ตอน 1

หทัยวดี พิมชลเคยคิดสงสัยว่าเจ้านายของหล่อนมองหล่อนด้วยสายตาแปลกๆ หากแต่ก็ยังไม่กล้าเดาว่าเขาคิดอย่างไรกันแน่

นับตั้งแต่วันที่ตรัยจ้างหล่อนมาเป็นเบ๊กิตติมศักดิ์ด้วยการปล่อยกู้เงินร้อยกว่าล้านโดยไม่คิดดอกเบี้ย หล่อนก็คิดว่าเขาไม่เคยมองหล่อนในสายตาจนชะล่าใจไม่ระแวดระวังที่จะปกป้องตัวเอง หล่อนพลาดที่มาว่ายน้ำกับเขาด้วยชุดบิกินี่ที่คุ้นเคยเพราะคิดว่าเขาไม่ได้คิดอะไรและคงไม่ล่วงเกินอะไรหล่อน...

แต่วินาทีที่เขาว่ายน้ำมาใกล้ พร้อมกับถลามาคร่อมหล่อนกักหล่อนไว้กับขอบสระในวงแขนของเขา สายตาประกายบางอย่างที่ไม่เคยเห็นบอกให้หทัยวดีมองเขาในมุมใหม่...

เขาเป็นผู้ชายทั่วไป เขาอาจจะไม่สนใจหล่อนแต่แรก หากแต่ความใกล้ชิดที่หล่อนอยู่ใกล้มือของเขาอาจจะทำให้เขามักง่ายคว้าหล่อนมาเคี้ยวเล่นเหมือนผู้หญิงหลายๆ คนของเขา

แต่ฝันไปเถอะ

“ฉันจะว่ายน้ำ ถอยไปเลยนะ รำคาญ” หทัยวดีผลักอกเขาแล้วเลิกพักเหนื่อย หล่อนว่ายน้ำห่างมาจากเขายังไม่ทันถึงเมตรดีตัวหล่อนก็ถูกคว้าลอยกลับ และถูกเขาอุ้มไปนั่งบนขอบสระอย่างน่าโมโหในความต่างระหว่างสรีระของเขากับหล่อนทำให้หล่อนสู้เขาไม่ได้

“จะทำอะไรกันเล่า” หล่อนร้องลั่นอย่างรำคาญ ดีว่าสระนี้เป็นสระส่วนตัวของวิลล่า ไม่อย่างนั้นคงได้มีคนมองเขากับหล่อนไม่มากก็น้อย

“คิดว่าผู้ชายจะทำอะไรกับผู้หญิงสองต่อสองในที่รโหฐานล่ะ คิดได้ว่ายังไงผมก็ทำอย่างนั้นล่ะครับ คุณหนูเพลิน”

คำพูดของเขาทำให้หล่อนหนาววาบ... จากที่ไม่แน่ใจตอนนี้กระจ่างทุกอย่างแล้วว่าเขาจ้องจะเคลมหล่อนจริงจัง เขาจะกลืนน้ำลายตัวเองที่เคยสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงที่รูปร่างหน้าตาไม่ผ่านการคัดเลือกเพราะตกเกรดจากมาตรฐานของเขาหรือไงกัน

“จะบ้าหรือไง อย่ามาล้อเล่น ฉันรู้ว่าถ้าต้องการเรื่องแบบนั้นคู่ขาของนายโทรกริ๊งเดียวเขาก็มา เพราะฉะนั้นอย่ามาทำหน้ามืดแถวนี้”

หญิงสาวพยายามจะผละหนี แต่เขาดึงขาหล่อนเอาไว้แล้วขยับขึ้นมานั่งที่ขอบสระข้างๆ กัน แล้วกระซิบบอกเสียงเข้ม...

“ผมให้คุณมาอยู่กับผมเพื่อที่ผมจะทำอะไรก็ได้ แม้แต่จะให้เป็นนางบำเรอ คุณไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะปฏิเสธความต้องการของผม”

เสียงเขาแหบพร่าฟังไม่คุ้นชินนัก... หทัยวดีมือสั่นปากสั่นเพราะเขาหาใช่ความหนาวแต่อย่างใด คนแรงน้อยกว่าอย่างหล่อนรับมือกับเขาไม่ไหวแน่ยกเว้นว่าจะเจรจากับเขาทางวาจา

“นะ... นะ...ไหน นายว่า ฉันไม่น่าสนใจ จะเอาฉันมาทำงานขัดหนี้ไม่ได้จะเอาฉันมาเป็นนางบำเรอไง” มือบางเรียวเล็กดันบ่าเขาไว้ เมื่อเขาทำท่าเหมือนเป็นคนหูตึงที่จะก้มมาฟังหล่อนใกล้ๆ ไอ้คนบ้า หล่อนกำลังตะโกนอยู่ เขาไม่ได้ก้มลงมาเพราะไม่ได้ยินหรอก รู้ทันว่าเขาต้องการจะทำอย่างอื่นกับหล่อนแน่ๆ

“ผมไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาอะไรนี่ แล้วผมก็มีสิทธิ์ในตัวคุณทุกอย่าง พอดีเพิ่งมาคิดออกทีหลังว่าเอาคุณมาใช้งานอย่างเดียวไม่น่าพอขัดดอกร้อยล้านได้ เลยมอบหมายงานเพิ่มให้อีกงาน”

“งานอะไร” ถามอย่างหวาดระแวง พยายามถอยห่างเขาแบบไม่ให้เขารู้ตัว แต่คนที่อยู่ตรงหน้าก็เหมือนขยับเข้ามาใกล้หล่อนมากขึ้นจนถอยไม่ได้

“งานสร้างความสุขให้ผมไง... ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี คิดได้ว่าเงินไปจมกับเรื่องไร้สาระเป็นร้อยๆ ล้าน ถ้าไม่ช่วยผมให้ผ่อนคลาย ผมคงต้องไปทวงเงินร้อยล้านคืน จะได้ไม่ต้องหวั่นว่าเงินอยู่ในมือคนอื่น แล้วจะไม่งอกเงยอะไร”

“สะ... สร้างความสุขยังไง... ฉันเต้นโคเวอร์เกาหลีได้นะ คุณสนเปล่า”

เสียงบอกตะกุกตะกัก ทำให้ตรัยแหงนหน้าหัวเราะเหมือนหล่อนเล่นโจ๊กให้เขาฟัง แต่หล่อนเอาจริงนะ

“ผมไม่ผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีปัญญาอ่อนขนาดนั้นหรอก... จะทำให้ดูเล็กๆ น้อยๆ แล้วกัน”

ว่าแล้วเขาก็กระชากหล่อนเข้าหาอกแกร่ง มือหนารั้งท้ายทอยหล่อนเพื่อล็อคไว้ ท่ามกลางวินาทีที่เธอตื่นตะลึงและทำอะไรไม่ถูก ใบหน้าคมของก็ฉกวูบลงมา ริมฝีปากนุ่มที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสถูกประกบปิดด้วยริมฝีปากร้อนรุ่มของเขา... ลิ้นอุ่นๆ ดันโพรงปากเข้ามาลึกล้ำ เหมือนมืออีกข้างของเขาล้วงลึกไปถึงขอบของ บิกินี่ใต้ผ้าคลุมที่พันอยู่บนเอวของหล่อนแล้วทำท่าเหมือนจะปลดมันลง

หทัยวดีอยากจะเป็นลม... ตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ หล่อนยังอยากกัดลิ้นตัวเองตายเพื่อให้ริมฝีปากที่เต็มไปด้วยกระแสความร้อนราวจะมอดไหม้กายหล่อนหยุดส่งผ่านความรู้สึกมาให้

แล้วของจริงที่เขาว่า มันจะขนาดไหน

สัญญาณเตือนภัยในหัวหล่อนดังก้องให้ถอยห่างจากความอันตรายที่มีอำนาจทำลายล้างสูงสุดอย่างตรัย... มือและเรียวลิ้นร้ายกาจของเขาสร้างคลื่นความรู้สึกแปลกประหลาดที่ทำให้ขาของหล่อนไม่มีความมั่นคงจนต้องเกาะบ่าเขาไว้แน่น... ความวูบโหวงในช่องท้องที่แนบชิดกับสิ่งแข็งแกร่งที่ดุนดันผ่านกางเกงว่ายน้ำของเขาทำให้หล่อนสิ้นหวัง...

“ยะ อย่านะคะ ฉันขอร้อง ฉันไม่คิดจะมีอะไรกับคนที่ไม่ได้แต่งงานด้วย” หญิงสาวบอกเสียงสั่นเมื่อมือของเขาไล้ผ่านเนื้อผ้านิ่มอย่างเป็นเจ้าของ

หากเขาเป็นคนที่ใจดีพอเขาต้องฟังคำพูดหล่อน

แต่... ตรัยแหงนหน้าหัวเราะเหมือนหล่อนเล่าเรื่องตลก

“แต่งงานเหรอ... คุณคิดว่าคุณมีค่าแค่ไหนกัน การได้คุณมาแทนดอกเบี้ยเงินร้อยล้านที่ให้ยืมไปยังไม่พอด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นถึงไม่แต่งงานผมจะทำยังไงกับคุณก็ได้จริงไหม”

คำพูดของเขาทำให้หล่อนจุกจนพูดไม่ออก หนำซ้ำยามที่เขาดึงหล่อนแนบกายเขาแล้วขยับเขยื้อนกายให้หล่อนขวัญผวากับการแนบชิดใกล้ที่เขาจงใจปั่นป่วนหล่อนหลังจากที่หลงโง่งมเซ็นสัญญาทาสกับเขา ใจอยากจะห้ามแต่ก็ไม่อาจทนรับคำเจ็บแสบที่เขาจะตอบได้อีก ริมฝีปากที่จะพูดก็ปิดเงียบ ไร้เรี่ยวแรงจะต่อกร

“ถ้าไม่อยากนอนกับผม... ก็เอาเงินร้อยล้านมาคืนผมให้ได้เดี๋ยวนี้”

ข้อเสนอที่หล่อนไม่สามารถทำตามได้ถูกเอ่ยจากปากเขา หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นอย่างข่มกลั้น หล่อนไร้ซึ่งความแข็งขืนจนตรัยสามารถลากหล่อนมาถึงเตียงแล้ว ข้อแม้ที่เขาตั้งขึ้นมาสำหรับหล่อนมันก็ทำให้หล่อนไม่มีอำนาจต่อรองอะไรได้

สัญญาณเตือนภัยว่าหล่อนอาจได้รับอันตรายจากเขาไม่ได้มีความหมายใดเลยจริงๆ มันคงจะต้องดังให้ก้อง และก็หยุดลงด้วยตัวมันเอง

ร่างบางระทดระทวยให้อ้อมกอดของตรัยอย่างหมดหวัง และไร้เรี่ยวแรงต่อต้านใดๆ เมื่อเขารั้งหล่อนให้ล้มตัวลงนอนและนำพาเรือนกายหนาแกร่งตามมาทาบทับเอาไว้

“ไม่ต้องทำหน้าเหมือนจะโดนฆ่าขนาดนั้นหรอกน่า รับรองคุณจะมีความสุขไปกับมัน” คำพูดที่แฝงความสะใจในแววตาเอ่ยบอกหล่อน

“ไม่มีทาง”

“ยังไม่ลองอย่าเพิ่งออกตัวแรงไปหน่อยเลยน่าคุณหนูเพลิน... ถ้าคุณเพลินใจกับบทรักของผมล่ะก็ จะร้องเสียงดังแค่ไหนก็ได้นะ ผมไม่ว่า ชอบด้วย”

“คนโรคจิต” หล่อนแหวเสียงสั่น เพราะเริ่มสะอื้นไห้ไปด้วยเนื่องจากโดนเขายั่วเย้า ดวงหน้าสวยงอง้ำ แน่นอนว่าตรัยเห็นแล้วมีความสุขจนต้องหัวเราะออกมา

เขาทำตัวเป็นคนโรคจิตตามที่หล่อนกล่าวหาอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง มือหนากระชากชุดบิกินี่ของหล่อนหลุดขาดตามมือของเขาได้อย่างง่ายดาย

ก่อนจะก้มลงใช้เรียวปากกับส่วนที่ทำให้หล่อนร้องครางได้อย่างไม่พูดพล่ามทำเพลง... คนที่กำผ้าปูไว้แน่นพยายามเม้มปากไม่ส่งเสียงใดเมื่อซาตานร้ายรุกล้ำอย่างอุกอาจด้วยเรียวลิ้นร้อนจนหล่อนอยากจะตายให้พ้นจากความอึดอัดประหลาดนี้...

สุดท้ายเสียงครางก็หลุดจากปากหทัยวดีเกินกว่าจะหักห้ามใจ... ได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วตรัยก็ผุดลุกขึ้นมาจ้องหน้าหญิงสาว

“แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยนะ คุณหนูเพลิน”

เสียงเย้ยหยันกับรอยยิ้มที่มุมปากทำให้หทัยวดีกลั้นสะอื้นอย่างสุดใจ... ริมฝีปากกัดจนห้อเลือดเมื่อรับรู้ถึงนิ้วมือของเขาที่เลื่อนไล้บนจุดอ่อนไหวที่สุดของร่างกายหล่อน ที่ที่เรียวลิ้นของเขาทายทักไปก่อนหน้านี้...

หล่อนพยายามกลั้นเสียง แม้กายจะสั่นเทา เพราะเขาปลุกปั่น สายตาของเขายังจดจ้องหล่อนอย่างนึกสนุกเมื่อเห็นว่าหล่อนพยายามอดกลั้นเพราะไม่อยากฟังคำปรามาสว่าเป็นคนพ่ายแพ้ ยิ่งเห็นเช่นนั้นมือเขายิ่งกระหวัดเกี่ยวร้อนแรงขึ้น

หทัยวดีเบือนหน้าหนีจากเขาอย่างเกินใจจะอดทน เรือนกายสาวไหวพร่าสั่นพร้อมความรู้สึกบางอย่างที่พุ่งสูงอย่างรุนแรง...

แต่แล้วมือของตรัยก็หยุดทุกการกระทำ คนที่อดกลั้นเสียงร้องจนตัวสั่นเทาเหมือนถูกดึงให้ตกจากฟ้ามากองบนที่นอน เขาทำให้หล่อนรู้สึกค้างคาและแสนทรมานจนลืมการข่มกลั้นทุกอย่างหันไปจ้องหน้าซาตานร้ายผู้กำหนดสัมผัสที่นำพาความรู้สึกนั้นมาให้เพื่อจะร้องเขา...

ดวงตาปรือมองเขาราวจะอ้อนวอนแม้เกลียดแสนเกลียดที่เห็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความจริงใจสักนิดบนหน้าหล่อคมของเขา...

“ต้องการอีกล่ะสิ ผมมีให้คุณมากกว่านี้อีกสาวน้อย” เขาก้มลงกระซิบที่ข้างหูหล่อน ลมหายใจอุ่นทำให้กายสาวไหวสะท้านได้มากกว่าทุกครา หล่อนกลายเป็นคนอ่อนไหวที่เพียงลมหายใจของเขาก็ทำให้หล่อนสั่นพร่าได้เพราะน้ำมือของเขา ตรัยดูจะพอใจยิ่งนัก

“ยินดีต้อนรับสู่การเป็นของเล่นของนายตรัย อรรถพลวณิชอย่างเป็นทางการครับคุณหนูหทัยวดี”

บอกแล้วมือของเขาก็เคลื่อนไหวต่อ... หญิงสาวลืมความรู้สึกทุกอย่าง ลืมแม้แต่การข่มกลั้นเสียงครางเมื่อมือเขากลับมาสร้างความร้อนรุ่มให้หล่อนได้อีกครั้งหนึ่งและคราวนี้ปลายนิ้วมือของเขาทำให้หล่อนได้สานต่อความรู้สึกดำมืดประหลาดล้ำที่ครอบงำหล่อนโดยสมบูรณ์ หทัยวดีหมดแรงต้านทาน หากแต่เต็มไปด้วยความคาดหวังว่าเขาจะนำหล่อนไปให้สุดทาง ไม่อย่างนั้นหล่อนคงได้ทรมานตายสมใจเขาแน่

ตอน 2

“เพลิน นั่นมันคุณตรัย คู่อริพี่ชายแกหรือเปล่า” มือของหทัยวดีที่เลือกกระเป๋าหลุยส์วิตตองรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันในร้านหลุยส์บนถนนสายชอปปิงหรูหราของฝรั่งเศสชะงัก หล่อนหันไปมองตามที่เพื่อนสะกิดแล้วเหยียดปากเมื่อเห็น ตรัย อรรถพลวณิช ควงแขนมากับเซลีน ชาลิสา บราวน์ นางแบบสาวคนปัจจุบันที่เป็นข่าวกับเขา...

แม่นางแบบจอมฉาวนั่นไม่ได้เรียกความเดียดฉันท์ให้หทัยวดีเท่าไหร่แต่หนุ่มร่างสูงหน้าตาหล่อเหลาเข้มคมโดดเด่นแม้อยู่ท่ามกลางคนยุโรปสูงใหญ่โดดเด่นเขาก็ยังไม่ได้ดูดีน้อยลง แต่ที่เห็นมันก็แค่หน้าตาเปลือกนอกเท่านั้นแหล่ะที่ดูสะดุดตามีไม่กี่คนหรอกที่รู้ว่าที่จริงแล้วตรัยร้ายกาจแค่ไหน

แน่นอนว่าในหนึ่งคนที่รู้นั้นมีหล่อนด้วย

“หมดอารมณ์แล้วแก ไปร้านอื่นกันเถอะ ไม่อยากได้แล้ว” หญิงสาววางกระเป๋าคืนพนักงานแล้วสะบัดหน้าหนีแบบฉุนๆ จนพนักงานงงว่าได้ทำอะไรให้สาวไฮโซกระเป๋าหนักชาวเอเชียไม่พอใจจนไม่จับจ่ายซื้อของที่ตนกำลังนำเสนอ

“เห็นแกหมดอารมณ์ฉันก็หมดตามไปด้วย... โลกอะไรจะกลมขนาดนั้น” เกตุแก้วเพื่อนสนิทของหทัยวดีพลอยโกรธเกลียดตรัยไปด้วยทั้งที่ตอนแรกเคยหลงรูปและความเพียบพร้อมของตรัย หากแต่เพื่อนสนิทหล่อนได้เล่าเรื่องบางอย่างของตรัยให้ฟังทำให้รู้จักตรัยอย่างถ่องแท้จนไม่อาจชื่นชมเขาได้อีก

“ฉันก็ว่าอย่างนั้นล่ะ... หลังเกิดเรื่องมาอยู่ไทยยังไม่เคยเจอ ดันมาเจอที่ปารีส ฉันหมดสนุกเลย คืนนี้เราบินไปอัมสเตอร์ดัมดีกว่า ฉันอยากไปปั่นจักรยานเล่นไม่อยากเจอหน้าสองคนนี้พวกเขาคงเที่ยวฝรั่งเศสจนเผลอมาเจอกันอีกแน่ๆ แค่คิดก็เซ็งแล้ว” หทัยวดีเบะปากอีกรอบ...

“เออ แกว่าไงว่าตามกัน... ทริปนี้เป็นทริปฉลองเรียนจบโทของแกนี่ แกอยากไปไหนฉันก็ตามใจแกนั่นแหล่ะ”

“ขอบคุณแกมากนะเกตุที่แกจัดการทริปนี้เป็นของขวัญให้ฉันแล้วยังตามใจฉันตลอดอีก” หทัยวดีขอบคุณเพื่อนสนิทคนเดียวที่คบหากันตั้งแต่สมัยมัธยม แม้จะแยกย้ายกันไปเรียนมหาวิทยาลัยคนละประเทศแต่ว่าก็ยังบินมาเยี่ยมเยือนและสนิทสนมกันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน...

“เอาที่แกมีความสุขแล้วกันน่า ไม่ต้องมาขอบคุณอะไรฉันมากหรอก”

สองเพื่อนสาวยิ้มให้แก่กัน เป็นยิ้มจริงใจที่หาได้ยากนักกับบุคคลอื่นที่รายล้อมเนื่องจากหล่อนและเกตุแก้วเติบโตมาในวงสังคมไฮโซทั้งคู่จึงหาเพื่อนที่จริงใจได้ยากนัก แต่ก็ใช่ว่าจะหาไม่ได้เลยเพราะอย่างน้อยพวกหล่อนก็มีกันและกัน

แต่หทัยวดีกับเกตุแก้วก็ไม่ได้ไปอัมสเตอร์ดัมสมใจเนื่องจากพวกหล่อนเลือกตัดสินใจเดินทางกะทันหันเกินไปเที่ยวบินจึงเต็ม แม้ว่าจะยอมลดเกรดตั๋วจากเฟิร์สคลาสที่เคยนั่งเปลี่ยนมาเป็นชั้นธุรกิจเอเจนซี่ก็ยังหาตั๋วให้ไม่ได้ สองสาวจึงตัดสินใจอยู่ในปารีสต่อ หทัยวดีถึงกับยอมยกมือท่วมหัวว่าขออย่าให้เจอตรัยกับเซลีนอีก...

แต่ดูท่าทางสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะไม่เข้าข้างสองสาวนักเมื่อพวกหล่อนเลือกไปทานข้าวที่ร้านอาหารสุดหรูบนหอไอเฟลสำหรับมื้อเย็น โต๊ะที่จองไว้ก็วิวสวยและบรรยากาศดีอยู่หรอก แต่ติดตรงที่ว่าคนที่ทานอาหารอยู่โต๊ะติดๆ กันนั้นกลับเป็นตรัยและเซลีนอย่างน่าขำในความกลมของโลกใบนี้...

“ฉันจะกินข้าวลงไหม แคนเซิลกันเถอะ” หทัยวดีบอกกับเกตุแก้ว... เบ้หน้าเมื่อเดินเข้าไปแล้วเห็นตรัยชนแก้วกับเซลีน... เขาตวัดสายตามามองหล่อนเหมือนจำได้แต่แล้วก็มองเมินกลับไปยังหน้าเซลีนก่อนจะยิ้มให้คู่ควงของเขาเสียหวานหยด เหมือนกับว่าหล่อนไม่มีความสำคัญอะไรพอที่จะทายทักหรือว่าจดจำได้มากกว่าการตวัดสายตามองผ่าน...

ทำเป็นหยิ่ง ฉันก็สะอิดสะเอียนที่จะเห็นหน้านายเหมือนกัน หทัยวดีคิดในใจ พลางหันมามองเหตุแก้วที่ทำท่าเสียดายเพราะว่าจองร้านอาหารนี้และซื้อคอร์ส อาหารเย็นแบบฝรั่งเศสฟูลคอร์สสำหรับเลี้ยงฉลองให้หทัยวดี สนนราคาสองคนก็เป็นหลักหลายหมื่นซึ่งก็คงเหมือนโยนเงินทิ้งหากเลือกเดินหนี...

“แต่แก ฉันจ่ายเงินไปแล้วนะ ครั้งนี้ฉันขอเถอะ แกแค่มองๆ วิวแล้วอย่ามองหน้าสองคนนั้นได้ไหม ร้านอาหารร้านนี้ไม่ได้มาทานได้ง่ายๆ นะ ในปารีส ฉันชอบฟัวกราห์ของร้านนี้สุดๆ ด้วย”

หทัยวดีถอนใจยาว... เข้าใจเพื่อนอยู่แต่มันก็ยากที่จะทำให้สองคนนั้นเหมือนเป็นอากาศและไม่สนใจได้เพราะเขาเหมือนอากาศพิษที่ทนนิ่งเฉยอยู่ข้างๆ ไม่ได้ง่ายๆ นั่นเอง...

“น่าแก... ฉันขอนะ เสียดายเงินตั้งหลายหมื่น”

“ก็ได้แก... แต่หลังจากทานนี่แล้วไม่ต้องดื่มกาแฟที่นี่ต่อนะ เดี๋ยวไปหาร้านอื่นดื่มแทน ไม่อยากหายใจเอาอากาศร่วมกับนายตรัยนานๆ เดี๋ยวจะอกแตกตายซะก่อน”

“อืม... แกก็คิดเสียว่ามากับฉัน ที่นี่ไม่มีเขาอะไรอย่างนี้ดีไหม จะได้สบายใจไง”

“จะพยายามแล้วกัน... งั้นเราก็เลิกใส่ใจหมอนั่นตอนนี้เลยดีกว่านะ จะได้ไม่เสียอารมณ์” หทัยวดีดึงข้อศอกเพื่อนให้ไปนั่งที่เก้าอี้ซึ่งบริกรได้เลื่อนไว้ให้ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว... พนักงานมาเสิร์ฟอาหารไล่ลำดับไปแต่ละจานสองสาวเลือกนั่งที่โต๊ะแล้วก็ไม่ได้สบายใจอย่างที่ตั้งใจเมื่อรู้ว่าตรัยปรายตามามองหทัยวดีหลายๆ ครั้งจนหล่อนฉุนจัด

ตอน 3

“คุณรู้จักผู้หญิงเอเชียสองคนนั้นหรือคะ” เซลีนสะกิดถามตรัย

“รู้จักครับ แต่ว่าไม่สนิทมาก...”

“ไม่ทักเขาหน่อยเหรอคะ”

“ไม่หรอก ท่าทางเขาไม่ได้อยากคุยกับผมเท่าไหร่...” ตรัยยิ้มแบบแปลกๆ จนเซลีนเลิกคิ้ว...

“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าไปสนใจเขาเลยค่ะ ต่างคนต่างมาเที่ยวหาอิสระ คงไม่อยากเจอคนรู้จักนักหรอก” เซลีนชวนเขาดื่มไวน์ต่อ... เขากับหล่อนมาเร็วและทานอาหารครบคอร์สแล้ว แต่ยังนั่งคุยและจิบไวน์คุยกันเรื่องธุรกิจ... หล่อนไม่ชอบใจนักที่เขามีสายตาไว้มองคนอื่นเพราะตรัยคือคนที่หล่อนวาดหวังในตัวเขาที่สุดในบรรดาผู้ชายไฮโซที่มาพัวพัน หล่อนเริ่มคิดว่าจะจับเขาได้อยู่มือหากไม่นับว่าเขามองผู้หญิงไทยที่มาเจอกันที่ฝรั่งเศสด้วยสายตาแปลกๆ

“เดี๋ยวผมมานะเซลีน รอครู่หนึ่ง” ตรัยไม่ได้สนใจที่เซลีนพูดนัก... เขาลุกขึ้นยืนเหมือนจะแยกไปยังห้องน้ำทั้งที่หล่อนกำลังจะชวนเขากลับแล้ว เมื่อหันไปมองตามก็ต้องกำมือแน่นเมื่อเห็นว่าเขาลุกเดินตามผู้หญิงคนนั้นไป เพราะหนึ่งในสองหญิงสาวลุกไปยังจุดชมวิวหรือจุดที่เป็นห้องน้ำหล่อนก็ไม่แน่ใจ...

สังหรณ์บางอย่างในใจเซลีนเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ความแน่ใจของหล่อนว่าตรัยสนใจหล่อนเพียงคนเดียวไม่มีเหลืออยู่เลยในตอนนี้...

“เสียแรงที่ยอมตามมาถึงนี่ ฉันตั้งใจจะจับคุณให้อยู่มือ แต่คุณกลับไปสนใจคนอื่นมากกว่า... นังนั่นเล่นตัวเก่งซะด้วย ถึงฉันสวยกว่าแต่ฉันจะสู้แม่คนใหม่กว่าได้ไหมล่ะนั่น ตรัยยิ่งขี้เบื่ออยู่...”

เซลีนทุบกำปั้นกับตักตัวเองเบาๆ หากแต่ไฟโกรธาในใจหนักหน่วงกว่าที่แสดงออกมากมายนัก...

“ฉันขอเปลี่ยนโต๊ะได้ไหมโต๊ะของฉันคือหมายเลขสิบเก้าและฉันจะย้ายใหม่ คุยกับพนักงานเสิร์ฟแล้วไม่ได้เรื่องเลย” หทัยวดีเดินเข้ามาถามหาผู้จัดการห้องอาหารและพูดเรื่องขอเปลี่ยนโต๊ะ หลังจากที่คุยกับพนักงานไม่รู้เรื่อง อันที่จริงหล่อนจะเรียกผู้จัดการไปคุยด้วยแล้วไม่ต้องลุกมาก็ได้แต่ว่าทนรอได้อีกสักวินาทียามเมื่อรู้สึกว่าตรัยอยู่ใกล้ๆ

เขาเป็นคนร้ายกาจที่ทำให้ครอบครัวหล่อนสูญเสียหลายๆ อย่าง และจากนั้นก็ยังใจจืดใจดำจนหล่อนเกลียดเขาอย่างสมบูรณ์ เห็นหน้าแล้วไม่อยากหายใจเอาอากาศร่วมเลยสักวินาที

ครอบครัวหล่อนและเขายังมองหน้ากันไม่ติดจนวันนี้ มันทำให้หล่อนเกลียดชังเพิ่มทบทวีทุกครั้งที่เห็นหน้าเขา เขาทำให้คนอารมณ์ดีตลอดเวลาแบบหล่อนเดือดได้แค่เห็นหน้า นั่นทำให้หล่อนไม่มีความสุขเท่าใดนัก

“เอ่อ เราต้องขอโทษทางมาดามด้วยจริงๆ ครับ วันนี้เป็นช่วงเทศกาล ทุกโต๊ะถูกจองเต็มหมดแล้ว”

“ก็แลกที่ไม่มีวิวให้กับฉันสิ ฉันยอมมานั่งมุมอับ”

“ผมต้องขอโทษแทนน้องสาวของผมด้วยนะครับผู้จัดการ เธอจะไม่ย้ายโต๊ะใดๆ ทั้งสิ้น เดี๋ยวเราคุยกันเอง คุณมีอะไรทำก็ทำไปเถอะครับ” ตรัยมายืนข้างๆ หทัยวดีแล้วขอโทษคนที่ยืนหน้าซีดเพราะหทัยวดีเหวี่ยงใส่อยู่... หญิงสาวกัดฟันแน่นหันไปทำตาลุกวาวใส่เขาที่บังอาจเข้ามายุ่มย่ามทั้งที่ไม่ได้เชิญ

“อย่ามาแส่... มันเรื่องของฉัน” หญิงสาวกัดฟันพูดกับเขาเป็นภาษาไทย

“คุณหนูบ้านพิมชลนี่น่าเอาสบู่มาล้างปากจริงๆ ฟังที่พูดแล้วไม่อยากเชื่อว่าเป็นลูกหลานตระกูลผู้ดีเก่า”

“วาจาแบบนี้เอาไว้คุยกับพวกขี้ครอกอย่างนายนี่ล่ะ จะบอกอีกครั้งนะว่า อย่ามายุ่งกับฉัน ไม่อย่างนั้นจะเจอหยาบคายกว่านี้” หญิงสาวผลักอกเขาออก เตรียมจะเดินไปคุยกับผู้จัดการห้องอาหารใหม่...

“ไม่ยุ่งไม่ได้หรอก คุณกำลังมาทำตัวแผลงฤทธิ์เป็นมนุษย์ป้าไร้มารยาทให้คนไทยขายขี้หน้าอยู่ นี่แม่คุณ มาเมืองนอกเมืองนาก็ทำตัวให้มันสากลหน่อยนะ อย่าเอานิสัยคุณหนูเอาแต่ใจแบบพ่อแม่ไม่มีเวลาสั่งสอนมาใช้ที่นี่... ถ้าคุณไม่ชอบที่ต้องนั่งใกล้ๆ ผม ก็ต้องอดทน เพราะต่อไปคุณไม่ได้ต้องอดทนแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เรียนจบแถมโตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแต่ยังไม่รู้จักเเยกแยะ น่าปวดหัวเเทนพ่อแม่คุณจริงๆ ในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่กว่าผมจะบอกว่าไม่ต้องตามไปขอเปลี่ยนที่หรอกผมกับเซลีนจะไปแล้ว”

“จะไปก็รีบไป ไม่ต้องมาให้เห็นหน้า...” หญิงสาวไล่อย่างรังเกียจไม่ต่างกับเขาเป็นไส้เดือนกิ้งกือ...

ตรัยโกรธกับท่าทางเหยียดหยามที่ได้จากหล่อน แต่เขากลับยิ้มอย่างใจเย็นได้เพราะรู้ว่ามันทำให้หล่อนโกรธเขามากกว่าที่เขาโกรธหล่อน

“ระวังเอาเถอะ ไล่ผมมากๆ เข้า จะเป็นฝ่ายวิ่งตามง้อผมเอง...” ตรัยพูดเป็นนัยๆ ดวงหน้าหล่อคมมีแววมั่นใจมากแต่หล่อนไม่ทันสังเกตอะไร เพราะมัวแต่อารมณ์เดือดอยู่

“ฝันไปอีกล้านปีเถอะ... ฉันไม่เอาตัวไปแปดเปื้อนคนอย่างนายหรอก แค่อยู่ใกล้ๆ ก็คันคะเยอจะแย่แล้ว”

“ผมจะคอยดู” ตรัยบอกยิ้มๆ แล้วก็เดินแยกตัวออกมา ร่างสูงสง่าที่เดินอย่างมั่นคงกลับไปหานางแบบสาวไม่ได้อยู่ในสายตาของหล่อนอีก เพราะว่า หทัยวดีเดินไปที่ห้องน้ำและสงบสติอารมณ์ของตัวเองก่อนจะออกไปพบเพื่อน ถ้าเดินกลับไปในตอนนี้หล่อนคงมีสีหน้าไม่ดีนัก

เมื่อกลับมาที่โต๊ะแล้วหล่อนก็พบว่าโต๊ะข้างๆ ไม่มีตรัยกับเซลีนอยู่ หญิงสาวค่อยถอนหายใจโล่งใจได้เล็กน้อย ปรกติหล่อนไม่ได้เรื่องมากกับใครมากนักแต่เป็นเรื่องตรัยหล่อนย่างเหยียบพสุธาใกล้ๆ เขาไม่ได้จริงๆ

“โอเคดีแล้วไหมแก” เกตุแก้วรีบถามเพื่อน... หล่อนเห็นตรัยมาชวนเซลีน กลับแล้วก็ค่อยโล่งใจ นึกเสียใจที่ชวนให้เพื่อนอยู่ทานอาหารที่นี่ต่อเพราะเสียดายเงิน แต่มานั่งคิดว่าเรื่องระหว่างหทัยวดีกับตรัยไม่ใช่เรื่องเล็กนักเพื่อนของหล่อนคงทนนิ่งๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นว่าตรัยไม่ได้อยู่ตรงนั้นไม่ได้แน่ๆ

“ขอบคุณนะ ฉันนึกว่าแกจะโกรธฉันที่ปรี๊ดแตก แต่แกกลับเป็นห่วงฉัน... ขอบคุณแกนะที่เข้าใจฉัน”

“อือ ฉันก็ต้องขอโทษเหมือนกันที่เสียดายเงินมากกว่าความรู้สึกแก”

“ไม่เอาน่าแก... ทริปนี้เป็นทริปเฮฮาปาร์ตี้ของเราสองคนนะ... มากินให้มีความสุขกันเถอะน่า นายตัวเสนียดนั่นไปแล้วล่ะ”

หทัยวดีอารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เกตุแก้วก็ค่อยโล่งใจไปหน่อย จากนี้ต่อไปทริปยุโรปของหล่อนกับหทัยวดีน่าไม่ได้มีปัญหาแบบนี้อีกแล้วเพราะว่าก่อนออกไปกับเซลีน ตรัยซึ่งพอรู้จักกันดีกับหล่อนเดินมาบอกกับหล่อนเป็นการส่วนตัวให้ได้ยินแค่สองคน...

“ขอโทษนะครับที่ทำให้เสียบรรยากาศ ผมจะกลับไทยแล้วคงไม่ได้บังเอิญเจอกันให้เพื่อนคุณได้เสียอารมณ์อีก... ฝากบอกเพื่อนคุณด้วยก็แล้วกันว่าค่อยไปเจอกันอีกที่ไทย ผมรอเขาอยู่”

เกตุแก้วไม่กล้าเล่าประโยคมั่นอกมั่นใจให้เพื่อนฟังเพราะกลัวว่าหทัยวดีจะปรี๊ดแตกอีกจนทานอาหารไม่ลง แล้วจากค่ำนั้นและตลอดทริปหล่อนก็ลืมเล่าเรื่องที่ตรัยฝากบอกหทัยวดีไปเลยเพราะกลัวว่าเพื่อนจะเที่ยวไม่สนุกเพราะคำปรามาสที่ไม่จริงจังจากตรัย จนกระทั่งจบทริปและกลับมาถึงเมืองไทยเรียบร้อยแล้วคำพูดที่ตรัยฝากบอกจึงถูกลืมเลือนไปกับกาลเวลาเสียแล้ว...

เกตุแก้วไม่รู้เลยว่าหล่อนควรจะบอกเพื่อนเอาไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อให้เตรียมตัวเพราะเรื่องที่ตรัยบอกเอาไว้นั้น มันจะเกิดขึ้นจริงๆ อย่างที่หทัยวดีไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED