ตอน 1

มือเรียวเล็กปรับเบาะรถทางฝั่งคนขับให้เอนไปด้านหลัง หล่อนขึ้นคร่อมเขาเอาไว้ กระโปรงของชุดเดรสที่สวมใส่อยู่ถลกขึ้นมาจนเห็นชั้นในบางเบา ‘เดชาธร’ ที่ยังมีสติไม่ได้เมามายขนาดนั้นพยายามผลักเธอออก หากแต่หญิงสาวที่เวลานี้เร่าร้อนไปทั่วทั้งกายกลับไม่ยอมแพ้ เธอสอดแขนออกจากชุดเดรสของตัวเองแล้วดึงต่ำลงจนอกอวบอิ่มโผล่พ้นออกมาปรากฏแก่สายตาของเขา

“นี่คุณ ใจเย็นก่อน” เขาห้าม ทว่าอีกฝ่ายกลับใช้ดวงตาคู่สวยนั้นมองเขาด้วยความเว้าวอน

“ทำไมล่ะ แม้แต่คุณก็รังเกียจฉันหรือ ฉันมันน่าเกลียดนักหรือไง”

เธอถามทั้งน้ำตา น้ำเสียงแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจที่สั่งสมมานานบ่งบอกได้ว่าเธอไม่สามารถทนรับเรื่องพวกนี้ได้อีกแล้ว บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มไปจนเกือบหมดลังยิ่งทำให้เธอไร้ซึ่งสติ

“ผมไม่ได้รังเกียจคุณ แต่คุณจะมาปล้ำผมแบบนี้ไม่ได้”

ร่างสูงตอบ พยายามเบือนหน้าหันไปอีกทางเพราะไม่อยากจะล่วงเกินเธอทางสายตามากนัก

“ฮิๆ ปล้ำงั้นเหรอ คุณนี่...น่ารักจังเลยนะ”

เล็บยาวที่ทาสีแดงเอาไว้กรีดไล้ใบหน้าของเขาเบาๆ อย่างยั่วยวน เธอโน้มตัวมาด้านหน้า ถูไถอกอิ่มกับแผงอกกว้างของเขา

“ฉันอยากเป็นของคุณจัง”

เธอมองเขาดวงตาเลื่อนลอยก่อนจะเขยิบตัวเข้าหามากขึ้น บดเบียดกายสาวกับความแข็งขืนของชายหนุ่มที่ถูกปลุกเร้า ริมฝีปากเล็กประกบเข้าที่ลำคอของเขา หล่อนดูดมันเต็มแรง

“นี่คุณ...!”

จะผลักออกก็ออกแรงได้ไม่เต็มที่ด้วยอารมณ์เคลิบเคลิ้มตามเข้าครอบงำ เขาเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง ถูกผู้หญิงสวยราวนางฟ้าแถมยังเซ็กซี่ระดับ ฮอตสตาร์แบบนี้ยั่วยวน มีหรือจะไม่ตบะแตก นาทีนี้เดชาธรกำลังตีกับความคิดของตัวเองเป็นอย่างมาก

“นี่ไง เท่านี้คุณก็เป็นของฉันแล้ว”

ร่างบางชี้ไปที่รอยจูบตรงต้นคอของเขาซึ่งเธอเป็นคนทำไว้เมื่อครู่ ใบหน้าสวยที่ยื่นมาใกล้สะกดเขาให้มองตาม ริมฝีปากเรียวเล็กได้รูปแต้มสีแดงสดเอาไว้ จมูกที่เชิดรั้น และดวงตาคู่สวยแสนเย็นชา ทุกอย่างหลอมรวมให้หล่อนกลายเป็นหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง

“พอได้แล้ว ถ้าผมทนไม่ไหวขึ้นมา คุณจะยุ่งเอานะ แขไข...”

เขาพูดน้ำเสียงจริงจัง สองมือจับรวบแขนของอีกฝ่ายเอาไว้

“คุณเป็นคนสวยนะ อย่าทำแบบนี้เลย”

เดชาธรพยายามเตือนสติหล่อน เขารู้ดีว่าที่เธอเป็นแบบนี้สาเหตุมาจากอะไร

หญิงสาวคนนี้คืออดีตแฟนของเพื่อนรักของเขา จริงอยู่ว่าเธอเป็นฝ่ายทิ้งเพื่อนของเขาไป หากแต่เธอคงยังรักเขาอยู่และคิดที่จะกลับมาขอคืนดี ทว่าอีกฝ่ายแต่งงานไปแล้วทำให้เธอรู้ตัวว่าไม่มีทางสู้ต่อไปได้ การที่เธอดื่มเบียร์เป็นลังๆ แล้วเมาขนาดนี้คงเพราะตัดสินใจที่จะตัดใจจากเพื่อนของเขาแล้ว

“ถ้าฉันสวย คุณก็กอดฉันสิ” เธอมองเขาด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย

“กอดฉันหน่อยนะคะ คุณเดช...”

ชายหนุ่มตาโตเมื่อถูกเธอเรียกชื่อ เป็นการยืนยันได้ว่าเธอไม่ได้มองเห็นเขาเป็นคนอื่นแล้วมาทำรุ่มร่ามด้วย แต่เธอรู้ดีแต่แรกว่าเป็นเขา...

เธอต้องการเขาจริงๆ...

“ผมอดทนได้ไม่นานนะครับ พอเถอะ”

เดชาธรย้ำอีกครั้ง เฮือกสุดท้ายของการระงับสติของเขาเอง ถ้าจากนี้เธอยังไม่หยุด เขาก็ไม่แน่ใจแล้วว่าจะหยุดความต้องการของตัวเองเอาไว้ได้

“ก็ไม่ต้องทนสิคะ ฉันไม่เคยบอกให้คุณอดทนสักหน่อย”

สิ้นคำ หญิงสาวแสนสวยคนนี้ก็ยื่นหน้าเข้ามาจูบเขาอย่างร้อนแรง หล่อนสอดลิ้นเข้ามากวาดไปทั่วโพรงปากของเขา รสชาติของเบียร์ติดอยู่ในปากของคนทั้งคู่

หมับ!

มือหนาจับเข้าที่เต้าอวบแล้วบีบเคล้นมันเต็มแรง เขาเริ่มจูบตอบโต้เธอจนร่างบางอ่อนระทวยในอ้อมแขน เดชาธรจูบไล่ต่ำลงมาจนถึงซอกคอ เขาฝากรอยแดงเอาไว้หลายต่อหลายจุด หญิงสาวตระกองกอดเขาเข้ามาแนบอก บราเซียสีเดียวกับชุดถูกปลดออก ปทุมถันสีชมพูสวยปรากฏแก่สายตา ร่างสูงไม่รอช้า ก้มต่ำลงไปครอบครองมันเอาไว้ ดูดกลืนให้หายเข้าไปในโพรงปาก

“อ๊า...!” แขไขครางเสียงหวาน

เธอรู้สึกว่าเสื้อผ้าของเธอและเขามันช่างเกะกะเหลือเกิน มือเล็กช่วยปลดกระดุมเสื้อของอีกฝ่าย เหมือนอย่างที่เขาช่วยถอดชุดเดรสของเธอออกให้ ร่างบางเกือบจะเปลือยเปล่า เหลือเพียงชั้นในบางเบาที่ปกปิดส่วนสำคัญที่สุดเอาไว้

เดชาธรเลื่อนมือต่ำลงไปกอบกุมกายสาวเอาไว้ เขาแหวกอันเดอร์แวร์ตัวจิ๋วออกไปด้านข้าง ถูไถนิ้วเรียวกับร่องสาวที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำแห่งความสุข โดยไม่ลืมที่จะปรนเปรอสองเต้าด้วยริมฝีปากและมืออีกข้าง แขไขโอบกอดชายหนุ่มเอาไว้แน่น เธอแอ่นตัวเข้าหาเขาด้วยความต้องการมันล้นปรี่ออกมา

“อ๊ะ อ๊ะ อื้อ อ๊า...”

เธอครางไม่เป็นคำพูด ขณะนิ้วยาวแทงเข้าออกอยู่ภายในกาย เป็นครั้งแรกที่เธอได้ร่วมบทรักอันร้อนแรงในรถแคบๆ แบบนี้

ใช่แล้ว...ทั้งคู่อยู่กันในรถของเดชาธรนั่นเอง

ระหว่างที่เขากำลังจะกลับบ้าน ก็ตั้งใจจะแวะไปที่บ้านของ ‘นนท์นธี’ เพื่อนสนิทที่เป็นเจ้าของไร่แสงตะวันและเป็นแฟนเก่าของหญิงสาวคนนี้ หากแต่ระหว่างทางที่กำลังจะไป เขาเห็นเธอนั่งร้องไห้อยู่ที่หน้ารีสอร์ทของไร่จึงจอดรถแวะดู ท่าทางของหล่อนไม่ค่อยดี หากปล่อยเอาไว้เขากังวลกลัวเธอจะคิดสั้นเลยชวนขึ้นรถพามาขับรถเล่น จนมาถึงหน้าบึงน้ำไม่ไกลจากรีสอร์ท ระหว่างนั้นหล่อนก็สังเกตเห็นว่าที่เบาะหลังรถของเขามีเบียร์วางอยู่หลายลัง เป็นเบียร์ที่เขาถูกคนที่บ้านฝากซื้อ แขไขขอเขากินเบียร์พวกนั้นจนเกือบหมดลัง และเริ่มปรับทุกข์ให้ชายหนุ่มฟังจนกระทั่งเมื่อเธอเมาได้ที่ และเขาเองก็เริ่มเมานิดๆ เช่นกัน

“อ๊ะ อื้อ...”

หญิงสาวครางได้ไม่เต็มเสียงนักเมื่อความคับแน่นกำลังคืบคลานเข้ามา ท่อนลำขยายใหญ่กว่าที่เธอเคยผ่านมา ยิ่งอยู่ในท่านั่งบนรถแคบๆ การจะสอดใส่อย่างรวดเร็วจึงเป็นไปได้ยากนัก

“ซี๊ด คุณแข...คุณรัดผมแน่นไปแล้ว”

เดชาธรบอกขณะพยายามบดเบียดยัดเยียดตัวตนเข้าไป แม้จะรู้ดีว่าเขาไม่ใช่คนแรกของเธอ แต่ความคับแน่นที่ยังดูสดใหม่นี้ก็สร้างความพึงพอใจให้ไม่น้อย เขาแลบลิ้นไปตวัดเลียเม็ดบัวตรงอกตูมของเธอ ละเลงเสียจนหญิงสาวเสียวซ่านไปหมด

พยายามอยู่ไม่นานเขาก็กลายเป็นหนึ่งเดียวกับเธอ แขไขเริ่มขยับสะโพกขึ้นลงด้วยตัวเองเพื่อเป็นฝ่ายคุมเกม เธอร่อนสะโพกไปมา กัดริมฝีปากตัวเองและมองหน้าเขาอย่างยั่วยวน ทุกการกระทำของเธอเซ็กซี่บาดใจเขาเหลือเกิน เดชาธรแทบไม่ต้องทำอะไรเพราะเธอจัดให้ทั้งนั้น ที่เขาทำมีเพียงนอนราบไปกับเบาะ สองมือขยำเต้าอวบเพื่อปลุกเร้าเธอเท่านั้น

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊า อื้อ อ๊ะ!”

ภาพของเธอที่เขามองเห็นในตอนนี้ช่างติดตาตรึงใจจนยากจะถอน ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนมอบความสุขให้เขาแบบนี้มาก่อน อันที่จริงถ้าจะพูดให้ถูก...เขาเคยผ่านผู้หญิงมาแค่คนเดียวเท่านั้นคือตอนจบมหาวิทยาลัยที่อเมริกาและที่นั่นจัดงานเลี้ยงกัน คืนนั้นเขาเมามากเลยเผลอได้เสียกับเพื่อนรวมชั้นไป ซึ่งมันก็ผ่านมาหลายปีมากๆ แล้ว

เดชาธรดึงเธอเข้ามาจูบเมื่อจุดสูงสุดกำลังใกล้เข้ามา แขไขจูบตอบอย่างร้อนแรง เธอขยับสะโพกเร็วขึ้นๆ เพราะตัวหล่อนก็ใกล้จะถึงจุดสุดยอดแล้วเช่นกัน สองร่างนัวเนียลูบไล้กันและกัน มือหนากดสะโพกเธอเอาไว้ ปล่อยริมฝีปากของเธอให้เป็นอิสระเพื่อปลดปล่อยเสียงคราง

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊า!!!”

“อ่า...” ทั้งคู่กระตุกเกร็ง เดชาธรปลดปล่อยทุกอย่างใส่กายสาวไม่เหลือ ร่างบางทิ้งตัวลงนอนซบกับอกกว้าง หอบแฮ่กด้วยความเพลีย

“ชอบจัง...”

เธอพึมพำแต่เขาได้ยินชัดเจน การเป็นที่ต้องการของใครสักคนในเวลานี้ทำเอาชายหนุ่มใจฟู เขาเชยคางหญิงสาวขึ้นมาให้สบตากัน

“ผมถูกใจคุณซะแล้วสิ” ใบหน้าหล่อเหลาเอ่ย แขไขมองความหล่อนั้นด้วยแววตาเลื่อนลอย

“คุณเหมือนเทวดาเลย หล่อจัง”

แขไขเขยิบตัวขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อจูบที่ปลายคางของเขา เดชาธรใช้มือข้างหนึ่งประคองใบหน้าเธอเอาไว้แล้วก้มลงจูบเธออย่างอ่อนโยน

“คุณก็สวยเหมือนนางฟ้าเช่นกัน นางฟ้าของผม”

วงแขนแกร่งโอบกอดร่างบางไว้แน่น เขาชักอยากจะปกป้องผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาแล้วสิ ไม่อยากจะให้เธอ...ต้องมีน้ำตาอีกต่อไปแล้ว

ทว่าแม้จะมีความคิดแบบนั้น หากแต่ในหัวใจของเขาก็ยังมีภาพของผู้หญิงอีกคนชัดเจนอยู่...

ผู้หญิงที่เป็นรักแรกของเขาและทำให้เขาตัดสินใจที่จะเป็นหมอ...

...ภรรยาของเพื่อนสนิทเขา ‘หวานเย็น’

ตอน 2

สามเดือนต่อมา

“สามเดือนจากนี้ต้องฝากตัวด้วยนะคะ หวังว่าเราจะร่วมงานกันได้ดี”

หญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดเดรสสีดำตัดกับสีเล็บและรองเท้าสีแดงสด ผมสั้นทรงบ็อบเทสีเดียวกับเดรสที่สวมใส่ เธอยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อเช็คแฮนด์กับเขา เจ้าของไร่แสงตะวัน

“พูดเป็นการเป็นงานไปได้ ผมต่างหากที่ต้องฝากตัว คุณมาในฐานะเจ้านายผมด้วยซ้ำ”

นนท์นธีเอ่ยอย่างเป็นกันเอง แขไขถูกส่งมาดูงานในส่วนของการผลิตแยมองุ่น โยเกิร์ตรสองุ่น และอีกมากมายที่วัตถุดิบทำมาจากองุ่นของไร่นี้ โดยจะต้องมีการสร้างองุ่นพันธุ์ใหม่ขึ้น ซึ่งเธอถูกส่งตัวมาดูงานขั้นตอนเหล่านี้โดยเฉพาะหลังจากที่กลับไปได้เพียงสามเดือนในครั้งมาคุมงานตอนผลิตไวน์องุ่น

“ยินดีต้อนรับนะคะพี่แข”

ร่างเล็กอีกคนยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร แขไขมองเธอก่อนจะยิ้มอ่อนโยนด้วยความเอ็นดู หญิงสาวคนนี้คือหวานเย็น ภรรยาของนนท์นธีที่กำลังตั้งครรภ์ แม้ว่าหล่อนจะเคยไม่ชอบผู้หญิงคนนี้ หากแต่ความสดใสใจดีของอีกฝ่ายก็ทำให้เธอเปลี่ยนใจกลับมาเอ็นดูได้

“จ้ะ แล้วนี่เป็นยังไงบ้าง อาการแพ้ท้องยังมีอยู่ไหม”

“ไม่แล้วล่ะค่ะ ได้พี่นนท์เป็นคนแพ้แทน” เธอชี้ไปทางสามีของตนที่ยืนดมยาดมอยู่

“จริงเหรอ นี่คุณแพ้ท้องเหรอคะนนท์”

แขไขหันไปถามเขาด้วยความเหลือเชื่อ แต่ดูจากสภาพของอีกฝ่ายที่ดูอิดโรยแล้วคงมีแต่ต้องเชื่อเท่านั้น

“ไม่รู้ว่าต้องแพ้ไปอีกนานแค่ไหนนะครับ ว่าแต่คุณจะเริ่มงานวันไหนเหรอ ผมจะได้ให้ลูกน้องเตรียมตัวพาคุณเข้าไปในไร่”

“น่าจะอีกสักอาทิตย์ค่ะ แขว่าจะเที่ยวพักผ่อนก่อน เผื่อจะมีไอเดียในการออกแบบอะไรใหม่ๆ ระหว่างพักด้วย”

เธอตอบเขา ความรู้สึกที่มีต่อนนท์นธีตอนนี้เหลือเพียงความเป็นเพื่อนเท่านั้น เขาไม่ใช่คนเลวถึงขั้นที่เธอจะตัดความสัมพันธ์ไมตรี แม้ว่าครั้งหนึ่งเธอจะเคยเจ็บปวดแทบตายเพราะเขาก็ตาม

“งั้นแขขอตัวก่อนแล้วกันนะคะ ห้องพักแขห้องเดิมเลยไหมคะเนี่ย”

“ห้องเดิมเลยครับ งั้นเดี๋ยวผมไปส่งดีกว่า”

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวแขค่อยๆ เดินไปก็ได้ ไม่ไกลเท่าไหร่”

เธอตอบปฏิเสธด้วยไม่อยากทำให้หวานเย็นต้องคิดมากอีกเป็นครั้งที่สอง เธอเคยทำพลาดไปครั้งหนึ่งที่คิดแย่งเขาคืนมา แต่มันจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว หญิงสาวไม่ต้องการเป็นมือที่สามทำลายครอบครัวของใคร

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเลยค่ะพี่นนท์ มีราชรถมารอรับพี่แขอยู่แล้ว”

ร่างเล็กยิ้มเจ้าเล่ห์ แขไขหรี่ตามองอย่างจับผิดและไม่ไว้ใจ ทั้งสามพากันเดินออกมาที่หน้าบ้าน รถยนต์คันหนึ่งจอดรออยู่พร้อมกับเจ้าของรถ

“ไอ้เดช มายังไงเนี่ย” นนท์นธีรีบเข้าไปทักเพื่อนสนิท แขไขหันขวับไปมองหวานเย็นด้วยความไม่พอใจ ร่างเล็กรีบยกมือไหว้ขอโทษ

“ก็พี่เดชเขาขอให้ช่วยนี่นา” เธอกะพริบตาปริบๆ ทำเอาแขไขต่อว่าไม่ลง

“ฉันมารับคุณแขน่ะ ไม่ต้องห่วงเลยนะ จะดูแลให้อย่างดีเลย” เดชาธรตอบคำถามพลางเปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับให้เสร็จสรรพ “เชิญครับคุณนางฟ้า”

“นางฟ้า?” นนท์นธีทวนคำอย่างแปลกใจ นึกสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคนว่าเริ่มไปสนิทคุ้นเคยกันตั้งแต่เมื่อไหร่

“พี่นนท์คะ เข้าบ้านกันเถอะ หวานเพลียจังเลย”

หวานเย็นที่พอจะรู้เรื่องราวอยู่บ้างกวักมือเรียกสามีป้อยๆ แล้วทำท่าเป็นเจ็บท้อง นนท์นธีจึงรีบถอยกลับมาประคองภรรยา

“งั้นฝากส่งแขไขด้วยนะ มีอะไรก็โทรมาได้นะครับแข”

“ขอบคุณค่ะ นนท์พาหวานเย็นไปพักผ่อนเถอะ”

รอจนคนทั้งคู่กลับเข้าไปในบ้าน แขไขจึงเดินเข้าไปประชันหน้ากับเดชาธร ชายหนุ่มที่เธอไม่อยากเจอมากที่สุดบนโลกใบนี้

“เชิญครับ”

เขาผายมือเชิญให้เธอขึ้นรถ ทว่าสิ่งที่หญิงสาวทำกลับเป็นการปิดประตูรถกลับเข้าไปอีกครั้งแล้วเลือกที่จะเดินไปยังรีสอร์ทด้วยตัวเอง ร่างสูงรีบดับเครื่องรถแล้ววิ่งตามเธอไป เขาแย่งเอากระเป๋าเดินทางแบบล้อลากของเธอไปลากเอง

“ผมช่วยนะ”

“ไม่ต้องค่ะ”

เธอพยายามจะแย่งคืน แต่เขาก็เอาหลบ แขไขขัดใจและไม่ชอบใจในความทะเล้นขี้เล่นของเขา นิสัยของเขามันช่างตรงกันข้ามกับเธอเสียเหลือเกิน

“เดินไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะครับ ได้กินลมชมวิวช่วงหน้าหนาวด้วย สบายจะตายไป” เดชาธรพยายามชวนคุยแต่ไม่เป็นผล แขไขไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบรับเขาเลย เธอทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ

“จริงสิ สามเดือนที่ผ่านมา ผมมีสัมมนาสำคัญที่ปารีสก็เลยไม่ได้ไปหาคุณที่กรุงเทพฯ เลย ต้องเข้าร่วมเคสผ่าตัดสำคัญเพื่อเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างด้วย เลยไม่ได้ติดต่อมา คุณ...โกรธผมหรือเปล่า”

เขาถามเสียงเครียด เพราะมันเป็นช่วงเวลาหลังจากเกิดเรื่องคืนนั้นในรถของเขาไปเพียงไม่กี่วัน เบอร์ติดต่อของเธอเขาก็ไม่มี ขอนนท์นธีไปอีกฝ่ายก็ไม่ให้เพราะแขไขเคยสั่งห้ามเอาไว้ ทำให้เขาหมดหนทางที่จะติดต่อกับเธอ เดชาธรกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นพวกฟันแล้วทิ้ง ทั้งที่จริงไม่ใช่แบบนั้น

“ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นค่ะ”

เธอตอบเสียงเรียบ ความนิ่งทำให้เธอดูหยิ่งยโสและเย็นชา ทว่าไม่รู้เพราะอะไร ตลอดสามเดือนที่ไม่ได้เจอกัน คนที่เดชาธรคิดถึงทุกลมหายใจเข้าออกกลับเป็นเธอคนนี้ ไม่ใช่หญิงสาวที่เป็นรักแรกอย่างหวานเย็น เขายังคงฝันถึงค่ำคืนอันแสนสุขที่ได้มีร่วมกับเธอ

“แต่ผมคิดนะ”

“...”

“ผมคิดถึงคุณ”

เขาพูดจากใจจริง แขไขไม่มีปฏิกิริยาใดตอบกลับคำพูดหวานๆ นั้นแม้แต่นิด เธอยังคงจ้ำอ้าวเดินต่อไปข้างหน้าหวังให้ถึงที่พักเร็วๆ จะได้ไปให้พ้นจากคนๆ นี้

“เดินช้าๆ สิครับ ถนนแถวนี้ยังเป็นถนนลูกรังอยู่นะ เดี๋ยวก็สะดุด...”

“โอ๊ย!” พูดยังไม่ทันขาดคำ แขไขก็สะดุดส้นสูงของตัวเองจนล้มลงไปกองกับพื้น เสื้อผ้าและแขนขาเลอะฝุ่นจากดินลูกรังเต็มไปหมด เดชาธรรีบพุ่งตัวเข้าไปหาหล่อนด้วยความเป็นห่วง

“เป็นอะไรไหมครับ เห็นไหมล่ะ ผมบอกคุณแล้วว่าให้เดินช้าๆ”

“ถ้าจะมาช่วยก็ไม่ต้องบ่น แต่ถ้าจะมาบ่นก็ไม่ต้องช่วย” แขไขว่าเสียงเขียว ชายหนุ่มยกมือขึ้นทั้งสองข้างเป็นการยอมแพ้และขอสงบศึก

“ลุกไหวไหมครับ” ร่างบางส่ายหน้า นึกหัวเสียอยู่ในใจที่ดันมาบาดเจ็บเวลานี้เสียได้ เดชาธรที่พอจะมองออกว่าเธอเสียฟอร์มแอบลอบยิ้ม เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกของตัวเองมาคลุมขาเธอเอาไว้ก่อนจะช้อนตัวอุ้มเธอขึ้นมาในอ้อมแขนแล้วใช้นิ้วเกี่ยวกระเป๋าเธอยกขึ้นมาด้วย

“หนักชะมัด” เขาบ่นอุบ

“ถ้าหนักมากนักก็ปล่อยฉันลง”

“เรื่องอะไร นี่มันรางวัลคนดีสำหรับผมชัดๆ”

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อ แขไขเม้มปากแน่นอย่างขัดใจ ต้องมาตกอยู่ในเงื้อมมือเขาแบบนี้มันไม่น่าไว้ใจเลย

เดชาธรอุ้มเธอมาจนถึงห้องพัก เขาเปิดประตูพาเธอไปนั่งบนเตียงเพื่อจะตรวจดูข้อเท้าให้ เขาทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นแล้วยกขาของหญิงสาวขึ้นมาวางบนตักอย่างไม่รังเกียจ ค่อยๆ ถอดส้นสูงออกแล้วเริ่มตรวจดูอาการบาดเจ็บ แขไขมองการกระทำด้วยความรู้สึกแปลกๆ

“โชคดีนะครับที่ไม่เป็นอะไรมาก คงแค่เจ็บตอนล้มเฉยๆ อีกสักพักก็เดินปร๋อแล้วล่ะครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

เธอยกขาขึ้นมานั่งพับเพียบบนเตียงโดยมีสูทของเขาคลุมปิดขาเอาไว้อยู่ เดชาธรเงยหน้ามองเธอแล้วยิ้มแป้นจนหญิงสาวเริ่มอึดอัด

“มองอะไรไม่ทราบคะ” จำต้องถามออกไป

“ทีแรกผมคิดว่าผมก็แค่คิดถึงคุณเฉยๆ แต่พอได้มาเจอ ได้มาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ ทำให้ผมรู้เลยว่ามันไม่ใช่แค่คิดถึง” เขาเงียบไปอึดใจก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี

“แต่เป็นคิดถึงมากเลยต่างหาก”

ร่างสูงวางแขนขนาบข้างตัวของแขไขเอาไว้แล้วยันตัวขึ้นมานั่งยองๆ เงยหน้ามองเธอ หญิงสาวคนนี้ยังหน้าตาสะสวยและมีกลิ่นกายที่หอมเย้ายวนเหมือนเคย

“จะอ้วก” เธอตอบสั้นๆ แล้วเบือนหน้าหนีเขา หากแต่แก้มขาวๆ ก็แอบขึ้นริ้วสีแดงพอให้ฝ่ายชายใจชื้นได้บ้าง เขาเพิ่งกลับจากอเมริกาก่อนหน้านี้ไม่ถึงชั่วโมง พอเครื่องลงแล้วได้รู้ข่าวจากหวานเย็นว่าแขไขจะมาพักที่ไร่สามเดือนเพื่อทำงาน เดชาธรก็รีบบึ่งรถมาทั้งๆ ที่ยังไม่ได้พัก กระเป๋าเดินทางของเขายังอยู่ในรถเลยด้วยซ้ำ

ปุ...

“เหนื่อยจัง” เขาทั้งตัวนั่งลงอีกครั้งแล้วฟุบหน้าลงบนตักของเธอ อาการคิดถึงเธอจนปวดใจก่อนหน้านี้ค่อยๆ จางหายไป เพราะตอนนี้เธออยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

“นี่คุณ ใครอนุญาตให้นอนคะ”

“ขอแค่แป๊บเดียวนะครับ ผมเพิ่งลงเครื่องจากอเมริกามาเมื่อชั่วโมงที่แล้วนี่เอง” เดชาธรพึมพำตอบเธอทั้งที่ยังหลับตาอยู่ แขไขมองไปยังเสื้อสูทแล้วถึงบางอ้อ มิน่าเขาถึงแต่งตัวเต็มยศ ที่แท้เพราะเพิ่งกลับจากอเมริกานี่เอง พอรู้ว่าอีกฝ่ายรีบร้อนมาหามากแค่ไหน หัวใจเธอก็เต้นระรัวขึ้นมา

หญิงสาวสั่นศีรษะพลางห้ามใจตัวเองเอาไว้ ไม่ได้เด็ดขาด ผู้ชายคนนี้แอบรักหวานเย็น เขาไม่มีทางคิดอะไรกับฉันแน่นอน เต็มที่ฉันคงเป็นได้แค่ตัวแทนไม่ต่างจากตอนคบกับนนท์หรอก เธอคิดในใจ

“ผมคิดถึงคุณมากจริงๆ นะครับ นางฟ้าของผม”

คำพูดที่แสนอ่อนโยนนั้นทำให้เธอหวนนึกถึงค่ำคืนนั้นที่เธอจำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะมันไม่ได้เกิดจากความมึนเมาเพียงแค่อยากเดียว เธอรู้สึกว่าส่วนหนึ่งในตัวเธอเองก็ต้องการมัน ผู้ชายที่วนรถกลับมาแล้วเข้ามากอดเธออย่างอ่อนโยนโดยไม่ถามอะไรสักคำคนนั้น...

“คนบ้า...” เธอพึมพำเบาๆ

มือเล็กวางลงบนศีรษะของคนหลับแล้วลูบไล้เส้นผมนุ่มเบาๆ ราวกับกำลังกล่อมให้เขานอนหลับฝันดี แค่ครั้งนี้เท่านั้นนะ เธอจะยอมให้เขาหนุนตักเพราะเห็นแก่ที่เขารีบมาหาจนไม่ได้พักผ่อนก็เท่านั้น

ไม่ได้มีความหมายอื่นแอบแฝงอยู่เลยแม้แต่น้อย...

ตอน 3

แขไขตื่นแต่เช้ามาอาบน้ำเพื่อไปท่องเที่ยวในวันนี้ เธอยังไม่ได้เตรียมแพลนเที่ยวเอาไว้ ตั้งใจว่าจะไปเรื่อยๆ เจอที่ไหนถูกใจก็แวะ วันนี้เธอเลือกที่จะใส่กางเกงขากระบอกสีดำยาวคลุมถึงตาตุ่มกับเสื้อแขนยาวเอวลอยสีขาวเอวลอยนิดๆ เพื่อความคล่องตัว ริมฝีปากสวยยังคงสีแดงสดเฉกเช่นทุกครั้ง

“อรุณสวัสดิ์ครับผม”

ปึง!

เธอปิดประตูห้องอีกรอบแล้วขยี้ตาตัวเอง ต้องตาฝาดไปแน่ๆ เช้าขนาดนี้ทำไมเธอถึงเห็นเขายืนยิ้มแป้นอยู่ที่หน้าห้องกันล่ะ เมื่อตั้งสติได้แล้ว หญิงสาวก็เปิดประตูห้องอีกครั้ง เดชาธรโบกมือหยอยๆ ยิ้มรับเธอ แขไขถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมศีรษะ ก่อกวนกันแต่เช้าเลยหรือ?!

“มีอะไรคะ” เธอถามไปตามมารยาท ก่อนจะเดินออกจากห้องมาพร้อมกระเป๋าเป้ใบเล็กที่ด้านหลัง

“ผมจะเป็นไกด์นำเที่ยวให้คุณในหนึ่งอาทิตย์นี้เอง”

“ใครขอร้องไม่ทราบ” เธอสวนกลับ

“ผมเต็มใจเอง ยังไงคุณก็ไม่ใช่คนในพื้นที่ การจะหาที่เที่ยวสวยๆ แล้วเที่ยวอย่างสบายใจคงยากนะครับ ให้ผมไปด้วยเถอะนะ นะๆๆ” เขาออดอ้อนเป็นเด็กๆ เข้ามาเขย่าแขนเธอและเอนหัวซบเหมือนลูกแมว

ไม่สิ กรณีเขาต้องเป็นลูกเสือเสียมากกว่า เพราะเขี้ยวเล็บยังติดตัวอยู่เสมอ

“ไม่” เธอยืนกรานปฏิเสธ ขืนให้เขาไปด้วยได้อันตรายกว่าเดิมกันพอดี

“ให้ผมไปด้วยเถอะน่า เที่ยวคนเดียวจะไปสนุกอะไรล่ะครับ ผมรับรองเลยว่าจะไม่ทำอะไรคุณเด็ดขาด จะไม่แตะต้อง จะไม่สัมผัส ถ้าคุณไม่อนุญาต”

เขายกมือขึ้นชูสามนิ้วสาบาน ทว่ามืออีกข้างกลับเอานิ้วไขว้กันแอบไว้ด้านหลัง เขาทนคิดถึงเธอแทบตายมาสามเดือน ถ้ามีโอกาสได้อยู่กันสองต่อสองมีหรือจะไม่ย้อนความหลัง เขาจะทำให้เธอรับรู้ถึงความทรมานในการคิดถึงเธอให้ได้

“แน่ใจหรือคะ” เธอถามย้ำอีกครั้ง

“แน่ใจครับ ถ้าผมผิดคำพูดให้คุณตีผมได้เลย”

“แต่หน้าตาคุณดูไม่น่าไว้ใจเลยนะ” แขไขยังคงไม่ไว้ใจเขา ผู้ชายที่ทะเล้นทะลึ่งตลอดเวลาอย่างนี้จะทำตามคำพูดได้จริงน่ะหรือ เธอสงสัยไม่น้อย

“มาครับ ผมช่วยถือกระเป๋าให้ เราสองคนไปผ่อนคลายกันดีกว่า”

เดชาธรมัดมือชกเธอเสร็จสรรพ เขาถอดกระเป๋าเป้จากด้านหลังเธอมาถือไว้แล้วเอาไปใส่ในรถ แขไขส่ายหน้าระอา แต่ก็ยอมตามเขาไปแต่โดยดี อย่างน้อยการท่องเที่ยวในครั้งนี้ของเธอก็คงไม่ต้องเหงาอยู่คนเดียวแล้ว หรืออาจจะวุ่นวายกว่าเดิมกันแน่นะ

ระหว่างทาง เดชาธรเปิดเพลงสนุกสนานบนรถและเปิดหน้าต่างเอาไว้เพื่อให้เธอได้รับกลิ่นอายของธรรมชาติ หญิงสาวสูดเอาบรรยากาศสดชื่นเหล่านี้เข้าปอด เธอทอดมองไปยังท้องฟ้าไกล สองข้างทางเป็นไร่องุ่นนับไม่ถ้วนจากทั้งไร่ของนนท์นธี และไร่ของชาวบ้านคนอื่นๆ

นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เธอไม่เคยได้รับความสงบสุขแบบนี้...

“อากาศดีไหมครับ” เขาเอ่ยถาม แขไขที่กำลังหลับตารับลมเย็นๆ พยักหน้ารับ

หลายครั้งที่เธอดูเหมือนจะเปิดใจให้แก่เขา แต่ไปมาๆ ก็กลับมาปิดกั้นเหมือนปกติ เดชาธรอยากจะรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้หญิงสาวที่ทั้งสวยและเก่งคนนี้กลายเป็นคนปิดกั้นตัวเองจากความสุข เขาอยากจะค้นหาคำตอบนั้นให้เธอเพื่อปลดปล่อยเธอจากมัน

“สามเดือนที่ผ่านมา คุณเป็นยังไงบ้างเหรอครับ คือผมหมายถึง สบายดีใช่ไหม”

“ก็อย่างที่คุณเห็นค่ะ ฉันไม่ได้ทุกข์ใจอะไรและใช้ชีวิตปกติดีทุกอย่าง” เธอตอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

“ผมสงสัยจัง ว่าใบหน้าของคุณในตอนที่ยิ้ม...จะสวยแค่ไหน”

คำถามของเขาทำเอาคนถูกถามต้องหันหน้ามาสบตา นัยน์ตาหวานเยิ้มที่บ่งบอกถึงความรู้สึกในจิตใจทำให้เธอต้องหลบตาด้วยไม่อยากรับรู้ถึงมัน

“เลิกพูดบ้าๆ แล้วตั้งใจขับรถไปเถอะค่ะ”

“แค่มีคุณมานั่งอยู่ข้างๆ ผมก็เสียสมาธิหมดแล้ว ยิ่งเป็นรถคันนี้ด้วย ผมยิ่ง...”

เขาเว้นช่องไฟเอาไว้ ภาพค่ำคืนอันเร่าร้อนระหว่างทั้งคู่แวบเข้ามาในความคิดของหญิงสาว แขไขรู้ได้ในทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร

“นี่คุณ...!”

“ฮะๆๆ ผมล้อเล่นๆ อย่าโกรธเลยน่า”

เขาใช้มือข้างหนึ่งรับแขนเธอที่กำลังกระหน่ำตีเขาไม่หยุดเอาไว้ นอกจากมุมเงียบขรึม เห็นทีจะมีแต่มุมโกรธจนควันออกหูของเธอนี่แหละมั้งที่เขาได้สัมผัส ตราบใดที่เธอยังไม่คิดเปิดใจให้ใครแบบนี้

“แล้วนี่คุณจะพาฉันไปไหนเหรอคะ”

“หมู่บ้านติดดาวครับ อยู่บนภูเขาสูง ที่นั่นบรรยากาศดีมากๆ แล้วก็มีวิถีชาวบ้านที่น่าสนใจด้วย ผมเคยไปมานานแล้วตั้งแต่สมัยเด็กๆ ตอนกลางคืนคุณจะได้เห็นดาวชัดเจนราวกับจะเอื้อมมือไปหยิบมาได้เลยล่ะครับ”

“จริงเหรอคะ ฉันชอบดาวนะ อยากเห็นเร็วๆ จัง” สีหน้าของแขไขดูดีใจอย่างชัดเจน

เดชาธรโล่งอกที่เธอชอบดวงดาวเหมือนเขา เขารู้มาว่าที่ผ่านมาเธอต้องทำงานอย่างหนักจนแทบไม่มีเวลาพัก เขาหวังว่าการไปเที่ยวในครั้งนี้จะทำให้เธอผ่อนคลายได้มากที่สุด อย่างน้อยขอแค่เจ็ดวันที่เธอไม่ต้องเอาเรื่องงานมาใส่ในหัวให้รกสมอง

“สวยจังเลย” ชายหนุ่มลืมตัวเผลอยื่นมือไปลูบหัวหล่อนแล้วเอ่ยชม

แขไขนั่งนิ่งตกใจ คิดไม่ถึงว่าเขาจะทำแบบนี้ หัวใจของหล่อนเต้นไม่เป็นจังหวะแม้จะพยายามระงับมันเพียงใดก็ตาม เธอกำมือแน่น

“ขะ...ขอโทษครับ ผมเผลอ” ร่างสูงชักมือกลับแล้วหันมาตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อ ร่างบางค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกเพื่อระงับอาการใจเต้นจนทำอะไรไม่ถูกของตัวเอง พลันเสียงของเขาในค่ำคืนนั้นก็ดังเข้ามาในหัว

‘คุณก็สวยเหมือนนางฟ้าเช่นกัน นางฟ้าของผม’

ตายๆๆๆ คิดอะไรของเธอกันแขไข หยุดคิดเรื่องลามกเดี๋ยวนี้เลยนะ เธอเอ็ดตัวเองแน่ใจ ทำไมในหัวถึงได้มีแต่ภาพของเขาตอนกำลังสุขสมกันล่ะ เธอกลายเป็นคนหมกมุ่นเรื่องพวกนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่!

ขณะเดียวกันทางด้านเดชาธรเองก็มีแต่เรื่องในคืนนั้นอยู่ในหัว เบาะที่เขานั่งในรถคันนี้ คนที่นั่งอยู่ข้างๆ ทุกอย่างคือส่วนประกอบของคืนนั้นทั้งหมด แค่มองหน้าเธอเขาก็เหมือนจะมองทะลุเสื้อผ้า เห็นทุกสัดส่วนแสนสวยที่ซ่อนอยู่ภายใน ลมหายใจของเขาเริ่มไม่คงที่

‘คุณเหมือนเทวดาเลย หล่อจัง’

คำพูดของหล่อนฉายซ้ำในหัวเขาไม่หยุด นิ้วมือที่ลูบไล้เขา สายตาที่จ้องเขาตาไม่กะพริบคู่นั้น

พรึ่บ...!

เอี๊ยด!

เดชาธรเบรกรถกะทันหันด้วยตกใจที่มังกรของตัวเองผงาดขึ้นมาเพียงแค่จินตนาการถึงหญิงสาวข้างตัวเท่านั้น ความโป่งนูนของกางเกงกลายเป็นที่สังเกตเห็นของแขไข หญิงสาวตกใจตาโตที่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังมีอารมณ์ทางเพศ เธอตวัดสายตาคมกริบมองเขา

“นี่คุณ...!” ร่างบางชี้หน้าชายหนุ่ม เดชาธรส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน

“ไม่...ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ”

“อีตาโรคจิต!”

เพี๊ยะ!

แขไขตบหน้าเขาไปเต็มๆ ฝ่ามือ ก่อนจะยกแขนขึ้นกอดตัวเองเอาไว้แล้วเขยิบตัวหนีจนชิดประตูอีกฝั่ง เดชาธรเบ้หน้า แบบนี้มันผิดจากที่เขาจินตนาการไว้ลิบลับ ตั้งใจจะเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวผู้แสนดีในชีวิตของเธอแท้ๆ ไหงแค่วันแรกก็กลายเป็น อีตาโรคจิตสำหรับเธอแบบนี้ล่ะ

ไม่แฟร์สำหรับเขาเลยสักนิด!

สามชั่วโมงต่อมา

ณ หมู่บ้านติดดาว

ในที่สุดก็มาถึงที่หมาย แก้มซ้ายของเดชาธรมีรอยแดงรูปฝ่ามือประดับอยู่ หลังจากถูกไล่ให้จอดรถลงไปสงบสติเจ้ามังกรของตัวเองจนมันยอมกลับไปจำศีลตามเดิม ตลอดทางหญิงสาวไม่มองหน้าเขาเลย เธอเอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง ซ้ำยังเอากระเป๋าเป้ของตัวเองมาคั่นกลางระหว่างเธอกับเขาไว้อีกด้วย

ชายหนุ่มช้ำใจยิ่งนัก...

“สวัสดีครับๆ มาแล้วเหรอครับ”

‘ผู้เฒ่าเซียน’ ชายแก่ที่ได้รับความเคารพจากคนในหมู่บ้านออกมาต้อนรับ เขาเดินค้ำไม้เท้าเข้ามาหาทั้งคู่ เดชาธรยกมือไหว้ แขไขจึงยกมือไหว้เช่นกัน

“ผู้เฒ่าเซียนใช่ไหมครับ ผมเดชาธรที่โทรมาจองที่พักไว้นะครับ”

“ครับๆ ผมให้คนเตรียมไว้ให้แล้ว ยินดีต้อนรับนะครับคุณหมอกับคุณภรรยา”

“เอ่อ ไม่ใช่...” แขไขตั้งท่าจะปฏิเสธ แต่เดชาธรกลับโอบเธอมากอดเอาไว้

“ขอบคุณมากครับ ที่นี่ยังสวยเหมือนเดิมเลย ชวนให้คิดถึงจริงๆ”

“เดี๋ยวผมพาไปที่ห้องพักนะครับ จัดไว้ให้แถวๆ ผาชมดาวเลย รับรองว่ากลางคืนจะต้องโรแมนติกมากแน่นอน ตามมาครับๆ เอ้า ถือกระเป๋าให้คุณหมอกับภรรยาด้วย”

“คือว่าฉันไม่ใช่...” แขไขตั้งใจจะแย้งอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้กลับถูกเขาปิดปากเอาไว้เลยพูดไม่ได้

ทั้งสองเดินตามผู้เฒ่าเซียนมาจนถึงห้องพักที่ทำจากไม้และฟาง ตั้งอยู่ห่างจากผาชมดาวไม่ถึงร้อยเมตร บริเวณรอบๆ ห้อมล้อมไปด้วยดอกไม้หลากหลายสีสัน ไม่ไกลมีแปลงผักที่คนในหมู่บ้านปลูกเอาไว้ทำอาหาร อากาศบนนี้ค่อนข้างเย็นไปจนถึงหนาวจัด

“ขอให้สนุกนะครับคุณหมอ นี่ห้องพักของคุณหมอกับภรรยา ขาดเหลืออะไรบอกผมได้เลย ผมจะให้คนเตรียมมาให้” ผู้เฒ่าเซียนบอกพร้อมกับเปิดประตูห้องพักที่เตรียมไว้ให้ทั้งคู่ดู ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในหมู่บ้านอีกครั้ง

แขไขมองเข้าไปด้านในก็พบว่าเป็นที่นอนแบบเตียงเดี่ยวสำหรับนอนด้วยกันเท่านั้น เธอหันขวับมามองหน้าเดชาธรที่ทำผิวปากไม่รู้ไม่ชี้ทันที การที่มีห้องให้นอนได้เพียงห้องเดียวแบบนี้ต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ ดูเหมือนเธอจะติดกับแผนการ เจ้าเล่ห์ของเขาเข้าอย่างจัง

“อย่าบอกนะว่าห้องนี้...”

“ใช่ครับ แค่คุณกับผม... ห้องของเราสองคน” คนเจ้าเล่ห์ยิ้มกว้างอย่างมีแผน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED