ปัง! เครื่องมือสื่อสารรุ่นใหม่ล่าสุดลงไปกระแทกบนโต๊ะทำงานไม้สีมะฮอกกานีตัวใหญ่ เจ้าของไม่คิดใส่ใจเพราะจัดการสั่งงานด่วนที่ว้าวุ่นในใจไปแล้วแต่อารมณ์ยังไม่พอใจกรรมจึงตกอยู่ที่ของใช้ จังหวะเดียวกันเด็กรับใช้เคาะประตูเดินเข้ามา เสียงเข้มถามออกไป
“ มีอะไร”
“คุณเรนค่ะคุณเดฟมาถึงแล้วค่ะ”
ใบหน้าคมครามหนวดเครายังมีอยู่บนใบหน้า ล้อมกรอบเส้นผมดกหนาสีดำสนิท ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้เดินออกจากห้องลงบันไดสู่ชั้นล่าง ตรงไปยังเก้าอี้ใกล้สระน้ำ สถานที่ประจำซึ่งชอบนั่งคุยกับเพื่อน “เหลือเชื่อว่าจะว่างเว้นจากสาว โทรปุบมาปับเดฟ” เรนทักทาย
“คุณเพื่อนครับดีใจหรือเปล่าวะที่มาเนี้ย” เดฟนอนอยู่บนเตียงริมสระแกล้งตำหนิแต่ไม่ได้หันมองเพื่อนรัก
“จะให้ดูดปากอย่างที่นายชอบทำเวลาทักทายใครต่อใครหรือไงวะจะอ๊วกไอ้เดฟ”
เดฟหัวเราะหันหน้ามา “แหม! พูดเกินไป เฉพาะผู้หญิงนะโว้ยที่ฉันต้องการ นายอย่าแม้จะคิดทำเด็ดขาดและฉันรู้นายไม่ชอบจูบใคร”
“พอ พอ รู้มาก เอาเรื่องที่คุยกันไว้ ว่าไงบ้าง” เจ้าของบ้านเปลี่ยนเรื่องกะทันหันทรุดนั่ง
เรนวานให้เพื่อนติดต่อหาบิดาเพราะไม่อยากทะเลาะกับฝ่ายนั้น ซึ่งคุยกันกี่ครั้งก็ไม่เคยเกินห้านาที หวังว่าคำตอบที่กำลังรอจะไม่ทำให้ใจร้อนรุ่มกว่านี้
“พ่อนายอยู่ที่เกาหลีจริง แน่นอนไม่ใช่หนุ่มๆ ที่ท่านอยู่ด้วย”
อีกแล้วหรือ! แบบนี้เรื่องตามล้างตามเช็ดคงต้องทำต่ออีกหลายปีเป็นแน่ ล่าสุดก็โทรมาให้ไปรับลูกสาวที่คิดว่าอาจเกิดจากผู้หญิงคนหนึ่ง เรนไม่อยากเชื่อตนจะมีน้องนอกไส้อีกคน ตอนอายุใกล้สามสิบห้า ยิ่งคิดยิ่งมึนตึ้บ
“สาวที่อยู่ด้วยอยู่เกาหลีเหนือหรือเปล่า เห็นการติดต่อช่างยากเย็นนัก เลขาฉันโทรไปก็ไม่รับจึงต้องวานนายนี่แหละ” เรนพยายามหาเรื่องขำแม้จะเบื่อเหลือเกิน เดฟเงียบไป “ตลกตาย” เดฟไม่ขำด้วย “ เอ่อ ว่าแต่มีอะไรให้ช่วยมากกว่าล้วงพิกัดพ่อนายหรือเปล่า”
ตนเข้ามาช่วยจัดการเรื่องราวเพื่อน ก็เรื่องเดิมๆ ปัญหาแตกต่างกันนิดหน่อย อย่างห้าเดือนก่อนก็แค่ต้องไปตกลงกับนางแบบอกสะบึ้ม จ่ายเงินไปเพื่อแลกกับคลิปเด็ดของอดีตนักธุรกิจชื่อดังซึ่งตอนนี้อยู่ในวัยหกสิบแต่ใช้ชีวิตเสเพลเรื่อยเปื่อยไม่ต่างหนุ่มน้อย
ถ้าเรื่องเหล่านี้มีสาเหตุมาจากทายาทสุดหล่อของวรวัฒน์ วิวัฒน์วงศ์จะไม่เซ็งเลยแต่ เรน สมุทร วิวัฒน์วงศ์ช่างเคร่งขรึมกับคนแปลกหน้า ปากหรือก็ร้ายมากถ้าไม่พอใจ มีแฟนที่คบหามาเนิ่นนานความเจ้าชู้แน่นอนไม่เคยปรากฏให้เห็นเลยสักเพียงครั้งเดียวเมื่ออยู่ด้วยกัน ข้อหลังเดฟยังสงสัยมีด้วยเหรอมนุษย์ผู้ชายอย่างนี้
“ไปด้วยกันสิ” เรนชักชวนจะได้ไม่ต้องพูดมากถ้าเจอเรื่องไม่คาดฝัน
“สามารถปลีกตัวไปเที่ยวได้ใช่ไหมวะ ถ้าอย่างนั้นก็จะไปด้วย ”
“คิดว่าไปเที่ยวก็ได้ตามใจนายแต่ห้ามพาหญิง”
“กลัวตบะตนเองแตกรึไงพ่อพระ เออได้ แต่คราวนี้ที่ไหนวะ”
“ไม่ไกลหรอกต้องไปพิสูจน์ทายาทวิวัฒน์วงศ์แค่เกาะช้างวะ”
“ตราดเหรอ”
“มีกี่เกาะกันวะไอ้เกาะที่ว่าเนี้ย ไปหาที่ฮอลลีวู๊ดมั้ง”
“เออ เออ กูขำ” เดฟยิ้ม “ว่าแต่เราต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กันทำไมนายไม่ส่งนักสืบไปดูลาดเลาก่อนล่ะจะได้ไม่เสียเวลา”
“ตรวจดีเอ็นเอคงไมนานหรอก ส่งธีร์ไปแล้ว แต่ไม่สืบอะไรทั้งนั้นอยากไปดูด้วยตนเอง หากเป็นเรื่องจริง ฉันจะเอาเด็กมาเลี้ยง นายก็ถือว่าไปเที่ยวอย่างที่คิดสิวะ”
“แน่นอนแค่คิดว่าต้องอยู่กับนายตลอดก็เซ็งแล้วหน้างี้บึ้งตลอดเซ็กได้ด้านกันพอดี”
“อย่าเยอะ ขอร้อง มึงเซ็กตายก็ต่อเมื่อมึงตายนั้นแหละ” เรนใช้เท้าข้างหนึ่งเขี่ยขาเดฟ
เดฟเอี้ยวหลบ “ไอ้นี่เล่นตีน เดี๋ยวโดนฟาดหางจระเข้”
เรนหัวเราะ เดฟยิ้มวกเข้าเรื่องเป็นงานเป็นการ “พ่อนายสาวเยอะก็จริงแต่ไม่ค่อยวางไข่ทิ้งไว้นะ คราวนี้มาแปลกมาก”
“เราก็ต้องพิสูจน์ นายก็รู้ถ้าฉันไม่จัดการเกิดทางฝ่ายโน้นเรียกร้องคุณแม่ฉันรู้ท่านอาจจะทรุดหนัก”
คุณหญิงคันธรสคืออดีตภรรยาของวรวัฒน์ที่ยังรักสามีไม่เสื่อมคลายแม้โดนทิ้งไว้กลางทางหลังจากความเสน่หาจืดจาง นางไม่เคยยอมรับเรื่องราวที่บั่นทอนหัวใจได้ ลูกชายต้องคอยปิดข่าวที่เกิดขึ้นเสมอ สาเหตุเพราะกลัวโรคที่รุมเร้าจะทรุดกว่าเดิม
“เข้าใจ ไม่ได้ขี้ลืมแต่ถ้าใช่นายก็คิดจะเอาเด็กมาเลี้ยงนี่น่า ต่อไปจะทำยังไง” สงสัยข้อนี้ขึ้นมา
“ให้ถึงเวลานั้นให้เป็นเรื่องจริงก่อนเถอะ ค่อยคิดกันอีกที”
“ขนมถ้วยอร่อยๆ ของโปรดมาแล้วค่ะคุณหนู คุณเดฟ” ศรีนวลคนรับใช้เก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมเด็กรับใช้หนึ่งคน สองหนุ่มหยุดสนทนา
“ผมชานะครับ” เดฟยิ้มให้ป้าศรีนวล
“จำได้ค่ะเหมือนกับคุณหนู”
“น่ารักมากลู่ซี่”
เรนยิ้มให้ศรีนวลก่อนจะใช้ซ้อมจิ้มขนมถ้วยขนาดพอดีคำซึ่งเป็นของโปรดเข้าปาก เดฟเอาบ้าง ปากก็เอ่ยชมคนทำไม่ขาดปาก ศรีนวลเดินยิ้มออกไปปากก็บ่น “ลู่ซี่อะไรก็ไม่รู้คุณหนู เลิกล้อป้าได้แล้ว”
สองหนุ่มหัวเราะก่อนจะลิ้มรสขนมของโปรด พูดคุยตามประสาเพื่อนที่รู้ใจ
ปอร์เช่ สปอร์ตจอดสนิทในย่านชุมชนซึ่งอยู่ไม่ไกลกับชายหาดบ้านพักของวิวัฒน์วงศ์ เรนลดกระจกลง “ที่นี่ใช่ไหมธีร์”
“บ้านเลขที่ตรงตามเจ้านายให้ผมมาครับ” ธีร์จุฬาตรวจสอบมาแล้วตอบเจ้านาย
“ถ้าอย่างนั้นไปเรียกคนในบ้านสิ”
เรนสำรวจชุมชนโดยรอบ แปลกใจมากครั้งนี้ผู้หญิงของบิดามีความเป็นอยู่แตกต่างไปจากครั้งอื่น ที่ผ่านมาไม่ดาราก็นางแบบมากกว่าที่ท่านนิยมชมชอบ เรนเดินลงจากรถ นึกรังเกียจขึ้นมา บิดาอาจจะซื้อบริการโสเภณีตอนมาเที่ยวที่นี่
แบบนี้ชักไม่แน่ใจว่าคนที่มาตามหาจะเป็นสายเลือดวิวัฒน์วงศ์ บางทีการลงมาจัดการด้วยตนเองอาจมาเสียเที่ยว “กดกริ่งสิ” ผลจริงเท็จแค่ไหนจะได้รู้อีกไม่นาน
“ไม่มีครับ” ธีร์บอก
“งั้นนายก็เรียกสิวะ”
ธีร์จุฑาเดินไปชิดรั้วไม้ “สวัสดีครับมีใครอยู่ไหมครับ”
เงียบไม่มีเสียงตอบ
“อีกครั้งสิอาจอยู่ข้างในเลยไม่ได้ยิน” เรนใจร้อน
“สวัสดีครับ มีใครอยู่หรือเปล่า” เสียงเรียกดังกว่าเดิม
“เงียบแบบนี้อาจไม่อยู่” เรนคาดเดา
“ใช่ครับ”
หญิงสาวเดินผ่านสองคนมองเรนสายตาหวาน ซุบซิบบางอย่างกัน คงพอจะรู้ว่าพ่อหนุ่มรูปหล่อมาหาคนบ้านข้างๆ จึงบอกเสียงหวานหยด เท่าที่พอจะรู้ “บ้านนี้เขาไม่อยู่หรอกจ้า…รู้สึกว่าคุณแม่ลูกอ่อนออกไปทำงาน”
“เสียเที่ยวแล้วล่ะธีร์” เรนหงุดหงิดเดินกลับไปที่รถ
“ขอบคุณมากครับ” ธีร์จุฬาขอบคุณสองสาวก่อนเดินตามเจ้านายหนุ่ม
“ผมขอโทษครับ ไม่คิดว่าเธอจะทำงาน ปกติเห็นเลี้ยงลูกอย่างเดียว ส่งอาหารกล่องแค่ตอนเช้าเท่านั้น”
ธีร์จุฬาเดินทางมาก่อนเจ้านาย พูดเรื่องที่เคยรายงานไปแล้ว
“อาจจะเพิ่งไปทำก็ได้” เรนออกความคิด ธีร์จุฬาเปิดประตูรถ
“ลูกสาวเธอคงฝากเลี้ยงครับ”
“นายเห็นหน้าเด็กคนนั้นใกล้แค่ไหน”
“รูปที่ผมถ่ายมาได้ครับ ยังมีอยู่ในมือถือ นายยังไม่ดูรูปเลยผมส่งไปให้แล้ว”
“ยังไม่ดู ใช่”
ธีร์จุฬาหยิบมือถือให้เจ้านาย เรนรับไว้ เปิดดู “ไม่ชัดเลย แต่นั่นไม่สำคัญ เด็กคนนี้ยังเล็กนัก คงต้องตรวจดีเอ็นเออย่างเดียว”
ดูภาพสามสี่รูปซ้ำไปซ้ำมา จนถึงภาพหลังสุด สายตาคมจ้องด้วยความอึ้ง ไม่คิดผู้หญิงที่เรียกร้องให้บิดารับผิดชอบจะดูมอซอขนาดนี้ นี่มันอะไรกัน ข้อมูลถูกต้องจริงๆ หรือเปล่านะ เสื้อยืดกางเกงยีนต์ปอนๆ ที่หล่อนใส่ เรนขมวดคิ้ว!
ประตูบ้านพักเปิดออก เดฟนั่งดูข่าวบันเทิงหันมอง “เจอไหมเพื่อน ว่าที่แม่เลี้ยง สวยปะวะ”
“อย่าทะลึ่ง กำลังร้อน หิว ” เรนทรุดนั่ง ยกแก้วน้ำของเดฟขึ้นดื่มจนหมดแก้ว
“แบบนี้ไม่เจอชัวร์ ถ้าอย่างนั้นดื่มน้ำให้ใจเย็นแล้วค่อยไปหาไรกินกัน ฉันเองก็หิวจนตาลายแล้ว ” เดฟปิดทีวี
“แต่หลังจากคุยกับคุณแม่นะ”
“แสดงว่าไม่ค่อยเครียดแล้ว นายยอมพักกิน” เดฟยิ้ม
“ถ้าอย่างนั้นอย่าให้เสียชื่อนะ ถึงฉันจะมีบ้านพักที่นี่แต่นายมาบ่อยกว่า นางแบบในสังกัดนาย ส่วนใหญ่ชอบมาใส่เศษผ้าเล่นน้ำทะเลกับนายนี่น่า”
เดฟ ออสบอร์น อรัญนิรัตน์ หนุ่มหล่อเลือดผสมไทย สเปน เป็นเจ้าของหนังสือ นิตยสารดารา และธุรกิจอื่นๆ อีกหลายอย่าง สาวๆ ที่ห้อมล้อมเดฟแทบไม่ซ้ำหน้าในแต่ละวัน
“ที่พูดมามึงมีจุดประสงค์แอบแฝงหรือเปล่า หรือว่าจะให้ฉันดูแลเรื่องผู้หญิงให้รึ ไม่อยากจะเชื่อ หรือเบื่อน้ำพริกถ้วยเก่าแล้ว”
“เซ็กขึ้นสมองมากขึ้นทุกวัน ฉันหมายถึงเรื่องอาหารต่างหาก” เรนโวยวาย เดินไปติดต่อหามารดา เดฟยักไหล่กดมือถือหาใครบางคนเพื่อจัดการบางอย่าง
ทุ่มกว่าสามหนุ่มมาถึงร้านอาหารหรูกึ่งผับ เดฟสั่งอาหารหลายอย่าง เอาใจเพื่อนด้วยเมนูปลาซะส่วนใหญ่ “เป็นไงพอใจนะ” เดฟถามเรน สายตาจ้องอยู่ที่มือถือ
“บรรยากาศดีหวังว่าอาหารคงไม่ต่างวิวนะ ว่าแต่สั่งเมนูพวกนี้มาบำรุงสมองตัวเองหรือวะเดฟ”
“เออ พ่อฉลาด” เดฟแดกดัน “ส่วนเรื่องรสชาติกินก่อนเถอะครับกระผมไม่กล้าการันตีเผื่อวันนี้ลิ้นคุณสมุทรจะไม่สบาย”
เรนยิ้มลุกขึ้นจากเก้าอี้ “ไปห้องน้ำก่อนนะ”
คนสนิทลุกขึ้นตามเจ้านาย
“ฉันไปฉี่ไม่ต้องตามหรอกน่า ทำตัวสบายๆ คิดเสียว่ามาพักผ่อนด้วยกัน”
“อย่าห่วงมันเลย ไม่ต้องไปช่วยถือ ‘ของมัน’ อีกอย่างที่นี่ไม่มีสาวๆ ที่คอยตามจะเผด็จศึก เข้าสิงมันให้นายกันท่าหรอก” เดฟบอกธีร์จุฬาหน้าตาย
“ครับ” หนุ่มหน้าหยกนั่งลง
เรนเดินออกมาจากมุมส่วนตัว ผ่านกลุ่มผู้ชายชาวต่างชาติดูท่าเมามายก็หยุดมองเพราะมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังโวยวาย ฟังแว่วๆ คงกำลังเรียกค่าเสียหายที่โดนแต๊ะอั๋ง เรนส่ายหน้าไม่สนใจเพราะรังเกียจเรื่องราวแบบนี้นัก
ก้าวเดินต่อชนกับหญิงสาวคนหนึ่ง เธออยู่ในอ้อมกอดจนแนบชิด “ขอโทษครับ”
“ขอโทษไม่ทันมองเหมือนกัน…” เธอพูดเสียงเบาใบหน้าแดงก่ำ
“ครับ…” เรนสบสายตาหวานไม่รู้จะพูดอะไรขึ้นมาดื้อๆ
“ขอตัวค่ะ” ร่างบางเดินจากไปก่อนจะหันมามองและยิ้มให้ เรนยืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ แต่การปลดทุกข์รอไม่ได้เขาจึงทิ้งความรู้สึกแปลกในใจที่เกิดขึ้นปุบปับทิ้งเสีย
ขณะทำธุระได้ยินเสียงโวยวายของผู้หญิง รีบออกจากห้องน้ำกลัวเรื่องอาชญากรรมใช่จะสนใจอย่างอื่น แต่เมื่อเห็นไม่ใช่อย่างที่คิดค่อยโล่งใจ
“พี่มะยมทำไมจ่ายน้อยจังเลยคะ พี่ก็รู้ถ้าไม่ลำบากฉายไม่มีทางทำแบบนี้”
“เอาไปเถอะน่าฉายไม่ใช่น้อยๆ นะ”
ใบหน้าคนต่อรองปรากฏชัดเจน เรนอึ้ง เป็นผู้หญิงเมื่อครู่ เธอก็แค่คุณโสฯ ผู้หญิงชั้นต่ำซึ่งกำลังถกเถียงราคากับนายหน้า… มาสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้เขาคงต้องทำตัวให้ชินที่เจอการขายเนื้อสดไม่เลือกสถานที่สินะ
“ไม่เห็นบอกเลยว่าเป็นคนไทยแบบนี้ฉายเปลี่ยนใจได้นะ ฉายลืมบอกพี่ไป เอ่อ… ฉายไม่อยากเอ่อ… คนไทย”
“หล่อ รวย เธอบริการดีๆ คงได้โขเหมือนพวกต่างชาติน่า ท่องไว้ว่าเงิน เงินที่ต้องการ อีกอย่างเห็นแล้วจะไม่เปลี่ยนใจรับรองหัวอีมะยม ยายแพม ยายพอลล่ายังโอเคเลยนะ น่ากินมากก”
“ฉาย…”
“โอ้ย เรื่องมากจริงๆ แม่เนื้อเค็ม เอ้ย…แม่เนื้อทอง ถ้าไม่ติดว่าสวย นิสัยน่ารักจะด่าให้เปิงเชียว”
“ใช่คนที่นี่หรือเปล่าคะ”
“คุณเดฟเขาไม่ใช่คนที่นี่หรอก เพื่อนเขาก็ไม่ใช่”
“ถ้าตกลงจะได้ตามที่ตกลงกันนะพี่ ไม่ใช่พวกทำเป็นโก้แต่กระเป๋าแฟบนะคะ”
“อือ ฉันคัดสรรมาแล้ว เห็นสวยหวานไม่คิดจะงกขนาดนี้ เอ้า จะจ่ายเพิ่มให้ละกัน ตกลงซะที จะได้ไม่เสียเวลา”
“จริงนะคะพี่ อย่าเครียดสิคะพี่ก็รู้ฉายร้อนเงินถึงต้องมา”
เสียงตื่นเต้นหายเงียบไปคงเพราะว่าการตกลงเป็นที่พอใจ มีการแยกย้าย เรนจึงเดินออกจากห้องน้ำ ด้วยความหงุดหงิด
ตุ๊ดพาผู้หญิงเข้ามาในห้องน้ำชาย…ขนที่แขนเรนลุกซู่
ไอ้คนชื่อนี้ก็มีมากแต่คืนนี้จะมีสักกี่คนกัน ถ้าเป็นเดฟ นายบ้านั่นคิดยังไงกันที่ซื้อบริการผู้หญิงประเภทนี้ ที่ควงอยู่ต่อคิวกันแทบไม่ทันเท่าที่รู้ เรนเดินไปล้างมือก่อนเดินออกจากห้องน้ำ ใบหน้าบึ้งตึง
สุรีย์ฉายเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำผู้หญิง ก้มมองตนเองและสั่งมือซึ่งคอยดึงเสื้อตัวเล็กโชว์สะดือเพราะความไม่มั่นใจให้หยุดทำการดังกล่าว กระโปรงที่ปกปิดบั้นท้ายกลมกลึงค่อนข้างสั้นก็พยายามไม่คิดถึง ในเมื่อตัดสินใจรับงานแล้วก็ต้องยอมรับข้อนี้ให้ได้
‘สาวไซด์ไลน์’ หญิงสาวปฏิเสธหลายครั้งแม้มีการชักชวน ครั้งนี้จึงต้องทิ้งศักดิ์ศรีไป
“ยายฉาย สุดท้ายแกก็มาคิดว่าจะหยิ่งได้สักเท่าไหร่”
แพมเพื่อนชังที่เคยร่วมห้องเรียนก่อนดรอปการเรียนไว้เย้ยหยัน สุรีย์ฉายกลั้นโทสะไว้ในใจไม่ตอบโต้
“อย่าพูดมากไปเถอะลูกค้าจะรอนาน” พอลล่าฉุดแขนแพม ก่อนพยักหน้าให้สุรีย์ฉาย สามสาวเดินเข้าไปหาลูกค้า ถึงโต๊ะที่อยู่ค่อนข้างส่วนตัว มีสองหนุ่มหันมามอง
“นั่งก่อนสิครับเพื่อนอีกคนของผมไปห้องน้ำ” ผู้ชายหน้าตาดีเชิญเธอค่อยรู้สึกดีขึ้นจึงทรุดนั่ง
แพมและพอลล่าดูแลเรื่องเครื่องดื่ม ชวนสองหนุ่มคุยนั่นนี่ เวลาผ่านไปเกือบสิบนาที สุรีย์ฉายมองอย่างอึดอัด ลูกค้าของเธอหน้าตาจะเป็นยังไง แล้วเขาไปไหน แต่ไม่มาก็ดีเหมือนกัน คิดไปต่างๆ นาๆ “ขอไปห้องน้ำนะคะ” ทนไม่ไหวจึงขอตัว ไม่มีใครสนใจกันร่างบางรีบลุกขึ้นทว่าเมื่อเริ่มก้าวเดินหญิงสาวชนกับร่างสูงจนเซ ดีที่มีมือของผู้ชายที่นั่งมารับไว้ เธอไม่ได้ขอบคุณเขา เพราะตกใจเมื่อเห็นหน้าคนที่เดินชน “คุณ…”
ผู้ชายเมื่อครู่คือคนที่ทำให้เธอใจเต้นและมองเขาสุดสายตา
“เรนมาแล้วเหรอคิดว่านายไปหลับในห้องน้ำแล้วซะอีก อ้าวนั่งเลยอาหารพร้อมแล้ว”
คนที่โต๊ะยืนยันว่าเขาใช่อย่างที่กำลังคิดสุรีย์ฉายก็ตัวเล็กลีบ หน้าแดงก่ำกะทันหัน
“ฉันไม่หิวอย่างอื่นนอกจากอาหาร ”
ใบหน้าเคร่งขรึมกำลังมองมา คำพูดของเขาทำให้คนหน้าแดงพลันหน้าซีด
“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่” เดฟว่าและยิ้ม
“ต้องการความเป็นส่วนตัว เข้าใจหรือเปล่าวะ”
“อย่าเรื่องมากน่ายังไม่กินเลยนะ มาเร็วเข้า ”เดฟชวนเหมือนเพื่อนเป็นเด็กเล็กๆ
“ไม่อยากกินอย่ามาบังคับ…กินไม่ลงแล้ว”
สุรีย์ฉายจับใจความได้ในคำพูดทุกคำ เธอกำลังโดนดูแคลน โดนรังเกียจใช่ไหม! คนซึ่งคิดว่าตนเองเข้มแข็งน้ำตารื้นอย่างไม่มีเหตุผล ไม่วายมองรอบๆ กลัวใครอื่นจะร่วมได้ยิน
แพมลุกขึ้นมายืนข้างหลังตอกย้ำสิ่งที่คิด “เขาไม่สนแก แต่งตัวขนาดนี้ผู้ชายยังเมินน่าขันจังวะ” ว่าแล้วเพื่อนกลับไปนั่งดื่มกิน สุรีย์ฉายอายมองเห็นสายตาดูถูกของผู้ชายที่ชนถึงสองครั้งในค่ำคืนนี้ แต่เธอตั้งใจแล้วคืนนี้ยังไงจะไม่ยอมกลับง่ายๆ สองมือจึงเกี่ยวหมับตรงท่อนแขนภายใต้เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำ
เขาทำกันแบบนี้หรือเปล่าแต่เธอคิดออกแค่นี้แหละ
เรนอึ้ง คำรามในลำคอ “เอามือเธอออกไปจากแขนฉัน”
สุรีย์ฉายหน้าเสีย
“กลับไปเถอะฉายจ๋า” แพมพูดสอด สุรีย์ฉายใบหน้าสวยซีดเป็นกระดาษ
“สมุทรนั่งก่อนเถอะวะ”
เรนยังยืนที่เดิมไม่สนใจเดฟสายตามองคนข้างกายอย่างดูถูก สุรีย์ฉายหน้าร้อนเห่อ พยายามพูดเรื่องที่ต้องการ
มาแล้วจะต้องไม่กลับบ้านมือเปล่าสิ
“ฉันกลับแต่ขอค่าเสียเวลาเยอะหน่อย เพราะที่พี่มะยมบอกมา คุณเหมาเวลาฉันจนถึงเช้า ตอนนี้ฉันอาจชวดงานอื่นแล้วค่ะ”
“ทายผิดที่ไหน…” เรนมองปากอิ่มสวย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ต้องสนใจ เขากำลังคิดว่าเดี๋ยวต้องมีการพูดเรื่องเงินและมันก็เกิดขึ้นจริงเสียด้วย
“เอ่อ…คุณ หมายความว่าอย่างไรคะ” สุรีย์ฉายมองนัยน์ตาสีถ่านนิ่ง
“ใจเย็นครับนั่งก่อน” เดฟลุกขึ้นมายืน
“จำเป็นต้องเอาใจขนาดนั้นหรือวะเดฟ ผู้หญิงพวกนี้คิดแต่จะจับผู้ชายรวยๆ นายลืมไปแล้วหรือ อะไรทำให้ฉันต้องเสียเวลามาทำงานที่นี่”
เดฟหมดหนทางเคลียร์หันมองธีร์จุฑาที่เอาแต่เงียบ เสี่ยหนุ่มของสาวๆ ส่ายหน้าตัดสินใจหยิบเงินสดปึกใหญ่ขึ้นมา
สามสาวตาโต
“นี่ครับค่าเสียเวลา” ไม่ได้นับจำนวนของเงินใบสีเทา เดฟจ่ายตามอารมณ์พอใจ ทึ่ง ที่มีผู้หญิงกล้าเสียงสูง ใส่หนุ่มหล่อเจ้าอารมณ์อย่างเรนนั่นเอง
“ได้เงินก็ไปสิ ไม่ต้องกลัวไม่มีแบงค์ปลอม คงไม่ต้องไปหาต่างชาติกระเป๋าหนักอีกแล้วคืนนี้ เดี๋ยวจะลุกจากเตียงไม่ไหว” เรนเยาะ
สุรีย์ฉายชะงัก อะไรกันทำไมต้องตั้งท่ารังเกียจจิกกัดกันขนาดนี้ พูดน่ารังเกียจแบบนี้ แต่ไม่โต้ตอบเพราะคำพูดของเขาทำให้เธอเป็นจุดสนใจพอแล้ว สายตาหลายคู่ที่เดินผ่านไปมาหันมอง เพื่อนทั้งสองก็มองยิ้มๆ แม้เธอยังช็อกที่เงินหาง่ายขนาดนี้แต่ความอายก็มีมากเช่นเดียวกัน สุรีย์ฉายพยายามข่มความอายยื่นมือสั่นเทาไปรับเงิน หันไปมองผู้ชายหน้าขรึมอีกครั้ง มีประกายในดวงตาแรงกล้า สบสายตากันเจอสิ่งที่เดาไม่ได้อีกในดวงตาคม จึงหมุนร่างบางเดินออกจากโต๊ะ ออกจากร้านอาหารหรู
“ลองดูเมนูนี้ครับนาย” ธีร์จุฬาพยายามทำให้บรรยากาศดีตักเมนูปลาหอมกรุ่นด้วยสมุนไพรใส่จานให้เรนไม่ลืมเอ่ยเรื่องที่ค้างคาใจเพราะสาวสวยที่เพิ่งเดินจากไปช่างคุ้นหน้านัก “เจ้านายครับ…”
“อย่าพูดมากได้ไหม อยากกินฉันกินเอง”
ไม่ทันได้พูดโดนหน้าบึ้ง เสียงเข้มสั่ง ธีร์จุฬาเลยเงียบได้แต่เก็บความสงสัยไว้คนเดียว
“กิน กิน อย่ามาเรื่องมาก เป็นอะไรไปวะ” เดฟว่าบ้าง
“เออ ขอบใจ แต่ใครจะเหมือนนาย กินได้ทุกสถานที่ทุกเวลา” เรนเขี่ยอาหารในจานประชด ในใจยังคงเคืองเดฟที่หาผู้หญิงมาคุยแม้เวลาทานอาหาร ดูเหมือนเพื่อนจะทำเป็นไม่ได้ยินทำไม่สนใจ ความเคืองขุ่นเรนจึงไม่หายง่ายๆ ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะอาหาร
“นายไปไหนครับ”
“เออ อย่าถามมากเดี๋ยวมา”
เรนอยากสงบจิตสงบใจบอกธีร์จุฬา เดฟไม่พูดอะไร ปล่อยเพื่อนออกไป อะไรกันหนักหนาวะ เอาใจยากจริงไอ้เพื่อนคนนี้
ตรงลานจอดรถสุรีย์ฉายเดินใจลอย ถึงมอเตอร์ไซด์สีดำคู่ใจซึ่งจอดห่างรถคันหรูหลายต่อหลายคันอยู่ในมุมมืด หญิงสาวมองซ้ายขวาก่อนจะล้วงกุญแจรถจากกระเป๋าที่สะพาย มือบางไปโดนเงินที่ได้มารีบปิดกระเป๋า เปิดตรงใต้เบาะนั่งรถหยิบเสื้อเจ๊กเก็ทมาสวมอีกตัว ไม่ลืมเปลี่ยนรองเท้าเป็นผ้าใบเก่าๆ
ติด ติด ติด เสียงมือถือดัง หยุดมือที่จะสตาร์ทล้วงกระเป๋าอีกรอบ เห็นเป็นเบอร์ป้าแก้วที่จ้างดูแลหลานรีบกดรับสาย “ป้ามีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ยายหนูของฉายร้องไห้ไม่หยุดเลย ป้าเลยโทรมา” ปลายสายร้อนรน มีเสียงเด็กแผดเสียงร้องไห้ไม่ขาด สุรีย์ฉายเข่าอ่อน หัวใจกังวล ยายหนู ยายหนูของแม่
“นานหรือยังป้า ป้าดูให้หน่อยสิคะเป็นอะไร ตัวร้อนหรือเปล่า” ร่างบางเดินห่างจากรถ
“ก็สบายดีนะแต่นอนหลับเมื่อครู่จู่ๆ ก็ร้องใหญ่ ฉายรีบมาได้ไหม”
“ได้ ได้ฉายจะรีบไปแต่ถ้ายายหนูยังร้องป้าช่วยพาไปหาหมอแล้วติดต่อฉายมาได้ไหมว่าที่ไหน รีบๆ เลยนะป้า ช่วยหน่อยฉายจะจ่ายเงินเพิ่มให้นะคะ คลินิกใกล้ที่สุดก็ได้”
“ได้ ได้ ถ้าอย่างนั้นไปเลยนะป้าไม่ต้องรอฉาย”
เป็นอันเข้าใจว่าพาหลานเธอไปโรงพยาบาลหรือคลินิก สุรีย์ฉายอุ้มหมวกกันน็อกวิ่งไปโบกมอเตอร์ไซด์รับจ้าง แต่คิดได้ลืมกุญแจรถจึงวิ่งกลับมาอีกครั้ง
“ว้าย!” เธอร้องเสียงดังเมื่อชนบางอย่างเข้า
“เธอ…บังเอิญหรือตั้งใจกันแน่ซบอกฉันหลายครั้งแล้วนะคืนนี้ หรือติดใจเศรษฐีอย่างฉันไปไม่ลง”
สุรีย์ฉายแหงนหน้ามอง “คุณ…” เจอกันอีกแล้ว จะตามมาทวงเงินหรือยังไงนะ! เรื่องอื่นเธอไม่ได้ฟังเพราะจิตใจอยู่ที่ลูกเท่านั้น
“ใช่ฉันเอง ว่าไงที่ถาม ”
สุรีย์ฉายพยายามคิดที่เขาพูด…นายปากมอม เกลียดขึ้นมาสวนกลับ
“แค่บังเอิญเท่านั้นน่าคุณ คิดได้ยังไงคะว่าฉันตั้งใจให้มันเกิดขึ้น ” ว่าแล้วหญิงสาวเดินหลบเพราะรีบร้อน แต่ข้อมือบางโดนบีบ ร่างแน่งน้อยโดนร่างสูงดึงเข้าประชิดอกผึ่งผาย “จะให้เชื่อหรือไงเธออาจอยากเปลี่ยนใจตื้อฉันเมื่อเห็นว่าฉันไม่ใช่แขกกระเป๋าแฟบ ว่าไงกล้าทำกล้ายอมรับบางทีฉันอาจจะเปลี่ยนใจ ‘หิ้ว’ เธอก็ได้คืนนี้”
“คุณปล่อยนะ หยุดคิดไปเองได้ไหม ฉันรีบไป ปล่อย ” หญิงสาวดึงมือกลับแต่ร่างใหญ่ไม่ยอมปล่อยซ้ำกอดร่างเธอแทบจมอกกว้าง หญิงสาวตกใจปากสั่นระริก มือไม้สั่น “ปล่อยนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องให้คนช่วย” เธอขู่เขามองซ้ายขวา หน้าหลัง
“จะฝืนใจปิดปากที่ชอบโกหก หากเธอทำอย่างนั้น ร้องสิ ร้องเลยแม่คุณ” เรนยิ้มเยาะก่อนยกร่างบางแทบลอยจากพื้นส่งผลให้ริมฝีปากสีระเรื่อสั่นเทาใกล้ชิดกันแค่ลมหายใจกั้น เรนยิ้มเยาะกว่าเดิมเห็นคนในอ้อมกอดเงียบตัวสั่น “ทำเป็นหวงจะบอกให้ ฉันแค่ขู่ไม่แตะปากเธอให้เป็นเสนียดหรอก เกรดต่ำๆ อย่าหวังว่าฉันจะมอง จะได้แตะตัวฉัน แตะปากฉัน”
สุรีย์ฉายผลักร่างสูงสุดแรงกำลังแต่ไม่ได้ผลเธอจึงทำใจกล้ายื่นริมฝีปากจนแตะปากได้รูป บอกว่ารังเกียจฉะนั้นเขาก็ต้องปล่อยเธอ “นี่แนะไอ้คนบ้า…ไม่อยากแตะนักหรอกอยากเตะมากกว่า”
เรนชะงัก “กล้าท้าฉันเหรอ” ร่างใหญ่รั้งเอวคอดแน่นกว่าเดิม
“อื้อ ปล่อยนะไหนว่ารังเกียจนักก็ปล่อยฉันสิ” สุรีย์ฉายดิ้นรนหนี ไหนว่ารังเกียจทำไมยังกอดอีกนะตาบ้านี่
“ลืมบอกไปจูบเพราะเต็มใจฉันไม่ทำ แต่ลงโทษน่ะฉันทำได้เหมือนกันถ้าไม่พอใจ”
สุรีย์ฉายตกใจ กลายเป็นแบบนี้เสียได้
เรนไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านพ้นก้มใบหนาบดขยี้ริมฝีปากสวยทันที ร่างนิ่มดิ้นหนีชายหนุ่มพยายามบังคับใช้ความช่ำชองจนเธอยอมเปิดปากให้เขามอบบทลงโทษ… สำเร็จ ได้ดั่งใจก็ผลักไสเธอออกห่าง “เป็นไง” ถามน้ำเสียงเยาะ “เคลิ้มเชียว อยากอีกไหม”
“คุณ…คนบ้า ฉวยโอกาสใครเคลิ้มย่ะ” สุรีย์ฉายหน้าแดง
“คนบ้าที่ไหนจะจูบดุเดือดขนาดนี้ จะว่ากันไม่ได้นะโอกาสนี้เธอสร้างขึ้นมาเพราะต้องการเองไม่ใช่หรือไง”
“พูดเพ้อจริงๆ คุณนี่ ขออย่าเจอกันอีกเลยนะ ฉันเกลียดคุณ ผู้ชายฉวยโอกาส” คนโดนจูบยกมือลูบน้ำตาที่ซึมอยู่หางตาออกมาโดยไม่รู้ตัว
น้ำตานั้นทำให้เรนเลิกตอแยมองตามร่างเล็กที่วิ่งจากไปสุดสายตา…เขานี่นะฉวยโอกาส ได้เงินไปขนาดนั้น แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำยายแคระเอ้ย!
นั่งรถสุรีย์ฉายกำมือถือแน่น ไม่มองกลับข้างหลังแม้ใจอยากทำอย่างนั้น มือเล็กวุ่นกับการโทรหาป้าแก้ว ฝ่ายนั้นไม่รับสายจึงเป็นฝ่ายรอด้วยใจจดจ่อ น้ำตาไหลออกมาด้วยความเป็นห่วงหลาน ยายหนูอย่าเป็นอะไรไปนะ แม่กำลังไปแล้ว ได้โปรดเถอะ อ้อนวอน ภาวนา และหวนคิดถึงพี่สาวขึ้นมา
“พี่จันทร์ พี่เป็นอะไร พี่เป็นอะไรจ๊ะ” สุรีย์ฉายกอดจันทร์ฉายแน่นเมื่อพี่สาวผู้อ่อนหวานเอาแต่ร้องไห้ ไม่ยอมพูดจากับเธอแม้ร้องเรียกซักถามแต่เมื่อเอ่ยขึ้นก็ทำให้เป็นห่วงมากกว่าเดิม
“พี่อยากตายฉาย พี่ไม่เหลืออะไรแล้ว…ไม่เหลือ”
“อะไรกันมีอะไรคุยกันก่อน อย่าร้องไห้ หยุดก่อนนะพี่ ”
“ไม่มีอะไรจะคุย ไม่มีทางแก้อีกแล้วฉาย ฉายฟังนะ พี่ท้อง พี่กำลังตั้งท้อง…!”
สุรีย์ฉายตะลึง
“พี่ว่าอะไร หรือเป็น เป็น คุณธรเหรอ…”
“ฮือ… ฮือ ไม่ใช่ ตอนนี้คุณชีวาธรเขาขอเลิกกับพี่แล้ว เขารังเกียจพี่แล้วฉาย…เขาขยะแขยงพี่”
“พี่จันทร์ ไม่จริงใช่ไหมเขารักพี่จันทร์นิ พี่สองคนกำลังไปกันได้ดีไม่ใช่เหรอจ๊ะ” น้องสาวครางเสียงแผ่วไม่อยากคิดพี่สาวผู้เรียบร้อยอ่อนหวานจะมีหัวใจถึงสองดวงเสียเอง
“พี่โดนรังแก พี่โดนแกล้งฉาย ใช่แน่ๆ ไม่ใช่อย่างที่เราคิดหรอกนะ…ฮือ พี่เกลียดผู้ชายคนนั้น พี่พยายามลืม ทำไมต้องเกิดเรื่องนี้ขึ้นด้วย ฮือ…”
สุรีย์ฉายอึ้ง น้ำตาไหลออกมา “พี่ว่าอะไรนะ ใคร ใครทำพี่ พี่บอกฉายมา”
เธอและพี่โตมาจากบ้านเด็กกำพร้าแต่สุรีย์ฉายก็ไม่โดดเดี่ยวมากนักเพราะมีพี่สาวอยู่ใกล้ๆ มาตลอด จนออกมาเผชิญโลกภายนอกพี่สาวก็ดูแลเธออย่างดี ไม่ได้มีทุกอย่างที่เลอเลิศ แค่มีกินไปวันๆ ตอนแรกพี่สาวทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ควบคู่กับเรียนภาคค่ำ ส่วนเธอจบมอปลายก็ขอไปช่วยเป็นผู้ช่วยกุ๊กในร้านอาหารเล็กๆ ใกล้บ้านเช่า เพราะชอบทำอาหาร หวังว่าสักวันจะนำอาชีพที่ชอบมาเลี้ยงดูตนเอง สองพี่น้องดูแลกันและกันปลอบใจวันที่มีเรื่องเศร้าหมองเข้ามาในชีวิต แค่นี้ก็มีค่าเหนือสิ่งใดสำหรับสุรีย์ฉาย
“พี่ไม่แน่ใจ พี่ไม่แน่ใจ วันนั้นพี่โดนมอมเหล้า รู้ตัวอีกทีตอนเช้า ก็ ก็ อยู่บนเตียงกับผู้ชายแก่คนหนึ่ง คุณธรมาเห็นก็โกรธมาก”
“ทำไมพี่ไม่อธิบายล่ะ ว่าพี่โดนกลั่นแกล้ง”
“พูดจากันก็คงไม่รู้เรื่อง ตอนนั้นพี่คิดอะไรไม่ออกเพราะกำลังเสียใจ และพี่น้อยใจโกรธเขาที่พอเกิดเรื่องเขาก็ควงคุณนิสากร พี่เกลียดเขา ไม่อยากพูดถึงพอเถอะนะ พอ” จันทร์ฉายหยุดสะอื้น ดวงตาแข็งกร้าวขึ้นมา
“ได้ยังไงคนรักกันต้องฟังกันสิ และพี่ต้องตามสืบว่าคืนนั้นพี่ไปที่นั่นได้ยังไง”
“บอกแล้วไงพี่ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้แล้ว พี่อายคนอื่น พี่อยากให้เป็นแค่ความฝัน ฝันเท่านั้น” เสียงเรียบกลายเป็นโวยวาย สุรีย์ฉายชวนคุยอีกเรื่องเพื่อให้พี่ผ่อนคลาย
“ใครรู้เรื่องนี้เหรอ” ท่าทีพี่สาวทำให้เธอเดาว่าคงจะมีคนรู้เหตุการณ์นี้”
“รู้สิ…”
“หรือจะเป็นเขาหรือที่กลั่นแกล้ง หรือเป็นคุณนิสากรนั่น…” สุรีย์ฉายเผลอคิดเสียงดัง
ชีวาธรเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดเลี้ยงโรงแรมที่พี่สาวทำงานอยู่ จันทร์ฉายได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรีเซฟชั่นเมื่อเรียนจบเพราะเธอมีความใฝ่รู้ ชีวาธรเป็นแฟนกับพี่สาวเธอมาได้เกือบปีดูทั้งสองรักกันดี
เธออดคิด อดสงสัยเขาไม่ได้ บางทีลูกสาวเจ้าของโรงแรมอาจทำเรื่องเลวขึ้น เพราะต้องการเขี่ยพี่สาว เคยได้ยินพี่สาวบอกว่ายิ่งคุณนิสากรอะไรนั่นชอบเล่นหูเล่นตากับชีวาธรเสมอ
“พี่ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลย เพราะคืนนั้นเราไปด้วยกัน” พี่สาวคล้ายรำพึงคนเดียว สุรีย์ฉายหน้าบึ้งตึง หัวใจเครียด
“ฉายจะไปถามให้รู้เรื่อง”
“พี่อายเพื่อนๆ จังที่เคยเตือนเรื่องคุณธร คุณนิสากร ฉายอย่าไปเลย นี่พี่ก็ลาออกจากที่นั่นแล้ว”
“พี่จันทร์ ” สุรีย์ฉายบีบหนังสือเรียนในมือแน่น
“อย่าห่วงเลยพี่จะหางานใหม่ หลังจากเอาเด็กออกฉายจะได้เรียนเหมือนเดิม”
“พี่จันทร์!”
“ถ้าเกิดมาแล้วต้องลำบาก อย่าให้เขาเกิดมาเลยนะฉาย ดูเราเป็นตัวอย่างสิ ลูกที่โดนทิ้งขว้าง มองดูครอบครัวที่อบอุ่นคราใดกลายเป็นคนขี้อิจฉาขึ้นมาทันที อีกอย่างถ้าพี่ไม่มีงานทำฉายก็จะเรียนไม่จบนะ”
“ไม่ ไม่ ฉายไม่เรียนก็ได้ อย่าทำลายหลานเลย พี่รักฉายเท่าๆ กับเขา ฉายเชื่อนะว่าเป็นแบบนั้น ตอนนี้พี่แค่สับสน เสียใจแต่ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีนะพี่ สัญญามาก่อนว่าจะไม่ทำแบบนั้น”
“ฉาย” ดวงตาจันทร์ฉายเปียกปอนด้วยหยาดน้ำตา
น้องสาวรู้ส่วนลึกในใจเธอ
“พี่จันทร์” น้องสาวกอดพี่สาวแน่นพยายามเก็บน้ำตา กลั้นก้อนสะอื้นไว้
สองพี่น้องกอดกันแน่น
ติด ติด ติด
สุรีย์ฉายยกมือปาดน้ำตา กดรับสาย ป้าแก้วบอกชื่อคลินิกจึงรีบบอกรถรับจ้างให้รีบเร่งไปยังสถานที่ดังกล่าว