เสียงกรีดร้องอาละวาดของธัญญ่าดังออกมาจนคนไข้คนอื่นพากันแตกตื่นไม่ใช่ว่าใบหน้าที่เธอเห็นนั้นจะขี้ริ้วขี้เหร่อะไรใบหน้าใหม่นี้ค่อนข้างจะออกไปทางสวยคมแตกต่างจากหน้าเดิมที่จะออกไปทางสาวหมวย แต่สำหรับธัญญ่าแล้วเธอก็รับไม่ได้อยู่ดีที่จู่ๆใบหน้าเดิมของเธอถูกเปลี่ยน หญิงสาวร้องฟูมฟายและกรีดร้องอย่างคนไร้สติเธอพยายามนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆมากมายว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้แต่นึกเท่าไหร่เธอก็นึกไม่ออกหญิงสาวทำได้แค่กรีดร้องโวยวายออกมาได้เพียงเท่านั้น
“มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน”
เสียงร้องของหญิงสาวยังคงดังขึ้นเรื่อยๆและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงหมอหนุ่มที่เป็นเจ้าของคนไข้ทราบเรื่องก็รีบรุดเข้ามาดูอาการของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว
แกร๊ก!!
“คุณคะ ใจเย็นๆก่อนนะคะสงบสติอารมณ์ก่อนค่ะ คุณคะ”
“จะให้ฉันมีสติอยู่ได้ยังไงในเมื่อนี่มันไม่ใช่ฉัน พวกคุณทำอะไรกับใบหน้าของฉัน!”
ธัญญ่าโวยวายดิ้นพล่านไม่ยอมให้ความร่วมมือกับหมอหรือพยาบาลทั้งนั้นเธอยังคงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองอยู่
“คุณหมอคะ เธออาละวาดไม่ยอมหยุดแบบนี้ดิฉันเกรงว่ามันจะไปรบกวนคนไข้คนอื่นๆได้นะคะ”
พยาบาลสาวกล่าวกับหมอหนุ่มถึงแม้ร่างกายของธัญญ่าจะยังฟื้นตัวไม่เต็มที่แต่แรงฮึดสู้ของเธอเยอะไม่เบาเล่นเอาพยาบาลต่างก็พากันกระเด็นไปคนละทิศละทาง หมอหนุ่มจึงจัดการขั้นเด็ดขาดเขาหยิบเข็มยาสลบมาฉีดให้ธัญญ่าทำให้เธอสลบลงไปกองกับพื้นอย่างสิ้นฤทธิ์
“คุณพยาบาลพาเธอกลับไปพักผ่อนที่เตียงก่อนแค่นี้คงจะหมดฤทธิ์ไปสักพัก”
“ค่ะคุณหมอ”
พยาบาลสาวตอบรับแล้วรีบช่วยกันนำร่างไร้สติของธัญญ่ากลับขึ้นนอนที่เตียงของเธออย่างเช่นเดิม ใบหน้าหล่อคมกระตุกยิ้มที่มุมปากพอใจกับสิ่งที่ได้ฟังการรายงานอาการของหญิงสาว
“ขอบคุณนะครับที่โทรมารายงานเอาเป็นว่าผมไม่รอให้เธอหายดีแล้วล่ะ ผมจะเข้าไปรับตัวเธอวันนี้เลย”
ชายร่างสูงโปร่งหุ่นกำยำวางสายจากหมอหนุ่มแล้วรีบเร่งออกไปยังโรงพยาบาลศัลยกรรมในเวลาต่อมา
“นี่มันเพิ่งเริ่มต้นนะธัญญ่าเธอยังต้องเจออะไรต่อจากนี้อีกเยอะ”
แกร๊ก!!
เสียงประตูห้องพักฟื้นถูกเปิดออกชายหนุ่มใบหน้าหล่อคมเข้มเดินเข้ามาในห้องพักฟื้นยืนมองใบหน้างามนอนหลับอย่างไร้สติ เขามองใบหน้าสวยคมนั้นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักถึงแม้ว่าหน้าตาของหญิงสาวจะเปลี่ยนไปแต่ก็ใช่ว่าจะลบสิ่งที่เธอเป็นอยู่นั้นได้ ร่างสูงเห็นว่าหญิงสาวยังคงหลับอยู่เลยคิดจะอุ้มหญิงสาวออกไปทั้งๆที่เธอยังนอนเป็นผักอยู่อย่างนั้นแต่หารู้ไม่ว่าธัญญ่าไม่ได้หลับจริงๆเธอตื่นนานแล้วแต่แค่ต้องการรู้ความจริงบางอย่างจึงแกล้งเป็นหลับอยู่
งับ!
ธัญญ่ากัดเข้าที่แขนซ้ายของชายหนุ่มอย่างแรงเขาร้องดังลั่นเพราะตั้งตัวไม่ทันจึงปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระ
“โอ๊ย! นี่เธอ! ร้ายนักนะ”
“คุณเป็นใครมายุ่งอะไรกับฉันแล้วคุณจะพาฉันไปไหน”
“พูดมากหุบปากเธอไปซะ ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว”
คำพูดตะหวาดลั่นอย่างมะนาวไม่มีน้ำของชายหนุ่มทำให้ธัญญ่าเริ่มกลัวเขาขึ้นมาเพราะที่ใบหน้าเธอต้องเปลี่ยนไปแบบนี้อาจจะเป็นเพราะเขาคนนี้ก็ได้เพราะเธอก็ไม่ใช่คนโง่เมื่อคิดอย่างนั้นธัญญ่าก็รีบตะโกนร้องให้คนช่วยเหลือเธอ
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วยมีคนกำลังจะทำร้ายฉัน ช่วยด้วย”
“บอกว่าให้หุบปากไง ถึงร้องไปก็ไร้ประโยชน์ในนี้ไม่มีใครเขาสนใจเธอหรอกนอกจากฉัน”
“ฉันไม่ไปจนกว่าคุณจะบอกว่าคุณเป็นใครแล้วต้องการอะไรจากฉัน”
ชายหนุ่มรำคาญหญิงสาวจึงหยิบหมวกสีดำและหน้ากากขึ้นมาอำพรางตัวแล้วเดินเข้าไปหาหญิงสาวใกล้ๆ
“หึ! อยากรู้นักใช่ไหมว่าฉันเป็นใครเธอลองมองฉันให้ดีๆสิ”
ทันทีที่เห็นชายหนุ่มคนนี้อำพรางใบหน้าเธอก็นึกขึ้นได้ว่าคับคล้ายคับคลาว่าเหมือนเจอเขาที่ไหนมาก่อน
“ถูกจับติดคุกมันคงจะสบายไปสำหรับเธอไม่นานก็คงจะออกมาหรือไม่ก็อาจจะไม่ติดคุกเลย”
“คุณเป็นใคร?”
“หึ! เดี๋ยวเธอก็รู้”
และแล้วภาพจำครั้งล่าสุดก่อนที่หญิงสาวจะหลับไปและตื่นขึ้นมาอีกครั้งจากนั้นก็กลายมาเป็นแบบนี้ภาพของผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าก็ผุดขึ้นมาในสมอง
“แก! แกคือคนที่พาฉันมาที่นี่แล้วทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้ใช่ไหม ไอ้ชั่ว! ไอ้เลว! ไอ้!……”
“ถ้าฉันชั่วเธอมันก็ไม่ต่างกันหรอกมานี่! คุยกับเธอก็มีแต่จะเสียเวลาเปล่าๆมากับฉันดีๆอย่าให้ต้องใช้กำลัง”
ร่างบางถูกอุ้มขึ้นพาดบ่าอย่างไม่ใยดีเขาอุ้มหญิงสาวออกไปทั้งชุดของโรงพยาบาลมือทั้งสองทุบตีแผ่นหลังแกร่งของชายหนุ่มไม่หยุดหย่อนและร้องขอความช่วยเหลือดังลั่นทั้งโรงพยาบาลมาตลอดทางแต่ไม่มีใครสนใจพวกเขาทั้งสองเลย
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
“กรี๊ดดดดด ปล่อยฉันนะช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย กรี๊ดดดด”
“ว๊าย! ไอ้บ้า ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ มันจะทำร้ายฉันช่วยด้วย”
ร่างบางถูกอุ้มไปยังรถสปอร์ตคันหรูเขาโยนร่างนุ่มนิ่มลงยังเบาะนั่งข้างคนขับอย่างรุนแรงทำเอาหญิงสาวถึงกับจุกท้องกันเลยทีเดียวจากนั้นก็ล็อกเข็มขัดนิรภัยให้กับเธอแล้วปิดประตูวนกลับมานั่งยังตำแหน่งคนขับสตาร์ทรถยนต์แล้วขับออกจากโรงพยาบาลศัลยกรรมไปอย่างรวดเร็ว
“นี่คุณจะพาฉันไปไหนปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ อ๊า…อึบ อื้อ”
กฤษณะรำคาญเสียงของหญิงสาวจึงใช้เทปปิดปากเธอเอาไว้มือทั้งสองข้างก็ถูกเขาพันธนาการด้วยเชือกผูกปมอย่างแน่นหนาและใช้พาพันรอบศีรษะเพื่อปิดดวงตาของเธอไม่ให้มองเห็นสิ่งรอบข้าง
“น่ารำคาญ ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมไอ้เมฆมันไม่เอาเธอ”
พูดจบเขาก็หันกลับไปประจำตำแหน่งแล้วขับรถออกไปจากที่ตรงนั้นทันทีปล่อยให้ธัญญ่าร้องอู้อี้อยู่ในลำคอค้างคาใจกับสิ่งที่เขาพูด
“อื้อ….อื้อ”
รถสปอร์ตแล่นออกจากตัวเมืองกรุงแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังสถานที่ลับของเขาที่เตรียมการไว้สำหรับรองรับหญิงสาวจากนี้ไปเขาจะเป็นคนที่กุมชีวิตของเธอถ้าเขาไม่อนุญาตให้ตายเธอก็จะไม่มีสิทธิ์ตาย!
กริ๊ง~~~
เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นส่งสัญญาณบอกว่ากฤษณะได้กลับมาถึงบ้านแล้วหญิงสาวที่กำลังนั่งปอกผลไม้อยู่ในครัวได้ยินก็รีบรุดออกไปที่หน้าบ้านเพื่อต้อนรับตำรวจหนุ่มกลับมาจากทำภารกิจ
“พี่เกรทมาแล้ว”
กานหรือกศิยา ดวงสุดสว่าง เธอเป็นน้องสาวแท้ๆของเกดมณี ดวงสุดสว่าง อดีตคนรักของสารวัตรกฤษณะมีดีกรีเป็นถึงดาราสาวชื่อดังตัวท็อประดับหนึ่งในวงการบันเทิงแต่ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมหลังจากที่สูญเสียพี่สาวไปกศิยาก็ได้มาพักอาศัยอยู่กับกฤษณะอย่างถาวรจนกว่าเธอจะมีครอบครัวใหม่เป็นของตนเองเพราะความสงสารและเห็นว่ากศิยาไม่เหลือใครแล้วประกอบกับก่อนหน้านี้ทั้งกศิยาและเกดมณีก็ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของกฤษณะมานานจึงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีและเขาเองก็เอ็นดูกศิยาเหมือนน้องสาวแท้ๆคนหนึ่งจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องผลักไสไล่ส่งให้เธอไประหกระเหินอยู่ที่อื่น
“นั่นพี่เกรทพาใครมาด้วย”
กศิยาเห็นตำรวจหนุ่มพาหญิงสาวร่างบอบบางมาจากที่ไหนก็ไม่ทราบได้เธอแต่งกายด้วยชุดของโรงพยาบาลถึงจะปิดหน้าปิดตาและมองเผินๆแล้วก็ดูไม่ยากเลยว่าเธอคนนั้นมีหน้าตาสะสวยอย่างกับดารา
“พี่เกรทคะ กลับมาแล้วเหรอคะ เอ่อแล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใครหรือคะทำไมต้องพามาที่บ้านของเราด้วย”
“ไว้พี่จะเล่าให้ฟังนะแต่ตอนนี้กานช่วยไปบอกป้าพรให้ทำความสะอาดห้องชั้นบนให้พี่ที”
“คะ? ห้องชั้นบน? เอ่อ ดะ ได้ค่ะสักครู่นะคะ”
ธัญญ่าขัดขืนคนตัวโตทุกช่องทางเธอพยายามจะดิ้นให้หลุดจากพันธนาการของชายแปลกหน้าให้ได้แต่ก็ไม่เป็นผลกฤษณะตัดสินใจอุ้มร่างบางขึ้นพาดบ่าแล้วพาไปยังห้องชั้นบนที่เคยเป็นห้องนอนของแม่นมเขามาก่อนแต่ตอนนี้เขาจำเป็นต้องใช้ห้องนอนนั้นเพื่อเก็บซ่อนผู้หญิงคนนี้เอาไว้
“อื้อ….อื้อ….”
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
กำปั้นเล็กๆทุบไปที่แผ่นหลังหนาอย่างเต็มแรงแต่กฤษณะไม่มีสีหน้าของความเจ็บปวดใดๆเลยเขาอุ้มหญิงสาวขึ้นไปยังห้องชั้นบนและไม่รีรอให้ป้าพรได้ทำความสะอาดใดๆทั้งนั้น
“ป้าพรครับ ไม่ต้องทงต้องทำมันแล้วความสะอาดปล่อยยายนี่อยู่ในสภาพแบบนี้แหละ”
ป้าพรและกศิยาตกใจที่กฤษณะรีบรุดขึ้นห้องมาอย่างเร่งรีบเขาโยนร่างเพรียวบางลงบนเตียงนุ่มที่ไม่ได้รับการเปลี่ยนหรือทำความสะอาดใดๆเลยจากนั้นก็ปิดประตูห้องอยู่กับหญิงสาวสองต่อสองไม่ให้ใครมาช่วยอะไรเธอได้
“เอ่อ…คุณเกรทคะให้ป้าทำความสะอาดก่อนดีไหมคะ”
“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละครับป้าผมขอเวลาสักครู่จัดการยายนี่ก่อนทุกคนมีอะไรไปทำก็ไปทำกันได้เลยผมไม่รบกวนแล้ว”
ปัง!
ประตูถูกปิดและลงกลอนอย่างสนิทคนข้างนอกที่กำลังตกตะลึงและยืนงงอย่างไม่เข้าใจกันอยู่ก็ต่างสงสัยถึงผู้หญิงแปลกหน้าที่กฤษณะพามาที่บ้านแถมยังให้ไปอยู่ในห้องนอนของแม่นมเขาได้อีกต่างหากทั้งที่ห้องนี้กฤษณะไม่อนุญาตให้ใครได้ใช้เลยแม้กระทั่งกศิยาก็ไม่เคยได้เข้าไปเลยสักครั้ง
“ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันทำไมคุณเกรธถึงพามาที่บ้านแบบนี้ละแถมยังเข้าไปอยู่ด้วยกันสองต่อสองอีก”
พุดจีบที่เป็นหลานสาวของป้าพรก็ได้เอ่ยปากขึ้นทำให้กศิยาที่ได้ยินถึงกับหันขวับมามองเธอด้วยสายตาเชิงดุด่า
“พุดจีบ! มีอะไรไปทำก็ไปเถอะพี่เกรทคงมีเหตุผลบางอย่างแหละมุทะลุแบบนี้ทุกที”
พุดจีบก้มหน้าเจื่อนเมื่อโดนกศิยาดุส่วนป้าพรที่เข้าใจดีว่าคุณหนูของเธอชอบทำเรื่องอะไรแปลกๆแบบนี้ประจำก็เลยไม่สนใจและได้ชักชวนทุกคนให้ไปทำงานตามหน้าที่ของตัวเองอย่าไปสนใจเรื่องของเจ้านาย
ภายในห้องนอนที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองที่ไม่ได้ถูกทำความสะอาดเตรียมไว้ก่อน ธัญญ่าจึงมีอาการสำลักฝุ่นเล็กน้อยกฤษณะแก้ผ้าปิดตาและดึงเทปออกจากปากของหญิงสาวอย่างรวดเร็วไม่มีการถนอมเลยสักนิด
“โอ๊ย! ไอ้บ้าฉันเจ็บนะ อี๋แล้วที่นี่มันที่ไหนสกปรกก็สกปรก นี่ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะไอ้บ้า ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย”
“แหกปากร้องเลยจะร้องให้คออักเสบเลยก็ได้นะเพราะที่นี่ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอกธัญญ่า”