แคว้นซีฉิน
ชุดเกราะสีเงินรมดำสัญลักษณ์ของแม่ทัพใหญ่จากแคว้นเฉียนฉิน ก้าวย่างไปอย่างช้าๆ ข้ามซากศพทหารซีฉินซึ่งต่างพากันสังเวยชีวิตล้มตายเป็นจำนวนมาก ในสงครามชิงแคว้นเพื่อแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ เพื่อความมั่งคั่งที่แคว้นนั้นครอบครองและเพื่อความยิ่งใหญ่ของผู้ที่ได้รับชัยชนะจากสงครามครั้งนี้
สภาพของทุกศพไม่มีเลยที่จะมีอวัยวะอยู่ครบ ด้วยเพราะถูกแม่ทัพใหญ่ของเฉียนฉิน มีคำสั่งสังหารอย่างป่าเถื่อนและเต็มไปด้วยความอำมหิต เชื้อพระวงศ์ของซีฉินถูกตัดหัวนำมาเสียบอยู่บนกำแพงเมืองเรียงรายเป็นทิวแถว ช่างเป็นภาพที่ติดตาต่อผู้คนที่ได้มาพบเห็นจนหลอนกันไปทั่ว
หลี่เหวินฉาง แม่ทัพใหญ่จากแคว้นเฉียนฉินผู้นำชัยชนะและชิงแผ่นดินมากมายมาอย่างต่อเนื่องและเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งนำกองทัพออกล่าชิงแผ่นดินไปทั่วทุกแคว้นติดต่อกันยาวนานถึงหกปีเต็ม เดิมทีแม่ทัพผู้นี้มีคำสั่งนำกองทัพกลับคืนสู่ผิงหยาง เมืองหลวงของเฉียนฉินเมื่อสามปีก่อน หลังจากชิงแผ่นดินสือเจ้าได้เป็นผลสำเร็จเพื่อเหล่าทหารได้มีโอกาสพักผ่อนหลังจากออกรบติดต่อกันมาอย่างยาวนานถึงห้าปีเต็ม
แต่แล้วจู่ๆ กลับมีคำสั่งเคลื่อนทัพมุ่งหน้าลงล่าแคว้นทางตอนใต้ และพฤติกรรมของหลี่เหวินฉางเปลี่ยนไปชนิดที่ว่าคนละคนก็ว่าได้ อำมหิตและเลือดเย็นที่มีอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วกลับยิ่งรุนแรงและบ้าคลั่งเหมือนคนวิกลจริต ซ้ำร้ายยังมีคำสั่งให้นำร่างอันไร้วิญญาณของเชื้อพระวงศ์ที่ถูกประหารนำมาเสียบไม้แหลมปักลงดินเรียงรายตรงหน้าประตูเมือง
ในขณะที่ศีรษะถูกตัดและนำมาเสียบประจานบนกำแพงเมือง ทุกชีวิตไม่เคยมีคำว่ารอด บุรุษ สตรี คนแก่และเด็ก ตั้งแต่ชาวเมืองจนถึงเชื้อพระวงศ์ผู้ครองแคว้น ต่างได้รับจุดจบเช่นเดียวกัน ความอำมหิตผิดผู้ผิดคนของแม่ทัพผู้นี้ เลื่องลือไปทั่วจนเป็นที่ประหวั่นพรั่นพรึงและเกรงกลัว
จนถึงขนาดหากแคว้นใดรู้ว่ากองทัพจากแคว้นเฉียนฉิน ยกทัพเข้าเขตประชิดชายแดนเมื่อใด ชาวเมืองแคว้นนั้นต่างทิ้งบ้านทิ้งเมือง หนีตายกันอย่างอลหม่านอพยพไปยังแคว้นอื่น รวมไปถึงบรรดาเชื้อพระวงศ์ก็เช่นเดียวกันต่างลี้ภัยเอาชีวิตรอด ที่คงอยู่ก็รักษาเมืองไปเพราะรักผืนแผ่นดินเกิด และจุดจบก็คือร่างและหัวถูกแยกออกจากกันไม่มีใครรอดเหมือนเดิม
และการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวของหลี่เหวินฉางยังรวมไปถึงการนำสตรีมาบำเรอความใคร่อย่างไม่มีหยุดหย่อน มากล้นเต็มไปด้วยตัณหาราคะ และจบลงด้วยชีวิตของสตรีเหล่านั้นในยามรุ่งอรุณมาถึง แต่ที่น่าแปลกก็คือหญิงสาวเหล่านั้นไม่มีผู้ใดก้าวออกมาจากห้องนอนหรือกระโจมของแม่ทัพผู้นี้ในตอนเช้า
แต่สตรีเหล่านั้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย สร้างความงุนงงให้แก่เหล่าทหารที่ตามรับใช้อย่างใกล้ชิด ว่าพวกนางหายตัวไปได้อย่างไรและหายไปที่ไหน คนตายย่อมเห็นศพ คนไม่ตายจึงไม่เห็น แต่จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อหลี่เหวินฉางไม่เคยละเว้นชีวิตผู้ใดมาก่อน แล้วพวกนางเหล่านั้นจะมีโอกาสรอดชีวิตไปได้อย่างไรกัน
ซึ่งความสงสัยเหล่านั้นเกิดขึ้นนับตั้งแต่ชิงแคว้นสือเจ้ามาเป็นของเฉียนฉิน ทหารที่คอยรับใช้อย่างใกล้ชิดต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า แม่ทัพของพวกเขาเปลี่ยนไปหลังจากองค์ชายเฉียนซ่ง ได้นำสุราเมาหมื่นปีให้กับหลี่เหวินฉางในงานเลี้ยงระหว่างแคว้นสือเจ้าและแคว้นเฉียนฉิน ที่สามารถจบลงด้วยการมีไมตรีต่อกันและทำสัญญาสงบศึก
ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นองค์ชายเฉียนซ่ง เข้าร่วมกองทัพในฐานะผู้บัญชาการทัพด้วยเป็นครั้งแรกเพื่อเรียนรู้ให้มีประสบการณ์ในเชิงสงคราม โดยหลี่เหวินฉาง เป็นแม่ทัพควบคุมกองทัพทั้งหมดซึ่งการทำสงครามก่อนหน้าที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็นคนละคนนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
แม้ว่าจะอำมหิตและเลือดเย็นแต่ก็มีเหตุผลที่ทำให้ต้องลงมือเช่นนั้น การทำสงครามกับแคว้นสือเจ้า ฮ่องเต้เฉียนหยวนทรงมีพระบัญชาเป็นการส่วนพระองค์กับพระโอรสว่า หากแม้นองค์ชายเฉียนซ่งสามารถชิงแคว้นสือเจ้ามาได้ด้วยการใช้กองกำลังทหารเข้าโจมตีจะด้วยวิธีใดก็ตามแต่ พระองค์ก็จะถือว่าพระโอรสได้เรียนรู้ในการทำสงครามชิงแคว้นแล้ว คู่ควรที่จะได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นรัชทายาทของเฉียนฉินสืบต่อไป
แต่แล้วหลี่เหวินฉางกลับสามารถทำให้สือเจ้า ยินยอมตกเป็นแคว้นใต้ปกครองเฉียนฉิน โดยไม่ต้องสูญเสียกำลังทหาร ของทั้งสองฝ่าย และยังสามารถทำให้กองทัพของเฉียนฉินไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยในการทำสงครามมากไปกว่านี้หลังจากต้องตรากตรำมานานหลายปี
ซึ่งการทำสัญญาสงบศึกของระหว่างสองแคว้นในครั้งนั้นไม่เป็นที่พอพระทัยขององค์ชายเฉียนซ่งเป็นอย่างมาก เพราะสัญญาสงบศึกดังกล่าวทำให้พระองค์ไม่ได้แสดงฝีมือในเชิงรบและยังไม่ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นรัชทายาทอีกด้วย
ภายหลังจากการลงนามในสัญญาสงบศึกผ่านไปได้ด้วยดี พร้อมกับงานเลี้ยงระหว่างสองแคว้นจบสิ้นลงด้วยความเมามายของหลี่เหวินฉางซึ่งเขาได้ดื่มสุราเมาหมื่นปีขององค์ชายเฉียนซ่ง ที่อ้างว่าฮ่องเต้เฉียนหยวนพระราชทานมาให้แม่ทัพหนุ่มผู้กล้าหากการทำสงครามในครั้งนี้จบลงได้ด้วยดี
แต่แล้วเมื่อวันรุ่งขึ้นมาถึง หลี่เหวินฉางกลับกระทำผิดข้อตกลง นำกองทัพห้าหมื่นนายบุกโจมตีแคว้นสือเจ้าและสังหารชาวเมืองจนไปถึงเชื้อพระวงศ์อย่างโหดเหี้ยมอำมหิต ผิดสัจจะไม่ทำตามสัญญาสงบศึกที่ได้ทำเอาไว้ และซ้ำร้ายยังมีอาการคลุ้มคลั่งราวกับคนบ้าเสียสติ แต่แล้วอาการคลุ้มคลั่งดังกล่าวสงบลงได้ก็ต่อเมื่อนำสตรีมาบำเรอ หลี่เหวินฉางจึงได้กลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแคว้นสือเจ้าในครั้งนั้น จึงทำให้องค์ชายเฉียนซ่งได้รับการสถาปนาดำรงตำแหน่งเป็นรัชทายาทซึ่งจะขึ้นครองแคว้นสืบต่อไป และหลังจากนั้นเพียงหนึ่งปีฮ่องเต้เฉียนหยวนก็สวรรคตลงอย่างกะทันหัน
ทำให้เฉียนฉินได้ผลัดแผ่นดินใหม่รัชทายาทเฉียนซ่งขึ้นครองแคว้นสืบต่อมา และมีพระบัญชาให้หลี่เหวินฉางออกล่าแคว้นมากมายเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่เฉียนฉินและสร้างบารมีให้แคว้นทั่วหล้าเกรงกลัว
จิตอำมหิตคร่าชีวิตคนทั้งเมือง มากด้วยตัณหาและราคะเสพจนชีพสตรีนางวอดวาย เสพกายนางจนกลืนกินไปทั้งตัวไม่เหลือสิ้นแม้กระทั่งร่างและวิญญาณ ทั่วหล้าต่างโจษขานแม่ทัพผู้นี้ว่า จอมปีศาจแห่งเฉียนฉิน ไร้สิ้นเมตตากับผู้ใดอย่าคาดหวังว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงวันพรุ่งนี้เลยสักคน
กระโจมแม่ทัพ
ในค่ำคืนนี้แม่ทัพผู้กล้า กำลังจัดการเสพกายกับสตรีที่ถูกนำมาสังเวยเพื่อบำเรอกามราคะให้กับจอมปีศาจแห่งเฉียนฉิน ด้วยร่างกายอันใหญ่โตเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเปลือยเปล่าไร้สิ้นอาภรณ์ห่อหุ้มของหลี่เหวินฉางกำลังจัดการเสพราคะจากกายสาวที่ถูกนำมาบำเรอในค่ำคืนนี้ เสียงร้องครวญครางกระเส่าดังออกมาไม่ขาดสาย
"อู้ย..ย..ย..ซี้ด.ด..ด….อย่าทำอย่างนี้เจ้าค่ะ…ซี้ด..ด..ด.." นางร้องครางเสียงสั่น
แม่ทัพหนุ่มเงยหน้าขึ้นพร้อมประกบปากลงบนริมฝีปากของนางจนหลับตาพริ้ม พร้อมบังคับให้แลกลิ้นกับจอมปีศาจอย่างเมามัน มือก็ค่อย ๆ ลูบไล้ปลดอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออกไปจากร่างของนางจนไม่เหลืออะไร
ทรวงอกอวบอิ่ม ส่วนเนินสวรรค์ก็โหนกนูนล้ำหน้าช่างน่าลิ้มลองเสียนี่กระไร และมีหรือจะรั้งรอใบหน้าคมคร้ามก้มลงซุกบนเนินสวรรค์เพื่อลิ้มลองอย่างเมามัน ช่างสวยได้รูปเสียจริง ทั้งลาก ทั้งเลีย ทั้งดูด ทั้งเม้ม ไม่รู้สึกว่าเมื่อยปากเลยแม้แต่น้อย มีแต่เสียงครวญครวญของนางร้องครางฮืออออ อื้อออออ และซู้ดปากอยู่ตลอดเวลา
ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนมือมายังเบื้องล่างเลื้อยลงสู่เนิน ซึ่งบัดนี้เนินสวรรค์เปียกชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำมันวาวตรียมพร้อมรับมือกับความหฤหรรษ์ที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า มันทำให้ใจกระเจิดกระเจิงเกินกว่าที่จอมปีศาจเฉียนฉินจะชำแหละนิ้วผ่านลงไป คิดว่าอยากจะลิ้มลองเนินสวรรค์นี้เสียก่อน
เหวินฉางไล่หอมลงไปที่ขาอ่อนด้านใน ร่างของนางสะดุ้งเพียงน้อยนิด ก่อนจะหายใจแรงขึ้น มือน้อยๆ เริ่มจับที่ศีรษะของจอมปีศาจในขณะที่จมูกก็กำลังหอมขึ้นไปเรื่อยๆ จนมาถึงข้างร่องสวาทที่มีพื้นหญ้าปกคลุมอย่างเป็นระเบียบ
แม่ทัพผู้กล้ายังคงใช้ปากและลิ้นอยู่ตรงข้างร่องสวาทของนาง โดยยังไม่แตะต้องร่องสวาทนั้นเลย จนนางหายใจแรงขึ้นกว่าเดิมและสั่น มือยังจับศีรษะของเหวินฉางและขยี้เส้นผมสลับกับจิกเส้นผมสลับกันไป
“โอ้ว....ซี้ดทะ..ท่าน….ข้าเสียวเจ้าค่ะ…….เสียว....มากเลยเจ้าค่ะ..…อู้ย..ย….. อือ….อ……”
ครั้นเห็นร่องของนางขมิบเข้าหากันอย่างรุนแรง จนทำให้มีน้ำเออล้นออกมา พอกลีบทั้งสองปิดกันสนิทจะมีน้ำอยู่ระหว่างกลีบยาวเต็มร่องสวาท
เมื่อเห็นเช่นนั้นมีหรือจะรอช้าลิ้นสากลงลิ้นไปแตะที่ปุ่มกะสันของนาง จนกายนางสะดุ้งสุดตัวพร้อมเอาขาหนีบศีรษะจอมปีศาจเอาไว้แน่นและเอามือดันศีรษะจนหน้าและจมูกฝังลงไปในร่องสวรรค์ที่มีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่เต็มไปหมด
จอมปีศาจเริ่มเลียไปตามกลีบดอกไม้ทั้งสองข้าง ร่างของนางกระตุกถี่ขึ้น ลิ้นสากเริ่มห่อม้วนเข้าด้วยกันแล้วแยงเข้าไปในถ้ำสวาท ควานลิ้นไปไปตามผนังของร่องสวรรค์ของนางจนรอบ แล้วเริ่มแยงเข้าออกเร็วทำเอาสตรีนางนั้นเกร็งตัวหนักยิ่งขึ้น
“โอ้ว...ทะ.....ท่าน…จะ...จะถึงแล้ว....ท่านแม่ทัพ...จะ.. ใจข้าจะขาดเหลือเกิน…โอ้ย….ซี้ด..ด…ด…..”
สิ้นเสียงกระเส่าขาของนางก็หนีบศีรษะของจอมปีศาจเอาไว้จนแน่น
มือนางจับศีรษะของแม่ทัพหนุ่มทำให้หน้าแนบกับร่องสวาท ในขณะที่เหวินฉางเลียกินน้ำสวาทของนางเข้าไปจนหมด เป็นรสชาติที่ทำให้มีแรงกำหนัดเพิ่มเป็นทวีคูณ
ร่องสวรรค์ของนางถูกเลียทำความสะอาดทุกซอกของกลีบดอกไม้ ล้วงลิ้นเข้าไปในร่องหฤหรรษ์ควานไปจนรอบผนังด้านในจนน้ำรักนางหมด ขาของนางก็เริ่มคลายลง มือก็เริ่มคลายลง หลังจากนั้นจอมปีศาจจึงจับนางนอนลงเพื่อกลับหัวกลับหางเปลี่ยนท่าเสพราคะทันที
ในขณะที่ต่างคนต่างลงลิ้นกันอย่างเมามัน สตรีสาวนางนั่นใช้ลิ้นกับท่อนสวรรค์ได้อย่างชำนาญ เหวินฉางลุกขึ้นกลับหัวขึ้นมานอนทาบทับนางเพื่อจูบแลกลิ้น มือซ้ายวนป่ายอยู่บนทรวงอกของนาง มือขวาจับท่อนสวรรค์จ่อร่องสวาทวนเวียนลากขึ้นลากลง จนนางครางเสียงอื้ออึง อยู่ภายในลำคอ สะโพกก็โยกตามตลอด มือทั้งสองข้างพยายามจับก้นของจอมปีศาจให้กดลง เพื่อจะให้ล่วงล้ำเข้าสู่ภายใน แต่จอมปีศาจก็ยังลากขึ้นลากลง ยาวบ้างสั้นบ้าง แกล้งกระแทกเข้าไปแล้วก็ดึงออกมา จนนางทนไม่ไหวถอนปากออกอย่างรวดเร็วพร้อมพูดด้วยเสียงกระเส่าเร่าร้อน
“อย่าทรมานข้าเลย...ข้าขอร้อง...ซี๊ดดด จะไม่ไหวแล้ว"
จอมปีศาจได้แต่ยกยิ้มออกมาเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงกระเส่าเฝ้าเว้าวอนขอร้องให้รีบทำรัก ก่อนจะค่อยๆ จับท่อนสวรรค์ประคองให้ตรงกับร่องสวาท แล้วค่อยๆ กดลงจนแทรกผ่านเข้าไป ทีละน้อย ทีละน้อย ในขณะที่สตรีนางนั้นหลับตาอย่างมีความสุข
ฮึ่มมมม.... อืม....จอมปีศาจส่งเสียงคราง
เพียงอึดใจเดียวท่อนสวรรค์ขนาดมหึมาก็กดลงไปจนมิดด้ามแล้วแช่เอาไว้ชั่วอึดใจ ก่อนจะเริ่มโยกจากช้าๆ กดแน่นๆ โยก คว้าน คลึง บดบี้ จนสตรีนางนั่นหายใจแรงมาก ปากก็พร่ำตลอดเวลา
"ขะ...ข้า...มีความสุขเหลือเกิน...อูววว...ซี๊ดด กระแทกแรงหน่อย โอย อูอ.... อูยยยยยย...เร็วหน่อย...ข้าชอบถูกกระทำแรงๆ อูววว์ ซี๊ดด...ช่างถึงใจอะไรเช่นนี้เจ้าค่ะ...ข้าจะไม่ไหวแล้วอูยยย...ซี๊ดด "
สตรีสาวที่แลดูเรียบร้อยดั่งเช่นกุลสตรี ด้วยนางเป็นสตรีที่มาจากชนชั้นคหบดีของเมืองซีฉิน ซึ่งได้ถูกทหารคนสนิทของแม่ทัพผู้กล้าคัดเลือกนางนำมาบำเรอราคะเพื่อให้เหวินฉางหายจากอาการคลุ้มคลั่ง ตอนนี้นางร้อนสวาทอย่างคาดไม่ถึงจริงๆ
จอมปีศาจเร่งซอยถี่ยิบส่งท่อนสวรรค์เข้าไปจนสุดลำ กระแทกแล้วกระแทกอีก เน้นๆ ถี่ๆ อย่างถึงอกถึงใจ จนนางกอดรัดร่างของจอมปีศาจเอาไว้จนแนบแน่น พร้อมยกขาขึ้นเกาะเอวเอาไว้ไม่ยอมปล่อยจนทำให้แม่ทัพหนุ่มแทบจะทำอะไรไม่ถนัด แต่ถึงกระนั้นก็พยายามเร่งซอยกระแทกเต็มที่เพื่อส่งนางขึ้นสวรรค์ให้ได้
จอมปีศาจปรนเปรอบทรักจนนางถึงฝั่งฝันเสร็จไปอีกหนึ่งครั้ง ก่อนจะจับขาของสตรีนางนั่นพาดข้ามเพื่อให้อยู่ในท่านอนคว่ำโดยที่ไม่ให้ท่อนสวรรค์ออกจากร่องสวาท จอมปีศาจเริ่มขยับต่อ ท่านี้ทำให้สามารถกระแทกโดนก้นนางได้อย่างเต็มที่ สะโพกกระเด้งรับการกระแทกของแม่ทัพผู้กล้าอยู่ตลอดเวลา จนนางถึงสุดขอบสวรรค์ไปอีกรอบ
“ช่างได้ความรู้สึกดีจริง ๆ ข้าถึงฝั่งฝันเสร็จอีกรอบแล้ว” นางบอกความรู้สึกที่ได้รับ
จอมปีศาจจับนางชันเข่าขึ้นพร้อมเริ่มโยกใส่และกระแทกร่างอย่างเนิบนาบ สักพักก็ดึงออกมาเพื่อเปลี่ยนท่า ก่อนจะนอนลงพร้อมดึงนางมานั่งคร่อม ซึ่งก็ตามมือมาแต่โดยดี แล้วก็จับเอวนางยกขึ้นลง แลดูนางเก่งมากในท่านี้ กายสตรีนางนั่นขยับขึ้นลงเกือบจะสุดทุกครั้ง ในที่สุดนางก็เกร็งกระตุกตอดในร่องสวาทอีกรอบ
แม่ทัพปีศาจรู้สึกได้เลยว่าร่องสวาทของนางบีบรัดแน่นมากขึ้น คงใกล้จะเสร็จถึงจุดสุดยอดแล้ว ก่อนจะโอบกอดนางให้หยุด แต่ก้นก็ยังร่อนอยู่ จนจอมปีศาจเสียวซ่านแทบขาดใจ นางเองก็ร้องไม่หยุด ร่างของทั้งคู่ฟัดกันอย่างเมามันจนภายในกายกระตุกตอดไปมา โดยที่ไม่สามารถห้ามอะไรได้เลย
จอมปีศาจเสียวซ่านมากมายยิ่งนัก ข้างฝ่ายนางก็ร้องครวญครางฟังไม่ได้ศัพท์ ก่อนจะจับนางนำมาดูดปากอย่างสะใจ ท่อนสวรรค์ของจอมปีศาจกระตุกถี่ยิบ ร่องสวาทของนางก็ตอดรัดแน่นมาก มิรอช้าแม่ทัพหนุ่มจึงกระแทกซ้ำอย่างไม่หยุดยั้ง จนนางเกร็งมือกอดร่างเอาไว้จนแน่น จนน้ำสวรรค์ของทั้งสองหลั่งรินออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน แม่ทัพผู้กล้าปล่อยน้ำในร่องสวรรค์ของนางจนเต็มไปหมด น้ำแห่งความสุขของจอมปีศาจไหลหลั่งรินราวน้ำตก และแผ่นหลังก็ปรากฏรอยเล็บพิฆาตจิกอยู่เต็มไปหมด
แต่ถึงกระนั้นแม่ทัพหนุ่มก็ยังไม่ยอมหยุด หิวโหยอย่างไม่หยุดยั้งเริ่มกระดกก้นซอยตามจังหวะกระบอกสูบ ในขณะที่สตรีนางนั้นส่งเสียงโอดคราญอย่างแสนทรมาน สะบัดใบหน้า ไปๆ มาๆ ส่งเสียงครางกระเส่ากับความใหญ่และยาวของท่อนสวรรค์ มิหนำซ้ำตลอดลำเขื่องมีเม็ดโปดปูดเยี่ยงสัตว์ประหลาด
จอมปีศาจเร่งจังหวะกระแทกซอยไม่ยั้งแรง
จนนางถึงกับต้องถ่างขาออกกว้าง ปลายเท้าจิกงองุ้มลงอย่างเสียวกระสันจนสุดใจ ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างแรงไปตามจังหวะของการกระแทก ยิ่งเห็นยิ่งทำให้มีแรงกำหนัดมากขึ้นไปอีก แรงราคะกระพือขึ้นรุนแรงระหว่างกำลังกระแทกร่างของนาง แม่ทัพหนุ่มชักท่อนสวรรค์ยักษ์ออกมาเพื่อจับนางพลิกในท่าโก้งโค้ง ร่างของสตรีนางนั้นอยู่ในสภาพอ่อนปวกเปียก พลิกร่างตามที่จัดวางอย่างสุดแสนจะเชื่อง
ร่างของนางอยู่ในท่าหมอบ คุกเข่าบนฟูกนอนหนานุ่มหันหลังให้กับจอมปีศาจ เจ้ามังกรยักษ์สัมผัสกับเนื้อภายในช่องสวรรค์อย่างไม่มีอะไรขวางกั้น ดันเข้าจนมิดด้ามก่อนจะจับสะโพกเอาไว้แน่นแล้วตะบันซอยอย่างถี่ยิบ พร้อมเสียงของนางร่ำร้องออกมาแทบไม่เป็นภาษา
“โอย...ท่านเจ้าขา โอย...”นางครางจนเสียงหลง จึงทำให้จอมปีศาจยิ่งมีอารมณ์พลุ่งพล่านมากขึ้นไปอีก
ป้าบบบ แม่ทัพก้มไปบีบทรวงอกอิ่มของนาง ความรู้สึกคล้ายน้ำสวรรค์ใกล้จะไหลหลั่งรินออกมาจากกาย จอมปีศาจจับนางหมุนหันหน้าเข้าหาในท่าเดิม ยกขาพาดไว้บนบ่าโดยที่ไม่เอาท่อนสวรรค์หลุดออกมา แล้วเร่งกระแทกซอยต่อถี่ยิบอย่างไม่หยุดยั้ง จวบจนกระทั่ง
“พลังชีวิตเจ้าเป็นของข้า..หึหึหึหึ”แม่ทัพปีศาจหัวเราะอยู่ในลำคอ ชิดริมหูของสตรีสาวนางนั่น
ในขณะที่สตรีสาวนางนั้น เวลานี้ส่งเสียงครางโหยหวนร้องจนฟังไม่ได้ศัพท์ ไม่ได้รับรู้หรือได้ยินคำกล่าวเมื่อครู่ของจอมปีศาจอะไรอีกแล้ว น้ำสวรรค์ของแม่ทัพฉีดอย่างแรงพุ่งเข้าเต็มร่องสวาท ซึ่งกำลังตอดรัดท่อนสวรรค์อยู่ในเวลานั้นอย่างรุนแรงยิ่งนัก
ร่างของแม่ทัพในขณะนั้นกำลังกระตุกติดต่อกันจนกายสั่นสะท้านก่อนจะปล่อยน้ำสวรรค์ฉีดพ่นเข้าไปร่องสวาทจนทะลักล้นออกมาข้างนอก พร้อมกับเจ้ามังกรยักษ์หลังพ่นพิษออกไปจนหมดตัวก็เริ่มหมดฤทธิ์พร้อมร่างที่หมดแรงของสตรีสาวนางนั่น
ในขณะที่ร่างของนางกำลังระทดระทวย ฝ่ามือใหญ่ตรงเข้าสอดเข้าที่ท้ายทอยก่อนจะประกบลงบนริมฝีปากของนางอย่างรวดเร็วพร้อมพลังชีวิตถูกสูบออกจากกายของนางเข้าไปในร่างของเหวินฉางทันที
ดวงตาของสตรีนางนั่นเบิกกว้างจ้องหน้าจอมปีศาจด้วยอาการตื่นตระหนกอย่างยิ่งยวด ด้วยเพราะเห็นดวงตาสีเลือดปรากฏอยู่ตรงหน้า ซึ่งกำลังเกิดขึ้นกับหลี่เหวินฉางอยู่ในเวลานี้ภายหลังจากเสพสังวาสกับนางเสร็จสิ้นเมื่อครู่ที่ผ่านมา
ภายใต้ความสุขอันแสนหฤหรรษ์ที่ได้รับจนสุขล้นจบลงพร้อมพลังชีวิตถูกสูบชีพออกกจากกายอย่างรวดเร็ว ร่างที่กำลังเปลือยเปล่าซึ่งเต็มไปด้วยความอวบอิ่มของสตรีสาวตรงหน้าค่อยๆ ซูบซีดลงทีละน้อย ทีละน้อย จนเหลือแต่โครงกระดูกแห้งกรัง
พรึบ!!! ซากแห้งกรังค่อยๆ สลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปในชั่วพริบตา
บนฟูกนอนอันหนานุ่มในเวลานี้คงเหลือแต่เพียงกายเปลือยเปล่าของหลี่เหวินฉางแต่เพียงผู้เดียว ร่างอันใหญ่โตกำลังสั่นสะท้านเมื่อได้สูบพลังชีวิตเข้าไป ดวงตาสีเลือดฉาบอยู่เมื่อครู่ที่ผ่านมาค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย ทีละน้อย จนกระทั่งความเป็นตัวตนของมนุษย์แต่ดั้งเดิมพร้อมสติหวนกลับคืนมาอีกครั้ง ดวงตากวาดมองไปโดยรอบ เห็นเสื้อผ้าของสตรีถูกเหวี่ยงกระจายอยู่ที่พื้น พร้อมเสื้อผ้าของตน
ตุบ!!!! หลี่เหวินฉางกระแทกร่างเปลือยลงบนฟูกนอนอย่างแรง ดวงตาสีดำจับจ้องอยู่แต่บนเพดานของกระโจม
กรอดดดด!!! เสียงฟันกรามขบเข้าหากันจนแน่นด้วยความรู้สึกหลากหลายที่กำลังประเดประดังเข้ามาอยู่ในเวลานี้
“เมื่อไรข้าจึงจะหลุดพ้นจากสิ่งชั่วร้ายที่เจ้าเฉียนซ่งกระทำต่อข้าเช่นนี้เสียที เพื่อสนองความต้องการให้ได้มาซึ่งทุกสิ่งที่ปรารถนา เจ้าเดรัจฉานผู้นั้นนำสิ่งที่สวรรค์เบื้องบนกักขังนานนับหมื่นปี นำมาแฝงเร้นในร่างของข้าจนต้องกลายเป็นแบบนี้ ข้าต้องกลายเป็นทาสของคนผู้นั้นไปตลอดกาลไม่มีวิธีอะไรสามารถทำให้กลับไปเป็นคนปกติได้เลยเหรอ ชีวิตของผู้คนมากมายเท่าไร และจะต้องมีสตรีอีกกี่ชีวิตกันเล่าที่จะต้องถูกสังเวยเพื่อให้ข้ากลับมาเป็นปกติ....สวรรค์! เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้...ทำไม!!!!”หลี่เหวินฉางพูดลอดไรฟันพลางขบกรามเข้าหากันอยู่ตลอดเวลา
ฉายาจอมปีศาจแห่งเฉียนฉินที่ทั่วหล้าต่างโจษขานมานั้น ก็เพราะเกิดมาจากพฤติกรรมในการเสพสังวาท ของแม่ทัพหนุ่มผู้กล้า เมื่อเสร็จสิ้นบรรลุถึงฝั่งฝันไอปีศาจที่ครอบคลุมจนทำให้มีจิตใจแปรปรวน เต็มไปด้วยจิตอำมหิต โหดร้ายและเลือดเย็น กระหายเลือดและต้องการเข่นฆ่าผู้คนด้วยวิธีสังหารสุดแสนจะทรมานและน่าสะพรึงกลัวของจอมปีศาจจะมลายหายไปสิ้น เมื่อได้เสพสังวาทกับสตรีและได้สูบพลังชีวิตเข้าสู่กาย แต่ก็เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น
หากไม่ต้องการให้จิตอำมหิตออกมาก็จะต้องเสพสังวาทกับสตรีเพื่อสูบพลังชีวิตเข้าไปทดแทน และต้องเสพสังวาทกับสตรีทุกสามวัน ซึ่งเหวินฉางล่วงรู้วิธีนี้ด้วยความบังเอิญเพราะกายและจิตอำมหิตนำทางให้ลงมือกระทำ
สืบเนื่องมาจากแม่ทัพผู้กล้าได้หลงกลองค์ชายเฉียนซ่งพระยศในเวลานั้น ดื่มสุราเมาหมื่นปีเข้าไปซึ่งเป็นสุราหมักทำมาจากดอกไม้ปีศาจ ซึ่งเกิดมาจากจิตมารของจอมปีศาจทำให้บังเกิดขึ้นมา
องค์ชายเฉียนซ่ง ผู้ฝักใฝ่ในอำนาจมืดกับสิ่งชั่วร้าย พยายามดิ้นรนและทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้อำนาจของจอมปีศาจไว้ในกาย สิ่งที่ต้องการไม่เพียงแต่ได้ครอบครองแคว้นเฉียนฉินเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงแคว้นทั่วหล้าทั้งหมดก็ต้องการให้ตกอยู่ในการปกครองของเฉียนฉินซึ่งเป็นรัชสมัยที่เฉียนซ่งปกครอง
สิ่งเดียวที่จะสามารถทำให้ความต้องการสำเร็จทุกอย่าง ก็ต้องมีอำนาจและจะต้องเป็นอำนาจที่มนุษย์ธรรมดาทั่วไปไม่สามารถทำลายลงได้ จึงทำให้พยายามเสาะแสวงหาจิตมารของจอมปีศาจว่าสถิตยอยู่ที่ใด
และก็ได้ล่วงรู้มาว่า จิตมารของจอมปีศาจจะสถิตยอยู่ในดอกไม้ปีศาจซึ่งอยู่แห่งหนใดสักแห่งในผืนแผ่นดินนี้
และดอกไม้ปีศาจก็ไม่เคยมีใครเคยพบเห็น เป็นเพียงสิ่งที่พูดถึงและเล่ากันมาปากต่อปากเท่านั้น ว่าดอกไม้ปีศาจจะอยู่ใต้ก้นเหวลึกที่ใดสักแห่งของแผ่นดิน และดอกไม้ปีศาจก็ได้เกิดขึ้นจริงภายในถ้ำลึกลับซึ่งฝังรวมกับสุราเข้าไว้ด้วยกัน
ด้วยเหตุนี้สถานที่ซ่อนเร้นดีที่สุดไม่ให้ถูกทำลายจึงอยู่ในไหสุราที่ถูกฝังลงดินมานาน และถูกพบเข้าด้วยความบังเอิญที่เมืองหู่ในแคว้นเฉียนฉินจนกลายเป็นที่กล่าวขานต่อๆ มาว่าสุราที่ถูกพบจากถ้ำลึกลับที่ก้นเหวลึก ซึ่งมีจำนวนมากมายนั้นไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าอายุของสุรายาวนานเท่าไร คาดเดาไปเองว่าเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินจึงได้ถวายรายงานให้แก่องค์ชายเฉียนซ่ง
สาเหตุที่สุราเมาหมื่นปีสามารถนำมาถวายให้แก่องค์ชายเฉียนซ่งได้ นั่นก็เพราะมีผู้คนมากมายลิ้มลองรสชาติแล้วสิ้นชีพลงทันทีที่ดื่ม ทั้งที่ไม่มียาพิษแต่ตายสนิททุกคนไม่เคยมีผู้ใดรอด ซึ่งกลุ่มคนที่เข้าไปพบถ้ำลึกลับนี้เป็นพรานป่าได้รับคำสั่งจากองค์ชายเฉียนซ่งให้ค้นหาดอกไม้ปีศาจเพื่อต้องการใช้อำนาจของจอมปีศาจมาเป็นเครื่องมือในการชิงแผ่นดิน
แต่ดอกไม้ปีศาจที่กำลังสืบค้นหากลับไม่มี แต่ไปได้สุราปีศาจมาแทน จึงทำให้เฉียนซ่งในเวลานั้นซึ่งยังไม่ล่วงรู้ว่าได้รับมอบสุราปีศาจนี้เข้ามาเก็บไว้เป็นจำนวนมากมายและมีเพียงไหเดียวเท่านั้นที่มีดอกไม้ปีศาจแอบแฝง จึงตั้งชื่อให้ว่าสุราเมาหมื่นปีและก่อนหน้าที่จะนำมามอบให้กับหลี่เหวินฉาง
องค์ชายเฉียนซ่งก็ได้ล่วงรู้มาจากโหรหลวงด้วยความบังเอิญมาว่า สิ่งที่ได้รับมาจากถ้ำลึกลับให้รีบนำไปทำลายเพราะมีจิตมารของจอมปีศาจแอบแฝงอยู่จะนำความหายนะมาถึงตัว จิตมารของจอมปีศาจแฝงอยู่ในดอกไม้
และดอกไม้ของจอมปีศาจก็อยู่ในสุราหมักบ่มซึ่งมีเพียงไหด้วย นอกนั้นที่อยู่ในขวดดินเผาล้วนเป็นสุราชั้นเลิศผ่านกาลเวลามายาวนานเท่าไรก็ไม่มีใครรู้
หากลิ้มลองดอกไม้ปีศาจเข้าไปจะเกิดจิตวิปลาส โหดเหี้ยมอำมหิตผิดมนุษย์แต่ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน มีเพียงผู้ที่เกิดในช่วงเวลาของดาวแห่งความตายปรากฏเท่านั้นจึงจะสัมผัสได้ และองค์ชายเฉียนซ่งก็ล่วงรู้มาว่าเหวินฉางก็เป็นผู้ที่เกิดช่วงวันเวลานั้นซึ่งทั่วทั้งแคว้นเฉียนฉินมีเพียงหลี่เหวินฉางที่เกิดตอนดาวแห่งความตายปรากฏ ซึ่งดาวแห่งความตายก็คือดาวปีศาจ ผู้ที่เกิดช่วงเวลานั้นจะมีไอปีศาจและจิตมารติดตัวมาตั้งแต่ถือกำเนิด
องค์ชายเฉียนซ่งจึงใช้สุราเมาหมื่นปีหาประโยชน์จากตัวตนที่ถูกซ่อนเร้นของเหวินฉาง สานความต้องการที่อยากครอบครองแผ่นดินทั่วหล้าโดยใช้แม่ทัพผู้กล้าออกล่าดินแดนนำมาให้
สุราเมาหมื่นปี ยังมีอีกชื่อก็คือหนึ่งจอกปลิดวิญญาณ เพียงแค่ลิ้มลองสิ้นชีพทันที วิญญาณหลุดลอยออกจากร่างไปโดยไม่รู้ตัว เฉียนซ่งจึงแบ่งสุราเมาหมื่นปีนั้นออกมาจากไหนำมาเก็บไว้กับตัวบางส่วน และนำส่วนที่เหลือเกือบเต็มไหมอบให้หลี่เหวินฉาง
องค์ชายเฉียนซ่งได้นำสุราเมาหมื่นปีนี้ถวายฮ่องเต้เฉียนหยวน และผลที่ตามมานั่นก็คือเสด็จสวรรคตลงทันทีที่เสวยหนึ่งจอกปลิดวิญญาณเข้าไป ตามความต้องการของพระโอรสผู้ไม่อยากรอให้พ่อตัวเองตายเสียก่อน จึงจะได้ขึ้นครองแคว้น มิสู้ทำให้ตายไปเสียโดยเร็วจะทำให้นั่งปกครองแคว้นตั้งแต่พระชนมายุเพียงแค่ 23 พระชันษา ซึ่งยังหนุ่มแน่นอยู่มาก และองค์ชายเฉียนซ่งกับหลี่เหวินฉางก็มีอายุห่างกันเพียงแค่สองปีซึ่งแม่ทัพเฉียนฉินอายุ 21 ปีเท่านั้น
แต่ฮ่องเต้เฉียนซ่งไม่ล่วงรู้เลยว่าการกระทำของพระองค์ที่ต้องการหาประโยชน์จากแม่ทัพเฉียนฉินนั้น หลี่เหวินฉางล่วงรู้จนหมดสิ้น
เพราะจิตมารของจอมปีศาจทำให้สามารถรับรู้ได้ ทางแก้ไขนั้นมีใช่ว่าจะไม่มีหนทางเสียทีเดียว แต่การหลุดพ้นจากจิตอำมหิตของจอมปีศาจที่ถูกปลดผนึกออกมาได้แล้วนั้น ช่างยากเย็นเสียเหลือเกินจะหาผู้ที่เกิดช่วงเวลาของดาวแห่งความตายมาได้อย่างไร
ในเมื่อดาวแห่งความตายนั้นจะเกิดขึ้นทุกหนึ่งพันปี เท่ากับว่าในรอบพันปีนี้มีเพียงแค่หลี่เหวินฉางเท่านั้น ทั่วหล้านี้จะมีผู้ใดถือกำเนิดขึ้นมาเหมือนกับเขา เพราะนอกจากดาวแห่งความตายจะปรากฏทุกหนึ่งพันปีแล้ว ผู้ที่เกิดในช่วงเวลานั้นก็จะมีแค่เพียงหนึ่งคนเท่านั้น
หลี่เหวินฉางจะต้องทุกข์ทรมานเช่นนี้ไปอีกนานเท่าไรกว่าจะมีผู้มาปิดผนึกจิตมารนี้ลงได้ เท่ากับว่ามีชีวิตอยู่เพื่อสังหารผู้คนไปจนกว่าวาระสุดท้ายของชีวิจจะมาถึง แต่ถ้าหากเลือกได้แม่ทัพเฉียนฉินยอมให้ผู้อื่นสังหารเสียดีกว่าที่จะต้องกลายเป็นเช่นนี้