“ไฮ... แพทวันนี้เธอแต่งตัวสวยจัง เป็นยังไงบ้างที่ฝึกงานของเธอแจ๋วหรือเปล่า ได้ข่าวว่าท่านประธานบริษัทยังโสดงั้นเหรอ ขอเบอร์เค้ามาให้ฉันหน่อยสิ”
เดซี่เพื่อนสาวที่พักอยู่ห้องตรงข้ามของแพรอัปสรกล่าวพูดคุยกับเธอ เมื่อเห็นสาวน้อยชาวเอเชียผู้มีใบหน้าสวยหวาน ผิวขาวอมชมพูดวงตากลมโต ส่วนสูง 155 เชนติเมตร อายุ 21 ปี เธอสวมเสื้อผ้าในชุดกางเกงยีนรองเท้าผ้าใบเสื้อคอกลมสีฟ้าอ่อนรัดรูป ก็ยิ่งทำให้เรือนร่างเล็กเต็มไปด้วยส่วนเว้าส่วนโค้งน่าหลงใหลในสายตาหนุ่ม ๆ ที่พบเห็น
“เออ... ใครจะไปกล้าล่ะ ถึงรู้ฉันคงเอาให้เธอไม่ได้หรอก ไม่งั้นท่านประธานคงไม่อนุมัติใบจบฝึกงานให้ฉันแน่ ถ้าฉันแอบเอาเบอร์ของเขาให้เธอ ขอโทษด้วยนะเพื่อนฉันให้ไม่ได้จริง ๆ”
“โอเค ล้อเล่นน่า ซีเรียสไปได้ฉันเข้าใจเธอดี แต่น่าอิจฉาเป็นบ้าเลยที่เธอได้อยู่ใกล้ชิดผู้ชายหล่อแบบนี้ เธอรู้มั้ยเพื่อนในกลุ่มของเค้าหล่อ ๆ ทั้งนั้นเลยอ่ะ แถมรวยมากด้วย โดยเฉพาะคุณคาร์ลอส เทอร์ราซซิโน่ คนนี้เพอร์เฟคมากทุกด้านลีลาร้อนแรงเปลี่ยนผู้หญิงบ่อย แต่ผู้หญิงทุกคนก็ยังอยากเข้าใกล้ขอเพียงได้นอนด้วยสักครั้งก็ถือว่าเป็นบุญมากแล้วแกเอ้ย แต่น่าเสียดายที่คุณคาร์ลอสนาน ๆ มาทีที่อเมริกา ส่วนมากอยู่อิตาลีมากกว่าถ้าได้สักคนในกลุ่มนั้นมาเป็นแฟนก็คงจะดีมากเลยล่ะ โดยเฉพาะคุณคาร์ลอส”
“ทำเป็นมาแกล้งถามฉัน แต่เธอกลับรู้มากกว่าฉันเสียอีกนะ”
“ก็มันอยากได้อ่ะ แพทช่วยหน่อยสิ นะขอร้องล่ะ นะ นะเพื่อน”
“ก็ได้ ฉันจะลองดูแล้วกันแต่ไม่รับรองนะ”
“เย้... ขอบใจมากเพื่อน รับรองได้ถ้าได้เบอร์โทรมาฉันไม่บอกคุณแดเนียลว่าเธอเป็นคนเอาให้ฉันหรอก ว่าแต่เธอจะไปไหนเหรอ”
“ฉันจะไปห้างซื้อของหน่อยน่ะฉันไปก่อนนะพอดีของใช้ของกินในห้องหมดไปน่ะ บาย... แล้วเจอกัน”
ภายในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกาเป็นห้างสรรพสินค้าในเครือของตระกูลเทอร์ราซซิโน่ ปัจจุบันผู้รับตำแหน่งประธานบริษัทคือ คาร์ลอส เทอร์ราซซิโน่ ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลรุ่นสุดท้าย ชายหนุ่มหล่อคมเข้มส่วนสูง 189 เซน หุ่นนายแบบดวงตาสีน้ำตาลประกายทองมีเสน่ห์เพียงแค่
สาว ๆ ได้สบตาด้วยหัวใจแทบละลาย จนได้รับฉายาจากสาว ๆ โหวตชื่อให้ว่า พ่อมดจอมเสน่ห์ กิจการของตระกูลนี้มีมากมาย ทั้งโรงแรม รีสอร์ทระดับเฟิร์สคลาสขึ้นไปนับพันสาขาทั่วโลก มีโรงงานผลิตเครื่องบินทั้งใหญ่ทั้งเล็กส่งขายให้กับประเทศต่าง ๆ รวมถึงเหล่ามหาเศรษฐีที่อยากมีเครื่องบินส่วนตัว
“ทำไมเจ้านายต้องปลอมตัวด้วยครับทำเหมือนกำลังเล่นหนังสายลับเลย”
“ถามมากจริงนะไอ้บรูค” น้ำเสียงคมเข้มดุของคาร์ลอส
กล่าวออกมา
“เออ... ผมแค่สงสัยน่ะครับ”
“ฉันควรย้ายตำแหน่งแกมั้ยฮะบรูค ถ้าฉันมาอย่างทุกครั้งจะเห็นการทำงานอย่างแท้จริงของพนักงานฉันมั้ย”
“ผมโง่เองครับเจ้านาย ขอโทษครับ”
“ฉลาดพูดนะแก ต่อไปหัดฉลาดคิดเสียบ้างถ้ายังอยากติดตามฉัน”
“ครับนาย ต่อไปผมจะคิดก่อนพูดครับ”
“ดี”
“โอ้ย” เสียงร้องที่เหมือนเจ็บปวดของหญิงสาวร่างเล็ก เมื่อหล่อนไม่ทันระวังมัวแต่กดโทรศัพท์จนชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างของผู้ชายคนหนึ่ง แต่คนที่ล้มกลับเป็นเธอ
“นี่คุณมีตาหรือเปล่าเดินภาษาอะไรผมเจ็บหลังไปหมดแล้วเนี่ย” คาลอสหันหน้ากลับมามองแล้วกล่าวออกมาอย่างหงุดหงิด
“ขอโทษค่ะ ฉันขอโทษนะคะ คือฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ”
เธอกล่าวและพยายามลุกขึ้นยืน ก่อนที่เธอจะจัดผมของตนเองให้เข้าที่เรียบร้อย ส่วนชายหนุ่มร่างสูงใหญ่โตที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอนั้นถึงกับอึ้ง เมื่อได้เห็นใบหน้าเรียวสวยดวงตากลมโตขนตางอนหนาที่มองมาสบตากับเขาด้วยความรู้สึกผิดเหมือนเด็กน้อย
“ขอโทษคำเดียวหลังผมไม่หายช้ำหรอกนะสาวน้อย”
“เออ... งั้นคุณจะให้ฉันชดใช้ยังไงคะ หรือคุณต้องการเงินฉันไม่ได้มีเงินมากด้วยสิ” หญิงสาวกล่าวด้วยสีหน้าที่ซีดจืด
“ผมไม่ได้ต้องการเงินของคุณ แต่คุณต้องมาดูแลผมจนกว่าจะหาย” คาร์ลอสกล่าวเสียงดุข่มขู่ร่างเล็กด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ในแบบที่สาวน้อยอ่านความคิดของเขาไม่ออก
“หึ หึ หึ “ บรูคปล่อยเสียงกลั้นขำออกมาด้วยความตลกกับการกระทำของเจ้านายที่เหมือนผู้ใหญ่กำลังรังแกเด็ก นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นเจ้านายในมาดแบบนี้
“แกขำอะไรฮะไอ้บรูค”
“เปล่าครับนาย เปล่าครับ”
“แค่ชนแผ่นหลังคุณ ต้องรับผิดชอบถึงขนาดไปดูแลคุณเลยเหรอคะ งั้นฉันขอดูหลังคุณหน่อยได้หรือเปล่า ฉันจะได้รู้ว่ามีแผลใหญ่แค่ไหน”
“งั้น... มานี่เลย” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับจับมือบางกำแน่น
“โอ้ย ฉันเดินเองได้ไม่เห็นต้องจับมือเลย กรุณาปล่อยมือฉันด้วยค่ะคนมองกันใหญ่แล้ว”
“ไม่ ถ้าผมปล่อยเกิดคุณหนี ใครหน้าไหนจะรับผิดชอบ”
คาร์ลอสกล่าวออกมาอย่างหน้ามึนไม่ยินยอม ส่วนแพรอัปสรได้แต่คิดในใจอย่างเซ็ง ๆ (แค่เดินชนหลังคนทำไมเรื่องใหญ่ยุ่งยากขนาดนี้) เธอได้แต่คิดและถอนหายใจ เพราะดูแล้วชายหนุ่มร่างสูงคู่กรณีคงมีฐานะน่าดู เสียดายที่ใส่แว่นตาสีดำกับหมวกบังหน้าไว้เลยทำให้ไม่เห็นหน้าชัด ๆ ถึงแม้ในใจจะรู้สึกกลัวแต่ไม่รู้ทำไมมือที่กำลังลากจูงมือเธออยู่นั้นกับให้ความรู้สึกปลอดภัยอบอุ่น
“คุณจะพาฉันไปไหนคะ เราไม่ได้รู้จักกันฉันกลัวนะ”
“คุณจะกลัวทำไมหรือคุณจะให้ผมแก้ผ้าตรงนี้ในเมื่อคุณอยากเห็นหลังผมไม่ใช่เหรอ”
“เอ่อ... ฉันไม่ดูแล้วก็ได้ปล่อยมือฉันเถอะค่ะ”
“ทำไมกลัวเหรอ เมื่อกี้ยังเถียงฉอด ๆ อยู่เลยนี่ รู้มั้ยร่างกายของผมทุกนาทีสามารถสร้างเม็ดเงินได้เท่าไหร่ ผมเรียกร้องแค่นี้บุญแค่ไหนแล้วรู้ไว้ซะด้วยแม่ตุ๊กตาตัวน้อย”
“ฉันไม่ได้กลัวคุณเสียหน่อย”
แพรอัปสรพูดออกไปทั้ง ๆ ที่ร่างกายของเธอสั่นเทาจนชายหนุ่มสัมผัสได้จากฝ่ามือเล็กที่เขากอบกุมอยู่
“เอากระเป๋ามานี่” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับดึงกระเป๋ามาจากไหล่บาง
“โอ้ย... คุณจะปล้นฉันหรือไงเอากระเป๋าฉันมานะ ไหนว่าไม่เอาเงินไง” หญิงสาวกล่าวพยายามยื้อแย่งกระเป๋าใบเล็กของเธอคืนมาแต่ก็ไม่สำเร็จ หนูอย่างเธอหรือจะชนะราชสีห์อย่างเขา
“นั่นคุณจะเอาบัตรและเอกสารของฉันไปไหน”
“เอาเป็นตัวประกันไงล่ะ เอานี่กระเป๋าเธอมีเงินนิดเดียวแค่นี้ยังกล้ากล่าวหาว่าฉันต้องการเงินเธออีกนะ ระดับฉันร้อยล้านยังกระจอก”
“ฉันไม่ได้รวยอย่างคุณนี่เมื่อไหร่ฉันจะได้เอกสารของฉันคืน”
“เมื่อผมหายคุณก็เป็นอิสระ เย็นนี้เจอกันที่โรงแรมเทอร์ราซซิโน่ ออ... ผมลืมบอกคุณไปผมชื่อ คาร์ลอส โอเคคนสวยอย่าสายล่ะผมไม่ชอบคนมาสายซะด้วย ไปบรูท”
“ครับนาย” บรูทตอบก่อนที่จะรีบวิ่งตามหลังเจ้านายไปอย่างรวดเร็ว
“คนบ้าใหญ่มาจากไหนเชียว เชอะ... อย่าให้เอาเอกสารคืนมาได้นะจะหนีหายหน้าไปเลย” สาวน้อยพูดบ่นตามหลังชายหนุ่มทั้งสองด้วยความหมั่นไส้ ก่อนที่เธอจะรีบเข้าไปในห้างเพื่อซื้อสินค้าอีกครั้งหลังจากที่โดนลากมาจนเกือบถึงลานจอดรถ
โรงแรมเทอร์ราซซิโน่ สาขาวอชิงตัน
เป็นตึกสูงนับร้อยชั้นสามตึกติดกันตกแต่งอย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือภายในเรียกว่าเวอร์วังอลังการราวราชวังเลยทีเดียว พนักงานทุกคนที่จะผ่านเข้ามาทำงานต้องผ่านขั้นตอนอย่างมากมาย ไม่ใช่เพียงมีผลการเรียนที่ดีเท่านั้น แต่ต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอนกว่าจะผ่าน แต่ก็คุ้มกับรายได้ผลตอบแทนที่เกินคาดเพราะที่นี่ให้มากกว่าที่อื่นถึงสองเท่า
“บรูท นี่ยัยเด็กตุ๊กตากระเบื้องยังไม่มาอีกเหรอ นี่มันกี่ทุ่มแล้ว”
“เออ... สามทุ่มกว่าแล้วครับ แฮ่... ผมว่าเจ้านายจีบสาวมุกนี้ไม่เกินไปหน่อยเหรอครับ”
“ฉันไม่ได้จีบใครเสียหน่อยนายอย่ามาเดามั่ว”
“ที่เธอไม่มาเพราะเธอคงรู้ว่าเจ้านายไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่เจ้านายพูดไป หลอกเด็กสามขวบเด็กยังไม่เชื่อเลยครับ”
“แกหาว่าฉันโง่หรือไงฮะบรูท” คาร์ลอสกล่าวด้วยสีหน้าที่ถมึงทึงโมโหเสียงคมเข้มดุเอาการ แต่บรูทชินเสียแล้วกับอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ของเจ้านาย
“เปล่าครับเปล่า ผมแค่สันนิฐานเฉย ๆ ครับ ใครจะไปกล้าว่าคุณคาร์ลอสโง่ล่ะครับ นั่นเท่ากับคิดฆ่าตัวตายชัด ๆ“
“นายรู้ตัวก็ดี ส่วนยัยเด็กนั่นคงนึกว่าหนีฉันพ้นสินะ”
“ดึกแล้วผมว่าเจ้านายไปนอนเถอะครับ ป่านนี้แล้วเธอคงไม่มาขืนรอไปเสียเวลาซะเปล่านะครับเจ้านาย”
“อืม ฉันจะนอนแล้ว นายเองก็รีบไปนอนซะไม่ต้องเฝ้ายามหรอก ที่นี่ก็ถิ่นฉันไม่มีใครกล้ามาทำร้ายฉันหรอก”
“ครับเจ้านาย”
ด้านหน้าเคาเตอร์ประชาสัมพันธ์ของโรงแรมที่ตอนนี้หญิงสาวร่างเล็กตามฉบับสาวเอเชียกำลังยืนคุยกับพนักงานอยู่ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด เพราะไม่รู้นามสกุลของคนที่เธอจะมาหา แขกที่เข้าพักก็มีชื่อเหมือนกันมากมายเธอมายืนคุยอยู่ตรงนี้นับชั่วโมงแล้ว ก่อนที่เธอจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วตัดสินใจเดินออกไปจากโรงแรมเพื่อกลับที่พัก
“หวังว่านายยักษ์ใจร้ายนั่นจะไม่เผาเอกสารสำคัญของเราทิ้งไปนะ ไม่งั้นยุ่งแน่เลยแต่จะโทษเราก็ไม่ผิดอยากไม่บอกนามสกุลเองนี่นา”
เมื่อคิดได้เช่นนี้หญิงสาวจึงรู้สึกสบายใจมากขึ้นยิ้มได้อย่างเต็มที่ถึงแม้ในใจจะยังคงกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับเอกสารของตนเองอยู่บ้าง แต่ก็เชื่อว่าคงไม่เป็นไรไว้พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่แล้วกัน เมื่อเธอตัดสินใจได้แล้วจึงรีบเดินไปโบกรถเพื่อกลับที่พักของตนเอง
“แท็กซี่ จอด จอดด้วยค่ะ”
“ไปไหนครับคุณ”
“ไปคอนโดที่อยู่ใกล้ ๆ สถานีรถไฟค่ะ”
“ครับ กรุณารัดเข็มขัดด้วยครับ”
บริษัท แฮนสันกรุ๊ป จำกัด
เป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ตึกสูงแปดสิบชั้น โดยมีชั้นของท่านประธานบริษัทอยู่ชั้นบนสุด
“สวัสดีค่ะพี่แอนนา”
แพรอัปสรกล่าวทักทายรุ่นพี่ที่มีอายุมากกว่าเธอหลายปีผู้เป็นเลขานุการของท่านประธานบริษัท ซึ่งตอนนี้แพรอัปสรมาฝึกงานเป็นผู้ช่วยเลขา เพราะคุณแอนนาที่เป็นเลขาเพียงคนเดียวมีงานค่อนข้างมากแทบล้น เมื่อมีนักษาฝึกงานเข้ามาเธอจึงยื่นเรื่องไปที่ฝ่ายบุคคลเพื่อขอมาช่วยงานในช่วงนี้
“สวัสดีจ๊ะสาวน้อย ทำไมวันนี้เธอถึงเหนื่อยหอบแบบนี้ล่ะ”
“พอดีหนูตื่นสายไปหน่อยค่ะ เกือบมาไม่ทันเข้างานเสียแล้วโชคดีที่ยังมาทันเหลือเวลาอีกห้านาที”
สาวน้อยกล่าวอย่างอาย ๆ พร้อมกับยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อเบา ๆ ตามใบหน้าและลำคอที่ขาวนวลเนียน
“วันนี้มีงานอะไรที่จะให้หนูช่วยทำบ้างคะ”
“เอานี่นำเอกสารในแฟ้มนี้ไปถ่ายอย่างละสองแผ่น แล้วนำเข้าไปให้ท่านประธานเซ็นต์ในห้องด้วยนะ”
“ได้ค่ะพี่แอนนา”
แพรอัปสรกล่าวตอบรับแล้วก้มหยิบแฟ้มจากโต๊ะของเลขาสาวรุ่นพี่ไปส่งมอบให้กับฝ่ายบุคคลตามคำสั่งของเลขาสาวรุ่นพี่
หน้าห้องฝ่ายบุคคลพรอัปสรเปิดประตูห้องเข้าไปในแผนกด้วยสีหน้าที่ยิ้ม ๆ
“ว่าไงสาวน้อยน่าเสียดายจังที่เธอไม่ได้ฝึกงานกับแผนกของพี่”
ชายหนุ่มร่างสูงหุ่นดีที่ทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการในแผนกนั้นกล่าวแกล้งหยอกพร้อมส่งสายตาเจ้าชู้มาให้กับเธอแพรอัปสรจึงทำได้แค่เพียงยิ้มอย่างเจื่อน ๆ ไปให้เพราะเธอรู้ว่าชายหนุ่มที่แกล้งแหย่เธอนั้นคิดยังไงกับเธอ คนที่เข้ามาฝึกงานร่วมกันเพื่อนของเธอบอกให้กับเธอแล้วว่ามีชายหนุ่มหลายคนในบริษัทนี้สนใจและอยากจะจีบเธอรวมถึงขอนัดเลี้ยงทานข้าวหลังเลิกงานเพื่อออกเดท โดยฝากเพื่อน ๆ ของเธอมาบอก แต่แพรอัปสรก็เลือกที่จะปฏิเสธไป
“สวัสดีค่ะพี่เเม็กไม่ทราบว่าผู้จัดการอยู่หรือเปล่าคะ”
“เอามาให้พี่ก็ได้นะครับน้องแพท เดียวพี่ช่วยจัดการให้”
แม็กผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบุคคลผู้ได้ชื่อว่าหนุ่มนักรักและเจ้าชู้ที่สุดในแผนกกล่าวออกมาให้กับสาวน้อยด้วยสายตาที่เธอเองก็สามารถมองไปเห็นถึงหัวใจของเขาได้เลยทีเดียว ว่าเค้ากำลังต้องการสื่ออะไรกับเธออยู่
“พอดีเป็นเอกสารสำคัญน่ะค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะเอกสารในแฟ้มนี้ไม่สามารถให้ผ่านคนอื่นได้ค่ะ นอกจากผู้จัดการเพียงคนเดียวเท่านั้นนี่เป็นคำสั่งของพี่แอนนาค่ะ”
ในระหว่างที่แพรอัปสรกับชายหนุ่มกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นประตูห้องผู้จัดการก็เปิดออกมาพร้อมกับร่างของหญิงร่างท้วมอายุประมาณสี่สิบสวมแว่นตาโต
“ว่าไงหนูแพทมีอะไรกันหรือเปล่า” เธอถามด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอกครับผู้จัดการ พอดีน้องแพทเขาจะเอาเอกสารนี้มาให้ผู้จัดการเซ็นแค่นั้นล่ะครับ”
“จริงเหรอหนูแพท”
“จริงค่ะคุณลีน่า คุณแม็กไม่ได้โกหกหรอกค่ะ พี่แอนนาให้หนูนำแฟ้มนี้มาให้คุณลีน่าเซ็นแล้วอยู่รอรับเพื่อนำไปให้ท่านประธานค่ะ”
“งั้นก็รีบนำเข้ามาสิเธอมัวยืนชักช้าอยู่ทำไมล่ะ”
แพรอัปสรรีบนำแฟ้มเข้าไปในห้องของผู้จัดการ ก่อนยื่นวางแฟ้มบนโต๊ะด้านหน้าของผู้จัดการฝ่ายบุคคล เวลาเพียงไม่ถึงสิบนาทีเอกสารทุกหน้าในแฟ้มก็ถูกเซ็นอย่างเรียบร้อย ก่อนที่ผู้จัดการฝ่ายบุคคลจะยื่นแฟ้มนั้นให้กับเธอ แพรอัปสรเมื่อรับแฟ้มแล้วก็หันหลังเตรียมที่จะเดินออกจากห้องฝ่ายบุคคลนั้น
“เดี๋ยวก่อนแม่สาวน้อย”
“เออ… มีอะไรหรือเปล่าคะคุณผู้จัดการ”
“ฉันขอเตือนเธอนะช่วยอยู่ให้ห่าง ๆ ผู้ช่วยหนุ่มของฉันด้วยฉันเห็นแก่อนาคตของเธอ ไม่อยากให้เธอเหมือนเด็กฝึกงานรุ่นก่อน ๆ ถ้าเธอยังอยากมีอนาคตที่ดี ผู้ชายเจ้าชู้แบบนั้นไม่เหมาะกับเธอหรอก”
ผู้จัดการฝ่ายบุคคลพูดตรง ๆ กับเธอพร้อมกับยกมือขึ้นจับแว่นของเธอลงมาเช็ดทำความสะอาด และมองจ้องหน้าสาวน้อยขณะที่กล่าวกับเธอทั้งที่ไม่ได้สวมแว่นตา
“ขอบคุณนะคะที่คุณอุตส่าห์เตือนหนู แต่หนูไม่เคยมีความคิดอยากจะยุ่งกับคุณแม็กด้วยเลยค่ะ หนูเองก็พยายามที่จะอยู่ห่าง ๆ เพราะได้ยินหลาย ๆ คนในบริษัทกล่าวเตือนมาเหมือนอย่างที่คุณพูดเช่นเดียวกันค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะงั้นหนูขอตัวนำเอกสารไปยื่นให้กับท่านประธานบริษัทก่อนนะคะ”
แพรอัปสรก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อเป็นการขอบคุณ ก่อนที่เธอจะเปิดประตูและเดินออกไปจากห้องอย่างเงียบ ๆ เมื่อแพรอัปสรถือแฟ้มมาถึงที่ด้านหน้าห้องของท่านประธานบริษัท มองไปที่โต๊ะของเลขาของท่านประธานหรือพี่แอนนากลับว่างเปล่าไร้ร่างของเลขาสาว แพรอัปสรจึงเดินตรงไปเคาะประตูห้องของท่านประธานพร้อมกับเปิดเข้าไป ภายในห้องทำงานของท่านประธานบริษัทในขณะนี้แดเนียลกำลังนั่งคุยกับคาร์ลอสหาลือเรื่องธุรกิจทั่วไป
“ขออนุญาตค่ะท่านประธานหนูนำแฟ้มของฝ่ายบุคคลมาให้กับท่านค่ะ เออ… คือ… หนูต้องขอโทษด้วยนะคะที่เข้ามาโดยไม่ดูให้ดีก่อนว่าท่านกำลังมีแขก” แพรอัปสรถึงกับพูดไม่ออกเมื่อท่านประธานหนุ่มของบริษัทไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
“ไม่เป็นไรหรอกเขาไม่ใช่แขกที่ไหน แต่เป็นเพื่อนของฉันเองเอาแฟ้มมาให้ฉันสิ”
แดเนียลกล่าวอย่างใจดีกับเธอ เมื่อเห็นสาวน้อยกำลังหน้าเสีย
“ค่ะ”
แพรอัปสรรีบเดินเข้าไปยื่นแฟ้มที่โต๊ะของท่านประธานก่อนที่เธอจะเผลอหันมามองแขกหนุ่มของท่านประธานพร้อมก้มศีรษะเล็กน้อยเป็นการเคารพและขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะ แต่เมื่อเธอได้เห็นหน้าและมองสบตากับแขกหนุ่มของท่านประธานบริษัทเธอถึงกับอึ้งมองตาค้าง ท่านประธานบริษัทที่ใครๆก็ว่าหล่อแล้วแต่เมื่อเทียบกับชายหนุ่มตรงหน้าของเธอนี้กลับดูดียิ่งกว่า แต่น่าเสียดายใบหน้านั้นนิ่งครึ้มเย็นชาไร้รอยยิ้ม แถมยังมองมาที่เธออย่างแปลก ๆ ในรูปแบบที่เธอเดาไม่ออกซะด้วย แต่เธอก็มีความรู้สึกคุ้น ๆ คลับคล้ายคลับคลาเหมือนว่าเธอเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน
“แม่สาวน้อยเธอจะเสียมารยาทจ้องมองหน้าฉันแบบนี้อีกนานมั้ย ถ้าในห้องนี้มีแมลงวันคงบินเข้าเต็มปากเธอแล้ว”
คำพูดแดดดันปนไม่พอใจของคาร์ลอสทำให้แพรอัปสรถึงกับสะดุ้งตกใจหลุดออกมาจากภวังค์ที่กำลังตกหลุมในความหล่อเหลาของคาร์ลอสด้วยความอับอายใบหน้านวลเนียนแดงก่ำ
“ขอโทษค่ะขอโทษที่หนูเสียมารยาทไปหน่อย” แพรอัปสรกล่าวขอโทษอย่างลนลาน เพราะรู้ว่าตัวเองเสียมารยาทไปจริง ๆ
“คงไม่หน่อยแล้วล่ะมั้ง สายตาเธอเล่นจ้องมองเหมือนอยากจะถอดเสื้อผ้าของฉันออกจากตัวด้วยซ้ำ ทำไมถ้าห้องนี้มีเพียงเราสองคนเธออยากจะเห็นเนื้อแท้ของฉันเหรอแม่สาวน้อย”
คาร์ลอสกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่คมดุเหมือนอยากจะหาเรื่องเธอเต็มที สร้างความสงสัยมึนงงและไม่เข้าใจให้กับ
แดเนียลและแพรอัปสร
"เป็นอะไรไปวะคาร์ลอส เมื่อกี้แกยังอารมณ์ดี ๆ อยู่เลย แค่นักศึกษาฝึกงานผู้ช่วยเลขาของฉันมองหน้าแกด้วยความตะลึงในความหล่อเกินสามชาติของแกไปนิดเดียวเอง แกถึงกับอารมณ์เสียใส่เลยเหรอนี่ไม่ใช่นิสัยสุภาพบุรุษอย่างแกเลยนะ ปกติแกชอบจะตายไปที่สาว ๆ หลงเสน่ห์ของแก”
“ทำไมแม่นี่วิเศษวิโสมาจากไหนแกถึงได้ทำท่าอยากปกป้องนัก คนบางคนทำอะไรลงไปไม่มีความรับผิดชอบแถมยังไม่รักษาคำพูดแบบนี้ สงสัยสวยแต่รูปแต่คงจูบไม่หอมแน่นอนไร้สัจจะด้วย”
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคาร์ลอสทำให้แพรอัปสรรู้สึกยิ่งมึนงงปนอับอายเป็นอย่างมาก แทบอยากหายตัวไปจากตรงนี้ดูเหมือนผุ้ชายหล่อตรงหน้าเธอนี้จะไม่ค่อยชอบหน้าเธอสักเท่าไหร่ถึงได้พูดจากระทบกระทั่งเธอแบบนี้
“ฉันว่าเธอออกไปเถอะ ขอโทษแทนเพื่อนของฉันด้วยก็แล้วกัน สงสัยวันนี้เพื่อนของฉันเขาคงอารมณ์ไม่ดี”
“ค่ะท่านประธาน หนูต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้เพื่อนของท่านประธานไม่พอใจ”
แพรอัปสรที่ยิ้มอย่างจืด ๆ หน้าซีดค่อย ๆ หันหลังเดินออกไปจากห้องทำงานของท่านประธานพร้อมกับปิดประตูอย่างเบา ๆ ก่อนที่เธอจะไปนั่งหน้าเครียดที่โต๊ะของตนเองพร้อมกับนึกไปถึงคำพูดของเพื่อนของท่านประธานบริษัทว่าเธอทำอะไรผิดไปเค้าถึงได้ทำท่าทางเหมือนโกรธเคืองและไม่พอใจเธอมากขนาดนี้ ขณะที่แพรอัปสรกำลังนั่งใจลอยคิดทบทวนอยู่นั้นแอนนาที่เดินออกมาจากห้องครัวสำหรับชงเครื่องดื่มและของว่างให้กับท่านประธานบริษัทแอนนาถือถาดที่วางกาแฟพร้อมกับขนมของว่างตรงมาที่โต๊ะของเธอ
"หนูแพทเดี๋ยวหนูนำเครื่องดื่มและอาหารว่างนี้เข้าไปเสิร์ฟในห้องของท่านประธานด้วยนะ"
แอนนากล่าวสั่งให้กับสาวน้อย โดยที่ไม่รู้ว่าเธอเพิ่งได้เจอกับอะไรมาจากในห้องของท่านประธานบริษัท
"เออ… เมื่อกี้หนู… พึ่งนำแฟ้มเอกสารเข้าไปให้ท่านประธานมาค่ะ แต่ว่าหนูเผลอไปมองจ้องหน้าเพื่อนของท่านประธานนานไปหน่อย ดูเหมือนว่าเพื่อนของท่านประธานคนนั้นจะไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ ที่หนูเสียมารยาทจ้องมองหน้าของเขา"
"อุ๊ย... ตายจริง มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ ปกติสำหรับคุณคาร์ลอสก็เป็นเรื่องธรรมดาที่สาว ๆ ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยสาวใหญ่ต่างก็จ้องมองใบหน้าของคุณคาร์ลอสเมื่อได้พบเห็นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพราะคุณคาร์ลอสเป็นคนที่สะดุดตาของสาว ๆ ได้ง่ายแถมยังเจ้าชู้เพลย์บอย เสน่ห์แรงยิ่งกว่าคุณแดเนียลประธาน