บนยอดตึกสูงระฟ้านามว่า อาควา ทาวเวอร์ ในกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสยามเมืองยิ้ม เมืองที่หล่อนใฝ่ฝันมานานยี่สิบปีกว่าจะต้องมาเหยียบให้ได้ และในที่สุดก็ได้มา... แต่เหตุผลของการเดินทางมาเมืองไทยในครั้งนี้มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกมีความสุขเหมือนที่ควรจะมีแม้แต่นิดเดียว
ตรงกันข้าม... หญิงสาวกลับรู้สึกว่าหัวใจเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ความหวาดกลัวต่อเภทภัยที่มาร์คอสกลัวจะเกิดขึ้นกับแองเจลล่า โรเจอริโอ น้องสาวตัวจริงของตัวเองมากมายเหลือเกิน และมันก็ทำให้หล่อนไม่อาจจะนอนหลับสบายบนเตียงนุ่มขนาดใหญ่ด้านหลังได้เลย
นาริกา ธรรมพัฒนากุล หรือ ริก้า สาวไทยแท้ที่มีฐานะเป็นเพียงสาวใช้ประจำตัวของแองเจลล่า โรเจอริโอเท่านั้น หล่อนถูกเลือกขึ้นมาสวมบทบาทของแองเจลล่า โรเจอริโอ ด้วยเหตุผลหลักๆ ก็คือวัยและหน้าตาใกล้เคียงกัน แถมหล่อนยังอยู่กับแองเจลล่ามานาน ทำให้รู้ว่าแองเจลล่าเป็นคนยังไง ชอบหรือไม่ชอบอะไร และนี่แหละก็ทำให้มาร์คอสเลือกหล่อน
นาริกาไม่มีทางจะปฏิเสธได้เลย นอกจากก้มหน้าทำตามความต้องการของเจ้านาย เจ้านายที่ให้ทั้งชีวิตและลมหายใจ
หญิงสาวถอนใจเฮือกแล้วเฮือกเล่า จ้องมองผ่านกระจกบานใสขนาดใหญ่ตรงหน้าลงไปยังแผ่นพื้นเบื้องล่างที่อยู่ต่ำกว่าเกือบสองพันฟุต สีสันของแสงไฟสีเหลืองทองงดงามประดุจประกายของอัญมณีที่สะท้อนออกมาจากตึกสูงจำนวนมากมายและตามท้องถนนไม่ได้ทำให้ความหวาดหวั่นที่กัดกินไปทั่วทั้งหัวใจลดน้อยถอยลงได้เลย
มือเล็กสีขาวเนียนยกขึ้นลูบเส้นผมสีน้ำตาลไหม้ของตัวเองแผ่วเบา เมื่อก่อนมันเคยเป็นสีดำ ดำสนิทดุจสีของนิล แต่ตอนนี้มันถูกย้อมจนเปลี่ยนมาเป็นสีน้ำตาลไหม้ตามสีผมของแองเจลล่า โรเจอริโอตัวจริง แต่ผมไม่ใช่อย่างเดียวที่หล่อนต้องเปลี่ยนแปลง เพราะสีของลูกตาหล่อนก็ต้องเปลี่ยนด้วยเช่นกัน ใช่สินะ... สีตาของหล่อนเป็นสีดำสนิทไม่ผิดจากสีของเส้นผม แต่ตอนนี้มันถูกบดบังด้วยสีของคอนแทคเลนส์สีน้ำตาลไหม้เช่นเดียวกับสีผม
ตอนนี้หล่อนไม่หลงเหลือคราบไคล้ของสาวใช้ผู้ต่ำต้อยอีกแล้ว... ไม่ว่าจะเสื้อผ้า หน้าผม ทุกอย่างที่ประดับอยู่บนกายล้วนแต่เป็นของมีแบรนด์ดังก้องโลก ราคาของมันแพงระยับ มาร์คอสบอกว่าหล่อนจะได้ใช้ชีวิตเป็นเจ้าหญิงนับตั้งแต่ยอมตกปากรับคำช่วยเหลือน้องสาวของเขา
ใช่สินะ... ตอนนี้หล่อนกลายเป็นเจ้าหญิงไปแล้ว เจ้าหญิงกำมะลอที่มีทุกอย่างไม่ผิดจากเจ้าหญิงตัวจริงเลยแม้แต่น้อย
หล่อนควรจะยิ้มสิ ยิ้มออกมาให้สมกับชีวิตที่พลิกผันครั้งยิ่งใหญ่ จากต่ำต้อยด้อยค่า กลับกลายมาเป็นสูงดุจดอกฟ้าที่มีเพียงเทพบุตรเท่านั้นที่ควรคู่
“นอกจากเธอจะได้เป็นเจ้าหญิงแล้ว เธอยังจะได้เจ้าชายรูปหล่อปานเทพบุตร และตอนจบของเทพนิยายที่เต็มไปด้วยความสุขแบบที่เธอเคยฝันเอาไว้ไง นาริกา”
นี่คือคำพูดของมาร์คอส โรเจอริโอ เมื่อครั้งที่เรียกหล่อนเข้าไปพบในห้องส่วนตัวและหยิบยื่นข้อเสนอน่าลำบากใจนี้ให้ แม้อยากจะบอกว่าหล่อนไม่ได้ต้องการอะไรแบบนี้ ไม่ได้ต้องการเจ้าชาย ไม่ได้ต้องการความร่ำรวยอะไรเลย แต่ที่สิ่งหล่อนต้องการมันคือความรักต่างหาก ความรักที่หล่อนโหยหามาตลอดชีวิตจากทั้งพ่อแม่แท้ๆ ที่ไม่เคยเหลียวแลตั้งแต่แรกเกิด รวมไปถึงความรักจากชายคนรักที่ถูกหญิงอื่นแย่งไป แต่ก็ไม่ได้พูด... หล่อนไม่มีสิทธิ์พูดหรอก ในเมื่อฐานะต่ำต้อยแบบนี้ ทำได้แค่เพียงพยักหน้ารับเพียงอย่างเดียว
“ฉันจะมอบเงินจำนวนหนึ่งล้านดอลล่าเป็นค่าตอบแทนให้กับเธอ เงินจำนวนนี้จะถูกโอนเข้าบัญชีของเธอทันทีเมื่อเธอได้แต่งงานกับไอ้เดนนิส โอซิล...”
แต่งงาน...!
ใช่สินะ นี่คืออีกเงื่อนไขหนึ่งที่หล่อนต้องทำ...
แต่งงานกับเดนนิส โอซิล ผู้ชายที่หล่อนไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยในชีวิต และแค่รูปถ่ายเพียงใบเดียวที่มาร์คอสมอบให้คงไม่สามารถทำให้หล่อนรู้จักผู้ชายตาสีฟ้าคนนี้ได้ทะลุปรุโปร่งนักหรอก แต่กระนั้นหล่อนก็ต้องยอมรับด้วยความละอายใจว่า ตัวเองยังไม่สามารถลบเลือนสายตาสีฟ้าดุจสีของน้ำทะเลของผู้ชายหล่อจัดอย่างเดนนิสลงได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
เขาหล่อมาก... หล่อได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งๆ ที่หล่อนเคยมองว่ามาร์คอส โรเจอริโอหล่อสุดๆ แล้วนะ แต่พอมาเห็นรูปของเดนนิส โอซิลเข้า หล่อนจึงได้ตระหนักว่าตัวเองชื่นชมผู้ชายตาสีฟ้ามากกว่าสีทอง หัวใจของหล่อนเต้นแรงระส่ำเพียงแค่ได้จ้องตากับเขาในรูปเท่านั้น
นี่หล่อนต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่รู้สึกแปลกประหลาดแบบนี้กับผู้ชายที่ยังไม่ได้แม้แต่จะเจอะเจอกันจริงๆ มันเป็นความรู้สึกวูบวาบ ซาบซ่านน่ามหัศจรรย์ และไอ้ความรู้สึกนี้มันกลับไม่เคยเกิดขึ้นยามที่หล่อนมองเดวิดอดีตคนรักที่ตอนนี้หันไปคั่วอยู่กับสาวอื่นเลยสักครั้ง
นาริกาพ่นลมออกจากกลีบปากสีแดงสดของตัวเองซ้ำอีกครั้งแต่หนักหน่วงกว่าครั้งก่อนหน้ามากนัก ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้ามาภายในห้องนอน ดวงตาหวานฉ่ำจ้องมองเตียงนอนกว้างใหญ่สีชมพูอ่อนนิ่ง ทุกอย่างรอบตัวมันดูดี ตอนนี้หล่อนรู้สึกว่าตัวเองหลงอยู่บนสรวงสวรรค์ก็ไม่ปาน
แต่อันตรายจากความพิโรธของผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่หล่อนต้องทำทุกทางเพื่อให้เขาติดบ่วงวิวาห์ของตัวเอง มันยังตามหลอกหลอนหล่อนอยู่ในทุกๆ ลมหายใจเข้าออก
หญิงสาวที่เคยมีฐานะเป็นเพียงแค่บ่าวรับใช้ของแองเจลล่า โรเจอริโอทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มเต็มแรง ดวงตาหวานฉ่ำค่อยๆ ปรือปิดลงช้าๆ จากนั้นก็ปลดปล่อยสมองให้ดำดิ่งลงสู่ห้วงนรกโลกันต์อย่างไม่อาจจะช่วยเหลือตัวเองได้อีก ไม่ว่าจะกรีดร้อง ดิ้นรนแค่ไหนแต่ร่างของหล่อนก็จมหายลงไปในแดนอเจวีอย่างไร้ทางรอด
ดวงตาสีฟ้าจ้องมองรูปถ่ายใบเล็กในมือใหญ่สีแทนของตัวเองนิ่ง คิ้วสีเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความเคลือบแคลง ผู้หญิงคนที่เขาเห็นเมื่อตอนบ่าย... ที่โรงแรมทำไมถึงได้ดูสวยสดและดูดีกว่าในรูปมากมายนัก ทั้งๆ ที่เป็นคนๆ เดียวกันแท้ๆ ผู้หญิงคนเดียวกันที่มองยังไงก็ไม่เหมือนกันสักนิด
เฮ้อ...
เสียงถอนใจถูกปลดปล่อยออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบสีสดแรงๆ พร้อมๆ กับรูปถ่ายในมือปลิวร่วงหล่นลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า ใกล้ๆ กับแก้วใบสวยและขวดเหล้า เดนนิสหรี่ตามอง แต่ก็ไม่คิดจะใส่ใจมันอีก นอกจากลุกขึ้นยืนและเดินตรงไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าต่างกระจกบานใส ทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครในยามค่ำคืนสวยงามไม่แพ้เมืองหลวงประเทศอื่นเลยแม้แต่น้อยสะท้อนเข้ามาในสายตา กรามแกร่งที่ตอนนี้เขียวครึ้มไปด้วยไรหนวดขบกันแน่น
จะยังไงก็ช่าง... ในเมื่อแองเจลล่า โรเจอริโอ เดินเข้ามาหากับดักที่เขาวางล่อเอาไว้แล้ว เขาก็จะไม่มีทางปล่อยให้เจ้าหล่อนหลุดลอยออกไปจากอุ้งมือโดยไม่ขยี้ให้แหลกอย่างเด็ดขาด เจ้ามาร์คอส โรเจอริโอ มันจะต้องได้ลิ้มรสของการถูกลูบคมจนถึงแก่นเลยทีเดียว
รอยยิ้มร้ายกาจผุดพรายขึ้นที่มุมปากหยักสวยของเดนนิส โอซิลอย่างมหาศาล สมองอันชาญฉลาดที่ได้รับฉายาว่าบิลเกตต์สองเต็มเอี๊ยดไปด้วยแผนการลากแม่แองจี้น้องสาวสุดที่รักของศัตรูมาขยี้ให้แหลกคามือ
“ต่อให้มีปีก... ก็หนีฉันไม่พ้นหรอกแองจี้...”
คนตัวโตที่ภายในร่างกายนั้นอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นหนั่นละสายตาจากภาพงดงามในยามราตรีของมหานครตรงหน้า เดินกลับมาภายในห้องรับแขกกว้างบนเพ้นเฮ้าส์ราคาแพงระยับของตัวเอง มือใหญ่ที่ตั้งใจจะหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม แต่ก็เปลี่ยนใจกะทันหัน เพราะชายหนุ่มหันเหไปให้ความสนใจกับขวดเหล้าแทน
เดนนิสยกขวดเหล้าราคาแสนแพงขึ้นเทกรอกลงไปในลำคอจนพร่องไปกว่าครึ่งขวด จากนั้นจึงวางมันลง ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลตอนนี้มืดดำไม่ผิดจากคืนเดือนดับเลยแม้แต่นิดเดียววาววับน่ากลัว
“พรุ่งนี้เราจะได้พบกัน แองเจลล่า โรเจอริโอ...”
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าหล่อปานเทพของเดนนิส โอซิลมากมายนัก และมันก็บอกให้รู้ว่าเขาไม่มีทางรามือแน่หากศัตรูคู่อาฆาตไม่พินาศย่อยยับไปต่อหน้า
“นางฟ้าของไอ้มาร์คอส...”
นาริกาถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงเคาะประตูเบาๆ ที่หน้าห้องสวีทบนโรงแรมหรู หญิงสาวในชุดนอนขาวสะอาดราคาแพงระยับผุดลุกขึ้นนั่ง มือบางยกขึ้นขยี้ดวงตาสีดำขลับของตัวเองอย่างงัวเงีย สมองยังไม่ตื่นตัวนักขณะจ้องมองแขกผู้มาเยือนแต่เช้าตรู่
สาวใช้คนแรกเดินเข้ามาพร้อมๆ กับอ่างล้างหน้า ส่วนอีกสองคนเดินตามหลังมาในมือมีชุดสวยที่ถูกห่อเอาไว้อย่างดีและตะกร้าสานใบเล็กที่หล่อนเดาได้ไม่ยากว่าข้างในเต็มไปด้วยอุปกรณ์แต่งหน้ามากชิ้นอยู่ในนั้น ทุกคนก้มหน้าทำความเคารพให้กับหล่อน แสดงกริยานอบน้อมเหมือนกับที่หล่อนเคยแสดงกับแองเจลล่าตัวจริงไม่มีผิดเพี้ยน
“เอ่อ...”
“คุณแองจี้ต้องแต่งตัว และเตรียมตัวลงไปเดินข้างล่างได้แล้วค่ะ สายของเรารายงานมาว่าเดนนิส โอซิลกำลังเดินทางมาที่นี่...”
แม้ว่าจะอยู่ในห้องหับอันรโหฐาน แต่สาวใช้ตรงหน้าที่รู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่องนี้เป็นอย่างดีก็ยังไม่วายเรียกชื่อหล่อนว่าแองจี้ทุกคำ คงเป็นเพราะมาร์คอสกำชับมาล่ะมั้ง
นาริกาถอนใจยาวๆ ขณะค่อยๆ ก้าวลงจากเตียงนอน สาวใช้สองคนที่อยู่ด้านหลังรีบวางข้าวของในมือและช่วยมาประคองหล่อน
“ไม่ต้องช่วยก็ได้ค่ะ ริก้า... ทำเองได้”
“แองจี้...” หัวหน้าสาวใช้นามว่าวาเลนเน้นเสียงดุ มองหล่อนอย่างตำหนิ จนหญิงสาวต้องรีบแก้ตัวอีกครั้งด้วยความลนลาน
“แองจี้... เดินเองได้...”
“ไม่ได้หรอกค่ะ พวกเราจะต้องทำทุกอย่างเหมือนกับคุณแองจี้คือเจ้านายจริงๆ เพราะหากเรื่องนี้เกิดผิดพลาดขึ้นมา พวกเราจะรับไม่ไหว และพวกเราต้องตกงานแน่หากถูกเดนนิส โอซิลจับได้ว่าคุณคือแองจี้ตัวปลอม”
นี่คือคำพูดสุดท้ายของบรรดาสาวใช้สองคนที่ประคองหล่อนมาส่งที่หน้าห้องน้ำ นาริกาพ่นลมออกจากปากอีกครั้งเมื่อประตูห้องน้ำถูกปิดลงและตัวเองได้อยู่ตามลำพัง
สมองใคร่ครวญต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างหนัก และก็มองเห็นหายนะของตัวเองเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ใบหน้างามซีดเผือดเมื่อในหัวอัดแน่นไปด้วยความหวาดกลัว มือบางรีบปลดชุดนอนเนื้อบางเบาออกจากกาย จากนั้นก็เดินไปหยุดใต้ฝักบัวขนาดใหญ่ ละอองน้ำกระเซ็นใส่ตลอดทั้งร่างเมื่อหล่อนหมุนมันให้เปิดออก ความเย็นของน้ำทำให้ร่างบางสะท้านยะเยือก แต่กระนั้นมันก็ยังไม่สาหัสเท่ากับความเย็นชาที่ผู้ชายไร้หัวใจ ดุกระด้างอย่างเดนนิส โอซิลจะโยนใส่หน้าหล่อน ยามเมื่อรู้ว่าตัวเองตกหลุมพรางของมาร์คอสจนไม่สามารถหลุดพ้นออกไปได้
หล่อนไม่อยากทำ...
แต่ไม่มีทางเลือก...
รถสปอร์ตสีดำเงาวับเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าโรงแรมชื่อดัง อาควา ทาวเวอร์ โรงแรมที่มีแต่คนรวยล้นฟ้าเท่านั้นที่จะมีโอกาสเหยียบย่างเข้ามาพักได้ เขาเคยเข้าไปในนี้แค่สองสามครั้งเท่านั้น และก็อดทึ่งกับการออกแบบยิ่งนัก เฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งดูไม่มาก ไม่รกสายตา แต่ของแต่ละชิ้นล้วนแต่แพงระยับทั้งนั้น
สายตาทุกคู่คล้ายกับถูกตรึงเอาไว้ด้วยโซ่ตรวนอยู่กับที่เมื่อได้เห็นร่างสูงกำยำหกฟุตกับสี่นิ้วก้าวลงมาจากรถสปอร์ตคู่ใจคือบุรุษรูปงามดุจเทพบุตร เสียงกรี๊ดกร๊าดที่เต็มไปด้วยความชื่นชมจากสตรีแท้และเทียมดังขึ้นเป็นระยะ แต่เดนนิสชินเสียแล้วล่ะ เพราะหากเขาไม่ได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดพวกนี้สิถึงจะเรียกว่าแปลก
เดนนิส โอซิล ส่งกุญแจให้กับเจ้าหน้าที่โรงแรมเพื่อนำรถคันงามของตัวเองไปเก็บในที่จอดรถวีไอพี ก่อนที่ตัวเองจะย่ำเท้าไปตามพรมสีแดงสดหายเข้าไปใน อาควา ทาวเวอร์ ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
“เดนนิส โอซิล หล่อมากเลยน่ะเธอ... ยิ่งมองยิ่งหล่อ...”
พนักงานสาวนางหนึ่งของโรงแรมถึงกับเพ้อกับเพื่อนร่วมงานออกมา ขณะมองตามร่างสูงใหญ่ที่แสนจะดูดีของเดนนิลไปจนลับตา
“ใช่... หล่อมาก ถ้าได้กินคงอิ่มไปทั้งชาติ” อีกคนหนึ่งซึ่งมีอาการไม่ผิดจากคนแรกรีบสนับสนุนทันที
“ฝันไปเถอะยะ อย่างเธอนะไม่มีทางได้แม้แต่เข้าใกล้พ่อหล่อลากไส้เดนนิส โอซิลหรอก แค่ได้มองก็ถือเป็นบุญตาแล้ว นี่ฉันยังแปลกใจอยู่เลยว่าเขามาทำไมที่นี่ ทั้งๆ ที่ปกติเก็บตัวจะตาย”
“ไม่รู้สิ... ตอนนี้สมองของฉันคิดอะไรไม่ออกแล้ว ผู้ชายอะไรหล่อลากไส้จริงๆ หล่อจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้”
แม่พนักงานนางเดิมยังคงอ่อนระทดระทวยด้วยความลุ่มหลงกับเสน่ห์ที่มีมากจนล้นตัวของเดนนิส โอซิลไม่หยุด จนเพื่อนร่วมงานต้องมองด้วยความหมั่นไส้
“ไปทำงานได้แล้ว เดี๋ยวเจ้านายรู้ว่าหล่อนแอบมาจ้องมองแขกแบบนี้ โดนเด้งนะจะบอกให้”
และเมื่อชื่อของหัวหน้างานถูกนำขึ้นมาอ้าง ทุกคนก็แตกฮือกันไปคนละทิศละทางด้วยความเกรงกลัวอย่างรวดเร็ว
กระจกเงาบานใหญ่ตรงหน้าสะท้อนภาพของสาวงามประดุจเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ออกมาอย่างชัดเจน จนคนเฝ้ามองอย่างนาริกาถึงกับอึ้งไปนานเลยทีเดียว
สวย...
สวยจริงๆ หล่อนไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะสวยงามได้ถึงเพียงนี้ ใบหน้ารูปไข่ขาวสะอาดตาไร้กะไร้ฝ้าผุดผาดน่ามอง ดวงตากลมโตที่ตอนนี้มีคอนแทคเลนส์สีน้ำตาลไหม้สวมทับเอาไว้หวานหยดย้อย เพราะได้อิทธิพลจากคนตาสีดำจัดล้อมกรอบ จมูกโด่งเชิดน้อยๆ กลีบปากสีแดงสดที่ถูกเคลือบด้วยลิปกลอสบางเบายิ่งทำให้มันดูอิ่มเต็มและเย้ายวนต่อสายตาของผู้พบเห็นยิ่งนัก
“คุณแองจี้สวยเหลือเกิน...”
คนแต่งหน้าให้เอ่ยชมออกมาด้วยความจริงใจ ทั้งๆ ที่หล่อนแทบไม่ได้แต่งเติมอะไรบนใบหน้านวลผ่องของสาวน้อยคนนี้เลย มีเพียงแค่ลิปกลอสบางๆ กับบลัชออนสีชมพูอ่อนเท่านั้นเอง แต่ใยแม่เด็กสาวตรงหน้าถึงได้ดูสมบูรณ์แบบและยวนตาเช่นนี้ สวยยิ่งกว่านางฟ้าเสียอีก...
“เอ่อ... เพราะคุณฝีมือดีต่างหาก”
“ไม่จริงหรอกค่ะ ฉันแทบไม่ได้แต่งเติมอะไรบนหน้าของคุณแองจี้เลย...”
คนพูดวางลิปกลอสใส่ตระกร้าสานใบเล็กเป็นอย่างสุดท้าย ก่อนจะขยับมายืนด้านหลังของสาวน้อยคนงามที่ตอนนี้สวมบทบาทเป็นแองเจลล่า โรเจอริโอน้องสาวสุดที่รักของมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยอย่างมาร์คอส โรเจอริโอ หวีขนาดกลางถูกกดลงบนเส้นผมสีน้ำตาลไหม้แผ่วเบา หวีอยู่สองสามครั้งผมที่ยุ่งเหยิงเพราะผ่านการนอนมาตลอดทั้งคืนก็กลับมาแผ่สลายอยู่เต็มแผ่นหลัง
“ผมของคุณแองจี้ก็สวย... นุ่มมือเหลือเกิน”
นาริการะบายยิ้มบางๆ ให้กับคำชมของสาวใช้หนึ่งในสามคนที่มาร์คอสมอบหมายให้มาดูแลหล่อนในระหว่างที่มาล่อเหยื่อในกรุงเทพมหานคร จากนั้นก็ไม่คิดจะพูดอะไรออกมาอีก เพราะยิ่งใกล้เวลาต้องไปเผชิญหน้ากับผู้ชายตาสีฟ้าคนนั้นเท่าไหร่ หล่อนก็ยิ่งหวาดกลัว
“เสร็จแล้วค่ะ ไหนคุณแองจี้ลองลุกขึ้นและหมุนตัวให้พวกเราดูสิคะ...”
นาริกาไม่มีทางเลือก นอกจากขยับกายลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ชุดสีขาวแขนกุดโชว์เนินอกอิ่มพองามดูเข้ากับร่างกายของหล่อนยิ่งนัก มันเน้นรูปร่างกลมกลึงอย่างจงใจ หล่อนไม่ชอบให้ตัวเองดูเปิดเผยแบบนี้เลย ไม่ชอบให้ตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของใคร โดยเฉพาะผู้ชาย...
“เพราะเธอมันจืดชืด ไร้เสน่ห์ไงล่ะริก้า ฉันถึงต้องทิ้งเธอ”
คำพูดของเดวิดยังกึกก้องอยู่ในหัวไม่คลาย เขาทิ้งหล่อนไปพร้อมๆ กับขว้างวาจาต่ำช้าใส่หน้าหล่อนอย่างโหดเหี้ยม ไม่หลงเหลือคราบผู้ชายแสนดีคนเดิมอีกเลย
หล่อนเสียใจ เสียน้ำตาอยู่หลายเดือน จนในที่สุดก็สามารถทำใจได้ ทนเห็นเดวิดคลอเคลียกับผู้หญิงคนอื่นได้อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรอีก
มันผ่านมาสองปีแล้ว... และตอนนี้หล่อนก็ลืมมันไปจนหมดสิ้นแล้วเช่นกัน
“สวยมากเลยค่ะ ชุดก็สวยคนก็สวย แบบนี้นายเดนนิส โอซิลจะต้องตกตะลึงแน่ๆ”
ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการยิ้มอีกแล้ว นาริกายิ้มบางๆ ออกมาจ้องมองตัวเองในกระจกซ้ำแล้วซ้ำอีก และก็ได้เห็นผู้หญิงต่ำช้าคนหนึ่งอยู่ในนั้น
เดนนิสจะต้องเกลียดหล่อนไปจนวันตาย... หากสักวันหนึ่งเขารู้จุดประสงค์แท้จริงของหล่อน...
“รออยู่ในนี้สักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันออกไปนัดแนะกับคนของเราก่อน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะต้องเป็นเรื่องบังเอิญ โดยเฉพาะเรื่องการขึ้นเตียงของคุณแองจี้กับเดนนิส โอซิลในคืนนี้...”
แก้มนวลที่ถูกตกแต่งด้วยบลัชออนสีชมพูอ่อนระเรื่อขึ้นโดยอัตโนมัติ แผนการทุกอย่างมันถูกสั่งตรงมาจากมาร์คอสตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้ว แผนจะยังคงถูกดำเนินไปตามเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลงหากไม่ได้รับคำสั่งจากมาร์คอส ซึ่งตอนนี้มาร์คอสก็ยังไม่ได้สั่งเปลี่ยนแปลงอะไรมา อาจจะเป็นเพราะเขากำลังยุ่งอยู่กับการเอาอกเอาใจภรรยา หรืออาจจะเป็นเพราะว่ามาร์คอสยังต้องการให้หล่อนจับเดนนิส โอซิลแต่งงานให้ได้เช่นเดิม
แต่ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลใดก็ตาม... หล่อนก็ยังคงเป็นเหยื่อในเกมนรกนี้อยู่ดี...
การเผชิญหน้ากันถูกจัดฉากเอาไว้อย่างดีทั้งจากทางคนของมาร์คอสเองและด้วยความตั้งใจของเดนนิสเอง สาวน้อยที่กำลังยืนชมเหล่าบุพผาลอยฟ้าตรงหน้าสร้างความพึงพอใจจากกลีบปากหยักลึกของหนุ่มหล่อที่มายืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังยิ่งนัก
บนชั้นที่ยี่สิบสองของ อาควา ทาวเวอร์ ถูกออกแบบเป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ ที่นี่มีการนำดอกไม้จากทั่วทุกมุมโลกมาจัดโชว์เอาไว้ และด้วยการดูแลรักษาอย่างดีทำให้มันยังคงเบ่งบานสะพรั่งแข่งกับความงามของแม่แองจี้ตัวน้อยที่กำลังยิ้มหวานฉ่ำตรงหน้าได้อย่างไม่น้อยหน้า
“สวัสดีครับคุณผู้หญิง...”
เสียงนุ่มทุ้มฟังแล้วน่าหลงใหลจากด้านหลังทำให้รอยยิ้มจากกลีบปากอิ่มสีแดงสดจางทันควัน นาริกาตัวสั่น ใจสั่น มือเย็นเฉียบเมื่อสมองร้องบอกว่านี่แหละคือเสียงของเดนนิส โอซิล ผู้ชายที่หล่อนมีหน้าที่ล่อลวงให้เขาตกลงไปในหลุมที่มาร์คอสขุดรอไว้
“หากไม่รังเกียจ... ขอผมชมดอกไม้ด้วยคนสิครับ”
เสียงฝีเท้าหนักๆ เดินมาหยุดเบื้องหลัง หญิงสาวพยายามข่มความหวาดกลัวเอาไว้สุดกำลัง พร้อมๆ กับบังคับให้กลีบปากของตัวเองคลี่ยิ้ม จากนั้นจึงค่อยๆ หันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียง
และลมหายใจก็เหมือนกับถูกสูบออกไปจนหมดร่าง... เมื่อได้เห็นเดนนิส โอซิล ตัวจริงเสียงจริงในระยะห่างกันแค่ไม่ถึงหนึ่งเมตรเต็มๆ ตา
เขาหล่อมาก... หล่อจัดเลยทีเดียว หล่อกว่าในรูปถ่ายที่มาร์คอสมอบให้หล่อนเป็นร้อยเป็นพันเท่า เดนนิสสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเทพบุตรเสียอีก แม้ว่าใบหน้าสี่เหลี่ยมสีแทนละเอียดนั้นจะดูดุกระด้างไปบ้าง แต่รอยยิ้มจากริมฝีปากเร้าใจสุดเซ็กซี่ของเขาที่มอบมาให้นั้นช่วยทำให้ความดุดันนั้นลดน้อยลงไปเกือบครึ่ง
ให้ตายเถอะ... ทำไมหัวใจของหล่อนเต้นแรงแบบนี้นะ เต้นแรงจนมันแทบจะปลิดปลิวออกจากขั้ว
หล่อนอาจจะเป็นลม... ใช่กำลังจะเป็นลมในขณะนี้... เท้าไร้ความรู้สึกขึ้นมากะทันหัน จนต้องรีบขยับร่างกายที่อ่อนแรงจนแทบล้มไปนั่งลงบนม้านั่งตัวที่ใกล้ที่สุด ก้มหน้าหลบสายตาสีฟ้าดุจสีน้ำของเดนนิสด้วยความหวาดกลัวที่ปิดยังไงก็ไม่มิดเมื่อพ่อคนตัวโตขยับเข้ามาใกล้
“ไม่สบายหรือครับ”
น้ำเสียงของเขาแสดงความห่วงใย ขณะทรุดกายใหญ่โตลงนั่งบนส้นเท้า จ้องหน้าหล่อนนิ่ง นาริกาอยากจะวิ่งหนี จากจะไปให้พ้นจากผู้ชายที่อันตรายทั้งตัวอย่างเดนนิส แต่ก็ทำไม่ได้ คำสั่งจากเจ้านายยังคงค้ำคออยู่ หล่อนจะต้องทำให้เดนนิสหลงใหล จากนั้นก็ล่อลวงให้เขาตกบ่วงวิวาห์กับหล่อน เพื่อที่แองเจลล่าตัวจริงจะได้ปลอดภัยจากอุ้งมือของซาตานที่หล่อนสรุปแล้วว่าหล่อที่สุดในโลกคนนี้
“มะ... ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”
“แต่หน้าของคุณซีดมาก”
“ไม่เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ... ว่าแต่คุณ...”
ในที่สุดก็ต้องทำใจกล้าเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้ชายที่หล่อสุดในสามโลกอย่างเดนนิส โอซิล แล้วก็ต้องผงะไปทั้งตัว เมื่อกลิ่นแห่งอันตรายจากเนื้อตัวใหญ่โตของเขาพุ่งเข้าใส่หน้าอย่างรุนแรง หล่อนอ้าปากค้างขณะจ้องมองริมฝีปากบางเฉียบของคู่สนทนานิ่งราวกับต้องมนต์สะกด
เดนนิสระบายยิ้มบางๆ มองสำรวจสาวน้อยตรงหน้าอย่างละเอียดลออ เพียงเพื่อจะได้ค้นพบว่าแม่แองจี้คนสวยงดงามกว่าที่คิดเอาไว้มากนัก
บอบบาง...
น่าทะนุถนอม...
และน่ากินชะมัด...
แก้มสาวแดงระเรื่อเมื่อสบตากับเขา หล่อนถูกใจเขา เดนนิสผู้ที่เชี่ยวชาญในเรื่องผู้หญิงบอกกับตัวเองทันที และนี่มันก็เป็นสัญญาณที่ดีไม่ใช่หรือที่เขาจะลากแม่นางฟ้าของศัตรูขึ้นเตียง และจากนั้นก็เขี่ยทิ้งลงถังขยะ เจ้ามาร์คอสมันคงกระอักออกมาเป็นเลือดแน่ๆ หากรู้ว่าน้องสาวของมันถูกเขาเชยชมแล้วเขี่ยทิ้ง
เดนนิสซ่อนความคิดร้ายกาจเอาไว้ภายใต้ใบหน้าหล่อลากไส้ของตัวเองอย่างแนบเนียน ขณะจ้องมองสาวน้อยตรงหน้าด้วยความชื่นชมที่โกหกไม่ได้ แต่วูบหนึ่งชายหนุ่มก็อดรู้สึกถึงความแตกต่างของข้อมูลที่ได้รับมาไม่ได้
“ผู้หญิงคนนี้ภายนอกดูอ่อนหวาน แต่ภายในเร่าร้อนยิ่งกว่าไฟเสียอีก บอดี้การ์ดหน้าตาดีหลายต่อหลายคนคือสามีของเธอทั้งนั้น”
นี่คือคำบอกเล่าเกี่ยวกับความเละเทะของผู้หญิงตรงหน้า แต่ทำไม...? เขาถึงได้มองเห็นแต่ความไร้เดียงสาบนใบหน้างดงามดวงนี้นะ มองไม่เห็นความกร้านโลก มองไม่เห็นการเชิญชวนอย่างที่สาวร่านราคะส่วนมากจะแสดงออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว
ในดวงตาสีน้ำตาลไหม้หวานฉ่ำตรงหน้ามีแต่ความหวาดระแวงและไม่ไว้ใจ... และหากเขามองไม่ผิด เจ้าหล่อนกำลังกลัวเขาเข้าขั้นรุนแรงเอามากๆ อีกต่างหาก
หนุ่มหล่อยิ้มให้กับตัวเอง เขาไม่สนหรอกว่าผู้หญิงตรงหน้าจะเสแสร้ง แสดงท่าทางอ่อนเดียงสาได้แนบเนียนเพียงใด แต่ที่เขาสนใจก็คือ... การขยี้แม่คุณให้เละคามือต่างหาก เขาจะทำให้หล่อนรักจนโง่หัวไม่ขึ้น จากนั้นก็เขี่ยทิ้งอย่างไม่ใยดี...
“ผมเดนนิส โอซิล...”
“เอ่อ... ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
ไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าการพูดแบบนี้ออกไป หญิงสาวพยายามจะขยับตัวลุกขึ้น เพื่อถอยหนีตามสัญชาตญาณ เมื่อพ่อตัวโตก้มหน้าลงมาใกล้กว่าที่ควรจะเป็น แต่พ่อคุณกลับไม่ยอมเปิดโอกาสนั้นให้ เพราะอึดใจต่อมาท่อนแขนสีแทนขนาดใหญ่ทั้งสองข้างก็ท้าวลงกับพื้นของม้านั่งตัวยาวคร่อมกายบอบบางของหล่อนเอาไว้
หมดทางหนี...
แล้วหล่อนอยากจะหนีหรือเปล่านะ... ร้องถามตัวเอง และก็ต้องตกใจกับคำตอบที่ผุดขึ้นมาจากสมอง
ไม่... หล่อนอยากอยู่ใกล้ๆ ผู้ชายคนนี้ รู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดยามอยู่กับเขา ลมหายใจของเขาที่เป่ารดลงมาบนแก้มของหล่อนนั้นแม้จะร้อนระอุ แต่มันก็หอมหวานและน่าหลงใหลจนไม่อาจจะทำใจแข็งผละออกห่างไม่ได้เลย รู้สึกติดตาตรึงใจกับผู้ชายหล่อจัดตรงหน้าอย่างประหลาด
แม้จะแปลกใจตัวเองนักที่รู้สึกอ่อนไหวกับผู้ชายคนนี้ได้ง่ายดายนัก ตั้งแต่พบหน้าครั้งแรก หล่อนก็ทำท่าจะหลงใหลเสน่ห์ทางเพศของเขาจนโง่หัวไม่ขึ้นซะแล้ว
งานเหรอ... ไม่มีอีกแล้วล่ะ ในนาทีนี้สมองของหล่อนไม่มีคำว่าหน้าที่ใดๆ อีกแล้ว นอกจากเสียงหัวใจที่กำลังเต้นระทึกครึกโครมอยู่ในอก มันร้องบอกว่า...
ตกหลุมรักซะแล้ว
ความรู้สึกนี้มันแปลกใหม่ยิ่งนัก มันแตกต่างจากความรู้สึกที่หล่อนเคยมีให้กับเดวิดดุจฟ้ากับดิน ยามสบตากับเดวิดหล่อนไม่เคยรู้สึกร้อนวูบวาบ ซาบซ่านในช่องท้องแบบนี้มาก่อนเลย แต่ทำไม? กับผู้ชายตาสีฟ้าหล่อระเบิดคนนี้ ทำไมหล่อนถึงรู้สึกอึดอัดไปหมดทั้งเชิงกรานนะ ทำไมต้องรู้สึกราวกับว่าเนื้อตัวสาวเบ่งบานรอคอยอะไรสักอย่าง ที่มีแต่ผู้ชายคนนี้แหละที่จะสามารถให้มันกับหล่อนได้
ตายแล้ว... นี่หล่อนเป็นอะไรไปนะ ทำไมถึงอยากให้เขา...
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ แองเจลล่า โรเจอริโอ...”
คำทักทายปนรอยยิ้มของเดนนิส ทำเอาภวังค์หวานของนาริกาแตกผลั๊วะลงอย่างรุนแรง ดวงตาสีน้ำตาลไหม้ไหววูบรุนแรง ก่อนจะกัดฟันยิ้มหวาน
“ไม่ยักกะรู้ว่าคุณเดนนิสจะรู้จักชื่อของแองจี้ด้วย...”
“ผมไม่เคยมองข้ามคนสวยๆ หรอกครับ... คุณสวยมากรู้ไหมแองจี้ สวยสมชื่อจริงๆ”