“ถึงหรือยังคะ ไคลน์...อย่าทำแบบนี้สิคะ ฉันกลัวความมืด”
เสียงหวานของร่างบอบบางที่ดวงตาถูกปิดไว้ด้วยผ้าลอดออกมาจากเรียวปากสีชมพูหวานที่สั่นระริกด้วยความตื่นเต้นระคนหวั่นกลัว มือเรียวถูกเกาะกุมไว้ด้วยมือหนาใหญ่ที่ประคองร่างเล็กอย่างทะนุถนอมก่อนจะรู้สึกว่าไหล่ถูกตรึงให้หยุดก้าวเดิน อิสลินค่อย ๆ ลืมตาคู่สวยเมื่อผ้าไหมผืนบางที่ปิดไว้ถูกดึงออก หญิงสาวตะลึงพรึงเพริดเมื่อภาพเบื้องหน้าเป็นเตียงกว้างโรยกลีบกุหลาบในห้องพักหรูของบ้านริมชายหาดมอนติคาร์โล
“โอ!...ไคลน์ คุณทำอะไรคะ...มันช่าง...สวยเหลือเกินค่ะ”
ร่างอรชรหันไปทางร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองที่นัยน์ตาสีฟ้าเข้มบนใบหน้าคมคายส่องประกายระยิบระยับยามจับจ้องมายังดวงหน้างามของอิสลิน เบอร์กแทรนช์ เธอเป็นลูกครึ่งไทยเชื้อสายอังกฤษ ลูกสาวคนสวยของนักธุรกิจชื่อดัง อาร์โนล เบอร์กแทรนช์
“คุณชอบมันไม่ใช่หรือ อีฟ...ปรินเซส เดอ โมนาโก กุหลาบที่สวยที่สุดในโลก”
เซอร์เรนัล์ฟ ไคลน์ หนุ่มอเมริกันวัยยี่สิบแปดเจ้าของความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซ็นติเมตรและผู้เป็นเจ้าของหัวใจหญิงสาวที่ชอบเรียกเขาด้วยชื่อนามสกุลกล่าวด้วยรอยยิ้มขณะไล้ปลายนิ้วไปบนเรือนผมสีวอลนัทเงางามยาวเคลียไหล่ที่ชุดชีฟองเกาะอกเปิดเปลือยผิวเนียนผ่องในแสงไฟเย็น
“ชอบค่ะ...ฉันชอบมันมาก และตื่นเต้นมากด้วยที่มากับคุณที่นี่โดยไม่ได้บอกใคร”
อิสลินกล่าวพลางเดินไปหยุดข้างเตียงที่กลีบกุหลาบบอบบางสีชมพูหวานกระจัดกระจายบนผ้าปูสีงาช้าง
“โดยเฉพาะพ่อของคุณที่คงไม่ยอมรับคนไม่มีอะไรอย่างผม”
เซอร์เรนัล์ฟเดินตามมาและสอดแขนแข็งแกร่งโอบรัดเอวบางจากทางด้านหลัง ชายหนุ่มทำให้หญิงสาวทั้งอบอุ่นและซาบซ่านด้วยการเคล้าเคลียจมูกโด่งไปตามไรผมบนขมับและใบหู
“ไคลน์คะ...ฉันจะพยายามบอกเรื่องของเรากับคุณพ่อในสักวัน ท่านควรมีเหตุผลบ้างถ้าหากฉันจะเลือกรักใคร”
“ผมจะทำให้ท่านยอมรับผมให้ได้ ตอนนี้ผมมีโครงการออกแบบโดรน (อากาศยานไร้คนขับ)ให้กับบริษัทเล็ก ๆ แต่ต่อไปต้องเป็นที่รู้จักของบริษัทใหญ่แน่นอน”
“ไคลน์”
ร่างบางหันมาสวมกออดชายหนุ่มด้วยความรัก เธอและเซอร์เรนัล์ฟคบหากันมานานนับปีหลังจากเธอจบการศึกษาในมหาวิทยาลัยชื่อดังและได้พบกับเขา หนุ่มวิศวกรรมด้านอากาศยานที่มุ่งมั่นสร้างผลงานให้กับตัวเอง ทว่าเซอร์เรนัล์ฟไม่เป็นที่ยอมรับของอาร์โนลเพราะเขาไม่ใช่ลูกหลานของพวกนักธุรกิจมีชื่อเสียงที่บิดาอยากให้เธอแต่งงานด้วย แต่กุหลาบงามอังกฤษอย่างอิสลินกลับไม่ใส่ใจ เธอรักเซอร์เรนัล์ฟและไม่ยอมทำตามกฎของบิดาที่พยายามกีดกันความรักของคนทั้งสอง
“ไคลน์คะ...ฉันรักคุณจังเลยค่ะ อยากอยู่กับคุณอย่างเปิดเผย ไม่ใช่แอบเจอกันแบบนี้”
“อีฟ...ผมก็รักคุณ ขอเวลาอีกสักหน่อยเพื่อที่ผมจะสร้างตัวเองให้พ่อของคุณยอมรับ เพราะคุณคืออิสลิน เบอร์กแทรนช์ ลูกสาวของนักธุรกิจชื่อดัง”
“ถ้าคุณแม่ยังอยู่ท่านต้องยอมรับคุณค่ะ ไคลน์ ท่านต้องรักผู้ชายแสนดีอย่างคุณเหมือนที่ฉันรัก”
เซอร์เรนัล์ฟกอดกระชับร่างนั้นและโน้มใบหน้าลงไปหาเพื่อประทับรอยจูบอันดูดดื่มบนริมฝีปากสีชมพูบอบบางราวกลีบกุหลาบ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาและเธอแอบนัดมาพบกันไกลถึงโมนาโก และเป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ใกล้ชิดกันในค่ำคืนแสนหวานอย่างที่หนุ่มสาวปรารถนา ชายหนุ่มได้ยินเสียงหัวใจของหญิงสาวเต้นรัวซึ่งก็ไม่ต่างจากเขาที่ตื่นเต้นเช่นกัน เซอร์เรนัล์ฟแทบทนรอต่อไปไม่ไหวเมื่อได้ลิ้มรสความหวานจากริมฝีปากเล็กและรู้สึกถึงการตอบสนองอย่างโหยหา
“ไคลน์คะ...ฉันตื่นเต้นยังไงก็ไม่รู้”
อิสลินกระซิบเบา ๆ เมื่อเขาเลื่อนใบหน้าออกให้เรียวปากนุ่มเป็นอิสระ เซอร์เรนัล์ฟยิ้มอมก่อนกระซิบข้างหู
“คงไม่ทันแล้วสินะ ถ้าคุณอยากกลับไปตอนนี้”
“แล้วถ้าฉันจะกลับล่ะคะ”
หญิงสาวแสร้งขืนตัวแต่กลับถูกแขนแกร่งกระชับไว้แน่นกว่าเดิม ร่างสูงแทบคุมสติไม่อยู่เมื่อเธอหายใจแรงจนเนินเนื้ออวบอิ่มไหวกระเพื่อมเสียดสีกับอกกว้างผ่านเนื้อผ้าบนตัวเขา
“เราคงไม่เคยอยู่กันแบบนี้กระมัง คุณเลยตื่นเต้นมาก”
“ค่ะ”
ดวงตากลมโตใต้แพขนตางอนงามช้อนมองเจ้าของใบหน้าคมคายที่หล่อร้ายราวกับเทพมาจุติ เอเวอร์ลีนหลงใหลนัยน์ตาสีฟ้าเข้มคู่นั้น จมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากหนาได้รูปที่มอบจูบแสนรัญจวนในยามนี้
ตอนที่ 2
“บอกทีสิคะ ไคลน์ ว่าฉันควรทำยังไง”
“คุณไม่ต้องทำอะไร...ที่รัก”
เซอร์เรนัล์ฟยิ่งทำให้เธอตื่นเต้นมากขึ้นด้วยการดันร่างนุ่มลงบนเตียงที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอจากกลีบกุหลาบโมนาโก ร่างเล็กสั่นสะท้านน้อย ๆ อยู่ใต้ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสับเน้นความเป็นชายชาตรีอันน่าใหลหลง แม้ยังรู้สึกกระดากอายแต่ก็ยินยอมให้เขาซุกใช้ไปตามแก้มเนียนใสและซอกคอหอมกรุ่น กระทั่งใบหน้าคมเข้มเลื่อนต่ำลงไปถึงเนินเนื้อละมุนเหนือเกาะอกทำให้อิสลินออกอาการตกใจเล็กน้อยและจิกหัวไหล่ของเขาด้วยปลายเล็บ
“ไคลน์คะ” เธอส่ายหน้าไปมาทั้งแววตาไม่ประสาฉายความไม่แน่ใจ “ฉันไม่เคยค่ะ”
“กอดผม...ที่รัก...ไม่มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คุณคิด”
อิสลินทำตามที่เขาบอก เธอเคยเห็นเซอร์เรนัล์ฟในเวลาที่เขาเป็นหนุ่มแสนดี เยือกเย็นและเป็นสุภาพบุรุษ เวลานี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นแต่เขากำลังปลุกความร้อนในกายเธอให้เริ่มเผาไหม้รุนแรงขึ้นทุกขณะด้วยปลายลิ้นอุ่นที่ลากไล้ไปบนผิวเรียบเนียนบนคอและไหล่ หญิงสาวบอกตัวเองว่าไม่เคยเกิดความรู้สึกแบบนี้มาก่อน วูบวาบในช่องท้องและปั่นป่วนไปหมดแทบทนไม่ไหว เธออยากให้เขาแค่จูบ เคลียแก้มของเธอด้วยคางสากระคาย ทว่าน่าแปลกที่ร่างกายนุ่มนิ่มกลับปรารถนาการรุกเร้าจากกายแข็งแกร่ง
“อีฟ...ผมอยากกอดคุณแบบนี้มานานแล้ว”
“ไคลน์”
ผิวแก้มเปล่งปลั่งเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดเมื่อชุดเกาะอกผ้าชีฟองถูกรั้งไปกองไว้ที่ปลายเท้า เซอร์เรนัล์ฟทำอย่างที่พูด เขากอดร่างนุ่มเกือบเปลือยเปล่าซึ่งมีเพียงแพนตี้ตัวน้อยปกปิดไว้เท่านั้น
“ผมเป็นคนแรกหรือเปล่าที่กอดคุณไว้แบบนี้” ชายหนุ่มตั้งคำถามขณะจ้องมองดวงหน้าแสนสวยของสาวลูกครึ่งไทยเชื้อสายอังกฤษใต้กรอบเรือนผมแผ่สยายบนผ้าปูสีงาช้าง ตาคู่งามช่างน่าหลงใหล เรียวปากเล็กนั้นแสนเย้ายวนราวกลีบกุหลาบอ่อนบาง อิสลินเป็นผู้หญิงอ่อนหวาน แต่ทรงพลังในตัวเอง ร่างอรชรที่บิดไปมายิ่งทำให้เขาคลั่งไคล้จนต้องเบียดความแข็งแรงบนกายแกร่งเข้าหา
“ฉันไม่เคยถูกใครกอดแบบนี้นะคะ คุณเอาเปรียบฉันรู้มั้ย” แก้มเนียนยิ่งเป็นสีเข้มจัดเมื่อชายหนุ่มสลัดเสื้อและกางเกงของตัวเองทิ้งไปบ้างอย่างไม่ใยดี
“คราวนี้ก็ไม่มีใครเอาเปรียบใครแล้วสินะ...อีฟ”
เซอร์เรนัล์ฟกดจูบหญิงสาวเบา ๆ และค่อย ๆ ละเลียดปลายลิ้นอุ่นอ้อยอิ่งบนเรียวปากชุ่มชื้นแสนเย้ายวนเนิ่นนาน อิสลินรู้สึกหวั่นหวามทุกครั้งที่ชายหนุ่มเบียดกล้ามเนื้ออกกำยำบนเนินผิวกลมกลึงอย่างจะบอกให้รู้ว่าร่างอรชรนั้นน่าปรารถนาแค่ไหน
“ที่รักคะ...ฉันกลัวค่ะ”
เจ้าของเรือนร่างโค้งเว้าแนบฝ่ามือลงบนกรามแกร่งที่ยิ่งทำให้เธอตื่นเต้นด้วยการถูไถขนเคราสากระคายบนข้อมือบางแผ่วเบา
“อย่ากลัว ผมจะสอนคุณเอง”
รอยยิ้มอันน่าหลงใหลจุดประกายบนใบหน้าหล่อเหลาที่แนบการเปลือยเปล่าสนิทแนบกับร่างนุ่มนิ่ม อิสลินหอบหายใจไม่ใช่เพราะเหนื่อยแต่อย่างใดทว่าเธอกำลังจะขาดใจเพราะไฟพิศวาสร้อนที่แผดเผา
“คุณคงไม่ได้กลัวจนคิดอยากกลับบ้านตอนนี้หรอกนะ ที่รัก”
“ไคลน์คะ...ฉันเป็นนักเรียนที่ดีนะคะ ถึงจะเรียนรู้ช้าไปบ้าง แต่ฉันจะอดทนค่ะ”
“ดีมาก...อืม...ดีเหลือเกิน...นักเรียนที่น่ารักของผม”
เซอร์เรนัล์ฟยิ้มอ่อนหวานอีกครั้งและทำราวกับเขาเป็นอาจารย์หนุ่มที่ตั้งใจมอบบทเรียนรักที่นักเรียนสาวของเขาจะไม่มีวันลืมได้ลง ในเวลาเดียวกันอิสลินก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายตัวเองจากอาการบิดเกร็งที่เกิดขึ้นโดยเธอไม่ตั้งใจ หญิงสาวรอคอยสัมผัสอันซาบซ่านรัญจวนซึ่งเขาบรรจงมอบให้ผ่านปลายนิ้วแกร่งที่ลูบไล้ไปบนเนียนผิวผุดผาดของสาวสะพรั่งและไม่ลืมจุมพิตเร่าร้อนราวจะช่วยดูดซับความกังวลจากเนื้ออุ่นที่กระตุกเต้นในทุกวินาที
แสงไฟละมุนภายในห้องอาบไล้ลงบนร่างอ้อนแอ้นที่อ่อนปวกเปียกอยู่ใต้ร่างแข็งแกร่งกำยำซึ่งบ่อยครั้งอิสลินก็อดไม่ได้ที่จะมองเซอร์เรนัล์ฟกลับไปด้วยแววตาอาบเอิบด้วยความปรารถนาจนแทบหลอมละลายเขาได้ หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอและเลียริมฝีปากอิ่มแห้งผากเมื่อมองดูกล้ามเนื้อเป็นลอนบนหน้าท้องกระเพื่อมไหวไปตามลมหายใจที่ดังไม่แพ้กัน เขาเป็นผู้ชายที่น่าหลงใหลตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบ ความหล่อเหลาบาดจิตและความเป็นสุภาพบุรุษผิ่งขรึมดึงดูดให้เธออยากเข้าไปค้นหา ซึ่งหญิงสาวก็ได้ค้นพบแล้วว่า เซอร์เรนัล์ฟ เป็นผู้ชายที่น่าปรารถนามากเพียงใด
ตอนที่ 3
“บทเรียนแรกที่ผมจะสอนคุณก็คือ...มองผม อีฟ...มองผมเหมือนคุณไม่เคยรู้จักผมมาก่อน และหลังจากนั้น...”
ชายหนุ่มหรุบนัยน์ตาสีฟ้าเข้มลงไปยังเรียวปากชุ่มชื้นที่เผยอออกอย่างลืมตัว “ผมก็จะจูบคุณ”
อิสลินอ้าริมฝีปากออกเพื่อรับเรียวลิ้นอุ่นร้อนซึ่งเป็นบทเรียนแรกที่นักเรียนสาวได้รับจากอาจารย์หนุ่ม เซอร์เรนัล์ฟคล้ายอดใจไว้ไม่ไหวต้องลูบโลมฝ่ามือหนาลงไปตามส่วนคอดเว้า เขาเคยจูบเธอมาหลายคราทว่าก็ไม่มีครั้งใดปลุกปั่นความปรารถนาจากก้นบึ้งได้มากเท่านี้ ปลายลิ้นหนาซอกซอนไปหมดทุกที่ พลิกพลิ้วไปตามกระพุ้งแก้มและกระหวัดเกี่ยวลิ้นเล็กอย่างมีชั้นเชิง
“ไคลน์”
ร่างเล็กที่ซ่อนความอวบอัดกอดรัดแผ่นหลังกว้างและเริ่มครวญครางเบา ๆ เมื่อเขาแกล้งยั่วเย้าเธอด้วยการหยุดทุกอย่างลงชั่วครู่
“อีฟ...คุณมีอะไรอยากบอกผมอย่างนั้นหรือ?”
แม้กายหนาจะหยุดการบดเบียดทว่านัยน์ตาคู่นั้นยังจับจ้องดวงตาคู่งามด้วยความฉ่ำหวาน อิสลินไล้ปลายนิ้วไปบนแผงอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อหนั่นแน่นสมชายชาตรีก่อบอกด้วยเสียงสั่นพร่า
“ไคลน์คะ...แล้วบทเรียนต่อไปล่ะคะ”
หญิงสาวหน้าแดงเพราะเขินอายแต่ร่างกายกลับไม่รีรอที่จะตอบสนองเขาในทุกสัมผัส คงน่ากระดากเกินไปที่จะร้องขอว่าอย่าได้หยุดทุกอย่างลงแค่นี้
“คุณคงไม่รู้หรอกที่รัก ว่าผมตื่นเต้นมากแค่ไหนที่จะสอนบทเรียนต่อไปให้คุณ”
เซอร์เรนัล์ฟคงรู้สึกอย่างที่พูดจริง ๆ เมื่อมือใหญ่เลื่อนมากอบกุมเนินเนื้ออวบนุ่มทั้งสองข้างไว้ด้วยอาการสั่นเล็ก ๆ หญิงสาวอยากบอกว่ามันเป็นบทเรียนอันน่าอัศจรรย์เมื่อเขาเริ่มเชยชมความงามนั้นด้วยการเสียดถูคางระคายไปมาก่อนครอบครองปลายสุดของโนมเนื้อเล็ก ๆ สีน้ำตาลอ่อนอมชมพูด้วยเรียวปากและปลายลิ้นสลับกันทั้งขบเม้มและดูดดุนจนร่างอรชรอ่อนเปลี้ยไปหมด
“ไคลน์...พอเถอะค่ะ...พอเถอะ”
ปากเล็กนั้นเว้าวอนอยากให้เขาหยุดแต่มือทั้งสองกลับขยุ้มเรือนผมสีน้ำตาลและแอ่นกายเข้าหา อิสลินรับรู้ถึงความรู้สึกแปลกใหม่ทั้งกำซาบซ่านและกำลังจะทำให้เธอระเบิดออกเป็นเสี่ยง หญิงสาวคล้ายคนหลงละเมออยู่ใต้ร่างสูงใหญ่ที่ปรนเปรอความสุขทะลักทลายผ่านเรือนกายที่กำลังบดเบียดเสียดสี
“อืม...อา”
เสียงครางที่ลอดผ่านเรียวปากจิ้มลิ้มดังขึ้นเรื่อย ๆ ราวจะแข่งกับเกลียวคลื่นที่ซัดสาดอยู่เบื้องนอก อิสลินเผลอหยิบกลีบกุหลาบที่กระจัดกระจายอยู่ใต้แผ่นหลังไล้บนเรียวปากฉ่ำและลิ้มเลียรสอันหอมหวานล้ำจากกุหลาบแห่งโมนาโก เซอร์เรนัล์ฟยังไม่ยอมละใบหน้าหล่อเหลาจากเต้ากลมอวบอิ่ม เขายังคงเฟ้นฟอนและไล้เลียดไปมาขณะกอบกุมมันไว้ในมือราวกลัวจะสูญหาย จนคิดว่าถึงเวลาของบทเรียนต่อไปเจ้าของใบหน้าคมคายจึงผงกศีรษะขึ้นมองร่างอรชรซึ่งบัดนี้ผิวเนียนละมุนกรุ่นไปด้วยกลิ่นจากกลีบดอกไม้
“อีฟ...คุณทั้งสวยทั้งหวานไปหมดทั้งตัว คุณสวยยิ่งกว่าปรินเซส เดอ โมนาโกที่ผมคิดว่ามันสวยที่สุดแล้ว”
“มันเป็นดอกไม้ที่ฉันชอบมากค่ะ บอบบบางแต่ช่างเป็นความงามที่ทรงพลัง”
“และมีเสน่ห์น่าหลงใหลอย่างไม่น่าเชื่อ” เหมือนเขาที่ถูกสะกดให้ใหลหลงความงามเบื้องหน้าในตอนนี้ เซอร์เรนัล์ฟก้มลงจูบซับใต้ถันกลมกลึงก่อนระเรื่อยลงไปถึงสะดือบุ๋มบนหน้าท้องแบนราบ ใช่แต่เขาที่ชีพจรเต้นเร็วแต่การปลุกเร้าอันยวนเย้ายังทำให้เอเวอร์ลีนถึงกับสะดุ้งเล็ก ๆ เมื่อเรียวปากนั้นเลื่อนต่ำลงไปเรื่อย ๆ