ค่ำคืนอันมืดมิดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง มีเพียงแสงจันทร์เลือน ๆ ทำให้รู้สึกหนาวจับใจ
โรงแรมข่ายเยว่ เป็นโรงแรมระดับหกดาว ที่หรูหราที่สุดในเมืองอานไท่ คืนนี้โรงแรมนี้ได้ถูกชายผู้มีอำนาจ และมีอิทธิพลระดับโลกอย่าง เหลิ่งมู่เฉิน สั่งปิดเพื่อจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง
เหลิ่งมู่เฉินสวมชุดสูทสีดำ นั่งอยู่ที่ห้องวีไอพีสุดหรู นิ้วเรียวยาวขาวสะอาดคีบมวนบุหรี่ไว้คั้นกลาง ควันจาง ๆ ของบุหรี่ค่อย ๆ ลอยขึ้นไปในอากาศ บดบังสายตาของเขา
“นายครับ วันนี้ทุกคนดื่มกันเต็มที่แล้ว ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วนะครับ” ชายหนุ่มผิวสีเข้ม คิ้วหนา ตาโต เสียงทุ้มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขาเอ่ยขึ้น
“นายครับ ผมได้ยินมาว่าคุณหนูตะกูลฉิน เป็นคลาสโนวี่ตัวแม่ คบผู้ชายไม่เลือกหน้า นายไม่กลัวหล่อนจะทำให้เสื่อมเสียเหรอครับ?” ชายอีกคนพูดขึ้น
ฟังจากน้ำเสียงของทั้งสอง ดูเหมือนพวกเขาจะไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานในครั้งนี้เลย แต่เจ้าบ่าวอย่างเขากลับไม่ได้รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนอะไร
คนพวกนี้ถ้าไม่เมาก็คงจะไม่กล้าพูดอะไรออกมา
“ฉินฉางชุนติดหนี้ฉันมากมาย ใช่ว่าส่งลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนมาขัดดอกแล้วเรื่องมันจะจบง่าย ๆ” เหลิ่งมู่เฉินพูดอย่างนิ่ง ๆ
“นายครับ หมายความว่าฉางชุนแค่พยายามจะซื้อเวลาออกไปเหรอครับ ถ้าอย่างงั้นก็คุ้มเกินคุ้มเลยน่ะสิ?” หลิงหยี่เจ๋ซึ่งเป็นมือขวาคนสนิทของมูลเฉินเอ่ยขึ้น
มู่เฉินยังคงทำหน้านิ่ง ๆ แล้วสูบบุหรี่ต่อไป “พวกนายคอยจับตาดูฉางชุนไว้ก็แล้วกัน ฉันจะทำให้มันตายทั้งเป็น!”
“นายครับ งั้นคืนนี้นายเองก็จะจัดหนักจัดเต็มเจ้าสาวของนายด้วย ใช่ไหมครับ?” “หรือว่า.... ?” หนึ่งในลูกน้องของเขายิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ไม่มีใครเคยเห็นฉินหย่าหลินมาก่อน จะเคยก็แต่ได้ยินกิตติศัพท์ของหล่อนมาบ้าง
“นายครับ ได้ยินมาว่าเธอสวยเผ็ดมากเลยนะครับนาย โดยเฉพาะหุ่น เซ็กซี่อย่าบอกใครเชียว อีกอย่างเธอมีหนุ่ม ๆ ลุมล้อมมากหน้าหลายตา คงจะมีประสบการชำชองไม่เบาเลยครับ”
พวกผู้ชายที่นั่งอยู่บนโซฟา ต่างพากันพูดถึงเจ้าสาวกันอย่างสนุกปาก
แต่ผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านขวาของมู่เฉิน กลับมีสีหน้าไม่พอใจ ที่พวกผู้ชายเหล่านั้นเอาแต่พูดถึงผู้หญิงคนนั้นอยู่ได้
“พวกนายพูดจบกันยัง!” ในที่สุดเธอก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น
“โว้ ๆ ดูสิ!คุณอานน่าของเราโกรธใหญ่แล้ว” หลาย ๆ คนคงพอจะดูออกว่าอานน่า ที่คอยร่วมเป็นร่วมตายกับมู่เฉินมา มีความรู้สึกอย่างไรกับเขา
เป็นความจริงที่ว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาต่อกัน ทั้งสองมีความสนิทกันฉันท์ชู้สาวแล้ว ทว่าเธอกลับไม่ถูกยกย่องให้เป็นภรรยาของเขา แต่กลับถูกฉินหยาหลินมาตัดหน้าไป เธอคิดว่าหล่อนไม่มีคุณสมบัติอะไรที่เหมาะสมกับคนอย่างเหลิ่งมู่เฉินเลยสักนิด
“โกรธเหรอ?” มู่เฉินดับบุหรี่ที่อยู่ในมือลง แล้วเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าของเขายังคงนิ่งอยู่ แต่ริมฝีปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
“มู่เฉินคะ” อานน่าเรียกเขาเบา ๆ เธอรู้สถานะของตัวเธอดี ถึงแม้ความสัมพันธ์ของเธอกับมู่ฉินจะสนิทกันเพียงไร แต่เธอก็ไม่เคยล้ำเส้นไปมากกว่านี้
“นายครับ พาเจ้าสาวมาโชว์ตัวหน่อยไหมครับ ให้เราได้เห็นเป็นบุญตากันสักครั้ง!” ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยขึ้น และมีเสียงเห็นด้วยดังตามมา
มู่เฉินยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มพรวดเดียวหมดด้วยทวงท่าที่สง่างาม แล้วพยักหน้าตอบตกลง
ณ ห้องเพรสซิเดนเชียลสวีท หญิงสาวที่หน้าตางดงาม ในชุดเจ้าสาวที่ถูกสั่งตัดมาจากฝรั่งเศส วันนี้เป็นคืนวันแต่งงานของเธอ ถึงจะเป็นงานแต่งของเธอ แต่กลับไม่มีญาติสนิทของเธอเข้าร่วมงานเลยสักคน เธอแค่ต้องลงนามลงในกระดาษแผ่นหนึ่ง ซึ่งต้องแลกกับชีวิตของเธอทั้งชีวิต
ถึงแม้ใจเธอจะไม่ยินยอม แต่เธอก็ต้องตอบแทนพระคุณของผู้ที่ชุบเลี้ยงเธอมา เธอจึงจำใจยอมแต่งงานกับปีศาจร้ายในคราบมนุษย์อย่างมู่เฉินแทนพี่สาวของเธอ
ปีนี้เธอเพิ่งจะมีอายุได้เพียงยี่สิบสองปี ชีวิตของเธอกำลังจะได้เริ่มต้นขึ้น แต่กลับต้องมาแต่งงานกับผู้ชายที่มีอายุแก่กว่าเธอถึงหกปี ตอนนี้ในใจของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เธอกลัวมาก แต่เธอก็ไม่มีทางเลือก
วันนี้ทั้งวันเธอไม่ได้กินอะไรเลย ตอนนี้เธอรู้สึกเวียนหัวมาก บนโต๊ะมีเพียงไวน์แดงขวดหนึ่งตั้งอยู่ ไม่มีอาหารอื่นเลย เธอเป็นเด็กดีมาตลอด เธอไม่เคยดื่มแอลกอฮอร์มาก่อนเลยในชีวิต
เธอรู้ดีตั้งแต่วินาทีที่เธอตัดสินใจตกลงแต่งงานแทนพี่สาวของเธอ ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีก ทางที่เธอเลือกนั้นได้พาเธอออกห่างจากอนาคตที่เธอเคยวาดฝันไว้ ตอนนี้เธอทำได้แต่ปล่อยให้มันเป็นไปตามโชคชะตา
เธอรู้สึกหิว ริมฝีปากสีชมพูที่ถูกทาด้วยลิปกลอสแห้งผาก เธอกัดริมฝีปากของตัวเองเบา ๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองเป็นลมไป และรอคอยผู้ชายที่น่ากลัวคนนั้น
เสียงดังปัง ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก มีชายรูปร่างสูงใหญ่และดุดันสองคนเดินเข้ามา
“นายหญิง เชิญ” น้ำเสียงของพวกเขาไม่ได้มีความเกรงใจเลยสักนิด ถึงแม้พวกเขาจะเรียกเธอนายหญิง แต่เธอกับไม่รู้สึกว่าเขาให้ความเคารพเธอเลย
“พวกคุณจะพาฉันไปไหน?” ‘ฉินหย่าหยิง’ ถอยหลังไปชิดมุมห้อง ด้วยท่าทางที่หวาดกลัวราวกับลูกกระต่ายน้อย
ไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบประโยคชายสองคนนั่นก็อุ้มเธอขึ้นพาดบ่า
การขัดขืนของหย่าหยิงนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเธอเลย
“โอ้ย!” ยังไม่ทันที่หย่าหยิงจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอก็ถูกโยนลงบนพื้นดังตุ้บ!ถึงจะมีพรมรองรับแต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกเจ็บอยู่ดี
“ฉินหย่าหลิน เงยหน้า!” มู่เฉินเอ่ยเสียงเรียบ แต่กลับดูมีพลัง
ใช่! ตอนนี้เธอคือฉินหย่าหลินไม่ใช่ฉินหย่าหยิง
เธอไม่กล้าเงยหน้าขึ้น ถ้าหากถูกจับได้ว่าเธอเป็นเจ้าสาวตัวปลอม เธอต้องตายแน่ ๆ !
“ฉินหย่าหลิน อย่ามาทำเป็นไร้เดียงสา” มู่เฉินที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
“นี่เธอไม่ได้ยินที่นายฉันพูดเหรอ?” เสียงทุ้ม ๆ ดังขึ้นข้าง ๆ หูเธอ ก่อนที่เขาจะจับข้างของเธอเชยขึ้น ทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องเห็นหน้าของเธอได้ถนัดตาขึ้น เธอเองก็มองเห็นผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงกลางโซฟาได้อย่างถนัดตาเช่นกัน
‘เขาเองเหรอ? สามีของฉันคือเขาเหรอ?’
“นายครับ คิดไม่ถึงเลยนะครับว่าเจ้าสาวของนายจะสวยขนาดนี้ ถึงว่าทำไมผู้ชายหลายคนถึงติดใจเธอ!”
คุณหนูตระกูลฉินสวยสมคำรำ่ลือจริง ๆ องค์ประกอบบนหน้าของเธอดูลงตัวจนแทบจะไม่มีที่ติ คิวบาง ๆ ที่ได้รูปรับกับดวงตากลมโตราวกับไข่มุกสีดำ แต่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
หุ่นบางร่างน้อยแบบนี้นี่เองที่ดึงดูดผู้ชายให้เข้าหาเธอไม่ซ้ำหน้า แค่เธอขยิบตาให้เล็กน้อย ไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็เป็นอันต้องสยบตรงหน้าเธอ
“กลัวเหรอ?” มู่เฉินลุกขึ้นจากโซฟา มายืนตรงหน้าเธอ
‘กลัว? ใช่ฉันกลัว!’
“พูด! อย่าบอกนะว่าเป็นใบ้!” เขาตะคอกใส่เธออย่างโมโห
“ฉัน......ฉัน......” เธอพูดตะกุกตะกัก แต่สุดท้ายเธอก็พูดไม่ออก เพราะเธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไร โดยเฉพาะเมื่อเธอต้องอยู่ต่อหน้าผู้ชายอย่างเหลิ่งมู่เฉิน
“ฉันได้ยินมาว่าเธอผ่านผู้ชายมานับไม่ถ้วน แล้วทำไมวันนี้ถึงกลัวซะล่ะ?” เหลิ่งมู่เฉินเกลียดผู้หญิงที่แกล้งทำตัวใสซื่อ แต่ที่จริงแล้วหน้าซื่อใจคด โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้ ถ้าหากเขาไม่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับคุณหนูตระกูลฉินมาก่อน เขาคงถูกเธอหลอกเสียแล้ว
“นายครับ ผมว่าผู้หญิงอย่างนี้คงต้องโดนสั่งสอนเสียก่อนถึงจะเชื่อง ไม่อย่างนั้นเธอคงสวมเขาให้นายแน่ ๆ ครับ” ชายคนหนึ่งพูดออกมา พลางมองเธออย่างเหยียดหยาม
“ไม่! ฉันจะไม่ทำอย่างนั้น!” ในที่สุดฉินหย่าหยิงก็พูดออกมา
“เป็นอย่างนั้นได้ก็ดี! ไม่อย่างนั้น ทุกคนในตระกูลฉินได้ตายกันหมดแน่”! เหลิ่งมู่เฉินขู่ออกมาเสียงดัง
“เอาล่ะ แยกย้ายกันได้แล้ว” “อย่ารบกวนเวลาสนุกของเจ้านายเลยวะ” ถึงแม้การแต่งงานนี้จะไม่มีพิธีรีตองอะไร เธอแค่ลงนามลงในกระดาษใบหนึ่งเท่านั้น แต่มันหมายความว่าเธอได้ขายชีวิตของเธอไปแล้ว
เมื่อเห็นสายตาของมู่เฉินมองมาเป็นนัย ๆ ทุกคนในห้องก็ทะยอยเดินออกจากห้องไป ตอนนี้เธอและเขาถูกทิ้งไว้ตามลำพัง แต่ภายในห้องยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้า และควันบุรี่
“ลุกขึ้น!” มู่เฉินเดินไปนั่งที่โซฟา แล้วยกขาขึ้นนั่งไขว้
หย่าหยิงเจ็บไปทั้งตัวจากการถูกโยนลงพื้นเมื่อสักครู่นี้ ประกอบกับชุดแต่งงานที่หนักอึ้ง และหางกระโปร่งที่ยาวเฟื้อย เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นช้า ๆ อย่างทรมาน สองมือกำชายกระโปร่งยกขึ้น เผยให้เห็นรองเท้าส้นสูงสีขาว
“มานั่งนี่!” มู่เฉินมองไปยังเธอและสงสัยว่า ผู้หญิงที่รักสนุกอย่างเธอ ทำไมตอนนี้ถึงได้อ่อนปวกเปียกอย่างนี้ ?
ทันทีที่เธอนั่งลงบนโซฟา เขาก็ยื่นบุหรี่ใส่ปากให้เธอ “ฉันสูบไม่เป็นค่ะ” เธอพูดขึ้นเบา ๆ
“สูบไม่เป็น?” เท่าที่เขาเคยได้ยินมา คุณหนูตะกูลฉินไม่ใช่แบบนี้หนิ?
แล้วมู่เฉินก็ยื่นแก้วเหล้าให้เธอ “ดื่มซะ!”
“ฉันไม่ดื่มเหล้าค่ะ” เธอปฏิเสธออกมา หย่างหยิงเกรงว่าถ้าเธอดื่มเหล้าแก้วนี้ไป เธอจะต้องหมดสติไปแน่
“ดื่มไม่เป็นงั้นเหรอ?” มู่เฉินไม่ยอมเธออีกต่อไป มู่เฉินบีบแก้มเธอ แล้วเอาเหล้ากรอกเข้าไปในปากของเธอ
“แค่ก ๆ ” เนื่องจากเธอไม่เคยดื่มของมึนเมาพวกนี้มาก่อน จึงทำให้เธอสำลักออกมา
“หย่าหลิน นี่เธอจะมาไม้ไหนฮะ?” มู่เฉินหัวเราะออกมาดัง ๆ แต่การหัวเราะของเขานั้นทำให้หย่าหยิงรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก
“ตั้งแต่วันนี้ไป เธอจะมาเป็นคุณนายเหลิ่ง เผื่อเธอจะไม่รู้ ตำแหน่งนี้ไม่ใช่ว่าใครก็จะเป็นได้ง่าย ๆ ” เหลิ่งมู่เฉินต้องการให้เธอรู้สถานะของเธอ
‘ฉันไม่เคยอยากได้ตำแหน่งบ้า ๆ นี่เลย’ เธอได้แต่พูดอยู่ในใจ
คุณนายเหลิ่ง? นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ เธอแค่อยากจะเรียนต่อ และรอคนรักของเธอยี่เฟิงกลับมา แต่ตอนนี้ความฝันของเธอมันกำลังจะสลายไป
“เป็นอะไร?” “ไม่เต็มใจงั้นเหรอ?” มู่เฉินสังเกตเห็นความไม่เต็มใจในแววตาของเธอ “ก็นั่นสินะ คุณหนูตระกูลฉินผู้สูงส่ง อยากจะได้ผู้ชายแบบไหนก็คงไม่ยากจริงไหม?”
หย่าหยิงเม้มปากแน่นไม่ใช่เพราะเธอไม่อยากตอบ แต่ตอนนี้อาการกรดไหลย้อนกำลังเล่นงานเธอ เธอเหลือบไปเห็นแก้วน้ำใส ๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะ
เธอรีบหยิบมันขึ้นมา แล้วดื่มเข้าไปจนหมด แต่เธอยังไม่ทันจะกลืนเธอก็ต้องอ้วกออกมา ของเหลวในแก้วนั้นไม่ใช่น้ำเปล่าอย่างที่เธอคิด
“อ๋อ เธอชอบดื่มเหล้าขาวก็ไม่บอก” มู่เฉินมองดูอาการของเธอ ซึ่งเหมือนกับคนที่ดื่มเหล้าไม่เป็นจริง ๆ ดูยังไงก็ไม่เหมือนเสแสร้ง ถ้าหากเธอเสแสร้งจริง ๆ เธอก็เสแสร้งได้เก่งมาก
“ไม่ ไม่ใช่ค่ะ....” ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ เธอก็อาเจียนออกมาจนหมด เนื่องจากวันนี้ทั้งวันไม่มีอาหารตกถึงท้องของเธอเลย นอกจากของเหลวที่เธออาเจียนออกมาเท่านั้น
มู่เฉินคว้าตัวเธอขึ้นมา แล้วจับเธอเหวี่ยงลงไปบนเตียง
หน้าผากของเธอฟาดเข้ากับขอบเตียง แล้วมันก็บวมเป่งขึ้นมา เธอรู้สึกเวียนหัวมาก คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันด้วยความเจ็บ
มู่เฉินมองเธออย่างเย็นชา ไม่มีความรู้สึกสงสารใด ๆ ปรากฏขึ้นในแววตาของเขาเลยสักนิด
และเรื่องราวของพวกเขา กำลังจะเริ่มต้นขึ้น!
หย่าหยิงมองไปที่มู่เฉินที่ยืนอยู่ข้างเตียง เธอรีบฉวยเอาผ้าห่มมาพันตัวไว้แน่น
“ฉินหย่าหลิน เธอได้จดทะเบียนสมรสกับฉันแล้ว เธอจะหวงเนื้อหวงตัวไว้ให้ผู้ชายคนไหนอีก?” เขาพูดอย่างประชดประชัน
นี่เธอหวงเนื้อหวงตัวงั้นเหรอ? เธอมีสิทธิ์อะไร? เธอกลัวผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า
“ผู้ชายคนไหนกัน? หื้ม!” มู่เฉินหัวเราะออกมาอย่างหน้ากลัว เขาเอาแขนค้ำไว้ที่เตียง แล้วเอนตัวไปหาเธอ “นับจากวันนี้เธอจะต้องเป็นเมียฉัน ทำไม ไม่อยากทำหน้าที่เมียเหรอไง? เขาจ้องไปที่ภรรยาหมาด ๆ ของเขา ที่กำลังห่อตัวอยู่ข้าง ๆ
“ฉันไม่......!” หลังจากอดกลั้นอยู่นาน ในที่สุดเธอก็พูดขึ้นมาสองคำ ถึงเธอจะรู้ดีว่าเปล่าประโยชน์ แต่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอปฏิเสธออกมา เธอต้องต้านคำพูดของเขา
“เธอเป็นผู้หญิงที่ฉันใช้เงินซื้อมา เธอคิดว่าเธอมีสิทธิ์เลือกงั้นเหรอ?” มู่เฉินมองเธออย่างเยือกเย็น ‘ผู้หญิงคนนี้ไม่ฉลาดเอาซะเลย
นี่เธอตัวสั่นอย่างงั้นเหรอ? คนอย่างเธอกลัวเป็นด้วยเหรอ?’ ยิ่งเห็นแบบนี้ เขาก็ยิ่งต้องการจัดหนักขึ้น
เขารวบข้อมือทั้งสองของเธอตรึงไว้กับขอบเตียง แล้วใช้มืออีกข้างโอบเธอเอาไว้ ตอนนี้เธอกำลังตกอยู่ในอ้อมกอดของเขา
“ปล่อยฉันนะ!” หย่าหยิงพยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง ถึงแม้มันจะไร้ประโยชน์ก็ตาม แต่เธอก็ไม่คิดจะยอมแพ้ง่าย ๆ
มู่เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย “ปล่อยงั้นเหรอ?” “วันนี้วันแต่งงานของเรา เธอคิดว่าฉันจะยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอ?”
“ค....คุณ.... คุณเหลิ่ง ปล่อยฉันเถอะนะคะ” ตอนนี้หย่าหยิงรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก
“ฉินหย่าหลินนี่เธอกำลังล้อฉันเล่นอยู่เหรอ? นี่เธอกำลังแกล้งทำเป็นเวอร์จิ้นอยู่เหรอ! เธอนี่มันหน้าด้านจริง ๆ ” เดิมทีมู่เฉินคิดว่าคุณหนูตระกูลฉินยอมทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน แค่เพียงให้เงินเธอ เธอไม่มีทางปฏิเสธคนอย่างเขาแน่นอน
แต่ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขากลับทำให้เขารู้สึกแปลกใจ
“อ้า......เจ็บ” หย่าหยิงไม่มีทางได้หันหลังกลับแล้ว ตอนนี้เธอมีแต่เจ็บกับเจ็บ
เหลิ่งมู่เฉินผู้ชายคนนี้แค่ต้องการทรมานเธอ
ก่อนที่เธอจะตอบตกลงแต่งงาน เธอก็ควรจะรู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้? เธอไม่มีทางหนีพ้น
มู่เฉินยืนอยู่ข้างเตียง เขามองดูเลือดสีแดงสดที่ติดอยู่บนผ้าปูที่นอนราวกับสีของดอกป๊อปปี้ ทันใดนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า ค่าทำรีแพร์หมดไปเท่าไรล่ะ?”
ตอนนี้หย่าหยิงรู้สึกไร้เรี่ยวแรงใด ๆ ไม่ว่าเธอจะพูดอะไร เขาก็คงไม่มีทางเชื่อเธออยู่ดี และหน้าที่ของเธอ เธอก็แค่ต้องทำให้เขาเชื่อว่าเธอเป็นฉินหย่าหลินตัวจริงไม่ใช่เหรอ?
แล้วเธอจะปฏิเสธได้ยังไง! ยิ่งไปกว่านั้นเธอจะให้เขารู้ตัวตนที่แท้จริงของเธอไม่ได้
ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะเงียบ และไม่พูดอะไรออกมา นี้ถึงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด
“ไสหัวไป! ออกไปจากห้องนี้ซะ! ” หลังจากเหลิ่งมู่เฉินพูดจบ เขาก็เดินเข้าไปที่ห้องอาบน้ำ เขาเตรียมห้องไว้สองห้อง ผู้หญิงคนนี้ไม่สมควรที่จะนอนร่วมห้องกับเขา เขาแค่ต้องการที่จะทำให้เธออับอาย
เธอดึงผ้าห่มผืนบางมาห่อคลุมตัวเธอเอาไว้ แล้วหอบร่างอันไร้เรียวแรงกลับไปยังห้องของเธอ
เธอนั่งกอดเข่าอยู่ที่พื้น พลางมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอยตลอดคืน เธอจะต้องเผชิญหน้ากับเหตุหารณ์แบบนี้ทุก ๆ วัน ใช่ไหม
ถูกผู้ชายที่ไม่ได้รักขมเหง เธอได้เสียสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนห่วงแหงไปแล้ว ตอนนี้เธอไม่มีอะไรจะให้เสียอีกแล้ว
ทันใดนั้น ประตูก็ถูกเปิดออกอย่างแรง มู่เฉินเดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับขวดยา ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “กินซะ!”
เขาจะให้เธอท้องลูกของเขาไม่ได้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่มาจากตระกูลฉินคนนี้ เขาจะไม่ยอมให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด
แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกของเธอ แต่เธอก็รู้ดีว่ายานี้คือยาอะไร!
เขาทำอย่างนี้ก็ถูกแล้ว อย่างน้อยเธอก็ยังต้องไปเรียน และมีชีวิตของเธอต่อ
มู่เฉินย่อตัวลงตรงหน้าเธอ เขามองดูรอยฟกช้ำบนร่างของเธอที่เขาได้สร้างไว้เมื่อคืนนี้
“ถ้าฉันไม่อนุญาติ เธอจะท้องไม่ได้ ฉันเตือนเธอไว้เลยนะ ถ้าเธอไม่อยากให้ตระกูลฉินมีปัญหา ก็ทำตัวดี ๆ ไว้” เขาจับยากรอกปากเธอ
เธอสำลักมันอยู่สองสามครั้งก่อนจะกลืนมันลงคอ
“ไปแต่งตัวแล้วตามฉันมา!” มู่เฉินนั่งลงบนโซฟา แล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ
หย่าหยิงรวบรวมแรงทั้งหมดดึงร่างของเธอให้ยืนขึ้น “เอ่อคือ....ฉันไม่มีเสื้อผ้าค่ะ”
เธอไม่เหมือนกับหย่าหลินที่มีเสื้อผ้ามากมายจากดีไซเนอร์ชื่อดัง เธอมีเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุด และทั้งหมดก็อยู่ที่วิทยาลัย ตอนนี้เธอไม่รู้เลยว่าเธอจะหาชุดที่ไหนมาเปลี่ยน แต่จะออกไปทั้งสภาพอย่างนี้ก็คงจะไม่ได้
“คุณนายเหลิ่ง นี่เธอแต่งงานกับฉันแล้ว เธอยังต้องกังวัลว่าจะไม่มีเสื้อผ้าใส่อีกเหรอ?” นี่สินะฉินหย่าหลินตัวจริง เพิ่งจะแต่งงานได้สองวัน ก็เริ่มโลภซะแล้ว
ให้มันได้อย่างนี้สิ!
เขากดโทรออก ไม่ถึงสิบนาที เสื้อผ้าแบรนด์ดัง จากห้องเสื้อต่าง ๆ ก็ถูกส่งตรงมายังห้องของเธอ
เธอมองเสื้อผ้าจำนวนมากมายตรงหน้าเธอ ชุดพวกนี้ทำจากเนื้อผ้าดี ๆ ทั้งนั้น ถึงเธอจะชอบมาก แต่เธอก็ไม่ใช่คนโลภ
สุดท้ายแล้วเธอก็เลือกเพียงชุดสีขาวเรียบ ๆ เพียงชุดเดียว แล้วเดินตรงเข้าห้องอาบน้ำไป มู่เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย บางครั้งเขาก็ไม่เข้าใจท่าทีของผู้หญิงคนนี้เลยจริง ๆ