นี่หล่อนเป็นอะไรไป...
เหตุใดรู้สึกเหมือนโลกหมุนโคลงเคลงจนทรงตัวไม่อยู่ต้องทิ้งตัวลงนอนอีกครั้งหลังจากพยายามลุกไปรอบหนึ่งแต่ร่างกายกลับอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง
ทิวากะพริบตาถี่ ๆ แล้วตั้งสติลืมตามองภาพเบื้องบนอีกครั้ง ท้องฟ้ามืดมิดแต่มีแสงดาวระยิบระยับเปล่งประกายแต่คล้ายไม่ใช่ฟ้ากลับเป็นเพดานสีทึมทะมึนเต็มไปด้วยแสงระยิบของแสงไฟที่ส่องแสงคล้ายดวงดาว
แน่นอนว่าไม่ใช่สถานที่ที่หล่อนคุ้นเคย ไม่เคยเห็นแม้ผ่านตาและไม่ใช่ห้องนอนของหล่อน
แล้วมันคือที่ไหน...
ร่างผอมเพรียวขยับลุกนั่งอีกครั้งแต่ทำได้ยากยิ่งเมื่อรู้สึกว่าร่างกายเหมือนถูกของหนักทับเอาไว้จนขยับไม่ได้ หล่อนเพ่งมองกระจกเงาที่ปลายเตียงมันยังสะท้อนภาพดวงหน้าคุ้นเคยที่เต็มไปด้วยคราบเครื่องสำอางหนาเตอะพอกอยู่ ผมยุ่งกระเซิงที่ดูไม่เป็นทรงจนน่ารำคาญนั่นอีก
ผู้หญิงซกมกในกระจกเงานั่นคือหล่อนเอง...
หล่อนยกสองมือกุมศีรษะที่ยังคงปวดหนึบ รวบผมมวยลวก ๆ ด้วยความเคยชินแต่ยังไม่ทันเสร็จก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงประหลาดดังอยู่ไม่ไกล
ไม่ไกลไม่ว่าแต่มันใกล้มาก!
เสียงครืดคราดคล้ายเสียงคำรามก็ไม่ใช่ เสียงเจ้าตูบที่บ้านของหล่อนก็ยิ่งไม่ใช่มันเหมือนเสียงกรนมากกว่า
เสียงกรนของใครกัน!
เป็นไปไม่ได้!
ดวงตาที่โตอยู่แล้วของหญิงสาวยิ่งโตกว่าปกติทันทีที่กวาดตามองหาที่มาของเสียง หล่อนถึงกับเด้งตัวออกห่างทันทีที่รู้ว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนเตียงหากแต่มีใครอีกคนขยับกายยุกยิกอยู่ใต้ผ้านวมผืนหนาที่กำลังส่งเสียงยวบยาบนั่น
ใครกัน?
ใคร!
ทิวาตาเบิกค้างทันทีที่พอจะปะติดปะต่อเรื่อวราวได้ ภาพที่เห็นผ่านครรลองสายตาจนหล่อนต้องยกมือปิดปากไม่ให้ส่งเสียงกรีดร้องคือเจ้าของร่างกำยำที่นอนเปลือยโชว์แผ่นหลังขาวจั๊วะ
คนคนนั้นนอนคว่ำหน้าไปอีกทางแผ่นหลังที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมานั้นมีรอยแผลเป็นจาง ๆ พาดผ่านกลางหลังไม่เป็นระเบียบหลายรอย ผมดำสนิทเส้นเล็กและลำแขนแข็งแรงของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้าม
รู้สึกถึงก้อนเนื้อในอกเต้นรุนแรงอย่างไม่เคยเป็น ยิ่งเพ่งมองรอยสักรูปไม้กางเขนบนข้อมือที่พาดมาทับเอวหล่อนด้วย ผู้ชายดี ๆ ที่ไหนกันจะมีรอยแผลเป็นและรอยสักที่ดูลึกลับเหนือข้อมือแข็งแรง
หรือเขาจะเป็นพวกมาเฟีย หรือพวกโรคจิต!
เป็นไปไม่ได้หรอกน่า!
ทิวาผ่อนลมหายใจเข้าออกรวบรวมสติลดความตื่นตกใจแต่ก็พบว่าทำไม่ได้ หล่อนตั้งสติอีกครั้งมองไปรอบห้องจึงพบว่ามันเป็นผนังสีดำเข้ากันเป็นอย่างดีกับฝ้าเพดาน ภาพแขวนบนผนังเต็มไปด้วยท่วงท่าชายหญิงที่เหมือนทำกิจกรรมบางอย่างมากมายหลายภาพ
แล้วผู้ชายคนนี้คือใครจึงมาปรากฏตัวในห้องแบบนี้ บนเตียงนี้และนอนข้างหล่อนด้วยสภาพกึ่งเปลือยมีเพียงผ้านวมคลุมปิดท่อนล่างแบบนี้
แล้วหล่อนล่ะ!
ทิวาเลิกผ้าห่มออก สอดตาสำรวจสภาพตัวเองแล้วถึงกับหน้าถอดสี ช่วงบนมีเพียงบราตัวจ้อยที่อยู่ในสภาพไม่ปกติ
แล้วส่วนอื่นล่ะ!
หล่อนสอดตามองอีกครั้งแล้วถึงกับพรูลมหายใจโล่งอก ยังดีที่ชิ้นสำคัญยังอยู่ ความทรงจำเมื่อคืนเริ่มหลั่งไหลกลับเข้ามาในมโนสำนึกตามลำดับ
แค่คิดก็อยากจะบ้าตาย!
นึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่หล่อนมางานฉลองสละโสดของนุดีวยการคะยั้นคะยอของเพื่อนในกลุ่ม
นุดี... คนที่เป็นทั้งเพื่อนและพ่วงตำแหน่งลูกสาวผู้มีพระคุณ เธอทั้งสวยโฉบเฉี่ยว หุ่นดี เซ็กซี่ชนิดหนุ่ม ๆ มองตามเหลียวหลัง
หล่อนไม่กล้าเผยอเทียบชั้นกับนุดี..
ตั้งแต่เล็กจนโต หล่อนกับนุดีไม่เคยถูกชะตากันนอกจากนุดีกับว่าที่สามีแล้วยังมีกาวใจทั้งสามคือ ลลนา สาวอวบระยะสุดท้าย ปารมีสาวใต้ตาคมรูปร่างสูงชะลูด และบราลีเพื่อนสาวนุ่มนิ่มบอบบางที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นปี แม้ต่างสถาบันแต่ก็รู้จักและสนิทกันเพราะกิจกรรมทำอาหารและการแข่งขันระหว่างมหาวิทยาลัย เรียกได้ว่าสนิทจนรู้ใจ
แต่ตอนนี้เพื่อนทั้งสามของหล่อนกลับมาหายไป...
แค่คิดก็แทบร้องไห้ ความซวยทำไมช่างมาเยือนหล่อนแค่คนเดียว ทั้งเพิ่งตกงาน โดนคนรักที่คบกันแบบไม่เปิดเผยตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่งบอกเลิกเพื่อรับผิดชอบในตัวนุดีที่เห็นหล่อนเป็นลูกไล่มาตลอด
หล่อนทั้งขื่นขมแต่ต้องทำหน้าชื่นอกตรมเพราะนุดีคือลูกของผู้มีพระคุณ และที่สำคัญไม่มีใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ของหล่อนกับกรรณ์มาก่อนความซวยยังไม่ยอมปล่อยหล่อนให้หลุดพ้นเมื่อต้องมาอยู่บนเตียงกับใครอีกคน
ไม่รู้ไอ้บ้านี่คนหรือคิงคอง!
ร่างกายใหญ่โต กล้ามเป็นมัดรอยแผลที่แผ่นหลังแถมรอยสักยังน่ากลัว แค่ลักษณะภายนอกก็พอจะบ่งบอกได้ว่าเขาคงไม่ใช่คนดี
หล่อนต้องออกไปให้พ้นจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด!
ทิวาเลิกผ้าห่มออก หย่อนขาลงพื้นเย็นเฉียบก่อนจะค่อย ๆ ลุกไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว นึกอุจาดสภาพตัวเองจนต้องมองหาเสื้อผ้าแต่มันกองอยู่บนพื้นไกลจากเตียงค่อนข้างมาก หล่อนยื่นเท้าออกไปแต่ไม่ทันได้ทำอย่างใจคิดก็ต้องสะดุ้งเมื่อถูกอ้อมแขนแข็งแรงรวบเอวไว้แล้วกระชากลงตามเดิม
“จะไปไหน... หืม”
“อย่ามายุ่งกับฉันนะ!”
หล่อนสะบัดตัวแต่ไม่พ้น เพียงขยับก็ถูกรวบเอวแล้วร่างของเขาก็พลิกตัวมากักหล่อนไว้ในอ้อมแขน ทิวาชะงักตาค้างแทบลืมหายใจแต่อีกฝ่ายกลัวนิ่งสงบเหมือนยังไม่ตื่นดีก่อนเอ่ยเสียงแผ่วข้างหู
“ขอกอดหน่อย...”
“อะ... อะไรนะ!”
“ก็กอดไง ผมหนาว...”
ขอกอด?
หนาวงั้นเหรอ!
ไอ้บ้าจะมากไปแล้ว!
หล่อนตาค้างรอบเมื่อถูกจู่โจมรวบตัวลงนอนตามด้วยลำแขนแข็งแรงที่วาดผ่านเอวกอดเต็มรัก
“ยะ... อย่า! อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันกลัวแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันขอร้อง”
“ขอร้องอะไรกันคุณ ร้องยังกับถูกเชือดแค่กอดนิดเดียว”
“นิดเดียวเหรอ!” หล่อนร้องเสียงหลง “นี่มันไม่นิดเลยนะคุณ ฉันหายใจไม่ออกแล้ว”
หืม...
ร่างกำยำลืมตาเงยหน้าขึ้นมองมือยังคงรวบเอวหล่อน ดวงหน้าขาวครึ้มไรหนวดเล็กน้อยดูดีผิดกับแผลบนร่างกายของเขาและดวงตาดำขลับที่มองมามีหล่อนมีร่องรอยขบขันในหน้า รอยยิ้มมุมปากนั่นยิ่งดูเจ้าเล่ห์ทำให้หล่อนหน้าแดงโดยไม่รู้ตัว
“ปะ... ปะ... ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ อย่าทำอะไรฉันเลย” หล่อนวิงวอนน้ำตาคลอ
“เดี๋ยว ๆ นี่คุณคิดว่าผมจะทำอะไร”
“กะ... ก็ไม่รู้แล้ว” หล่อนพูดไม่ออกแต่น้ำตากลบตาก่อนกลั้นใจพูดต่อ “ฉันจะกลับบ้าน”
ชายหนุ่มจึงปล่อยมือแล้วยันตัวขึ้นนั่งจนผ้าห่มไหลลงไปกองช่วงเอว ทิวาเห็นภาพเปลือยล่อแหลมในระยะประชิดยิ่งตระหนก
“อย่าเพิ่งกลับสิ อยู่ด้วยกันก่อนนะ... ผม...”
“ฉันจะกลับ”
“จะรีบไปไหนล่ะ ก็เมื่อคืนเรายัง...”
“อย่าพูดนะ!” หล่อนตวาดลั่น “ฉันไม่อยากฟัง คุณทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง เราไม่รู้จักกันสักหน่อย คุณใจร้ายมากทำกับผู้หญิงได้ยังไง!”
หล่อนพรั่งพรูคำพูดทั้งน้ำตา ดวงหน้านวลส่ายไปมา และยิ่งซีดเซียวเมื่อมองแผงอกแกร่งตรงหน้า ข้อมือถูกดึงกระชากไว้ด้วยฝ่ามือแข็งแรง เขาขยับเข้ามาแล้วรวบร่างหล่อนลงนอนเคียงข้างจนแผ่นหลังเปลือยชนเข้ากับแผงอกชายหนุ่ม
“ฤทธิ์มากจัง ทีเมื่อคืนยังอ่อนระทวยปล้ำจูบเราอยู่เลย...” เขากระซิบข้างหู
“ฉะ... ฉันเหรอจูบคุณ...”
ชายหนุ่มไม่ตอบแค่เพียงพยักหน้า ทิวาถึงกับหน้าถอดสี
ปล่อยฉันนะ! ฉันไม่เชื่อคุณหรอก” ทิวาตวาดเสียงแหลมทั้งสะบัดแขนแรง ๆ แล้วกระทุ้งศอกใส่จนชายหนุ่มผละออกห่างก่อนจะดึงผ้าห่มมาพันร่างมิดชิดผุดลุกนั่ง
“ปล่อยแล้ว ๆ แต่คุณต้องฟังผม” ชายหนุ่มถามซ้ำ “ว่าไง”
“ไม่... ไม่ฟัง” หล่อนเสียงแข็ง
“งั้นไม่ปล่อย”
ร่างบึกบึนยื่นมือมาจะคว้าข้อมือเล็กอีกครั้ง แต่หล่อนรีบซุกแขนก่อนจะดึงผ้าห่มคลุมจนมิดคอ ชายหนุ่มชันตัวขึ้นมองแต่หล่อนรู้ตัวรีบก้มหน้างุดกับหมอน อึดใจร่างขาวนวลเนียนก็ไหวสั่นตัวโยน
ชายหนุ่มนิ่งอึ้งชะเง้อมองดวงหน้าใสแดงก่ำเต็มไปด้วยน้ำตา คิดจะยื่นมือไปจับหัวไหล่ของหล่อนให้หันมาอีกครั้งกลับชะงัก
“ถ้าคุณไม่หันมาคุยกัน ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง”
“ทำไมคุณทำกับฉันแบบนี้” หล่อนเปิดปากพูดแต่อดกลั้นไม่สะอื้นไม่ได้ “ฉันไปทำอะไรให้”
“คุณไม่ได้ทำอะไร แต่ผมก็...” เขาหยุดคำพูดสีหน้าลังเล “ก็ไม่รู้เหมือนกัน คุณน่ารักดี เซ็กซี่โดยเฉพาะเวลาเมา ผมก็เลยเผลอ...”
เพียะ!
หล่อนฟาดฝ่ามือใส่หน้าอีกฝ่ายสุดแรง แล้วพรั่งพรูคำพูดทั้งน้ำตา “คนเลว! คุณมันใจร้าย!”
สารินถึงกับนิ่งอึ้ง ยกมือกุมหน้าที่ชาเพราะโดนตบ เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร มันดูไม่สมเหตุสมผลและเขามีสติสัมปชัญญะครบถ้วนไม่ใช่ไม่ได้สติแบบหล่อน เพียงแต่คำพูดของนุดีเมื่อคืนยังวนเวียนอยู่ในสมอง
มันเป็นแรงขับชั้นดีทันทีที่เห็นหน้าหล่อน เขาก็คล้อยตามกับคำพูดของลูกพี่ลูกน้องอย่างนุดีไม่ได้...
“พี่รินช่วยสั่งสอนยายนั่นให้หนูดีหน่อยสิคะ”
“สั่งสอนยังไง”
“เห็นไหมคะสายตามันยังยั่วยวนแฟนหนูดีอยู่เลย แล้วกรรณ์ก็ยังเหมือนอาลัยอาวรณ์มันอยู่ หนูดีไม่สบายใจ เกิดมันล้มงานแต่งจะทำยังไง”
“แล้วเราจะกลัวอะไร พรุ่งนี้วันแต่งแล้วเขาก็เป็นของเธอแล้วนี่หนูดี”
“ก็หนูดีกลัวกรรณ์เปลี่ยนใจนี่คะ นี่ก็ไม่รู้ยายสามคนนั่นจะชวนมันมาด้วยทำไมเกิดถ่านไฟเก่าคุขึ้นมาถึงเหลือเวลาคืนเดียวก็วางใจไม่ได้ดูสายตามันสิวิบวับยั่วยวนกรรณ์อีกแล้ว” นุดีบุ้ยใบ้ให้มองตาม
สารินชะงักอีกครั้งเมื่อมองเป้าหมายเต็มตา ร่างเล็กแต่อวบอัดด้วยทรวงอกรัดรึงภายใต้เสื้อยืดสีขาวรัดรูปคอกว้างกับกางเกงสกินนี่สีดำดูทะมัดทะแมงแต่ชัดเจนด้วยเรือนร่างอันสมส่วนน่ามอง
หล่อนกระดกน้ำสีอำพันแก้วแล้วแก้วเล่าท่าทางอาการหนักจริงอย่างที่นุดีบอก ดวงตาฉ่ำเยิ้มมองตรงไปยังว่าที่สามีของน้องสาวทำให้เขาละสายตาจากหล่อนไม่ได้จนเผลอมองอยู่นานกว่าจะรู้สึกตัวก็ต่อเมื่อนุดีสะกิด
“ใครน่ะ สวย... น่ารัก”
“เห็นไหมขนาดไม่รู้จักพี่รินยังมองมันไม่วางตาเลย”
“พี่เปล่าซะหน่อย หุ่นยังกับเลขหนึ่งขนาดนั้นไม่เห็นจะน่าสนใจ”
สารินยิ้มมุมปาก นึกขำตัวเองที่เปรียบหญิงสาวไปแบบนั้น หล่อนรูปร่างเล็กผอมเพรียวก็จริงแต่หน้าอกหน้าใจไม่เล็กเหมือนหุ่นเลยสักนิด คิดแล้วชายหนุ่มถึงกับลูบคางแก้เก้อเมื่อเห็นสายตามีคำถามของน้องสาว
ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอฝืดเฝือ นึกแปลกใจตัวเองที่ตื่นเต้นกับสิ่งที่น้องสาวยั่วยุ หากหล่อนเป็นสาวไวไฟจริงอย่างที่นุดีว่าไว้มันก็น่าลองมิใช่น้อย
“นั่นแน่! พี่รินสนใจจริง ๆ ด้วย” นุดีพูดด้วยน้ำเสียงลิงโลด
สารินเหลือบมองน้องสาวสลับกับหญิงสาวอีกคนที่ท่าทางเมาหนักเพราะฤทธิ์สุรา
หรือว่าจะทำตามนุดีขอร้อง...
ไม่ได้ ๆ นี่เขากำลังคิดอะไรเกินเลยกับหญิงสาวที่เพิ่งเคยเจอหน้าครั้งแรกกันแบบนี้ไม่ได้
“อย่าให้พี่ต้องกลายเป็นคนเลว เธอไปหาคนอื่นเถอะ”
“ไม่สนใจผู้หญิงคนนั้นแน่เหรอคะ หนูดีดูออกนะว่าพี่รินสนใจ นางคงไม่ถือสาหรอกหากจะมีชายหนุ่มสักคนมาช่วยคลายเหงาให้ผ่านคืนปวดร้าวนี้ไปได้”
“พี่ไม่ได้เป็นคนแก้เหงาให้ใคร”
นุดีทำปากยื่นก่อนจะเอียงคอมากระซิบ “แต่พี่รินก็สนใจใช่ไหมล่ะคะ งั้นก็เดินหน้าสิ”
“พี่ไม่ได้สนใจ”
สารินมองเมินไปอีกทางพลางกระดกวิสกี้จนหมดแก้วแต่นุดีไม่วายอ้อน
“นะคะ... นะ...ทำเพื่อน้องสาวสักครั้ง ยังไงก็ให้ผ่านพรุ่งนี้ไปได้เถอะนะคะ”
สารินเอียงตัวหนีร่างเพรียวของน้องสาวที่จงใจอ้อนอย่างน่ารำคาญ เขาไม่ชอบคนเซ้าซี้และยิ่งเบื่อเวลาถูกรบกวนเวลาโดยเปล่าประโยชน์
“เรื่องอะไรพี่ต้องช่วยเธอ ลำพังแค่ดูร้านก็แทบไม่มีเวลาแล้ว”
“พี่รินแค่ช่วยเข้าไปตีสนิทแล้วพามันไปไหนก็ได้ให้พ้นงานแต่งพรุ่งนี้ก่อนค่อยพากลับมาส่งดีไหมคะ ท่าทางมันจะเมาแล้วด้วย ถ้าเกิดเดินออกไปแล้วมีคนฉุดไป น่าเสียดายกว่าอีกนะ”
“ไร้สาระน่ะ ที่นี่ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน”
สารินส่ายหน้าพลางกระเถิบหนีน้องสาวที่เอาแต่กระแซะ ดวงตามองเลยร่างเพรียวตรงหน้าข้ามไปยังหญิงสาวที่อยู่ในบทสนทนา หล่อนท่าทางกระวนกระวายสะบัดหน้าคล้ายเรียกสติและพอลุกก็ดูโงนเงน จนเขาถึงกับขยับจะลุก แค่นั้นนุดีก็มองตามสายตาพี่ชายแล้วลอบยิ้มสมใจ หันกลับมากระซิบอีกครั้ง
“ถือซะช่วยน้องเอาบุญ เป็นของขวัญวันแต่งงานน้องสาวนะคะพี่ริน”
“จะบ้าไปใหญ่แล้ว ทำแบบนั้นถึงคุกนะหนูดี เด็กคนนั้นรุ่นเดียวกับเราก็เท่ากับเด็กกว่าพี่ตั้งสิบสองปีเชียวนะ”
เขาปฏิเสธแทบไม่คิด แต่นุดียังออดอ้อนตาใส
“แล้วจะเป็นอะไรไปล่ะคะ ความพึงพอใจของคนเรามันเลือกช่วงอายุได้ด้วยเหรอ” หล่อนแย้งแต่อมยิ้มกริ่มที่ได้เป่าหูพี่ชายดูลังเล หล่อนก็เติมเชื้อไฟเพิ่มอีกหน่อย “ก็ได้ ๆ ค่ะ งั้นแค่ทำให้มันเข้าใจผิด หรือให้กรรณ์เข้าใจผิดว่าพี่รินกับมันมีความสัมพันธ์กันก็ได้ ไม่เห็นจะยากเลย”
“เราก็พูดง่าย ชีวิตคนนะหนูดี พี่แค่อยากรู้ว่าถ้าไม่ชอบใจกันแล้วชวนมาด้วยทำไม”
“ก็หนูดีอยากให้มันอิจฉาความสุขของหนูดีกับกรรณ์นี่คะ” หล่อนยักไหล่ยิ้มสมใจทั้งที่อีกใจหวาดหวั่น
“ไม่เอา พี่ไม่เล่นด้วยหรอก”
“แล้วพี่รินจะเสียใจหากไม่ฉวยโอกาสนี้เอาไว้”
เขาจำได้ว่าปฏิเสธนุดีไป แต่เพราะสาวสวยอวบอัดตรงหน้าที่เห็นดูเฉยเมยไม่มีทีท่าเล่นหูเล่นตาผู้ชายอย่างที่ลูกพี่ลูกน้องของเขาเล่าก็ยิ่งทำให้อยากรู้อยากลอง หากพลาดจากเขาเกิดหล่อนไปเจอพวกฆาตกรฆ่าข่มขืนตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งขึ้นมา สู้ตกอยู่ในมือเขาเสียยังดีกว่า...
ดีกว่าเหรอ?
ไอ้รินเอ๊ย!
สารินส่ายหน้ากับความคิดบ้าบอของตัวเอง แต่พอหล่อนลุกออกไปด้วยท่าทางเมามายจะล้มมิล้มแหล่ เขาก็ลุกตามไปทันที ไม่ทันได้สนใจฟังคำพูดนุดีด้วยซ้ำ
นาทีนั้นเขารู้แค่ว่าหล่อนชื่อทิวา...
หญิงสาวที่ทำให้เลือดในกายของเขาพลุ่งพล่านจนฉุดไม่อยู่จนยอมทำเรื่องบ้า ๆ ได้ขนาดนี้...
ไม่กี่นาทีต่อมาสารินก็ต้องส่ายหน้าทันทีที่เห็นหญิงสาวเป้าหมายยืนโก่งคออาเจียนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ในห้องน้ำหญิงแล้วจู่ ๆ หล่อนก็ทรุดลงนั่งกับพื้นปล่อยโฮเสียงดังจนเขาที่ยืนรีรออยู่พุ่งพรวดเข้าไป
“คุณ! เป็นอะไรมากไหม”
หล่อนปรือตาเอียงคอมองเขาแล้วเอ่ยน้ำเสียงยานคาง “หล่อจัง... คนหรือเทวดาเนี่ย”
“หา!”
“หาอะไร! ฉันยังไม่ตายคุณเทวดาไปรับคนอื่นเถอะ”
เออเว้ย!
คนสวยเมาแล้วยังเพ้อเจ้อได้อีก...
สารินครุ่นคิดแต่ตอบหล่อนไปอีกแบบ “คุณยังไม่ตายหรอก ถ้าตายจะมาพูดกับผมได้ไง” เขาตอบพลางส่ายหน้า “มา... ผมช่วย”
ชายหนุ่มผุดลุกยืนแล้วหิ้วปีกหล่อนแต่หญิงสาวปัดป้องทั้งที่คอพับคออ่อน หล่อนหรี่ตามองเขาแล้วผลักจนหงายหลังก้นจ้ำเบ้า
“ถอยไป มาทำอะไรในห้องน้ำหญิง หรือว่า... นายจะเป็น... เป็น!”
หล่อนชี้หน้าเขาไม่พอยังร้องเสียงหลง สารินถึงกับพรูลมหายใจนับหนึ่งถึงสิบผสมสุภาษิตคำพังเพย
อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา...
“ผมมาช่วยคุณไม่ใช่จะมาทำร้ายคุณนะ” เขายังคงใจเย็นกับหล่อนตั้งใจพยุงให้ลุกแต่หล่อนปัดป้องไม่พอร้องตะโกนให้คนช่วย
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย!”
สารินรีบตะครุบปากแล้วตะคอกใส่ทันที “จะบ้าเหรอคุณ! ใครไปทำอะไรให้ ร้องยังกับหมูถูกเชือด!”
“ก็คุณลวนลามฉัน”
“ผมยังไม่ได้ทำไรเลย”
เพียะ!
“คุณตบผมทำไม!”
“ก็เนี่ย!” หล่อนตะคอกตอบแล้วชี้มือไปด้านล่าง “มือน่ะ... มือ!”
สารินชะงักก้มตามจึงรู้ว่ามือข้างที่ว่างของเขาแตะที่หน้าอกของหล่อนโดยบังเอิญ
นี่มันหน้าอกหรือไข่ฟูทำไมช่าง...
ชายหนุ่มส่ายหน้าสะบัดไล่ความคิดเลว ๆ ตอบหล่อนไปทันที “โทษที ๆ ผมไม่ได้ตั้งใจ แต่ไม่แน่ถ้าคุณพยศมาก ๆ ผมหน้ามืดขึ้นมาอาจจะทำจริงก็ได้”
“คุณว่าอะไรนะ”
หล่อนยืนโงนเงนสะบัดหน้าไปมาท่าทางเหมือนจะหลับมิหลับแหล่ จนสารินส่ายหน้าด้วยความสมเพช
“ไป ผมไปส่งที่โต๊ะเพื่อนคุณก็แล้วกัน นี่คุณ คุณ!”
ไม่ทันที่จะได้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ร่างเล็กอวบอิ่มก็ผล็อยหลับคอตกอยู่ในอ้อมกอดของเขา กรุ่นกลิ่นกายสาวหอมหวานจนสารินสะดุดใจและเผลอกดริมฝีปากแผ่วเบาที่เรือนผมนุ่มนิ่มของหล่อนแล้วต้องผงะ
นี่เราทำบ้าอะไรไปวะ!
สารินสะกดอารมณ์พุ่งพล่าน ผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้ช่างทำให้เขารู้สึกถึงความต้องการรุนแรงขนาดนี้ได้ยังไง!
เพราะหล่อน!
ผู้หญิงที่จับพลัดจับผลูมาหล่นในอ้อมกอดของเขาคนนี้คนเดียว...
นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนสารินก็ถอนหายใจ ก้มลงมองดูหญิงสาวแสนพยศอีกครั้ง หล่อนหันกลับมาช้า ๆ ทั้งที่ห่มผ้าคลุมมิดถึงคอ ร่างอวบอัดค่อย ๆ แย้มริมฝีปากคล้ายยิ้มดูเป็นมิตรกับเขามากขึ้น หล่อนลุกนั่งก่อนที่มือเรียวสั่นน้อยๆ จะโผล่พ้นผ้าห่มออกมา
“ตกลงจำได้แล้วใช่ไหม ฟังผมได้แล้วใช่ไหม”
“คือ... ฉัน คือ...”
สารินยิ้มกริ่มในหน้า หล่อนคงทำใจได้แล้ว ถึงเวลาเจรจากันสักที มาถึงขนาดนี้หล่อนจะไปไหนเสียได้นอกจากต้องตกลงตามข้อเสนอของเขา
“ว่าไง”