นครเซาเปาโล,
สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล
นิตยสาร Forbes ได้จัดอันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกขึ้นอีกครั้ง ซึ่งสุดยอดมหาเศรษฐีปีนี้ก็ได้แก่แชมป์ห้าสมัยซ้อน มาร์คอส โรเจอริโอ มหาเศรษฐีชาวบราซิล เจ้าพ่อธุรกิจก่อสร้างยักษ์ใหญ่ที่สุดในยุโรปและติดหนึ่งในห้าของโลก มีทรัพย์สินอยู่ที่ 74,000 ล้านเหรียญ และตามมาด้วย เดนนิส โอซิล หนุ่มลูกครึ่งไทย-เยอรมนี เจ้าของบริษัทธุรกิจก่อสร้างยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียและก็ติดหนึ่งในห้าของโลกเช่นเดียวกับ มาร์คอส โรเจอริโอ เช่นกัน โดยมีทรัพย์สินทั้งหมด 56,000 ล้านเหรียญ
แต่คาดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เดนนิส โอซิล อาจจะสามารถโค่นยักษ์ใหญ่แชมป์เก่าอย่าง มาร์คอส โรเจอริโอ ลงก็เป็นได้ ดังเช่นการประมูลการก่อสร้างตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลกนามว่า สเตท โอเชี่ยนวัน ที่มีมูลค่าการลงทุนจำนวนมหาศาลคือราวๆ แสนล้านเหรียญสหรัฐ ที่มีตัวเก็งอันดับหนึ่งอย่าง มาร์คอส คิงดอม แต่สุดท้ายแล้ว มาร์คอส คิงดอม ก็ต้องพลาดท่าให้กับ โอซิล กรุ๊ป ไปอย่างน่าแคลงใจที่สุด และจนถึงขณะนี้ผมก็ยังมั่นใจว่าทุกคนทั่วโลกก็ยังสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการตัดสินใจเปลี่ยนผู้รับเหมาก่อสร้างตึกระฟ้า สเตท โอเชี่ยนวัน อยู่อย่างแน่นอน
“ระยำ!”
หนังสือพิมพ์ชื่อดังของประเทศบราซิลถูกเหวี่ยงใส่ผนังห้องที่ปูด้วยกระเบื้องหินอ่อนสีสวยอย่างแรง พร้อมๆ กับคำสบถหยาบคายที่ตามติดออกมาจากลำคอแกร่งสีแทนของ มาร์คอส โรเจอริโอ ครั้งแล้วครั้งเล่า ดวงตาสีทองอร่ามวาวโรจน์ด้วยความโทสะแรงกล้า กรามสี่เหลี่ยมที่ดูแข็งกระด้างอำมหิตขบกันจนขึ้นสันนูนเป่ง ริมฝีปากสีสดบางเฉียบเม้มกันสนิท ความขัดเคืองทะลักทลายออกมาไม่หยุด
ให้ตายเถอะ ไม่ใช่แค่คนทั่วโลกหรอกที่ไม่อยากเชื่อว่า มาร์คอส คิงดอมจะพ่ายแพ้ให้แก่ โอซิล กรุ๊ป แบบนี้ ขนาดตัวเขาเอง มาร์คอส โรเจอริโอ ก็ยังแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองได้รับความปราชัยมาไว้ในมือ และเขาไม่มีทางเชื่อแน่ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นมันจะเที่ยงตรง เดนนิส โอซิล จะต้องใช้แผนสกปรกกับการประมูลนี้อย่างแน่นอน
“ถ้าฉันรู้ ฉันฆ่านายแน่ เดนนิส...”
มือใหญ่หยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงระยับขึ้นมากดหา อแมนด้า พาลิตต้า บุตรสาวคนงามของ แซนโด้ พาลิตต้า เจ้าของโปรเจ็คยักษ์ สเตท โอเชี่ยนวัน ด้วยความข้องใจสุดขีด และเมื่อสาวน้อยรับสาย หนุ่มหล่อปานเทพบุตรที่ได้รับการโหวตจากผู้หญิงทั่วโลกว่าเป็นชายหนุ่มที่เซ็กซี่ และมีผู้หญิงอยากขึ้นเตียงด้วยมากที่สุดจากนิตยสาร Forbes ก็เค้นเสียงถามออกไปทันที
“ผมอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น อแมนด้า...”
เสียงหัวเราะจากคู่สนทนาสาวยิ่งทำให้มาร์คอสหงุดหงิดเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า มือใหญ่สีแทนอีกข้างยกขึ้นเสยผมสีน้ำตาลเข้มของตัวเองให้ออกจากหน้าผากด้วยความขัดเคืองใจ
“ผมถาม... และต้องการคำตอบ”
ชายหนุ่มเค้นเสียงคำรามใส่ ความอดทนใกล้สิ้นสุดลงทุกขณะ ความจริงเขาอยากจะบีบคอเจ้าหล่อนให้ตายคามือต่างหาก
“ถ้าอยากได้งานนี้ ฉันช่วยคุณได้นะคะ ทุกอย่างยังแก้ไขได้ ขอแค่เพียง...”
แม่อดีตคู่ขาของเขาทำสุ่มเสียงหวานฉ่ำมาตามสาย แถมยังเว้นช่วงให้เขาได้ซึมซับคำพูดของเจ้าหล่อนเป็นเวลานานอีกต่างหาก นี่เขาควรหัวเราะออกมาให้ดังๆ กับความเมตตาของหล่อนใช่ไหม มาร์คอสประชดตัวเองอยู่ภายในใจอย่างเดือดดาล
“คุณกลับมาหาฉัน... กลับมาทำให้เตียงของฉันร้อนระอุทุกคืน และฉันสัญญาว่าจะให้คุณพ่อยกเลิกทุกอย่างกับโอซิล กรุ๊ป ฉันทำได้น่า คุณก็รู้นี่คะมาร์คอส ฉันต้องการคุณ...”
เสียงของอแมนด้า พาลิตต้า ช่างกระเส่านักในตอนท้ายของประโยค จนคนฟังอย่างมาร์คอสแทบจะกลั้นอาเจียนเอาไว้ไม่อยู่
“ขอแค่คุณกลับมา... เท่านั้น มาร์คอส...”
“ผมไม่มีนโยบายนำของที่หมดอายุแล้วกลับมาใช้ซ้ำอีก ดังนั้นคุณเลิกคิดถึงเรื่องนั้นไปได้เลย อแมนด้า”
เหี้ยมโหด อำมหิต ไม่มีการประนีประนอม นี่แหละคือตัวตนที่แท้จริงของ มาร์คอส โรเจอริโอ หนุ่มหล่อชาวบราซิเลี่ยนผู้เลือดเย็นคนนี้ เขาไม่เคยคิดจะทะนุถนอมจิตใจของใคร แม้ว่าคนๆ นั้นจะสามารถช่วยให้เขาได้ในสิ่งที่ต้องการก็ตามที
เขาจะไม่มีทางฝืนใจตัวเองอย่างเด็ดขาด พอๆ กับที่เขาจะไม่มีวันลากผู้หญิงที่ตัวเองปลดระวางไปแล้วกลับมาขึ้นเตียงอีกนั่นแหละ
“คุณใช้วิธีนี้กับผมไม่ได้หรอกอแมนด้า ผมเป็นคนยังไงคุณก็น่าจะรู้ดี...”
“ใช่ค่ะ ฉันรู้ดี แต่หากคุณอยากได้ สเตท โอเชี่ยนวัน คุณก็ต้องยอมลดศักดิ์ศรีของตัวเองลงซะบ้าง เพราะมีฉันคนเดียวที่สามารถช่วยคุณได้นะมาร์คอส”
เสียงอแมนด้าโต้ตอบออกมาด้วยความขัดเคืองใจไม่แพ้กัน แต่ผู้ชายที่ถูกจัดอันดับว่าร่ำรวยที่สุดในโลกถึงห้าปีซ้อนอย่างมาร์คอสไม่มีทางยอมลดตัวลงไปอย่างแน่นอน แม้จะอยากสร้างชื่อกับ สเตท โอเชี่ยนวัน ตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลกมากแค่ไหนก็ตาม
“บอกแล้วไงว่าผมไม่ใช้ของรียูส ดังนั้นเลิกพูดสักทีเถอะมันน่ารำคาญ”
“งั้นคุณก็จะไม่มีทางได้ สเตท โอเชี่ยนวัน” อแมนด้าพยายามข่มขู่ แต่คนอย่างมาร์คอส โรเจอริโอ ไม่ได้หวาดกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว
“ผมไม่แคร์ ไม่ได้มันผมก็อยู่ได้”
คำพูดไม่แยแสของคู่สนทนาทำเอา อแมนด้าถึงกับหน้าแดงก่ำด้วยโทสะ หล่อนรักและต้องการมาร์คอสมาก ถึงได้สร้างเงื่อนไขนี้ขึ้นมา คิดว่าเขาจะยอมลดศักดิ์ศรีของตัวเองลงบ้าง แต่เปล่าเลย มาร์คอสก็ยังเป็นมาร์คอสวันยังค่ำ เขายังใจเด็ด อำมหิต และเหี้ยมโหดเช่นเคย
“แล้วคุณโทรมาทำไมคะ... ถ้าไม่อยากได้มัน...”
“ผมแค่อยากรู้ว่าคุณกับไอ้เดนนิส โอซิลเล่นอะไรกันก็เท่านั้นเอง แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วล่ะว่าพวกคุณเล่นอะไรกัน”
น้ำเสียงของมาร์คอสอัดแน่นไปด้วยความขัดเคือง และแน่นอนว่าคนฟังอย่างอแมนด้าก็ยังอดเสียวสันหลังวาบไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่สามารถทำให้หญิงสาวหยุดถ้อยคำร้ายกาจที่โป้ปดขึ้นมาเลยแม้แต่นิดเดียว หล่อนพูดออกไปโดยไม่คิดถึงคนอื่นเลยว่าเขาจะเดือดร้อนยังไงบ้าง
“ใช่ค่ะ ฉันกับเดนนิสกำลังเล่นปั่นหัวของคุณอยู่ยังไงล่ะ และเขาก็คือคู่ควงคนใหม่ของฉัน คุณน่ะเป็นหมาหัวเน่าสำหรับฉันแล้วล่ะค่ะ มาร์คอส...”
มาร์คอสยังไม่ได้จะโต้ตอบอะไรออกไปแม่อแมนด้า พาลิตต้าก็รีบชิงวางสายไปก่อนอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หนุ่มหล่อยืนกัดฟันแน่นอยู่ริมหน้าต่างด้วยความคลั่งแค้นใจ
“ระยำ! ปั่นหัวฉันหรือ...”
มือใหญ่จัดการขว้างเจ้ามือถือราคาแพงเข้ากับผนังห้องอีกครั้งหนึ่งด้วยความเจ็บใจ ชิ้นส่วนของตัวเครื่องแตกกระจายแต่คนเจ้าอารมณ์กลับไม่แยแสเลยสักนิด เอาแต่ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยโทสะแรงกล้าอยู่บนเพ้นเฮ้าส์สุดหรูราคา เกือบพันล้านบาทของตัวเองอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย
ให้ตายเถอะ เขากำลังโกรธ กำลังหัวเสียอย่างมากมายเชียวแหละ
“รู้จักมาร์คอส โรเจอริโอ น้อยไปไหม เดนนิส โอซิล...”
ดวงตาคมกริบสีทองอร่ามวาววับน่ากลัว กรามแกร่งที่มีไรหนวดสีเขียวขึ้นประปรายขบกันแน่นจนเนื้อข้างแก้มกระตุกอย่างรุนแรง
“ฉันจะต้องทำให้นายรู้จักรสชาติของคำว่า ‘พ่ายแพ้’ บ้าง เดนนิส โอซิล”
มาร์คอสคำรามในลำคอด้วยความคลั่งแค้น ทั้งชิงชังอแมนด้า ทั้งขัดเคืองใจเดนนิส โอซิล ที่พวกนั้นบังอาจยัดเยียดความพ่ายแพ้ใส่มือมาโดยที่เขาไม่ต้องการ
“เกมนี้ยังอีกยาว... เดนนิส โอซิล”
หนุ่มหล่อปานเทพปั้นแต่งอาฆาตอยู่ภายในอกด้วยความเจ็บแค้น หากทุกอย่างมันเป็นไปตามกติกาเขาคงไม่แค้นจนจุกอกแบบนี้หรอก คนตัวโตเกินหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานไม้ราคาแสนแพง ตวัดตาสีทองมองเศษโทรศัพท์มือถือราคา 4 แสนเรียลบราซิล (Real) ด้วยความขัดเคืองใจ ก่อนจะเอื้อมมือใหญ่ไปกระชากกระบอกโทรศัพท์พื้นฐานขึ้นมาแนบหู นิ้วใหญ่กดต่อหาบุคคลเป้าหมายทันที และเมื่อคู่สนทนารับสายหนุ่มหล่อสุดเซ็กซี่แห่งปีก็รีบออกคำสั่งออกไปอย่างรวดเร็ว
“ผมต้องการรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับ เดนนิส โอซิล เจ้าของโอซิล กรุ๊ป ไม่เว้นแม้แต่เรื่องบนเตียง... เอ่อ แล้วผมต้องการโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ เอาขึ้นมาให้ผมในอีก 15 นาทีข้างหน้า...”
เมื่อคู่สนทนารับคำด้วยความนอบน้อมแล้ว มาร์คอสจึงกระแทกกระบอกโทรศัพท์ลงกับแป้นตามเดิม แม้ทุกอย่างที่คิดเอาไว้ในหัวจะได้กระทำลงไปแล้ว แต่กระนั้นมันก็ยังไม่สามารถฉุดรั้งโทสะให้ลดต่ำลงมาได้เลย
ให้ตายเถอะ ทำไมเขาถึงได้หงุดหงิดงุ่นง่านถึงเพียงนี้นะ ก็แค่ไม่ได้โปรเจ็คยักษ์อย่าง สเตท โอเชี่ยนวัน แค่นั้นเอง
ก็เสียหน้ายังไงล่ะ
ความคิดหนึ่งในสมองร้องตอบออกมา และนี่มันก็เป็นคำตอบของการกระทำทุกอย่างของเขาได้เป็นอย่างดี ใช่ เสียหน้า เสียหน้าเป็นอย่างมาก คนอย่างมาร์คอสไม่เคยรู้จักคำว่า ‘ปราชัย’ มาก่อนเลยตั้งแต่ลืมตาดูโลก แต่เดนนิส โอซิล กับอแมนด้าทำให้เขาต้องลิ้มรสชาติของมัน และคอยดูเถอะว่าเขาเอาคืนอย่างสาสมแน่
ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพงสีดำของตัวเองอีกครั้ง ช่วงขากำยำในกางเกงขายาวเนื้อดีเดินอ้อมโต๊ะทำงานออกมา มุ่งหน้าตรงไปหยุดยืนอยู่บานกระจกกันกระสุนขนาดใหญ่ วิวเบื้องล่างของนครเซาเปาโลชัดเต็มสองตา แต่กระนั้นมันก็ไม่สามารถทำให้มาร์คอสอารมณ์เย็นลงได้เลย ชายหนุ่มยังคงร้อนระอุดั่งไฟ และมันคงไม่ดับลงง่ายๆ แน่หากคนที่ทำให้เขาเจ็บใจมันยังอยู่เย็นเป็นสุข
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
เป็นเช้าที่แสนน่าเบื่อสำหรับ พเยีย ศุภกานต์ กำลังเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เมื่อผลพวงของรถติดซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานครทำให้หล่อนต้องมาทำงานสายเป็นครั้งที่สองในสัปดาห์เดียวกัน ทั้งๆ ที่ไม่ได้นอนดึกดื่น แต่เจ้านาฬิกาปลุกเส็งเคร็งดันเกิดมาถ่านหมดเอาเสียนี่
หญิงสาวเจ้าของฉายาเชยขั้นเทพถอนใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความวิตกกังวลกับภาพลักษณ์ของตัวเองในสายตาของเจ้านายหนุ่มสุดหล่อ กลัวเขาจะมองหล่อนเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ และขับไล่หล่อนออกจากตำแหน่งเลขาหน้าห้อง
ซึ่งหล่อนยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้... ไม่มีทางหรอก หล่อนไม่มีทางยอมอยู่ห่างจาก เดนนิส โอซิล เจ้านายรูปหล่อที่ตัวเองแอบปลื้มอย่างแน่นอน
มือสีขาวสะอาดที่โผล่ออกมาจากแขนเสื้อสูทสีน้ำตาลที่หญิงสาวสวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวในเอาไว้ยกขึ้นปาดเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นมาตามไรผมออก พยายามทำสูดลมหายใจเข้าออกให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดจังหวะโครมครามของหัวใจตัวเองให้ช้าลง
ปลีน่องที่โผล่ออกมาจากกระโปรงสีทึบยาวเลยหัวเข่าลงมาคืบกว่าขยับจะก้าวเข้าไปในลิฟต์ทันทีที่ประตูเปิดออก แต่ด้วยความรีบร้อนทำให้หญิงสาวชนเข้ากับเจ้าหน้าที่การเงินคนหนึ่งที่เดินสวนออกมาพอดี และเมื่อแว่นสายตาอันใหญ่ร่วงหล่นลงกับพื้น ความพร่ามัวก็เข้ามาเยือนในทันทีเพราะพเยียสายตาสั้นมาก
หญิงสาวรีบทรุดตัวลงควานหาแว่นตาของตัวเอง แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่พบ
“อยู่ไหนนะ...”
พึมพำออกมาด้วยความร้อนใจ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อเสียงคุ้นหูดังขึ้นใกล้ๆ พร้อมๆ กับแว่นตาที่ถูกสวมเข้ามาใส่บนใบหน้าของหล่อนตามเดิม
และเมื่อการมองเห็นกลับมาชัดเจนดังเดิม สิ่งแรกที่พเยียเห็นก็คือ เดนนิส โอซิล นั่งบนส้นเท้าอยู่ตรงหน้าของหล่อนนี่เอง
“เจ้านาย...!”
เขามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงกันนะ แล้วเมื่อกี้นี้เขาคงเห็นความซุ่มซ่ามของหล่อนเข้าแล้วแน่ๆ เลย โอ้... สวรรค์นี่หล่อนยังดูแย่ในสายตาของพ่อเดนนิสรูปหล่อปานเทพคนนี้ไม่พออีกหรือนี่
“คุณมาทำงานสายหรือพเยีย...”
“เอ่อ...”
พยายามทำหน้าทำตาให้เป็นปกติ แต่ก็ห้ามแก้มสาวที่ระเรื่อขึ้นมาไม่ได้ รู้สึกขัดเขินยิ่งนักเมื่อถูกมือใหญ่ของเดนนิสแตะเบาๆ ที่ต้นแขนและประคองให้หล่อนลุกขึ้นยืน ท่าทางของชายหนุ่มดูเฉยชาและบอกให้รู้ว่าช่วยเหลือตามมารยาทเท่านั้น แต่กระนั้นหล่อนก็อดใจเต้นแรงไม่ได้อยู่ดี
“ช่างเถอะ เพราะผมก็สายเหมือนกัน”
เดนนิส โอซิล มองเลขาสาวสุดเชยของตัวเองด้วยความเอ็นดู พเยีย ศุภกานต์ไม่เคยแต่งหน้ามาทำงานเลยแม้แต่ครั้งเดียว และก็ไม่เคยถอดเสื้อผ้าพรางหุ่นของตัวเองของเลยแม้แต่ครั้งเดียวเช่นกัน ทำงานด้วยกันมาเกือบห้าปี แต่ถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าภายในชุดตัวโคร่งของเจ้าหล่อนนั้นซ่อนอะไรเอาไว้บ้าง
“ไปเถอะไปทำงานกันดีกว่า เดี๋ยวสิบโมงมีประชุมใหญ่...”
“ประชุมใหญ่หรือคะ วันนี้ไม่มีนี่คะ หรือว่าพเยียจะจำผิด...”
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลของเลขาสาวสุดเชยทำให้หนุ่มหล่ออย่างเดนนิส โอซิลต้องรีบแก้ไขความเข้าใจผิดออกมา
“เนื่องจากเราสามารถแย่งโปรเจ็คยักษ์จากคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง มาร์คอส คิงดอม มาได้สำเร็จ ผมจึงต้องการหารือกับทุกคนน่ะ...”
“เราได้งานหรือคะเจ้านาย...”
สาวน้อยร้องออกมาด้วยความดีใจ เพราะตอนแรกทางเจ้าของงานมีทีท่าว่าจะไปจ้างทาง มาร์คอส คิงดอม แทน โอซิล กรุ๊ป ของเดนนิส สร้างตึกระฟ้ามูลค่าเม็ดเงินลงทุนจำนวนกว่าแสนล้านเหรียญสหรัฐ แต่สุดท้ายงานยักษ์นี้ก็มาตกอยู่ในมือของโอซิล กรุ๊ป จนได้ แม้จะไม่รู้ว่าเดนนิสทำยังไงถึงสามารถแย่งงานใหญ่นี้มาจาก มาร์ลอส โรเจอริโอ ได้ก็ตาม
“ใช่ สเตท โอเชี่ยนวัน เป็นของเรา...”
เดนนิสโปรยยิ้มทรงเสน่ห์ให้กับเลขาสาวสุดเชยของตัวเอง ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในลิฟต์ที่เปิดรออยู่ หญิงสาวรีบก้าวตามร่างสูงใหญ่เฉียดร้อยเก้าสิบเซนติเมตรของเดนนิสเข้าไปในลิฟต์ติดๆ
บรรยากาศเงียบเชียบเพราะเจ้านายหนุ่มหล่อของหล่อนไม่ได้ชวนคุยอะไรออกมาอีก ทำให้พเยียมีโอกาสได้ลอบมองชายหนุ่มถนัดตามายิ่งขึ้น
เดนนิส โอซิล ลูกครึ่งไทย-เยอรมันคนนี้หล่อมากเลยในสายตาของหล่อน และพเยียก็มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นเลยว่าในสายตาของผู้หญิงทั่วโลกก็ต้องมองเหมือนกับหล่อนกันทุกคน
ก็แม้ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมในกรอบผมสีดำตัดอย่างประณีตจะดูกระด้างไปบ้าง แต่ปากคอคิ้วคางที่สมบูรณ์แบบนั้นทำให้ชายหนุ่มหล่อเลิศมากในปฐพีนี้ ดวงตาสีฟ้าจัดหวานซึ้งด้วยแพขนตายาวงอน จมูกโด่งงองุ้มแบบผู้ดี แนวกรามแกร่งกระด้างมีไรหนวดสีเขียวขรึมตลอดเวลา บ่งบอกให้รู้ว่าชายหนุ่มนั้นเป็นคนที่หนวดขึ้นเร็วมากแค่ไหน และที่ติดตราตรึงใจที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นริมฝีปากสีสดบางเฉียบ มันดูเซ็กซี่และอันตรายในเวลาเดียวกัน
ให้ตายเถอะ... นี่หล่อนกำลังคิดอะไรอยู่นะ เดนนิสเป็นเจ้านายของหล่อน และเขาก็ไม่เคยแสดงท่าทางกับหล่อนในแง่ชู้สาวเลยสักครั้งเดียว ก็หล่อนไม่ใช่เหรอที่เป็นคนจัดตารางให้กับผู้หญิงที่จะขึ้นเตียงกับเขาน่ะ
สาวน้อยถอนใจแล้วถอนใจอีกกับสิ่งที่ตัวเองคิด ใช่ หล่อนแอบชอบ แอบปลื้มเดนนิส โอซิลคนนี้มากมาย แต่ระยะห่างที่เว้นเอาไว้มันก็สามารถทำให้หล่อนอยู่ใกล้ชิดกับเขามาได้ถึง 5 ปีโดยไม่ได้แสดงพิรุธใดๆ ออกไปให้เขารู้เลยแม้แต่นิดเดียว
และหล่อนก็ควรจะรักษาระยะห่างนี้เอาไว้ชั่วนิรันดร์...
“หน้าผมมีอะไรติดหรือพเยีย...”
เสียงนุ่มที่ดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงเตือนว่าประตูลิฟต์กำลังจะเปิดทำให้สาวน้อยตื่นจากภวังค์ทันที แก้มสาวระเรื่อขึ้นมา สมองรีบหาคำแก้ตัวที่ดูน่าเชื่อถือที่สุดทันที
“เอ่อ...”
“ว่าไง หน้าผมมีอะไรติดอยู่...” เขาไม่ใช่แค่คาดคั้นทางน้ำเสียง แต่เขายังจ้องเขม็งมองหน้าหล่อนมาตรงๆ อีกต่างหาก
“เอ่อ... พเยีย... พเยียเห็นผมเจ้านายยุ่งๆ น่ะค่ะก็เลยมองนานไปหน่อย”
คนตัวโตไม่ตอบ แต่กลับระบายยิ้มแปลกๆ ออกมา จากนั้นเขาก็ก้าวยาวๆ เดินออกไปจากลิฟต์ด้วยท่าทางแสนสง่างาม พเยียเป่าปากด้วยความโล่งอก ก่อนจะรีบวิ่งตามออกไปอย่างรวดเร็ว
การประชุมใหญ่เรื่องการประมูลสร้างตึกสูงระฟ้าอย่าง สเตท โอเชี่ยนวัน จบสิ้นลงในเวลาเที่ยงยี่สิบนาที ดังนั้นเดนนิสจึงชวนผู้ร่วมประชุมทุกคนไปฉลองกันที่ร้านอาหารชื่อดังที่อยู่ในโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวแห่งเดียวในประเทศไทย พเยียอยากจะไปใจจะขาดรอนๆ แต่ว่าที่ห้องพักเกิดเรื่องคือมีขโมยเข้าไปรื้อขนข้าวของ (ที่มีอยู่น้อยนิด) ทำให้หญิงสาวต้องชวดการอยู่ใกล้ชิดกับเจ้านายหนุ่มไปอย่างน่าเสียดาย
“ไอ้โจรบ้า ทำไมถึงต้องมางัดห้องฉันในวันนี้ด้วยนะ”
หญิงสาวนั่งบนพึมพำด้วยความเศร้าใจแกมเสียดายที่พลาดโอกาสการได้กินอาหารราคาแพงๆ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือการได้อยู่ใกล้ชิดกับเดนนิส นี่สวรรค์จะแกล้งหล่อนถึงขนาดนี้เชียวหรือ แค่มองห่างๆ ไม่ได้แสดงออกก็ไม่ยอมเชียวหรือ
“เสียดายจัง...”
พเยียที่ออกมานั่งอยู่หน้าห้องพักในยามที่พระอาทิตย์เข้านอนไปเกือบสองชั่วโมงแล้วถอนใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า กำลังขยับกายจะลุกขึ้นเพื่อกลับเข้าไปในห้องพักตามเดิม แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรถ เฟอรารี่ เอนโซ่ สีดำคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดเบื้องหน้า รถสวยๆ ราคาแพงแบบนี้เป็นใครไปไม่ได้หรอกนอกจาก...
เดนนิส โอซิล...!!!
“เจ้านาย...”
ความตกใจพอๆ กับความดีใจนั่นแหละ แต่หล่อนจะแสดงมันออกไปมากกว่านี้ไม่ได้ ใจเย็นเข้าไว้พเยีย เย็นไว้ เย็นให้เหมือนกับน้ำแข็ง และเมื่อการเต้นของหัวใจเข้าสู่โหมดปกติแล้ว สาวน้อยจึงรีบกระชับเสื้อคลุมตัวโคร่งที่สวมทับชุดนอนที่เป็นแบบกางเกงขายาวให้แน่นขึ้น
“ผมตั้งใจจะมาหาตั้งแต่หลังทานมื้อเที่ยงแล้วล่ะ แต่เผอิญติดลูกค้าด่วนก็เลยต้องมาค่ำมืดแบบนี้...”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มไม่ต่างจากพระเอกในละครโรแมนติกหลังข่าวดังชัดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเดนนิสก้าวลงจากรถและเดินมาหยุดตรงหน้า
“เอ่อ...”
ความหล่อของเขาทำเอาหล่อนพูดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียวได้แต่เอ่อๆ อ่าๆ จนอยากจะตบกบาลตัวเองให้ผมกระจายนัก
“คุณเป็นยังไงบ้าง โจรมันได้อะไรไปบ้างหรือเปล่า”
ภาพสายตาคมกริบที่มองสำรวจใบหน้าและร่างกายของหล่อนทำเอาหญิงสาวอดแก้มระเรื่อไม่ได้ ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าที่เดนนิสแสดงท่าทางแบบนี้ก็เพราะไม่อยากเสียเลขาฝีมือดีแบบหล่อนไป ซึ่งเขาบอกหล่อนแบบนี้ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
“ไม่... เป็นอะไรค่ะ”
ในที่สุดก็สามารถพูดออกมาได้ รวมทั้งสามารถละสายตาจากใบหน้าของเขาได้สำเร็จด้วย ให้ตายเถอะ เมื่อไหร่นะถึงจะเลิกใจสั่นเวลาเห็นหน้าเจ้านายสุดหล่อคนนี้สักที
“ห้องของพเยียไม่มีของมีค่าอะไรอยู่แล้ว มีแค่ของใช้ธรรมดาค่ะ โจรมันเลือกผิดห้อง”
แกล้งหัวเราะออกมาซะงั้น ก็อยู่ต่อหน้าเดนนิสทีไร หล่อนอึดอัดทำอะไรไม่ถูกทุกทีนี่ อยากจะวิ่งกลับเข้าห้องพักเสียให้รู้แล้วรู้รอด
“แต่ผมคิดว่าที่อยู่ของคุณไม่ปลอดภัยแล้วนะพเยีย...”
น้ำเสียงของคู่สนทนาหนุ่มหล่อจริงจังจนหญิงสาวต้องช้อนตาขึ้นมองสบกับสายตาสีฟ้าจัดคมกริบด้วยความประหลาดใจ
“หมายความว่ายังไงคะ พเยีย งง...”
“ก็หมายความว่าผมจะไม่ยอมให้คุณอยู่ที่นี่อีกต่อไปแม้แต่คืนเดียว คุณต้องย้ายไปอยู่ที่เพ้นเฮ้าส์กับผม...”
ถ้าแผ่นดินแยกแล้วสูบเอาร่างของหล่อนลงไปตอนนี้หล่อนยังรู้สึกดีกว่านี้เลย นี่จะบ้าเหรอ จะให้หล่อนไปอยู่กับเขาทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นอะไรกันเนี่ยนะ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือ... แค่อยู่ห่างกันหล่อนยังรู้สึกอึดอัดกับหัวใจตัวเองถึงเพียงนี้ หากต้องอยู่ใกล้กันตลอดเวลาแม้กระทั่งตอนนอน (แม้จะคนละห้องก็เถอะ) หล่อนจะทนเก็บความรู้สึกหวั่นไหวเอาไว้ได้หรือ
ไม่เอาหรอก ไม่มีทางไปอยู่กับเขาแน่ งั้นก็ปฏิเสธสิ พเยีย รีบปฏิเสธเขาออกไป เร็วเข้า ร้องสั่งตัวเองอยู่ภายในอกด้วยความวิตกกังวลใจ เพราะรู้จักนิสัยของเจ้านายหนุ่มดีว่าเป็นคนเอาแต่ใจแค่ไหน
“ไม่ได้นะคะ...พเยียไปไม่ได้”
“ทำไมไปไม่ได้ หรือว่าคุณอยู่กับแฟน” คำพูดของเขาทำเอาหญิงสาวต้องส่ายหน้าจนผมยาวที่ปล่อยสลวยไว้กลางหลังกระจัดกระจาย
“ไม่ใช่ค่ะ เจ้านายก็รู้ว่าพเยียยังไม่มีแฟน...”
“ไม่เคยมี...” เดนนิสต่อให้ด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า และนั่นก็ทำเอาพเยียอดค้อนตาใส่ไม่ได้
“อย่าล้อสิคะ น่าอายจะตายไป”
พ้อเสียงเบา ก่อนจะรีบตั้งหน้าตั้งตาปฏิเสธอีกครั้งเมื่อคิดได้ว่าตัวเองต้องยืนกรานเสียงแข็งเอาไว้อย่างเดียว เพราะถึงยังไงเดนนิสก็คงไม่คิดจะลดตัวไปฉุดกระชากเลขาสุดเชยอย่างหล่อนขึ้นรถให้เป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์หรอกน่า
“แต่พเยียไปไม่ได้จริงๆ นะคะ พเยียเกรงใจ และอีกอย่างมันไม่สมควรด้วย เจ้านายอาจจะอึดอัดได้”
เดนนิสส่ายหน้ายิ้มๆ มองสตรีที่สวมแว่นหนาตรงหน้าอย่างเอ็นดู “ผมไม่อึดอัดหรอกน่า เพ้นเฮ้าส์ของผมใหญ่ยิ่งกว่าห้องพักของคุณร้อยห้องมารวมกันเสียอีก และไม่ต้องคิดว่าผมจะคิดอะไรไม่ดีกับคุณ เพราะผมเป็นสุภาพบุรุษพอ...”
“พเยียไม่ได้กลัวเรื่องเจ้านายจะทำอะไรหรอกค่ะ เพราะพเยียรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่แบบที่เจ้านายชอบ แต่ที่พเยียไม่อยากไปก็เพราะว่าพเยียไม่อยากไปสร้างความรำคาญใจให้กับเจ้านายน่ะค่ะ นะคะให้พเยียอยู่แบบนี้ของพเยียต่อไปเถอะ”
หญิงสาวพยายามอธิบายเหตุผลและขอร้อง แต่คนตัวโตแสนเอาแต่ใจไม่ยอมตกลงซะงั้น ทำเอาหญิงสาวถึงกับอึ้งไปนานเลยทีเดียว
“ห้ามปฏิเสธ ผมไม่ยอมให้คุณขัดคำสั่งอยู่แล้ว เร็วเข้า เข้าไปเก็บของ...”
“แต่ว่าเจ้านายคะ พเยีย...”
“ไม่มีแต่พเยีย ถ้าคุณไม่ไป ผมจะถือว่าคุณขัดคำสั่งของผม และผมก็จะมีสิทธิ์ไล่คุณออกจากการเป็นเลขาของผม เลือกเอาก็แล้วกันว่าชอบแบบไหน...”
เอาแต่ใจ เผด็จการ นี่แหละตัวตนที่แท้จริงของเดนนิส โอซิล เจ้านายรูปหล่อของหล่อนแหละ ให้ตายเถอะ แล้วนี่หล่อนจะทำยังไงดีนะ
“เจ้านายใจร้าย...”
“ผมทำไปเพราะหวังดีกับคุณนะพเยีย ผมไม่อยากให้เลขาของตัวเองขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์เพียงเพราะถูกโจรมันข่มขืนแล้วฆ่า...”
หญิงสาวถอนใจออกมาอย่างสิ้นหนทาง ก็ทางเลือกอื่นใดมันแสนจะมืดมนเหลือเกิน หล่อนคงต้องทำตามความต้องการของเดนนิส แต่ยังไงหล่อนก็ไม่ยอมไปคืนนี้หรอก ตามผู้ชายไปเพ้นเฮ้าส์ดึกๆ ดื่นๆ น่าเกลียดตายเลย ไม่เอาหรอก พรุ่งนี้ค่อยย้ายดีกว่า
“งั้นพเยียขอเวลาคืนหนึ่งนะคะ สัญญาว่าพรุ่งนี้จะย้ายไป...”
“ไม่ได้... ผมต้องพาคุณไปคืนนี้...”
“โธ่ เจ้านายคะ มันน่าเกลียด พเยียเป็นผู้หญิงนะคะ ตามผู้ชายไปแบบนี้ ใครรู้เข้าอายเข้าแย่”
สาวน้อยวัยเพียงยี่สิบสี่ปีพ้อด้วยความเป็นกังวลใจ แม้หล่อนจะเป็นกำพร้ามาตั้งแต่เกิด แต่หล่อนก็มีเพื่อนฝูงถ้าพวกนั้นรู้เข้ามีหวังถูกล้อข้ามปีแน่ๆ
แทนที่เจ้านายของหล่อนจะแสดงท่าทางเห็นใจหล่อนออกมาบ้าง ชายหนุ่มกลับระบายยิ้มพิลึกกึกกือออกมาซะอย่างนั้น เอ้... หรือว่าเขาจะไม่เข้าใจในสิ่งที่หล่อนพูด เมื่อคิดได้เช่นนี้ พเยียจึงตัดสินใจพูดซ้ำออกไปอีกครั้งหนึ่ง
“พเยียเป็นผู้หญิงไปค้างกับผู้ชายตามลำพังไม่ได้ค่ะ”
“บอกแล้วไงว่าที่เพ้นเฮ้าส์ของผมไม่มีอะไรน่ากลัว และสัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายว่าผมจะไม่ทำอะไรรุ่มร่ามกับคุณเด็ดขาด และเมื่อไหร่ที่ผมหาที่ที่ปลอดภัยสำหรับคุณได้แล้ว ผมจะให้คุณย้ายออกไปทันที ซึ่งมันก็ไม่น่าจะเกินสามสี่วัน”