แต่อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ เมื่อทุกคนไม่เคยรู้อนาคตตัวเอง...
มันเป็นคืนแห่งความโชคดี!! เป็นคืนที่เทพเจ้าสมหวังยืนอยู่ข้างกายลูคัส เขาเสี่ยงดวงด้วยเงินก้อนสุดท้าย กะเอามาทิ้งเล่นๆ ให้เจ้าของคาสิโนได้มีเศษเงินของเขาปนเปอยู่ในบัญชีของพวกเขาด้วย เปล่าเลย...มันตรงกันข้าม...ไม่ว่าจะลงเล่นเกมไหน...ลูคัสชนะเดิมพันทุกครั้งไป เขาใช้เวลาเกือบครึ่งคืน เดินกลับออกมาพร้อมกับเงินก้อนใหญ่!! มันอัดแน่นเต็มกระเป๋า...
“ฮ่าๆ”
พระเจ้าเล่นตลกอะไรกับเขานักหนา...เมื่อ3 ชั่วโมงก่อนเขามีเงินแค่ไม่กี่พันดอลล่าร์ แต่เวลานี้ เขามีเงินมากกว่าที่เคยมี เอาสิ!! เมื่อพระเจ้ายังไม่อยากให้เขาตาย...ท่านมอบสิ่งที่เขาควรมีกลับคืนมา เขาจะใช้มันให้เกิดประโยชน์ที่สุด จะทำให้จำนวนเงินเท่านี้งอกเงยขึ้นมานับพันเท่า!! ด้วยสองมือ...เป้าหมายต่อไป...คือการเอาคืน...
ล้างแค้นพวกมันทุกคนที่ทำไว้กับเขา...
“ลาก่อน...ขอบคุณนะ”
ชายหนุ่มโบกมือลาเมืองคนบาป เขาหาซื้อรถยนต์หลุดจำนองด้วยราคาไม่สูงนัก ก่อนจะบ่ายหน้าออกจากถนนแห่งแสงสี ลากันทีลาสเวกัส...และสัญญากับตัวเองเป็นมั่นเป็นเหมาะ เขาจะไม่มีวันย้อนกลับมาที่นี่อีกเป็นอันขาด ไม่มีใครรวยเพราะการพนัน!! มีแต่จะล่มจม...ถ้าเผลอตัวถลำเข้ามา...
ลูคัสตั้งมั่น เขาสร้างตัวได้เมื่อไร...เขาจะไปทวงแค้นกับคนที่ทำกับครอบครัวเขา...จนล่มจม...คลอลิน บาร์ว!!
ไอ้มหาเศรษฐีจอมลวง ที่เอาขนมหวานมายื่นให้บิดาหลงกล...รอก่อนเถอะ...อีกไม่นาน...
3ปีต่อมา...
นักธุรกิจหนุ่มหล่อที่พาบริษัทเล็กๆ ทะยานขึ้นมาเทียบชั้นกับบาร์วคอมโพสิต!! เขามาแรง มาเร็ว การจัดการของ ดัสเชียอินดัสเทรียสสร้างปรากฏการใหม่ๆ ทำให้นักธุรกิจรุ่นเก่าๆ ตื่นตะลึง และทำให้ ลูคัสเป็นที่จับตามอง เขามีทรัพย์สินรองคลอลิน บาร์วแค่ไม่กี่ล้านดอลล่าร์...ภายในเวลาแค่...3ปี
“ไม่ทราบว่าคุณทำเงินขนาดนี้ได้ยังไงคะ?” ปารีสเพรส หนังสือพิมพ์ชื่อดังของฝรั่งเศส ลงทุนส่งนักข่าวสุดฮอตของเขามาทำข่าวลูคัสถึงโรม...เมื่อชายหนุ่มปักหลักสร้างอาณาจักรของเขาในเมืองที่สวยติดอันดับโลก แต่กลับกระจายสาขาย่อยของดัสเชียอินดัสเทรียสไปทั่วทุกมุมโลก...
“ผมไม่ได้ทำอะไรเลย ผมนั่งอยู่เฉยๆ”
ชายหนุ่มตอบยวนๆ เขาชำเรืองมองคนสัมภาษณ์ด้วยสายตานิ่งๆ คนถามน่ะไม่เท่าไร เพราะถึงหล่อนจะสวย...มันก็สวยแบบนี้จนเกลื่อน...เขาเจอมาเยอะ!! สู้แม่สาวแว่นตากรอบโตสีแดงด้านหลังหล่อนนั่นไม่ได้ นั่นต่างหากที่สะดุดตาลูคัส!! โครงหน้าหล่อนคุ้นๆ เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน?
ชายหนุ่มยกนิ้วชี้ขึ้นชู เขากระดิกนิ้วไปมาสองสามครั้ง คนที่เขาต้องการก็มาทันใจ
“ครับ” เอ็ดมันส์โน้มตัวลง เขารอรับคำสั่งของเจ้านาย
“ผู้หญิงคนนั้นใคร? ทำไมฉันรู้สึกคุ้นหน้าจังวะ” ลูคัสเอียงตัวกระซิบถามการ์ดข้างกาย เขารู้สึกตงิดๆ
“ครับ อีกสักครู่เจ้านายจะได้รู้” การ์ดหนุ่มถอยหลังกลับไปพร้อมกับคำสัญญา เขาจะไปควานหาสิ่งที่เจ้านายต้องการมาทูนหัวให้
เอรินทร์ บาร์ว ยกมือขึ้นขยับแว่นตา เธอรีบก้มหน้างุดๆ เพราะกลัวผู้ชายคนนั้นรู้ความลับที่ตัวเองปิดบังไว้ เขาอาจจะจำเธอได้ แต่ต้องไม่ใช่เวลานี้... ผู้ชายคนเดียวที่หญิงสาวอย่างเธอไม่เคยลืม สายตาของเขาดุดันและแข็งกร้าวในวันที่เขาบุกไปที่คฤหาสน์บาร์ว ลูคัสด่าทอบิดาของเธอแบบเสียๆ หาย และเธอแอบฟังอยู่ตลอด ท่าทางของเขาน่ากลัวจนเธอตัวสั่น คำอาฆาตของเขายังไม่น่ากังวลเท่า...กับท่าทีสิ้นหวัง เธอเป็นห่วงเขา...จนเฝ้าติดตามข่าวเขามาตลอด
หญิงสาวแอบชื่นชมลูคัสในวันที่เขาประสบความสำเร็จ!! จากผู้ชายที่สูญสิ้นทุกอย่างในอดีต... วันนี้เขาสามารถยืนหยัดขึ้นมาใหม่ได้ เขาเก่ง!! และเธอชื่นชมเขา เป็นความปลื้มตามประสาสาวๆ แต่เวลานี้เธอไม่ค่อยแน่ใจ...จากความชื่นชมธรรมดา แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกอย่างอื่นแล้วหรือยัง...เมื่อสายตาของเธอมีไว้มองแค่ลูคัสคนเดียว...ไม่ว่าใครก็ตามที่เดินเข้ามาในชีวิต เธอมักจะนำไปเทียบเคียงกับเขา...หนุ่มๆ พวกนั้นเลยตกกระป๋องไปตามระเบียบ เมื่อไม่มีใครเทียบเคียงลูคัสได้สักคน...
เอรินทร์เป็นบุตรสาวตระกูลบาร์วก็จริง!! แต่เธอมันก็แค่...บุตรที่เกิดจากมารดาที่เป็นสาวใช้ เป็นลูกบ่าวก้นครัว ไม่มีสิทธิ์มีเสียงเหมือนบรรดาพี่ๆ ที่เกิดจากมาดามคาเรีย คลอลิน บาร์วมีบุตรทั้งหมด4 คน แต่ที่สังคมรับรู้มีแค่3 พี่ชายและพี่สาวของเธอคือคลากส์ เฮนน่า และวิคตอเรีย ทุกคนถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี รวมถึงเธอด้วย แม้จะถูกกดขี่จากมาดามคาเรียมากแค่ไหน แต่อำนาจของคลอลินก็ยังสามารถคุ้มครองเธอได้ ถึงแม้จะไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่าไร แต่เธอก็โตมาได้อย่างดี มีความรู้ ได้เล่าเรียน แม้มารดาจะชิงลาโลกไปก่อนหลายปี
วันที่เรียนจบ เธอเดินออกจากคฤหาสน์บาร์วด้วยกระเป๋าเป้ใบเดียว กับเงินในบัญชีนิดหน่อย...เพราะสุดทนการกดดันจากมาดามและบุตรสาว...อีกอย่างเธอคงสามารถเลี้ยงปากท้องตัวเองได้ เพราะเธอโตพอที่จะดูแลตัวเอง
“ยัยหนู ทำไมทำแบบนี้ละลูก?” เสียงเหนื่อยอ่อนของบิดา ท่านโทรศัพท์มาถามทันที ที่เรื่องของเธอถึงหูท่าน
“เอมโตแล้วค่ะแด๊ด...เอมอยากทำงานด้วย ถ้าอยู่ที่คฤหาสน์บาร์วเอมคงทำได้แค่ถูพื้น” หญิงสาวไม่ได้ประชด เธอถูกกดไม่ต่างจากคนใช้ ดีหน่อยแค่ได้ร่วมโต๊ะอาหารเวลาที่อยู่พร้อมหน้าในฐานะลูกสาว
“แด๊ดเป็นห่วง...อยู่บ้านเราไม่มีอันตราย ออกไปอยู่ข้างนอกนั่น มีแต่ภัยรอบตัว” ท่านติง
เอรินทร์คลี่ยิ้ม เธอเอนตัวนอนแผ่บนที่นอนนุ่มๆ “เอมอยู่ได้ค่ะ เอมสัญญาจะรักษาตัวดีๆ วันไหนว่างๆ เอมจะแวะไปหาแด๊ดที่บริษัทค่ะ” ยังไงคลอลินก็เป็นผู้ให้กำเนิด เขาคือบิดาของเธอ เป็นตัวแทนความรักที่แม่เธอมอบให้
“แด๊ดจะโอนเงินเข้าบัญชีเราให้ เก็บไว้ใช้นะลูก ห้ามปฏิเสธ!! คาเรียจะไม่มีวันรู้” เรื่องการเขม้นกันในฐานะแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยง ท่านรู้เต็มอก แต่เมื่อขัดขวางไม่ให้คาเรียอาละวาดไม่ได้ ท่านก็ต้องคอยปกป้องเอรินทร์ คลอลินหวังว่าในอนาคต คาเรียคงยอมรับลูกสาวที่น่ารักของท่านได้ แต่เปล่าเลย...กาลเวลาไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น นับวันความเกลียดก็ยิ่งเพิ่มพูนในหัวใจของคาเรีย เมื่อเอรินทร์ ล้ำหน้าบุตรสาวของนางทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ผิวพรรณ หรือสมอง...
ภายใต้แว่นตากรอบโตกับเสื้อผ้าหลวมๆ ซ่อนผู้หญิงที่สวยสะดุดตาคนหนึ่งไว้ เพราะเอรินทร์รู้ไง...คาเรียคอยจ้อง หากอยากอยู่รอดเธอต้องรู้จักป้องกันตัวเอง จะรอความช่วยเหลือจากคลอลินคนเดียวไม่ได้
“ค่ะ”
หญิงสาวแอบยิ้ม เธอก้มหน้าจนปลายคางแทบจรดอกอิ่ม เธอเคยเจอลูคัส และเขาเคยเห็นเธอ แต่ไม่รู้ว่าเวลาเกือบ4 ปี เขาจะลืมเธอหรือยัง
“เอม...กลับก่อนก็ได้นะ ฉันอยู่คนเดียวได้” เอรินทร์ทำงานเป็นผู้ช่วยนักข่าว และเธอเป็นผู้ช่วยของมิแรนดา แกลร์ หล่อนกำลังดัง!! เพราะหลายข่าวที่หญิงสาวเขียนบทวิจารณ์ตรงใจคนอ่าน เวลานี้เธอจึงถูกเลือกให้มาทำข่าวของลูคัส หญิงสาวรีบกระโจนรับ เธอหวังหลายทาง ทั้งชื่อเสียง และความสัมพันธ์ที่อาจจะเกินเลยระหว่างตัวเองกับลูคัส เดมเชีย
“ค่ะ” หญิงสาวพับสมุดจด เธอยัดสมุดเล่มนั่นใส่ในกระเป๋าสะพายข้างตัวแล้วจึงรีบหลบออกมาจากสถานการณ์น่าหวั่นกลัว
“พูรว์!!” หญิงสาวถอนใจยาวเหยียด...เธอเดินทอดน่อง คิดถึงความหลังเก่าเก็บ เป็นความรันทดขมขื่นที่ไม่มีใครคนใดรู้
ใครจะไปคิดว่าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งถูกผู้หญิงที่มีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงข่มทุกทาง เอรินทร์รู้ตัวดี เป็นเพราะมารดาของเธอเป็นที่รักของคลอลิน มาดามคาเรียจึงพลอยเกลียดเธอไปด้วย ในวันที่มารดาสิ้นใจ มาดามคาเรียจึงหัวเราะร่าด้วยความสะใจ เสี้ยนหนามของนางสูญสิ้นไปแล้วหนึ่ง ที่เหลือก็แค่ขยะสายตา และนางไม่มีวันให้อภัยสองแม่ลูก ที่เข้ามาแย่งความรักจากสามีไปจากนางจนหมด
“ไปจากที่นี่สะ!! ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก ในเมื่อแกเรียนจบแล้วนี่ แกจะอยู่รอส่วนบุญอะไรจากเราอีก!!”
เสียงเกรี้ยวกราดเต็มไปด้วยความเกลียด เอรินทร์ยิ้มกร่อยๆ เธอคิดว่าคงถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาออกไปเร่ร่อนด้านนอก ดีกว่าอยู่ให้ถูกถากถาง...
“ใช่...เธอไม่มีวันได้อะไรจากแด๊ด...หากฉันยังอยู่”
วิคตอเลียถอดเค้าโครงมาจากมาดามคาเรียทุกกะผีก ไม่เว้นแม้แต่นิสัยใจคอ ความเกลียดชังในตัวเธอจึงมีไม่ใช่น้อย
“ค่ะ...” เอรินทร์ก้มหน้ารับคำ เธอจนทางแต่ไม่จนใจ
“มัมคะ!!” พี่สาวที่ยังพอมีความเมตตากับเธอบ้างคงไม่พ้นเฮนน่า เธอเป็นพี่สาวคนเดียวที่คิดว่าเอรินทร์เป็นน้อง