ตอน 1

“นี่คุณ แครอทหัวนี้ฉันหยิบก่อน” เพลินตาหันไปถลึงตาเข้าใส่ชายหนุ่มแปลกหน้า

นิรันดร์ยอมปล่อยแต่โดยดีเพราะเขาไม่อยากมีเรื่องกับผู้หญิง แต่พอหันไปหยิบหัวผักกาด เธอก็หยิบหัวเดียวกับเขาอีก

“สงสัยว่าคุณจะใจตรงกับผมแล้วล่ะ”

“เอ๊ะ! คุณ ฉันไม่อยากไปใจตรงกับคุณหรอก” เธอสะบัดมือพยายามดึงหัวผักกาดออกมา แต่เขาก็รั้งเอาไว้

“ไม่ปล่อยมือฉันใช่ไหม ได้!” เธอกระทืบเท้าเขาเต็มแรง ทำเอานิรันดร์ถึงกับร้องเสียงหลง

“ฝากไว้ก่อนยัยตัวดี”

“ไม่รับฝาก” เธอแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขา ก่อนจะเข็นรถผักหนีไปจ่ายเงิน นิรันดร์เองก็ทำอะไรไม่ได้เพราะสถานที่สาธารณะ ถ้าเขาทำอะไรลงไป คงโดนหาว่ารังแกผู้หญิงหรือโรคจิตเป็นแน่

ฝากไว้ก่อน เจอกันรอบหน้าจะจับตีก้นเสียให้เข็ด!!!

ยัยเด็กบ้าเอ๊ย!!!

เขาเคยเจอผู้หญิงแสบๆ มาเยอะ แต่ไม่เคยเจอใครแสบเท่าเธอมาก่อน

นิรันดร์รีบเข็นรถไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ เขาไม่เจอยัยเด็กตัวแสบนั่นอีก คงจ่ายเงินและหนีขึ้นรถไปแล้ว

ชายหนุ่มกลับห้องมาทำอาหารเหมือนเช่นทุกครั้ง เพราะเขาชอบทำอาหารรับประทานเอง วันนี้เป็นวันหยุดเขาจึงมีเวลาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ กิจกรรมที่เขาทำในวันหยุดคือทำอาหารและอ่านหนังสือ หลังจากนั้นก็นอนหลับพักผ่อน ตกเย็นก็หันมาออกกำลังกาย

นิรันดร์เป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างและจำหน่ายวัสดุก่อสร้างในต่างจังหวัด เขามีคอนโดมิเนียมส่วนตัวอยู่เป็นของตัวเอง เนื่องด้วยสะดวกและใกล้ที่ทำงาน เขาไม่ได้ทำงานอยู่แต่ในอ๊อฟฟิศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เขาต้องออกไปดูหน้างานด้วย

ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ เขาต้องประคับประคองบริษัทให้อยู่รอด พยายามที่จะไม่เอาพนักงานออก เพราะทุกคนก็มีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัวหรือเลี้ยงดูตัวเอง เขาก็ตกลงกับพนักงานว่าจะไม่ขึ้นเงินเดือนให้ แต่ก็ไม่ไล่ใครออกหรือบีบใครออกแน่นอน ประคับประคองกันไปให้ตลอดรอดฝั่ง เศรษฐกิจดีเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง

เลขาคนสนิทของเรามาขอลาออกเพื่อไปแต่งงานเนื่องด้วยมีสามีอยู่ต่างประเทศ เขาเองก็ยินดีด้วย แม้บริษัทไม่ได้มีนโยบายรับพนักงานใหม่ แต่หากมีพนักงานออกและมีตำแหน่งว่างเขาก็ยังรับสมัครเหมือนเดิม เพราะหากขาดบางตำแหน่งที่สำคัญไป จะทำให้งานค่อนข้างติดขัด

ดีที่เขามีธุรกิจหลายอย่าง มีสายป่านที่ยาวพอสมควร ทั้งธุรกิจบ้านเช่า อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ร้านอาหาร และมีที่ดินทำการเกษตรเอาไว้อีกหลายร้อยไร่ ธุรกิจไหนไปไม่รอดหรือเจ๊งเขาก็ยังมีธุรกิจอย่างอื่น หรือทรัพย์สินอย่างอื่นสำรองเอาไว้ ไม่ได้ลำบากเสียทีเดียว

ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ข้าวยากหมากแพง อีกทั้งยังมีโควิดระบาด เขารับสมัครเลขาแค่ตำแหน่งเดียวแต่กลับมีคนมาสมัครนับร้อยคนจนเขาต้องปิดรับสมัครแทบไม่ทัน เพราะมันเยอะมาก คิดว่าน่าจะสัมภาษณ์ไม่ไหวแน่ๆ

นิรันดร์เลยใช้วิธีคือให้ผู้จัดการสัมภาษณ์ก่อน คัดกรองคนที่มีความสามารถหรือเคยมีประสบการณ์มาก่อน

เขาเองคิดว่าคนบางคนอาจจะไม่มีคุณสมบัติเลขานุการเลย แต่ก็อยากมาสมัครงาน สมัครไว้ก่อนขอให้ได้งาน ซึ่งเขาไม่พร้อมที่จะสอนงานใครในเวลานี้ เขาอยากได้คนที่เข้ามาและทำงานได้เลย

นิรันดร์เบรกรถแทบไม่ทันเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งทะเล้อทะล้าเดินข้ามถนนแบบไม่มองทาง เขาเบรกรถจนหัวทิ่ม เสียงล้อรถเบียดไปกับถนน จนได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้คนที่ดังระงมไปทั่วบริเวณ

นิรันดร์สบถอย่างหัวเสีย เขารีบลงไปจากรถ ต่อว่าหญิงสาวคนนั้นในทันที

“นี่คุณ! เดินยังไงห้ะ”

“แล้วคุณขับรถยังไง เกือบชนฉันแล้วเห็นไหม”

“นี่คุณ/นี่คุณ” ทั้งสองชี้หน้ากันกลางสี่แยกไฟแดง ก่อนที่เสียงแตรรถจะบีบไล่หลัง

“ฝากไว้ก่อน ยัยตัวแสบ” นิรันดร์จำต้องวิ่งไปขึ้นรถขับออกไปเพราะโดนด่า รถด้านหลังติดยาวเป็นพรืด

“ฝากไว้ก่อน อย่าลืมมาเอาคืนล่ะ ฝากไว้หลายรอบแล้วนะ” เพลินตาย่นจมูกใส่ ก่อนจะรีบวิ่งข้ามถนนไปอีกด้าน เธอต้องรีบไปสัมภาษณ์งานในตำแหน่งเลขา เนื่องด้วยเธอกำลังตกงาน บริษัทเก่าปิดกิจการ หรือจะเรียกง่ายๆ ว่าเจ๊งก็ย่อมได้ นั่นทำให้เธอต้องหางานใหม่

เธอมีเพื่อนรักอยู่หนึ่งคนชื่อมินตรา ติดต่อกันมาตลอดเพราะรู้จักกันมาตั้งแต่อนุบาล มินตรานั้นแต่งงานแต่งการต้องย้ายไปอยู่เมืองนอกกับสามี ตำแหน่งที่ว่างลง มินตราจึงให้เธอมาสมัครงานที่นี่ อาจเพราะเธออยากหลีกหนีจากความชอกช้ำใจ เลยดั้นด้นมาถึงจังหวัดทางภาคเหนือแห่งนี้

ในช่วงวิกฤติของชีวิต ตอนที่เธออยู่ในเมืองกรุงฯ เธอทั้งตกงาน แถมหางานใหม่ทำไม่ได้ บ้านและรถโดนยึด แถมยังโดนแฟนทิ้งอีกด้วย เธอเลยต้องระเห็จมาที่นี่ ด้วยว่ามินตราเพื่อนรักบอกเธอว่าที่นี่ค่าครองชีพต่ำ ไม่จำเป็นต้องมีเงินเดือนเยอะ ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบาย

นิรันดร์จอดรถอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเห็นยัยเด็กสาวตัวป่วนวิ่งเข้าไปในบริษัทรับเหมาก่อสร้างของเขา เขากะพริบตาปริบๆ เธอเป็นลูกค้าหรือมาทำอะไรที่บริษัทของเขา ทำให้เขาต้องเดินไปแอบดู

นิรันดร์เห็นว่าเธอมาสมัครงานในตำแหน่งเลขาของเขา ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาทันที!

เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเธอเห็นหน้าเขาจะทำหน้ายังไง ตอนเขาสัมภาษณ์งานเธอ

เพลินตารู้สึกตื่นเต้นจนมือเย็นเยียบไปหมด เธอคาดหวังกับการสัมภาษณ์งานครั้งนี้มาก ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะเธอนั้นมีเงินติดตัวไม่มาก ถ้าเธอไม่ได้งานนี้คงต้องไปนอนข้างถนนแน่ๆ

คนไร้ญาติขาดมิตรแถมยังถูกแฟนทิ้งอีกไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร เธอเห็นคนมาสมัคงานนับร้อยคนก็ถึงกับใจแป้วไปเลยทีเดียว แต่เข้าไปสัมภาษณ์งานเมื่อไหร่เธอจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เธอมีประวัติการทำงานที่ดี แถมเรียนจบได้เกียรตินิยมด้วย เธอต้องได้งานนี้สิ

มินตราแนะนำให้เธอมาสมัครงาน แต่ไม่ได้ฝากฝังเธอกับเจ้านายของหล่อนเหมือนอย่างที่คนอื่นทำกัน ด้วยเหตุผลที่ว่าเจ้านายของมินตราไม่ชอบเส้นสายและรับคนที่ความสามารถมากกว่าฝากฝัง ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้ต้องการให้มินตราเพื่อนรักตอ้งทำอะไรเช่นนั้นด้วย

มีคนเคยบอกว่าถ้าเรามั่นใจว่าจะทำสิ่งไหนได้ เราก็จะทำสิ่งนั้นได้ เธอมั่นใจว่าต้องสัมภาษณ์งานได้ ก็ต้องสัมภาษณ์ได้สิ

เพลินตารู้ว่านี่เป็นการหลอกตัวเอง ให้มีกำลังใจมากขึ้น เธอไม่ได้แต่งตัวทันสมัยหรือเข้าสังคมเก่ง แต่คิดว่าแค่ทำงานเก่ง แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วสำหรับต่างจังหวัดเช่นนี้

“คุณเพลินตา เชิญสัมภาษณ์งานครับ” เสียงเรียกนั้นทำให้เพลินตาดีดตัวลุกขึ้นอย่างตื่นเต้น ตอนสัมภาษณ์งานครั้งแรกหลังจากเรียนจบทำไมเธอไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้นะ แต่รอบนี้มันเพิ่มความกดดันเข้าไปอีกเท่าตัว ที่บ้านไม่เหลืออะไร พ่อแม่ที่จากโลกนี้ไปทิ้งหนี้สินก้อนใหญ่เอาไว้ ทำให้เธอจำต้องขายบ้าน ขายรถ ขายทุกอย่างเพื่อใช้หนี้ แฟนหนุ่มที่บอกว่ารักกันหนักหนาตีตัวจากเมื่อรู้ว่าเธอเหลือแต่ตัวแถมยังตกงานอีก

ที่เจ็บใจไปมากกว่านั้นก็คือเขากำลังได้ดิบได้ดีในงานการที่ทำอยู่ และหันไปคบกับลูกสาวเจ้าของบริษัทอย่างหน้าชื่นตาบาน

ความรักไม่มีในโลก มีแต่ความหลอกลวง นั่นคือสิ่งที่เพลินตาคิดอย่างเคืองแค้นระคนเสียใจที่หลงคบกับการันต์อยู่ได้เป็นนานสองนาน

เพลินตาพยายามเดินตัวตรงยืดอกอย่างมั่นอกมั่นใจเข้าไปในห้องของผู้บริหาร ไม่ว่าเธอจะจนกรอบและกำลังจะไม่มีที่ซุกหัวนอนแค่ไหน เธอก็ต้องมั่นใจในตัวเองเอาไว้ก่อน เธอจะเป็นเลขาผู้บริหาร ถึงแม้จะเป็นผู้บริหารบริษัทเล็กๆ ต่างจังหวัดเช่นนี้ แต่เธอก็ต้องดูดีในระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ค่อยมั่นใจกับชุดที่สวมใส่นัก

เธอจะทำท่าให้น่าเชื่อถือ เจ้านายจะได้อยากรับเธอเข้าทำงาน

“วะ... ว้าย!” เพลินตาคิดว่าเสื้อผ้าหน้าผมของเธอน่าจะพอไปวัดไปวาได้ แต่เธอดันเดินสะดุดขาตัวเองจนหกล้ม หญิงสาวอยากจะกรีดร้องให้ความซุ่มซ่มของตัวเองนัก

ตอน 2

เธอยังได้ยินเสียงขำของคนในห้อง อย่าบอกนะว่า... ว่าที่เจ้านายคนใหม่ของเธอหัวเราะเยาะเธอ

เขาเป็นผู้ชายประเภทไหนกันนะ ถ้าไม่ติดว่าเธอต้องมาของานเขาทำ เธอจะตั้นหน้าเขาให้ดั้งหักเลย

“ซุ่มซ่ามไม่มีใครเกิน” เสียงคุ้นๆ นั้นทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมอง เพลินตาถึงกับตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อเห็นว่าใครที่มายืนอยู่ตรงหน้าของเธอ

หญิงสาวรีบลุกขึ้น สะบัดมือของเขาที่ยื่นมาให้การช่วยเหลืออย่างโกรธๆ

“ไม่จำเป็น”

“หมายความว่าคุณไม่อยากสัมภาษณ์งานกับผม” ประโยคของเขาทำให้เธอชะงักกึก ก่อนจะปรับสีหน้าเสียใหม่ แย่แล้ว ผู้ชายคนนี้เป็นเจ้าของบริษัทอย่างนั้นเหรอ เธอเจอเขาสามครั้งแล้วนะ แต่ทำตัวไม่น่ารักกับเขาเอาเสียเลย

เพลินตาท่องเอาไว้ในใจเพื่องานเพื่อเงิน และเพื่อที่อยู่ เธอไม่อยากไปนอนข้างถนน นี่ก็เอาของมีค่า ออกมาขายจนหมดตูดแล้ว นั่นก็คือทองที่เธอแอบเก็บสะสมเอาไว้ ถ้าต้องขายอีกก็คงขายตัวเป็นแน่

“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ”

“อ้อ... เหรอครับ ผมเห็นคุณทำหน้าหงิกงอใส่ผม ผมนึกว่าคุณไม่อยากทำงานกับผมเสียอีก”

“ฉันแค่นิ่วหน้าเพราะเจ็บค่ะ เมื่อกี้ฉันล้ม มันเจ็บน่ะค่ะ” เธอโกหกคำโต ฉีกยิ้มกว้างขวางใส่เขา

“เชิญนั่งสิคุณเพลินตา ธนกร” เขาผายมือให้เธอนั่ง เธอก็จำต้องนั่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะยืนสัมภาษณ์ก็ดูจะไร้มารยาทจนเกินไป

เธอเหลือบมองป้ายชื่ออันศักดิ์สิทธิ์ของเขา นิรันดร์ เลิศทรัพย์สกุล ก่อนจะคิดในใจ คนอะไรชื่อนิรันดร์

แล้วคนอะไรชื่อเพลินตาล่ะ ถ้าเขาสวนกลับเธอจะตอบยังไง ชื่อแส้คงไม่สำคัญเท่านิสัยกระมัง เธอขยับตัวอย่างอึดอัด มองเขาอ่านประวัติของเธอซ้ำๆ แล้วลุ้นจนตัวโก่ง เขาจะรับหรือไม่รับก็เอาสักอย่าง จะสัมภาษณ์หรือไม่สัมภาษณ์ก็บอกมา เธอพร้อมมากตอนนี้

ไม่ใช่พร้อมตกงานอย่างถาวร แต่พร้อมคุกเข่าลงไปอ้อนวอนขอร้องให้เขารับเธอเข้าทำงาน!!!

“ใช่ค่ะ” เธอตอบอย่างยิ้มแย้ม

“ชื่อเพราะ มีประสบการณ์ทำงาน คุณแน่ใจเหรอว่าคุณทำงานได้ทุกอย่าง” ประโยคคำถามของว่าที่เจ้านายหนุ่ม ทำเอาเธอถึงกับกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะรีบพยักหน้าฉีกยิ้มกว้าง

“ใช่ค่ะ ฉันทำงานได้ทุกอย่างค่ะ” เธอรีบตอบรับ นี่เป็นนิมิตรหมายอันดี แสดงว่าเขาสนใจที่จะรับเธอเข้าทำงาน

“ถ้าทำงานได้ทุกอย่าง งั้นผมรับคุณเข้าทำงาน”

“คะ!” เธอหลุดอุทานออกมาทำสีหน้าตกใจไม่น้อย ก่อนจะเอ่ยขอบคุณเขา ท่าทีดีใจของเจ้าหล่อนทำให้เขารับไหว้แทบไม่ทัน

ยายเด็กนี่ก็มีมารยาทเหมือนกันนะ นิรันดร์คิดในใจ

“เอาละ ที่ผมรับคุณเข้ามาเป็นเลขาเพราะคุณทำงานทุกอย่างได้จริงๆ นะ”

“ฉันทำงานได้ทุกอย่างหรือคุณไม่เชื่อ” เธอเชิดหน้าขึ้น ไม่ชอบให้ใครมาสบประมาท

“ก็ต้องทดสอบกันก่อน” เขาตรงเข้าหากอดรัดเธอแนบอก ก่อนจะบดจูบริมฝีปากอวบอิ่มนั้น

“อือ... อะไรของคุณ ปล่อยนะ” เธอดิ้นหนี ส่ายหน้าไปมามองเขาอย่างเอาเรื่อง

“บอกให้ปล่อยยังไงล่ะ”

“ไหนบอกว่าทำได้ทุกอย่างยังไงล่ะ”

“ฉันมาทำงานไม่ได้มาขายตัว ถ้าคุณไม่ได้อยากรับฉันเข้าทำงานจริงๆ แค่อยากจะรังแกหรือแกล้งก็ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”

น้ำตาที่รื้นขึ้นมาจากหน่วยตาทำให้เขาอึ้งไป นิรันดร์ไม่เคยทำกับผู้หญิงคนไหนแบบนี้มาก่อน เขารู้สึกว่าตัวเองนิสัยไม่ดีเอามากๆ และใจของเขาก็ไม่ได้คิดจะรับเธอเข้าทำงานแต่แรก เลยทำให้รู้สึกผิดวูบขึ้นมาในอก

เขาร้องเสียงหลงเมื่อโดนเข่าของเธอกระแทกเข้าเต็มๆ หว่างขา ในขณะที่เขากำลังเผลอ

“นี่คุณทำอะไรของคุณ”

“ถึงฉันจะไม่มีกิน ฉันก็ไม่เคยคิดที่จะขายตัว” เสียงประโยคหลังเธอแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด

แต่เธอจะไม่มีวันยอมก้มหัวให้คนอย่างเขาแน่นอน เธอหันไปอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจ

“ฉันไม่ทำงานกับคนชีกอแบบคุณหรอก”

“ผมล้อคุณเล่น ก็คุณบอกว่าทำได้ทุกอย่าง” นิรันดร์รีบพูด เขามีความรู้สึกว่าเหมือนตัวเองต้องรับผิดชอบเธอที่เรียกเธอมาสัมภาษณ์ คราแรกคิดแค่จะแกล้งและไม่รับ แต่พออ่านประวัติของเธอ ทั้งเรียนเก่งได้เกียรตินิยม ทั้งเคยผ่านการทำงานมาก่อน ไม่มีประวัติด่างพร้อย เขาก็สนใจอยากรับเธอเข้ามาทำงานในทันที

“ทำได้ทุกอย่างคือทำงาน ไอ้บ้า!” เธออยากจะถอดรองเท้าตบหน้าเขานัก ชีกอเอ๊ย!

“งานเดี๋ยวนี้หายากนะคุณ” นิรันดร์เห็นหญิงสาวเอาจริง จะเดินหนีเขาจริงๆ เขาจึงรีบเรียกเธอเอาไว้ เพลินตาชะงัก ก่อนจะหันมายืดอกมองเขาอย่างไม่แคร์

“หายากแล้วไง ฉันไม่ทำงานกับคนแบบคุณแน่นอน ไอ้ชีกอเอ๊ย!” เธอย่นจมูกใส่เขาอีก ก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีออกไปจากห้อง ทำเอานิรันดร์กะพริบตาปริบๆ ไม่คิดว่าเธอจะไปจริงๆ ก็เห็นเธอกระตือรือร้นอยากจะทำงานกับเขานี่นา

เอาจริงดิ๊! หนึ่ง สอง สาม ยังไงก็ต้องหันมาแน่ๆ

“ผมขอโทษก็ได้ ที่ทำแบบนั้นกับคุณไป” เธอเดินใกล้จะถึงประตู เขาก็พูดขึ้น คนที่ยิ้มในหน้า พยายามเดินให้ช้าที่สุดชะงัก ก่อนจะหันมาทำหน้าขรึม

“คุณว่ายังไงนะ”

“ผมขอโทษคุณไง”

“อ้อ... ฉันรับคำขอโทษของคุณก็ได้ เห็นว่าคุณยังไม่มีเลขา ฉันจะทำงานในตำแหน่งเลขาของคุณก็ได้” เธอเดินมาทรุดนั่งลงที่หน้าโต๊ะทำงานของเขาเหมือนเดิม นิรันดร์หรี่ตามอง ก่อนจะพยักหน้ารับเธอเข้าทำงาน

“เซ็นสัญญานี่ด้วย” เขาเลื่อนกระดาษบางอย่างให้เธอ เพลินตาจึงนำมาอ่านรายละเอียดด้านใน

“สัญญาทาสชัดๆ” เธอถึงกับร้องออกมา เพราะข้อความในนั้นระบุว่าหากเธอทำงานไม่ครบสามเดือนจะถูกปรับถึงสิบเท่า

“จะไม่เซ็นก็ได้นะ เพราะผมก็คิดอยู่แล้วว่าเด็กอย่างคุณ คงเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ รับปากว่าทำได้ทุกอย่าง จะทำงานก็คงทำไม่ได้จริงๆ”

“ฉันเซ็น ฉันทำได้” ไม่รู้วิญญาณอะไรเข้าสิง เธอถึงได้จรดชื่อเซ็นลงไป เซ็นแล้วก็ยื่นให้เขาแบบมั่นอกมั่นใจ

“ดี” เขารับมาถือเอาไว้

“งานแรกคือไปประชุมกับผม” คนพูดดึงแขนของเธอให้เดินตาม เธอเดินตามไปจนขาขวิด นิรันดร์เห็นหญิงสาวปรับตัวกับการทำงานได้อย่างดีเยี่ยมก็ทำให้เขาถึงกับทึ่งในความสามารถของเธอไปเลยทีเดียว

“ทำงานเก่งนะ ไม่คิดว่าจะทำงานเก่งขนาดนี้” เขาเอยขึ้นหลังจากประชุมเสร็จ

“คะ? ท่านประธานชมฉันเหรอคะ” เธอเรียกเขาเหมือนที่พนักงานคนอื่นเรียก

“อะ แฮ่ม... ผมหิวข้าวแล้ว” เขาเผลอชมเธอก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง ยายเด็กแสบนี่ทำกับเขาเอาไว้เยอะ เขาจะไปชมให้หล่อนได้ใจทำไม นิรันดร์เตือนสติตัวเอง

ภายใต้ชุดคุณยายดูเฉิ่มเชยของเธอ แต่รอยยิ้มของเธอกลับกระชากใจของเขายิ่งนัก

“หิวข้าวก็ไปกินข้าวสิคะ ท่านประธาน อุ๊ย!” เธออุทานเมื่อเขาจับมือของเธอมากุมเอาไว้

“คุณต้องไปกินข้าวเป็นเพื่อนผม”

“มันไม่เกี่ยวกับงานสักหน่อยนี่คะ”

“เกี่ยวสิ เพราะว่าผมเป็นเจ้านายของคุณ คุณเป็นเลขาก็ต้องไปกินข้าวกับผม ไหนคุณบอกว่าทำได้ทุกอย่างยังไงล่ะ” เธอกลอกตาไปมาทำท่าจะปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็ต้องรับปากเพราะว่าตัวเองก็หิวอยู่เหมือนกัน ก็ดีนะไปกินข้าวกับเขา เธอกำลังถังแตกมีคนจ่ายค่าอาหารให้เธอก็จะได้รอดไปอีกหนึ่งมื้อ

“ก็ได้ค่ะ” เธอรีบรับคำให้เขาพาเข้าไปในร้านอาหาร

“ทำไมเปลี่ยนใจเร็วจัง มีแผนการอะไรหรือเปล่า” คนเอ่ยถามมองอย่างไม่ไว้วางใจ

“ท่านประธานนี่ก็แปลก อยากให้มากินข้าวด้วย พอมากินข้าวด้วยกลับบอกว่ามีแผนการอะไรหรือเปล่า” เธอจ้องหน้าเขา เขาก็พาหน้าถอยหนี ทำเอาเธอหัวเราะร่วน

“หัวเราะอะไร”

“ท่านประธานกลัวฉันเหรอคะ”

“คุณมีชื่อเล่นว่าอะไร” นิรันดร์เอ่ยถามเสียงขรึม

“ชื่อเพลินค่ะ”

ตอน 3

“คุณเพลิน ต่อไปผมขอสั่งให้คุณเรียกแทนตัวเองด้วยชื่อเล่น”

“โหย... นี่เป็นการบังคับกันเลยนะคะ” เธอพูดขึ้นก่อนจะตาโตใส่เขา

“คุณต้องทำงานกับผมอีกนาน เราก็ควรที่จะสนิทกันเอาไว้ ไม่ใช่เหรอ” ท้ายประโยคเขาเอ่ยถามเธอ

เธอฟังแล้วคิดตามเขา เธอเองก็ต้องทำงานอยู่กับเขาอีกนาน จนกว่าจะหางานใหม่ได้ ซึ่งงานใหม่หายากยิ่งกว่าอะไรในยุคข้าวยากหมากแพงและคนตกงานมากมายเช่นนี้ เธอได้งานทำที่นี่ก็ถือว่าโชคดีมาก ที่พักอยู่ใกล้ที่ทำงาน เดินเอาเหนื่อยหน่อยแต่ก็ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ ไม่ต้องเสียค่ารถค่าเรือเหมือนอยู่กรุงเทพฯ ที่สำคัญก็คือเงินเดือนที่นี่ทำให้เธอมีเงินจ่ายค่าห้อง ค่ากินและเหลือเก็บอีกก้อนเล็กๆ หญิงสาวคิดถึงเงินเดือนและสวัสดิการที่จะได้รับเธอก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก

“ค่ะ ฉันจะทำงานกับคุณอีกนาน”

“อะไร”

“อะไรคืออะไรคะ”

“นั่งคิดแล้วตอบว่าจะทำงานกับผมอีกนาน ตอนแรกคิดว่าจะไม่ทำงานกับผมหรือไง”

“เปล่าค่ะ ท่านประธานน่ะชอบจับผิด ขี้ระแวง”

“อ้าว... ผมเป็นแบบนั้นเหรอ”

“นั่นน่ะสิถึงยังหาเมียไม่ได้” ท้ายประโยคเธอต่อว่าต่อขานเขาเบาๆ แต่เขาก็ยังหูดีแอบได้ยิน

“ใครบอกว่าผมหาเมียไม่ได้ ผมเลือกเยอะต่างหากล่ะ”

“ท่านประธานนี่โคตรหลงตัวเองเลยนะคะ” เธอย่นจมูกใส่เขาเหมือนที่ชอบทำ

“คุณก็อย่าหลงผมแล้วกัน” เขาจ้องตาเธอ เธอพาใบหน้าถอยหนี เกิดความขัดเขินอย่างไม่ทันตั้งตัว ก็พอดีกับที่พนักงานของร้านนำเมนูมาวางให้กับลูกค้า

“ขออภัยด้วยนะคะที่ล่าช้า วันนี้ลูกค้าเต็มร้าน พนักงานของเราเลยไม่พอค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ” นิรันดร์ตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ ยิ้มให้พนักงานเสิร์ฟสาวอย่างอ่อนโยน ทำให้เพลินตาแอบย่นจมูกในการโปรยเสน่ห์ของเขา

“รันคะ ดีใจจังเลยที่ได้พบคุณ” มีหญิงสาวสวยนางหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างดีใจที่ได้เจอกับนิรันดร์

“สวัสดีครับโรส มารับประทานอาหารเหรอครับ”

“ใช่ค่ะ” โรสมาวัลย์ตอบด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ เพลินตาเห็นท่าทีของคนทั้งสองก็ถึงกับตาโต แอบยิ้มให้กันหวานหยด แสดงว่าไม่ใช่เพื่อนหรือคนรู้จักธรรมดาแน่ๆ อีตาท่านประธานของเธอต้องแอบชอบผู้หญิงที่ชื่อโรสแน่ๆ

“เสียดายจังเลยนะคะที่โรสจองโต๊ะเอาไว้แล้ว ไม่อย่างนั้นจะมาขอนั่งกับรันด้วย” คนพูดโอดอ่อยทอดสายตาให้นิรันดร์อย่างโจ่งแจ้ง เพลินตาถึงกับบอกตัวเองว่าเธอเดาผิด ผู้หญิงที่ชื่อโรสหล่อนอ่อยเจ้านายของเธอ และดูเหมือนกับว่าท่านประธานของเธอจะเล่นตัว

ชิ! หล่อเลือกได้

“งั้นโรสขอตัวก่อนนะคะ”

“ตามสบายครับ”

“เอาไว้เจอกันนะคะ”

“ครับ” เขายิ้มบางๆ ให้เธอ

“เธออ่อยท่านประธานนะคะ” เพลินตาปากไว เธอพูดตามที่เห็น ก่อนจะรีบปิดปากทำสีหน้าแหยๆ เมื่อเห็นว่าเขาหันมาเลิกคิ้วมอง

ทำไมเพลินตาเห็นหน้าของเขาแล้วถึงได้ใจสั่นระทึกขนาดนี้ แค่เลิกคิ้วยังหล่อขนาดนี้ เอาแล้วสิ มองดีๆ ถ้าไม่คิดว่าเคยมีเรื่องกันมาก่อน แล้วต้องจับพลัดจับผลูมาทำงานด้วยกัน คนตรงหน้าของเธอหล่อเหลาหาตัวจับยาก

เขาเป็นคนผิวดี นิรันดร์เป็นคนผิวขาวเหลือง ใบหน้าเรียวคมสัน จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากกว้าง คางผ่า ดวงตาสีเข้มดูทรงพลัง ตอนยิ้มดันมีลักยิ้มตรงมุมปากให้เขาน่ามองปนน่ารักเข้าไปอีก แค่อยู่เฉยๆ ตาเขาก็เหมือนคนยิ้มอยู่ตลอดเวลา

“เป็นอะไร”

“อุ๊ย!” เธออุทานพาใบหน้าถอยหนีเมื่อเขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้

“เป็นอะไรครับคุณเลขา จ้องผมไม่หยุด ตกหลุมรักผมหรือไง”

“แค่กๆๆ” คนที่เสไปยกน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเขาถึงกับสำลักหูตาแดงไปหมด

“ดื่มดีๆ สิคุณ สำลักใหญ่แล้ว” เขายังมีน้ำใจลุกจากเก้าอี้มาลูบหลังลูบไหล่ให้เธอ เพลินตาโบกไม้โบกมือไปมา บอกว่าไม่เป็นอะไร

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”

“คุณจ้องผมทำไม”

“เปล่าค่ะ”

“ผู้ร้ายปากแข็ง ผมเห็นว่าคุณจ้องผมอยู่”

“ฉันแค่คิดว่าคุณเป็นเกย์หรือเปล่า” เธอเบี่ยงเบนประเด็น ใครจะไปบอกเขากันล่ะว่า เธอรู้สึกว่าเขาหล่อลากไส้เสียเหลือเกิน

“แค่กๆๆ” คราวนี้คนที่สำลักคือนิรันดร์ เขาสำลักจนหูตาแดงไปหมด

เธอยิ้มแหยๆ ให้เขา นิรันดร์ทำตาดุใส่ ก่อนจะจ้องตาเธอจนเธอต้องพาใบหน้าถอยหนีอีกรอบ

“คุณจะพิสูจน์ไหมคุณเลขา”

“ไม่ค่ะ ฉันไม่อยากพิสูจน์” เธอรีบบอกเขาเสียงระรัว รู้สึกมีใครมองมาที่เธอ พอหันไปมองก็เจอเข้ากับสายตาของผู้หญิงที่ชื่อโรสกำลังจ้องเธออยู่ ทำเอาเพลินรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาในทันที ถ้าผู้หญิงคนนั้นลากเธอไปตบกลางสี่แยกไฟแดงได้คงทำไปแล้ว

“เอาจริงๆ นะคะท่านประธาน ถ้าฉันโดนลากไปตบกลางสี่แยกไฟแดงได้คงโดนทำแบบนั้นไปแล้ว” คนปากไวพูดขึ้นอีก ก็พอดีกับพนักงานมารับออร์เดอร์

“ขออภัยด้วยนะคะที่ล่าช้า”

“ไม่เป็นครับ” นิรันดร์ตอบดังเดิม เขาใจเย็นมาก ผิดกับมาดกวนๆ ที่เธอเจอเขาในครั้งแรก

นิรันดร์เริ่มสั่งอาหาร ในขณะที่เพลินตาแทบไม่ได้สนใจเมนู เธอเลยมองหน้าเขาสลับกับมองหน้าพนักงาน เพราะไม่รู้จะสั่งอะไรดี

“คุณไม่สั่งอาหารเหรอครับคุณเพลิน”

“ฉันกินอะไรก็ได้ที่ท่านประธานสั่งค่ะ” กินฟรีแบบนี้ เธอจะเรื่องมากได้อย่างไรกัน

“งั้นผมสั่งให้แล้วกัน คุณชอบกินอะไรล่ะ” เขาถามอย่างเอื้อเฟื้อ

“ฉันกินได้ทุกอย่างค่ะ” ในเวลานี้เธอต้องกินได้ทุกอย่างเพราะว่ามันกินฟรี ไม่อยากเรียกร้องอะไรมาก เธอมีเงินอยู่ไม่ถึงพันด้วยซ้ำ ทุกวันนี้ต้องซื้อมาม่ามากักตุนเอาไว้เพื่อให้อยู่รอดจนถึงปลายเดือน ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องเกาะงานนี้เอาไว้ให้แน่นๆ จะให้โดนไล่ออกไม่ได้เด็ดขาด

นิรันดร์ฟังแล้วสั่งอาหารให้หญิงสาวตรงหน้า คิดว่าเธอคงอยากกินอะไรที่ย่อยง่ายเพราะเย็นมากแล้ว จึงสั่งสลัดผักผลไม้และสเต็กปลาให้เธอ

เพลินตาคิดว่าเขาใส่ใจกับเธอพอสมควร เพราะเธอไม่อยากอ้วนกินอาหารหนักท้องในช่วงเย็น

หญิงสาวนั่งรออาหารอย่างใจจดจ่อ จะมีพลังงานอำมหิตจิกกัดมาจากโต๊ะไหนเธอก็ไม่สน หญิงสาวหัวเราะในใจอย่างชั่วร้าย ท่านประธานสุดหล่อนั่งอยู่กับเธอ คนอื่นได้แค่มอง คิดได้ดังนั้นเธอก็เชิดหน้ายิ้มยั่วกลับไป ไม่ได้อยากมีศัตรูหรอกนะ แต่ผู้หญิงที่ชื่อโรสนั่น กำลังมองเธอยังกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทำยังกับว่าเธอไปขโมยของอะไรของเจ้าหล่อนอย่างนั้นแหละ ทั้งๆ ที่เธอนั่งของเธออยู่ดีๆ

เพลินตารู้สึกว่าการหนีมาต่างจังหวัดเช่นนี้ มันทำให้เธอกลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง ที่นี่ไม่มีใครรู้ว่าตอนอยู่กรุงเทพฯ เธอเสียความเป็นตัวเองแค่ไหน ทั้งที่ทำงาน ทั้งกับผู้ชายที่เธอรัก เธอต้องวิ่งตามจนเหนื่อยแถมยังถูกหลอกอีก

สงสัยยั่วผู้ชายแล้วผู้ชายไม่เอา เพื่อนๆ ในก๊วนเดียวกันก็กระซิบกระซาบยุแยงตะแคงรั่วกันใหญ่ เธอเคยเจอผู้หญิงประเภทนี้ ก็เพื่อนร่วมงานของเธอที่กรุงเทพฯ ไง เธอไม่สนใจและไม่คิดจะเสวนาด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่มีกลุ่มก้อนพรรคพวกก็ดีกว่าต้องทนใส่หน้ากากคบกับคนนิสัยเสีย

“เคยมีผู้หญิงตบกันแย่งท่านประธานไหมคะ” ประโยคคำถามของเธอทำให้เขาสำลักอีกรอบ เพลินตาอยากจะตบปากตัวเองนัก คิดว่าตัวเองไม่ควรถามเขาออกไปเช่นนั้น จึงรีบเอ่ยขอโทษออกไปเบาๆ

“ขอโทษค่ะ เพลินนี่ไม่รู้จักกาลเทศะจริงๆ เลย” เธอตบปากตัวเองด้วยใบหน้าแหยๆ

“ก็มีนะ”

“นั่นปะไร” คราวนี้เธอไม่ได้คิดว่าเขาหลงตัวเองหรอก แต่เขาหน้าตาดีออกขนาดนี้ ยิ้มทีสาวๆ คงใจละลาย น่าจะมีเรื่องตบตีของผู้หญิงอยากแย่งเขามาเป็นสามี

“แต่ตบกันแย่งผมหรือเปล่าไม่รู้ แถวนั้นมีแมวอ้วนหน้าตาน่ารักอยู่ด้วย บางทีพวกหล่อนอาจจะแย่งแมวอ้วนตัวนั้นอยู่ก็ได้” คนฟังแทบตกเก้าอี้เมื่อฟังประโยคถัดมา ตอนแรกเข้าใจว่าตัวเองคิดถูก ที่ไหนได้???

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED