ปฐมบท
กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศธ
ภายในไนท์คลับขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองปารีส เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศธ ซึ่งปัจจุบันนั้นได้กลายมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้นเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่ต่างก็พากันแวะเวียนเข้ามาใช้บริการสถานที่รื่นเริงใจแห่งนี้กันอย่างหนาแน่นตลอดทั้งคืนกันอย่างไม่ขาดสาย
ภายในร้านนั้นถูกตกแต่งด้วยภาพวาดจากน้ำมือของจิตกรชื่อดังมากมายที่ถูกแขวนโชว์เรียงรายเป็นแถวดูเป็นระเบียบน่ามอง ซึ่งภาพวาดส่วนใหญ่นั้นมักจะได้มาจากการประมูลการกุศลของเจ้าของร้านอย่าง ทอมสัน เจย์เดอร์สัน เฒ่าวัยชราชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงในฐานะของนักสะสมภาพวาดเก่าหากยากซึ่งตอนนี้เจ้าตัวกำลังพาภรรยากับลูกๆ ของเขาหนีอากาศหนาวเย็นไปพักผ่อนกันที่ฮาวายเป็นเวลานานกว่าสัปดาห์แล้ว
ผนังโดยรอบร้านถูกฉาบด้วยอิฐสีน้ำตาลอ่อนทำให้ร้านดูทึบจนแสงจากด้านนอกไม่สามารถส่องเข้ามาได้ แต่นั่นก็เป็นเพราะว่ามันคือสถานที่รื่นเริงในยามราตรีเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะตกแต่งด้วยสไตล์แบบไหนก็ไม่อาจจะทำให้แขกมากหน้าหลายตาที่เดินทางมาใช้บริการลดน้อยถดถอยลงไปได้เลยสักวัน อีกทั้งแขกส่วนใหญ่ที่มักจะเข้ามาใช้บริการนั้น หากไม่ใช่คนปกติธรรมดาทั่วไป ก็มักจะหนีไม่พ้นพวกคนรวยที่ไม่ได้สนใจรายละเอียดภายในของร้านสักเท่าไหร่ เพราะสิ่งที่คนเหล่านั้นสนใจ คงจะมีแต่ทำอย่างไรถึงจะได้เรียกสาวๆ มานั่งดื่มที่โต๊ะ ก่อนจะพาไปต่อกันที่โรงแรมหรือไม่ก็บ้านพักส่วนตัวแล้วแต่ฐานะ และความสะดวกของแต่ละบุคคล
จึงไม่อะไรเท่าไหร่แปลกนัก ที่ภาพของชายหญิงกอดจูบลูบคลำกัน จะกลายเป็นภาพที่พนักงานภายในร้านได้เห็นอยู่ทุกค่ำคืน
ต่างจาก ‘ขวัญชีวา’ หญิงสาวชาวไทยที่ตัดสินใจเดินทางมาที่นี่เพื่อเรียนต่อปริญญาโทด้านแฟชั่น ดีไซน์ที่ขึ้นชื่อ เพื่ออยากที่จะนำความรู้ที่เรียนกลับไปพัฒนาธุรกิจส่งออกผ้าไหมไทยของครอบครัวให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น เธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวจึงเติบโตมาแบบต้องช่วยเหลือตัวเองเสียส่วนใหญ่ กระทั่งตอนนี้เธอก็อยากเลือกที่จะหาเงินใช้เองด้วยการมาเป็นบาร์เทนเดอร์
แต่อย่างไรก็ยังทำตัวให้ชินกับภาพวาบหวิวของบรรดาแขกภายในร้านไม่ได้สักที อาจจะเพราะวัฒนธรรมที่แตกต่าง จึงทำให้หญิงสาวต้องฝืนทนมองมากกว่าจะยอมทำใจยอมรับว่าคนที่นี่เห็นวัฒนธรรมในการกอดจูบกันตามสถานที่สาธารณะที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่คนปกติทั่วไปเขาทำกัน
หญิงสาวลอบถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ไม่รู้เลยว่าตนเองคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ที่มาทำงานแบบนี้ แต่เพราะตอนกลางวันจะต้องไปเรียน อีกทั้งค่าครองชีพก็สูงลิบลิ่วด้วยอีก แม้ว่าจริงๆ แล้วทางบ้านของเธอจะพอมีฐานะอยู่บ้าง แต่ด้วยอายุและวุฒิภาวะก็ไม่อาจทำให้เธอทนอยู่เฉย โดยไม่ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือตัวเองอยู่ดี
สุดท้ายจึงได้เข้ามาสมัครทำงานที่นี่เพราะเพื่อนที่เรียนอยู่ด้วยกันรู้จักเจ้าของร้านจึงได้ฝากให้เธอเข้าทำงานได้อย่างง่ายดาย ส่วนทางด้านงานที่ทำเป็นประจำอยู่ทุกวันนั้นแม้ว่ามันจะดูเหมือนไม่ได้ยากเย็นอะไรสักเท่าไหร่นัก แต่สิ่งที่ดูเหมือนจะยากยิ่งกว่าเห็นทีว่าคงจะหนีไม่พ้นพวกชายหนุ่มโสดที่ชอบมานั่งป้อนคำหวานกันอยู่ทุกค่ำคืนไปนั่นต่างหากที่สร้างความรำคาญใจให้เธอไม่รู้จักหยุดหย่อน
ซึ่งวันนี้เองก็เช่นกันที่ทุกๆ อย่างยังคงดำเนินเกิดขึ้นไปอย่างเงียบสงบเรียบร้อยดีเหมือนกับทุกๆ วันที่ล่วงเลยผ่าน จนกระทั่งเมื่อกลุ่มของอันธพาลที่มักจะชอบยกโขยงพากันมานั่งดื่มจนเมามายสุดท้ายก็ไม่พ้นหาเรื่องกับแขกคนอื่นๆ จนเกิดเรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวันปรากฏตัวขึ้นพร้อมๆ กับเสียงที่เอะอะโวยเหมือนที่พวกเขาเหล่านั้นมักจะทำทุกทีที่มา
ทว่าวันนี้กลับมีบางสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเมื่อจู่ๆ ‘จอแดน’ หัวโจกที่ไม่มีใครกล้าหือกับเขาสักเท่าไหร่ปรายสายตาจ้องมองมาที่เธอเข้าโดยบังเอิญ และไม่นานหลังจากนั้นรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้ใจก็ปรากฏขึ้นให้ได้เห็นก่อนที่เขาจะเดินตรงเข้ามาหา
“ไงโรส...คืนนี้หลังเลิกงานแล้วไปต่อกันที่ห้องกับฉันเอาไหม” อีกฝ่ายไม่พูดเปล่าแต่ยังเอื้อมมือไปจับแขนพร้อมทั้งลูบมันขึ้นลงอย่างถือสิทธิ์ เหล้าที่ส่งกลิ่นเหม็นคละฟุ่งไปทั่วตัวของเขามันทำให้เธอรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเมาอย่างหนักชนิดที่ว่ายืนอยู่ตรงๆ ด้วยตัวเองไม่ได้ และถึงว่าแม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพยายามจะใช้คำพูดที่ไม่ให้เกียรติกันออกมาเหมือนอย่างที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้ แต่มันกลับยิ่งมากขึ้นเมื่อเขาไม่พูดเปล่า กลับเอื้อมมือเข้ามาสัมผัสจนถึงเนื้อถึงตัว
“ไม่ละขอบคุณ คืนนี้ฉันมีนัดแล้ว ปล่อยฉันจอแดน!” เสียงหวานโต้ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพยายามชักแขนที่ถูกกำไว้แน่นของตัวเองกลับคืนมา แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะเรี่ยวแรงของเธอกับเขามันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน และคนอะไรหน้าด้านเหลือจะทน ทั้งๆ ที่เธอปฏิเสธไปแล้วแท้ๆ แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยกันเสียที...
“อย่าเล่นตัวไปหน่อยเลยน่าโรส! เธออยากได้เท่าไหร่ว่ามาเลยดีกว่าคนสวย ฉันทุ่มให้ไม่อั้น ถ้าคืนนี้เธอทำให้ฉันพอใจ” อีกฝ่ายยังคงไม่ลดละความพยายามที่จะเชื้อชวนบาร์เทนเดอร์สาวสวยตรงหน้ากลับไปด้วยกันหลังเลิกงานให้จงได้ในค่ำคืนอันหนาวเหน็บนี้
มันคงจะดีกว่าอะไรทั้งหมดหากได้ร่างอวบอิ่มของหล่อนมานอนกอดเพื่อคลายความหนาวสักครั้งสองครั้ง จอแดนคิดก่อนจะแสยะยิ้มร้ายพร้อมๆ กับกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านเพื่อข่มขู่ใครสักคนที่ริอาจจะเข้ามาแส่
และถึงแม้ว่าแขกภายในร้านจะมองเห็นเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นกันแทบจะทุกคน แต่ก็ไม่มีใครเลยสักคนที่จะรวบรวมความกล้าเอาตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพื่อช่วยเหลือหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายตรงหน้าเพราะรู้ดีว่ากลุ่มอันธพาลตรงหน้านี้เป็นถึงลูกน้องของมาเฟียโหดในแถบย่านนี้ที่ขึ้นชื่อถึงความโหดร้ายมากแค่ไหน และนั่นก็ยิ่งทำให้จอแดนและพรรคพวกของเขาฮึกเหิมมากขึ้นทุกวัน เขาทะนงตัวเองว่าเป็นใหญ่เหนือทุกๆ คนและหมายมั่นว่าจะต้องได้ทุกสิ่งที่ต้องการไม่เว้นแม้กระทั่งเธอ!
“เก็บเงินสกปรกๆ ที่ได้มาจากการรีดไถคนไม่มีทางสู้ของคุณไปเถอะฉันไม่ต้องการ และอีกอย่างที่คุณต้องรู้เอาไว้คือฉันไม่ได้ขายตัว!” ขวัญชีวาตอกย้ำถึงสถานะที่ตัวเองกำลังยืนหยัดอยู่ออกไปในทันที รู้สึกถึงความเกลียดชังที่เธอเริ่มมีต่อคนตรงหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ครั้นพอพยายามที่จะผลักเขาออกไปให้ไกลตัวอีกฝ่ายกลับยิ่งโน้มหน้าเข้ามาหากันเรื่อยๆ ราวกับจะแกล้งกัน และแม้ว่าตอนนี้ระหว่างเธอกับเขาจะมีเคาน์เตอร์บาร์คั่นกลางเอาไว้อยู่แต่ท่าทีคุกคามที่เขากำลังทำอยู่นั้นก็อันตรายเกินกว่าที่เธอจะยอมอยู่เฉยๆ ให้เขารังแกกันได้ง่ายๆ เหมือนอย่างที่ชอบทำกับคนอื่นๆ
“นี่ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันบอกให้ปล่อย!” ยิ่งปากของเธอเอ่ยร้องห้ามมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งดูเหมือนจะยิ่งยั่วยุให้อีกฝ่ายได้ใจมากขึ้นเท่านั้นเพราะแทนที่เขาจะยอมปล่อยกลับยิ่งจะโน้มหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ และจุดหมายปลายทางของมันนั้นก็ไม่ใช่ที่ไหนนอกจากริมฝีปากที่กำลังร้องห้ามของเธอ
ขวัญชีวาไม่อาจจะทนรับสัมผัสที่หยาบคายจาบจ้วงจากผู้ชายสารเลวตรงหน้านี้ได้ง่ายๆ เขามันน่าขยะแขยงจนหญิงสาวต้องรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีสะบัดจนตัวเองสามารถหลุดพ้น ก่อนจะคว้าแก้วเหล้าที่เพิ่งจะชงเสร็จใหม่ๆ สาดเข้าที่ใบหน้าของเขาเต็มแรง
ความเงียบที่น่าอึดอัดแพร่กระจายไปรอบๆ อย่างรวดเร็วจนหญิงสาวได้ยินเสียงกรีดร้องของใครสักคนภายในร้านได้อย่างชัดเจน
และสิ่งที่เพิ่งจะเกิดขึ้นมานั้นมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เธออยากจะให้มันเกิดขึ้นเลยจริงๆ ทั้งหมดนั้นมันเป็นเพราะเขาเป็นฝ่ายเริ่มที่จะคุกคามกันก่อนหนำซ้ำยังไม่มีใครสักคนยื่นมือเข้ามาช่วย เธอจึงต้องหยุดเขาด้วยตัวของเธอเอง และใครเลยจะคิดว่าสิ่งที่หัวหน้าแก้งอันธพาลตรงหน้านี้จะทำต่อจากนี้มันคืออะไรกันแน่...
“กล้าดียังไงทำกับฉันแบบนี้หานังบ้า!” คนถูกกระทำที่เงียบนิ่งไปนานตวาดดังลั่นด้วยอารมณ์ครุกกรุ่นได้ที่ก่อนจะเงื้อมมือสุดกำลังเตรียมจะฟาดมันลงบนหน้าหวานเพื่อเอาคืนนังตัวดีตรงหน้าให้ได้สำนึก
ขวัญชีวาผวาด้วยความตกใจครั้นจะถอยหนีก็ไม่ทันการเธอจึงกลับตานิ่งรอฝ่ามือหนักๆ ที่กำลังตวัดลงมาใกล้ด้วยความกลัวสุดขีด ทว่าทุกๆ อย่างกลับเงียบนิ่งไปเสียเฉยๆ ความเจ็บปวดที่น่าจะเกิดขึ้นจากการถูกมนุษย์ใจทรามที่ซึ่งไม่เคยมีคำว่า ‘จิตใต้สำนึกที่ดีงาม’ ให้ได้เห็นเลยสักครั้งตวัดตบก็ไม่มีให้ได้สัมผัสเลยแม้แต่น้อยนิด
และนั่นจึงเป็นเหตุทำให้หญิงสาวรวบรวมความกล้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะโล่งใจอย่างถึงที่สุดเมื่อพบเข้ากับเอ็ดเวิร์ด การ์ดหนุ่มลูกครึ่งอเมริกันประจำร้านที่กำลังกำข้อมือของจอแดนเอาไว้แน่นด้วยมือข้างเดียวอีกทั้งยังจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดุดัน
“ปล่อยฉัน! นี่แกกล้าดียังไง...ไม่รู้เหรอว่าพวกฉันเป็นคนของใคร!” จอแดนตวาดขึ้นอย่างหัวเสียเพราะไม่คิดว่าจะมีใครสักคนในร้านกล้าเสี่ยงเข้ามาช่วย แม้ว่าอีกฝ่ายจะตัวโตกว่าและดูน่ากลัวกว่าแต่อย่างไรก็ยังฝืนตัวเองอวดเก่งต่อไป
“คุณจะเป็นคนของใครหรือยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ช่าง แต่ ณ เวลานี้ผมเป็นการ์ดของที่นี่และคุณกับพรรคพวกของคุณก็กำลังสร้างความรำคาญใจให้แก่ลูกค้าภายในร้านของเราเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นเลือกมาสิครับคุณลูกค้า ว่าคุณกับพรรคพวกของคุณจะยอมเดินออกไปจากร้านของเราด้วยขาทั้งสองข้างดีๆ หรือว่าจะให้ผมเป็นฝ่ายลากคอคุณกับพวกของคุณทุกคนออกไปด้วยตัวเอง!!” เอ็ดเวิร์ด พันเลอร์ หัวหน้าการ์ดของร้านอีกทั้งยังเป็นถึงอดีตนายทหารอเมริกันชื่อดังที่ตอนนี้นั้นปลดประจำการมาได้สามปีกว่ากำราบขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้าง เอาจริงเอาจังเสียจนอีกฝ่ายยังรู้สึกกลัวขึ้นมา
แววตาของเขาดุดันแข็งกร้าวและไม่ได้มีท่าทีที่จะหวาดกลัวคนตรงหน้าของตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว ยิ่งอีกฝ่ายกำลังทำท่าว่าจะร้ายผู้หญิงด้วยแล้วเขาก็ยิ่งทนดูอยู่เฉยๆ ไม่ได้เข้าไปกันใหญ่และมันคงไม่ใช่นิสัยของเขาแน่ๆ ที่จะมองเลยผ่านเรื่องแบบนี้ไปโดยไม่ทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดพวกมัน
“นี่แก!”
“หรือว่าพวกคุณจะให้ผมเป็นคนเลือก..” คำพูดที่เรียบเฉยแต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยมารยาทให้ได้เห็นบ้าง เขาไม่ได้ทำอะไรผิดนอกเสียจากระงับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของแขกนิสัยเสีย ซึ่งนั่นตามกฏของร้านแล้วเขามีสิทธิ์ที่จะโยนคนพวกนี้ออกไปได้ทุกเมื่อ
สิ่งที่การ์ดตัวโตกระทำลงไปนั้นดูเหมือนว่ายิ่งทำให้จอแดนกับพรรคพวกทวีความไม่พอใจอย่างหนัก แต่ครั้นจะพากันกรูเข้าไปหาอีกฝ่ายนั้นก็กลับมีการ์ดคนอื่นๆ อีกสี่คนเดินเข้ามาประชิดตัวเข้าซะก่อนทำให้คนทั้งหมดชะงักค้างไปนานก่อนหัวโจกจะเป็นฝ่ายตวาดขึ้นเมื่อเห็นดีแล้วว่าตนเองและพวกสู้การ์ดของร้านไมได้แน่ๆ
“ฝากเอาไว้ก่อนเถอะโรส พวกแกเองก็ด้วยระวังตัวเอาไว้ให้ดีๆ เรื่องวันนี้มันไม่มีทางจบง่ายๆ แน่! ไป! พวกเราถอย!” สิ้นเสียงที่ดังก้องไปทั่วร้าน ทั้งหมดก็พากันเดินออกไปจากร้านอย่างรวดเร็ว
คนที่เพิ่งจะถูกคาดโทษเอาไว้หมาดๆ ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มหวานให้อัศวินที่แสนจะมีน้ำใจตรงหน้าในทันทีที่คนพวกนั้นเดินออกไป
“ขอบคุณมากนะคะเอ็ดเวิร์ด ถ้าไม่ได้คุณกับพวกเข้ามาช่วยเอาไว้ ฉันเองก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าพวกนั้นจะทำอะไรลงไปแล้วบ้าง” หญิงสาวเอ่ยปากขอบคุณคนตรงหน้าจากใจจริง อย่างน้อยๆ สถานที่ที่อัดแน่นไปด้วยผู้คนแล้งน้ำใจนี้ก็ยังพอจะมีคนดีดีให้เธอมีโอกาสได้สัมผัสอยู่บ้าง อย่างน้อยๆ ก็คนตรงหน้านี้แล้วหนึ่งคน
“ผมก็แค่ทำไปตามหน้าที่เท่านั้น ว่าแต่พวกมันต้องไม่ปล่อยคุณเอาไว้แน่ คุณต้องระวังตัวให้มากกว่านี้นะครับ ถ้ายังไงคืนนี้ให้ผมไปส่งที่พักก็ได้เอาไหม” อีกฝ่ายไม่ได้ใส่ใจอะไรในความขอบคุณเล็กๆ น้อยๆ นั่น เขายังคงคิดและพยายามหาทางช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถเพราะเธอเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้นจะเอาพละกำลังที่ไหน จะสู้รบตบมือกับพวกมาเฟียเจ้าถิ่นพวกนั้นได้
เพราะไม่ว่ายังไงสุดท้ายแล้ว คนที่กล้าเข้าไปมีเรื่องกับพวกมัน ถ้าหากไม่ตายบางรายก็อาจจะหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่นี้ฉันก็ไม่รู้จะขอบคุณพวกคุณยังไงแล้ว ไม่ต้องห่วงนะคะ ที่พักของฉันก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ ฉันจะระวังตัวให้มากขึ้น” แม้ใจจะยังรู้สึกเป็นห่วงบาร์เทนเดอร์สาวอยู่ไม่น้อย แต่เมื่ออีกฝ่ายยืนกรานกลับมาเช่นนั้น เขาก็ต้องยอมรับมันอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งหมดอยู่พูดคุยกันไม่นานก็พากันแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองตามเดิม จะมีก็แต่ขวัญชีวาที่ได้แต่นิ่งอยู่กับที่ภายในหัวเต็มไปด้วยคำพูดสุดท้ายของเอ็ดเวิร์ด
มันจริงอย่างที่เขาว่ามาทั้งหมด จอแดนที่มีดีกรีเป็นถึงลูกน้องของมาเฟียเจ้าถิ่นคงไม่มีทางตัดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ไปง่ายๆ แน่ เขาที่ถูกเธอหักหน้าต่อหน้าคนทั้งร้านจะต้องหาทางเอาคืนเธอเมื่อมีโอกาส แต่จะด้วยวิธีไหนนั้นหญิง สาวไม่อยากจะคิดถึงมันเลย
“เฮ้อ! ทำไมฉันถึงได้ซวยแบบนี้นะ”เสียงหวานเอ่ยขึ้นกับตัวเองโดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ายังมีสายตาของใครบางคนกำลังจ้องมองมาอยู่ ใครบางคนที่นั่งดื่มวิสกี้อ่อนๆ อยู่ที่โต๊ะริมสุดของร้าน ใครบางคนที่มองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่แรกเริ่มและเขาคงจะได้กลายเป็นอัศวินของหล่อนไปแล้วหากการ์ดตัวโตคนนั้นไม่เดินเข้ามาแย่งบทบาทที่ว่านั้นไปครองเข้าซะก่อน..
อลัน เกรย์เวอร์ มหาเศรษฐีหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศธ-เสปน นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของกิจการมากมายหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นบริษัทนำเข้ารถหรูชั้นนำที่ส่งออกทั่วโลก ไหนจะกิจการอื่นๆ ยิบย่อยที่เขาชอบลองผิดลองถูกมากมายหลายแขนง เสือร้ายที่รักชีวิตโสดของตัวเองเสียยิ่งกว่าอะไรดี เพลย์บอยตัวพ่อที่เคยนอนกับนางแบบดังระดับฮอลลีวูดมาแทบจะไม่ซ้ำหน้า ชายหนุ่มผู้ซึ่งมีดวงตาสีฟ้าครามแสนเสน่ห์ที่สาวคนไหนได้เห็นเป็นต้องยอมสยบไปเสียทุกราย และด้วยความที่เป็นคนค่อนข้างที่จะรักสนุกแต่ไม่คิดจะเอาใครมาทำผูกพันตัวเองให้หยุดนิ่ง จึงทำให้เขาไม่เคยนอนกับผู้หญิงคนไหนซ้ำรอบเลยแม้แต่คนเดียว
และเหยื่อสาวที่กำลังหมายมั่นเอาไว้สำหรับความสนุกสุดเหวี่ยงบนเตียงในค่ำคืนนี้ก็คือเธอ!
แม่บาร์เทนเดอร์สาวสวยที่สะกดสายตาของเขาได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่พบเห็นเข้า เธอเป็นหญิงสาวเอเชียที่สวยสมบูรณ์แบบไปซะทุกสัดส่วนเท่าที่เขาเคยพบเจอมาเลยก็ว่าได้ รูปร่างสมส่วนตัดกับส่วนโค้งเว้าของสะโพกกลมมนได้เป็นอย่างดี ดวงตาคู่สวยสีดำสนิทที่แรกเห็นก็ทำเอาหัวใจสั่นไหวไม่เป็นจังหวะมันดูมีมนต์เสน่ห์ชวนมองจนเขาไม่อาจที่จะละสายตาไปจากมันได้เลย อีกทั้งไหนจะเรียวปากสีสวยที่แสนจะเป็นธรรมชาติที่มันดูเอิบอิ่มสีขนาดทาด้วยลิปสีชมพูบางๆ ยังน่าดึงดูดของเธอ เรือนร่างที่พอเหมาะพอเจาะกันอย่างลงตัวราวกับสวรรค์สร้างสรรค์มันมาให้เธอโดยเฉพาะ
สิ่งเดียวเท่านั้นที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยลงตัวเข้าพวกกับสัดส่วนอื่นๆ ของร่างกายไปสักเท่าไหร่นั้นเห็นทีจะหนีไม่พ้นหน้าอกอวบอิ่มที่ใหญ่โตเกินขนาดตัวแม่คุณที่มันช่างใหญ่โตและน่าสัมผัสมากกว่าการได้จ้องมองเฉยๆ ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะสวมสเวตเตอร์ตัวใหญ่ทับเอาไว้อย่างแน่นหนาก็ไม่อาจที่จะเล็ดลอดสายตาเสือร้ายไปได้เลยแม้แต่เสี้ยววินาที
หากได้ลองสัมผัสดูสักครั้งเขาอาจจะสามารถการันดีได้เลยว่ามันคือของแท้ที่เธอมีมาตั้งแต่เกิดหรือว่าหมอศัลยกรรมมอบให้มากันแน่อย่างง่ายดายเลยทีเดียวเชียว
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ลุกขึ้นไปทำความรู้จักแม่นางฟ้าหน้าสวยทรงโตตรงหน้านั้นตามแผนก็ดันกลับถูกไอ้จอมวางกามนั่นเดินตัดหน้าตรงเข้าไปหาหล่อนเข้าซะก่อน มันเลยทำให้เขาต้องนั่งนิ่งอยู่กับที่ตามเดิมและทำได้แค่เพียงลอบมองดูสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นต่อไปอย่างใจเย็น อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอจะทำอย่างไรกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่และดูเหมือนเธอก็ทำมันได้ดีเลยทีเดียวเชียว เขาเองที่ถึงแม้จะไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรสักเท่าไหร่ยังรู้สึกสะใจไม่น้อยที่เธอทำกับไอ้บ้านั่นแบบนั้น นับประสาอะไรกับคนอื่นๆ ภายในร้านที่แทบจะยกย่องหญิงสาวให้กลายเป็นวีรสตรีผู้หาญกล้าไป
ได้ยากๆ แบบนี้น่ะสิดี เพราะอะไรที่มันได้มาง่ายๆ เขาก็มักจะเบื่อเร็ว หากลองเปลี่ยนมาลองอะไรที่มันแปลกใหม่ดูบ้างคงจะซาบซ่านไม่น้อยเลยทีเดียว!!
จอมวายร้ายลอบคิดกับตัวเองในใจสายตายังคงลอบมองเป้าหมายที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตัวเองไปอย่างเงียบเชียบเพื่อเฝ้ารอโอกาสเหมาะๆ ที่เขาจะได้เปิดตัวและทำตามแผนการที่ถูกวางเอาไว้อยู่ภายในหัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...
การทำงานในฐานะบาร์เทนเดอร์ของค่ำคืนที่แสนจะวุ่นวายหมดลงไปอย่างรวดเร็วในอีกสองชั่วโมงถัดมา ขวัญชีวาเกือบๆ จะเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกจากไนท์คลับเพราะต้องเก็บกวาดร้านให้กลับมาสะอาดตามเดิมเหมือนที่เคยเป็นในช่วงหัวค่ำเข้าซะก่อน หญิงสาวคว้าเอาเสื้อโค้ทสีดำตัวยาวมาสวมใส่กันความหนาวเหน็บในยามค่ำคืนพร้อมกับผ้าพันคอขนกระต่ายสีครีมอ่อนผืนหนาก่อนจะออกหน้าเดินไปตามเส้นทางเท้าเพื่อมุ่งหน้ากลับสู่ที่พักที่อยู่ไม่ไกลจากร้านที่เธอทำงานอยู่สักเท่าไหร่เหมือนอย่างทุกๆ วัน
หญิงสาวกระชับเสื้อโค้ทให้เข้ากันแน่นมากขึ้นมาอีกนิดเมื่อถูกสายลมเย็นๆ พัดเข้ามาปะทะร่างบอบบาง ทว่าความหนาวเหน็บรอบกายนั้น ยังเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นเมื่อจู่ๆ กลับมีใครบางคนเดินออกมาดักหน้าเธอไว้จากตรอกข้างทาง
และมันคงจะดีกว่านี้มากกว่าอะไรทั้งหมดหากใครบางคนที่ว่านั้นไม่ใช่ผู้ชายที่ชื่อ ‘จอแดน’ คนที่เธอเพิ่งจะไปมีเรื่องด้วยมาหมาดๆ สีหน้าและแววตาของเขาทำให้เธอได้รู้ว่ากำลังจะเกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้นกับตัวเองในไม่ช้านี้อย่างแน่นอน
“ตะ...ต้องการอะไร! ถอยออกไปนะ!” เสียงหวานเอ่ยไล่แต่เท้าทั้งสองข้างกลับถอยหนีอัตโนมัติเมื่อรับรู้ได้ถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามาหาตัวเองตรงหน้า ทว่าถอยหลังหนีได้ไม่เท่าไหร่แผ่นหลังของเธอกลับต้องหยุดชะงักเมื่อมันถอยไปชนเข้ากับลูกน้องของเขาที่เดินมาดักเธอจากด้านหลังถึงสองคนเข้าซะก่อน
ขวัญชีวาจำหน้าของผู้ชายสองคนตรงหน้าได้ในทันทีที่เห็นเพราะไม่ว่าจอแดนจะไปปรากฏตัวอยู่ที่ไหน ผู้ชายสองคนตรงหน้านี้ก็มักจะติดสอยห้อยตามเขาไปทุกหนทุกแห่งราวกับเงาตามตัวไม่มีผิดอยู่เรื่อย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอจะต้องมัวมานั่งคิดเลยสักนิด สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้เสียมากกว่าที่เธอต้องคิดถึงว่าจะสามารถพาตัวเองหนีไปจากสถานการณ์เลวร้ายตรงหน้านี้ได้อย่างไร และด้วยวิธีไหน
“จะรีบไปไหนคนสวย ทั้งๆ ที่เธอทำกับพวกฉันเจ็บแสบถึงขนาดนั้น ใจคอไม่คิดจะขอโทษกันหน่อยรึไง!” จอแดน ชายหนุ่มที่มีดีกรีเป็นถึงหัวหน้ากลุ่มอันธพาลเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดลงไป ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็พุ่งตรงเข้ามาหาก่อนจะกระชากต้นแขนของแม่ตัวดีที่กล้าหักหน้าเขากับเพื่อนๆ ต่อหน้าแขกภายในร้านเหล้ากำเอาไว้แน่นก่อนจะจิกเล็บลงไปช้าๆ ทำให้อีกฝ่ายได้สัมผัสถึงความรู้สึกไม่พอใจอย่างหนักที่เขากำลังมีอยู่
“ฉะ...ฉันขอโทษ! พอใจแล้วหรือยัง ถ้าพอใจแล้วก็ปล่อยฉันไป!” ขวัญชีวาตวาดลั่นพร้อมทั้งออกแรงดิ้นรนอย่างสุดกำลัง สายตาของเธอสั่นระริกด้วยความกลัวถึงขีดสุดก่อนจะตั้งสติและเริ่มต้นที่จะกวาดสายตามองหาใครสักคนที่อาจจะบังเอิญผ่านมาแต่ก็ต้องพบกับความผิดหวัง นั่นมันอาจจะเพราะช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้นของฤดูหนาว อากาศในยามดึกจากด้านนอกก็มักจะหนาวเหน็บจนทำให้ผู้คนไม่ค่อยที่จะพลุกพล่านกันสักเท่าไหร่
อีกทั้งสถานที่ตรงหน้าก็ยังเป็นตรอกเล็กๆ ที่เป็นแหล่งมัวสุมของพวกอันธพาลด้วยอีก คงจะมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่หาญกล้าเดินผ่านไปมาอยู่แถวนี้
“ง่ายไปหน่อยมั้งนังตัวดี ไอ้ที่ว่าขอโทษนั่นน่ะ ฉันไม่ได้ต้องการแค่คำพูด แต่ต้องการอย่างอื่นมากกว่า อยากลองเดาดูไหมว่าฉันต้องการอะไรจากเธอ...” สายตาและท่าทีที่คนเลวตรงหน้าแสดงออกมาหลังพูดจบไม่ต้องเดาให้เสียเวลาขวัญชีวาก็รู้ซึ้งดีเลยว่าเขากำลังต้องการอะไรจากเธอ และเธอขอตายยังจะดีเสียกว่าที่ต้องยอมทำอะไรแบบนั้นกับพวกคนเลวพวกนี้
“ไม่! ปล่อยฉันนะไอ้พวกสารเลว! ฉันไม่มีอะไรจะให้พวกแกทั้งนั้น ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ! ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วย..อ๊ะ!” หญิงสาวตวาดเสียงขึ้นสู้อีกครั้งหวังจะเริ่มต้นตะโกนเสียงดัง เผื่อว่าจะมีใครสักคนได้ยินเสียงร้องของเธอเช้าแต่ยังไม่ทันไรร่างบางก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเมื่อถูกหมัดหนักๆ ต้อยเข้าที่ท้องน้อยอย่างรุนแรง
ความปวดร้าวระบมยังเทียบไม่ได้กับความหวาดหวั่นที่กำลังเกิดขึ้นภายในใจ เธอไม่อยากคิดหรือคาดเดาถึงสิ่งท่ำลังจะเกิดขึ้นนับต่อจากนี้ไปเลยสักนิด!
“ถ้าจะโทษใครสักคนก็โทษตัวเองเถอะโรส มาเป็นเมียฉันเถอะ! ฉันจะเลี้ยงดูเธอเป็นอย่างดี สวยๆ แบบเธอฉันยิ่งชอบ อุ้มมันไป!” สิ้นเสียงที่ดังลั่นผู้ชายอีกสองคนที่กำลังยืนดูเหตการณ์อยู่ก็รีบพุ่งเข้ามาหาแต่ยังไม่ทันที่พวกมันจะได้ทำตามคำสั่งของผู้เป็นหัวหน้าร่างกลับเซไปคนละด้านด้วยแรงหมัดหนักๆ จากใครสักคนเข้าซะก่อน
ใครสักคนที่ขวัญชีวาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเขาคนนั้นเป็นใครกันแน่ถึงได้กล้ายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันแบบนี้ หญิงสาวได้แต่นอนนิ่งอยู่กับพื้นที่เย็นเฉียบ มือเล็กๆ กำท้องน้อยของตัวเองเอาไว้แน่น จุกเสียดจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้นเลยได้แต่เพียงหยุดนิ่งฟังเสียงทะเลาะวิวาทของพวกจอแดนกับผู้หวังดีที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ จนสักพักหนึ่งทุกๆ อย่างจึงเงียบสงบลงพร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังเดินตรงเข้ามาใกล้
หญิงสาวทำได้แต่เพียงภาวนากับตัวเองเงียบๆ ภายในใจขอให้ให้เจ้าของรองเท้าหนังสีดำตรงหน้านี้เป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่ไอ้คนเลวพวกนั้น กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมอ่อนๆ ที่ลอยฟุ่งเข้ามาปะทะยามเมื่อเจ้าของรองเท้าคู่นั้นฉวยอุ้มหล่อนขึ้นมาจากพื้นเป็นสิ่งสุดท้ายที่หญิงสาวสัมผัสได้ก่อนที่สติอันเลือนลางจะหายดับไป...
อลัน เกรย์เวอร์ ค่อยๆ วางร่างบางในอ้อมแขนที่ตอนนี้หมดสติไปลงบนรถ Ferrari 458 spider สีดำคันหรูของตัวเองอย่างช้าๆ ดวงตาสีฟ้าครามตวัดหันกลับไปมองผู้ชายสามคนที่กำลังนอนหอบหายใจรวยรินอยู่ข้างริมฟุตบาทอีกครั้งอย่างคาดโทษ อยากจะฆ่าพวกมันให้ตายคามือนักเชียวที่บังอาจเอามือสกปรกๆ โสโครกมาทำร้ายร่างกาย ‘เป้าหมาย’คนสำคัญที่เขาเล็งเอาไว้ตั้งแต่แรกแบบนี้
แต่สิ่งที่ชายหนุ่มให้ความสนใจในตอนนี้คือจะทำอย่างไรกับแม่บาร์เทนเดอร์สาวสวยตรงหน้านี้ต่างหาก สุดท้ายก็คิดอะไรไม่ออกนอกเสียจากเดินอ้อมไปขึ้นรถก่อนจะขับออกไปมุ่งหน้าสู่เซฟเฮ้าส์สุดหรูของตัวเองเพราะไม่รู้ว่าจะต้องไปส่งหล่อนที่ไหนในเวลาแบบนี้
“ให้ตายสิวะ! ไอ้ระยำพวกนั้นมัน...” เสียงเข้มสบถขึ้นอย่างหัวเสียเมื่อสายตาเหลือบไปมองท้องน้อยที่กระทั่งตอนนี้ก็ยังมีเรียวนิ้วสวยๆ กุมเอาไว้แน่นอยู่ พวกมันคงทำร้ายเธอก่อนหน้าที่เขาจะมาถึง แค่คิดความโกรธก็เริ่มที่จะปะทุขึ้นมาอีกครั้งจนอยากจะวนรถกลับไปกระทืบไอ้พวกเลวนั่นอีกรอบแต่ก็ติดตรงเขาห่วงหล่อนมากกว่าจึงทำได้เพียงคิดในใจคนเดียวเท่านั้น