บ้านสุขใจ จ.ภูเก็ต ประเทศไทย
"ลันจะไปจริงๆ เหรอลูก"
ครูอารีถามหญิงสาวรูปร่างสมส่วนดูสุขภาพดีเพราะเธอขยันดูแลตัวเองและออกกำลังกายเป็นประจำใส่กางเกงยีนขายาวกับเสื้อยืดสีขาวออกแนวผู้หญิงลุยๆ ตามแบบฉบับที่เธอชอบเพราะทำอะไรจะได้ถนัดๆ ไม่ต้องคอยระมัดระวังอะไรให้ยุ่งยากตามงานที่ทำ
"ค่ะแม่ ลันตัดสินใจแล้วค่ะ"
เธอตอบครูอารีผู้ที่เธอนับถือเป็นแม่และได้เลี้ยงดูเธอให้เติบโตมาตั้งแต่เธอจำความได้ เธอเป็นหนี้บุญคุณชีวิตครูอารีมากมายนัก ลันตาได้ทุนไปเรียนต่อที่อิตาลีตามที่เธอเคยยื่นเรื่องขอไว้กับที่ทำงาน
"ลันจะกลับมาหาแม่บ่อยๆ เท่าที่มาหาได้เลย แม่ไม่ต้องเป็นห่วงลันนะคะ รักแม่ที่สุด จุ๊บบ"
เธอบอกร่างอ้วนท้วมน่ากอดของผู้ที่เลี้ยงเธอมาและจุ๊บแก้มไปหนึ่งที
"เมื่อลันตัดสินใจดีแล้ว แม่ก็ไม่ว่าอะไร ดูแลตัวเองดีๆ รีบกลับมาหาแม่ แม่จะรอหนูอยู่ที่นี่นะ"
ครูอารีพูดพร่ำบอกพยายามไม่ให้เสียงสั่นเพราะร้องไห้พร้อมกอดลันตาไว้แน่น ราวกับว่าเธอจะหายไปแล้วไม่กลับมาหาตนอีก สองร่างผละออกจากกัน หญิงสาวเดินมาที่รถพร้อมกับกระเป๋าลากใบใหญ่สองใบแล้วขับรถออกไปทันที เธอตัดสินใจแล้วและเธอจะไม่เสียใจภายหลังเด็ดขาด ไม่ว่าความจริงจะโหดร้ายหรือน่ากลัวแค่ไหนก็ตาม
ร่างอ้วนท้วมมองตามรถลันตาไกลออกไปจนสุดสายตานึกภาวนาในใจขอให้ลูกพบเจอสิ่งที่ต้องการและกลับมาหาเธอเร็วๆ
2 เดือนที่แล้ว
วันเกิดครบรอบ 24 ปีของลันตาเธออาศัยอยู่ที่บ้านสุขใจ บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยน้องๆ อีกหลายคนที่โตมาด้วยกันเราอยู่ด้วยกันอย่างอบอุ่นเพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายให้กันและกันที่ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็รู้ดี ลันตาเป็นพี่คนโตเธอทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนให้จบได้ทำงานดีๆ ช่วยแม่ดูแลน้องๆ ที่บ้านสุขใจแห่งนี้เธอก็มีความสุขแล้วและเธอก็ทำได้ดีเลยทีเดียว
พรึ้บบบ~~ ไฟทั้งบ้านดับลง
"Happy birthday นะคะพี่ลัน"
เสียงน้องๆ กำลังเดินเข้ามาหาเธอที่กำลังจัดขนมใส่กล่องเพื่อนำไปส่งที่โรงแรมใกล้บ้านตามที่เคยทำทุกวันโดยมีคนหนึ่งเป็นตัวแทนถือเค้กมาให้คือครูอารี
"ขอบคุณนะคะแม่ ขอบใจนะจ๊ะน้องๆ ของพี่ลันน่ารักที่สุดเลย" เธอพูดด้วยรอยยิ้มสดใสกับคนที่เดินมาหา
"สุขสันต์วันเกิดนะลูก อธิษฐานก่อนแล้วค่อยเป่าเค้กนะ"
ร่างอ้วนท้วมของครูอารีบอกหญิงสาว ลันตาหลับตาอธิษฐานแล้วเป่าเค้ก ไฟทั้งบ้านถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง
"ลันรักแม่นะคะ พี่ลันรักน้องทุกคนเลยรู้ไหมคะ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องเป็นเด็กดีเชื่อฟังครูนะคะ"
ลันตาบอกน้องๆ และตัดแบ่งเค้กให้น้องๆ เท่าๆ กัน
"ครับ/ค่ะพี่ลัน"
น้องๆ บอกเธอแล้วกินขนมเค้กกันอย่างเอร็ดอร่อย ลันตาเดินออกมานั่งเล่นที่หน้าบ้าน เธอไม่รู้สึกขาดอะไรเลยแต่เหมือนลึกๆ แล้วเธอกำลังรออะไรสักอย่าง ไม่รู้สิ...เธอกำลังรออะไรอยู่นะ
"นั่งคิดอะไรอยู่เหรอลูก"
ครูอารีเดินมานั่งลงข้างๆ พร้อมกับกล่องของขวัญเอ่ยถามลูกสาวที่กำลังนั่งเหม่ออยู่
"เปล่าค่ะแม่ แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยค่ะ"
เธอตอบไปอย่างนั้นเพราะไม่อยากบอกให้แม่เป็นห่วง ครูอารียื่นกล่องของขวัญให้ลันตา
"อะไรเหรอคะ" เธอถามอย่างสงสัย
"ของขวัญวันเกิดลูกจ๊ะ"
ลันตาเปิดกล่องออกมาพบว่าเป็นจดหมายหนึ่งฉบับกับสร้อยคอจี้พระจันทร์เต็มดวงหนึ่งเส้นเธอเปิดอ่านข้อความในจดหมายอย่างช้าๆ และตั้งใจ
ลันตา มาโดร่า เซเกนต์ นี่คือชื่อจริงของลูก ขอโทษที่ไม่สามารถปกป้องลูกได้ แม่กับพ่อได้ทำผิดครั้งใหญ่นัก ทำให้ลูกไม่ได้เกิดมาเพียบพร้อมเหมือนคนอื่นๆ ขอโทษที่ทำให้ชีวิตลูกต้องลำบาก ลูกจะไม่ยกโทษให้พ่อกับแม่ก็ได้ นับตั้งแต่ที่ลูกได้อ่านจดหมายฉบับนี้ ลูกคือคนของตระกูลดีลล์.....”
ด้านหลังจดหมายเขียนที่อยู่ของที่ไหนสักแห่งไว้ ลันตาพลิกเปิดดู ในใจมีคำถามมากมาย
"อะไรคะแม่ พ่อกับแม่ของหนูเป็นอะไรคะ ฮึกก ฮึก ฮือออ"
ลันตาเอ่ยถามด้วยน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาไม่หยุด เธอสับสน มึนงงกับสิ่งที่เพิ่งรับรู้พ่อกับแม่เธอยังมีชีวิตอยู่ แต่ทำไม ทำไมถึงได้ทิ้งเธอไป
"นภากับแม่เราเป็นเพื่อนรักกัน โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กเพราะเราอยู่บ้านข้างกัน หลังจากเรียนจบนภาได้แต่งงานและได้ย้ายไปอยู่อิตาลีกับสามี ตั้งแต่ตอนนั้นแม่กับนภาก็ติดต่อกันน้อยลงจนแทบจะไม่ได้ติดต่อกันเลย จนถึงวันนั้นวันที่นภามาหาแม่ที่บ้านพร้อมกับลูกน้อย เธอฝากให้แม่เลี้ยงดูเด็กน้อยคนนั้น และได้ฝากของไว้อย่างหนึ่งบอกให้แม่เอาให้ลูกในวันที่เรียนจบ...."
ครูอารีกุมมือนุ่มของลูกสาวที่กำลังร้องไห้อยู่และเล่าเรื่องราวของตนเองกับนภาให้หญิงสาวฟัง
"แม่ขอโทษนะ ความจริงแล้วแม่ตั้งใจจะให้ตั้งแต่วันที่ลูกเรียนจบแล้ว แต่แม่ไม่กล้าเพราะกลัวจะเสียหนูไป กลัวหนูไปจากแม่ แม่ขอโทษ"
ครูอารีพูดด้วยน้ำตา เธอยอมรับว่าเห็นแก่ตัวไม่อยากให้ลูกคนนี้ไปไหนไกลจากเธอเลย ถึงจะไม่ใช่ลูกในไส้แต่ก็รักเหมือนลูกแท้ๆ เสมอมา
"คืออะไรคะแม่ ลันงงไปหมดแล้ว แล้วตระกูลดีลล์เป็นใครคะ"
ลันตาเอ่ยถามด้วยเสียงสั่น กอดร่างอ้วนท้วมครูอารีไว้แน่น......
เหตุผลที่เธอเลือกอิตาลีก็เป็นเพราะว่าที่อยู่ในจดหมายนั้น เธอต้องการรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับแม่ของเธอ ถึงแม้ความจริงนั้นอาจจะทำให้เธอเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม
ร่างบางของหญิงสาวที่ตอนนี้สวมกางเกงยีนขาสั้นเสื้อเชิ้ตสีขาวดูสบายตา เรียวขาสวยก้าวเดินเข้ามาในร้านกาแฟที่ถูกจัดตกแต่งให้ดูน่ารักอยู่ติดชายทะเลซึ่งมีเจ้าของร้านเป็นรุ่นพี่ที่ทำงานเดียวกับเธอ
"ลันทางนี้ๆ"
ลันหามองหาต้นเสียงก็พบเพื่อนสาวไซต์มินิหน้าตาน่ารักของณดากำลังโบกมือเรียกหล่อน
"ไงเรา พร้อมแล้วใช่มั้ย"
พัทร…เจ้าของร้านเดินมาที่โต๊ะพร้อมกับถือกาแฟมาเสิร์ฟให้สองสาว เพราะณดาเพื่อนรักได้สั่งไว้ให้เธอก่อนแล้ว
"พร้อมมากเลยค่ะ"
"ฉันขอให้แกตามหาแม่เจอนะลัน มีอะไรก็บอกฉันหรือพี่พัทรได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ"
"ขอบคุณแกมากเลยนะณดา พี่พัทร...."
เธอพยักหน้ายิ้มกว้างให้กับทั้งสองคนที่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงเรื่องไปเรียนต่อ ณดาและพัทรเป็นเพื่อนที่สนิทและไว้ใจได้ที่สุดแล้วในชีวิตของเธอ
"ฉันต้องคิดถึงพวกแกมาแน่ๆ เลยอะ"
"นั่นสิ ตั้ง 2 ปีนะ แต่ไม่เป็นไร ถ้าฉันคิดถึงมากเดี๋ยวจะไปหาแกเอง"
ณดากุมมือขาวเนียน ลันตารู้ว่าเพื่อนรักคนนี้เป็นห่วงเธอมากแค่ไหน ชีวิตของเธอการได้มีเพื่อนที่ดีสักคนเธอก็ดีใจแล้ว บ้านณดาค่อนข้างมาฐานะเธอจึงไม่เดือดร้อนเรื่องเงินอยากไปไหนก็ไปอยากทำอะไรก็ได้ทำ
"พูดแล้วห้ามคืนคำนะ ฉันจะรอ...."
สองสาวกับอีกหนึ่งหนุ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนานตามประสาคนช่างจ้อ เมื่อถึงเวลาจึงแยกย้าย
วันรุ่งขึ้นมีณดาและพัทรไปส่งเธอที่สนามบินในเมืองหลวงของประเทศที่มีผู้คนมากหน้าหลายตามากมายเข้าออกตลอดเวลา
"ถึงแล้วโทรบอกพี่ด้วยนะ โอเค้" พัทรพูดขึ้นพลางจับที่หัวเธอแล้วเขย่าเบาๆ
"ดูแลตัวเองดีๆ นะแก" ณดาบอกด้วยความเป็นห่วง
"ค่าา โอเคค่ะ"
"เก็บอาการหน่อยสิไอ้พี่พัทร...." ณดากระซิบเบาๆ ข้างพัทร
ทั้งสามคนร่ำลากันเรียบร้อย ลันตาเดินไปนั่งรอขึ้นเครื่องเพื่อไปยังสถานที่ที่มีความจริงบางอย่างรอเธออยู่