ผับ xxx สถานที่เหล่าบรรดาผีเสื้อราตรีได้ออกมาปลดปล่อยอารมณ์ เพื่อผ่อนคลาย หลังจากที่เคร่งเครียดกับการทำงานมาทั้งวัน มีทุกอาชีพทุกชนชั้น ที่นี่เปิดเสรีไม่ว่าใครก็เข้ามาได้ หากอายุเกินยี่สิบปี ท่ามกลางความสนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้ ของใครหลายคน แต่เธอกลับไม่สนุกกับเพลงที่เปิดเอาเสียเลย เมื่อนึกถึงผู้เป็นมาดาร ที่กำลังนอนป่วยอยู่ที่บ้าน
"มุขลินดูแลแขกวีไอพีโต๊ะสิบด้วย" ไม่ใช่เสียงใครที่ไหนนั่นคือเจ๊โรส ที่ใครๆ ต่างเกรงใจ และรู้ดีถึงชื่อเสียงของเธอ ในการฝากฝังงานให้กับเหล่าบรรดาสาวๆ ที่อยากมีรายได้เสริมอีกทาง ในการใช้เรือนร่างปรนเปรอตัณหาของผู้ชายไม่รูจักพอ
"โอเคค่ะเจ๊โรส" หญิงสาวร่างเล็กหุ่นเพรียว ใส่กระโปรงสั้นแถมชุดที่ใส่ยังรัดติ้ว ซึ่งเป็นชุดฟอร์มของสาวเสิร์ฟที่นี่ มุขลินเดินนวยนาดออกไปอย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาคมของใครบางคน ซึ่งจ้องมองมายังสาวสวย เมื่อเธอดูสะดุดตากว่าใครๆ ในร้านนี้ แต่เธอกลับเสิร์ฟอย่างเดียวไม่ขาย นั่นคือสิ่งที่ชายหนุ่มหลายคนรู้สึกหงุดหงิด เมื่อสิ่งที่พวกเขาต้องการนั้น คำตอบที่ได้จากเจ๊โรสคือเซย์โนอย่างเดียว
"คุณหมอ เด็กคนนี้เข้ามาทำงานที่นี่ได้สองปีแล้ว สนใจเธอเป็นพิเศษเหรอคะ"
"เปล่า" ดูเหมือนคำพูดของหมอหนุ่มจะสวนทางกับสายตาของเขาที่จ้องมองไปที่มุขลินอย่างไม่วางตา ขณะที่เจ๊โรสถามหมอหนุ่มออกไป เธอจับพิรุธเขาตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านแล้ว เมื่อภาคินเอาแต่จับจ้องมองมุขลินไม่วางตา และไม่ใช่วันนี้วันแรก เพราะเขาจ้องมองเธอทุกครั้ง ในวันที่เข้ามายังผับแห่งนี้ นอกจากวันไหนที่เข้าเวรดึกเขาจึงจะไม่แวะมา
"ถ้าอย่างนั้น เชิญคุณหมอเลือกที่นั่งได้ตามสบายนะคะ"
"ผมขอตัวขึ้นไปดูบัญชีก่อน แป๊บหนึ่ง" พูดจบหมอภาคินก็เดินขึ้นไปชั้นสองของผับ ความจริงบิดาเขาเคยขายหุ้นให้กับเพื่อนไปแล้ว แต่ว่าเพื่อนๆ ของบิดานั้นไม่ยอม เขาจึงได้กลับมาสนองเจตนารมณ์ของผู้เป็นบิดาต่อ ด้วยการทำบัญชีที่ผับนี่ บวกกับความเป็นชายเจ้าสำราญของเขาแล้ว มันจึงทำให้ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ เขาเต็มใจทำงานที่นี่โดยไม่ต้องบังคับใดๆ ทั้งสิ้น
"อ้าวคุณหมอเชิญครับ" นั่นคือโยชิลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของยูโร เพื่อนสนิทของเตชิน ที่เวลานี้เขามาดูกิจการของผับแทนบิดาเช่นกัน
"ทำไมวันนี้ถึงมาอยู่ห้องนี้ได้ครับคุณโยชิ" หมอหนุ่มตั้งคำถามนี้ขึ้นแทน เพราะปกติแล้วโยชิมักจะพาสาวๆ เข้าห้อง ไม่ค่อยได้ออกมานั่งในห้องทำงานนี้สักเท่าไรนัก
"นัดสาวไว้กำลังจะไป นายก็เหมือนกันวันนี้นัดใครไว้หรือเปล่า" โยชิพูดพร้อมกับเดินออกไป ปล่อยให้หมอมองตามแบบเคืองๆ พร้อมกับส่ายหัวให้กับเพื่อน
"แล้วนายล่ะไม่ไปเหรอสตางค์" หมอภาคินเอ่ยถามสตางค์ออกไป ซึ่งเป็นลูกชายของต้า เพื่อนสนิทอีกคนของบิดา เตชินบิดาของเขาจะมีเพื่อนสนิทอยู่สามคน อีกคนหนึ่งเห็นว่าเดินทางไปตั้งรกรากอยู่ที่ต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว
"วันนี้เบื่อๆ รีบทำบัญชีจะได้ลงไปด้วยกัน" หมอภาคินไม่พูดอะไรรีบทำบัญชีตรงหน้าให้เสร็จ เพราะเขามีเวลาพักไม่มากเหมือนสตางค์ กับโยชิ ชายหนุ่มทำบัญชีได้สักพักก็เรียบร้อย ก่อนจะเดินลงมาด้านล่างพร้อมสตางค์ แล้วพบว่าเฒ่าหัวงูกับกลุ่มพวกเสี่ยนั่น กำลังพยายามลวนลามมุขลินอยู่
หมับ!! มือปลาหมึกแขกวีไอพี จับลงที่ก้นของมุขลิน
“ก้นเธอนี่มันนิ่มจริงๆ เลยนะสาวน้อย ต้องการเท่าไหร่บอกมาฉันจ่ายไม่อั้น” เสี่ยหัวงูพูดขึ้น ส่วนตัวมุขลินเองนั้นพยายามเก็บกลั้นอาการโกรธเอาไว้ เธอยังไม่อยากตกงานในเวลานี้ ในขณะที่มารดากำลังนอนป่วยอยู่ที่บ้าน เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้
เธอต้องเก็บไว้ เพื่อรักษามารดายามฉุกเฉิน ซึ่งโรคที่มารดาเป็นอยู่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก หญิงสาวจึงอดทนอดกลั้น แม้จะถูกลวนลามบ้างบ่อยครั้งหลายครา แต่เธอก็ต้องทำงานที่นี่ อย่างน้อยก็ไม่ได้ขายเหมือนคนอื่น ถูกจับบ้างก็คงไม่สึกหรอนั่นคือความคิดของมุขลิน ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่ามีสายตาคมมองมาอย่างเคืองๆ
ภายในห้องที่เงียบ ไม่ต่างจากพายุที่กำลังก่อตัว เมื่อหมอหนุ่มกำลังจะทำให้ไฟสวาทร้อนระอุขึ้น ทุกอย่างเป็นไปตามที่มนุษย์ถูกสร้างมาคู่กัน ทั้งสองต่างก็ต้องการในกันและกัน แต่ที่แปลกแตกต่างคือ คนหนึ่งนั้นแค่มีอีกคนไว้ปรนเปรอบำเรอชั่วครั้งชั่วคราว
ท่อนเอ็นร้อนลำเขื่องกำลังจะแทรกเข้าไปในกายของเธอ หญิงสาวอ้าขาออกด้วยความเต็มใจ เมื่อทุกครั้งที่มีความสัมพันธ์เธอนั้นได้ยินยอมพร้อมใจ ที่จะมอบความสุขให้กับหมอหนุ่มในทุกท่วงท่า ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้หล่อนได้รู้ว่า การที่ได้มอบความสุขจากกายของเธอให้กับชายตรงหน้า แม้มันอาจจะไม่ล้ำค่า แต่หล่อนก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ทำลงไปทั้งหมดเพราะรัก
แม้จะเป็นรักข้างเดียวก็ตามที และเธอก็ขออยู่ในพื้นที่เล็กๆ ภายในใจของหมอหนุ่มก็เป็นพอ แต่นั่นคงเป็นความคิดของเธอฝ่ายเดียว เมื่อเขานั้นไม่เคยจะแลเหลียวเธอสักนิดเดียวด้วยซ้ำ แค่เขาใช้เงินซื้อความสุขจากเธอไม่ต่างจากผู้หญิงบริการ ที่ยอมให้เขาทำจนหนำใจ แล้วรับเงินมาครั้งแล้วครั้งเล่า โดยที่ไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้ง
"อืม อ่า ซี้ด!" เสียงครางกระเส่าซี้ดซ้าดของปาก มันไม่ได้มาจากการเผ็ดของพริกแต่อย่างใด แต่ทว่ามันคือความเสียวซ่านในรสสวาท ที่เวลานี้มันร้อนระอุดังเปลวไฟ พร้อมจะเผาสองร่างให้มอดไหม้หล่อหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
"อืม~อ๊า เร็วกว่านี้หน่อยคะ" เสียงแหลมร้องขอออกมา เมื่อร่างอรชรของเธอต้องการความเร็วถี่ขึ้น ในเวลาที่เขาสอดท่อนเอ็นนั่นเข้ามายังช่วงล่างของหล่อนตอกอัดเข้าไปถี่ๆ แม้มันจะไม่คับแน่นเหมือนดังแต่ก่อน ทั้งที่ท่อนเอ็นนั่นมีขนาดที่ไม่ธรรมดา อาจเป็นเพราะว่าเธอเคยผ่านชายมาหลายคน และใช้งานบ่อยเกินไป แต่ความกระสันของชายหนุ่มก็หาได้ลดลง เมื่อหญิงตรงหน้าตั้งใจมาปรนเปรอเขา
ชายหนุ่มยกหญิงร่างเล็กขึ้นไปบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ในห้องพักส่วนตัวของแพทย์ หมอหนุ่มจับขาเธอถ่างออกมาหนีบไว้ที่เอวหนา ก่อนจะเสียบท่อนเอ็นร้อนดันเข้าไปจนมิดลำ ทั้งที่ขนาดของมันนั้นไม่ธรรมดา
ตรั่บ~ตรั่บ~ตรั่บ! เสียงกระแทกของเนื้อที่แนบกระทบกันดังขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวร่างเล็กยังคงใช้มือสองข้างค้ำยันไว้ที่ขอบโต๊ะ เมื่อช่วงล่างของเธอนั้นมันอ้ารับแรงกระแทก จนก้นงอนของเธอแทบจะเลื่อนตกจากโต๊ะ จนต้องใช้มือค้ำยันเอาไว้ เพื่อรับแรงกระแทกที่หมอหนุ่มโยกเข้าออกอย่างเมามัน สุดที่จะต้านทานเอาไว้ได้
“อื้ม อ๊า โอ้ววว” หมอหนุ่มครางออกมา เมื่อเขานั้นกำลังจะไปถึงสวรรค์อยู่รำไร หน้าอกตูมของหญิงตรงหน้าตั้งชูชันอย่างล่อตาล่อใจ เมื่อเวลานี้มันสั่นกระเพื่อมขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ ตามแรงกระแทกของสะโพกหมอหนุ่มโยกสอบเข้าออกอย่างไม่ยั้ง มือของเขาบีบเคล้นลงไปยังสองเต้าตรงหน้า ร่างเล็กที่นั่งอยู่เริ่มบิดเกร็งกับรสสวาทที่ได้รับ เมื่อเขากระแทกมันเข้าไปจนมิดลำอย่างหนำใจเธอ
"อืม อ๊าา อ๊า! คุณหมอขา... รู้สึกดีจัง" เสียงแหลมร้องครางออกมา เมื่อเธอเองก็ใกล้จะออกไปแตะขอบฟ้าแล้วเช่นกัน ยิ่งเขาซอยสะโพกสอบเข้าออกถี่ๆ เธอยิ่งชอบใจ
“อืม อ่า ซี้ดด” เมื่อเสพสมดังอารมณ์หมาย ไม่นานน้ำขุ่นๆ ได้ไหลออกมาจนนองถุงยาง หมอหนุ่มถอดออกแล้วทิ้งลงไปยังถังขยะ ก่อนจะซับมันด้วยผ้าผืนเล็กแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป ไม่แยแสต่อร่างเพรียวนั้นเลยสักนิด ปล่อยให้หญิงสาวที่อยู่ในห้องจัดการใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย และเธอไม่ลืมที่จะหยิบธนบัตรปึกใหญ่ ที่เขาวางไว้ให้ ก่อนหน้านี้ ความสัมพันธ์แบบนี้เธอเองก็ไม่ต้องการ แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อหัวใจของเธอมันเรียกร้อง เธอชื่อมีนาเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้เช่นกัน เธอหลงใหลและรักหมอหนุ่มมานาน มีนาจึงทำทุกอย่างให้กับเขา แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่วันไนท์สแตนด์
มุขลินยังคงมาทำงานที่ผับตามเดิม เธอไม่รู้ว่างานที่สมัครเอาไว้เมื่อไหร่เขาจะตอบรับเธอสักที เรียนที่ว่ายาก หางานทำยิ่งแสนจะลำบากกว่าเป็นหลายเท่า ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ คนก็ยิ่งแย่งกันหางานทำ บางคนก็ใช้เส้นสายดึงคนรู้จักลูกหลานตัวเองเข้าไป แล้วเธอล่ะไม่มีใครที่พอจะแนะนำได้เลยสักคน มีเพียงที่แห่งนี้ที่อ้าแขนรับ เธอคงเกิดมาเพื่อราตรีกาลจึงทำงานที่นี่ได้อย่างยาวนาน
“มุขลินวันนี้แขกวีไอพีโต๊ะเก้า เขาต้องการให้เธอไปเสิร์ฟ บริการแขกดีๆ ด้วยล่ะ"
“โอเคค่ะเจ๊ หนูจะตั้งใจบริการถวายหัวเลยค่ะ"
“ปากดี! เชอะ!" เจ๊โรสพูดพร้อมกับสะบัดบ๊อบใส่เธอ ซึ่งทั้งสองสนิทกันมากจนสามารถพูดล้อเล่น หยอกกันไปมาได้ เจ๊โรสเองก็ชอบนิสัยของมุขลิน เธอสวยแล้วไม่หยิ่งแถมยังเป็นกันเองกับทุกคนเป็นคนนิสัยดีที่สำคัญเธอไม่ขาย นั่นคือสิ่งเจ๊โรสชอบเด็กสาวคนนี้เป็นพิเศษ
ในระหว่างที่มุขลินเดินตรงไปที่โซนวีไอพีโต๊ะเก้า วันนี้หมอหนุ่มมีเวลาว่างพอ เขาแอบมาซุ่มดักมองเธอ ความจริงผับนี้ก็เป็นของเขา ไม่จำเป็นต้องแอบ แต่หมอหนุ่มไม่ต้องการให้เธอรู้ เพราะกลัวว่าจะแหวกหญ้าให้งูตื่น เขาจะรอจังหวะและเวลา เพื่อจะเอาเธอมาขึ้นเตียงให้ได้ แต่ยังไม่มีวิธีเท่านั้นเอง
โต๊ะที่เจ๊โรสให้มาเสิร์ฟมีแต่บรรดาเสี่ย และเฒ่าหัวงูทั้งนั้น มุขลินพยายามอดกลั้น ที่พวกเสี่ยนั้นพยายามลวนลามเธอ บรรดาชายพวกนี้พยายามจับนั่นจับนี่ ทั้งที่เธอพยายามปัดมือเขาออกอยู่บ่อยครั้ง
“อย่าหวงตัวไปหน่อยเลยนังหนู เดี๋ยวฉันจะเปย์ไม่อั้น!
หมับ!! ร่างอรชรถลาล้มลงไปตามแรงกระชากของแรงผู้ชาย เวลานี้เธอนั่งอยู่บนตักของชายวัยเกือบหกสิบ แต่ทว่าร่างกายของเขาดูกำยำ เหมือนกับคนที่ออกกำลังกายตลอดทำให้แข็งแรงมีสุขภาพดี
“ปล่อยค่ะเสี่ย!!” มุขลินพยายามดิ้นให้พ้นจากอ้อมกอดของชายร่างบึกบึน แต่วงแขนอันแข็งแกร่งของชายผู้นี้กลับรัดแน่นขึ้น พร้อมกับใช้มือถลกกระโปรงของเธอที่มันสั้นอยู่แล้วนั้นให้สูงขึ้น ก่อนจะบีบคลึงลงไปที่สะโพกกลมอย่างไม่แคร์สายตาคนข้างๆ ที่นั่งอยู่ ทุกคนต่างเชียร์ให้เสี่ยหัวงูนี่ลวนลามเธอ ผู้ชายพวกนี้คงเห็นผู้หญิงเป็นเพียงแค่สินค้าสินะ
“อย่าเล่นตัวไปเลยนังหนู เสี่ยกล้านี่กระเป๋าหนักนะจะบอกให้"
“ฮ่า! ฮ่า! รับรองหนูจะชอบและติดใจ” เสี่ยคนหนึ่งพูดขึ้น ก่อนที่จะมีเสียงของเพื่อนๆ ของเขานั้นหัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน
มุขลินรู้สึกสัมผัสได้ถึงแท่งแข็งๆ ที่มันทิ่มตูดเธอ เสี่ยบ้ากามคนนี้คงจะมีอารมณ์ แค่กอดเธอยังขนาดนี้แล้วถ้าบนเตียงจะขนาดไหน มุขลินไม่อยากคิดเลย
“ปล่อยค่ะเสี่ย... หนูบอกแล้วว่าหนูไม่ขาย!!” มุขลินพูดโวยวายออกมาเสียงดัง พร้อมกับพยายามดันวงแขนนั่นออก แต่เสี่ยหัวงูนั่นกลับเปลี่ยนจากกอด ฝ่ามือหนาของเขาวางแหมะลงที่เต้าคู่สวยของเธอแทน ก่อนจะบีบคลึงพร้อมกับกระดกตัวขึ้นลง มุขลินพยายามดึงมือเสี่ยออกแต่ก็ไม่สำเร็จ เนื่องจากร่างกายที่บอบบางเล็กเพรียวของเธอ จึงไม่อาจจะสู้ร่างหนาใหญ่ยังกับยักษ์แบบเสี่ยนั้นได้
“ไอ้บ้าเอ๊ย!” เสียงของหมอภาคินสบถออกมาจากลำคออย่างหัวเสีย ก่อนจะเดินตรงไปที่โต๊ะเก้าโซนวีไอพี
หมับ!! มือของหมอหนุ่มจับหลงไปที่ข้อมือเรียวของมุขลิน
“อย่าแตะต้องเธอ!" หมอหนุ่มพูดเสียงแข็งกร้าวอย่างน่าเกรงขาม พร้อมกับกระชากมือของเสี่ยออก ก่อนจะดึงปนกระชากแขนเล็กเรียวของมุขลินนั้นลุกขึ้น จนร่างบางของเธอปลิวถลาจนเซมายืนอยู่ข้างๆ หมอหนุ่ม โดยที่เขายังจับที่ข้อมือเล็กเรียวนั่นอยู่ ก่อนจะลากแขนเธอเดินออกมาให้พ้นจากตรงนั้น พวกเสี่ยรู้จักหมอหนุ่มดีจึงไม่กล้าที่จะที่ปากเสียงกับเขา
“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฉัน" มุขลินพนมมือขึ้นไหว้หมอภาคิน เมื่อเขาพาเธอออกมาพ้นจากโต๊ะเก้านั้นได้ หมอหนุ่มไม่พูดอะไร เขามองเธอเพียงแค่หางตาแล้วเดินจากไปทันที มุขลินยังคงมึนงงกับการกระทำของเขา แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร อย่างน้อยเขาก็ช่วยเธอให้รอดพ้นจากเสี่ยหัวงูได้ในวันนี้
การกระทำของหมอหนุ่ม อยู่ภายใต้สายตาของเจ๊โรส ผู้ที่คอยจับผิดเขาอยู่เสมอ เธอเริ่มมั่นใจว่าหมอหนุ่ม ต้องปั้นใจให้กับมุขลินบ้างแล้ว ถึงได้แสดงอาการหึงหวง และเป็นห่วงเธอออกมาแบบนั้น
วันนี้หมอนัดมารดาของมุขลินเธอ จึงกระตือรือร้นตื่นแต่เช้า ทั้งที่เพิ่งนอนไปไม่กี่ชั่วโมง แต่เวลานี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่ามารดา ต่อให้เธออดหลับอดนอน เพื่อบุพการีแล้วมุขลินก็ยินดีที่จะทำ โดยไร้เงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น
"แม่ไปเองก็ได้ลูกนอนต่อเถอะลูก" ผู้เป็นมารดาเอ่ยขึ้น เมื่อรู้ว่าลูกสาวทำงานดึก และเพิ่งนอนไปไม่นานนี้เอง
"ลินไหวค่ะแม่เดี๋ยวค่อยกลับมานอนต่อก็ได้" มุขลินพูดพร้อมกับเดินเข้าไปในครัว เพื่อเตรียมอาหารเช้ารับประทานกับมารดา ก่อนเดินทางไปโรงพยาบาล ซึ่งวันนี้อาการของแม่ไม่ค่อยสู้ดีนัก เธอมองออกจากใบหน้าของหญิงวัยห้าสิบกว่า ที่แลดูซีดเซียวกว่าทุกวัน เพราะเธอเฝ้าสังเกตอาการของมารดาทุกวัน
เมื่อเดินทางมาถึงโรงพยาบาล มุขลินยื่นเอกสารเสร็จเรียบร้อย เธอจึงพาแม่มานั่งรออยู่หน้าห้องตรวจของแพทย์ประจำ ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และชำนาญในการผ่าตัดปลูกถ่ายไต
"เชิญคุณไข่มุก ลูก้า ที่ห้องตรวจค่ะ" พยาบาลเรียกชื่อมารดาของมุขลิน เธอจึงค่อยๆ พยุงผู้เป็นมารดาเข้าไปด้านใน ก่อนจะยกมือไหว้หมอหนุ่ม ซึ่งเธอแน่ใจว่าภายใต้แมสที่ปิดบังใบหน้าเอาไว้นั้น เขาคงจะเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูหล่อเหลาคมคายเลยทีเดียว
หมอภาคินสตั้นไปสิบวิ เมื่อเขาเพิ่งรู้ว่ามุขลินคือลูกสาวของไข่มุก ผู้ป่วยที่เขาเป็นเจ้าของไข้เคสนี้อยู่หมอหนุ่มพยายามเก็บอาการด้วยการก้มดูจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งจากประวัติการรักษาแล้ว ทำให้เขาประเมินอาการของคนไข้วันนี้คงได้แอดมิดแน่นอน
"เชิญคุณไข่มุกนอนที่เตียงเลยครับ ผมขอตรวจดูอาการก่อน" มุขลินพยุงมารดาขึ้นไปนอนบนเตียงใบหน้าของมารดาของเธอนั้นเริ่มซีดขึ้นกว่าเดิม ทำให้เธอไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก
"วันนี้ต้องแอดมิดนะครับ" หมอหนุ่มพูดขึ้นหลังจากที่ตรวจดูอาการจนแน่ใจแล้ว ไม่นานไข่มุกมารดาของมุขลินก็ถูกนำตัวส่งไปยังห้องผู้ป่วยรวมของโรงพยาบาล
"เชิญญาติของคุณไข่มุกพบแพทย์ด้วยค่ะ" พยาบาลเดินมาบอก ในขณะที่มุขลินกำลังนั่งกุมมือมารดาอยู่ ด้วยความห่วงใย
"เดี๋ยวลินมานะคะแม่" พูดจบมุขลินก็เดินตามพยาบาลไปที่ห้องของหมอหนุ่ม
"เชิญนั่งครับ" มุขลินนั่งลงช้าๆ ก่อนจะตั้งใจฟังหมอบรรยายถึงอาการของมารดา ที่ดูแย่และน่าเป็นห่วงมากในเวลานี้
"ผู้ป่วยอาการแย่ลงต้องฟอกไตอย่างน้อยอาทิตย์ละสองครั้งนะครับ"
"แม่อาการแย่มากเลยเหรอคะหมอ" มุขลินถามออกมาด้วยแววตาที่เหนื่อยล้า
"ตอนนี้ผู้ป่วยอาจไตวายได้ ผมอยากแนะนำให้ใช้วิธีปลูกถ่ายไตจะเป็นผลดีกับผู้ป่วยมากกว่า" คำตอบของหมอทำให้มุขลินเข่าแทบทรุด เพราะเธอรู้ดีว่าจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ใบหน้าสวยคมของเธอดูเป็นกังวล ดวงตากลมเริ่มเศร้าหม่นลงในทันที ทำให้หมอหนุ่มรู้สึกสงสารอยากเข้าไปปลอบคนของใจ ที่นั่งอยู่ตรงหน้าแต่เขาก็ทำได้แค่เพียงแอบชำเลืองมองเธอ
มุขลินเดินเข้ามาภายในผับด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยว แม้ว่าเธอจะคิดและตัดสินใจแน่วแน่แล้ว แต่ก็ยังอดที่จะกลัวกับสิ่งที่เพิ่งจะตัดสินใจลงไปหมาดๆ ไม่ได้ หญิงสาวเดินเข้าไปหาเจ๊โรส ที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ที่เคาน์เตอร์ในผับ
"เจ๊โรส!... "
"มีอะไรเหรอมุขลิน ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้น" เจ๊โรสวางถ้วยชาในมือลง แล้วหันมามองมุขลิน ที่ในเวลานี้ใบหน้าสวยคมของเธอนั้น ดูมีความกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตกลับดูเศร้าหม่นอย่างบอกไม่ถูก
"หนูจะขาย เจ๊หาใครก็ได้ที่ให้ราคาดี รับประกันสินค้าได้ ลินไม่เคยมีตำหนิมาก่อน"
"ฮ๋า!" เจ๊โรสตกใจจนร้องอุทานออกมาเสียงดัง
"ทำไมถึงเปลี่ยนใจมาขาย" เจ๊โรสรู้สึกผิดหวังในตัวของมุขลิน เมื่อเธอไม่คิดมาก่อนว่าหญิงสาวแสนสวยจะตัดสินใจทำอะไรแบบนี้
"แม่ป่วยหนักลินต้องใช้เงินจำนวนมาก!" คำบอกเล่าของมุขลิน ทำให้เจ๊โรสเปลี่ยนสีหน้าจากผิดหวังในตัวเธอ กลายเป็นเห็นอกเห็นใจแทน หากมุขลินจำเป็นจะต้องขายความสาวให้กับใคร ในเวลานี้เจ๊โรสไม่คิดถึงใครนอกจากหมอภาคิน
"แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะทำมันคือชีวิตทั้งชีวิตเลยนะ"
"ค่ะเจ๊!" มุขลินตอบอย่างไม่ลังเล หากมันจะทำให้มารดาของเธอมีชีวิตอยู่ต่อบนโลกใบนี้ เธอก็ยินดีที่จะทำ แม้จะต้องแลกมันมาด้วยชีวิตก็ตาม
"ความจริงแล้วเจ๊ก็ไม่อยากให้มุขลินทำงานนี้เลย"
ถึงแม้ว่าเจ๊โรสจะรู้ดีว่าหมอหนุ่มต้องการหญิงสาวมากเพียงใด เธอก็ไม่อยากให้เด็กดีอย่างมุขลินต้องมีมลทินติดตัวไปจนตาย หากว่าหมอภาคินรัก หรือชอบเธอด้วยใจจริงมันก็ดีไป แต่หากว่าเขาเห็นเธอเหมือนดังกับผู้หญิงทั่วไป แค่วันไนท์สแตนด์ทุกอย่างก็คงจบลงแบบไม่สวยแน่
"มันจำเป็นค่ะเจ๊ ชีวิตแม่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดในเวลานี้ เจ๊โรสช่วยลินด้วยนะคะ" หญิงสาวพูดอ้อนวอนขอความช่วยเหลืออย่างคนที่สิ้นไร้หนทาง ที่เจ๊โรสนั้นไม่อยากช่วยเลยสักนิด เพราะสิ่งที่กำลังจะช่วยนั้นอาจนำพาไปซึ่งความหายนะมาสู่ชีวิตของมุขลิน
แต่เมื่อมันจำเป็นเธอก็ต้องช่วย เพราะไม่อย่างนั้นมุขลินอาจจะหนีเตลิดไปหาแขกเอง คนที่จะเดือดร้อนมากที่สุดก็คือตัวของเจ๊โรส เพราะหมอภาคินเล่นงานยับแน่
"รออยู่นี่แป๊บหนึ่งนะ!” เจ๊โรสะกดโทรศัพท์แล้วเดินออกไปคุยด้านนอก ปลายสายของเธอคงไม่ต้องเดาว่าเป็นใคร เพราะคนของใจเจ้านายหนุ่มนั้นกำลังจะยอมจำนน
มุขลินนั่งแท็กซี่ตรงไปตามนามบัตรที่เจ๊โรสให้มา พร้อมกับคีย์การ์ดของห้องครั้งแรก กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในชีวิตของเธอ ยิ่งรถแท็กซี่แล่นเข้ามาใกล้คอนโดนั่นเท่าไหร่ ใจของมุขลินก็เต้นแรงขึ้นเท่านั้น
หญิงสาวลงจากรถแท็กซี่แหงนมองขึ้นไปยังคอนโดหรู ผู้ชายที่ซื้อเขาคงมีฐานะดีมาก ถึงขั้นเศรษฐีเลยทีเดียว ถึงมีเงินซื้อคอนโดหรูใจกลางเมืองแบบนี้ได้ ชาตินี้ทั้งชาติมุขลินคงไม่มีปัญญาที่จะได้มาเหยียบที่แบบนี้ หากชีวิตไม่ผกผัน ทำให้หันมาทำในสิ่งที่ใจไม่ปรารถนา