หกโมงตรงเซบาสเตียนก็ลุกไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วสวมกางเกงขายาวจากนั้นก็มุ่งหน้าไปที่ชายหาดเพื่อวิ่งออกกำลังกาย อากาศริมทะเลสดชื่นไม่มีสิ่งใดเทียบได้ อยากตื่นมาเจอฟ้าสวยน้ำใสแบบนี้ทุกวัน
เมื่อวิ่งจนเหงื่อโทรมกายก็ลงไปว่ายน้ำเพื่อคลายร้อน ชายหนุ่มดำผุดดำว่ายแล้วพาตัวเปียกโชกกลับไปที่ห้องพัก
“ตรงเวลาเป๊ะเลย ขอบคุณมากครับ” เจ็ดโมงครึ่งพนักงานก็นำอาหารมื้อเช้ามาส่ง
“เดี๋ยวผมวางไว้ที่เดิมนะแล้วก็ไม่ต้องทำห้องนะครับ”
“วันนี้ใช่ไหมคะ”
“ทุกวันเลยครับ มานอนแค่ห้าวันเอง ผ้าเช็ดตัวก็มีตั้งสามผืนเกินพอแล้วครับ เตียงก็ปล่อยมันรกไปเถอะนอนคนเดียวไม่ต้องเรียบร้อยก็ได้”
“ได้ค่ะ ดิฉันจะแจ้งแม่บ้านให้ ขอให้คุณเซบาสเตียนมีความสุขกับวันพักผ่อนค่ะ”
“นี่จะไม่มีใครยอมเรียกชื่อเล่นจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย” ชายหนุ่มพูดไปขำไปที่โดนเรียกด้วยชื่อเต็มยศ
“ดิฉันกลัวจะเป็นการไม่เหมาะสมค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ เรียกตามที่พวกคุณสะดวกใจแล้วกัน ผมขอตัวไปกินข้าวก่อนนะ ต้องอร่อยมากแน่ๆ”
“ได้ค่ะ สวัสดีค่ะ” พนักงานยกมือไหว้แล้วเดินไป
เซบาสเตียนเข็นรถอาหารเช้าเข้าไปด้านในแล้วไปอาบน้ำก่อนเพราะนั่งทั้งตัวเปียกๆ เดี๋ยวจะไม่สบาย น้ำที่นี่รู้สึกว่าอาบแล้วสดชื่นกว่าน้ำที่เมืองกรุงไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่าแต่ผมหลงรักเกาะนี้เข้าให้แล้วอยากย้ายสำมะโนครัวมาเป็นชาวเกาะจริงๆ ให้ตายสิ
เริ่มสายสนทนา
ปรีชา: ตื่นรึยังธีร์
เซบาสเตียน: ตื่นแล้วพี่ป๊อก กำลังจะออกไปนี่แหละ เพิ่งกินข้าวเสร็จ
ปรีชา: อ้าว ! บ้านนี้ทำแกงไว้หม้อเบ้อเร่อ
เซบาสเตียน: กินแล้วก็กินอีกได้ครับ พี่ก็รู้ว่าผมกินจุ
ปรีชา: เออๆ แล้วเจอกัน ก้อนเมฆร้องหาแกตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
เซบาสเตียน: บอกหลานเลยว่าคุณอาสุดหล่อกำลังจะไป
จบสายสนทนา
เซบาสเตียนไม่ลืมหยิบของสำคัญไปด้วยนั่นก็คือของขวัญวันเกิดของหลานสาวคนเล็ก วันนี้ฝนโปรยอายุครบหนึ่งขวบพ่อแม่จึงจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ให้ซึ่งมีแต่คนในครอบครัว ผมดีใจมากที่ได้รับเชิญด้วย
ปรีชาคือรุ่นพี่แม้อายุจะห่างกันเป็นสิบปีแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคใดๆ พี่เขามาทำฟันแล้วคุยกันเรื่องฟุตบอล ยิ่งคุยยิ่งถูกคอจนสุดท้ายนับถือกันเหมือนพี่น้อง
ตอนนั้นพี่เขาเพิ่งมีลูกคนแรกก็เด็กชายก้อนเมฆที่ร้องหาผมนั่นแหละ ผมถูกชะตากับพี่แล้วก็เอ็นดูก้อนเมฆมากๆ ผมชอบเด็กผมอยากมีลูกมาตลอดแต่ก็ยังไม่เจอคนที่ใช่
มันอาจเป็นการตัดสินที่เห็นแก่ตัวไปสักหน่อยแต่สำหรับผมถ้าได้สบตากันแล้วไม่ชอบขี้หน้าผมก็จะไม่ยุ่งด้วยเลยแต่กับพี่ปรีชาผมเปิดใจให้ตั้งแต่คุยกันครั้งแรก ผมรู้สึกว่าเขาเป็นคนดีไม่มีนอกไม่มีในแล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
พี่เขามีลูกนำผมไปแล้วสามหน่วยถ้าไม่ปิดอู่คิดว่าคงมีเป็นสิบตั้งทีมฟุตบอลได้แน่นอนเพราะพี่กับภรรยายังหวานไม่เปลี่ยนเหมือนเพิ่งคบกันได้สามเดือน
“อิจฉาชะมัด” เซบาสเตียนงึมงำกับกล่องของขวัญสีชมพูแล้วหยิบกุญแจรถ
“ว้าย ! ขอโทษค่ะ” ผมกำลังวุ่นวายกับโบว์บนกล่องเพราะมันคอยจะหลุดอยู่เรื่อยแล้วอยู่ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบตรงหน้าอก
“ขอโทษจริงๆ ค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ เดี๋ยวฉันหาผ้ามาเช็ดให้นะคะ” แสงจันทร์หน้าซีดเป็นไก่ต้มเมื่อรู้ตัวว่าเดินชนลูกค้าแถมไม่ได้ชนธรรมดาทำกาแฟเย็นหกใส่ด้วย
“ไม่ …” เซบาสเตียนมองรอยสีน้ำตาลบนเสื้อแล้วมองคนตรงหน้า อยู่ๆ ก็ลืมว่าจะพูดอะไร ช็อกเพราะโดนน้ำเย็นเหรอไม่หรอกใครจะหนาวตายเพราะกาแฟใส่น้ำแข็งแค่ไม่กี่ก้อน
แต่ผมกำลังจะตายเพราะหัวใจเต้นรัวมากกว่า เธอโผล่มาจากไหนไม่รู้แต่เราสองคนก็เจอกันจนได้ ผู้หญิงคนนี้แหละคนที่ผมเฝ้ารอมาแสนนานคนที่ทำให้ใจด้านชากลับมาเต้นตึกตักอีกครั้ง
นัยน์ตาของเธอสีน้ำผึ้ง ริมฝีปากมีลิปสติกสีอ่อนเคลือบไว้ ผมยาวดำขลับมัดเป็นมวยแล้วคลุมด้วยตาข่ายเพื่อความเรียบร้อยแม้เธอจะแต่งตัวเหมือนพนักงานคนอื่นแต่เธอโดดเด่นกว่าใคร
ผมละสายตาจากเธอไม่ได้เลย
“ไม่อะไรคะ” แสงจันทร์ถาม
“ไม่เป็นไรครับ ผมไปเปลี่ยนเสื้อง่ายกว่า” แล้วเซบาสเตียนก็เดินงงๆ กลับไปที่ห้องตัวเอง เธอชื่อแสงจันทร์เพราะมีเข็มกลัดติดอยู่บนหน้าอก
แสงจันทร์แสนสวยของผม
“แกๆ เห็นลูกค้าที่เสื้อเปื้อนกาแฟเมื่อกี้ไหม” ฉันงงมาก ทำไมเขาทำหน้าเหมือนเห็นผีก็ไม่รู้แล้วอยู่ๆ ก็เดินหนีไปเลย ไม่ใช่โทรไปฟ้องผู้จัดการแล้วเหรอ
“เห็น อย่าบอกนะว่ากาแฟบนเสื้อนั่นแกเป็นคนทำ” อมราถาม
“ไม่ได้ตั้งใจไหมล่ะ เขาอยู่ห้องไหนแกรู้ไหม”
“คุณเซบาสเตียนไง”
“เออๆๆ ไม่ได้อยากรู้ชื่อ อยากรู้ว่าห้องไหน”
“หนึ่งศูนย์หนึ่ง ถามทำไม”
“จะไปขอโทษอีกที ถ้าเขาไปบอกผู้จัดการฉันซวยแน่” แสงจันทร์รีบเดินให้เร็วที่สุดกว่าจะถึงก็เหงื่อผุดเต็มหน้าผากเพราะไกลพอสมควรแล้วก็กลัวด้วย
ถ้าเขาแจ้งเรื่องไปที่ฝ่ายบริหารฉันงานเข้าแน่นอน เห็นว่ารู้จักกับผู้จัดการด้วย
“แสงจันทร์เอ๊ย ! ลูกค้ามีเป็นร้อยแกก็ต้องมาซวยชนคนนี้ด้วยนะ” สาวน้อยบ่นกับตัวเอง
เมื่อมาถึงหน้าห้องพักฉันก็ยืนรอจะกดกริ่งเรียกก็ไม่กล้าคิดว่าถ้ารอสักสิบนาทีแล้วไม่มีใครออกมาค่อยกดแล้วกันแต่ก็ไม่ต้องรอนานเลย
“คุณ !” เซบาสเตียนตกใจจนถอยหลังไปหลายก้าว
“ขอโทษค่ะ” เขาทำหน้าเหมือนเห็นผีอีกแล้ว ฉันน่าเกลียดขนาดนั้นเลยเหรอ
“เอ่อ … คุณมาทำไมเหรอ”
“ฉันมาขอโทษอีกทีค่ะ คุณคงโกรธมากใช่ไหมคะเพราะเดินหนีมาเลย”
“เปล่าๆๆ ไม่ใช่แบบนั้น” เซบาสเตียนปฏิเสธเป็นการใหญ่
“ฉันขอโทษจริงๆ นะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“ไม่เป็นไร ผมก็ผิดด้วยที่เดินไม่มองทาง … ไม่ต้องคิดมากนะ” ผมย้ำเพราะเธอหน้าซีดแถมเม้มปากแน่น
“ให้ฉันเอาซื้อไปซักได้ไหมคะ”
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวกลับมาค่อยซักก็ได้”
“ทิ้งไว้นาน คราบมันจะฝังแน่นจนซักไม่ออกนะคะ ให้ฉันซักเถอะอย่างน้อยก็เพื่อเป็นการไถ่โทษ”
“โอเคผมจะเอาเสื้อมาให้แต่ไม่ใช่เพราะต้องการให้คุณไถ่โทษนะเพราะกลัวซักคราบไม่ออกมากกว่า”
“เดี๋ยวฉันให้แม่บ้านเอาไปวางไว้บนเตียงนะคะ ไม่น่าเกินเที่ยงค่ะ” แสงจันทร์รับเสื้อมาถือแล้วค่อยโล่งใจขึ้นหน่อย
“พรุ่งนี้คุณทำงานไหม”
“ทำค่ะ”
“เข้างานกี่โมงเหรอ”
“แปดโมงค่ะ”
“งั้นเจ็ดโมงครึ่งเอาเสื้อมาส่งให้ผมแล้วกัน ผมอยากดูความเรียบร้อยอีกที”
“ได้ค่ะ” แสงจันทร์ตอบแล้วก็งงอีกรอบเพราะเขาเดินหนีไปอีกแล้ว
“อาธีร์มาแล้ว” เด็กชายวิ่งซอยขาถี่ยิบเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์ที่แสนคุ้นหู
“ระวังล้มนะครับก้อนเมฆ” มารดาเอ่ยไล่หลังคนที่วิ่งผ่านไปไวๆ โตขึ้นเป็นนักวิ่งคงได้เหรียญทองแน่นอน
“สวัสดีครับอาธีร์” เด็กน้อยวิ่งไปเกาะขาชายหนุ่มด้วยความคิดถึง
“สวัสดีครับก้อนเมฆ กินข้าวรึยัง” เซบาสเตียนอุ้มหลานรักขึ้นไปกอดแล้วถามไถ่
“กินแล้วครับ เค้กน้องสวยมาก”
“อาอยากเห็นแล้วสิ” หนุ่มใหญ่ก็อดจะตื่นเต้นไม่ได้เมื่อคนที่รายงานพูดด้วยสายตาเป็นประกาย เด็กกับขนมหวานเป็นของคู่กันจริงๆ ขนาดตัวผมเป็นหมอฟันก็ยังแจกลูกอมให้เด็กอยู่บ่อยๆ
“สวัสดีครับพี่ป๊อกแล้วรุ้งไปไหนล่ะ”
“ไปเอาน้ำ นั่นไงมาพอดีเลย”
“สวัสดีจ้ะธีร์ ดื่มน้ำก่อน”
“ขอบคุณมากครับแล้วสาวสวยของผมอยู่ไหนเนี่ย”
“พากันไปผูกผมเปียในห้องน้ำเดี๋ยวก็มาจ้ะ”
“โทษทีนะพี่ไม่ได้ตั้งใจจะใส่เสื้อสีดำมางานหลานแต่พอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย”
“ไม่เป็นไรใส่สีอะไรก็เหมือนกันแหละแล้วเกิดอะไรขึ้น”
“พอดีเสื้อโดนกาแฟหกใส่ครับ ตอนแรกผมใส่สีขาวเลยต้องมาเปลี่ยนเป็นตัวนี้”
“แล้วเอาแช่น้ำรึยังธีร์ไม่งั้นซักไม่ออกนะ”
“พนักงานเอาไปจัดการให้แล้วครับ คนที่เดินชนนั่นแหละ … ยิ้มอะไรกันครับ” เซบาสเตียนมองหน้าปรีชากับสายรุ้งที่อมยิ้มให้กันอย่างมีเลศนัย
“ก่อนจะถามพี่ว่ายิ้มทำไม ถามตัวเองก่อนเถอะว่าทำไมถึงยิ้มไม่หุบ”
“ผมเปล่านะ” คนมีพิรุธรีบเถียงทันควัน
“คงเป็นการโดนชนที่มีความสุขมากเลยใช่ไหมธีร์” สายรุ้งถาม
“นี่ผมเก็บความลับไม่ได้เลยใช่ไหม”
“ใช่” สายรุ้งกับปรีชาตอบพร้อมกัน
“พนักงานเหรองั้นก็ต้องเป็นคนไทยสิ พี่คิดว่าแกโปรดแต่สาวผมทอง”
“คนไทยแท้ๆ เลยครับ น่ารักมาก สูงพอๆ กับรุ้งเลยมั้ง”
“ชื่ออะไรเหรอ ได้ถามไหม”
“แสงจันทร์ ไม่ได้ถามหรอกเห็นจากป้ายชื่อ”
“คงเป็นแสงจันทร์ที่สวยมากแน่ๆ” สายรุ้งรู้จักแววตาแบบนี้ดีมันคืออาการของคนตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก
“ใช่ สวยมาก” เซบาสเตียนตอบเสียงเลื่อนลอย
“งั้นก็ขอให้โชคดีนะไอ้ธีร์” ปรีชาอวยพรน้องชาย
“สวัสดีค่ะอาธีร์” สองสาวกระพุ่มมือชดช้อยไหว้ผู้ใหญ่ที่มาเยี่ยมเยียน ฟ้าใสกับฝนโปรยติดกันยิ่งกว่าตังเม จะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ
“สวัสดีจ้ะ อามีของมาฝากฝนโปรยด้วยนะ”
“ทำยังไงก่อนคะฝนโปรย” สายรุ้งเตือนความจำลูกสาวที่ยื่นมือรับของก่อนจะทำบางอย่าง
เมื่อได้ยินเสียงนิ่งๆ ของแม่ เด็กน้อยจึงยกมือไหว้
“เก่งมากจ้ะ” สายรุ้งชมเมื่อลูกทำตามมารยาทที่ดีจากนั้นก็ยิ้มให้ ลูกจะได้ไม่รู้สึกว่าถูกเอ็ด
“เข้าไปเปิดในบ้านกันดีกว่า” ปรีชาบอกแล้วทุกคนก็เดินเข้าไปด้านใน
“ผมอยากไปดูรถอาธีร์”
“กินข้าวก่อนครับก้อนเมฆ” สายรุ้งบอกลูกชาย
“ได้ไปดูแน่นอนครับ ก่อนไปเราค่อยขอแม่รุ้งอีกทีนะ” เซบาสเตียนรับปาก
ตอนที่เจอสายรุ้งครั้งแรกผมคิดว่าเธอเป็นคนหวานๆ แต่ความจริงแล้วเด็ดขาดมาก ลูกทั้งสามไม่กล้าดื้อรั้นกับแม่เลยรวมถึงพ่อด้วย พี่ปรีชาอยู่ในโอวาทของภรรยาโดยที่เธอทำเพียงแค่อย่างเดียวนั่นก็คือรักสามีหมดหัวใจ
ผมไม่เคยพบใครที่เหมาะกันราวกิ่งทองใบหยกแบบนี้ ตอนคบกันใครๆ ก็พากันอิจฉาในความรักของคนทั้งคู่ พอมีลูกก็เลี้ยงดูให้เป็นเด็กดีมีมารยาทไม่ขาดตกบกพร่อง
และที่น่าอิจฉาที่สุดก็คือแม้จะลูกสามแต่ยังหวานไม่เปลี่ยน เช่นตอนนี้ ก็เดินจับมือกันจนคนโสดแบบผมอดตาร้อนไม่ได้
ฝนโปรยคือนางเอกของงานจึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษโดยเฉพาะพี่ๆ ทั้งสองคนที่อยู่ไม่ห่างน้องเลย ถึงก้อนเมฆจะเป็นผู้ชายชอบเอะอะโวยวายเวลาเล่นกับเพื่อนตัวเองแต่พออยู่กับน้องสาวก็จะอ่อนโยนเหมือนเป็นคนละคน
สายรุ้งไม่เคยเห็นลูกชายตะคอกน้องๆ เลยสักครั้ง
งานเลี้ยงมีพ่อแม่ ปู่ย่าตายายแล้วก็ผมที่เป็นคนนอกแต่ได้สิทธิ์พิเศษกลายเป็นคนในเพราะความสนิทชิดเชื้อ บ้านหลังนี้พี่ปรีชาสร้างรอท่าตั้งแต่ยังไม่มีลูกสักคน
ถ้าจำไม่ผิดพี่ชายผมสร้างบ้านให้ลูกกับเมียหลังแต่งงานได้ไม่กี่วันจะหาใครคลั่งรักได้เท่านี้อีก ผมจึงไม่แปลกใจที่ทั้งคู่ไม่เคยเหลียวมองใครเพราะคนที่อยู่ตรงหน้าแสนดีทุกอย่าง
“ขอบใจมากนะธีร์ อุตส่าห์ขับรถมาตั้งไกล” สายรุ้งพอจะมีเวลาคุยแล้วเพราะตอนนี้ลูกๆ กำลังง่วนกับของขวัญของเล่น
“ต้องมาสิครับ ถ้าไม่ติดธุระสำคัญจริงๆ ผมต้องมาแน่นอน วันเกิดหลานสาวทั้งที”
“นี่ลาไว้ห้าวันใช่ไหมธีร์”
“ใช่ๆ พักร้อนไปในตัว”
“คืนนี้จะพาพี่ป๊อกไปเที่ยวก็ได้นะ”
“รุ้งนี้ใจดีจังไม่เหมือนผู้หญิงอื่นที่เคยเจอ”
“ยังไงเหรอ”
“ก็ยอมให้พี่ป๊อกไปข้างนอก เมียคนอื่นหวงจะตาย จะไปไหนทีแทบจะต้องกราบอ้อนวอน”
“อืม … มีแบบนั้นด้วยเหรอ” สายรุ้งถามด้วยความงงงวย ถึงจะแต่งงานรักกันแค่ไหนแต่ทุกคนก็ต้องมีเวลาส่วนตัวแล้วคนเราก็ไม่ได้ชอบเหมือนกันทุกอย่างจะให้มาตัวติดกันตลอดเป็นไปไม่ได้หรอก
สามีของฉันชอบดูบอลแต่ฉันไม่ชอบเลย เวลามีคู่หยุดโลกพลาดไม่ได้เขาก็จะออกไปดูบ้านเพื่อนหรือไม่ก็ตามร้านอาหาร ฉันไม่เคยตามไม่เคยระแวงเพราะรู้ว่าเขาไว้ใจได้
“มีอะไรเหรอจ๊ะสายรุ้ง” ปรีชาถามภรรยา
“ธีร์น่ะค่ะ เขาบอกว่ารุ้งใจดีที่ยอมให้พี่ป๊อกไปไหนมาไหน รุ้งก็เลยถามว่ามีไม่ให้ไปด้วยเหรอ ก็มีขากันทุกคนจะล่ามโซ่ติดกันไว้รึไง ใครๆ ก็อยากมีเวลาส่วนตัวทั้งนั้น”
“ฮ่าๆๆ เยอะแยะไป เพื่อนๆ พี่น่ะ เมียตามจิกทุกสิบนาที”
“เอ่อ … แล้วหนูต้องทำแบบนั้นด้วยไหมคะพี่ป๊อก” สายรุ้งเริ่มไม่แน่ใจ
“ไม่ต้องหรอกจ้ะ จะทำเพื่ออะไรเสียสุขภาพจิตเปล่าๆ พี่ไปกับเพื่อนก็คืออยู่กับเพื่อนจริงๆ แต่ไอ้พวกนั้นมันไม่ซื่อ”
“เข้าใจแล้วค่ะ น่าสงสารผู้หญิงนะคะ”
“แต่พี่ไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ” ปรีชารีบบอก
“หนูรู้ค่ะ พี่ป๊อกจะมีใครได้ติดลูกขนาดนี้”
“ติดหนูด้วยจ้ะ” ว่าแล้วปรีชาก็หอมแก้มเมียรักเพื่อเป็นการยืนยัน
“พี่ป๊อก ! คนอยู่เต็มบ้าน บัดสีจริง” สายรุ้งตีแขนคนรุ่มร่าม
“หอมเมียตัวเอง บัดสีตรงไหน”
“พอเลยค่ะ หนูไปเล่นกับลูกดีกว่า”
“เล่นกับลูกพี่ก็ตามไปหอมได้” ชายหนุ่มพูดไล่หลังไปแล้วหัวเราะชอบใจความหน้ามึนของตัวเอง การได้แกล้งเมียคือความสุขที่ปรีชาโปรดปราน
“อิจฉาโว้ย” เซบาสเตียนทั้งขำทั้งหมั่นไส้
“อิจฉาก็รีบหาเมียสิครับน้องชาย”
“ถ้ามันหาได้ง่ายๆ ก็ดีสิครับพี่ชาย”
“แล้วเป็นไง พนักงานคนนั้น”
“พี่ป๊อก …” เซบาสเตียนนิ่งไปหลายนาทีแล้วพูดขึ้นมา
“อะไร แกทำให้พี่กลัวนะเนี่ย ทำไมทำหน้าทำเสียงแบบนี้หรือมีมากกว่ากาแฟหกใส่”
“เปล่าพี่ ผมจะถามว่าพี่ชอบรุ้งตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันเลยไหม”
“อืม … ไม่นะ ครั้งแรกไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำเจอกันในงานแจกลายเซ็น อีกครั้งก็พอๆ กันเพราะพี่ต้องรีบไปสอนแล้วก็ครั้งที่สามนั่นแหละที่ทำให้พี่เริ่มถามตัวเองว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมฟ้าถึงพาผู้หญิงคนนี้มาให้เจอถึงสามครั้งสามครา”
“เหรอครับ” เซบาสเตียนรับคำแบบหงอยๆ
“ถามทำไมเหรอ”
“คนจะรักหรือชอบกันต้องใช้เวลาใช่ไหมพี่”
“ก็ไม่อีกนั่นแหละถึงพี่จะไม่ได้ชอบรุ้งตั้งแต่เจอครั้งแรกแต่ก็สะดุดตาพอสมควรเพราะเขามีของมาฝากแต่พอได้เจอกันที่นี่ ความรู้สึกของพี่จากศูนย์ก็พุ่งไปร้อย” ปรีชาคิดถึงควาหลังที่แสนหวานชื่น
ตอนนั้นผมมาแจกลายเซ็นที่เกาะสมุยแล้วคนดูแลงานก็คือสายรุ้งกับเพื่อนอีกคน เมื่อฟ้าส่งเธอมาเป็นครั้งที่สามผมจึงคว้าไว้และตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เราก็ยังรักกันไม่เปลี่ยน
“พี่ว่ามันจะแปลกไหมถ้าผมชอบพนักงานคนนั้น”
“ไม่แปลกเลยธีร์ ในชีวิตจะมีแค่คนเดียวที่เจอแล้วเหมือนเวลาหยุดหมุนเหมือนทั้งโลกมีแค่เราสองคน” ปรีชาตอบด้วยความมั่นใจเพราะเขาเองได้เจอกับคนคนนั้นแล้ว