อันอันทิ้งตัวลงนอน ไม่วายคิดถึงใบหน้ายิ้มหวานที่มีเขี้ยวสองข้าง อยู่ข้างกายอินจิ๋นมา2ปีนี่เป็นครั้งแรกที่เห็นรอยยิ้มของอินจิ๋น นอกนั้นมีแต่สั่งๆๆ และสั่ง
เข้าสดใส นั่งลงบนโต๊ะแป้งเพียงแค่จะผัดหน้ายังคิดดูก่อน ตัดสินใจลุกขึ้นมาอาภรณ์ชุดใหม่ที่อินจิ๋นนำมามอบให้ ถอนหายใจยาวลองสวมดูรึว่าจะไปกันได้กับอันอันไหม อาภรณ์สีขาวพิสุทธิ์ในแบบฮั่นฝู่ รัดหน้าอกเต่งตึงให้กลมมนน่ามองเนินอกถูกดันขึ้นมาด้านบนเอวคอดกิ่ว ที่ถูกรัดด้วยสายรัดเอวเนื้อผ้าบางเบา พลิ้วไหวปักลายดิ้นสีฟ้าที่ชายเสื้อและกระโปรงขับผิวขาวให้ยิ่งขาวเนียนหากจะแต่งแต้มใบหน้าด้วยสีชาดเสียหน่อย อันอันคงงดงามเกินใคร ทว่ากับไม่ยอมแต่งแต้มสีสันบนใบหน้า ผมยาวสลวยถูกเกล้าไว้เช่นทุกครั้ง ถึงกระนั้นก็งดงามแปลกตากว่าชุดขันที จะติก็ตรงที่ผ้ารัดอกที่รัดจนเนินเนื้อถูกดันให้เชิดสูงเด่นมากเกินไป อันอันดึงเสื้อคลุมสีเดียวกันมาสวมทับเพื่อปกปืดร่องอกและเนินอกเต่งตึงเสีย
ประตูเปิดออกช้าๆ
ร่างสูงในเสื้อคลุมมังกรก้าวเข้ามาข้างใน ตรงเข้ามายืนมองอันอันจากด้านหลัง
อันอันมองจากบานกระจกแล้วหันกลับมาประสานมือตรงหน้า
"อันอันถวายพระพรฝ่าบาท"
สีหน้ายามนี้บ่งบอกว่าไม่ชอบใจนัก เหลือบตามอง อาภรณ์สีขาวกับผิวขาวเรียบเนียน อกอิ่มดันเนื้อผ้าออกมาอวดโฉม แม้จะมีเสื้อคลุม ปิดบังไว้แต่เสื้อคลุมกับบางเบาจนมองเห็นไปถึงไหนถึงไหน แม้จะมองว่างดงาม ทว่ากลับรู้สึกไม่พอใจเมื่ออาภรณ์ชุดนี้ช่างมองแล้วยั่วยวนยิ่ง หากบุรุษอื่นได้เห็นอันอันในอาภรณ์ชุดนี้ เขากลับรู้สึกว่าไม่ชอบใจนัก
"ถอดอาภรณ์นั่นออกเสีย"
อันอันยกมือขึ้นกระชับเสื้อคลุมที่คลุมทับไหล่บางอีกชั้น ดวงตาแสดงความฉงน ไม่เข้าใจในท่าทีขึ้งโกรธของอีกคน
"ข้าบอกให้ถอดอาภรณ์นั่นออกเสีย"
น้ำเสียงอ่อนลงเบือนหน้าหนีจากอกอิ่มที่เขาอยากจะมองมากกว่าเบือนหน้าหนี
"ทำไมกัน ก็อาภรณ์นี่ฝ่าบาทเป็นคนประทานมาให้"
นึกน้อยใจว่า ไม่อยากให้อันอันสวมอาภรณ์งดงามตัวนี้หรือไร อินจิ๋นถอนหายใจยาว
"นั่นล่ะ ข้าไม่อยากให้เจ้าสวมมัน แล้วนี่อาภรณ์ชุดใหม่ที่ข้านำมาด้วยเปลี่ยนไปสวมใส่ตัวนี้แทน”
วางอาภรณ์ลงบนโต๊ะก้าวขาออกจากห้องไปในทันที จะบงการสิ่งใดย่อมได้เสมอก็เขาเป็นฮ่องเต้นี่อันอันจะกล้าขัดบัญชาหรือไร
อันอันหยิบอาภรณ์ตัวใหม่ขึ้นมาสวม อาภรณ์ในแบบจี๋ฝูเผา ผ่าข้างที่มีกระดุมปิดมิดไปถึงลำคอส่วนด้านล่างคลุมยาวมาถึงน่อง
อันอันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก็ดีแล้วแค่นางหน้าพระพักตร์จะงดงามไปทำไมกัน สวมอาภรณ์ในแบบจี๋ฝูเผา ก้าวเดินออกจากห้องไปในทันที
“นายหญิงเจ้าขา ฝ่าบาทเชิญนายหญิงที่ท้องพระโรงทันที”
“ข้าไม่ต้องจัดการเรื่องการต้อนรับหรือไร”
เอ่ยปากถามนางกำนัล
“ฝ่าบาทบอกว่าเมื่อคืนนายหญิงนอนดึก เกรงว่าวันนี้จะไม่ไหวไหนจะต้องคอยรับใช้ฝ่าบาท ฝ่าบาทจึงให้ขันทีพิธีการรับหน้าที่ไปแล้วนายหญิงแค่เพียงไปร่วมงานต้อนรับองค์หญิงใหญ่ ที่ท้องพระโรงพร้อมกับฝ่าบาทและเหล่าขุนนาง”
อันอันยิ้มบางๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ท้องพระโรงคราคร่ำไปด้วยเหล่าขุนนางที่จับกลุ่มพุดคุย อินจิ๋นนั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรอย่างสง่างาม ข้างๆ เสี่ยวจื้อยืนก้มหน้า
“อันอัน มานี่”
เหมือนกับคอยอยู่ตลอดเวลาว่า อันอันจะเข้ามาตอนไหน อันอันดึงชายกระโปรงก้าวขาเข้าไปในท้องพระโรงเหมือนที่เคยทำเป็นประจำ ไม่มีอะไรพิเศษ ไม่มีอะไรตื่นเต้น ไม่มีใครมองมา มีเพียงหน้าที่ตรงหน้าให้ต้องทำ พื้นที่ข้างๆอินจิ๋นยังว่างอันอันก้าวขาไปยืนตรงนั้น
“อืมชุดนี้เหมาะกับเจ้าเสียจริง”
อันอันประสานมือเช่นเคย อินจิ๋นรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ที่ไม่เห็นอันอันย่อกายงดงามเช่นเดียวกันกับเมื่อคืนที่ผ่านมา
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
“เสี่ยวจื้อให้นางกำนัลนำอาภรณ์ชุดนั้นที่ห้องของนางหน้าพระพักตร์อันอันไปเผาทิ้งเสีย”
เสี่ยวจื้อทำสีหน้างงงัน
“อาภรณ์ชุดไหนกันฝ่าบาท”
จึงถามเพื่อความกระจ่าง
“ชุดฮั่นฝูสีขาวขลิบฟ้าตัวนั้น”
อันอันถอนหายใจ
“ฝ่าบาทอาภรณ์นั่น เป็นผ้าเนื้อดีจากทางเหนืออีกอย่างราคาค่อนข้างสูง”
“ข้าบอกให้เผาก็เผา”
อันอันไม่ได้รู้สึกอะไร หลายอย่างที่อินจิ๋นทำมักไร้เหตุผลเสมอ เสี่ยวจื้อหันประกระซิบกับนางกำนัลก่อนที่นางจะออกจากท้องพระโรงซึ่งไม่ต้องสงสัยว่าไปทำอะไรนางก็คงนำอาภรณ์งดงามยั่วยวนตัวนั้นไปเผาเสียตามบัญชาของคนไร้เหตุผลนามอินจิ๋น
“ขบวนราชทูตแคว้นฉี เดินทางมาถึงแล้วววววว”
เสียงขันทีพิธีการขานขึ้นดังๆ ขุนนางที่กำลังจับกลุ่มคุยกันกลับเงีบยเสียงหันหน้ามายังทางเดินทอดยาว มุ่งสู่ใจกลางท้องพระโรงที่ด้านบนสุดเป็นบัลลังก์มังกรสูงสง่า
“อือหือ อ่าาาา”
เสียงแซ่ซ้องเมื่อเห็นว่า ขบวนราชทูตที่เดินเข้ามามีหญิงงามราวเทพีสวรรค์ สวมใส่อาภรณ์สีแดงบ่งบอกถึงความนัยย์บางอย่าง ชุดฮั่นฝูที่สวมใส่ พลิ้วไหวงดงามรับกับใบหน้า ริมฝีปากแต้มด้วยชาดสีแดงเข้ม อวบอิ่มจนน่าจุมพิตยิ่ง อกอวบถูกดันออกมาล้ำหน้ากว่าสิ่งอื่นใด เอวคอดกิ่ว สะโพกกลมมนบั้นท้ายงอนงามจนสะดุดตา อินจิ๋นเหลือบตามององค์หญิงใหญ่แคว้นฉี อันอันยิ้ม แบบนี้ช่างตรงตามความนิยมของอินจิ๋นยิ่งนักคืนนี้หรือคืนไหนสักคืนอันอันคงไม่ต้องเหนื่อยในการจัดหานางใน ไม่วันไหนก็วันไหนอินจิ๋นจะต้องรวบหัวรวบหางองค์หญิงใหญ่ที่ทอดสะพานเพียงนี้แต่จะว่าไปอินจิ๋น ไม่ชอบหญิงที่มักจะยั่วยวนเกินงามเขามักจะนิยมหญิงที่มีท่าทีชดช้อยและอ่อนหวานน่าถนุถนอมมากกว่า อันอันเผลอยิ้ม อยากรู้จริงว่าใครกันส่งข้อมูลความนิยมของอินจิ๋นให้กับองค์หญิงใหญ่ แล้วยังอยากจะรู้ว่าอินจิ๋นจะแพ้ทางให้กับองค์หญิงใหญ่ผู้นี้หรือไม่ ในเมื่อนางเดาใจอินจิ๋นถูกแปดในสิบส่วน
“องค์หญิงใหญ่ชิงซีถวายพระพรฝ่าบาท”
น้ำเสียงดุจระฆังทอง ดวงตาหวานหยดทว่าไม่สบตาอินจิ๋น อันอันยิ้มนางถูกเก้าส่วน รู้ว่าอินจิ๋นไม่ชอบหญิงงามที่ใช้สายตาเชิญชวน
“อันอัน”
อันอันก้มลงเอาหูแนบกับริมฝีปากอินจิ๋นเหมือนที่เคยทำ แต่ครั้งนี้อินจิ๋นกลับใกล้กว่าที่เคยลมหายใจอุ่นๆ รินรดที่สองแก้มเนียน
“เจ้าว่านางเป็นอย่างไรบ้าง”
ชิงซีเหลือบตามองอันอันเพียงแว่บเดียว ก็มีท่าทีเป็นปกติ
“นางเป็นแบบที่ฝ่าบาทโปรดปราน”อันอันพูดตามที่คิด
“ข้าชอบนาง”
“ฝ่าบาท… แคว้นฉีเดินทางมาเจริญสัมพันธไมตรีในครั้งนี้ได้นำเครื่องบรรณาการ อันประกอบไปด้วยผ้าไหม หนึ่งหีบ แร่เงินสองหีบ เครื่องลายครามสองหีบ และเครื่องทองอีกหนึ่งหีบ พร้อมกันนี้ฮ่องเต้แคว้นฉีได้ ให้ความสำคัญกับไมตรีครั้งนี้อย่างมากจึงหมายใจว่า.. ฝ่าบาทจะไม่ปฏิเสธบรรณาการชิ้นสำคัญ คือองค์หญิงใหญ่อันเป็นที่รักของฮ่องเต้และชาวแคว้นฉี ในการนี้องค์หญิงใหญ่ได้เดินทางพร้อมเครื่องบรรณาการมาเพื่อถวายตัวกับฝ่าบาท”
อันอันอมยิ้ม อินจิ๋นหลุบตามองพื้น
“ขอบพระทัยฝ่าบาทแคว้นฉียิ่งนัก ข้ายินดีรับเครื่องบรรณาการ”
อันอัน ก้มหน้ามองมือตัวเอง อินจิ๋นกวักมือเรียกอันอันให้ก้มตัวลงไปให้เขากระซิบกระซาบ
“เจ้าว่านางจะยินดีให้ข้าทำเหมือนที่เคยทำไหม”อันอันยิ้มบางๆ
“นั่นอยู่ที่ฝ่าบาทว่าจะ..พอ กับสิ่งที่เคยทำมาเสียนานได้หรือยัง แต่อันอันคิดว่า ฝ่าบาทควรพอได้แล้ว”
พูดไปยิ้มไปก็ในเมื่อนางเป็นถึงองค์หญิงจะไม่ให้เกียรตินางได้อย่างไร
“หากข้าพอ ก็คงต้องปลดเจ้าจากตำแหน่งไม่จำเป็นต้องใช้เจ้าอีกแล้ว”อันอันใจหายวาบแต่ทว่ากับ ยิ้มกลบเกลื่อนเสีย
“ข้าว่า จะต้องลองดูว่านางจะตรึงใจข้าได้ดีเพียงใด บางทีข้าอาจหยุดที่นาง”
น้ำเสียงแหบพร่าเหมือนในทุกครั้งที่พบเจอหญิงงามถูกใจ
“อันอันหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”น้ำเสียงที่พยายามปรับให้เป็นปกติ
“อืม ข้ายังไม่พบใครที่ทำให้ข้าหยุดเรื่องนี้ได้ พนันกันไหมว่านางไม่อาจตรึงใจข้าได้”พูดยิ้มๆ
“ฝ่าบาทก็จะทำให้ตัวเองชนะพนัน โดยการบอกอันอันว่า ..อันอันคืนนี้ข้าต้องการหญิงงามคนใหม่…”
อินจิ๋นยิ้ม ลุกขึ้นยืนก้าวเดินลงจากบัลลังก์ไปหยุดยืนตรงหน้า ชิงซี เอื้อมมือกุมมือชิงซีดึงให้ลุกขึ้นยืนมืออีกข้างเชยคางมน
“ข้าอินจิ๋นยินดีรับบรรณาการ แต่ยังไม่คิดจะมอบตำแหน่งใดในตอนนี้ ข้าให้เวลาองค์หญิงใหญ่ได้พยายาม หากองค์หญิงใหญ่สามารถทำให้ข้ายกตำแหน่งฮองเฮาให้นางได้ ข้าอินจิ๋นก็ไม่ลังเล แต่หากองค์หญิงใหญ่ไม่สามารถทำให้ข้าอินจิ๋นพอใจ ก็คงไม่อาจมอบตำแหน่งใดในวังหลวง”
ไม่สนใจผู้ใดเช่นเคยอินจิ๋นผู้ไม่แยแสผู้ใด
อันอันก้มหน้ามองมือตัวเองราวกับไม่เคยเห็นมัน ใจหล่นอยู่ที่ตาตุ่ม หรือไม่ดวงใจดวงน้อยก็หายไปแล้ว กลัวว่าชิงซีจะพยายามครองใจอินจิ๋นให้ได้
“เจ้า วันนี้ เข้าถวายตัว”
อันอันชี้มือยังร่างบางทว่าหน้าอกหน้าใจบะเริ่มเทิ่มอีกทั้งสะโพกงอนงามเพียงแต่ใบหน้านางไม่ได้งดงามเท่าที่ควร แต่ว่าก็พอที่จะถูไถ ในเมื่อวันนี้อันอันยุ่งกับการมาของคณะราชทูตและเครื่องบรรณาการแม้อินจิ่นจะอนุญาตให้อันอันไปทำเรื่องที่ต้องทำ ไม่ต้องไปยุ่งเรื่องพิธีการ
“นายหญิง ขอบคุณเจ้าค่ะ”
สาวน้อยน้ำตาปริ่มขอบตา การแข่งขันเรื่องการถวายตัวเข้มข้นยิ่งนัก บางคนถึงกับตบตีวางยา แต่สุดท้ายก็อยู่ที่อันอันเพียงคนเดียว ว่าวันนี้จะส่งใครเข้าไปในห้องบรรทมของอินจิ๋น
“ต่อไปอาจเป็นข้าที่ต้องเรียกเจ้าว่านายหญิงหากฝ่าบาทพึงใจเจ้า ทำให้เต็มที่ตั้งใจปรนนิบัติฝ่าบาท แค่นี้ที่ข้าอยาจะบอกไว้ ความจริงข้าอยากจะส่งพวกเจ้าเข้าไปทุกคน แต่พวกเจ้าต้องเข้าใจ ฝ่าบาทหากวันไหนเหนื่อยล้าหรือราชกิจมากหน่อยก็ไม่รับนางใน วันไหนทรงมีอากาศร้อนก็ไม่รับนางใน วันไหนที่ เมามายมากหน่อยก็ไม่รับนางใน มีเพียงวันที่อากาศหนาวหรือวันที่ดื่มสุราเพียงแค่ปลุกกำหนัด และ…”
จะบอกว่าหื่น …ก็กระดากปากวันไหนที่อินจิ๋นพบนางในคนไหนถูกใจเป็นพิเศษจะมากระซิบกับอันอันว่าคืนนี้ ส่งนางในคนนั้นเข้ามาให้เขา วันนั้นเป็นวันที่อันอัน ถอนหายใจแบบโล่งอกไม่ต้องคัดสรรนางในด้วยตัวเองให้ปวดขมอง
“พวกเจ้ายังไม่รีบขอบคุณนายหญิงอีก ได้ยินไหมรีบคุกเข่าขอบคุณนายหญิงเสีย นายหญิงเท่านั้นชี้เป็นชี้ตายพวกเจ้า”
ขันทีแอบสาวที่คอยฝึกทั้งกิริยามารยาทและเรื่องอย่างว่า พร้อมสอนวิธีปฏิบัติตัวในตำรากามสูตรจีบปากจีบคอพูด
“ขอบคุณนายหญิง พวกเราซาบซึ้งใจในเมตตาของนายหญิงยิ่งนัก”เปล่งเสียงแซ่ซ้องพร้อมกัน อันอันยิ้มแห้งๆ
“พวกเจ้าต้องเชื่อฟังนายหญิง เรื่องรู้ใจฝ่าบาทนายหญิงอันอันขึ้นชื่อว่ารู้ใจฝ่าบาทที่สุด อีกทั้งเรื่องบนแท่นนอนของฝ่าบาท พวกเจ้าถามนายหญิงได้ไม่มีปิดบัง”
คราวนี้อันอันยิ้มอายๆ เดินนำนางในที่คัดแล้วเข้าไปยังเขตตำหนักชั้นในของอินจิ๋น กลิ่นหอมจากเรือนร่างของนางช่างหอมหวนยิ่งนัก อันอันเสียอีกที่จนป่านนี้ยังไม่ได้อาบน้ำ
ฟ้าเริ่มมืดแล้ว อินจิ๋นนั่งอ่านฎีกาในห้อง
“ฝ่าบาท”
นางในก้มหน้าเขินอายตามแบบที่อันอันสั่งสอนมา
“หือ วันนี้ จัดว่าเด็ดไหม”
ถามเหมือนเป็นเรื่องทั่วๆ ไปเช่นเครื่องเสวยเย็นนี้หรือกำยานหอมวันนี้กลิ่นดอกอะไร
“เพคะ”ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“อืม เก็บกองฎีกาให้ข้าที แล้วเจ้าก็กลับไปพักผ่อนเสีย วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ข้ามีนางคอยปรนนิบัติก็คงอยู่ดึกเหมือนเช่นทุกคืน”
อันอันประสานมือ ดันหลังนางในเข้าไปด้านใน นางหันมามองอันอันด้วยสายตาละห้อย อันอันยิ้มให้กำลังใจนางก้มลงเก็บกองฎีกาบนโต๊ะให้เป็นระเบียบ
อินจิ๋นหันมามองอันอันทั้งๆ ที่กำมือเย็นเฉียบของนางในอยู่
“อันอัน เจ้าอยู่รอที่นี่ก่อน ข้าเสร็จกิจมีเรื่องจะหารือกับเจ้า”
“เจ้าค่ะฝ่าบาท”ยังคงประสานมือ
เสี่ยวจื้อเปิดและปิดประตูถึงสามชั้น ก่อนจะหันกลับมาช่วยอันอันเก็บกองฎีกา
“นายหญิง ท่านขุนพลฝากมาขอบคุณท่าน”
ส่งกำไลหยกให้อันอัน
“ถึงกับมอบกำไลหยกเลยหรือไร กำไลหยกสำหรับคนรัก”
“ท่านขุนพล ความจริงปีนี่เพิ่งจะสามสิบสาม อีกทั้งบุตรีของท่านขุนพลเป็นเพียงบุตรบุญธรรมก็เท่านั้น ท่านขุนพลหามีชายาไม่”อันอันยิ้ม
“เสี่ยวจื้อเจ้าเป็นพ่อสื่อหรือไร”
อดขำ ท่าทีกระตือรือล้นของเสี่ยวจื้อเสียไม่ได้คงรูว่านางหน้าพระพักตร์ยิ่งแก่ตัวยิ่งหาคู่ครองยาก
“นายหญิง ท่านขุนพลองอาจผึ่งผาย อีกอย่างเป็นคนที่มีใจภักดีและสมชายชาตรีอีกทั้งใบหน้าหล่อเหลา นายหญิงข้าหวัง…เพียงว่า..”
อันอันส่ายหน้าไปมา
“อืมข้ายังไม่เคยพบหน้าท่านขุนพลแม้แต่ครั้งเดียว เขานำทัพดูแลชายแดนตลอดมาพอกลับมาถึงนี่ ฝ่าบาทก็ทรงกริ้วคิดคาดโทษเขาว่ายกทัพกลับวังหลวงโดยไม่ได้มีบัญชา แต่ความจริงข้ารู้ดีว่า ท่านขุนพลจงเจี้ยน ภักดีไม่เปลี่ยน เพียงแค่เห็นว่าตอนนี้บ้านเมืองสงบอีกทั้งชายแดนร่มเย็นไม่คิดว่าฝ่าบาทจะทรงกริ้ว เอาไว้ข้าพูดกับฝ่าบาทเรื่องนี้ ไม่ช้าไม่นานฝ่าบาทจะเข้าใจท่านขุนพล แต่จะให้ข้ารับไมตรีของท่านขุนพลคงต้องใช้เวลา ตอนนี้ข้ามุ่งมั่นในการทำงานรับใช้ฝ่าบาทเท่านั้น”
เสี่ยวจื้อยิ้มน้อยๆ
“อันอัน อันอัน เข้ามานี่หน่อย”
อันอัน ถอนหายใจยาวเหยียดคิดว่าไม่พลาดแล้วทำไมยังมีเรื่องมากวนใจอีก นางทำอะไรผิดอีกหนอ รีบวิ่งเข้าไปในห้องบรรทม ผ่านประตูทั้งสามชั้นเข้าไปยืนสงบนิ่งตรงหน้า อินจิ๋น
นางในอกบะระเฮิ่มนั่งร้องไห้กระซิกๆ
“ฝ่าบาท นางทำสิ่งใดให้ขุ่นเคือง”
อินจิ๋นยืนกอดอกแน่น อันอันมองบนพื้นที่มีเปลือกล้วยหอมลูกใหญ่ถูกทิ้งไว้เกลื่อนพื้น
“ฝ่าบาท อันอัน ไม่ได้ขู่แต่จะบอกไว้ก่อน ต่อไปคงไม่มีใครอยากเข้ามาปรนนิบัติ หากฝ่าบาทจะทำแบบนี้บ่อยครั้ง”
อินจิ๋นหันหน้ามามองอันอันเต็มตา
“มีหน้าที่จัดหานางใน แต่สองวันมานี้เจ้าบกพร่องเมื่อวานถือว่าข้าผิดที่ใจไม่เย็นพอ แต่วันนี้เจ้าดูรึนางทำเรื่องง่ายๆ ให้ข้านางกลับทำไม่ได้”
“เรื่องใดกัน”
หันไปถามนางในที่ร้องไห้กระซิกๆ
“ฝ่าบาทให้ข้าน้อยกินกล้วยจนอิ่มจนจุก กินกล้วยหมดไปทั้งหวียังไม่พอพระทัย”พูดไปสะอื้นไป
“ช่างกล้าฟ้องนาง เจ้ามันไร้สามารถแค่เพียงข้าให้กินกล้วยหอมลูกใหญ่ราดน้ำผึ้งเจ้าก็ยังไม่อาจทำให้ข้าพึงใจได้ แล้วเรื่องอื่นเจ้าจะได้เรื่องหรือไหนเจ้าบอกข้าว่าจัดว่าเด็ด”
หันไปทางอันอันที่ส่ายหน้าไปมาด้วยความระอาใจ
“อันอันพานางกลับไปก่อน”
“ไม่ เจ้าต้องรับผิดชขอบเรื่องนี้ในเมื่อเจ้าเป็นคนจัดหานางมา อีกทั้งยังเป็นคนที่เสี้ยมสอนพวกนางให้ข้าพึงใจ เจ้าจะไม่แสดงให้นางดูหน่อยหรือว่ากินกล้วยหอมอย่างไรให้ข้าพึงใจพวกนาง”
อันอันถอนหายใจ
“เจ้ากินแบบไหน”
หันไปถาม นางในที่ยังสะอื้นแต่ไม่มีน้ำตาแล้ว
“ฝ่าบาทให้กินกล้วยข้าน้อยก็กิน กัดกินทั้งลูกจนหมดแต่ฝ่าบาทก็บอกว่ายังไม่พึงใจท่าทางการกินกล้วยราดน้ำผึ้งของข้าน้อย ข้าน้อยจึงกินไปอีกหลายลูกเพื่อเอาใจฝ่าบาท ในที่สุดฝ่าบาทก็ทรงกริ้วเรียกหานายหญิง”
อินจิ๋น ลอยหน้าลอยตาทำท่าทีว่าไม่พอใจอย่างที่สุด
อันอันเหลือบตามองไหน้ำผึ้งกับกล้วยหอมอีกหวีหนึ่งที่วางไว้ตรงหน้าไปเอามาตอนไหน ห้องบรรทมมีของแบบนี้ด้วยหรือ เหมือนจัดเตรียมไว้เพื่อสิ่งใดกัน
“เจ้าดูข้า”
ดึงกล้วยออกจากหวีง่ายดาย ปอกเปลือกกล้วยจุ่มผลกล้วยที่ปอกเปลือกแล้ว ลงไปในไหน้ำผึ้งที่หยาดเยิ้ม น้ำผึ้งไหลชโลมไปทั่วแท่งกล้วยหอมใหญ่ อันอันอ้าปากออกทว่าน้ำผึ้งกับหยดลงพื้น จึงแลบลิ้นเลียผิวเนื้อที่ถูกชโลมไปด้วยน้ำผึ้งหยาดเยิ้ม ใช้ลิ้นตวัดเลียจนกระทั่งอินจิ๋นตัวแข็งทื่อ มิเพียงแค่ตัวเท่านั้นที่แข็ง ปากอ้าค้างแลบลิ้นออกมาช่วยลุ้นการเลียน้ำผึ้งที่หยาดเยิ้มไปพร้อมกับอันอัน ก่อนที่หยาดน้ำผึ้งจะหมดไป อันอันก็อ้าปากกว้างสุดกว้างงับเอาเนื้อกล้วยเสียเกือบครึ่งลูกเคี้ยวงับๆ แล้วกลืนลงไปในทันที อินจิ๋นกลืนน้ำลายลงคอยากเย็นก้าวขาเดินอย่างยากลำบาก เอื้อมมือคว้ามือของอันอันไว้ อันอันรู้สึกถึงมือเย็นเฉียบของอินจิ๋น
“ยะ อย่าเพิ่งกลืนมันเสียหมด"
ดึงกล้วยหอมอีกครึ่งลูกในมือของอันอันมาใส่ปากตัวเอง กัดกินกล้วยหอมเหมือนเป็นของอร่อยเสียเต็มที
“เจ้า จำต้องสอนนางอีกครั้ง ข้าว่านางยังไม่อาจจดจำท่าทีเมื่อครู่ของเจ้าได้หมด”
“ขะขะข้าน้อยจำได้ขึ้นใจ จะต้องเลียเสียก่อนใช่หรือไม่ ไม่น่าเชื่อเลยว่านายหญิง อันอันจะรู้ใจฝ่าบาทที่สุดอย่างที่เขาร่ำลือกัน”
อันอันหน้าแดงแปร๊ด เพิ่งจะนึกได้ว่าการกินกล้วยในแบบที่อันอันทำอยู่เป็นเพียงกลลวงของอินจิ๋นในการปลุกกำหนัดก่อนที่จะให้นางในอุ่นเตียง รีบหันหลังก้าวเดินออกจากห้อง
“เดี๋ยว”
อันอันหันหลังไม่กล้าหันมาสบตาอินจิ๋นเพราะแก้มแดงหน้าแดงเพราะความเขินอายที่หลงกลของอินจิ๋นเข้าอย่างจัง แสดงท่าทียั่วยวนออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
“พานางกลับไปเสียให้นางไปฝึกกินกล้วยมาเสียใหม่ คืนนี้ข้าพอใจกับท่าทีกินกล้วยของเจ้าแล้ว …คงไม่มีแรงที่จะดูนางกินกล้วยได้อีก”
พูดอย่างมีเลศนัย แต่อันอันเข้าใจได้ดีว่าท่าทีกินกล้วยในแบบของอันอัน ทำเอาฝ่าบาทสูญเสียน้ำไปเสียแล้วในคืนนี้คงไม่อาจเสียน้ำได้อีกในคืนเดียวกัน