บรรยากาศอื้ออึงของสถานบันเทิงมีชื่อที่สุดกลางเมืองหลวง กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมผสานกับควันบุหรี่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ นักท่องราตรีนับร้อยชีวิตอัดแน่นเข้ามาในที่อโคจรแบบนี้กันอย่างล้นหลาม บางคนก็ดื่มเหล้าอย่างเอาเป็นเอาตาย บางคนก็เต้นแร้งเต้นการาวกับคนเสียสติ
หากเป็นในยามที่จิตใจปกติ บัวบุษบาก็คงแทบจะอาเจียนกับสิ่งที่ได้สัมผัสตรงหน้า แต่มันไม่ใช่ตอนนี้ มันไม่ใช่ตอนที่หัวใจพังยับเยิน ภาพแฟนหนุ่มกำลังประกอบกิจกรรมเข้าจังหวะกับเพื่อนสาวที่ตัวเองไว้ใจกระหน่ำเข้ามาในหัว ความผูกพันตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ทำไมช่างไม่มีความหมายเอาเสียเลย
นาวินเพื่อนร่วมชั้นที่พัฒนามาเป็นแฟน กลับนอกใจหล่อนอย่างไม่ละอาย เขาไม่มีท่าทีตกใจสักนิดที่เห็นหล่อนยืนร้องไห้อยู่ที่หน้าประตู แถมแม่เพื่อนสุดรักของหล่อนก็ยังมอบรอยยิ้มแห่งชัยชนะสาดใส่หน้าหล่อนสมทบมาอีก และพวกเขาก็ยังเล่นรักกันต่อหน้าของหล่อนอย่างเมามันไร้สิ้นความอับอาย เป็นหล่อนเสียอีกที่ต้องเป็นฝ่ายวิ่งหนีออกมา ภาพการร่วมรักสด ๆ ที่มีแฟนหนุ่มกับเพื่อนสาวเป็นพระเอก - นางเอก ทำร้ายหัวใจดวงน้อยจนพังยับเยิน เลือดสด ๆ ไหลทะลักออกมา
หญิงสาวมองแก้วที่ใส่เครื่องดื่มสีสวยอย่างชั่งใจ หล่อนไม่รู้หรอกว่าไอ้ของเหลวในแก้วนี้มันเรียกว่าอะไร รู้เพียงแต่ว่ามันคงแรงน่าดู เพราะหล่อนเป็นคนร้องขอกับบริกรเอง มือบางยกขึ้นป้ายน้ำตาที่มันไหลออกมาเรื่อย ๆ ทิ้งอย่างไม่ไยดี ก่อนจะยกแก้วตรงหน้าขึ้นดื่มจนหมด สาวน้อยเบ้หน้าเมื่อของเหลวรสชาติบาดคอพวกนั้นไหลผ่านลำคอลงสู่กระเพาะอาหารอย่างรวดเร็ว
แก้วแล้วแก้วเล่าถูกทั้งกรอกทั้งสาดใส่ลำคอระหง สาวน้อยพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้สมองลบเลือนภาพที่ได้เห็นเมื่อเย็นนี้ ต้องการให้มันเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงล่ะ ในเมื่อทุกอย่างที่ได้เห็น ทุกอย่างที่ได้ยินมันคือเรื่องจริง
นาวินกับชมนาดร่วมมือกับทรยศหล่อน พวกเขาร่วมหัวกันใช้มีดปักที่กลางแผ่นหลัง ก่อนจะใช้เท้าขยี้ที่ดวงใจน้อย เสียแรงที่หล่อนไว้ใจพวกเขาไม่เคยคิดระแวงแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เอะใจเลยสักนิดที่ชมนาดขอไปอาศัยอยู่คอนโดเดียวกับนาวิน หล่อนคิดว่าเพื่อนสาวไม่มีที่พักจึงตกลง เพราะคอนโดของนาวินอยู่ใกล้กับที่ทำงานของชมนาด แต่แท้ที่จริงแล้วทั้งสองคนหลอกลวงหล่อน
บัวบุษบาสะอึกสะอื้นออกมาปานจะขาดใจ หล่อนจะร้องไห้ ให้กับความโง่ของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ขอสาปส่งนาวินและชมนาดให้ลงนรกหมกไหม้ และต่อจากนี้ไป ในวันพรุ่งนี้ชื่อของทั้งสองคนจะไม่อยู่ในสมองของหล่อนอีกเลย หล่อนจะต้องทำได้ จะต้องลืมคนต่ำช้าพวกนี้ให้ได้
ความเจ็บปวดผสมผสานกับความผิดหวังสาดซัดเข้าใส่หัวใจไม่ยอมหยุด หญิงสาวนั่งดื่มเหล้าจนเมามาย สติสตังบินหายไปหมด ตอนนี้หล่อนไม่อาจจะควบคุมตัวเองได้แม้แต่น้อย สมองสั่งการช้าทุกขณะ หนังตาเริ่มหนัก ศีรษะปวดระบมแทบระเบิด มือบางพยายามยกขึ้นกวักมือให้เด็กเสิร์ฟมาคิดเงิน ก่อนจะค่อย ๆ พยุงกายเดินออกไป
ระหว่างทางที่ค่อนข้างเบียดเสียด สาวน้อยชนคนนู้นคนนี้สะเปะสะปะ ร่างอรชรในชุดเสื้อพอดีตัวกับกระโปรงสั้นโชว์เรียวขาขาวเซไปมาแทบจะล้มก็หลายครั้งแต่ก็ฝืนไว้ได้ แต่ครั้งสุดท้ายนี่สิ หล่อนหลงมาตรงส่วนไหนของร้านไม่รู้ รู้แต่ว่ามันค่อนข้างเงียบและเป็นส่วนกว่าตรงส่วนที่หล่อนพึ่งจากมา สมองพยายามคลำหาทางออกเพื่อหาทางกลับบ้านบัวขาว แต่ร่างกายที่มีปริมาณแอลกอฮอล์มากเกินพิกัดไม่ยอมทำตาม มันร่วงปลิดปลิวลงสู่พื้นอย่างไม่เตือนล่วงหน้า ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับไป
ยาห์มิล บิน ชาร์คีล อัล อัซซาด กษัตริย์แห่งซาคีฟาร์ กัดฟันแน่น ดวงตาคมกล้าสีทองที่มีแพขนตายาวงอนสีนิลประดับอยู่อย่างเหมาะเจาะเจิดจ้าด้วยไม่พอใจ ขณะก้มมองร่างอรชรที่นอนกองอยู่แทบเท้าด้วยความรังเกียจ เรือนกายสูงใหญ่เดินผ่านไปหยุดที่หน้าห้องหนึ่งที่อยู่ห่างจากตรงจุดที่บัวบุษบานอนหมดสตินั้นไม่ไกลนัก
“ชารีฟ ช่วยไปดูแม่สาวใจแตกคนนั้นหน่อยสิ ว่าตายหรือไง”
ยาห์มิลเอ่ยเสียงกระด้างกับคนสนิทที่ยืนอยู่หน้าห้อง ก่อนจะก้าวยาว ๆ หายเข้าไปด้านในเมื่อประตูห้องถูกเปิดออก
ชารีฟองครักษ์คนสนิทประจำตัวของกษัตริย์ยาห์มิล ค้อมศีรษะให้กับเจ้านายด้วยความเคารพ ก่อนจะปลีกตัวออกมาทำตามคำสั่งของยาห์มิลทันที
“สงสัยนางจะเป็นคนที่ทางร้านนี้จัดไว้ให้พระองค์พ่ะย่ะค่ะ” ชารีฟก้มหน้าบอกเสียงนุ่ม ขณะประคองสาวน้อยที่หลับใหลไม่รู้สติไว้ในอ้อมแขน
ยาห์มิลตวัดสายตาขึ้นมองอย่างไม่พอใจ “เราไม่ต้องการผู้หญิง เจ้าไม่ได้แจ้งความประสงค์เหล่านี้ให้กับเจ้าของร้านหรือ”
กรามแกร่งสีน้ำตาลทองขบกันแน่น ใบหน้าที่คมเหลี่ยมกระด้างจัด ริมฝีปากหยักสวยสีเข้มที่มีจมูกโด่งแหลมอยู่ด้านบนเม้มเข้าหากันแน่น
“ที่เรามาที่นี่ก็เพราะมีการเจรจาเรื่องธุรกิจ ไม่ได้มาหาความรื่นเริงจากเนื้อตัวของพวกผู้หญิงเหล่านี้”
“กระหม่อมแจ้งแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่ว่า...”
“เราไม่อยากฟังคำแก้ตัว ถ้าอยากให้เราผ่อนคลายนัก ก็พานางมาวางบนโซฟา แล้วเจ้าก็ออกไปได้แล้ว”
น้ำเสียงกระด้างน่ากลัว ความไม่พอใจที่ถูกขัดใจระบายชัดเจนเต็มใบหน้าที่หล่อราวกับเทพบุตรชั้นฟ้าของกษัตริย์ยาห์มิล
“พ่ะย่ะค่ะ”
ชารีฟก้มศีรษะให้อย่างนอบน้อมก่อนนำร่างอรชรของผู้หญิงในอ้อมแขนไปวางไว้บนโซฟาตามคำสั่งของเจ้าเหนือหัว และรีบถอยหลังออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มเดินเข้าไปหยุดยืนตระหง่านค้ำอยู่เหนือร่างอรชรที่ตอนนี้หลับใหลไม่รู้เรื่องอยู่บนโซฟาด้วยความขยะแขยง ร่างสูงใหญ่ กำยำ ทรุดนั่งลงบนส้นเท้า ศีรษะทุยได้รูปสวยที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีนิลก้มต่ำลงพิจารณาใบหน้าของแม่สาวน้อยผีเสื้อราตรี
ยาห์มิลประเมินได้จากสายตาว่าหล่อนคงจะอายุไม่น้อยกว่ายี่สิบปี และเจ้าหล่อนก็สวยงามไม่ใช่เล่น สายตาคมกล้าไล่มองไปตามใบหน้ารูปไข่ ขาวเนียนตานั้นอย่างตื่นตะลึง เจ้าหล่อนมีเครื่องหน้าที่สมบูรณ์แบบหาใครเทียม ไล่ไปตั้งแต่หน้าผากนูนเด่นคล้ายพระจันทร์เสี้ยว ที่อยู่เหนือเรียวคิ้วโก่งดกดำตามธรรมชาติ ดวงตาที่คาดว่าน่าจะกลมโตน่าดู ถูกล้อมกรอบด้วยแพขนตางอนยาวที่เปียกชื้น ชายหนุ่มรู้ทันทีว่าเจ้าหล่อนพึ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
ลมหายใจของเขาสะดุดเล็กน้อย เมื่อสายตารับภาพเรียวปากอิ่มเต็มสวยสีแดงสดราวกับผลสตรอว์เบอร์รีสุกที่อยู่ใต้ปลายจมูกโด่งเชิดเล็กน้อยเหมือนคนหัวดื้อ
หล่อนสวยงามนัก...
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะไล้นิ้วมือแกร่งเรียวสีน้ำตาลทองของตัวเองไปบนผิวแก้มเนียนละเอียดนั้น รอยยิ้มหยันผุดที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยคำพูดที่คงมีแต่เพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ได้ยินออกมา
“ในเมื่ออยากบริการนัก ผมก็จะสนองให้...”
ใจที่เคยคิดไว้ว่าจะไม่แตะต้องกับผู้หญิงหากินไขว้เขวจนเสียหลัก ก็เจ้าหล่อนคนที่ถูกส่งมาน่ารักซะขนาดนี้ มีหรือว่าเขาจะปล่อยให้หล่อนหลุดมือไป
อยากลองดูเหมือนกันว่า ผู้หญิงไทยจะให้รสชาติยังไง ยามที่อยู่ใต้ร่างของเขา
ชารีฟที่ยืนนิ่งอยู่หน้าห้องพักส่วนตัวหรูที่ทางร้านจัดไว้รอรับกษัตริย์ยาห์มิล รีบก้มศีรษะลงทันทีเมื่อประตูห้องถูกเปิดออก พร้อม ๆ กับเรือนร่างสูงใหญ่ของยาห์มิลที่ก้าวข้ามธรณีประตูออกมา
“องค์ยาห์มิล จะเสด็จไหนพ่ะย่ะค่ะ”
องครักษ์หนุ่มถามเสียงเรียบ ขณะเหลือบตามองร่างอรชรที่หลับใหลอยู่ในอ้อมแขนของยาห์มิลด้วยความประหลาดใจ รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่องค์ยาห์มิลอุ้มแม่สาวน้อยที่ถูกส่งตัวมาให้บำเรอสวาทไว้แนบอก
“เราจะกลับบ้านพัก ที่นี่ไม่สะดวก”
“เอ่อ ให้กระหม่อมอุ้มนางให้ไหมพ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่จำเป็น...”
น้ำเสียงห้าวไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปสวยสีเข้มของยาห์มิล พร้อมกับที่ช่วงขาแข็งแกร่งก้าวยาว ๆ ผ่านหน้าขององครักษ์คนสนิทออกไป
ชารีฟรีบเดินตามอย่างรวดเร็ว ขณะที่มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงสีเข้มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาคนขับรถ เพื่อให้เอารถมาเทียบท่าที่หน้าประตูหลังร้านเพื่อรอเสด็จองค์ยาห์มิลกลับบ้านพัก
ยังไม่ทันที่ยาห์มิลจะเดินออกมาถึงประตูหลังร้าน รถลิมูซีนสีดำเงาวับสุดหรูสามคันก็แล่นมาจอดรถนิ่งอยู่ที่ชานบันไดที่มีพรมหนาสีน้ำเงินปูไว้ตลอดทาง ผู้ชายในชุดสูทสีน้ำตาลที่นั่งอยู่ในรถคันที่สองเปิดประตูออกมาพร้อมๆ กับวิ่งมาโค้งศีรษะให้กับกษัตริย์แห่งซาคีฟาร์ด้วยความจงรักภักดี ก่อนที่มือสีแทนจะเปิดประตูรถให้ ทุกอากัปกิริยาเต็มไปด้วยความนอบน้อม
เรือนกายสูงตระหง่านในชุดลำลองสีดำสนิทก้าวยาวเดินมาหยุดที่รถ ขณะขยับวงแขนที่โอบอุ้มร่างอรชรที่หนักเอาการของบัวบุษบาเอาไว้แน่น ก่อนจะเบนใบหน้าที่หล่อร้ายกาจสีน้ำตาลทองนั้นไปทางชารีฟที่ยืนก้มหน้าอยู่ไม่ห่างนัก
“ชารีฟ เจ้านั่งรถไปกับราชิดและฟาฮีร์ ไม่ต้องตามเรามา”
พูดจบกษัตริย์หนุ่มก็ก้มลงวางร่างที่หลับใหลไม่ได้สติของสาวน้อยในอ้อมแขนไว้ในรถด้วยกิริยาที่ไม่อ่อนโยนนัก ก่อนจะก้าวตามขึ้นมา รถคันหรูที่ยาวเฟื้อยเคลื่อนตัวไปข้างหน้าทันทีเมื่อสิ้นเสียงปิดประตูแผ่วเบาจากราชองครักษ์ราชิด
เมื่อโลกภายนอกที่แสนวุ่นวายถูกตัดออกไป ลมหายใจหนักหน่วงที่น้อยคนนักจะเคยได้ยินมันจากองค์ยาห์มิลผู้ยิ่งใหญ่ผู้ที่ได้รับฉายาจากแคว้นใกล้เคียงว่า มัจจุราชแห่งผืนทราย ดังเล็ดลอดออกมา ดวงตาคมกล้าที่ยาวรีและหวานซึ้งด้วยขนตายาวงอนเหลือบแลสตรีสาวที่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้สติด้วยสายตาเหยียดหยาม
แม้จะถูกใจในความสดสวยของเจ้าหล่อน แต่หากจากใจจริง ๆ แล้ว ยาห์มิลก็ยังขยะแขยงกับพฤติกรรมที่มันน่าละอายของเจ้าหล่อนอยู่ดี
ทั้งเมาเหล้า ทั้งขายตัว...
ทำไมเจ้าหล่อนถึงไม่ใช้ความสวยที่มีอยู่ในทางที่ถูกที่ควรนะ ทำไมจะต้องมาขายเรือนร่างให้กับผู้ชายที่ไม่เคยเห็นหน้าด้วย ไม่รู้ว่าเจ้าหล่อนทำใจได้ยังไง หากตื่นขึ้นมาแล้วเจอหน้ากับผู้ชายที่อาจจะเป็นสามีคนที่หล่อนไม่อาจจะระบุจำนวนได้ ว่าเป็นคนที่เท่าไหร่
ชายหนุ่มแสยะยิ้มอย่างดูแคลน เขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองกำลังจะนอนกับผู้หญิงขายตัวเพียงเพราะถูกใจในหน้าตาของเจ้าหล่อนเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เคยตั้งปณิธานเอาไว้ว่า จะไม่แตะต้องแม่ผู้หญิงพวกนี้อย่างเด็ดขาด เพราะหากเขายังใช้บริการของแม่พวกนี้ ก็เปรียบเสมือนการสนับสนุนให้พวกหล่อนมีรายได้ แต่อาชีพนี้ก็จะยังอยู่คงทนถาวรต่อไป
ยาห์มิลนึกไปถึงการตัดสินโทษประหารในแคว้นซาคีฟาร์เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา การตัดสินโทษที่แม้จะโหดเหี้ยมนัก แต่หากเขายังปล่อยให้พวกนายหน้าค้ามนุษย์ให้ลอยนวลอยู่บนแผ่นดินของซาคีฟาร์ต่อไป อีกไม่นานการค้าประเวณีก็จะระบาดไปทั่วแคว้น และตอนนั้นแม้เขาจะมีอำนาจอยู่ล้นมือก็คงไม่อาจจะคลี่คลายปัญหาที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนนี้ได้
แต่ถึงแม้เหตุผลมากมายนี้จะกองอยู่ล้นสมอง แต่มันก็ไม่อาจจะทำให้เขาตัดสินใจปล่อยแม่ของกำนัลสาวคนนี้ให้หลุดรอดอุ้งมือไปได้ จะว่าเขาชั่วก็คงไม่ผิด แต่สาบานได้เลยว่า ถ้าผู้ชายคนไหนได้เห็นเจ้าหล่อน ใกล้ ๆ แบบนี้ ก็คงจะทำแบบเขากันทุกคน หรือบางทีอาจจะจัดการกับหล่อนทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวไม่ได้สติแบบนี้เสียด้วย
แต่สำหรับเขา... ไม่นิยมการเสพสุขกับร่างนุ่มนิ่มแต่นอนนิ่งเป็นท่อนไม้ เขาต้องการให้แม่ผู้หญิงที่มีสัมพันธ์ด้วยดิ้นเร้า ส่ายเลื้อยอยู่ใต้ร่าง ต้องการได้ยินเสียงครวญครางที่บ่งบอกถึงชัยชนะของเขา ต้องการให้พวกหล่อนหลอมละลายอยู่ภายในอ้อมกอดด้วยไฟปรารถนาที่เขาเป็นคนจุดมันขึ้นมา
“ไว้ถึงเตียง ผมจะปลุกคุณขึ้นมาด้วยวิธีของผม... แม่กวางน้อย”
ในน้ำเสียงไม่ได้มีความหวังดีแม้แต่น้อย มันมีแต่ความปรารถนาที่แห่งอยู่ในอก ความต้องการปลดปล่อยตามแบบฉบับแท้ ๆ ของผู้ชายที่เห็นผู้หญิงถูกใจเท่านั้น
ความปวดหัวรุนแรงกระแทกเข้ามาในความรู้สึกจนเจ็บร้าว พิษของแอลกอฮอล์ที่ซดเข้าไปอย่างไม่บันยะบันยังนั้นกำลังก่อการร้ายอยู่ในอก กลิ่นของมัจจุราชที่บ่งบอกที่มาไม่ได้วนเวียนอยู่ในสมอง ความปวดระบมจากการถูกคนที่ไว้ใจหักหลังทำให้ต่อมผลิตน้ำตาเริ่มทำงานอีกครั้ง และไม่ช้าน้ำใส ๆ ก็ทะลักออกมาตามหางตาและไหลลงสู่ข้างแก้ม
สาวน้อยสะอึกสะอื้นทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ลืมตา ปล่อยกายปล่อยใจให้หลงเข้าไปอยู่ในโลกแห่งความชอกช้ำ ไม่ได้รู้สึกสักนิดว่าตอนนี้เนื้อตัวของตัวเองกำลังถูกคุกคามจากมือหนาและริมฝีปากหยักสวยของผู้ชายหล่อเหลาคนหนึ่ง
แม้จะมีความรู้สึกแปลกแทรกมากับความรู้สึกรวดร้าว แต่กระนั้นสมองก็ไม่อาจจะแยกแยะมันออกมาได้ว่าคืออะไร รู้แต่ความเนื้อตัวของหล่อนไม่ได้รังเกียจความรู้สึกนั้นแม้แต่นิดเดียว อยากให้เจ้าความรู้สึกนี้ความรู้สึกที่เสมือนถูกหลอมละลายด้วยเปลวไฟบางอย่างฝังอยู่ในร่างกายเนิ่นนาน
มันทำให้หล่อนรู้สึกดีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มันทำให้เนื้อตัวของหล่อนคัดแน่น จนแทบจะนอนนิ่งเฉยไม่ได้ เสียงสะอื้นจากความเจ็บช้ำที่ดังออกมาจากกลีบปากสาวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางกระเส่าเพราะความเสียวซ่านแปลก ๆ อย่างไม่มีการเตือนล่วงหน้า
สาวน้อยหวนคิดว่าตัวเองล่องลอยอยู่ในความฝัน ความฝันที่แสนหวาน ความฝันที่สามารถลบเลือนรอยแผลฉกรรจ์ หล่อนไม่อยากตื่นเลย อยากอยู่ในฝันนี้ตลอดไป
“อืมมม...”
สุดท้ายเสียงหวานดังระฆังแก้วก็เล็ดลอดออกมาจนได้ ร่างอรชรขยับไปมาอย่างไม่อาจจะหักห้ามความเสน่หาที่มันระเบิดอยู่ในกระแสเลือดได้
มือบางยกขึ้นสัมผัสกับความหยาบแข็งบางอย่างที่มันค่อนข้างระคายมือ สาวน้อยลูบไล้แผ่วเบาไปตามเจ้าสิ่งที่คิดว่าเป็นแผ่นหินนั้นช้า ๆ ราวกับจะสำรวจหาตัวตนที่แท้จริงของมัน
และเมื่อนิ้วขาวสะอาดลูบไล้ไปถึงเจ้าตุ่มไตบางอย่างที่สันนิษฐานว่ามันคงงอกเงยขึ้นมาจากแผ่นหินนั้น สาวน้อยก็สะกิดไปมาแผ่วเบาอย่างหยอกเย้า พร้อม ๆ กับรอยยิ้มละไมที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้างามที่ยังหลับตาพริ้มครึ่งหลับครึ่งตื่น
หญิงสาวอาจจะยังคิดว่าตัวเองกำลังฝันอยู่นานกว่านี้ หากไม่มีเสียงครางกระด้างของใครคนหนึ่งดังขึ้นมาเหนือร่าง ดวงตากลมโตราวกับไข่ห่านเบิกกว้างขึ้นในบัดดล และนั่นมันก็เหมือนโลกที่กำลังนอนอยู่ตีลังกากลับหัว
ผู้ชายที่หล่อเหลาราวกับไม่ใช่มนุษย์ปรากฏอยู่ตรงหน้า แต่มันใช่ตรงหน้าธรรมดาที่ไหน เพราะพ่อรูปหล่อเล่นมาแนบนาบอยู่บนเนื้อตัวสาวของหล่อนอย่างสนิทสนม แถม... เนื้อตัวที่น้ำตาลทองนั้นยังเปลือยเปล่า ไร้อาภรณ์เสียอีก
ความร้อนผ่าวที่มันลามเลียไปทั่วทั้งร่างวิ่งกลับมาอัดแน่นอยู่ที่ช่องท้อง ดวงตากลมโตเผลอไผลสำรวจเนื้อตัวแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามสมบูรณ์แบบที่แสดงให้เห็นได้เป็นอย่างดีว่า ผู้ชายคนนี้ออกกำลังกายสม่ำเสมอแค่ไหน หรือบางทีเขาอาจจะเป็นนักกีฬาประเภทที่ต้องใช้กำลังมาก ๆ ก็เป็นได้
และไอ้เจ้าสิ่งระคายมือที่แอบสงสัยอยู่เมื่อครู่นี้ ที่แท้มันก็คือเส้นขนหยิกหย็อยที่มันปกคลุม แผงอกที่หล่อนดันโง่เง่าละเมอว่าเป็นแผ่นหินอยู่เมื่อครู่นี้รกรุงรัง
นี่หล่อนบ้าหรือสติไม่ดีกันแน่ ทำไม... ทำไมถึงได้ยอมนอนให้ผู้ชายมาหาความสุขบนเรือนร่างได้แบบนี้ ทำไมหล่อนถึงหลงใหลได้ปลื้มกับสัมผัสของเขา และทำไมถึงแยกแยะไม่ออกว่าสิ่งไหนคือความปวดร้าวและสิ่งไหนคือความรู้สึกที่ถูกปลุกเร้า
โง่มากจนไม่รู้ว่า สิ่งที่คิดว่ากำลังฝันไปนั้น มันคือเรื่องจริง...
ใช่! มันเรื่องจริงทีเดียวเชียวแหละ เพราะตอนนี้หล่อนนอนแผ่หลาให้พ่อเทพบุตรผู้มีดวงตาสีทองคนนี้ตักตวงความสุขจากเรือนกายได้อย่างไม่ละอาย ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจไว้ว่าจะมอบให้กับเจ้าบ่าวในคือเข้าหอเท่านั้น...
“ตื่นแล้วหรือ... แสดงว่าวิธีปลุกของผมยังใช้ได้ดีอยู่”
น้ำเสียงห้าวที่แปร่งเล็กน้อยระเบิดเข้ามาในหู และนั้นมันก็ทำให้ใบหน้างามแดงก่ำด้วยความโกรธแกมอับอาย มือบางที่ลูบไล้อกกว้างและแถมยังสะกิดยอดอกสีเข้มของยาห์มิลอยู่เมื่อครู่นี้เปลี่ยนเป็นผลักไสพัลวัน
“คนเลว คุณ... คุณทำอะไรฉัน”
ทั้งดิ้น ทั้งหยิก ทั้งข่วนแต่ดูเหมือนว่าวิธีที่ใช้นี้มันจะไม่ได้ผลสำหรับผู้ชายที่ตัวใหญ่มากเช่นเขา เพราะไม่ช้ามือหนาก็รวบข้อมือขาวเนียนทั้งสองข้างขึ้นไปไว้เหนือศีรษะ ก่อนจะก้มลงมอบรอยยิ้มมาดร้ายให้ในระยะเส้นด้ายรอดผ่าน
“น่าแปลกที่คำพูดของคุณช่างตรงข้ามกับการกระทำชะมัด” ดูแคลน นี่คือคำเดียวที่แฝงชัดอยู่ในคำพูดของเขา
“คุณ...ข่มขืนฉัน...”
เส้นคิ้วสีนิลที่พาดยาวอยู่เหนือดวงตาคมกริบเลิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มที่มันช่างตรงกันข้ามกับความยินดีระบายชัดเจนบนใบหน้าหล่อระเบิดนั้น
“ข่มขืนหรือ... ยังนี่ ผมยังไม่ได้ทำอะไรคุณสักหน่อย แค่ลูบ ๆ คลำ ๆ ด้วยมือและก็ริมฝีปากของผม แต่อีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ ผมคงทำอะไรที่มันมากกว่าลูบ ๆ คลำ ๆ แน่...”
ดวงตากลมโตที่ขนตายาวยังเปียกชื้นไม่หายเบิกกว้าง เนื้อตัวเกร็งขึ้นมาด้วยความหวั่นเกรง รู้สึกเหมือนกำลังจะจมน้ำ ออกซิเจนเริ่มขาดแคลน
ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า... จะต้องมานอนทอดกายอยู่ใต้ร่างของผู้ชายตัวโตผิวสีน้ำตาลทองคนนี้ แม้แต่ในฝันเฟื่องก็ไม่เคยมี นี่คงเป็นผลพ่วงที่เกิดมาจากแอลกอฮอล์ที่ตัวเองกรอกเข้าปากไปเมื่อคืนนี้อย่างแน่นอน ทำไมหล่อนถึงได้ขาดสติได้ถึงเพียงนี้ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่ามันไม่ดีก็ยังจะดันทุรังดื่มมันเข้าไปอีก
ก็เป็นเพราะหล่อนเจ็บปวดยังไงล่ะ เลือดออกที่หัวใจ ทำยังไงก็ไม่อาจจะทานทนต่อพิษบาดแผลได้ นอกจากเยียวยาด้วยความมึนเมา
“ในเมื่อคุณตื่นเต็มตาแล้ว ก็ลงมือทำหน้าที่ของคุณสิ จบแล้วจะได้แยกย้ายกันไป”
“คนเลว ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณหมายถึงอะไร”
บัวบุษบายังดิ้นรนไม่หยุด แม้จะถูกตรึงไว้ทุกทาง แต่ยิ่งดิ้นเนื้อนุ่มที่เปลือยเปล่าขาวสะอาดที่ถูกพ่อรูปหล่อถอดเสื้อผ้าออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ก็ยิ่งแนบสนิททั้งเสียดทั้งสี จนความร้อนผ่าวแผดเผาไปทั่วทั้งร่าง และยิ่งเปล่าเปลือยด้วยกันทั้งสองฝ่ายแบบนี้ ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งสนองอารมณ์กันด้วยเชื้อไฟปรารถนา
“ลีลาดีเป็นบ้า ให้ตายสิ!”