ตอน 1

อุ้มรักเมียซาตาน

บทที่ 1

คนเก่าที่คุ้นเคย

“เชิญคุณโมริน เลิศประวิทย์เข้ามาได้เลยค่ะ” เสียงหวานใสของเลขาหน้าห้องท่านประธานหนุ่ม เจ้าของโชว์รูมรถหรูนำเข้าราคาแพงลิ่วเอ่ยขึ้น

โมรินยิ้มตอบกลับไป ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานอันโอ่อ่าตรงหน้า เธอรับงานเป็นพริตตี้และงานอีเว้นต่างๆ เพื่อหาเงินมาเลี้ยงตัวเองและลูกสาวตัวน้อย

ปกติแล้วงานพริตตี้หรืองานอีเว้นที่ทำอยู่ จะมีคนติดต่อเธอมาเองผ่านพี่ ๆ ที่รู้จักกัน ไม่ต้องเรียกสัมภาษณ์โดยตรงกับเจ้าของบริษัทเช่นนี้ แต่เคสนี้ค่อนข้างแปลก เพราะผู้บริหารต้องการที่จะคัดเลือกตัวพริตตี้ที่จะมาทำงานด้วยตัวเอง

โมรินเดินเข้าไปด้านในด้วยท่าทีมั่นใจ เธอยิ้มและยกมือไหว้ท่านประธานหนุ่มที่กำลังนั่งรอเธออยู่

หญิงสาวไหว้ค้าง หุบยิ้มสีหน้าแตกตื่นแทบจะทันที ร่างน้อยถึงกับเซ ถอยหนีแทบล้มเพราะตกตะลึงกับคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มองเธอด้วยสายตาคมกริบ

“สวัสดีครับ” คำเอ่ยทักทายของเขาทำให้โมรินกลืนน้ำลายอันเหนียวหนืดลงคอ ร่างกายของเธอเย็นเยียบราวยืนอยู่บนน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ

ความเสียใจวูบขึ้นมาในอก แต่มันเป็นเพียงแค่แว็บเดียวก่อนจะจางหายไป เธอรีบสลัดความเสียใจนั้นทิ้งไป ดึงสติและกำลังใจกลับมาอีกครั้ง

โมรินเชิดหน้า คอแข็ง บอกตัวเองว่าเธอไม่ควรที่จะเสียใจกับผู้ชายคนนี้อีก ผู้ชายที่ทิ้งเธอไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น และผู้หญิงคนนั้นก็เป็นเพื่อนรักของเธอเมื่อหลายปีก่อน

เขาคือผู้ชายใจร้ายที่เธอไม่ควรเข้าใกล้

“ขอโทษนะคะ ดิฉันคงเข้าห้องผิด” เธอหมุนตัวเตรียมหนีออกจากห้องทำงานของเขา ไม่คิดจะรับงานนี้โดยเด็ดขาด

เธอไม่คิดจะข้องเกี่ยวกับผู้ชายที่ชื่อ พันไมล์ พิริยะพงศ์ไพศาลอีกแล้วในชีวิตนี้

“จะรีบไปไหน เรายังไม่ได้คุยกันเลย” เขายืนขึ้นเต็มความสูง ร่างสูงสมาร์ทอันหล่อเหลา รีบเดินมาคว้าแขนของคนที่กำลังจะเปิดประตูหนีออกไป

“นี่ปล่อยนะ!” โมรินสลัดแขนจนหลุดจากมือหนา สีหน้าของเธอบ่งบอกว่าตื่นตกใจและรังเกียจ

พันไมล์ถึงกับอึ้งไป เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้รับสายตาเช่นนี้จากหญิงสาวที่เคยรักเขาสุดหัวใจ

“โมมาสัมภาษณ์งานไม่ใช่เหรอ จะรีบไปไหนล่ะ” น้ำเสียงของเขาบ่งบอกว่าอยากให้เธอได้งานนี้จริงๆ จะด้วยความจริงใจหรือแผนการอะไร เธอก็ไม่สน วินาทีนี้เธออยากไปจากที่นี้เต็มกลืน

“ไม่ใช่ค่ะ” เธอตอบเสียงแข็ง ถอยหนีไปให้ห่างจากเขาอีกหลายก้าว สายตาเหลือบมองประตูห้องทำงานเป็นระยะ ความรู้สึกอึดอัดจุกขึ้นมาจนถึงคอหอย เธออยากจะหายไปจากตรงนี้เหลือเกิน

การได้เจอกับอดีตคนรักอีกครั้งทำให้เธอถึงกับเซ หัวใจช้ำเลือดช้ำหนองที่เคยรักษาจนเกือบหายดี ท่วมท้นไปด้วยแผลเหวอะหวะอีกครั้ง

โมรินพยายามระงับความสั่นระริกของเรือนกายสาว หัวใจเต้นรัวเร็ว ปวดแปลบเจ็บชาไปหมดทั้งร่าง

พันไมล์ยังมีอานุภาพรุนแรงกับหัวใจของเธอ แม้หลายปีที่ไม่ได้เจอกัน เหมือนกับว่าเธอจะลืมเขาไปได้แล้ว แต่เอาเข้าจริงๆ เธอไม่เคยลืมเขาไปจากใจได้เลย

เขาได้ทิ้งชีวิตน้อยๆ อีกชีวิตหนึ่งให้เธอต้องเลี้ยงดูมาด้วยความยากลำบาก การได้เห็นหน้าลูกสาวตัวน้อยทำให้เธอยังคิดถึงพ่อลูกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

“ถ้าโมมาสมัครเป็นพริตตี้ก็น่าจะไม่ผิดนะ เพราะพี่เป็นเจ้าของโชว์รูมรถ ที่จะจัดงานเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า” เขาสอดมือเข้าไปในเสื้อสูทสีเข้มราคาแพง

โมรินคิดว่าเขาดูหยิ่งยโสอยู่เช่นเดิมไม่เคยเปลี่ยน และหัวใจของเขาก็คงด้านชาสารเลวเหมือนเดิม

โมรินตั้งสติ สูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ ลึกๆ ยืนตัวตรงเชิดหน้า และเรียกกำลังใจให้กลับมา แม้ว่าแข้งขาจะอ่อนแรงมากเพียงใด

เธอพลาดมากที่ไม่ได้ศึกษาข้อมูลของผู้ว่าจ้าง ด้วยความที่เธอต้องเร่งทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองและลูกน้อย งานอะไรไม่ผิดกฎหมาย และเป็นงานที่ไม่เปลืองเนื้อเปลืองตัวเธอรับทำทั้งหมด

เธอโชคร้ายเรียนไม่จบ ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ งานเดียวที่เหลืออยู่คือการใช้รูปร่างหน้าตาเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋า หลังจากที่ทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กอยู่ระยะหนึ่ง

เธอเช่าบ้านหลังเล็กๆ อยู่กับบุตรสาว โชคดีว่าบ้านเช่ามีพื้นที่ไว้ให้ปลูกต้นไม้บ้าง เธอจึงปลูกพืชผักสวนครัวเกือบทุกชนิดที่กินได้ เอาไว้ประกอบอาหารเพราะประหยัดและปลอดสารพิษ

โมรินอยากมีเงินเยอะๆ จะได้ส่งเสียให้ลูกน้อยได้เรียนสูงๆ เธอมีรถกลางเก่ากลางใหม่อยู่คันหนึ่ง ซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ศึกษาข้อมูลแล้วพบว่าการผ่อนรถมือสองนั้นดอกเบี้ยค่อนข้างสูง จึงเก็บเงินก้อนโดยการประหยัด กัดฟันซื้อจนมีรถยนต์เป็นของตัวเอง เวลาต้องพาลูกไปไหนมาไหนหรือไปเที่ยวที่ไหนจะได้ไม่ต้องลำบาก

“โมเข้ามาแล้ว ไม่คิดจะสัมภาษณ์งานกับพี่ก่อนเหรอ” ประโยคของเขาทำให้เธอหลุดจากภวังค์ความคิด

“ไม่ค่ะ” เธอตอบปฏิเสธ ทำท่าจะเดินหนีออกจากห้องทำงานของเขา แต่เขายังยืนขวางอยู่ตรงนั้นไม่ยอมไปไหน

“กรุณาถอยไปด้วยค่ะคุณพันไมล์” เธอเรียกเขาเต็มยศ สาดประโยคคำพูดที่บ่งบอกว่าเหินห่างกับเขาไม่ต่างกัน

“ไม่คิดว่าพริตตี้แบบโมจะไร้ความรับผิดชอบขนาดนี้” เขาพูดยั่วเพื่อให้เธอรับงานนี้ แต่โมรินไม่หลงกล เขาจะปรามาสหรือด่าว่าอะไรเธอ ก็ช่างหัวเขา แต่สำหรับเธอแล้ว ขอแค่ให้ออกไปจากที่นี่ได้เป็นพอ ถึงเธอไม่ทำงานกับเขา เธอก็มีงานอื่นๆ ให้ทำอีกหลายงาน

“แล้วแต่คุณจะคิด แต่ฉันขอสละสิทธิ์ให้คนอื่นก็แล้วกัน เพราะคงมีหลายคนอยากมาสัมภาษณ์งานกับคุณ ถึงไม่มีฉัน คุณก็มีพริตตี้ในงานเปิดตัวรถรุ่นใหม่ของคุณอยู่แล้ว” เธอทำท่าจะเดินหนี แต่เขาก็ยังขวางเอาไว้

“กรุณาหลีกทางให้ฉันด้วยค่ะ” เธอพูดอย่างเอาจริง นั่นทำให้พันไมล์ต้องหลีกทางให้หญิงสาวตรงหน้า

เธอเห็นว่าเขาหลีกทางให้ก็รีบจ้ำอ้าวออกไปจากห้องของเขาในทันที

โมรินรู้สึกใจหายใจคว่ำ เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้เจอกับเขาอีก

เธอหนีหายไปจากชีวิตของเขานานหลายปี ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด ไปดูแลคุณยาย หลังจากที่คุณตาเสียชีวิตและปักหลักอยู่บ้านเกิดอยู่นาน กว่าจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ อีกครั้ง

ชาวบ้านนินทากันว่าเธอท้องไม่มีพ่อ แต่ยายเข้าใจ ไม่เคยตำหนิหรือซักถามให้เธอเสียใจเลยสักคำเดียว เธอเองที่อดรนทนไม่ไหวต้องเล่าให้ท่านฟังทั้งน้ำตาว่าโดนผู้ชายหลอกจนตั้งท้อง แล้วเขาก็ทิ้งไปแต่งงานกับหญิงอื่น

เขาเหยียบย่ำความรักของเธอ เหมือนเธอเป็นสิ่งไร้ค่าที่เขาจะทำร้ายเช่นไรก็ได้ ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้ เธอรู้สึกเจ็บปวดจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ถูก รู้สึกว่าตนเองโง่งมและไร้เดียงสาเสียเหลือเกินที่หลงเชื่อความรักจอมปลอมลวงโลกของผู้ชายอย่างพันไมล์

ตอน 2

อุ้มรักเมียซาตาน

บทที่ 2

อดีตคนเคยรัก

พันไมล์เป็นทายาทนักธุรกิจหมื่นล้านที่แสนร่ำรวย เขาต้องเลือกผู้หญิงที่ฐานะเท่าเทียมกับเขา มากกว่าเด็กสาวต่างจังหวัดที่มาเรียนในเมืองใหญ่เช่นเธอ เขาก็แค่อยากกลืนกินความหวานสาวสดของเธอ ก่อนที่จะเขี่ยทิ้งเหมือนหมาข้างถนน ไร้ค่าไร้ราคาเพราะความใจง่ายของตัวเองล้วน ๆ

ร่างกายอันเหนื่อยล้าของโมรินค่อยๆ เดินออกมาจากโชว์รูมรถหรูของอดีตคนรักที่หักหลังเธออย่างเลือดเย็น

เขาหมดรักเธอยังเจ็บน้อยกว่าเขาแอบคบกับเพื่อนของเธอลับหลัง และมีแพลนจะแต่งงานกัน ในวันที่เธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา

โมรินโบกแท็กซี่แล้วรีบปาดน้ำตาทิ้ง เธอไม่ควรเสียน้ำตาให้กับผู้ชายใจร้ายอย่างเขาอีก

หญิงสาวพิงศีรษะไปกับเบาะรถ ทอดสายตาออกไปมองด้านนอกด้วยจิตใจเหม่อลอย อดที่จะหวนคิดไปถึงเรื่องในอดีตเสียไม่ได้

“จะไปไหนครับคุณผู้หญิง” คนขับรถแท็กซี่เอ่ยถาม ทำให้ภวังค์ความคิดของเธอจบลง วันนี้เธอไม่ได้ขับรถมาเอง เพราะรถเสียต้องเข้าอู่ซ่อม และอีกหลายวันกว่าอีแก่ของเธอจะใช้งานได้ ที่เรียกว่าอีแก่ก็เพราะว่ามันเป็นรถมือสองที่เกเรบ่อยๆ ทำให้เธอต้องเสียเงินเสียทองอยู่ไม่หยุดหย่อน ถ้ามีเงินมากพอ เธอก็อยากที่จะซื้อรถคันใหม่ไว้ใช้จะได้ไม่ต้องคอยซ่อมบ่อยๆ เช่นนี้ เข็ดหลาบแล้วกับรถมือสองที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว

“โรงเรียนอนุบาลรัศมีจันทราค่ะ” คำตอบของเธอทำให้คนขับแท็กซี่รับคำ รีบมุ่งหน้าไปยังเส้นทางนั้นในทันที ก่อนที่ความนึกคิดของโมรินจะดำดิ่งเข้าไปในอดีตอันแสนเจ็บปวดอีกครั้ง

“พี่รักโมนะครับ” ประโยคแสนหวานของแฟนหนุ่มนามว่าพันไมล์ทำให้โมริน นักศึกษาสาวปีสามของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งอมยิ้มออกมาแทบจะทันที

“พี่พันนี่ปากหวานจริงๆ เลยนะคะ”

“ปากหวานแล้วอยากชิมไหมครับ” พันไมล์ยื่นใบหน้าเข้าไปหาใบหน้าสวยใสของแฟนสาว แต่เธอรีบเบี่ยงหลบด้วยท่าทีหวงเนื้อหวงตัว

"พี่พัน ไม่เอาค่ะ” เธออยู่ที่แกลอรี่วาดภาพของเขา ซึ่งวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์

พันไมล์เป็นทายาทเจ้าของธุรกิจหมื่นล้าน เขาร่ำรวยมากเมื่อเปรียบเทียบกับเธอ ซึ่งเป็นแค่เด็กสาวบ้านนอกที่เข้ามาเรียนในเมืองใหญ่เท่านั้น

เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะสนใจเด็กสาวกะโปโลแบบเธอด้วย

เธอกับเขาเจอกันด้วยความบังเอิญ โดยการแนะนำให้รู้จักผ่านวารี เพื่อนรักของเธอ หลังจากวันนั้น เขาก็มีท่าทีสนใจเธอ แล้วความสัมพันธ์ของเขากับเธอก็เริ่มก่อตัวขึ้น แบบค่อยเป็นค่อยไป ต่างคนต่างมีใจให้กัน

“พี่รักโมจริงๆ นะครับ พี่จะรอจนกว่าจะถึงวันที่โมพร้อมจะเป็นของพี่ด้วยความเต็มใจ” เขากุมมือของเธอเอาไว้ ก่อนจะจุมพิตหลังมือน้อยของเธอเบาๆ

“โมก็รักพี่พันค่ะ โมอยากเก็บสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดเอาไว้ให้ผู้ชายที่โมรัก คนคนนั้นก็คือพี่พัน พี่พันรอได้ใช่ไหมคะ” มารดาสอนให้รักนวลสงวนตัว เธอจึงไม่เคยคิดจะทำตัวไม่ดี แม้บิดามารดาจะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่คำสอนนี้เธอก็ยังยึดมั่นเอาไว้ในใจเสมอ

“พี่รอได้ครับ ไม่เคยคิดที่หักหาญน้ำใจหรือทำให้โมต้องเสียใจเลยครับ” เขาดึงเธอมากอดแนบอก จุมพิตหน้าผากนูนเกลี้ยงของเธอเอาไว้อย่างแสนรัก

พันไมล์มาส่งแฟนสาวกลับบ้านพักของหล่อน เธออาศัยอยู่กับน้าสาวของเธอ เขามาบ้านของเธอหลายครั้งแต่ไม่เคยได้เจอน้าสาวของเธอเลย อาจเพราะสวนทางกันเสียทุกครั้ง

พันไมล์กลับมาถึงบ้านก็ได้เจอกับมารดาที่กำลังนั่งร้องห่มร้องไห้อยู่ในห้องนั่งเล่น ความที่เป็นคนรักมารดามาก จึงรีบเข้าไปถามไถ่ในทันทีว่าท่านเป็นอะไร

“คุณแม่เป็นอะไรครับ”

“พ่อ... พ่อของลูกเขานอกใจแม่ ฮือ ๆ” เสียงร้องห่มร้องไห้ของมารดาทำไมพันไมล์ทุกข์ใจเป็นอันมาก

“คุณพ่อน่ะเหรอครับนอกใจคุณแม่” พันไมล์เอ่ยถามเหมือนไม่อยากจะเชื่อ เพราะวันๆ ก็เห็นบิดาเอาแต่ทำงานทำการ ท่านเป็นคนขยันและเฉลียวฉลาด จึงสร้างฐานะได้เป็นปึกแผ่น

“ใช่จ้ะ แม่ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าพ่อของลูกจะทำแบบนี้กับแม่ ตอนแรกแม่ก็ไม่เชื่อแต่พอได้เห็นกับตา แม่ถึงกับล้มทั้งยืน” คนพูดร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด พันไมล์เองก็ไม่เคยเห็นมารดาร้องไห้เสียใจหนักขนาดนี้มาก่อน

คนที่เอาแต่นั่งร้องไห้ ปรับทุกข์กับลูกชายด้วยสีหน้าหมองเศร้า เธอมีฐานะชาติกำเนิดที่ดีก็จริง แต่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีไม่เคยให้ทำงานทำการอะไร เรียนจบก็ถูกจับคลุมถุงชนแต่งงานกับพงศ์ ผู้ชายที่มีฐานะทัดเทียมกัน เธอจึงเป็นแค่แม่บ้าน คอยดูแลบ้าน ดูแลสามีและลูก ถึงมีเงินใช้ไม่ขาดมือแต่ก็เป็นเงินจากสามีแทบทั้งสิ้น ท่านไม่มีปัญญาหาเงินเข้าบ้านเลย ดังนั้นสามีจึงเป็นใหญ่ เขาพูดอะไรก็ต้องทำตาม

ดูเหมือนชีวิตของเธอจะเป็นที่อิจฉา เธอเองก็คิดเช่นนั้นมาตลอด จนได้รู้ว่าสามีนอกใจ คนที่ทำงานอะไรไม่เป็นเลย ธุรกิจของครอบครัวที่ต้องยกให้สามีดูแลหลังจากบิดามารดาเสียชีวิต ก็เริ่มรู้สึกสั่นคลอน กลัวสามีทิ้ง กลัวคนครหานินทาว่าตนเองทำหน้าที่บกพร่อง สามีถึงมีได้นอกใจไปมีเมียน้อย

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอครับ” พันไมล์เอ่ยถามอย่างใจเย็น เขาเองก็อยากรู้ว่าหล่อนเป็นใคร ถึงกล้าทำเรื่องเช่นนี้ได้

“เลขาของคุณพ่อไงลูก ที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ ชื่อดวงรัตน์อะไรนั่น”

“เลขาของคุณพ่อเหรอครับ” พันไมล์เลิกคิ้วขึ้นถาม ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นอาจจะโดนหลอกว่าไม่มีเมีย หรือเตรียมหย่ากับเมีย หรือหย่ากันไปแล้ว เป็นมุขที่ผู้ชายใช้หลอกผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร แต่นี่รู้อยู่เต็มอกว่าบิดามีภรรยาอยู่แล้ว แต่ยังจะเป็นชู้กันอีก ช่างเป็นผู้หญิงที่เลวจริงๆ

ผู้หญิงเดี๋ยวนี้ไร้ยางอายสิ้นดี!!!

“คุณแม่ไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมครับ” พันไมล์ถามย้ำ เพราะการจะกล่าวหาใครสักคนต้องมีพยานและหลักฐาน จับให้ได้คาหนังคาเขา ยิ่งเรื่องคบชู้ยิ่งเป็นเรื่องอื้อฉาวเสียชื่อเสียง จะพูดลอย ๆ หวาดระแวงไปเองไม่ได้

“ใช่ แม่ไม่ได้คิดไปเอง แต่แม่เห็นกับตาว่าพ่อของลูกพาผู้หญิงคนนั้นเข้าโรงแรมนับครั้งไม่ถ้วน มีคนมาบอกแม่ แม่เลยรู้ ตอนแรกแม่ก็ไม่เชื่อ แต่ตอนนี้แม่เชื่อสนิทใจ”

“ใครบอกคุณแม่เหรอครับ”

“ก็น้าวารุณีไง แม่ของหนูวารี”

“คุณแม่เห็นกับตาแล้วใช่ไหมครับ”

“ใช่จ้ะ แม่เห็นกับตาว่าคุณพ่อทำแบบนั้นจริงๆ เดี๋ยวนี้คุณพ่อทะเลาะกับแม่บ่อยๆ ตอนแรกนึกว่าเครียดเรื่องงาน แต่ไม่คิดเลยว่าเพราะมีคนอื่น” พิมพ์ประภาพูดไปร้องไห้ไป

“ไม่ช้าไม่นานพ่อของลูกคงเอานังเมียน้อยนั่นเข้าบ้าน” ประโยคของมารดาทำให้พันไมล์ขบกรามเข้าหากันจนแน่น

“ผมจะไม่ยอมให้คุณพ่อทำแบบนั้นแน่นอนครับคุณแม่”

“เราจะไปทำอะไรได้ พ่อของเราเป็นใหญ่ที่สุดในบ้าน แม่เป็นเพียงแม่บ้านธรรมดาที่ไม่ได้ช่วยคุณพ่อเขาทำงานหาเงินเลย ต้องอาศัยพึ่งใบบัวจากเขา แม่ไม่สาวไม่สวยเหมือนนังเอ๊าะ ๆ นั่น แม่ไม่มีอะไรสู้นังนั่นได้เลย”

คนพูดปาดน้ำตาทิ้ง สะอึกสะอื้นปริ่มใจจะขาด ยิ่งได้ยินเพื่อน ๆ ในกลุ่มคุยกันว่าเวลาสามีไปมีเมียน้อยก็หลงเมียน้อยจนโงหัวไม่ขึ้น มีอะไรก็ประเคนให้เมียน้อยจนหมด แถมดีไม่ดีเมียน้อยปั่นหัวเลิกกับเมียหลวงก็มี เธอก็รู้สึกว้าวุ่นใจ

“ใจเย็นๆ ก่อนครับคุณแม่”

คุณพิมพ์ประภายังนึกถึงประโยคของเพื่อนๆ ในกลุ่ม ที่พูดกันว่าหากเมียหลวงคนไหนเก่งกาจหน่อยก็อาจจะเอาผัวอยู่ ตามไปตบเมียน้อยจนกระเด็นหรือจัดการเมียน้อยออกไปจากชีวิตได้ แต่ท่านคงทำแบบนั้นไม่ได้ จะให้ไปสู้รบตบมือกับใครคงไม่ไหว

“ผมจะจัดการทุกอย่างเองครับคุณแม่”

“พันจะทำยังไงลูก”

“ถ้าคุณพ่อมีเมียน้อยจริงๆ ก็ต้องจัดการครับ จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ คุณแม่เป็นผู้หญิงที่ดี ไม่เคยทำอะไรผิด ไม่ควรต้องมาเจอเรื่องแบบนี้” พันไมล์กุมมือของมารดาเอาไว้ ปลอบประโลมท่านด้วยการบีบมือของท่านเบาๆ

ตอน 3

อุ้มรักเมียซาตาน

บทที่ 3

เหตุเกิดจากครอบครัวของเขา

“ขอบใจพันมากนะลูก แม่ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้ว มืดแปดด้านไปหมด จะไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ก็อายเขา พวกเขาเคยอิจฉาแม่ที่พ่อของลูกน่ะเป็นคนดี ขยันทำงาน ไม่เคยเกาะแกะกับหญิงอื่น พอพ่อของลูกเหลวไหลแบบนี้ แม่ก็ไม่มีหน้าไปเล่าให้ใครเขาฟังหรอก”

“คุณแม่ทำใจดีๆ เอาไว้นะครับ ปัญหาทุกอย่างย่อมมีทางแก้ไข เชื่อผมสิครับ”

“แม่ไม่รู้จริงๆ ว่าจะทำยังไงต่อไปดี ตอนนี้พ่อของลูกก็ไม่ต่างจากผู้ชายเจ้าชู้คนอื่น พอมีเงินก็ลืมครอบครัว ลืมไปแล้วว่าตัวเองมีลูกมีเมียแล้ว ไปเที่ยวยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นโดยไม่กลัวบาปกรรม ไม่รู้จักศีลข้อสาม” คนพูดร้องไห้สะอึกสะอื้น ทุกข์ใจอย่างหนัก

“ไม่เป็นไรนะครับคุณแม่ เชื่อผมสิ” พันไมล์ดึงร่างของมารดามากอดปลอบ เขาไม่มียอมวันให้มารดาต้องทุกข์ใจแบบนี้ไปตลอดชีวิตแน่ ๆ เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ

หลังจากพันไมล์รับปากมารดา เขาก็คอยตามดูพฤติกรรมของบิดาอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะไปไหนทำอะไร นั่นทำให้เขาได้รู้ได้เห็นว่าบิดานั้นนอกใจมารดาจริงๆ

แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ การเห็นคนรักของเขาสนิทสนมกับผู้หญิงคนนั้น แถมยังไปรับไปส่งกันอีกด้วย

เขาคบกับโมรินเพียงไม่นาน จึงไม่ได้รับรู้เรื่องราวของเธอโดยละเอียด

สิ่งที่จะทำให้เขาได้รับรู้เรื่องราวของเธออย่างละเอียดก็คือเพื่อนสนิทของโมริน

วารีเป็นเพื่อนของโมริน อีกทั้งยังเป็นบุตรสาวของเพื่อนรักมารดาของเขา จริงๆ แล้วมารดาของเขากับมารดาของวารีนั้นหมายมั่นปั้นมืออยากที่จะให้เขากับหล่อนได้ลงเอยกัน

แต่เขาไม่ชอบวิธีการจับลูก ๆ คลุมถุงชนให้แต่งงานกัน ยิ่งไม่ชอบที่พ่อแม่คิดว่าเป็นเพื่อนกัน ลูกจะต้องรักกัน เรือล่มในหนองทองจะไปไหนเสีย เขากับเธอจึงเป็นได้แค่เพียงพี่น้องที่นับถือกันเท่านั้น

“พี่มีเรื่องสำคัญจะถามน้องรีหน่อยครับ” พันไมล์ไม่อ้อมค้อม เขานัดเจอเธอเพื่อคุยเรื่องสำคัญ เจอหน้ากันก็เอ่ยถามในทันที

“พี่พันมีเรื่องจะถามอะไรรีเหรอคะ ถามมาได้เลยค่ะ” วารีขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อเห็นความว้าวุ่นใจของชายหนุ่มตรงหน้า

“เรื่องของโมรินกับน้าของเขาน่ะครับ”

“น้าของโมรินทำไมเหรอคะ พี่พันรู้จักน้ารัตน์แล้วเหรอคะ ไหนบอกว่าไปส่งโมทีไรไม่เคยเจอกับน้ารัตน์เลยไงคะ” วารีเอ่ยถาม ก่อนจะดื่มน้ำส้มเย็นๆ แก้กระหาย

“พี่ไม่เคยเจอน้าของโมริน แต่ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าเลขาของพ่อนั่นแหละคือน้าของโมริน และเธอยังเป็นเมียน้อยของพ่อพี่ด้วย”

“จริงเหรอคะนี่” วารีมีสีหน้าตกอกตกใจไม่น้อย

“พี่ตามสืบ สะกดรอยตามคุณพ่ออยู่สักระยะหนึ่งแล้ว จึงได้รู้ได้เห็นว่าพ่อพาผู้หญิงคนนั้นไปไหนต่อไหน แถมยังพาเข้าโรงแรมด้วยกันหลายครั้ง”

“โมรู้เรื่องนี้ด้วยหรือเปล่าคะ” วารีถามตรงประเด็น เพราะเอาจริงๆ โมรินกับพันไมล์รู้จักกันเพราะเธอ โมรินเป็นเพื่อนของเธอ ทั้งสองเคยเจอกันด้วยความบังเอิญ เพราะเดินชนกัน โมรินทำกระเป๋าสตางค์ตกเอาไว้ พันไมล์เลยพยายามจะนำไปคืน แล้วเขาก็ได้เจอเพื่อนของเธอที่บ้านของเธอนี่แหละ

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงก่อเกิดขึ้นหลังจากวันนั้น คล้ายกับว่าพันไมล์จะให้เธอเป็นแม่สื่อแม่ชักเพื่อจีบโมริน

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่นาน แต่พันไมล์ยังไม่ได้พาโมรินไปเจอกับบิดามารดา อาจเพราะคุณพิมพ์ประภา มารดาของพันไมล์อยากจะให้เธอเป็นลูกสะใภ้ นั่นทำให้พันไมล์เองก็ยังไม่กล้าพาคนรักไปเจอกับบิดามารดา เพราะกลัวจะมีปัญหา เลยต้องมาคิดกันว่าจะให้โมรินพิสูจน์ตัวเองยังไงให้พ่อแม่ของพันไมล์ยอมรับ ซึ่งเธอรู้ปัญหาข้อนี้ดี และคอยรับฟังอยู่ห่างๆ

คุณพิมพ์ประภาเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่าง และไม่ชอบให้ลูกเต้าคบหากับคนที่มีฐานะต้อยกว่า

“พี่อยากให้น้องรีไปสืบให้พี่หน่อย” เพราะโมรินเองก็ไม่ได้รู้จักบิดามารดาของเขา เหตุนี้หากเธอรู้เห็นเป็นใจกับน้าสาวให้จับผู้ชายรวยๆ เขาก็จะได้เห็นธาตุแท้ของเธอเสียที เพราะตอนนี้มารดาของเขาเสียใจมาก และท่านก็กำลังล้มป่วย ไม่เป็นอันกินอันนอน

“รีจะสืบยังไงล่ะคะ” วารีเอ่ยถาม

“น้องรีสนิทกับโมริน น่าจะคุยกันได้ทุกๆ เรื่อง ลองถามดูสิ”

“ก็ได้ค่ะ แต่ทำไมพี่พันไม่ถามเองล่ะคะ”

“ถ้าพี่ถามเขาจะยอมพูดความจริงเหรอ”

“พี่พันก็คบอยู่กับโมนี่คะ น่าจะคุยกันได้ทุกเรื่อง” วารีมองหน้าชายหนุ่ม

“พี่เพิ่งรู้จักกับเขาไม่ถึงสามเดือนด้วยซ้ำ แต่สำหรับน้องรีพี่รู้จักมานานเป็นสิบปีแล้ว พี่ย่อมไว้ใจน้องรีมากกว่า”

“เหรอคะ”

“บางทีพี่ก็คิดว่ายังไม่รู้จักเขาดี” อาจเพราะความหวาดระแวงจึงทำให้พันไมล์คิดเช่นนั้น แต่ถ้ามีหลักฐานว่าเธอมีส่วนรู้เห็น เขาก็จะไม่เอาเธอกับน้าของเธอไว้แน่

“รีจะพยายามดูนะคะ” วารีรับปาก ยิ้มปลอบใจพันไมล์กลับไป ไม่ว่าเขาต้องการอะไร เธอก็จะช่วยเหลือเขาทุกทาง เพราะเธอแอบรักเขามานานแล้ว รักเขามาก่อนโมรินเสียอีก

“อย่าให้เขารู้ว่าพี่ให้น้องรีไปสืบนะครับ” พันไมล์รีบกำชับ

“รีเข้าใจค่ะ จะสืบให้อย่างเนียนๆ เดี๋ยวจะหลอกถามให้ด้วยนะคะ แต่รับรองว่าเขาจะไม่รู้ว่าลุงพงศ์เป็นพ่อของพี่แน่นอนค่ะ” อาจเพราะโมรินอยู่ในสังคมคนละชั้นกับเธอและพันไมล์ ทำให้โมรินไม่ได้รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการธุรกิจหรือเศรษฐีร่ำรวยที่ไหน ชีวิตของโมรินคือการเรียนและทำงานพิเศษงกๆ เพื่อหาเงินส่งเสียตัวเองเรียน

โมรินพูดเสมอว่าไม่อยากรบกวนดวงรัตน์ผู้เป็นน้าสาวเพราะเกรงใจ อีกทั้งโมรินเป็นคนสวยจึงมีงานอีเว้นติดต่อให้เธอไปทำอยู่เนืองๆ รายได้ก็ถือว่าโอเคอยู่

สังคมของโมรินคือนักศึกษาคนหนึ่งที่เอาแต่ก้มหน้าใช้ชีวิตของตัวเองไปในแต่ละวันให้ดีที่สุด เธอจึงรู้ว่าเพื่อนไม่ได้สนใจอะไรไปมากกว่าการเรียนและการทำงานพิเศษที่พอจะมีรายได้แบ่งเบาทางบ้าน

ในขณะที่พันไมล์และเธอคือทายาทนักธุรกิจผู้แสนร่ำรวย เธอยังเคยคิดเลยว่าโมรินไม่เหมาะกับพันไมล์เลยสักนิด แต่ในเมื่อพันไมล์หลงชอบโมรินไปแล้ว เธอก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะให้ทำยังไงเขาก็ไม่เคยมองเธอในฐานะอื่นเลย นอกจากเอ็นดูเหมือนน้องสาว

พันไมล์กลับบ้านด้วยหัวใจอันหนักอึ้ง เสียงทะเลาะของบิดามารดาทำให้เขาต้องวิ่งขึ้นไปดูอย่างตกใจ

เสียงกรีดร้องของมารดาที่ตกลงมาจากบันได ทำให้พันไมล์ถึงกับช็อก

“คุณแม่!” พันไมล์รีบเข้าไปประคองร่างที่นอนคว่ำอยู่ตรงเชิงบันได

“พันลูกแม่ แม่เจ็บ พ่อของลูกมันสารเลว เลวที่สุด” พิมพ์ประภาชี้หน้าด่าสามีด้วยมืออันสั่นเทา เพียงแค่ขยับตัวก็เจ็บไปหมดทั้งตัว

“คุณพ่อทำแบบนี้ได้ยังไงกันครับ”

“ฉันไม่ได้ทำอะไร แม่ของแกทำตัวเอง โทร. เรียกรถพยาบาลเถอะ” พงศ์ถอนใจพรืด สีหน้าของเขาเหนื่อยหน่ายใจยิ่งนัก

“จะไปไหนก็ไป คุณมันคนหลายใจ คุณนอกใจฉัน”

“ผมพูดให้คุณฟังหลายครั้งแล้วว่ามันไม่ใช่ ถ้าคุณอยากจะคิดแบบนั้นก็เอาที่สบายใจ”

“ถ้าไม่ใช่แล้วทำไมคุณต้องเข้าโรงแรมไปกับมันสองต่อสองด้วย ทำไมต้องไปไหนมาไหนกับมันด้วยคะ ไหนคุณอธิบายมาสิ คุณอธิบายไม่ได้ บอกแต่ว่าให้ฉันนิ่งเอาไว้ก่อน สงบใจเอาไว้ก่อน คุณมีความจำเป็น ความจำเป็นอะไรเหรอที่ต้องไปเข้าโรงแรมกับมันสองต่อสอง นังเลขาของคุณมันหน้าด้าน”

“ผมพยายามอธิบายคุณก็ไม่ฟัง งั้นเราก็ค่อยคุยกันดีกว่า พ่อฝากด้วยกันแล้ว แกจัดการแม่แกด้วย” พงศ์เดินออกไปจากบ้านในทันทีเมื่อเห็นว่าภรรยาไม่ได้เป็นอะไรมาก ยังปากเก่งแบบนี้แสดงว่ายังไม่ตาย

“คุณพ่อ!” พันไมล์เรียกบิดาเอาไว้ แต่อีกฝ่ายก็ไม่เหลียวหลัง

“พัน แม่เจ็บ โอ๊ย! ข้อเท้าของแม่ ขาของแม่มันหักหรือเปล่าลูก แค่ขยับก็เจ็บเหลือเกิน”

“ผมจะรีบพาคุณแม่ไปหาหมอนะครับ” พันไมล์รีบอุ้มร่างของมารดาพาไปส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

ปรากฏว่ามารดาต้องแอ็ดมินนอนโรงพยาบาล เพราะได้รับบาดเจ็บจากการการตกบันได อวัยวะส่วนอื่นไม่ได้มีปัญหาอะไร นอกจากขาที่ต้องรักษากันอีกพักใหญ่กว่าจะกลับมาเดินได้เป็นปกติ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED