ตอนที่ 2.
สายตายังคงจับจ้องร่างนั้นไม่วางตา เกรงว่าจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว ผ้าห่มนวมสีหวานลายดอกไม้ ห่มคลุ่มร่างนั้นจนมิดเห็นเพียงศีรษะเล็กๆโผล่ออกมาแค่ช่วงบน มือเรียวยื่นมาแตะส่วนที่คิดว่าเป็นหลังของคนในโปงผ้า ก่อนจะโถมตัวลงไปรวบร่างนั้นมากอดแรงๆ
“ว้าย! ใครน่ะ ปล่อยนะ”
เสียงกรี๊ดดังมาจากร่างในผ้าห่ม พร้อมกับอาการดิ้นขลุกขลักอย่างคนที่ตกใจสุดขีด ทำให้คนที่อยู่นอกผ้ายิ้มขำ หากไม่ปล่อยง่ายๆ กลับกอดรัดร่างนั้นแน่นขึ้น
“ยายตัวขี้เกียจ ต้องโดนลงโทษแบบนี้”
เอริกยังแกล้งต่อไม่เลิก เขาล้วงมือไปใต้ผ้าพยายามจี้เอวคนในนั้น อาการดิ้นรนขัดขืน ค่อยๆ กลายเป็นชักกระตุกหนีด้วยความจั๊กจี้ ทำเอาคนแกล้งได้ใจแกล้งไม่หยุด
“ปล่อยนะ ฮ่า ฮ่า... โอ้ย จะไม่ไหวแล้วนะ!”
เสียงหัวเราะแปร่งๆ นั้น ทำให้คนได้ยินขมวดคิ้วหยุดชะงักการจี้เอวไปชั่วครู่
“เอ๊ะ! ไม่ใช่เสียงยายไอรีนนี่”
เอริกรีบเปิดผ้าห่มออก ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อมองเห็นหน้าคนในโปงผ้าถนัดตา
“เธอเป็นใคร มาอยู่ในห้องยายไอรีนได้ยังไง!”
เขาตวาดเสียงดัง สายตาคมคลายความขี้เล่นลง เปลี่ยนมาดุดัน เมื่อเห็นคนบนเตียงไม่ใช่น้องสาวสุดที่รัก แต่เป็นผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ ไอรีนไปไหน ทำไมถึงปล่อยให้ใครก็ไม่รู้มานอนในห้องตัวเอง
โรสิตาหอบหายใจแรงๆ อาการจุกเสียดจากการโดนจี้จนหัวเราะท้องแข็ง ทำให้พูดไม่ออก หญิงสาวมองหน้าคนตัวโตที่โอบรัดด้วยความตกใจ เขาคงเป็นพี่ชายคนใดคนหนึ่งของไอรีน ใบหน้าคมคายหล่อเหลา ดวงตาสีน้ำเงินของเขาจ้องมองเธอราวนิ่งมันดูมีเสน่ห์น่าค้นหา แม้จะทอประกายดุกร้าวไปหน่อยก็ตาม บวกกับริมฝีปากแดงระเรื่อตามธรรมชาติ ทำให้คนมองรู้สึกวูบๆในใจ ก่อนจะพยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิงของตัวเองให้กลับคืน
“เอ่อ...โรส ฉัน... เป็นเพื่อนของไอรีนค่ะ” โรสิตาพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
ร่างบางถูกร่างหนากว่าโอบรัดไว้ทั้งตัวแบบนี้ ใครจะพูดเต็มเสียงได้ไหวล่ะ ดูสิเขายังไม่ยอมปล่อยเธอ แขนแข็งแรงนั้นรัดแน่นจนอึดอัดไปหมด หากไม่มีผ้าห่มนวมเนื้อหนาพันไว้อย่างนี้หญิงสาวคงเข้าไปอยู่แนบชิดเนื้อตัวอีกฝ่ายไปแล้ว
“ปล่อย... ปล่อยฉันก่อนนะคะ ฉันหายใจไม่ออก”
เอริกเพิ่งรู้ตัวว่า เขายังไม่ได้ปล่อยให้หญิงสาวเป็นอิสระ ผ้านวมหนานั้นทำให้เขาไม่ได้สัมผัสแนบชิดกับเธอ แต่ก็ทำให้ชายหนุ่มร้อนวูบวาบขึ้นมา เมื่อเห็นใบหน้าหวานใสนั้นเต็มตา ปกติเขาไม่ชอบผู้หญิงผมสั้น แต่ทำไมถึงได้เกิดปฏิกิริยาเหมือนพอใจกับการได้สัมผัสเนื้อตัวของอีกฝ่ายได้ ทายาทคนโตของตระกูลเมดิสัน รีบปล่อยร่างนุ่มนิ่มนั้นทันที ก่อนจะขยับลุกมายืนบนพื้น
โรสิตารีบสลัดผ้าห่มออกจากตัว การกอดรัดฟัดเหวี่ยงเมื่อครู่ เล่นเอาเธอเหงื่อซึมไปทั้งตัว ยังไม่นับอาการตกใจจนหัวใจเต้นราวกับกลองนี่อีก ล้วนทำให้เจ้าของร่างกายเหนื่อยจนหายใจไม่ออก ลมหายใจติดขัด พร้อมกับอาการหอบแรงๆ นั้น ทำให้เจ้าตัวรู้ว่าโรคหอบ โรคประจำตัวกำลังจะกำเริบขึ้น
“ช่วย... ช่วยหยิบยาให้ที ฉัน... ฉันหายใจไม่ออก” มือเรียวชี้ไปที่กระเป๋าใบเล็ก ที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง
เอริกขมวดคิ้ว เขามองดูอาการของหญิงสาวอย่างตกใจ ก่อนจะรีบไปหยิบกระเป๋าใบนั้นมาให้เจ้าของ โรสิตาเปิดกระเป๋าหยิบกระบอกยาพ่นมาเขย่าสองสามครั้ง ก่อนจะอมตรงปลายแล้วพ่นยาลงคอ ราวห้านาทีหน้าตาของหญิงสาวจึงค่อยๆ ดีขึ้น
“เป็นอะไรมากหรือเปล่า”
เอริกเอ่ยถามเสียงเรียบ แม้จะรู้ว่าเขาเป็นต้นเหตุให้อาการป่วยของเธอกำเริบจากการเข้าไปฟัดเธอแบบนั้น แต่ทว่าชายหนุ่มไม่คิดจะเอ่ยคำขอโทษ
“ฉันไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ แค่ตกใจและก็เหนื่อยจนโรคหอบกำเริบ” โรสิตาฝืนยิ้ม ปรับท่าทีให้เป็นปกติเมื่ออาการเริ่มดีขึ้น
“เธอเป็นใคร แล้วมาอยู่ในห้องน้องสาวของฉันได้ยังไง” เขาเอ่ยถามเสียงเข้ม หมดเวลายืดเยื้อ
โรสิตากะพริบตาปริบๆ สบสายตาเข้มดุของอีกฝ่ายแล้วอดใจสั่นรัวไม่ได้ คนอะไรดุแบบนี้ ถ้าให้เธอเดาเขาคงเป็นพี่ชายคนโตของไอรีนแน่ เพราะไอรีนเคยเล่าให้ฟังว่าพี่ชายคนโตเป็นคนดุ ส่วนพี่ชายคนรองขี้เล่นสนุกสนาน
“ฉันชื่อโรสิตาค่ะ เป็นเพื่อนของไอรีน” โรสิตาสูดลมหายเข้าปอดเรียกกำลังใจ “ไอรีนขอให้ฉันมาช่วยงานเธอค่ะ โดยให้มาพักที่บ้านของเธอระหว่างที่มาทำงาน”
เอริกเลิกคิ้วสูง กวาดสายตามองเพื่อนของน้องสาวอย่างวิเคราะห์ เขาได้ยินไอรีนเปรยเมื่อหลายวันก่อนว่าจะหาคนมาช่วยทำโปรเจกพิเศษ ไม่คิดว่าน้องสาวจะให้เพื่อนมาช่วย สายตาคมจ้องหน้าของอีกฝ่ายนิ่งมองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลกลมโตคู่นั้น สายตากวาดไปทั่วใบหน้าเนียนใสไร้เครื่องสำอาง มุมปากกระตุกยิ้มเย็นเมื่อเห็นทรงผมสั้นกับเสื้อผ้าของหญิงสาวเต็มตา ทรวงคู่อวบดันพ้นเสื้อสีขาวตัวโคร่งออกมา มันทำให้คนมองใจสั่นเล็กน้อย ร่างบอบบางดูเหมือนจะรู้ตัวรีบดึงผ้าห่มมาคลุมกายหลบสายตาคมของเขา แววตาระริกไหวของเอยามสบกัน ทำให้เอริกไม่มั่นใจว่าว่าเธอจะเป็นพวกที่เขาเกลียดหรือเปล่า หากจะให้เขาเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงแท้ๆ เขาก็เชื่อไม่ลง จากบุคลิกและการแต่งตัวไม่มีบ่งบอกว่าเพื่อนของน้องสาวคนนี้เป็นผู้หญิงเต็มร้อย นอกจากใบหน้าสวยหวานกับอกคัฟซีบวก ซึ่งไม่แน่เจ้าหล่อนอาจเป็นพวกทอมอึ๋มก็ได้
“อย่างนั้นหรือ โอเคฉันจะเชื่อเธอ ไว้ยายไอรีนกลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะถามน้องสาวฉันอีกที”
พูดจบร่างสูงใหญ่ ก็หมุนกายเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้คนที่นั่งตัวแข็งบนเตียง ถอนหายใจตามหลัง
“เห้อ คนอะไรดุชะมัด หน้าตาก็หล่อแต่ดุ๊ ดุ”
โรสิตาเบ้ปาก ย่นจมูกใส่คนที่ลับตาไป รู้สึกหวาดไหวในใจขึ้นมา เธอพยายามปฏิเสธไอรีนแล้วเพราะไม่อยากเข้ามาทำให้พี่ชายของไอรีนเข้าใจผิด โรสิตาเลี่ยงการมาที่บ้านเพื่อนสาวจนเรียนจบ แต่ไม่คิดว่าเธอต้องเดินเข้ามาในบ้านหลังนี้แล้วพบกับคนที่น่ากลัวอย่างเอริกเป็นคนแรก แต่เขาคงเข้าใจหรอกมั้ง ว่าเธอไม่ได้มีความสัมพันธ์กับน้องสาวของเขาในแบบที่เขารังเกียจ หากทำงานเสร็จเธอก็จะกลับไปอยู่ที่เดิม ไม่มาให้เขาพบเจออีก
คล้อยหลังจอมมารประจำบ้าน นางแมรี่ก็รีบมาเคาะประตูเรียกโรสิตาทันที หญิงสาวออกมาเปิดประตูก่อนจะถอนหายใจแรงๆ เมื่อเห็นใบหน้าของแม่บ้านชรา
“คนเมื่อกี้พี่ชายไอรีนเหรอคะ” โรสิตาเอ่ยถาม หลังจากเดินตามนางแมรี่ลงมายังห้องนั่งเล่นด้านล่าง
“ค่ะ คุณเอริกพี่ชายคนโตของคุณไอรีนค่ะ”
นางแมรี่ยิ้มปลอบใจหญิงสาวดูจากสีหน้าคนสูงวัยกว่ารู้ได้ทันทีว่าโดนคุณชายใหญ่แผลงฤทธิ์เข้าใส่เสียแล้ว นางกุมมือบางไว้ขณะพามานั่งลงบนโซฟายาว
“คุณเอริกเขาทำอะไรหนูหรือเปล่าคะ”
โรสิตายิ้มแห้งๆ พลางส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ได้ทำอะไรหรอกค่ะ แค่ถามว่าโรสเข้าไปนอนในห้องไอรีนได้ยังไง” เธอไม่กล้าเล่าว่า ก่อนหน้าที่เอริกจะถามเขาเข้าไปทำอะไรเธอ ขืนบอกไปคนแก่คงซักถามอีกแน่
“เหรอคะ ป้าก็เป็นห่วง เมื่อกี้ป้าบอกเธอไม่ทัน” สีหน้าของนางแมรี่ คลายความห่วงใยลง เข้าใจว่าโรสิตาคงตกใจที่จู่ๆ เอริกก็โผล่เข้าไปในห้อง
“ป้าแมรี่ครับ”
เสียงเรียกดังมาขัดจังหวะบทสนทนา ก่อนที่เจ้าของเสียงจะเดินเข้ามาปรากฏกาย พร้อมรอยยิ้มกว้างขวาง ตามสไตล์หนุ่มอารมณ์ดีประจำบ้าน ร่างสูงใหญ่นั้นดูล่ำสันอย่างคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ต่างจากน้องสาวที่ตัวเล็กบอบบาง ใบหน้าหล่อเหลาไม่แพ้พี่ชายคนโต ทำให้โรสิตากะพริบตาปริบๆ ไล่ความพร่าพราย จากการโดนออร่าของหนุ่มหล่อกระแทกตาให้หายไป
ตอนที่ 3.
“คุณโอลิเวอร์ค่ะ พี่ชายคนรองของคุณไอรีน” นางแมรี่รีบแนะนำให้โรสิตารู้จัก แล้วหันไปแนะนำหญิงสาวให้คุณชายรองรู้จักบ้าง “นี่คุณโรสิตาเพื่อนของคุณไอรีนค่ะ คุณโอลิเวอร์”
สองหนุ่มสาวยิ้มให้กันอย่างถูกชะตา “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณโอลิเวอร์” โรสิตาพนมมือไหว้ตามมารยาทไทย ด้วยรู้ว่าอีกฝ่ายมีเชื้อสายไทยครึ่งหนึ่งจากมารดา คงชอบให้ทักทายแบบไทย
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ น้องโรส พี่ขอเรียกชื่อเล่นนะครับจะได้สนิทสนมกันหน่อย”
โอลิเวอร์ เปิดยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาสีฟ้าสวยพราวพราย ชวนให้คนสบตาหัวใจเต้นแรง ร่างสูงขยับเข้ามา ยืนใกล้ๆ จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของโคโลญกลิ่นสดชื่น พลางชวนคุย
“ยายไอรีนเล่าให้พี่ฟังบ่อยๆ เรื่องของน้องโรส เห็นในรูปว่าน่ารักแล้ว ตัวจริงน่ารักกว่าหลายเท่า”
“ขอบคุณค่ะที่อุตส่าห์ชม พี่โอลิเวอร์ก็ล้อหล่อค่ะ” โรสิตาชมกลับ ริมฝีปากอิ่มระบายรอยยิ้มน่ารัก แก้มนวลแดงปลั่งขึ้นมาจากการเขินจัด เมื่อถูกหนุ่มหล่อชมซึ่งๆ หน้าแบบนี้
“น้องโรสน่ารักจริงนี่ครับ พี่ก็ต้องชมสิครับ”
โอลิเวอร์มองหญิงสาวด้วยแววตาเอ็นดู ไม่ต่างจากมองไอรีนน้องสาวสุดที่รัก เขาเป็นพี่ชายที่ไอรีนสนิทสนมที่สุด น้องสาวมักจะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังเสมอ รวมถึงเล่าเรื่องของเพื่อนสาวคนสนิทอย่างโรสิตาด้วย ตอนแรกเขาอดระแวงตามประสาพี่ชายจอมหวงไม่ได้ว่า โรสิตาจะเป็นพวกเลสเบี้ยนหรือเปล่า เพราะบุคลิกหน้าตาที่เห็นจากภาพถ่าย ช่างไม่มีความอ่อนหวานสักนิด แต่เมื่อพบตัวจริงชายหนุ่มปัดความคิดอกุศลนั้นออกจากใจทันที แค่เขาลองเอ่ยชมลองมองเธอด้วยสายตาแบบที่ผู้ชายใช้ทอดไมตรีให้หญิงสาว โรสิตาก็อายม้วนจนแก้งแดงก่ำ น่ารักน่าเอ็นดูเป็นที่สุด
“พี่โอลิเวอร์ อย่าชมโรสอีกเลยค่ะ โรสจะลอยได้แล้วนะคะ”
โรสิตารีบเบรกพี่ชายเพื่อน ก่อนที่เขาจะทำให้เธออายจนคุยไม่รู้เรื่อง ใครจะคิดว่าผู้ชายคนนี้จะทำให้เธอมาดหลุด นี่ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าโอลิเวอร์มีฉายาว่าคาสโนว่า เธอคงเคลิ้มไปกับเขามากกว่านี้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า โอเคครับคนสวย พี่จะหยุดชมแล้ว” โอลิเวอร์หัวเราะชอบใจ
โรสิตาย่นจมูกใส่คนปากหวาน “ไม่ชมแต่เรียกโรสว่าคนสวย แบบนี้หนักกว่าเดิมอีกนะคะ” เธอค้อนเขาวงโต
นางแมรี่ลอบมองกิริยาขวยอายของหญิงสาวอย่างเอ็นดู ความคิดกังวลเรื่องโรสิตาเป็นเลสเบี้ยนหายไปจากสมอง แค่โดนชมแค่นี้ก็แก้มแดงเป็นผลมะเขือเทศสุกแล้ว บวกกับสายตาขวยอายของเธอบ่งบอกว่าโรสิตายังมีความเป็นหญิงอยู่ครบถ้วน คนสูงวัยใจชื้นขึ้นหมดกังวลเรื่องเอริกไปได้เยอะ
“ป้าทำขนมพายไว้ คุณไอลิเวอร์กับหนูโรสจะรับสักหน่อยไหมคะ” นางแมรี่ถามสองหนุ่มสาวที่ทำท่าจะคุยถูกคอกัน โอลิเวอร์หันไปสบตากับเพื่อนน้องสาวแล้วพยักหน้ารับ
“เอาสิครับ งานเลี้ยงผมแทบไม่ได้แตะอะไรเลย พอเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วผมเลยขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่กลับก่อน” เขาทำหน้าหน่าย เบื่อกับการต้องปั้นหน้าเข้าสังคม
“ได้ค่ะ เดี๋ยวป้าจัดให้” นางแมรี่ยิ้มให้ ก่อนจะเอ่ยถามโรสิตา “หนูโรสก็ยังไม่ได้ทานอะไรเหมือนกัน เดี๋ยวป้าจัดสลัดผัดเพิ่มให้ด้วยนะคะ”
“ขอบคุณค่ะป้าแมรี่” โรสิตาไม่กล้าปฏิเสธความหวังดีของหญิงชรา เกรงอีกฝ่ายจะเสียน้ำใจ
“พี่ว่าเราลงไปนั่งเล่นในสวนไหม เดี๋ยวให้ป้าแมรี่จัดของว่างไปตั้งที่นั่น” โอลิเวอร์เอ่ยชวน
“ค่ะ” โรสิตารับคำอย่างว่าง่าย
ก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายมายังสวนด้านหลังบ้าน ตามทางเดินที่ปูด้วยหินแกรนิตสีดำ บรรยากาศของสวนสวยร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ ที่พากันแผ่กิ่งก้านใบให้ความสดชื่นเย็นสบาย สีเขียวๆ ของไม้ประเภทใบทำให้คนมองรู้สึกผ่อนคลายความตึงเครียดในใจได้ชั่วขณะ โรสิตาหันมามองคนที่เดินเคียงข้าง โอลิเวอร์ดูเป็นผู้ชายใจดี ไม่เคร่งขรึมดุดันเหมือนเอริกพี่ชายของเขา แม้จะมีใบหน้าหล่อเหลาละม้ายคล้ายกัน แต่โอลิเวอร์ดูสดใสกว่ามาก หากสองหนุ่มไม่มีใบหน้าที่คล้ายกัน เธอคงอดนึกไม่ได้ว่าทั้งสองเป็นพี่น้องกันจริงๆ หรือเปล่า นิสัยช่างแตกต่างกันราวจอมมารกับเทพบุตร
“เราไปนั่งเล่นกันที่ศาลาดีกว่า”
เจ้าบ้านพาแขก มานั่งเล่นตรงศาลาไม้กลางสวนสวย ไม่กี่นาทีต่อมานางแมรี่พร้อมเด็กรับใช้ก็นำอาหารมาจัดให้ ก่อนจะขอตัวไปทำงานของตนเองต่อ เปิดโอกาสให้ทั้งสองพูดคุยสลับกับทานของว่าง จนเวลาผ่านไปร่วมชั่วโมง ไอรีนก็กลับมาจากข้างนอก เมื่อรู้ว่าพี่ชายกับเพื่อนสนิทอยู่ที่สวนหลังบ้านจึงตามมาสมทบ
“ไงจ้ะที่รัก รอเค้านานมั้ย”
ไอรีนทักทายเพื่อนสาว แล้วตรงเข้าไปกอด พร้อมกับหอมพวงแก้มอีกฝ่ายแรงๆ
“อย่าทำแบบนี้สิ จั๊กจี้นะ”
โรสิตาเบือนหน้าหนี หัวเราะคิกคักด้วยความจั๊กจี้ ไอรีนยังไม่ยอมหยุดแกล้ง จนโรสิตาต้องดึงแขนเพื่อนมานั่งตัก สองสาวหัวเราะคิกคัก เมื่อเห็นหนึ่งหนุ่มที่อยู่ตรงนั้น ตาเหลือกค้างมองการหยอกล้อของทั้งคู่ ด้วยหัวใจเต้นรัว
ยายไอรีน น้องพี่เป็นเลสเหรอเนี่ย... โอลิเวอร์ตกใจพฤติกรรมของน้องสาว จนทำอะไรไม่ถูก
“พี่โอลิเวอร์ ทำไมทำหน้าอย่างนั้น”
ไอรีนมองหน้าพี่ชายที่ทำหน้าเหมือนปลาตากแห้งน่าขัน จนคนเป้นน้องหลุดหัวเราะเสียงดัง แผนแกล้งพี่ชายได้ผลอย่างที่ตั้งใจไว้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า... พี่โอลิเวอร์เป็นอะไรคะ” แสร้งถามทั้งๆ ที่รู้สาเหตุ
โอลิเวอร์ทำหน้าเครียด ดวงตาสีฟ้าเข้มขึ้นขณะจ้องหน้าน้องสาวสลับกับเพื่อนของเจ้าตัว ด้วยสายตาขุ่นจัด ก่อนจะกระชากแขนคนเป็นน้องให้ลุกออกจากตักของโรสิตา
“ยายไอรีน ทำอะไรน่าเกลียดที่สุด อยากให้พ่อแม่เสียใจหรือไง ที่มีลูกสาวลักเพศแบบนี้” เขาตวาดน้องสาวด้วยความโมโห
อีกฝ่ายคอย่น หลับตาด้วยความกลัว ไอรีนเคยเจอแต่ภาคปกติของโอลิเวอร์ที่เป็นคนร่าเริง ชอบหยอกน้องสาวเล่น แต่ภาคโหดนี่ไม่เคยเจอมาก่อน ไม่คิดว่าบทพี่ชายคนรองจะโหดขึ้นมาก็น่ากลัวไม่แพ้เอริกพี่ชายคนโต นี่เธอแกล้งเขาหนักไปหรือเปล่า หญิงสาวชักจะหมดสนุกขึ้นมา
“พี่โอลิเวอร์ ไอรีนไม่ได้เป็นเลสนะ ไอรีนแค่ล้อเล่นพี่เฉยๆ ไอรีนขอโทษน้า”
ไอรีนรีบสารภาพผิดเสียงอ่อย ส่งสายตาให้เพื่อนรักช่วยเหลือ โรสิตาส่ายหน้า ระอากับนิสัยของเพื่อนสาว เป็นไงล่ะ... ชอบเล่นแผลงๆ ดีนัก โดนเลย
“พี่โอลิเวอร์คะ อย่าเข้าใจเราสองคนผิดสิคะ ไอรีนกับโรสเราเป็นเพื่อนกันค่ะ เราไม่ได้มีรสนิยมประหลาดแบบนั้นนะคะ ไอรีนเขาแค่อยากแกล้งพี่โอลิเวอร์เล่นค่ะ ” โรสิตาพยายามอธิบายให้พี่ชายเพื่อนเข้าใจ
“ใช่ค่ะ เราสองคนเป็นเพื่อนกันจริงๆ ค่ะ ไอรีนขอโทษนะคะ”
ไอรีนเอ่ยขอโทษขอโพยพี่ชาย ทำให้อีกฝ่ายปล่อยแขนน้องสาว และยอมนั่งลงอีกครั้ง
“ทำอะไรแบบนี้ ใครเห็นก็เข้าใจผิดทั้งนั้นแหละ”
โอลิเวอร์มองหน้าสองสาว ที่ทำหน้าเจื่อนๆ ยิ้มแห้งๆ อย่างกำหราบ ดีที่เป็นเขาที่เข้าใจยายน้องสาวตัวแสบว่าชอบแกล้ง หากเป็นเอริกไอรีนคงโดนไม่ใช่น้อย รายนั้นน่ะเกลียดพวกลักเพศยิ่งกว่าอะไร ดีไม่ดีโรสิตาจะโดนหางเลขไปด้วย
“อย่าไปเล่นอะไรแบบนี้ให้พี่เอริกเห็นนะ รายนั้นเขายิ่งไม่ชอบอยู่ด้วย” โอลิเวอร์เอ่ยเตือนน้องสาว
“ค่ะพี่โอลิเวอร์ ไอรีนจะระวังค่ะ จะระวังไม่ทำแบบนี้ให้พี่เอริกเห็น เดี๋ยวจอมมารจะอาละวาดบ้านแตก เราจะไม่มีบ้านอยู่กัน” ไอรีนไม่วายทะเล้น จนถูกพี่ชายเขกศีรษะไปหนึ่งที
“คราวหน้าคราวหลัง อย่าเล่นอะไรแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นนะ โดยเฉพาะต่อหน้าพ่อกับแม่และพี่เอริก รายนั้นเขาเกลียดพวกลักเพศยิ่งกว่าอะไร”