“คนสุดท้ายแล้วสินะ ท่านเซียนมีนามว่ากระไร” มหาเทพมู่ซีต้องการจบขั้นตอนการแจกจ่ายผลท้อสวรรค์ให้แล้วเสร็จ นางจงใจเอ่ยถามนามของท่านเซียนหนุ่มด้วยเสียงอันดัง เพื่อเรียกความสนใจจากเทพและเซียนทั้งหมดกลับมาที่ตนและเซียนหนุ่มตรงหน้า
“ข้าผู้น้อยนามหลวนหลง ตั้งมั่นบ่มเพาะพลังอยู่ในสายเทพมังกรขอรับ”
“สายสัตว์เทพเช่นนั้นหรือ ดีจริง ท่านเซียนองอาจสง่าผ่าเผยเลือกการฝึกฝนได้เหมาะสมดีจริงๆ” มหาเทพมู่ซีย่อมพึงพอใจเป็นพิเศษหากจะมีเทพในสายสรรพสัตว์มากขึ้น เพราะนางไม่รู้จะรับท่านเซียนหน้าใหม่สายพฤกษาและพืชพรรณไว้ในตำแหน่งอะไรแล้ว
ยังไม่ต้องนับอีกว่าท่านเซียนหนุ่มผู้นี้เลือกบ่มเพาะพลังเฉพาะเจาะจงในสายเทพมังกร การจัดหน้าที่ให้เขาก็ยิ่งสะดวกง่ายดายสำหรับมหาเทพสิงเทียนอีกด้วย
“ท้อสวรรค์ผลสุดท้ายในรอบ 3,000 ปีเป็นของท่านแล้ว ท่านเซียนหลวนหลง” มหาเทพมู่ซีเอื้อมมือไปยังฝักสีชมพูอ่อนของเถาวัลย์ต้นใหญ่ด้านข้าง
แต่นางกลับไม่พบอะไร..
มหาเทพผู้งดงามหันกลับไปมองในฝักของเถาวัลย์ พลิกคว่ำพลิกหงายดูอยู่อีกหลายรอบนางกลับไม่พบท้อสวรรค์ผลสุดท้ายตามต้องการ
“ท้อสวรรค์หายไปหนึ่งผล!” เสียงอุทานด้วยความตกใจของมหาเทพมู่ซีดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับเทพและเซียนรวมทั้งมหาเทพอีกสองท่านไม่น้อย
“บนแดนสวรรค์ไม่เคยมีเรื่องเช่นนี้มาก่อน ผู้ใดกันที่ขวัญกล้าคิดขโมยสิ่งของบนแดนสวรรค์!!”
“ช้าก่อนมหาเทพสิงเทียน ท่านอย่าเพิ่งบันดาลโทสะไป บนเกาะแก้วของข้าถูกป้องกันไว้แน่นหนาไม่มีผู้ใดข้ามไปได้ง่าย” มหาเทพมู่ซียับยั้งโทสะของมหาเทพสิงเทียนเอาไว้ไม่ให้วู่วาม
“คนนอกไม่สามารถข้ามไปได้ เช่นนั้นท่านมหาเทพคงคิดว่าเป็นคนในล่ะสินะ” มหาเทพสิงเทียนเริ่มร้อนใจ ผู้ที่เข้าออกเกาะแก้วสถานที่เพาะปลูกท้อสวรรค์ได้ มีทูตสวรรค์ซึ่งเป็นผีเสื้อเกล็ดแก้วผู้บ่มเพาะสายสรรพสัตว์ภายใต้การปกครองของตนอยู่ด้วย
มหาเทพมู่ซีหลุบตาลงต่ำ นอกจากผีเสื้อเกล็ดแก้วที่นางปล่อยให้เข้าออกเกาะแก้วได้โดยอิสระ ก็ยังมีเซียนน้อยเหยาจีอยู่อีกหนึ่งคน แต่เด็กนั่นจะกล้าทำเรื่องใหญ่โตเช่นการขโมยท้อสวรรค์ไปกินเชียวหรือ
“ข้ารู้จักทูตสวรรค์ผู้ซื่อสัตย์เหล่านั้นดีท่านมหาเทพสิงเทียน ข้าคิดว่าไม่ใช่พวกเขาหรอกที่เอาผลท้อสวรรค์ของข้าไปข้ารับเอาเซียนน้อยวัยเยาว์ผู้หนึ่งไว้ทำงานที่เกาะแก้ว บางทีนางอาจจะให้คำตอบนี้กับข้าได้” กล่าวจบมหาเทพมู่ซีก็ปล่อยผีเสื้อเกล็ดแก้วตัวหนึ่งให้ไปตามเซียนน้อยออกมาจากสวนท้อของตน
เหตุการณ์ท้อสวรรค์สูญหายเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับเทพเซียนทุกคนเบนแดนสวรรค์ อย่าว่าแต่ผลท้อสวรรค์ที่ล้ำค่าถึงเพียงนี้เลย แดนสวรรค์ข้าวของเล็กน้อยที่ไม่มีค่าก็ไม่เคยสูญหายมาก่อน
ทุกสายตาเฝ้ารอคอยการปรากฏตัวของเซียนน้อยเหยาจี ผู้ที่น่าจะให้คำตอบได้ดีที่สุดในเรื่องนี้อย่างใจจดใจจ่อ เพราะในระหว่างที่รอ มหาเทพมู่ซียังได้เปิดเผยหน้าที่มอบหมายของเหยาจีบนเกาะแก้ว ว่านางจะเป็นผู้ดูแลต้นท้อทุกต้นบนเกาะและเป็นผู้นับจำนวนผลท้อทุกผลมารายงานกับท่านมหาเทพโดยตรง
บนเกาะมีทั้งท้อธรรมดา ท้อโอสถ และท้อสวรรค์ ซึ่งต้นท้อธรรมดาและท้อโอสถมีจำนวนมากออกผลมาให้นับไม่หวาดไม่ไหว มหาเทพมู่ซีจึงไม่ได้สนใจรายละเอียดของพวกมันมากนัก
แต่สำหรับผลท้อสวรรค์ มหาเทพมู่ซีจำได้ว่าเมื่อสองพันปีก่อนยามที่ผลท้อเพิ่งเติบโตเป็นผลเล็กๆ นางเคยไปนับจำนวนของพวกมันร่วมกับผีเสื้อเกล็ดแก้วผู้ติดตามหลายตน จากนั้นก็ปล่อยให้เหยาจีดูแลต่อไป
กระทั่งถึงวันที่ต้องเก็บเกี่ยว ก็เป็นผีเสื้อเกล็ดแก้วที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด 7 ตนกับเหยาจีเท่านั้นที่ช่วยกันนำท้อสวรรค์มาเก็บไว้ในฝักของเถาวัลย์เขียว ทูตสวรรค์ในคราบของผีเสื้อเกล็ดแก้วเป็นทูตที่ได้รับการยกย่องว่าซื่อสัตย์เป็นอันดับหนึ่ง ไม่มีผู้ใดเชื่ออยู่แล้วว่าพวกเขาจะขโมยมัน ผู้ต้องสงสัยเพียงหนึ่งเดียวย่อมเป็นเหยาจี
ไม่นานนักร่างเล็กของเด็กสาวอายุเทียบเคียงกับมนุษย์ก็ราว 11-12 ปี ลอยตามผีเสื้อเกล็ดแก้วออกมาจากสวนท้อเข้ามายังวิมานแก้ว ใบหน้าไร้เดียงสาและแววตากระจ่างใสบริสุทธิ์ของเซียนน้อย ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจทำใจกล่าวหานางได้ลงคอ ทั้งยังเริ่มมีความคิดว่าน่าจะมีปัญหาบางประการเกิดขึ้นกับผลท้อสวรรค์และเซียนน้อยในชุดสีชมพูผู้นี้อาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็เป็นได้
“เหยาจี ข้าจำได้ว่าเมื่อสองพันปีก่อนพวกเราหลายคนช่วยกันนับผลท้อสวรรค์ไว้ถี่ถ้วนดีแล้วมิใช่หรือ? เจ้าจำได้หรือไม่ว่ามันมีทั้งหมดกี่ผล” มหาเทพมู่ซีตั้งคำถามประเมินสถานการณ์ดูก่อน
“จดจำได้เจ้าค่ะ ท้อสวรรค์สีทองมีทั้งหมด 384 ผลเจ้าค่ะท่านมหาเทพ”
มหาเทพมู่ซีเสียอาการไปเล็กน้อย นางหวังเหลือเกินว่าเหยาจีจะตอบว่ามีเพียง 383 ผล
หากว่าเป็นการนับจำนวนผิดพลาดนางยังพอจะรับเอาความผิดไว้เองจะได้ไม่ต้องมีการไต่สวนกันให้มากความ แต่เหยาจีกลับยืนยันว่ามี 384 ผล นั่นหมายความว่าผลท้อสวรรค์หายไปจริงๆ
“เซียนน้อยเหยาจี ได้ยินว่าเจ้าเป็นผู้ดูแลผลท้อทุกผลบนเกาะแก้วเพียงผู้เดียวใช่หรือไม่”
มหาเทพสิงเทียนยังต้องการยืนยันความบริสุทธิ์ของผีเสื้อเกล็ดแก้วในสังกัดของตน แม้ไม่อยากจะคาดคั้นเอาความกับเซียนน้อยแต่เรื่องนี้จะทำให้ชื่อเสียงของผีเสื้อเกล็ดแก้วเสื่อมเสียชื่อเสียงไม่ได้เป็นอันขาด
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ผีเสื้อเกล็ดแก้วไม่ได้รับอนุญาตให้คืนร่างในยามที่อยู่บนเกาะแก้วเว้นแต่จะมีท่านมหาเทพมู่ซียืนอยู่ด้วย ดังนั้นตลอดมาข้าจึงเป็นผู้ดูแลและสัมผัสผลท้อทุกชนิดทุกผลได้เพียงผู้เดียว”
สามมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ ขมวดคิ้วแน่นตามกัน พวกเขาชื่นชมกับความซื่อสัตย์ของเซียนน้อย แต่คำตอบของนางยามนี้เท่ากับว่านางยอมรับว่าตนเป็นผู้กระทำผิดพลาดใช่หรือไม่
โดยเฉพาะกับมหาเทพมู่ซี ที่นางรับเอาเซียนน้อยเหยาจีมาไว้บนเกาะก็เพราะเห็นว่าเหยาจีมีความสามารถพิเศษในเรื่องการเพาะปลูกเหมาะสมที่จะบ่มเพาะพลังในสายเทพพฤกษา
ที่สำคัญที่สุดคือร่างกายของเหยาจีมีกลิ่นอายบางประการที่สัมพันธ์กับต้นท้อ แม้แต่ท้อสวรรค์ที่เพาะปลูกได้ยากเย็นก็สามารถเริ่มเพาะปลูกได้ด้วยฝีมือของเซียนน้อยเหยาจีถึง 3 ต้นเลยทีเดียว
ด้วยเหตุนี้มหาเทพมู่ซีจึงยังไม่เคยยกตำแหน่งเทพผลท้อให้กับเทพหน้าใหม่คนใด ตั้งใจเก็บตำแหน่งนี้ไว้ให้เหยาจีเป็นการเฉพาะ แต่ยามนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับเซียนน้อยใสซื่อบริสุทธิ์ผู้นี้กัน?
“ท่านมหาเทพทั้งสาม ข้ารู้ว่าท่านเรียกตัวข้าออกมาจากเกาะด้วยเหตุใด ข้ายอมรับผิดเองเจ้าค่ะ ผลท้อสวรรค์ที่หายไปเป็นข้าที่กินมันไปแล้ว ขอพวกท่านลงโทษข้าด้วย”
เสียงฮือฮากระซิบพูดคุยกันดังลั่นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ มีทั้งตำหนิเซียนน้อยที่ภายนอกบริสุทธิ์ไร้เดียงสาแต่ไม่อาจรู้ลึกถึงจิตใจ บ้างก็คิดว่านางอาจรับผิดแทนผู้อื่น และเสียงส่วนใหญ่ก็เป็นการแสดงความเสียใจกับเซียนหนุ่มหลวนหลงที่อุตส่าห์ได้รับเลือกแต่กลับต้องมาผิดหวังเอาตอนจบ
“เหยาจีมีผู้ใดข่มขู่ให้เจ้ารับผิดแทนหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เจ้าจะถูกลงโทษในสถานหนักเลยทีเดียวนะ บอกพวกเรามาเราสามคนจะให้ความยุติธรรมแก่เจ้าเอง”
“ไม่มีผู้ใดบังคับข้าได้เจ้าค่ะท่านมหาเทพทั้งสาม ข้าต้องขอโทษผีเสื้อเกล็ดแก้วทุกตัวด้วยซ้ำที่ทำให้ชื่อเสียงของเขาต้องมัวหมองเพราะข้า แต่เป็นข้าที่แอบกินทั้งผลท้อธรรมดา ผลท้อโอสถบนเกาะมามากมายมายาวนาน และสุดท้ายก็ห้ามใจไม่ไหวเด็ดผลท้อสวรรค์มากัดกินไปตั้งแต่เมื่อ 1,000 ปีก่อนในยามที่มันยังสุกไม่เต็มที่เจ้าค่ะ”
คำสารภาพที่เด็ดเดี่ยว แววตาที่มองตอบกลับมายังท่านมหาเทพทั้งสามของเหยาจีเต็มไปด้วยความจริงทุกประการ จนแม้แต่มหาเทพมู่ซีที่คิดจะปกป้องเหยาจีเอาไว้ก็ต้องยอมจำนนกับคำกล่าวที่ออกมาจากใจไร้การโป้ปดนั้น
“กฎย่อมเป็นกฎ เจ้าทำผิดครั้งใหญ่เลยทีเดียวเด็กน้อย โทษของเจ้าก็คือการถูกขับออกจากสวรรค์และต้องไปอยู่ในแดนมนุษย์!!"
ผีเสื้อเกล็ดแก้วตัวหนึ่งรีบคืนร่างมาเป็นเด็กหนุ่มยืนอยู่เคียงข้างเซียนน้อยเหยาจีด้วยใบหน้าร้อนรน
“แดนสวรรค์ มนุษย์และปีศาจไม่ได้เชื่อมต่อกันมาเนิ่นนาน เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างไรบ้างแล้ว เหยาจียังเล็กนางไม่รู้ความขับไล่นางลงไปนางจะใช้ชีวิตอยู่เช่นไรขอรับท่านมหาเทพ”
ทูตสวรรค์สี่เสินรู้ดีว่าการลงโทษโดยการขับไล่หาใช่การเกิดใหม่ แต่เหยาจีสหายของตนจะถูกส่งลงไปในรูปลักษณ์ของเด็กหญิงวัย 11 ปีเช่นนี้โดยถูกกำหนดตัวตนขึ้นมาใหม่เท่านั้น นางอาจกลายเป็นบุตรสาวของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง หรืออาจจะปรากฏตัวเป็นคนเร่ร่อนไร้ญาติพี่น้องในแดนทุรกันดาร หากเป็นเช่นนั้นเหยาจีก็ต้องลำบากไม่น้อย
เสียงพูดคุยรอบวิมานแก้วเงียบสนิท ทุกคนต่างมีความคิดที่แตกต่างกันไป ทั้งสงสารเหยาจี ทั้งเห็นควรกับบทลงโทษ และแน่นอนที่สุดพวกเขาพยายามคิดถึงเรื่องราวของแดนมนุษย์ที่เวลานี้แทบจะกลายเป็นสถานที่แปลกใหม่สำหรับพวกตนไปเสียแล้ว
“ข้าน้อยอยู่กับนางเกือบจะตลอดเวลา แต่ยังปล่อยให้นางกระทำความผิดต่อหน้าได้ ข้าก็จะขอรับโทษขับไล่ออกจากแดนสวรรค์ไปพร้อมกับนางขอรับ ขอท่านมหาเทพทั้งสามได้โปรดลงโทษข้าน้อยด้วย” สี่เสินคุกเข่าลงเบื้องหน้ามหาเทพทั้งสาม
มหาเทพมู่ซีขยับร่างเล็กน้อย นางรู้ดีว่าทูตสวรรค์สี่เสินเพิ่งจะออกจากการจำศีลบนเกาะแก้ว ระหว่างที่เกิดเรื่องเขาไม่ได้อยู่ข้างกายเหยาจีแต่อย่างใด แต่ด้วยความเป็นห่วงเซียนน้อยนางจำต้องกัดฟันหุบปากไว้ให้สนิท หากมีสี่เสินอีกคนเซียนน้อยเหยาจีก็ยังมีคนดูแล
เหยาจีตัวน้อยหันขวับมายังสหายที่ทำตัวเป็นพี่ชายนางมาโดยตลอดด้วยความไม่เข้าใจ นางขยับปากจะกล่าวคำคัดค้านว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีความผิด แต่สี่เสินก็เอื้อมมือมาบิดขานางเอาไว้เบาๆ พร้อมทั้งขยิบตาไม่ให้นางผู้อะไรออกมา
การกระทำที่มีพิรุธของทั้งคู่อยู่ในสายตาของหลวนหลงที่จับจ้องเหยาจีเอาไว้โดยตลอด เดิมทีเขาก็เหมือนคนอื่นที่ไม่เชื่อว่าเซียนน้อยผู้ไร้เดียงสาจะขโมยผลท้อไป พอได้ยินคำสารภาพจากนางก็ยังตกใจอยู่ไม่น้อย แต่ภาพที่เขาเห็นเมื่อครู่ดูเหมือนว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติอยู่
หากทูตสวรรค์สี่เสินเป็นผู้ขโมยผลท้อ แล้วเหยาจีรับผิดแทน สี่เสินก็ไม่ควรแสดงตัวออกมารับโทษ หรือหากเหยาจีทำความผิดจริง นางก็สมควรจะต้องแสดงความหวั่นเกรงบางอย่างออกมาบ้าง
แต่เมื่อครู่เซียนน้อยเหยาจีเพิ่งจะส่งสายตาขอโทษขอโพยมายังตน ประกายตาที่วาบไหวครู่หนึ่ง เขาถึงกับรู้สึกว่านางพึงพอใจกับคำตัดสินโทษของตนด้วยซ้ำ
“เหมาะสมแล้ว ผีเสื้อเกล็ดแก้วแม้จะไม่มีหน้าที่โดยตรงในการรับผิดชอบผลท้อ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงใกล้ตัวไม่อาจปกป้อง ข้ายินยอมปล่อยให้เขารับโทษไปพร้อมกับเซียนเหยาจี” มหาเทพสิงเทียนตัดสินใจเด็ดขาด
เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดคัดค้านต่อ ก็เป็นหน้าที่ของเทพนกขุนทองดังเดิมที่ป่าวประกาศโทษของเซียนเหยาจีกับทูตสวรรค์สี่เสินผู้ใกล้ชิดนางด้วยเสียงอันดัง ก่อนจะนำทางทุกคนไปที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เส้นทางลงไปสู่แดนมนุษย์ที่ไม่มีผู้ใดผ่านเข้าออกมาเนิ่นนาน
“ผ่านบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว เจ้าจะยังมีความทรงจำเดิมบนแดนสวรรค์อยู่เพื่อเป็นการย้ำเตือนว่าเหตุใดเจ้าจึงต้องลงไปทนทุกข์ยังแดนมนุษย์ แต่อายุขัยที่เจ้ากินผลท้อสวรรค์ รวมทั้งอิทธิฤทธิ์ความสามารถที่สั่งสมมาจะถูกริบคืนมาทั้งหมด จากนี้ต่อไปเจ้าต้องเริ่มต้นใช้ชีวิตเฉกเช่นมนุษย์ รับโทษของพวกเจ้าเสีย”
สิ้นคำกล่าวของมหาเทพฮ่าวเทียน เหยาจีกับสี่เสินก็พยักหน้าให้กันแล้วกระโดดลงไปในบ่อน้ำศักดิ์ฺสิทธิ์ขนาดกว้างใหญ่ทันทีโดยไม่ลังเล
“เซียนหลวนหลง เรื่องนี้ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดย่อมเป็นเจ้า ข้าไม่อาจหาผลท้อสวรรค์มาชดเชยเจ้าได้ในเวลานี้ หากเจ้ามีความต้องการอื่นใดที่จะเรียกร้อง ก็ขอให้กล่าวออกมา”
หลวนหลงรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกอยู่บ้าง เขายังอยู่ในชั้นเซียนความปรารถนาเดียวก็มีเพียงการกลายเป็นเทพ ก่อนจะได้เป็นเทพก็ต้องสะสมอายุขัยให้เพียงพอ แล้วเขาเรียกร้องขออายุขัยที่เพิ่มขึ้นได้จากผู้ใดกันเล่า ในเมื่อเรื่องนี้ทำได้เพียงการบำเพ็ญเพียรด้วยตนเอง หรือการกินผลท้อสวรรค์เท่านั้น
“เวรแล้ว!!"
เสียงร้องดังของเทพโอสถดึงสติหลวนหลงให้หลุดออกจากภวังค์ของตน
“นางยังไม่ได้ส่งมอบเมล็ดพันธุ์ท้อสวรรค์กลับคืนมา!”
เมื่อกินผลท้อสวรรค์ไปแล้ว เซียนผู้ได้รับเลือกต้องคืนเมล็ดท้อสวรรค์ให้กับมหาเทพมู่ซีเพื่อคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดีไว้เพาะปลูกต่อ ส่วนที่เหลือก็จะถูกนำมาส่งมอบให้กับเทพโอสถเพื่อนำไปทำเป็นส่วนประกอบของโอสถได้หลายชนิด
เหล่าทวยเทพเริ่มหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก หากเมล็ดท้อสวรรค์ที่เหยาจีนำติดตัวไปด้วยเป็นเมล็ดที่เพาะปลูกขึ้นมาได้เล่า? ใช่ว่าต่อไปในแดนมนุษย์จะมีต้นท้อสวรรค์ขึ้นมาอีกหนึ่งต้นหรือไม่?
“ผีเสื้อเกล็ดแก้ว! กลับไปค้นหาให้ทุกซอกทุกมุมบนเกาะ นางอาจจะเตรียมเมล็ดไว้เพาะพันธุ์ต่อแล้วก็เป็นได้!” มหาเทพสิงเทียนรีบออกคำสั่ง
เทพนกและสัตว์อื่นที่บินได้สยายปีกออกไปบินว่อนปกคลุมทุกพื้นที่ของปากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ สายตาของพวกเขามองไม่เห็นแม้แต่เงาของเหยาจีและสี่เสิน จะบินตามลงไปสักเล็กน้อยก็ไม่กล้า หากข้ามผ่านบ่อน้ำแห่งนี้ไปแล้วพวกตนคงต้องไปจุติในโลกมนุษย์เช่นเดียวกับนาง
ผ่านไปครู่ใหญ่ผีเสื้อเกล็ดแก้วก็ทยอยบินกลับมา ผีเสื้อเกล็ดแก้วตัวหนึ่งกลายร่างออกมาแจ้งข่าวร้ายโดยพลัน
“ไม่มีเลยเจ้าค่ะ พวกเราหากันจนทั่วแล้ว”
“ไม่ได้การแล้ว หากเมล็ดพันธุ์จากสวรรค์ถูกนำไปเพาะปลูกเบื้องล่างจะส่งผลอย่างไรพวกเราไม่อาจล่วงรู้ได้ มหาเทพมู่ซีเพิ่งจะเพาะปลูกต้นท้อสวรรค์ได้สำเร็จมาไม่นาน เป็นไปได้ว่าเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ก็จะสามารถขยายพันธุ์ได้ดีเสียด้วยสิ” มหาเทพฮ่าวเทียนเริ่มเป็นกังวลมากขึ้นกว่าเดิม
“เราต้องส่งคนลงไปตามหานาง แล้วเอาเมล็ดพันธุ์กลับคืนมาให้ได้” มหาเทพสิงเทียนนั่งไม่ติดพื้นเช่นกัน
“ข้าอาสาจะตามลงไปเองขอรับ ท้อสวรรค์ผลนั้นเดิมทีก็ควรเป็นของข้า” หลวนหลงอาสาออกมาท่ามกลางความไม่เข้าใจของเหล่าทวยเทพ
“เซียนหลวนหลง เจ้าคงเสียใจจนเลอะเลือนไปแล้วกระมัง เจ้าสามารถขอสิ่งชดเชยจากมหาเทพเช่นเราได้มากมายหลายประการ แต่กลับเลือกจะลงไปแดนมนุษย์เพื่อตามหาเมล็ดพันธุ์ยินยอมที่จะสูญเสียพลังอำนาจที่สั่งสมมาเช่นนั้นหรือ?” มหาเทพสิงเทียนรีบร้องห้าม
หลวนหลงก็ไม่รู้ตัวเช่นกันว่าตนเองตัดสินใจเช่นนั้นไปได้อย่างไร เขาสามารถขอสิทธิ์รับผลท้อสวรรค์ในรอบ 3,000 ปีข้างหน้าได้ด้วยซ้ำ แต่ความสงสัยใคร่รู้ในตัวเซียนน้อยเหยาจีทำให้เซียนหนุ่มรู้สึกตื่นเต้น
อีกอย่างใช่ว่าเขาไม่เคยสังเกต เมื่อเลื่อนขั้นไปเป็นเทพแล้ว ชีวิตในฐานะเทพของทุกคนดูเหงาๆ ชอบกล ออกไปเผชิญหน้ากับความท้าทายที่แปลกใหม่ก็น่าสนใจดีไม่น้อย
“ข้าน้อยมีความประสงค์เช่นนั้นจริงๆ ขอรับท่านมหาเทพ หากพวกท่านไม่อนุญาตข้าก็จะขอใช้สิทธิ์ที่พวกท่านจะชดเชยข้อผิดพลาดในวันนี้เป็นการขอให้ส่งตัวข้าลงไปอยู่ดีขอรับ”
ในขณะที่เซียนหลวนหลงคิดไปทาง ท่านเซียนอีกหลายคนก็มีความคิดไปอีกทาง พวกเขาพลาดจากการคัดเลือกในวันนี้ และต้องรออย่างน่าเบื่อไปอีก 3,000 ปี จึงจะได้ลุ้นเสี่ยงดวงใหม่ แล้วถ้าเซียนน้อยเหยาจีเก็บเอาเมล็ดพันธุ์ท้อสวรรค์ไปปลูกยังแดนมนุษย์ได้สำเร็จจริงๆ เล่า!! คนกลุ่มแรกที่ลงไปก่อนย่อมมีโอกาสได้รับผลท้อด้วยมิใช่หรือ
เซียนหนุ่มสาวหลายคนมองไปยังหลวนหลงด้วยสายตาชื่นชม เชื่อว่าอีกฝ่ายก็คงมีความคิดเช่นเดียวกันกับพวกตนและยังเป็นตัวตั้งตัวตีในการขอลงไปตามหาเมล็ดพันธุ์เสียอีก
“ข้าก็อาสาจะลงไปยังแดนมนุษย์เพื่อค้นหาเมล็ดพันธุ์ท้อสวรรค์ด้วยขอรับ/เจ้าค่ะ” เซียนสวรรค์กลุ่มใหญ่กล่าวออกมาโดยพร้อมเพรียงกัน