งตัวเปลือยเปล่าอวดหน้าอกหน้าใจมหึมาของตนอยู่บนเตียงกว้าง เพราะเขายังคงวุ่นอยู่กับการแต่งตัว ที่มีเวลาอยู่จำกัดอย่างเร่งรีบ
“แล้วเก่งจะมาหาลักษณ์อีกเมื่อไหร่ล่ะคะ” ลักษณ์หรือลักษณ์นาราคู่ควงคนล่าสุดของชายหนุ่มเอ่ยเสียงออดอ้อน
“เอาไว้ผมโทรหาอีกทีแล้วกัน...แล้วนี่เอาไปชอปปิงแก้ขัดไปก่อน ไว้วันหลังผมจะพาไปกินข้าวนะครับ” ขัตติยะหยิบเงินจำนวนหนึ่งออกจากกระเป๋าหนังราคาแพง แล้ววางลงบนมือของหญิงสาว ก่อนจะก้มลงจูบปากอวบอิ่มนั้นเป็นการส่งท้าย แล้วรีบหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างเร่งรีบ
“แกมาช้าไปสิบนาที” คุณนายสมรที่นั่งหน้าเชิดรอลูกชายตัวดีตั้งแต่เช้ายันสายเอ่ยทักเสียงเข้ม
“แม่คร๊าบบบ จากนู้นมานี่มันไม่ใช่แค่ร้อยสองร้อยเมตรนะครับ” ขัตติยะโอดครวญพร้อมกับพาร่างสูงของตัวเองเข้าสวมกอดผู้เป็นแม่อย่างออดอ้อน เผื่อมันจะทำให้คนที่นั่งหน้าตึงอยู่บนโซฟาอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง
“ไม่ต้องมาแก้ตัว เมื่อคืนแกหายหัวไปไหนมา บ้านช่องไม่ยอมกลับ เดี๋ยวนี้ชักเอาใหญ่แล้วนะ”
“โธ่แม่ นานๆ ทีนะครับ ไม่ใช่ทุกวันสักหน่อย อย่าบ่นไปเลยน่า และอีกอย่างผมก็ผู้ชายนะครับท้องไม่ได้”
“ก็ใช่ซี้...แกเป็นผู้ชายท้องไม่ได้ แต่อย่าลืมนะว่าแกสามารถทำให้ผู้หญิงท้องได้”
ประโยคนี้ทำให้ขัตติยะถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งเหมือนกัน แต่พอคิดว่าตัวเองไม่เคยเผลอไผลและมีความรอบคอบป้องกันทุกครั้ง เรื่องทำนองนี้คงไม่มีทางเกิดขึ้นกับเขาแน่นอน
“ผมไม่เคยพลาด!” เขาบอกย้ำผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ก็ดี๊! ฉันจะได้สบายใจ ที่ไม่ต้องรับผู้หญิงใจแตกมาเป็นสะใภ้ รู้ไว้เลยนะตาเก่ง ผู้หญิงที่จะมาเป็นสะใภ้ของบ้านกิตติกร จะต้องเป็นคนนิสัยและจิตใจดี ที่สำคัญต้องรักแก่จากใจใช่ที่ทรัพย์สมบัติที่แกมีอยู่”
“เรื่องนั้นผมทราบดีครับ และผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณแม่ผิดหวังแน่นอน”
“ดีมากจ้ะ และก่อนที่แกจะหาผู้หญิงอย่างนั้นเจอ แม่ก็อยากแนะนำให้รู้จักกับลูกสาวของเพื่อนแม่เอาไว้ เผื่อจะเป็นคนที่ใช่...น้องปาล์มเพิ่งกลับมาจากเมืองนอกเป็นผู้หญิงน่ารักนิสัยดี…” และก่อนที่ผู้เป็นแม่จะร่ายคุณสมบัติอันเลิศหรูของน้องปาล์มอะไรนั่นมากไปกว่านี้ ขัตติยะยกมือขึ้นเป็นการห้ามและพูดแทรกขึ้น
“พอก่อนครับคุณแม่ ผมว่านี่คงไม่ใช่การแนะนำให้รู้จักกันธรรมดาหรอกมั้งครับ เหมือนคุณแม่อยากได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้” ขัตติยะคาดเดาเสียงอ่อน
“ก็เออน่ะสิ” คุณนายสมรยอมรับหน้าตาย
“นิสัยจะดีและน่ารักจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้” ชายหนุ่มบ่นขึ้นลอยๆ
“น่ารักสิแม่เคยเจอน้องมาแล้วครั้งหนึ่ง”
“ก็แค่ครั้งเดียวแสดงละครตบตาหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“แล้วแกจะเอายังไง คนโน้นก็ไม่ดีคนนี้ก็ไม่เอา เอ๊ะ! หรือว่าแกเป็นเกย์ห๊าตาเก่ง” คุณนายสมรมองลูกชายอย่างคาดคั้น
“เฮ้ย! จะบ้ากันไปใหญ่แล้ว ผมผู้ชายทั้งแท่งนะครับแม่” ขัตติยะปฏิเสธหน้าตาตื่น ไม่คิดว่าคนเป็นแม่จะคิดไปไกลขนาดนี้
“ไม่ได้เป็นเกย์ งั้นอย่าบอกน่ะว่าแกมีแฟนแล้ว”
เมื่อได้ยินการคาดเดาต่อมาของคนเป็นแม่ ขัตติยะนิ่งคิดเล็กน้อย ว่านี่เป็นการดีก็ได้ที่แม่เขาคิดอย่างนี้ ก่อนจะรับสมอ้าง “ยอมรับก็ได้ครับ...เป็นอย่างแรกมากกว่า อย่างที่คุณแม่พูดมาแหละครับว่าผมมีแฟนแล้ว และคุณสมบัติของเธอตรงตามที่คุณแม่ต้องการเป๊ะ” คนถูกกล่าวหาว่าเป็นเกย์รีบปฏิเสธหน้าตาตื่นพร้อมกับแก้ข้อกล่าวหา โดยการรีบเออออห่อหมกไปตามการคาดเดาอย่างแรกของผู้เป็นแม่ทันที
“จริงเหรอ! แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก ปล่อยให้แม่แอบเข้าใจผิดๆ”
“กะ...ก็ผมไม่คิดว่าแม่จะหาผู้หญิงให้ผมนี่ครับ กะว่าถ้าพร้อมแต่งเมื่อไหร่จะพามาเซอร์ไพรส์ทีเดียวเลย” พูดจบชายหนุ่มก็หัวเราะกลบเกลื่อน ภาวนาให้ผู้เป็นแม่เชื่อเรื่องโกหกที่เขาแต่งขึ้นแบบสดๆ ร้อนๆ และเลิกคิดเรื่องที่จะจับคู่ให้เขาด้วยเถิด
“แก่นี่มันน่าตีจริงๆ เลย เอาเป็นว่าเรื่องของแกกับหนูปาล์มแม่ตัดใจก็ได้ แต่เรื่องนัดกินข้าวสิ้นเดือนนี้ยังคงต้องมี และวันนั้นแกก็ต้องอยู่” คุณนายสมรกำชับ แม้จะเสียดายลูกสาวของเพื่อนสนิท แต่นางก็ไม่อยากจะเข้าไปบงการชีวิตของลูกชายมากมายนัก แค่รู้ว่ากำลังคบอยู่กับผู้หญิงดีๆ แค่นี้นางก็ดีใจแล้วละ
“คร๊าบบบ แล้วทีนี้ผมขอตัวขึ้นไปพักผ่อนได้หรือยังล่ะครับ”
“ยัง! เพราะแม่เพิ่งคิดอะไรดีๆ อย่างหนึ่งออกแล้วล่ะ คืองี้นะวันที่พวกเรานัดกินข้าวกันที่บ้าน มันก็ตรงกับวันอาทิตย์พอดี แม่ว่าวันนั้นแกน่าจะถือโอกาสเปิดตัวแฟนแกกับแม่และทุกคนไปเลยดีกว่านะ เพราะที่จริงเพื่อนของแม่คนนี้เขาก็หวังจะได้แกไปเป็นเขยเหมือนกัน ถ้ารู้ว่าแกมีแฟนแล้วเขาจะได้ตัดใจยังไงล่ะ นะตกลงตามนี้แล้วกัน”
“ห๊า! พามาเปิดตัว ผะ...ผมว่าไม่ดีมั้งครับ คือเธอต้องทำงานคงจะไม่ว่าง” ขัตติยะอุทานเสียงหลง เริ่มตระหนักแล้วว่าเขากำลังหาเรื่องใส่ตัวเองแล้วไหมล่ะ
“ก็แม่บอกแล้วไงว่าวันนั้นเป็นวันอาทิตย์”
“แต่ว่า...”
“หรือว่าเรื่องทั้งหมดที่เล่ามา มันเป็นเรื่องที่แกแต่งขึ้นเพื่อหลอกแม่เท่านั้นห๊า! แต่ที่จริงแล้วแกเป็นเกย์” คุณนายสมรหันมาหรี่ตามองลูกชาย ที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างจับผิด
“โธ่แม่…ผมมีแฟนแล้วจริงๆ...ก็ได้ๆ ครับ วันนั้นคุณแม่เตรียมตัวพบว่าที่ลูกสะใภ้ผู้เพียบพร้อมได้เลย” ขัตติยะครางออกมาอย่างอ่อนใจ เมื่อคนเป็นแม่พยายามจะยัดข้อหาให้เขาเสียเหลือเกิน
“โล่งอก...แล้วแม่จะรอ ที่จริงแกน่าจะพามาทำความรู้จักกับแม่ก่อนด้วยซ้ำนะ”
“โอ๊ย! ไม่ได้หรอกครับช่วงนี้เธอไม่ว่างเลย เอาเป็นวันนั้นแหละดีแล้วครับ” ขัตติยะรีบบอกปัดเป็นพัลวัน
“ก็ได้ รอมาได้ตั้งนาน รออีกสักนิดจะเป็นไรไป...แล้วนี่แกกินข้าวเช้ามาหรือยังล่ะ”
“ยังเลยครับ แม่โทรเรียกผมก็ตรงเข้าบ้านเลย”
“แม่ก็รอแกอยู่...งั้นก็ขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าซะให้เรียบร้อย แล้วลงมาทานข้าวพร้อมกันนะ...เดี๋ยวแม่จะไปดูในครัวก่อนว่าต้องสั่งทำอะไรเพิ่มอีกหรือเปล่า”
“ครับ” ขัตติยะรับคำพลางเดินถอนหายใจขึ้นห้องด้วยท่าทีอ่อนระโหยโรยแรง เขายังคิดไม่ออกเลยว่าจะไปหาผู้หญิงที่ดีพร้อมทั้งกายและใจได้จากที่ไหน ถ้าญาตาวีผู้หญิงที่เขาเคยรักข้างเดียวมานานหลายปี ยังอยู่ก็ดีสิ จะได้ขอความช่วยเหลือ แต่น่าเสียดายมันเป็นไปไม่ได้ เพราะเธอแต่งงานและได้ย้ายไปอยู่บ้านสามีที่เป็นนักธุรกิจได้หลายปีแล้ว เหลือไว้ก็แต่ยายลิงทโมนเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทของหญิงสาวอย่างพีรยาเอาไว้เท่านั้น และดูท่าจะไม่มีประโยชน์และช่วยเหลืออะไรเขาไม่ได้สักนิด
แต่ก็เอาเถอะ กว่าจะถึงวันนั้นก็เหลือเวลาอีกตั้งอาทิตย์กว่าๆ ฟ้าอาจจะเห็นใจดลบันดาลให้เขาเจอผู้หญิงดีๆ แบบที่ผู้เป็นแม่ต้องการสักคนก็ได้ หรือไม่ก็ระหว่างนี้เขาก็อาจจะเฟ้นหาเอาจากผู้หญิงในสังกัดดูว่าใครที่พอจะแสดงบทบาทอันแสนดีนี้ได้แนบเนียนบ้าง