ตอน 1

• ACTION •

“ใกล้จะได้เป็นหมอจริงๆ แล้วสินะ...” 

แม่ของสาวหน้าหวานที่กำลังนั่งพับผ้าจัดกระเป๋าเตรียมส่งเธอไปอยู่บ้านอา พูดดีใจเป็นปลื้มเมื่อรู้ว่าลูกสาวกำลังจะได้เป็นหมอ extern ซึ่งนี่ก็เป็นก้าวสำคัญอีกก้าวของเธอ กับเส้นทางการเป็นหมอ และ ‘ญะญ๋า’ ก็เป็นความหวังเดียวของคนเป็นพ่อกับแม่

“อีกแค่ปีเดียว ตั้งใจเรียนนะรู้ไหม” คนเป็นพ่อยืนกอดอกพูดอยู่ที่หน้าประตูห้อง ด้วยท่าทางกวนๆ ตามสไตล์ของเขา

“ค่ะ พ่ออยู่บ้านก็ห้ามดื้อนะ” ญะญ๋าพูดเสียงหวานท่าทางนุ่มนิ่มบอกกับพ่อของเธอ เพราะรู้ว่าเขาชอบก่อกวนผู้เป็นแม่อยู่บ่อยๆ

“พ่อไม่ดื้อหรอก ไม่ต้องห่วง” 

“เดี๋ยววันหยุดพ่อกับแม่ขึ้นไปหาที่กรุงเทพนะ” แม้ว่าเวลานี้เธอจะมีอายุที่มากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คนเป็นพ่อและแม่ เป็นห่วงลูกสาวน้อยลงเลย เพราะรู้ว่าญะญ๋าเป็นเด็กหัวอ่อน ไม่สู้คน และมักจะถูกเพื่อนเอาเปรียบอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่เด็ก

“อาปืนยังใจดีเหมือนเดิมไหมคะ?” 

“อาปืนเขาใจดีอยู่แล้ว แต่ญ๋าอย่าไปดื้อกับอาเข้าใจไหม ไปอยู่บ้านเขาต้องเป็นเด็กดีนะ” 

“ค่ะแม่..” 

@เพนท์เฮ้าส์หมอปืน

บ้านหรูแสนทันสมัยบนตึกสูง ทำให้เด็กสาวเริ่มเกร็งเมื่อย่างกายเข้ามาที่นี่ เพราะฐานะที่ดูมั่นคงต่างไปจากเมื่อก่อน เหมือนว่าจะมีหลายอย่างที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับภาพจำของอาหมอคนใจดีของเธอ 

“ไม่เจอกันสิบปี โตขึ้นเยอะเลยแฮะ” อาหมอคนใจดียิ้มต้อนรับหลานสาวที่เดินทางมาถึง

“ฝากมึงด้วยแล้วกัน ญ๋าไม่ดื้อหรอก เลี้ยงง่าย ...แต่ถ้าดื้อก็ตีได้เลย” คนเป็นพ่อพูดบอกกับเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทอย่างหมอปืน และเขาก็ไว้ใจอย่างมากว่าเธอจะปลอดภัยกว่าการไปเช่าคอนโด หรือห้องพักอยู่คนเดียวในกรุงเทพเมืองหลวงที่แสนอันตรายนี้

“ฝากด้วยนะปืน ญ๋าเป็นเด็กตามคนไม่ค่อยทัน กลัวว่าจะโดนคนที่ทำงานเอาเปรียบ” ฉันโล่งใจขึ้น เมื่อรู้ว่าญะญ๋าจะได้ฝึกงานที่โรงพยาบาลเดียวกับที่ปืนทำงานอยู่

ซึ่งทั้งฉันสามีและปืนเราสนิทกันมากในช่วงนึง และยังคอยช่วยเหลือกันตลอดเรื่อยมา แม้ไม่ใช่คนในครอบครัวแต่ก็เหมือนเป็นเช่นนั้น...

“พวกพี่ไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวผมจะดูแลญ๋าให้” 

ถึงจะเป็นการรบกวน แต่มันก็เป็นคนเดียวที่ผมไว้ใจ และกล้าฝากลูกสาวไว้กับมัน... “ขอบใจมากเว้ย ไว้กูจะมาเยี่ยมญ๋าบ่อยๆ” 

ตอนที่ฉันเด็กๆ พ่อกับแม่เอาฉันมาฝากไว้กับอาปืนบ่อยๆ เพราะพวกเขาต้องออกไปทำงาน ซึ่งฉันก็ซึมซับการอยากเป็นหมอจากอา บวกกับพ่อและแม่เองก็ต้องการให้ฉันเป็นอย่างนั้น แต่การเป็นหมอไม่ง่ายเลย มันยากกว่าที่คิดไว้ ทั้งเรื่องการเรียนที่หนักและยาวนานกว่าเพื่อนคณะอื่น และการฝึกงานที่โหดคูณสองแบบที่รุ่นพี่บอกไว้ อาของฉันเก่งมากจริงๆ ที่ผ่านช่วงเหนื่อยยากทั้งหมดนั้นมาได้...

“ยังมีหลายเรื่องที่ญ๋ายังไม่เก่ง อาช่วยสอนญ๋าหน่อยนะคะ” คนเรียบร้อยพูดบอกกับคุณอาคนใจดีของเธอ และเขาก็ยังคงเป็นแบบนั้นเสมอ

“ได้ครับ..” 

“งั้นพี่กลับแล้วนะปืน ฝากหลานด้วยนะ” คุณแม่ยังสวยพูดจบก็เดินเข้ามาสวมกอดลูกรักเพื่อบอกลาเธอกลับต่างจังหวัด แก้มใสของลูกสาวถูกหอมฟัดอย่างเอาใจจากผู้เป็นแม่ ส่วนคนเป็นพ่อก็ล่ำลาด้วยการลูบหัวเธอเบาๆ

“พ่อกลับก่อนนะ..” 

“ขับรถกันดีๆ นะครับพี่..” 

“เออ ไว้เจอกัน” 

ห้องนอนญะญ๋า...

“ชอบไหม อาจำได้ว่าญ๋าเคยบอกอาว่าญ๋าชอบสีชมพู อาเลยให้คนจัดห้องสีนี้ไว้ให้” เขาถามกับหลานสาวเมื่อพาเธอเข้ามาเดินชมห้องนอนของเธอ

“ชอบค่ะ ที่นี่ใหญ่เท่าห้องนอนญ๋า ห้าห้องรวมกันได้เลย” เธอพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มพรางวาดตามองไปรอบห้องอย่างให้ความสนใจ

ท่าทางเรียบร้อยและนอบน้อมของเธอทำคนที่ได้มองเอ็นดูไม่น้อย “ถ้าขาดเหลืออะไรบอกอาได้นะ เดี๋ยวอาจัดการให้” 

“แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ ขอบคุณอาปืนมากนะคะ” แค่นี้ฉันก็เกรงใจมากแล้ว อาให้อยู่ฟรีไม่เก็บค่าเช่า แถมยังให้ฉันติดรถไปทำงานด้วยจนเรียนจบ ข้าวก็ฟรีที่พักก็ฟรี ฉันไม่กล้าเรียกร้องอะไรจากเขาอีกแล้วล่ะ

“งั้นญ๋าเก็บของเถอะนะ เดี๋ยวอาออกไปเตรียมมื้อเย็นก่อน” 

“เดี๋ยวญ๋ารีบออกไปช่วยนะคะ” คนเรียบร้อยตะโกนบอกคนที่เดินออกจากห้องไปสุดเสียง ซึ่งน้ำเสียงการตะโกนพูดของเธอยังดูออกว่าเธอเป็นคนนิ่มนวลแค่ไหน

ว่าแล้วเธอก็เร่งมือเก็บของ เพื่อจะออกไปช่วยงานคุณอาของเธอต่อ เพราะการให้เขาเตรียมข้าวเย็นให้เธอทานนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ยิ่งสำหรับเด็กขี้เกรงใจอย่างเธอแล้วด้วย...

จู่ๆ มือน้อยที่จัดเสื้อผ้าอยู่ก็เกิดสั่นไหวขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ ใจดวงน้อยเริ่มสั่นรัวเพราะความเป็นกังวล ให้ความรู้สึกเหมือนดื่มกาแฟไปเป็นสิบแก้ว อาการที่เป็นอยู่ เธอเผชิญสิ่งนั้นมาอย่างลำพัง และไม่คิดว่ามันจะส่งผลกับการใช้ชีวิตของเธอ จึงปล่อยผ่านทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น แต่อาการที่เป็นก็ยิ่งหนักขึ้นเช่นกัน

“เป็นแบบนี้อีกแล้ว..” 

เธอพยายามไม่สนใจอาการที่เป็น และรีบออกไปหาอาของเธอที่ด้านนอก..

ห้องครัว...

“อามีอะไรให้ญ๋าช่วยไหมคะ?” 

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวอาทำเอง” มันเป็นงานที่เขาถนัดและชอบทำ จึงไม่คิดว่าเป็นความลำบากแต่อย่างใด

“งั้นเดี๋ยวญ๋าช่วยจัดจานนะคะ” 

“ได้ครับ..” คุณอาสุดหล่อพูดตอบรับคำขอหลานสาว และปล่อยให้เธอทำงานชิ้นสำคัญนั้น 

มือน้อยที่กำลังถือถ้วยตักแกงสั่นจนอีกคนสังเกตเห็นได้ “ทำไมมือสั่นแบบนั้นล่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า” 

“เอ่อ.. ปกติค่ะอา มันเป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ” เธอตอบเขากลับไปด้วยรอยยิ้มเฝื่อนๆ ก่อนถือถ้วยไปวางลงที่โต๊ะทานข้าวอย่างระวัง แม้ในเวลานั้นจะเริ่มรู้สึกหายใจไม่ถูกจังหวะ แต่เธอก็ยังทำเหมือนว่าไม่เป็นอะไร

ซึ่งคนเป็นหมออย่างเขาก็พอดูออกว่านั่นไม่ใช่อาการปกติของร่างกายมนุษย์ที่ควรจะเป็น แต่ก็ไม่กล้าที่จะถามอะไรเธอมากไปกว่านั้น เพราะการห่างเหินกันนานถึงสิบปี ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้สนิทกันเหมือนเคย และคงต้องใช้เวลาปรับตัวเข้าหากันใหม่สักระยะ

“เป็นไงบ้าง อาทำกับข้าวพอใช้ได้ไหม” 

“อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ” อาหารมื้ออร่อยทำให้เธอผ่อนคลายและอาการที่เป็นอยู่ก็ดีขึ้น

ผมจำได้ว่าจะได้ยินแบบนั้นทุกครั้งที่ทำกับข้าวให้เธอทาน ซึ่งไม่รู้ว่ามันอร่อยจริงหรือว่าเธอหิวมากกันแน่ ญะญ๋าถึงตั้งใจกินจนไม่เงยหน้าขึ้นมาพูดคุยกับผมเลย

“ตื่นเต้นหรือเปล่า พรุ่งนี้จะได้เป็นหมอจริงๆ แล้ว” 

“ตื่นเต้นค่ะ” เธอพูดคำนั้นออกไปโดยไม่รู้ว่าสีหน้าของตัวเองนั้นมีความเป็นกังวลอยู่มาก

“มีอะไรไม่เข้าใจ ถามอาได้เลยนะ...” 

“ตอนอาเป็น extern ยากไหมคะ” ในบรรดาเพื่อนรุ่นเดียวกัน ฉันคงจะเป็น extern ที่โง่ที่สุด ถึงจะอ่านหนังสือเยอะแค่ไหนก็ยังไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำได้ แม้จะอยากเป็นหมอแต่มันก็มีความกลัวอยู่ในใจ

“ไม่ต้องกลัวนะ... ตอนที่อาเป็น extern อาสร้างปัญหาทุกวันเลยล่ะ แต่เพราะปัญหาพวกนั้นอาเลยเป็นหมอที่เก่งเหมือนตอนนี้ไง” 

ประสบการและความผิดพลาดของผม มันทำให้ผมกลายเป็นหมอที่ทั้งคนไข้และหมอด้วยกันต่างก็ยอมรับ ยิ่งผมผิดพลาดมากเท่าไหร่ ผมยิ่งตั้งใจทำให้มันดีขึ้นมากเท่านั้น

“นั่นสิคะ ใครก็ผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น ใช่ไหมคะ?” 

“ใช่ครับ.. แต่ต้องเรียนรู้กับสิ่งที่ผิดพลาดด้วยนะ ห้ามปล่อยผ่านเด็ดขาด” 

“ค่ะ” 

จ๊วบๆ!

“ยังดูดนิ้วอยู่อีกเหรอ?” 

“มันติดน่ะค่ะ เห็นนิ้วเรอะเป็นไม่ได้ ฮ่าๆ” นิสัยที่ทำมันอย่างเคยชิน เธอเลิกทำมันไม่ได้เมื่อได้เห็นคราบเรอะที่นิ้ว

น่าแปลกที่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ แต่แววตาที่ผมได้มองกลับรู้สึกถึงความเศร้าลึกๆ ไม่รู้ว่าเธอมีเรื่องกังวลอะไรอยู่

“มีอะไรปรึกษาอาได้เลยนะ อายินดีรับฟังทุกเรื่อง” 

เขาทำได้เพียงเท่านั้น เพราะไม่อยากเค้นถามให้เธอรู้สึกอึดอัด เพราะทั้งคู่ยังต้องใช้เวลาอยู่ร่วมกันอีกนาน

หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จ ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันเข้าห้องเพื่อเตรียมตัวพักผ่อน และตื่นมารับมือกับการทำงานในวันพรุ่งนี้

ห้องนอนญะญ๋า...

เหมือนว่าเวลายิ่งดึก ความรู้สึกของเธอจะยิ่งดิ่งลึกจนสัมผัสได้อย่างชัดเจน ถึงความหวาดวิตก และร่างกายที่ผิดปกติของเธอ

“แฮ่ก แฮ่ก ฮึก!” 

ฉันรู้สึกเหมือนว่า อาการที่ฉันเป็นจะเกิดขึ้นอีกแล้ว มันเกิดขึ้นโดยไม่รู้ว่ามันจะเป็นเมื่อไหร่ และไม่รู้จริงๆ ว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้มันเกิดอาการนี้ขึ้น และสิ่งที่เป็นอยู่มันก็ทำให้ฉันกลัว

ห้องนอนหมอปืน...

ก๊อกๆ!

“ฮึก อาคะ~” 

แก๊ก!

“มี...” 

ฟุบ!

เขาเอ่ยถามเธอยังไม่ทันจบ คนตัวเล็กที่ยืนอยู่หน้าห้องพุ่งเข้าสวมกอดชายร่างสูงร้อยแปดสิบห้าด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นว่าเขาเปิดประตูออกมา เนื้อตัวสั่นและท่าทางวิตกของเธอนั้นทำให้คุณหมอตาสว่างขึ้นจากความง่วงซึม

“ช่วยด้วยคะ ญ๋าหายใจไม่ออก ฮึก” 

“ญ๋า~ ใจเย็นๆ หายใจเข้าลึกๆ นะ” 

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏] 

ตอน 2

เขากอดคนตัวเล็กตอบกลับและลูบหลังเธอเบาๆ แต่เวลานั้นก็ยังสัมผัสได้ว่าเธอยังพยายามเบียดตัวเข้ากอดเขา แม้ว่านั่นจะเป็นอ้อมกอดที่แน่นมากแล้วก็ตาม ราวกับว่าเธอรู้สึกไม่ปลอดภัยและกลัวบางอย่าง

“ฮึก อาคะ ญ๋าจะเป็นอะไรไหมญ๋ากลัว ช่วยด้วยค่ะ ฮือ~” เนื้อตัวสาวสวยสั่นจนน่าเป็นห่วง เธอไม่สามารถควบคุมจังหวะหายใจของตัวเองได้ในเวลานี้

“ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก ไม่ต้องคิดมากนะญ๋า” 

“ฮือๆ~” 

“ใจเย็นๆ นะครับ ญ๋าเป็นอะไรเล่าให้อาฟังซิ๊...” คุณอาหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเพื่อให้เธอคลายความกังวลลง เพราะคิดว่าเธอน่าจะเป็นโรคที่เขาคาดการไว้ในก่อนหน้า แต่ไม่ได้เอ่ยถามไป

“ไม่รู้ค่ะ อยู่ๆ ญ๋าก็ใจสั่นนอนไม่หลับแล้วญ๋าก็หายใจไม่ออก มันเป็นแบบนี้อีกแล้ว ฮือ ญ๋ากลัว” 

ผมใช้มือสองข้างประคองหน้าของเด็กสาวไว้ ก่อนจะมองสำรวจสีหน้าและอาการของเธอ น้ำใสอาบแก้มของเด็กสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่ด้านหน้าของผม

“หายใจเข้าลึกๆ นะทำตามที่อาบอก เดี๋ยวมันจะดีขึ้น” 

“ฮึก ฮึกๆ” 

“อาอยู่ตรงนี้นะ ญ๋าไม่ต้องกลัว” เขาพูดพร้อมกุมมือเธอไว้แน่น สายตาแสนอบอุ่นก็ยังมองเธออยู่ไม่วางตา

มันเป็นอาการทางความคิดและความรู้สึก ซึ่งการให้คนไข้รักษาตัวเองนั้นคือพื้นฐาน แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นเธอควรต้องใช้ยาควบคู่ในการรักษา ซึ่งผมไม่อยากให้ญ๋าต้องไปถึงขั้นนั้น

“พยายามหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ นะ…” 

“ฮึก…” เธอพยายามฝึกจังหวะหายใจนั้นให้เป็นไปอย่างปกติ ไม่ช้าหรือเร็วไป

ดูเหมือนอาการที่เธอเป็นอยู่จะเรียกว่าแพนิค ซึ่งมันไม่ค่อยเป็นผลดีเลยที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาแพทย์ที่ใกล้จะเป็นหมออาชีพอย่างเธอ...

“ถ้ายังกลัวอยู่ เดี๋ยวอาไปส่งเข้านอนดีไหม” 

“ฮึก ญ๋าจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ” 

“ใช่ครับ ญ๋าจะไม่เป็นอะไร เดี๋ยวอาจะอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าญ๋าจะดีขึ้น โอเคไหมครับ” 

ห้องนอนญะญ๋า...

เธอเอนตัวลงนอนในขณะนั้นก็มองจ้องไปที่คุณอาของเธออย่างไม่คลาดสายตา เขาพยายามช่วยเธอกำหนดลมหายใจเข้าและออก มือหนากุ่มมือน้อยของหลานสาวไว้แน่นเพื่อให้เธอผ่อนคลายและหลับลงได้อย่างสบายใจ

“นอนเถอะ อาอยู่นี่ไม่ไปไหนหรอก” 

อาการที่เธอเป็นอยู่นี้ มันควรได้รับการรักษา หากปล่อยไว้นานผมเกรงว่ามันจะเป็นโรคที่ยากเกินจะรักษาและควบคุมได้

เมื่อญะญ๋าเริ่มผ่อนคลายความกลัวลง เธอจับกุมมือหนาของคุณอาไว้แน่นด้วยสองมือน้อยของเธอ จนเขาไม่สามารถดึงมันออกเมื่อเห็นว่าเธอหลับไป

ตอนนี้หลานสาวของผมหลับไปแล้ว แต่มือสองข้างของเธอยังจับมือผมไว้แน่นแถมตอนนี้เธอยังดึงแขนผมไปกอดอีกด้วย

ถ้าดึงออกตอนนี้เธอจะตื่นไหมนะ แบบนี้อาจะกลับห้องยังไงล่ะเนี่ย...

เขานั่งสัปหงกมองเธอหลับอยู่แบบนั้น แต่ตัวเองก็แทบจะฝืนลืมตาไม่ไหว 

ฟุบ!

จังหวะที่คนตัวเล็กพลิกตัว เธอลากแขนล่ำที่จับอยู่ไปนอนกอดอย่างสบายใจ จนทำคนที่นั่งสัปหงกอยู่ล้มลงไปนอนซ้อนอยู่ด้านหลังของเธอบนเตียงนุ่มนั้น

“ญะ ญะญ๋า~” 

แขนล่ำข้างที่เธอกอดอยู่นั้น มันแนบชิดสนิทกับก้อนเนื้อนุ่มบนหน้าอกของเธอ จนทำคุณอารู้สึกไม่ดีกับท่าทางที่เขานอนอยู่ในเวลานี้

“ญ๋า~” 

เธอกระชับกอดแขนล่ำของเขาแน่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงนุ่มที่ฟังแล้วผ่อนคลายเช่นนั้น และเวลานี้ท่อนแขนของเขาไม่เพียงแต่ถูกมือของเธอจับไว้ ยังโดนร่องอกอวบหนีบไว้ไม่ปล่อยอีกด้วย

“เฮ้อ นอนไปแบบนี้จะเป็นอะไรไหมนะ...” เขาพูดถามกับตัวเองก่อนจะหาวเมื่อพูดจบประโยค “หาว~” 

แม้ว่าจะรู้สึกว่ามันดูไม่ดีที่อาหลานจะนอนด้วยกันในท่าทางแบบนี้ แต่เขาก็กลัวว่าจะทำเธอตื่นขึ้นมาเผชิญกับความกลัวอีกครั้ง หากเป็นเช่นนั้นไม่ใช่แค่เธอจะไม่ได้พักผ่อน เขาเองก็เช่นกัน

เขาไม่กล้าทิ้งเด็กที่ดูเปราะบางอย่างเธอไปในเวลานี้ จนปล่อยตัวนอนหลับไปแบบนั้นโดยมีคนตัวเล็กนอนอยู่ในอ้อมกอดอุ่นของตน

เช้าวันรุ่งขึ้น...

คนตัวเล็กค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น เพราะรู้สึกถึงความผ่อนคลายบริเวรช่วงหน้าอก ซึ่งเมื่อก้มลงมองก็เห็นว่ามือหนาของคนที่กอดเธออยู่นั้นกำลังบีบเคล้นเนื้อนุ่มของเธอเต็มมือ

“...” 

แต่พอหันไปมองเธอก็เห็นว่าเขายังหลับอยู่ และเพิ่งสะดุ้งตื่นเมื่อตอนที่เธอเรียกปลุกเขา “อาปืนคะ...” 

“อือ” เจ้าของคนหล่อสุขุมลืมตาตื่น มือหนาก็ยังคงบีบเคล้นเนื้อนุ่มนั้นไม่ปล่อย “อุ๊ย อาขอโทษนะ!” เขารีบดึงมือออกทันทีเมื่อรู้สึกว่าตัวเองทำบางสิ่งที่ไม่เหมาะสมอยู่ และรีบดันตัวขึ้นนั่งบนเตียง ...เวรแล้วกู ทำอะไรลงไปเนี่ย

“เมื่อกี้.. อาละเมอเหรอคะ หรือว่า...” 

“ใช่ๆ อาละเมอน่ะ อาไม่ได้ตั้งใจจะบีบ เอ่อ จะจับ คือจะ จะ... อาขอโทษนะญ๋า” เขาไม่รู้จะพูดถึงการกระทำน่าอายของตัวเองนั้นว่าอะไร เพราะไม่ว่าจะใช้คำสวยหรูแค่ไหน แต่สุดท้ายเขาก็ทำสิ่งที่ไม่ควรทำไปแล้ว คือการบีบเคล้นหน้าอกของหลานสาว

“ไม่เป็นไรค่ะ ญ๋าต้องขอโทษอามากกว่า ที่เดือดร้อนอาต้องมานอนเฝ้าญ๋าทั้งคืน” 

เธอไม่ได้ติดใจกับเรื่องเมื่อครู่ เพราะรู้ว่าการเป็นหมอนั้นเหนื่อยแค่ไหน หากจะนอนละเมอทำสิ่งที่เคยทำอยู่ประจำก็ไม่แปลก 

“แล้วดีขึ้นหรือยัง ไม่มีอาการอะไรแล้วใช่ไหม” 

เธอดันตัวขึ้นนั่งบนเตียง และสำรวจร่างกายของตัวเองให้แน่ใจ “ไม่มีแล้วค่ะ ญ๋าดีขึ้นแล้ว” 

ตอนที่คุยอยู่กับเธอนั้น เขาไม่สามารถควบคุมสายตาของตัวเองไว้ได้ เพราะเหมือนว่ามันอยากจะจ้องมองที่ส่วนนั้นของเธออยู่ตลอด

ผมจับนมคนไข้มาเป็นร้อยเป็นพัน แต่ไม่เคยรู้สึกผิดแบบครั้งนี้มาก่อนเลย เพราะในหัวผมมันกลับคิดเรื่องอกุศลกับเธอไม่หยุด

‘นิ่มจัง’ หยุดคิดบ้าๆ สิวะ! ‘ใหญ่มาก’ หยุดนะเว้ย! ‘ญะญ๋าโตเป็นสาวแล้ว’ ห้ามคิดแบบนั้นนะ!

“อากลับห้องก่อนนะญ๋า” เขารีบวิ่งออกจากห้องนอนของเธอไป เพราะเสียงในหัวกำลังตีกันเรื่องของเธอที่เขาไม่ควรคิด

ติ๊ง! (ตื่นหรือยังคะคุณหมอญะญ๋า เจอกันที่โรงพยาบาลนะ) 

ข้อความจากแสนดี เพื่อนรักคนสนิททักไลน์มาปลุกเธอแต่เช้า และข้อความที่อ่านแล้วรู้สึกถึงความสดใสนั้นมันก็ทำให้เธออยากจะลุกขึ้นจากเตียงไปทำหน้าที่คุณหมอ

ตึก! (เจอกันที่โรงพยาบาลนะคะ คุณหมอแสนดี^^) 

เธอตอบกลับข้อความของแสนดี ก่อนจะลุกไปอาบน้ำเตรียมตัวออกไปฝึกงานวันแรก

เริ่มแล้วสินะการเป็น extern วันแรกของฉัน...

@โรงพยาบาล

“ญ๋า เลิกงานแล้วไปหาอาที่ห้องทำงานด้วยนะ” ผมตั้งใจว่าจะพาเธอไปปรึกษาแพทย์ถึงอาการแพนิคของเธอที่เป็นอยู่

“ค่ะ” 

เขาเดินมาส่งเธอถึงที่แผนกฉุกเฉิน ซึ่งแน่นอนว่าเธอถูกหลายสายตาจับจ้องมาที่เธอ เพียงเพราะเดินมากับคุณหมอสุดฮอตของโรงพยาบาล

“ไม่มีอะไรต้องกลัว ทำงานให้เต็มที่นะ...” คุณหมอปืนพูดให้กำลังใจหลานสาว

“ค่ะอาปืน” 

คนตัวสูงดึงมือออกจากเสื้อกาวน์และลูบหัวคนตาใสเบาๆ เพื่อให้เธอไม่รู้สึกเป็นกังวล 

“เย็นนี้เจอกันนะ” 

“อาแกเหรอ?” เสียงคุ้นหูเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าผู้ชายคนที่เธอถามถึงเดินจากไป

“ใช่ อาปืนที่ฉันเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆ ไง” 

“extern คนใหม่เป็นหลานของหมอปืนเหรอ?” 

“ใช่ค่ะ” ญะญ๋าตอบกลับคำถามของพยาบาลสาวอย่างเป็นมิตร

“งั้น พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” 

“คะ?” 

“หมอปืนมีแฟนหรือยัง เขาแอบซุกลูกเมียไว้ที่บ้านจริงไหมพี่อยากรู้” เธอถามถึงข่าวลือเกี่ยวกับหมอปืนที่ว่านั้น เพราะไม่เห็นว่าเขาสนใจใคร หรือประกาศว่าตัวเองมีแฟนซักที จนทำให้คนในโรงพยาบาลต่างคิดว่าเขาซุกลูกเมียไว้ที่บ้าน

“ไม่มีนะคะ อาปืนอยู่บ้านคนเดียวค่ะ” 

“จริงเหรอ สรุปไม่มีเมียจริงๆ นะ” เธอถามน้ำเสียงดีใจ พยาบาลสาวกลุ่มใหญ่บริเวณนั้นที่ได้ยิน ต่างก็พากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ชอบใจเมื่อรู้ว่าอาหมอของเธอยังไม่มีแฟน

“ไปเตรียมตัวเข้างานเถอะญ๋า...” แสนดีพูดบอกกับญะญ๋า โดยไม่สนใจเรื่องที่พยาบาลพวกนั้นกรี๊ดชอบใจกันอยู่

“งั้นเดี๋ยวฉันมานะ เอาของไปเก็บก่อน” 

“เดี๋ยว.. ลืมอะไรหรือเปล่า” แสนดีถามถึงสิ่งที่เธอและญะญ๋าทำกันอยู่ประจำเมื่อได้เจอกัน

“เมื่อไหร่จะเลิกทำแบบนี้เนี่ย” ถึงปากจะบ่นอุบ แต่เท้าเล็กกลับก้าวเข้าไปหาเพื่อนสนิท และยื่นหน้าผากสวยให้กับแสนดีอย่างรู้งาน

จุ๊บ ริมฝีปากสวยได้รูปจุ๊บลงเบาๆ ที่หน้าผากของอีกคนอย่างเคยชิน

“ฉันรอตรงนี้นะ ไปเก็บของเร็วๆ เลย” 

“ทำเหมือนฉันเป็นเด็กไปได้ เดี๋ยวใครก็เข้าใจผิด คิดว่าฉันเป็นน้องแกหรอก” เธอบ่นเพื่อนสาวเสร็จก็รีบวิ่งไปเก็บของทันที เพราะใกล้ถึงเวลาเข้างานแล้ว

“พี่น้องที่ไหนเขาทำกันแบบนี้ล่ะยัยบ้า...” สาวสวยผมสั้นกระตุกยิ้มให้กับความซื่อของญะญ๋า ที่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนเธอก็ไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อออกไปเลยสักนิด

วันนี้ทั้งวันสาวสวยขี้กลัวสามารถควบคุมความกังวลของตัวเองได้ดี เพราะงานที่ไม่ได้ยากเกินความสามารถ มีการผ่าตัดเล็กก็ผ่านไปได้ด้วยดี วันนี้เธอเจอแต่งานถนัดและสิ่งที่ฝึกซ้อมมาเหมือนโชคเข้าข้าง

โล่งอกไปทีที่การลงสนามจริงวันแรกของฉันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย...

ช่วงเย็นเลิกงาน...

“หมอปืน มารอรับหลานเหรอคะ?” เสียงหวานที่พูดอ่อยนั้น ทำให้คุณหมอหนุ่มรู้ว่าควรวางตัวและตอบกลับอย่างไร

“ใช่ครับ” 

“เสร็จแล้วค่ะอา” 

“ไปเถอะอานัดหมอไว้แล้ว ขอตัวก่อนนะครับ...” เขาพูดบอกหลานสาว ก่อนจะหันมาบอกลาสาวๆ พยาบาลเอฟซีกลุ่มใหญ่

“กลับบ้านดีๆ นะน้องญะญ๋า~” 

เสียงหวานของพยาบาลที่แผนก พร้อมใจกันโบกมือลาส่งเธอกลับบ้าน แต่ทว่าสายตาของแต่ละคนกลับไม่ได้มองไปที่ญะญ๋าเลยสักนิด เพราะพวกเธอมัวแต่โฟกัสคนที่สนใจนั่นคือ ‘หมอปืน’ 

“พรุ่งนี้เจอกันญะญ๋า รีบมานะ...” 

“กลับก่อนนะแสนดี..” เธอพูดตอบกลับแสนดีที่ยืนอยู่ข้างๆ พรางโบกมือลาและส่งยิ้มหวานให้เพื่อน และดูท่าเธอจะเฉยๆ กับความหล่อของคุณหมอปืนต่างจากคนอื่นที่แสดงออก

--------------------------------------------------------------------------

ตอน 3

ห้องตรวจ...

“อาการแพนิค หรือโรคตื่นตระหนก จะมีอาการวิตกกังวลแบบสุดขีดหรือมีความกลัว ความอึดอัด ไม่สบายใจอย่างรุนแรง แบบที่หนูเป็นนี่แหละ แต่โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนะ หมอจะจัดยาให้ควรทานยาให้ต่อเนื่อง แต่ถึงอาการจะดีขึ้นแล้วก็ไม่ควรหยุดยากะทันหันเข้าใจไหมครับ...” 

“ค่ะคุณหมอ” 

หลังจากที่เธอได้รู้ ว่าอาการที่เธอเป็นอยู่ตลอดมา มันมีทางรักษาหาย และมันเป็นโรคชนิดหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้จริงไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดไปเอง ญะญ๋าก็รู้สึกโล่งใจขึ้นและพร้อมทำตามคำแนะนำของหมอเพื่อให้หายขาด จากโรคที่เป็นอยู่ 

ลานจอดรถ...

สองอาหลานเดินกลับรถพร้อมกันเพื่อจะกลับบ้าน ซึ่งผู้เป็นอาก็หาเรื่องถามหลานสาว ถึงการทำงานวันแรกของเธอในฐานะหมอ...

“วันนี้โอเคใช่ไหม” ผมถามญะญ๋าเพราะเป็นห่วง กลัวว่าวันแรกของการฝึกงาน เธอจะเจอกับเรื่องหนักใจ ผมเลยอยากให้เธอนั้นแบ่งปันให้ผมฟัง เผื่อว่าผมจะช่วยให้คำแนะนำเธอได้บ้าง ในฐานะหมอรุ่นพี่

“โอเคค่ะอาปืน วันนี้ญ๋าเจอแต่เคสง่ายๆ ค่ะ เพื่อนร่วมงานกับพี่ๆ พยาบาลก็น่ารัก อ๋อ.. มีอยู่เรื่องนึงค่ะอา” เรื่องที่มีคนสงสัยและต้องการรู้คำตอบเกี่ยวกับอาของฉัน “อาปืนมีแฟนหรือยังคะ?” 

พอได้ยินคำถามที่ญะญ๋าเอ่ยปากถาม เขาถึงกับหยุดมือที่กำลังจะเปิดประตูรถ และเงยหน้าขึ้นมามองเธอที่ยืนรอจะขึ้นรถอีกฝั่งของประตู “ถามทำไมครับ?” 

“พี่ๆ พยาบาลที่แผนกให้ถามน่ะค่ะ พวกเธอดูจะชอบอามากเลยนะคะ” ญะญ๋าตอบอาของเธอไปเสียงใสตามความจริง 

“ยังไม่มีครับ..” เมื่อตอบคำถามของหลานสาวเสร็จ เขาก็เปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเธอจะยังมีเรื่องสงสัยอยู่

“ทำไมอาปืน ถึงยังไม่มีแฟนอีกล่ะคะ” อากับพ่อฉันเป็นเพื่อนกันก็จริง แต่อายุของอาปืน ก็น้อยกว่าพ่อของฉันหลายปี ซึ่งในช่วงอายุของเขาก็ควรจะสร้างครอบครัวได้แล้ว 

“อาจีบผู้หญิงไม่เป็นเหรอคะ...” คนหน้าหวานเอ่ยถามอย่างระวังท่าทาง แต่ใบหน้าที่ยิ้มอ่อนของเธอ เมื่ออีกคนได้มองเขากลับคิดว่าเธอกำลังดูถูกในความสามารถจีบสาวของเขา

คำถามของญ๋ามันทำให้ผมนั้นต้องหยุดดึงเบลท์ทันที เหมือนว่าวันนี้หลานสาวของผมจะขี้สงสัยเป็นพิเศษ “...จีบเป็นครับ แต่อาแค่ไม่มีเวลา” 

จริงๆ ก็นานมากแล้วล่ะที่ผมโสด เกือบเจ็ด แปดปีได้แล้วมั้ง แล้วก็ลืมไปแล้วด้วยว่าจะต้องมีลูกมีเมีย ผมคิดว่าการอยู่โรงพยาบาลรักษาคนไข้นี่แหละ ตอบโจทย์ชีวิตของผมที่สุดแล้ว 

ผมไม่ได้ต้องการมีความสุขที่เพิ่มขึ้นในด้านความรักแบบชู้สาวเพราะตอนนี้ผมก็มีความสุขมากอยู่แล้ว แล้วก็ไม่เคยเหงาเลยด้วยเพราะงานผมยุ่งสุดๆ แต่พอได้ยินคำถามของหลานสาวแบบนี้ ก็เจ็บจี๊ดๆ เหมือนกันแฮะ

“อาปืน ไม่ได้เป็น...” สาวสวยเรียบร้อยเงียบไป เพราะไม่รู้ว่าควรพูดคำนั้นดีไหม และดูเหมือนว่าวันนี้เธอจะพูดมากกว่าทุกวันอย่างที่อีกคนคิดอยู่จริงๆ

“อาเป็นชายแท้ครับ อาชอบผู้หญิง” ผมพอจะเดาออกจากสีหน้าและสายตาของญ๋า ว่าเธอนั้นกำลังจะพูดอะไร 

“อ๋อค่ะ..” 

“อาชอบผู้หญิงเรียบร้อยน่ารัก ใจดีพูดน้อย แต่ที่โรงพยาบาลนี้ไม่มีคนแบบนั้น อาเลยยังไม่มีแฟนครับ เพราะไม่มีคนที่ถูกสเปกให้จีบ” เขาอธิบายลงรายละเอียดเพื่อให้หลานสาวเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ว่าเหตุใดเขาถึงยังอยู่เป็นโสดในวัยนี้

“อ๋อ ญ๋าหายสงสัยแล้ว เรากลับบ้านกันเถอะค่ะ^^” 

“วันนี้อยากกินอะไรไหม เดี๋ยวอาแวะซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตกลับไปทำที่บ้าน” 

“ไปเดินดูก่อนก็ได้ค่ะ เผื่อจะนึกออก” เสียงหวานนั้นตอบกลับมาพร้อมกับท่าทางน่ารักเรียบร้อย ถูกใจคุณอาหนุ่มหล่อที่ได้มอง ราวกับเธอนั้นเป็นสาวสวยที่หลุดออกมาจากฝันของเขา แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่มองเธอแล้วยิ้มตามเท่านั้น

ซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน...

คนหน้าหวานเดินตามอาของเธอ แล้วก็อดภูมิใจไม่ได้ ที่เขาทั้งเก่งเรื่องงานรักษาคน และการทำอาหาร แถมยังดูเป็นคนอบอุ่นใจดีอีกด้วย ไม่แปลกที่เขาจะเป็นขวัญใจของสาวๆ ในโรงพยาบาล

“มองอาแบบนั้นทำไม” ผมเห็นญ๋าเดินตาม และจ้องมองมาที่ผมอยู่พักใหญ่ๆ แล้ว แถมสีหน้าของเธอยังอมยิ้มแปลกๆ อีกด้วย

“ญ๋ากำลังคิดว่า อาปืนของญ๋า ทั้งหล่อแล้วก็เท่ห์สุดๆ ใครได้ไปเป็นแฟนต้องโชคดีมากแน่ๆ^^” เธอพูดในสิ่งที่เธอคิดอยู่ออกมาอย่างไม่เก็บงำ 

ถ้าฉันจะมีแฟน ผู้ชายแบบอาปืนนี่แหละ ไทป์ของแฟนฉันในอนาคตเลย..

ถึงจะงงนิดหน่อยที่ญ๋าเอ่ยปากชม แต่ก็แอบดีใจนะ ที่หลานบอกว่าผมหล่อทั้งที่ผมใกล้จะเข้าเลขสี่แล้ว “อาไม่คิดเรื่องมีแฟนแล้วล่ะ” 

“ทำไมล่ะคะ ผู้หญิงอีกตั้งเยอะแยะรอเป็นแฟนอาอยู่นะคะ” อาพูดแบบนี้ความหวังของสาวๆ ที่แผนกฉุกเฉินก็จบกันสิ

“ผู้หญิงเยอะแยะเหรอ ใคร?” ผมหันไปมองเธอเพื่อรอฟังคำตอบ แต่จู่ๆ ญ๋าก็เงียบไปเพราะกำลังโฟกัสไปที่บางอย่าง ก่อนจะเดินไปหยิบตีนไก่แพ็คมาวางใส่รถเข็น และเหมือนเธอจะไม่ได้ยินสิ่งที่ผมเอ่ยถามไปก่อนหน้าด้วย

“ญ๋าอยากกินตีนไก่เผ็ดค่ะ” 

“เอาสิ..” 

เขาไม่ได้ถามหาคำตอบจากเธอ เพราะเห็นว่าหลานสาวนั้นไม่ได้ยินคำถามในก่อนหน้า จึงปล่อยผ่านเรื่องที่สงสัยไป

เพนท์เฮ้าส์หมอปืน...

“ญ๋าไปอาบน้ำก่อนเถอะ เดี๋ยวอาทำกับข้าวไว้รอ” 

“ไม่ได้ค่ะ ถ้าแม่รู้ว่าอาตามใจญ๋าแบบนี้ โดนแม่ดุแน่เลย ให้ญ๋าช่วยนะคะ” คนตัวเล็กทำหน้าอ้อนอีกคน และเขาก็ใจอ่อน ยอมให้เธออยู่เป็นลูกมือในครัว

“วันนี้ได้ทำอะไรบ้าง เล่าให้อาฟังหน่อยสิ” 

“รับเคสคนไข้ค่ะ แล้วก็ผ่าตัดเล็ก” 

“ผ่าตัดเล็กเหรอ ผ่าอะไร” 

“ผ่าฟันคุดค่ะ” 

“ฟันคุดเหรอ ฮ่าๆ” 

“ขำอะไรคะ?” คนตัวเล็กทำน่ามุ่ยไม่มั่นใจในตัวเอง

“อาขอโทษนะ ผ่าฟันคุดก็เก่งแล้วครับ” เขาลูบหัวหลานสาว พร้อมกับเอ่ยปากขอโทษที่หลุดขำออกมา ซึ่งดูท่าเธอจะคิดมากกับเรื่องแบบนี้

“คนไข้ชมหนูด้วยนะคะว่ามือเบามาก” เธอพูดอวด

“แล้วจะกินตีนไก่เผ็ดอ่ะ ทำเป็นเหรอ” 

“อาทำไม่เป็นเหรอคะ” 

“ไม่เป็นครับ” 

“ญ๋าก็ทำไม่เป็นค่ะ แสนดีเคยทำให้กิน ตอนนั้นเธอทำตามคลิปในยูทูป” 

“เอ่อ...” ผมเคยทำแต่แกงไก่ใส่ตีนไก่อะไรแบบนั้น อาหารเกาหลีผมไม่เคยทำเหมือนกัน

“งั้นไม่เป็นไรค่ะ เรากินอย่างอื่นกันก็ได้” 

“ไปล้างตีนไก่ให้อาเถอะ เดี๋ยวอาทำให้” ว่าแล้วเขาก็กดเปิดยูทูป เพื่อหาวิธีทำตีนไก่เผ็ดเกาหลีที่หลานสาวอยากกิน

“ค่ะอาปืน” คนน่ารักตอบกลับอีกคน ก่อนจะเตรียมของให้กับเขา

แม้ว่านี่จะเป็นการทำตีนไก่เผ็ดครั้งแรกของอาปืน แต่รสชาติของมันก็สุดยอดเลย อร่อยไม่แพ้ที่แสนดีทำให้กินเลย 

จ๊วบๆ~

“อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ” เสียงดูดนิ้วของหลานสาวดังอยู่เป็นระยะ ในขณะที่กินตีนไก่เผ็ดของโปรดของเธอ จนคนที่ทำนั้นไม่กล้าแตะต้องไก่ในจานสักชิ้น เพราะกลัวว่าเธอจะกินไม่อิ่ม 

“อร่อยมากเลยคะ อันนี้ชิ้นสุดท้าย ของอาค่ะ” 

“อุ๊ย!” คุณหมอสุดหล่ออุทานออกมา เมื่อหลานสาวจับตีนไก่ยัดใส่มือของตน ซึ่งเขาติดนิสัยไม่ทานอาหารเลอะมือ

“เป็นอะไรเหรอคะ?” 

“อาไม่ชอบให้มือเลอะน่ะ” 

“เลอะก็แค่ดูดมันสิคะ แบบนี้ไง” 

ญ๋าพูดจบก็ทำท่าดูดนิ้วให้ผมดู ท่าทางคงจะอร่อยจริงๆ ซึ่งพอได้ชิมแล้วมันก็อร่อยจริงๆ นั่นแหละ แต่อาจเผ็ดไปนิดสำหรับผม...

“อร่อยใช่ไหมคะ?” อาปืนพยักหน้าตอบกลับคำถามของฉัน ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะไม่ชอบให้นิ้วเลอะจริงๆ “มานี่คะ ญ๋าดูดให้” 

จ๊วบ~

“...” 

สิ้นเสียงพูดเมื่อครู่ ญ๋าก็ดันเก้าอี้ออกแล้วลุกขึ้น และโน้มตัวมาใกล้ผม ก่อนจะใช้ปากเล็กของเธองับเข้าที่นิ้วชี้ของผมเบาๆ พร้อมกับใช้ลิ้นเล็กดูดเลียซอสที่เลอะมือผมอยู่ออก และย้ายมาดูดที่นิ้วโป้งอีกนิ้ว

ตอนนี้ผมรู้สึกหน้าชาไปหมด เพราะนอกจากผมจะเขินที่ญ๋าดูดนิ้วให้เมื่อกี้แล้ว ผมยังเขินเสื้อคอวีของเธอที่มันดันมาแง้มออกตรงหน้าผมอีก เสื้อตัวนี้ผมสัญญาเลย ว่าถ้าได้เอาไปซักผมจะโยนมันทิ้งซะ มันอันตรายเกินกว่าที่จะให้ญ๋าใส่เดินอยู่ในบ้านนี้

“พะ พอแล้วญ๋า” 

จ๊วบ~

“เสร็จแล้วค่ะ ญ๋าดูดให้สะอาดเลยเห็นไหม...” 

ประโยคที่เธอพูดเมื่อครู่ มันทำให้อีกคนเห็นภาพแทรกเข้ามาในหัว ซึ่งมันก็เป็นภาพชั่วๆ ที่คนเป็นอาไม่ควรคิดกับหลานสาว 

หลาน ไอปืน ท่องไว้ หลาน~

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

อาหมอ

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED