ตอน 1

ประตูถูกเตะจนเปิดออก เจี่ยนเยวที่ถือแฟ้มเอกสารเอาไว้ในมือรีบปรี่เข้ามาด้วยความโมโหเดือดดาล

เธอเอามือเท้าเอวและกำลังจะตะโกนสุดเสียง แต่แล้วกลับหูไวได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวดังมาจากห้องนอนซะก่อน สีหน้าของเธอจึงเปลี่ยนไปทันที

“ยวี่ คุณเบา ๆ หน่อยสิ...... ฉันจะทนไม่ไหวแล้วนะ…..”

เสียงที่ออดอ้อนค่อย ๆ อ่อนแรงลงเรื่อย ๆ แต่เสียงหอบหายใจกลับดังกึกก้องยิ่งขึ้น

เจี่ยนเยวอายุยี่สิบปี นับว่าเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งแล้ว แน่นอนว่าเธอต้องรู้อยู่แล้วว่าคนในห้องนอนกำลังทำอะไรกันอยู่

แต่ในวิลล่าหลังนี้มีแค่เธอกับคุณอาเล็กอาศัยอยู่กันแค่สองคนเท่านั้น เธอไม่เชื่อหรอกว่าผู้ชายที่อยู่ข้างในจะเป็นคุณอาเล็ก แล้วก็ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้แน่ด้วย

แฟ้มเอกสารในมือตกลงไป ทำให้กระดาษกระจัดกระจายเต็มพื้นไปหมด เจี่ยนเยวรีบวิ่งปรี่ไปเปิดประตูห้องนอนออกทันที

แสงในห้องนอนสลัว ๆ แผ่นหลังที่เปลือยเปล่าของผู้ชายขยับขึ้นลงไม่หยุด บริเวณใต้เอวถูกคลุมด้วยผ้าห่มผืนบางเอาไว้ เธอมองไม่เห็นใบหน้าของชายคนนั้น

แต่แค่เห็นแผ่นหลัง เธอก็มั่นใจแล้วว่าเป็นคุณอาเล็กโดยไม่ต้องสงสัยเลย

ผู้หญิงที่อยู่ข้างล่างทำท่าทางเหมือนกำลังมีความสุขมาก ราวกับว่าเธอกำลังรู้สึกมีความสุขอย่างล้นหลามจนไม่สามารถที่จะอธิบายออกมาได้อย่างไรอย่างนั้น

เจี่ยนเยวเหมือนจะเป็นบ้าขึ้นมา ในขณะที่ร้องไห้เธอก็หยิบรองเท้าข้างประตูขึ้นมาเขวี้ยงไปอย่างแรง

“โหลวยวี่ ฉันเกลียดคุณ!”

หลังจากที่พูดจบ เธอก็หันหลังกลับและรีบวิ่งออกไปทันที

เมื่อได้ยินเสียงประตูวิลล่าปิดลง โหลวยวี่ก็เลิกผ้าห่มออกและลุกขึ้นมานั่งบนเตียง

ยกเว้นท่อนบนที่เปลือยเปล่าแล้ว ท่อนล่างของเขายังใส่กางเกงเอาไว้อย่างเรียบร้อย

เขาจุดบุหรี่ขึ้นมามวนหนึ่ง แล้วก็สูบเข้าไปเฮือกใหญ่ แล้วควันที่พ่นออกมาก็ทำให้ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาพร่ามัวไปหมด เหลือเพียงดวงตาที่กำลังแสดงอารมณ์โกรธเท่านั้นที่ทำให้ดูน่าหวาดหลัว ไม่ได้มีความหื่นกระหายอยู่เลยสักนิด

ผู้หญิงคนนั้นก็ลุกขึ้นมาแล้วเช่นกัน ท่อนบนของเธอสวมไว้แค่เกาะอกตัวหนึ่งเท่านั้น เธอเอื้อมมือไปโอบที่เอวของโหลวยวี่เอาไว้ แล้วก็ยิ้มออกมาอย่างมีเสน่ห์ก่อนจะพูดขึ้นว่า “คุณโหลวอย่าเพิ่งหมดสนุกสิคะ เรามาต่อกันเถอะ ~”

สีหน้าของโหลวยวี่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด เขาพูดออกมาแค่สองคำอย่างไม่แยแสว่า “ออกไป”

ผู้หญิงคนนั้นไม่พอใจอย่างมาก กว่าเธอจะมาขึ้นเตียงของโหลวยวี่ได้ไม่ใช่ง่าย ๆ เลย แม้ว่าจะเป็นแค่การแสดงก็เถอะ แต่เธอก็อยากทำให้การแสดงปลอม ๆ นี้เป็นจริงขึ้นมาให้ได้

“คุณโหลวขา~” มือเรียว ๆ ของเธอลูบไล้ไปที่เอวและหน้าท้องของเขาเบา ๆ

มีใครไม่รู้บ้างว่าคุณโหลวที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลของเมืองชิงพูดคำไหนคือคำนั้น หากใครก็ตามที่ต้องให้เขาออกคำสั่งเป็นครั้งที่สอง อาจจะหนีไม่พ้นความตายเลยก็เป็นได้ โหลวยวี่ไม่มีความเมตตาเลยสักนิด เขาเตะผู้หญิงคนนั้นลงไปจากเตียงทันที

“กู่เหนียน นำตัวออกไปซะ”

“ครับผม”

ผู้หญิงคนนั้นถูกลากออกไปทั้งที่ยังดิ้นไม่หยุด ผู้ช่วยที่ชื่อว่ากู่เหนียนคนนั้นยืนอยู่ข้างเตียงด้วยความเคารพ “คุณท่านครับ คุณผู้หญิงไปที่บ้านฮั่วอันหนานที่เป็นเพื่อนของเธอแล้วครับ ส่วนเอกสารการไปต่างประเทศยังไม่ได้เซ็นแต่อย่างใดเลยครับ”

“เอาไปให้เธอเซ็นซะ เธอต้องเซ็นอยู่แล้ว”

“ครับ”

……

อีกด้านหนึ่ง หลังจากเจี่ยนเยววิ่งออกจากวิลล่าก็ไปหาเพื่อนสนิทเธอทันที

เวลานี้ เธอกำลังซบไหล่ของฮั่วอันหนานและร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจอยู่ “หนานหนาน เธอคิดว่าทำไมเขาถึงทำกับฉันแบบนี้กัน?”

ขณะที่ฮั่วอันหนานกำลังตบหลังเธออยู่ก็พูดโน้มน้าวขึ้นมาว่า “เจี่ยนเยว ใช่ว่าฉันจะว่าอะไรเธอนะ แต่เขาเป็นคุณอาเล็กของเธอ เรื่องของพวกเธอสองคนมันเป็นไปไม่ได้หรอก อีกอย่างเขาก็อายุตั้งสามสิบแล้ว อย่าว่าแต่เขาจะมีแฟนเลย ต่อให้เขาแต่งงานมีลูกแล้ว มันก็เป็นเรื่องปกติอยู่ดี เธอควรหยุดคิดเรื่องเขาได้แล้วนะ”

เจี่ยนเยวพูดอย่างเศร้าเสียใจว่า “แต่เขาไม่ใช่คุณอาเล็กแท้ ๆ ของฉันสักหน่อยนี่”

“แต่เขาเลี้ยงเธอมาจนโตนะ ในสายตาของคนนอก เขาก็คือคุณอาเล็กของเธอนั่นแหละ ถือว่าเป็นคนในครอบครัวกัน”

เจี่ยนเยวถึงกับเงียบไป

ฮั่วอันหนานพูดถูก ต่อให้เธอจะพยายามหลอกตัวเองว่าเธอกับเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์กันทางสายเลือด แต่แล้วมันจะไปมีความหมายอะไรล่ะ?

ในสายตาของคนนอกนั้น เธอกับเขาก็คือคนในครอบครัวเดียวกัน สายใยของชีวิตได้เชื่อมโยงเข้าด้วยกันตั้งนานแล้ว

คงไม่มีทางที่จะมีความสัมพันธ์เกินเลยไปจากความรักในครอบครัวได้อีกแล้ว

ตอนที่อายุสิบหก เจี่ยนเยวตัดสินใจบากหน้ามาขออยู่ที่ตระกูลโหลว เพราะเธอทนไม่ได้กับการใช้ความรุนแรงของคุณลุงและคุณป้าอีก

ก่อนที่ปู่ของเธอจะจากไป เขาได้บอกเธอไว้ว่า ท่านผู้เฒ่าตระกูลโหลวที่เป็นตระกูลเก่าแก่นับร้อยปีเป็นหนี้บุญคุณเขาอยู่ หากในอนาคตเธอไม่มีทีไปแล้ว เธอสามารถไปขอความกรุณาจากบุคคลนี้ได้

แต่เมื่อเธอมายืนอยู่ในห้องโถงของตระกูลโหลวแล้ว เธอถึงได้มารู้ว่า ท่านผู้เฒ่าโหลวได้เกษียณอายุงานและใช้ชีวิตออกห่างจากโลกสังคมไปแล้ว อีกอย่าง เขาก็ไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่แล้วด้วย

ตอนนี้ ผู้หญิงที่นั่งบนโซฟาและแต่งตัวเหมือนผู้หญิงชนชั้นสูงกำลังมองพิจารณาเธออยู่ ซึ่งผู้หญิงคนนี้ก็คือภรรยาคนใหม่ของหัวหน้าตระกูลโหลวคนปัจจุบันนั่นเอง

ภายในห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่

เจี่ยนเยวกัดนิ้วด้วยความประหม่า ทำให้คุณนายของตระกูลโหลวแสดงสีหน้ารังเกียจออกมา แล้วก็บอกให้พี่เลี้ยงเอาเงินให้เธอไปห้าร้อย

เมื่อเธออับอายจนหน้าแดงและกำลังจะโยนเงินลงบนพื้นและจากไปนั้น เสียงเยาะเย้ยและดูถูกเหยียดหยามก็ดังขึ้น “คุณนายโหลวที่ชอบโอ้อวดความเมตตาของตัวเองนักหนา จะกระทำแค่ตอนอยู่ต่อหน้าคุณพ่อเท่านั้นเหรอ? แค่จะมีคนเข้ามาอยู่ด้วยอีกแค่คนเดียว ต้องแสดงพฤติกรรมน่าเกลียดแบบนี้ออกมาเลยเหรอ”

เจี่ยนเยวเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ แล้วก็เห็นผู้ชายที่ดูเย็นชาคนหนึ่งกำลังยืนอยู่บนบันได

เขาสวมชุดสูทสีเทา กำลังกอดอกมองลงมาอย่างเย็นชา ราวกับว่าเขากำลังดูฉากที่น่าตลกอยู่อย่างไรอย่างนั้น

ตอน 2

ทันใดนั้นดวงตาของเจี่ยนเยวก็เบิกกว้างขึ้น

เพราะถึงยังไง เธอก็ไม่เคยเห็นผู้ชายที่หล่อขนาดนี้มาก่อนเลย

ใบหน้าของเขางดงามและมีมิติ ดวงตาคู่นั้นทั้งเย็นชาและน่าเกรงขาม มุมปากกำลังเผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมาเล็กน้อย เขาที่มีรูปร่างสูงชะลูดกำลังยืนอยู่ตรงนั้นราวกับเทพระดับสูงองค์หนึ่งไม่มีผิดเลย

นั่นเป็นครั้งแรกเลยที่เจี่ยนเยวได้รับรู้ถึงความรู้สึกของการได้ถูกใครสักคนปกป้อง

แล้วนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เธอก็เกิดความหลงใหลกับชายคนนี้ และอุทิศหัวใจให้กับเขาไปโดยปริยาย

ที่บ้านเก่าของตระกูลโหลวไม่ยอมให้เธออยู่ด้วย ส่วนเธอก็ไม่อยากเห็นสายตาของคุณนายโหลวเช่นกัน สุดท้ายเธอก็วอแวไม่เลิกจนได้ย้ายเข้าไปอยู่ในวิลล่าที่แยกออกไปต่างหากของโหลวยวี่

วิลล่าหลังนั้นเป็นของขวัญที่โหลวเจียเฉิง คุณพ่อของโหลวยวี่มอบให้กับลูกชายตัวเอง ตอนที่เขากลับมาจากไปศึกษาต่างประเทศเมื่ออายุยี่สิบห้าปี แล้วก็กำลังจะมาสืบทอดบริษัทตระกูลโหลวต่อ

โหลวยวี่บอกกับเธอว่า “คุณตาของคุณเคยมีบุญคุณกับคุณปู่ของผม ผมจะดูแลคุณให้คุณได้เล่าเรียน จนคุณโตเป็นผู้ใหญ่”

คำพูดประโยคนี้ของเขา ทำให้ชีวิตของเจี่ยนเยวพลิกผันไปราวฟ้ากับเหวเลย

เธอย้ายจากห้องใต้หลังคาเล็ก ๆ ของบ้านคุณลุงมาสู่ห้องที่มีขนาดใหญ่ถึงห้าสิบตารางเมตร เสื้อผ้าเก่า ๆ ของลูกพี่ลูกน้องที่เธอสวมใส่อยู่ถูกทิ้งทั้งหมด แล้วก็ได้เสื้อคอลเลกชั่นใหม่ที่มีแบรนด์มาเต็มตู้เสื้อผ้าแทน

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีคนใช้และพี่เลี้ยงเด็กพิเศษที่จะคอยดูแลเรื่องอาหารและความเป็นอยู่ของเธอ

เด็กผู้หญิงอายุสิบหกปีที่รูปร่างผอมแห้งจนเห็นกระดูก สามารถมีรูปร่างที่สมบูรณ์ขึ้นมาได้ในเวลาไม่นาน แถมเธอยังสูงขึ้นอีกด้วย

เมื่อก่อนคุณลุงและคุณป้าไม่อนุญาตให้เธอไปโรงเรียน แต่ที่นี่มีครูส่วนตัวมาสอนเธอถึงบ้านโดยเฉพาะเลย

เจี่ยนเยวฉลาดมาก ในเวลาสองปี เธอก็สามารถเรียนรู้ความรู้ทั้งหมดในโรงเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายได้ครบทั้งหมดแล้ว เมื่ออายุสิบแปดปีเธอก็สามารถสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดังของเมืองชิงได้ เพียงแค่สองปีเธอก็สำเร็จการศึกษาหลักสูตรมหาวิทยาลัยแล้ว ตอนนี้เธอกำลังเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทอยู่

ในช่วงสี่ปีมานี้ แม้ว่าโหลวยวี่จะยุ่งกับงานและไม่ค่อยได้กลับมา แต่เขากลับสามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างเหมาะสม ทำให้เจี่ยนเยวสัมผัสถึงความเอาใจใส่ของเขาได้

โหลวยวี่ได้กลายเป็นแสงที่สว่างในหัวใจของเจี่ยนเยวมาตั้งนานแล้ว ทุกครั้งที่เธอเห็นเขาลำแสงนี้ก็จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมันปกคลุมไปทั่วทั้งร่างกายของเธอแล้ว

เจี่ยนเยวเริ่มโหยหาที่จะพบเขาทุกวัน แล้วก็มักจะถามเกี่ยวกับเรื่องเขาอยู่บ่อยครั้ง

ได้ยินมาว่าเขาเป็นคนที่ตัดสินใจทุกอย่างได้เด็ดขาดมาก ธุรกิจของตระกูลโหลวที่อยู่ภายใต้การบริหารของเขาเติบโตขึ้นมาในเมืองชิงอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถมีอะไรมากั้นขวางได้เลย ด้วยความที่เขาคือผู้กุมอำนาจของตระกูล ทุกคนที่พบเขา ต่างก็ต้องเรียกเขาว่า ‘คุณโหลว’ ด้วยความเคารพทั้งนั้น

แล้วก็ยังได้ยินมาอีกว่า พวกสาวไฮโซวทุกคนในเมืองชิงต่างก็แห่กันมาหาเขา พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้เป็นที่ชื่นชอบของเขาให้ได้

แต่บังเอิญว่าเขาไม่ใช่คนเจ้าชู้ ในงานเลี้ยงครั้งหนึ่ง เขาเคยโยนดาราสาวชื่อดังที่อยากมานั่งบนตักของเขาออกไปโดยตรงเลยทีเดียว

แต่ทำไมจู่ ๆ เขาถึงปล่อยให้เธอเห็นเขาไปมีเซ็กส์กับผู้หญิงคนอื่นได้ล่ะ แล้วแบบนี้จะให้เธอทำใจได้ยังไง?

หรือว่าข่าวลือที่ว่าเขาไม่เจ้าชู้จะเป็นเรื่องเท็จกัน?

แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเท็จหรือเรื่องจริงก็ตาม สิ่งที่เธอเห็นด้วยตาของเธอเองในวันนี้ได้ทำลายความเพ้อฝันทั้งหมดของเจี่ยนเยวให้พังลงโดยสิ้นเชิงเลย แล้วก็ยังดึงเธอกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้อีกด้วย

ในที่สุด เจี่ยนเยวก็ตระหนักได้แล้วว่าเรื่องระหว่างเธอกับเขามันไม่มีทางจะเป็นไปได้เลย

เขาไม่เคยชอบเธอเลย เขาแค่เลี้ยงดูเธอในฐานะหลานสาวของผู้มีพระคุณของเขาเท่านั้น

ความรักของเจี่ยนเยวที่เก็บซ่อนเอาไว้อย่างระมัดระวังอยู่ในใจมาเป็นเวลาสี่ปี สำหรับเขาแล้วมันไร้ค่าสิ้นดี

ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะให้เธอเซ็นเอกสาร แล้วก็จะส่งเธอไปต่างประเทศ ที่แท้เขาได้เจอคนที่ชอบแล้วงั้นสินะ ก็เลยอยากจะไล่เธอออกไปจากบ้าน เพื่อจะได้มีที่ว่างสำหรับผู้หญิงคนนั้นนั่นเอง

เจี่ยนเยวเช็ดน้ำตา ดวงตาใส ๆ ของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

โหลวยวี่ไม่ต้องการเธอ แล้วทำไมเธอถึงยังต้องไปยึดติดกับเขาอยู่อีกด้วยล่ะ?

เธอไม่ใช่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่มาวอแวขอเขาอาศัยอยู่ในวิลล่าคนนั้นอีกแล้ว

อันหนานจับมือเธออย่างประหม่า “แล้วเธอคิดจะทำอะไรเหรอ?”

“ฉันยังจะทำอะไรได้ล่ะ? ก็ไปเซ็นเอกสารเดินทางไปประเทศตามความปรารถนาของโหลวยวี่ แล้วก็ไปให้ไกลที่สุด จะได้ไม่มาขัดหูขัดตาเขาไง”

ตอน 3

ตอนเย็น เจี่ยนเยวลากร่างกายที่เหนื่อยล้าของเธอกลับบ้านไป แล้วก็เห็นโหลวยวี่ที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาและทำงานในคอมพิวเตอร์อย่างจริงจังอยู่

ผู้ชายเวลาที่ทำอะไรอย่างจริงจังนั้นหล่อที่สุดแล้ว เจี่ยนเยวเห็นด้วยกับประโยคนี้อย่างมาก แม้ว่าสิ่งที่เขาทำไว้ในวันนี้จะทำให้เธอเสียใจมาก แต่หัวใจของเธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะเต้นแรงขึ้นมาบ้างอยู่ดี

แต่ตอนที่เธอเห็นชุดอยู่บ้านสีดำที่เขาสวมอยู่ ใบหน้าของเธอก็กลับมาเป็นซีดเผือดอีกครั้ง

ฉากที่เธอเห็นในตอนกลางวันมันน่าอายมาก ถึงขนาดที่เจี่ยนเยวไม่มีเวลาไปสนใจด้วยซ้ำว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร

แต่เมื่อเธอย้อนนึกขึ้นมาได้ในภายหลัง เธอก็ตระหนักได้ว่าใบหน้านั้นดูจะคุ้น ๆ อยู่

ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เฉียวอี่เจิน นักร้องที่กำลังโด่งดังทั้งทางด้านภาพยนตร์ โทรทัศน์ แล้วก็การร้องเพลงหรอกหรือ?

ก่อนที่เรื่องนี้จะเกิดขึ้น เจี่ยนเยวยังมองว่าเฉียวอี่เจินเป็นไอดอลของเธออยู่เลย

เมื่อกี้นี้ เฉียวอี่เจินได้โพสต์ภาพถ่ายประจำวันมาเซ็ตหนึ่งบนเวยป๋อ ซึ่งในภาพถ่ายเธอสวมชุดอยู่บ้านแบบนี้ของแบรนด์นี้เลย

เหอะ ๆ ไอดอลที่เธอชอบที่สุดกับคุณอาเล็กที่เธอรักที่สุดเนี่ยนะ......

แม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่พวกเขาก็ยังสวมชุดอยู่บ้านคู่กันได้ แค่นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าหัวใจของพวกเขาอยู่ด้วยกัน แม้ว่าจะต่างกันด้วยสถานที่และเวลา แต่ความหวานระหว่างพวกเขาก็ไม่มีจางลงเลย

ไม่คาดคิดเลยว่าคุณอาเล็กของเธอจะชอบผู้หญิงแบบที่มีอายุมากกว่า

จริงสิ ก็เฉียวอี่เจินสวยซะขนาดนั้นนี่ ทุกการเคลื่อนไหวของเธอล้วนดูมีเสน่ห์ไปซะหมด

เจี่ยนเยวมองดูตัวเอง แม้ว่าผิวของเธอจะขาวอย่างไร้ที่ติ ใบหน้าก็งดงาม แถมตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นสาวงามประจำมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด แต่เธอก็เหมือนกับเต้าหู้แกะสลักนั่นแหละ แม้ว่าสวยมาก แต่กลับจืดชืดไร้ซึ่งรสชาติ เธอแตกต่างจากเฉียวอี่เจินอย่างสิ้นเชิงเลยจริง ๆ

หัวใจของเจี่ยนเยวเจ็บจี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง

แม้แต่รูปร่างหน้าตาของเธอก็ยังไม่ใช่แบบที่โหลวยวี่ชอบเลย

เมื่อโหลวยวี่ได้ยินเสียงดังขึ้นมา เขาจึงเงยหน้าขึ้น แล้วก็ทำราวกับว่าไม่เห็นความเปราะบางของเธออย่างไรอย่างนั้น จากนั้นเขาก็เชิดคางขึ้นไปทางโซฟาฝั่งตรงข้าม “มานี่สิ”

เจี่ยนเยวเดินไปช้า ๆ แล้วก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา

เขาเปิดแฟ้มเอกสารออกและเลื่อนมาตรงหน้าเธอ “ทำไมไม่เซ็นล่ะ?”

เจี่ยนเยวกำปากกาในมือแน่น ก่อนที่จะเซ็น เธอยังคงไม่ยอมแพ้ อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมาว่า “เฉียวอี่เจินคือแฟนของคุณเหรอ? พวกคุณจะแต่งงานกันไหม?”

โหลวยวี่เอาตัวเอนพิงโซฟา ทำท่าทางผ่อนคลาย จากนั้นเขาก็พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า “ผมยังไม่ถามคุณเลยนะว่า ก่อนหน้านี้ทำไมคุณถึงได้แสดงปฏิกิริยาเวอร์ขนาดนั้นล่ะ? ในทีวีก็น่าจะมีฉากเลิฟซีนเร่าร้อนแบบนี้นะ คุณอายุเท่าไหร่แล้ว? คงไม่ได้ยังไม่เข้าใจอะไรเลยหรอกใช่ไหม?”

รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของโหลวยวี่บาดตาบาดใจเธอมาก เจี่ยนเยวกำปากกาในมือแน่น

เขาสามารถพูดคุยกับเธอในเรื่องฉากที่เขากำลังมีอะไรกับผู้หญิงอีกคนอย่างยิ้มแย้มได้ แบบนี้ก็แสดงได้แล้วว่า จริง ๆ ในใจเขามองเธอเป็นแค่หลานสาวคนหนึ่งเท่านั้น

หรือบางทีในสายตาของโหลวยวี่ เธออาจจะไม่ใช่ผู้หญิงเลยด้วยซ้ำก็ได้

ตอนที่โหลวยวี่พูดถึงเรื่องเฉียวอี่เจิน ท่าทีเขาดูผ่อนคลาย ซึ่งก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาชอบเธอมากแค่ไหน

ชอบมากถึงขนาดที่มีเซ็กส์กับเฉียวอี่เจินกันโดยไม่สนใจเลยว่าเธออาจจะอยู่ที่บ้าน

แล้วพวกเขาก็อาจจะแต่งงานกันก็ได้.....

“คุณไม่ชอบมีป้าสะใภ้เหรอ?”

พอเห็นว่าเจี่ยนเยวไม่ตอบ โหลวยวี่ก็ถามขึ้นมา

เหมือนเขาเอามีดแทงเข้าไปในหัวใจของเธออีกครั้ง แถมยังแม่นยำมากด้วย

คำว่าป้าสะใภ้เป็นคำที่แปลกหน้าสำหรับเธอมาก เจี่ยนเยววาดฝันว่าอยากจะเป็นผู้หญิงของเขา แล้วก็ไม่เคยคิดเรื่องการมีป้าสะใภ้มาก่อนเลย

เจี่ยนเยวก้มหน้าลง ซ่อนความเจ็บปวดในแววตาเอาไว้ แล้วก็เซ็นชื่อตัวเองลงในเอกสารอย่างรวดเร็ว

เธอจะรีบไปต่างประเทศ แล้วเธอก็จะไม่กลับมาอีกเลย

โหลวยวี่เก็บเอกสารและพูดว่า “อีกสองเดือน คุณจะต้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศแล้ว พรุ่งนี้คุณจะกลับไปที่บ้านเก่าก่อนไหม”

เจี่ยนเยวตอบว่า “ค่ะ” กลับไปแค่คำเดียว แล้วก็เข้าไปในห้องของตัวเองทันที เธอกลัวว่าหากช้าไปแค่วินาทีเดียว น้ำตาอาจจะไหลออกมาไม่หยุดก็เป็นได้

โหลวยวี่มองตามแผ่นหลังของเธอที่เดินเข้าห้องไป จากนั้นก็ดึงสายตากลับมา เขาถอดแว่นตาออก แล้วก็นวดคิ้วที่กำลังปวดไปมา

หลังจากที่เจี่ยนเยวอาบน้ำเสร็จก็ล้มตัวนอนบนเตียง แม้ว่าเธอจะเหนื่อยทั้งกายและใจ แต่เธอก็ยังนอนไม่หลับอยู่ดี หลังจากพลิกตัวไปมาอยู่หลายตลบในสมองของเธอก็ยังมีภาพที่หวานชื่นนั้นอยู่อีก

วินาทีต่อมา จู่ ๆ เธอก็ลุกขึ้นมานั่งอยู่เตียงอย่างรวดเร็ว

พอมองไปทางตู้เสื้อผ้า เจี่ยนเยวก็กลอกตาไปมา

เธอนึกขึ้นมาได้ว่าครั้งที่แล้วที่เธอไปช้อปปิ้งกับอันหนาน อันหนานซื้อชุดนอนกระโปรงสายเดี่ยวที่เซ็กซี่เป็นพิเศษมาชุดหนึ่ง แล้วเธอก็บังเอิญเอากลับบ้านมาด้วยโดยไม่ได้ตั้งใจ

คุณอาเล็กจะไม่ชอบเธอเลยจริง ๆ เหรอ?

ไหน ๆ ก็จะไปแล้ว ก่อนไปหากไม่ได้ลองสักหน่อย แล้วเธอจะเต็มใจไปได้ยังไงล่ะ?

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED