ตอน 1

เรือนร่างอวบขาวของหญิงสาววัย22 ปี ความสูง163 เซนติเมตร ผิวอมชมพู ในชุดเสื้อยืด กางเกงยีนส์ขาสั้นวิ่งออกมาจากในครัว ทิ้งอาหารที่เตรียมตั้งโต๊ะไว้ ผ่านห้องนอนสองห้องและห้องนั่งดูทีวีเพราะได้ยินเสียงบางอย่างหน้าบ้าน เสียงโครมคล้ายใครเดินชนประตู เธอรู้ดีนั่นคือแม่ที่ตาบอด หญิงสาวพยายามไม่อ่อนแอแม้สงสารแม่มาก หลายปีแล้วที่แม่ตาบอดเธอควรทำใจได้เสียที เหมือนที่เคยสัญญากับตนเองว่าจะอยู่บนโลกนี้ต่อไป ดูแลแม่ให้ดีที่สุด

จากชีวิตคุณหนู แม่เองก็มีชีวิตสุขสบายแต่ทุกอย่างพลันพังทลายลงเพราะขาดพ่ออุ้มชู แม่เป็นเพียงเมียน้อย ไม่เป็นที่ยอมรับของตระกูลย่า ไม่มีพ่อทุกคนก็พร้อมใจกันขับไล่เหมือนหมูเหมือนหมา แม่เป็นคนไม่มีปากเสียงกับใคร ค่ำวันนั้นต้องขึ้นรถแท็กซี่หาโรงแรมกับแม่ตอนกลางคืน มีข้อเสนอหนึ่งถ้าอยู่ต่อต้องทำหน้าที่ให้ นามสกุลแสงมรกต นั่นคือแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก ในตอนแรกใบหยกลังเลเพราะไม่อยากให้แม่ต้องลำบากแต่แม่ยืนยันอยากออกมาจากที่นั่น ใบหยกตัดสินใจจากมา เงินในกระเป๋า ในบัญชีพอจะมีบ้าง ไม่ต้องนอนกลางดินอย่างที่ทุกคนตระกูลแสงมรกตอยากให้เป็นแต่คืนนั้นยังจำติดอยู่ในใจ…สมองเธอตื้อไปหมด กอดแม่แน่นตลอดคืนเหมือนเด็กๆ

ฟ้าประดับไปด้วยดวงดาวสวยงามแต่หัวใจเธอมืดมิดเหมือนถนนหนทางไร้ไฟฟ้า ไร้ผู้คน

งานเผาพ่อก็ไม่ได้ไป ถูกกีดกันทุกอย่าง ได้แต่ไปแอบชะเง้อมอง ช่างน่าเวทนาตนเอง ส่วนแม่นั้นเธอรู้ดีเจ็บปวดยิ่งกว่า

สายตาที่เคยสวยของแม่บัดนี้ไร้การมองเห็นเพราะโดนกระจกบาดเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นไม่ใช่แค่เรื่องพ่อและแม่ที่ทำให้สะเทือนใจ ผู้ชายอีกคนที่ใบหยกหวังสร้างชีวิตร่วมกันก็หายสาบสูญไป

จมหายไปกับทะเลคลั่งในเช้าวันนั้น หรือจมอยู่ใต้ธุลีดินที่ไหนสักแห่งไม่อาจรู้…

พี่หินผาอยู่ที่ไหน หยกขอโทษแม้แต่ร่างพี่หยกก็หาไม่เจอ?

คำถาม คำขอโทษซ้ำซากไม่เคยหายไปไหน ใบหยกแหงนมองเพดานบ้านซ่อนน้ำตา

“หยกเหรอ”

ใบหยกขยับตัวเดินเข้าไปหาแม่ “จ้าหยกเอง แม่อย่าเดินสิจ๊ะ อยากได้อะไรเรียกหยกนะคะ”

“หนูเหนื่อยทั้งวัน แม่ไม่อยากรบกวน หยกปล่อยแม่ให้คุ้นชินกับตัวเองเถอะลูก ไปทำงานของลูกเถอะ แค่หาเงินก็เหนื่อยพอแล้ว”

นางแก้วเก้า อายุ 50 ปี ผมซึ่งเคยดำสนิท ยาวสลวยเป็นเงางามบัดนี้เป็นสีดอกเลา ห้อมล้อมวงหน้ารูปไข่ขาวซีด นางปลดมือเล็กลูกสาวช้าๆ พยายามไต่กำแพงบ้านด้านในไปนั่งที่โซฟา คนเป็นลูกยืนมองน้ำตาคลอ…หยกจะหาเงินที่ไหนมารักษาแม่ให้หาย หยกมันไม่ได้เรื่องจริงๆ อย่างที่คนบ้านพ่อปรามาสไว้

“คุณหนูกำมะลออย่างแกคงได้อดตายแน่ ไม่มีพ่อแล้ว ฉันล่ะสะใจนัก”

คำพูดเหล่านั้นดังก้องหู…แม่เดินไปนั่งที่โซฟาหลับตาเหมือนอยากพักผ่อน ใบหยกเดินเข้าไปในครัว เธอต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด รีบเตรียมอาหารแต่ไม่วายชำเลืองมองแม่

ชีวิตที่ผ่านมาของแม่เธอจะโทษใครดี พ่อ แม่ หรือย่า ซึ่งกีดขวางความรักที่เกิดขึ้น ย่าช่างใจดำหาผู้หญิงอีกคนมาแต่งงานกับพ่อแม้รู้ว่าตอนนั้นแม่กำลังจะคลอดเธอ

ชีวิตในอดีตสาหัสสากรรจ์มาพอแล้ว อดีตที่เจ็บปวดเธอควรพยายามลืม เพื่อวันข้างหน้าที่รออยู่ หญิงสาวเดินไปถอดปลั๊กหมอข้าวไฟฟ้าเพื่อเตรียมตัวตั้งโต๊ะ

สองมือวุ่นกับมื้ออาหาร เมื่อก่อนไม่เคยหยิบจับของพวกนี้ ชีวิตเปลี่ยน ทุกอย่างก็เปลี่ยน หญิงสาวป้ายเหงื่อที่ใบหน้าเดินไปหยิบจานข้าว

“แม่มากินข้าวได้แล้ว ไหนว่าเก่งถ้าอย่างนั้นเดินมาหาหยกเองนะ”

“หยกจะไปทำงานช่วงบ่ายใช่ไหมวันนี้” แม่ใช้ไม้เท้านำทางมายืนใกล้โต๊ะ ใบหยกตอบว่าใช่ ถามแม่ว่ามีอะไรหรือเปล่า

“ตอนนี้ก็เกือบได้เวลางานลูกรีบกินข้าวแล้วไปเถอะไม่ต้องห่วงแม่หรอกนะ”

ใบหยกนั่งลงตรงข้ามโต๊ะไม้ขนาดเล็กซึ่งมีสี่ที่นั่ง เธอตักอาหารใส่จานให้แม่ ตนเองก็รีบกินเพราะต้องไปทำงานให้ตรงเวลา ไม่ลืมบอกแม่ให้ดูแลตัวเองเพราะอีกสองวันเธอจะกลับขึ้นฝั่ง

ข้าวแกง อาหารง่ายๆ เธอคุ้นชินกับมันแล้วแต่ จะมีความสุขแค่ไหนนะ ถ้าตรงหน้าเธอ คือแม่ที่สดใส สวยสง่าอย่างเมื่อก่อน แม้เงินทอง ความสุขสบายอย่างอื่นจะไม่มี ขอเพียงรอยยิ้มก็พอให้ชื่นใจ

ใบหยกก้มหน้าคิดว่ามันยากเย็นและลืมตัวคิดว่าแม่จะเห็นเมื่อน้ำตาหยดแหมะลงบนโต๊ะกับข้าว

“แม่ยังไงป้าพุฒตาลก็มาอยู่เป็นเพื่อนนะอย่าห่วงเลย”

แม่นั่งเงียบเพราะไม่เห็นด้วยที่เธอต้องเสียเงินทองจ้างคนมาดูแลแม้อาทิตย์ละไม่กี่วันก็เถอะ ใบหยกไม่อยากพูดเรื่องนี้ซ้ำรีบอาบน้ำวิ่งไปอาบน้ำ

ต้องเหนื่อยสักเท่าไหร่เธอไม่มีวันเปลี่ยนใจเรื่องป้าพุฒตาล

ตอน 2

เฟอรารี่ขนาดกลางบรรจุผู้โดยสารได้ 400 คนกำลังล่องข้ามฟากไปยังเกาะสมุย ใบหยกอยู่ในร้านมินิมาร์ท ใส่ชุดยูนิฟอร์ม เชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็คสีดำ วันนี้สายลมพัดแรงหญิงสาวได้เวลาพักก็เดินถือน้ำดื่มไปยืนคิดอะไรเงียบๆ คนเดียว

งานที่ทำอยู่คือความช่วยเหลือจากเพื่อนรัก ไม่อย่างนั้นชีวิตเธอคงอยู่แต่ในบ้านเหมือนคนอมทุกข์ตลอดสามปีที่ผ่าน

“แกจะตายตามพี่หินอะไรนั่นไปทำไม โง่เสียจริง คิดสิ ถ้าแกตายแกจะทิ้งแม่ตาบอดให้ผจญโลกนี้เพียงลำพัง แกมันโง่ สมแล้วที่โดนคนบ้านพ่อแกเนรเทศออกมา”

ต้องขอบใจชาคริยา อโนทัย คุณหนูผู้ร่ำรวยที่ไม่เคยทิ้งกัน แม้ออกจากบ้านย่าไม่บอกกล่าวเพื่อนยังตามหาตนจนพบและพามาทำงานด้วย

คำพูดอาจจะบาดจิตบาดใจแต่คือความจริงที่ทำให้เธอลุกขึ้นสู้ชีวิต “ฉันยังเรียนไม่จบเลยพ่อแม่เธอจะว่ายังไง”

ตอนแรกลังเลแต่เพื่อนสร้างความมั่นใจ ด้วยการพาไปหาคุณลุงคุณป้า ท่านเมตตาทุกอย่าง เรื่องแม่ตาบอดก็อยากช่วยเหลือแต่ใบหยกไม่อยากรบกวนจนเกินไป เพียงขอเพื่อนทำงานที่ไม่มีคนพลุกพล่านมาก หมายถึงไม่อยู่ในแวดวงคนที่เคยรู้จัก จนได้มาเป็นแคชเชียร์ในเรือและมันเป็นงานที่ไม่ต้องยุ่งกับใครอย่างที่หวัง

คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งมาชวนไปกินข้าว เธออบใจบอกว่าอิ่ม ทั้งที่ไม่หิว เพื่อนเดินจากไปใบหยกเดินไปล้างแก้วน้ำ พาไปเก็บในล็อกเกอร์ และไปห้องน้ำส่องกระจกนิดหน่อยเพื่อความมั่นใจและรีบกลับไปทำงาน

งานที่นี่ไม่ได้เหนื่อยมากมายเพียงแต่ต้องทนมองท้องทะเลทุกเมื่อเชื่อวันแต่การไม่มีจะกินมันน่ากลัวกว่ามากและนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ใบหยกสามารถกล้ำกลืน ทนทำงานมานาน

“งานโรงแรมไม่ทำ งานสบายกว่านี้ไม่เอา ตามใจ เปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็บอกล่ะ”

ชาคริยาเคยบ่นหลายครั้ง ใบหยกได้แต่ยิ้มและบอกเพื่อน “ไม่อยากไปเจอเพื่อนๆ พ่อ คริยาเข้าใจหน่อยสิแต่ถ้าอยู่ในครัวก็คงดีหาให้หน่อยสิ”

เคยพูดกับคริยาเรื่องนี้แต่เพื่อนกลับหัวเราะ

“เธอจะเข้าไปทำหม้อ ทำจานเขาแตกน่ะสิ เฮ้อ อย่าเก็บตัวขนาดนั้นเลย ที่นี่คงมีคนรู้จักเธอน้อย” ชาคริยาถอนหายใจ ใบหยกพอจะเข้าใจเพื่อน เธอไม่งอแงแค่พูดไม่ได้ต้องการจริงๆ

“มีดารามาขึ้นเรือเป็นไปได้ยังไง ไปดูกัน”

เสียงกลุ่มพนักงานสาวๆ เมาท์กันด้วยความตื่นเต้น ใบหยกหันมอง ทุกคนดูตื่นเต้นกันมาก หญิงสาวอดคิดถึงพี่สาวลูกของลุงไม่ได้ ผู้หญิงสวยเพียบพร้อมที่ดีกับเธอตั้งแต่เด็กซึ่งตอนนี้กลายเป็นดารานางแบบชื่อดัง อ้อมกอดสุดท้ายเมื่อสามปีที่แล้วเธอยังจำได้ดี พี่อัญมณีคือผู้หญิงที่คู่ควรสำหรับผู้ชายดีๆ เพราะมีน้ำใจที่ประเสริฐแตกต่างคุณลุง

“แกก็แค่เด็กในบ้านที่น้องชายฉันคิดเล่นสนุกด้วยถ้าไม่ติดว่ามีมารหัวขนมาเกิดไม่มีทางได้อยู่ที่นี่ ตอนนี้น้องฉันไม่อยู่แล้วออกไปจากที่นี่ซะ คุณแม่เองเคยเห็นหัวคนใฝ่สูงอย่างแกเหรอ”

เคยได้ยินหลายครั้งแม่โดนดูถูกแต่ไม่คิดเลยสิ้นพ่อทุกอย่างก็หมดเป็นไปตามที่คนบ้านนั้นต้องการ

“ใบหยกน้องรัก”

สวยสวยอยู่ในชุดสีขาวสายเดี่ยวกรอมเท้า สวมหมวกปีกกว้างเรียกชื่อเธอดังมาก ใบหยกหันไปมอง ตะลึงชั่วครู่ กระทั่งอัญมณีเข้ามากอดแน่น หอมแก้มเธอจนหลายคนหันมามองแต่ดาราสาวหาสนใจใคร

“พี่ตามหาแทบแย่มาหลบอยู่กับยายชาคริยานี่เอง”

“พี่ พี่มาได้ไงคะ สบายดีนะคะ” แม้ตื่นเต้น ใบหยกยังเก็บอาการตามนิสัย

พี่สาวลากแขนให้เดินตามไป ใบหยกทำตัวแข็งขัดขืน

“หยกต้องทำงานค่ะพี่ ไว้คุยกันนะคะ”

“พี่ตามเธอมาจนเสียงานรู้ไหม อย่าเล่นตัวไปเลย ผู้จัดการเขาเข้าใจเธออยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง”

ไม่แน่ใจว่าพี่สาวบอกอะไรผู้จัดการแต่ใบหยกยอมเดินตามพี่สาวไปห้องพักของพนักงานเพราะทุกสายตาเริ่มมองมาที่เธอและอัญมณี

“เธอสบายดีใช่ไหม ป้าแก้วเก้าล่ะ หวังว่าจะสบายดี”

“ค่ะพี่อัญ ขอบคุณค่ะ”

“หน้าตาเธอดูเศร้าหมอง พี่ฝันร้ายว่าเธอมีเรื่องร้อนใจเลยตามหาแบบจริงจัง ขอโทษนะที่ผ่านมาเหมือนพี่ทิ้งเธอ”

พี่สาวสวมกอดอีกครั้ง ใบหยกรู้สึกดีใจเธอขอบคุณ บอกอัญมณีให้คลายกังวล เธอไม่เป็นอะไร

“เรื่องดวงตาของป้า เธอกำลังมีปัญหาเรื่องนี้ ชาคริยาบอกพี่ อย่าหาว่าพี่ก้าวก่ายเลยพี่อยากช่วยเหลือเธอ”

คิ้วโก่งสีดำขมวด ดวงตาที่มีประกายจ้าก่อนหายไป แม่ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร ชาคริยาก็อยากช่วย ตอนนี้อัญมณีเสนอ เธอจะบอกเรื่องนี้กับแม่อย่างไรดี

ตอน 3

วิวทิวทัศน์ที่สวยไม่เปลี่ยนของท้องทะเลมีสายลมพัดเข้ามา ใบหยกลุกขึ้นยืนเหม่อมองผืนแผ่นน้ำแม้ไม่ชื่นชอบ หวังให้แม่มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างอีกครั้ง แม้โลกนี้ ธรรมชาติจะโหดร้ายจนเกินไปในบางครั้งแต่การอยู่ในโลกมืดคงโหดร้ายยิ่งกว่า

“แต่ไม่ใช่เงินน้อยๆ นะคะพี่ อีกนานกว่าหยกจะหามาคืนได้ หยกเกรงใจพี่ อีกอย่างเอ่อ…คุณลุง”

ลุงไม่อยากช่วยเหลือเธอและแม่แต่ไม่ควรพูดออกมา พี่สาวดูเหมือนจะเข้าใจเดินเข้ามายืนใกล้ๆ

“พี่เข้าใจยังไงพี่จะหาวิธีที่คุณพ่อไม่รู้นะ อย่าคิดมากเลยนะหยก เราเล่นกันมาตั้งแต่เล็ก เธอเปรียบเสมือนน้องสาวแท้ๆ ของอัญมณีเสมอ”

รู้สึกเต็มตื้นในหัวใจ ใบหยกไหว้พี่สาว “หยกจะขอกู้เงินพี่ก็แล้วกันนะคะ”

“พี่ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกนะหยก เธอพูดออกมาได้ยังไง” อัญมณีส่ายหน้า ปรากฏอารมณ์น้อยใจ

“เถอะค่ะพี่ ถ้าพี่ไม่ยอมหยกก็ไม่ขอรับ”

ใบหยกอธิบายว่าทุกอย่างเธอไม่ได้ทำไปเพราะเป็นคนดี แค่อยากให้แม่สบายใจ ไม่อยากแม่ให้รู้เรื่องนี้ พี่สาวดูจะเข้าใจ อัญมณีชวนคุยเรื่องอื่นที่ไม่เครียด หลังจากนั้นสองพี่น้องนั่งคุยถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ใบหยกเก็บกลั้นความคิดถึงพ่อไว้ในใจ ช่วงเวลาที่ผ่าน ไม่เคยมีวันไหนที่พ่อไม่ดีกับเธอ ถึงแม้ทุกคนที่เป็นคนของคุณลุง คุณย่าจะรังเกียจเธอและแม่แต่คนรับใช้ที่พ่อหามาดูแลครอบครัวเธอก็ทำให้ชีวิตเธอมีความสุข

พี่สาวมาหาทำให้เธอหวนคิดชีวิตในวัยเยาว์อีกครั้ง ตอนมีกันพร้อมหน้า…

“เหม่ออีกแล้วคืนนี้ไปดินเนอร์กันนะหยก นานแล้วไม่กินข้าวด้วยกัน อีกอย่างพี่มีคนจะแนะนำให้เธอรู้จัก”

“ใครกันคะ” ใบหน้ารูปไข่ ปากสีชมพูระเรื่อยิ้มให้พี่สาว รู้สึกสบายใจขึ้น

“พี่พาหนุ่มมาด้วย”

“พี่มีแฟนแล้ว”

“ยังไม่ใช่ก็เหมือนใช่ พี่จะหมั้นกับเขา”

ใบหยกยิ้ม จับมืออัญมณีทั้งสองข้าง

“จะพาหยกไปพบว่าที่คู่หมั้นพี่ ข่าวดีค่ะแต่จะดีเหรอคะ เขาเป็นใครทำไมคุณลุงยอมง่ายๆ ค่ะ”

เป็นข่าวดีสำหรับคนน่ารักอย่างอัญมณี ใครนะคือผู้ชายที่โชคดี แม้อยากปฏิเสธเรื่องไปดินเนอร์แต่พี่สาวมาช่วยเหลือเธอโดยเฉพาะ ใบหยกรับคำว่าเลิกงานจะรีบไปแต่คงไม่นานเพราะไม่อยากเป็นก้างขวางคอพี่สาว

“เขาไม่ค่อยพูดมากหรอก เขาเพียบพร้อมก็จริงแต่เป็นคนสบายๆ อย่าคิดอะไรมากส่วนเรื่องคุณพ่อ ถ้าพี่ต้องการจริงๆ ท่านก็ไม่กล้าขัดใจหรอก ทำหน้าดุไปอย่างนั้น” พี่สาวรู้ทันอีกแล้ว ใบหยกยิ้ม พยักหน้า

หลังจากนั้นไม่นานอัญมณีขอตัวไปห้องสปาบนเรือ บอกว่าคนรักอยู่ที่นั่น ใบหยกเดินไปส่งพี่สาว กำลังเดินกลับไปทำงาน ใบหยกชะงักเท้าเพราะเสียงคุ้นหู

“คุยกันนานเชียวนะคุณอัญ”

เสียงนั้นดังอยู่ข้างหลัง รองเท้าคัชชูสีดำชะงัก…

เสียงคนที่เธอไม่เคยลืม

กำลังหูฝาดแน่ๆ ใบหยกไม่ปล่อยให้ตนเองสงสัย หันไปมอง เห็นแผ่นหลังในชุดสูทสีเทาเดินควงแขนไปกับพี่สาว ดูคุ้นตาจนจิตใจเต้นระรัว “พี่หินผา” เสียงแผ่วเบาออกจากลำคอ ขณะเดียวกันเพื่อนร่วมงานชวนไปทำงานใบหยกเบือนหน้ากลับมายังงานที่รออยู่ เรื่องที่กังขาจำต้องปล่อยไปก่อน

ใครช่างเหมือนพี่หินผาเหลือเกิน หลายชั่วโมงใบหยกไม่เป็นอันทำงาน…

สามปีก่อน

เดือนธันวาคมปีนั้นใบหยกแอบออกมาพบคนรักซึ่งตกลงเป็นแฟนกันได้หกเดือนกว่า เธอเจอหินผาเพราะเขาเคยเข้าช่วยเหลือเมื่อกำลังโดนโจรวิ่งราวกระเป๋าสะพายตอนเดินออกจากมหาลัยในกรุงเทพ เธอให้เงินเป็นค่าตอบแทนเพราะคิดว่าคงดีกว่าใช้เพียงคำพูดแต่ผู้ชายเงียบๆ ขรึมๆ นัยน์ตาอ่านยากคนนั้นกลับไม่รับ ขับมอเตอร์ไซน์จากไป จนกระทั่งมาเจอกันอีกแถวมหาลัย เธอไม่ขวยเขินเข้าไปทักทายทั้งที่ไม่ชอบทำความรู้จักใครก่อน คุณหนูอย่างเธอเลิกเรียนก็กลับบ้าน ทว่าตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา หญิงสาวไร้เพื่อนชายก็คิดถึง ฝันถึงแต่ชายที่เพิ่งเจอ ใบหยกขำตนเองที่สุดท้ายตื้อจนได้รู้ว่าเขาทำงานใกล้ๆ มหาลัย ทั้งสองพูดคุยกันมากขึ้น ร้านกาแฟหน้ามหาลัยคือที่ประจำของเขา เธอกลายเป็นขาประจำที่นั่นทั้งที่ไม่ชอบดื่มแม้แต่น้อย ความสัมพันธ์เริ่มพัฒนาเพราะความอดทนอยากรู้จักเขาของใบหยก หญิงสาวออกเดทอย่างเป็นทางการกับหนุ่มแต่งตัวปอนๆ เสื้อยืด สวมทับแขนยาวมีฮู้ด นั่นเป็นสไตน์ประจำตัวเขา ครั้งแรกที่สวนสาธารณะสาเหตุไม่อยากไปไหนกลัวจะเจอคนของพ่อ ชาคริยาไม่เคยเห็นหน้าหินผาได้แต่เตือนให้ระวังตัวและแอบขำที่เธอไปหลงรักผู้ชายต๊อกต่อย คริยาช่วยปกปิดทุกอย่างให้เป็นความลับเพราะน้องสาวต่างแม่ชอบหาความผิดให้เธอเสมอ ทั้งสองนัดเจอกันเรื่อยมา เขาดูแลเอาใจใส่เธออย่างดี อยากให้ไปไหนด้วยกันก็มีเวลาให้ตลอด เธอแปลกใจตนเองที่ยินยอมให้เขาเข้ามาในหัวใจง่ายดายแต่เวลาที่ผ่านไปทุกวันทำให้รู้ว่าคงคิดไม่ผิด เธอมีรักแรกคือหินผา ผู้ชายขยัน มีเมตตา โอบอ้อมอารีกับทุกคนที่ด้อยกว่า

อยู่บ้านแสงมรกตเจอแต่คนเห็นแก่ตัว อดเปรียบเทียบกับพี่หินผาไม่ได้ เขาชอบชวนไปทำบุญด้วยกันเสมอ นั่นคือความสุขที่เธอทำมานานแล้วเช่นกัน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED