หญิงสาวรูปร่างบอบบางแต่กลับมีสัดส่วนความเป็นหญิงที่สมบูรณ์ทั้งหน้าอก เอวคอดและสะโพกผาย หุ่นเหมือนนาฬิกาทรายกลมกลึงน่าทะนุถนอม ผิวขาวเนียนละเอียดอมชมพู ใบหน้าเรียวเล็กน่ารัก ดวงตาสดใส ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อเป็นกระจับดูเหมือนแย้มยิ้มอยู่เสมอๆ
เธอกำลังปั่นจักรยานไปเทียบกับร่างสูงหล่อเหลาที่กำลังวิ่งเหยาะๆ อยู่ในสวนสาธารณะ แต่เขากลับไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย หน้าใสงอนิดๆ
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
“โอ๊ย!!!” ฟ้าใสชะลอรถแล้วหยุด ผลักจักรยานให้ล้ม แล้วตัวเองลงไปนั่งอยู่ข้างๆ เหมือนเกิดอุบัติเหตุ
ชายหนุ่มนามว่าเทพประทานชะงักจากการวิ่งเหยาะๆ เหลียวหน้ามามองหญิงสาวที่ปั่นจักรยานล้มใกล้ๆ กับเขา
“เป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงกระด้างเอ่ยถาม แต่รีบเดินมาดูอาการบาดเจ็บของหญิงสาว
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ทันระวังก็เลยล้ม” ฟ้าใสก้มหน้าบอก ดวงตาสดใสฉายแววเปี่ยมสุขที่ได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่เธอแอบรัก เธอชอบมาออกกำลังกายที่สวนสาธารณะที่นี่บ่อยๆ และได้พบกับเขาเมื่อหลายวันก่อน เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่กลับหลงรักเขาในทันที คงไม่แปลกเพราะปกติเขาเป็นที่สนใจของสาวๆ มากมายที่นี่
เทพประทานยกจักรยานของหญิงสาวขึ้นให้ตั้งตรง แล้วนั่งยองๆ เพื่อสำรวจอาการบาดเจ็บของหญิงสาว แต่ไม่พบร่องรอยความเจ็บปวดแต่อย่างใด
“ไม่เป็นอะไรมากนี่นา เธอลุกเองได้ใช่ไหม” เขาถามแต่ยังไม่ผละห่าง รอดูว่าเธอจะให้เขาช่วยเหลืออะไรหรือเปล่า แม้ไม่ชอบพูดคุยเสวนากับคนแปลกหน้า แต่คิดว่าการช่วยเหลือคนอื่นขณะที่ลำบากก็เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
“ถ้าจะกรุณาช่วยประคองฟ้าหน่อยได้ไหมคะ รู้สึกขามันล้าๆ ค่ะ” ฟ้าใสตอบแล้วรีบก้มหน้า หัวใจเต้นแรง กลัวจะหน้าแตกโดนเขาปฏิเสธเข้าให้ แต่อีกใจก็รอลุ้นอย่างใจจดจ่อ
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่เขายืนขึ้นและยื่นมือส่งมาให้เธอ ฟ้าใสก้มหน้าเขินอาย วางมือบนมือหนาอบอุ่นของเขา เพียงแค่เธอสัมผัส เขาก็ดึงเธอขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ร่างของเธอเหมือนลอยละลิ่วขึ้นไปบนก้อนเมฆและมันก็ปะทะกับหินผาตรงหน้า ซึ่งก็คือหน้าอกของเขานั่นเอง
“อุ๊ย!” ฟ้าใสอุทานเบาๆ เมื่อเธอเผลอตกอยู่ในอ้อมแขนของเขา เขาน่ะเพียงแค่ดึงเธอขึ้นไป แต่เธอน่ะตัวอ่อนระทวยไปพิงเขาเสียเอง
เทพประทานก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมแขน ลมหายใจกระทบกันผะผ่าว ฟ้าใสหน้าแดงจัด หัวใจเต้นแรงเหมือนจะเป็นลมเสียให้ได้ ยิ่งได้สบตาคู่นั้น ขาเธออ่อนจนแทบยืนไม่อยู่ ไม่ไหวแล้ว เธอกำลังจะเป็นลม!
“คุณ... คุณ...” เทพประทานตกใจเล็กน้อยที่จู่ๆ หญิงสาวแปลกหน้าก็มาเป็นลมในอ้อมอกของเขา มองซ้ายมองขวาก่อนจะอุ้มเธอไปนอนใต้ต้นไม้ เหลือบไปเห็นขวดน้ำที่ตกลงบนพื้นจากหน้าตะกร้ารถจักรยานของเธอ เขารีบนำมันมาเทลงบนผ้าซับเหงื่อของตัวเอง ก่อนจะนำไปเช็ดบริเวณใบหน้าของเธอ
เพียงไม่นานฟ้าใสก็ฟื้นคืนสติ คนแรกที่เธอเห็นก็คือชายหนุ่มที่เธอแอบรัก แอบมองเขาอยู่ห่างๆ หลายวัน หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ แล้วขยี้ตาไปมา แต่เขาก็ยังอยู่ แถมเธอยังนอนหนุนตักเขาเสียด้วย
นี่เธอไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?
“อุ๊ย!” หญิงสาวอุทานรีบผุดลุกขึ้น จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่มองเธอนิ่งๆ ยากจะคาดเดาอารมณ์
“คุณเป็นลม” เขาบอกเสียงราบเรียบติดจะขรึมเล็กน้อย แววตาดูเฉยชาไม่ได้ยินดียินร้าย แต่อย่างน้อยเขาก็ช่วยเธอเอาไว้ แสดงว่าเป็นคนมีน้ำใจอยู่เหมือนกัน ฟ้าใสคิดในใจแล้วเผลอยิ้ม
“ฟ้าต้องขอโทษด้วยค่ะ เอ่อ... เอ่อ...” ฟ้าใสหน้าแดง เขินอาย เหมือนจะทำอะไรไม่ถูก กลิ่นกายของเขามันน่าสูดดมยิ่งนัก เธอหันรีหันขวางรีบหนีเขาโดยการปั่นจักรยานหนีไปเพราะสู้หน้าเขาต่อไปไม่ไหว เทพประทานมองตามอย่างงงๆ แต่ก็เผลอขยับริมฝีปากยิ้มเล็กน้อยในความน่ารักและเฟอะฟะของเธอ
นี่เขาคิดว่าผู้หญิงคนนี้น่ารักเหรอนี่?
ร้าน COFFEE HOUSE
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะเปรี้ยว”
ราศีเอ่ยถามปาริชาติที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน แขกในร้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นนิสิตนักศึกษามองหล่อนแทบไม่วางตา ด้วยบุคลิกของความมั่นใจ เสื้อผ้าหน้าผมไม่ต้องพูดถึงล้วนแต่เป็นของแบรนด์เนมทั้งนั้น เพราะเธอเป็นลูกผู้ดีมีเงิน แถมยังเป็นนางแบบสาวคนดังที่มีงานเข้ามามากมาย แต่เธอจะเลือกเฉพาะงานที่เธอโอเคเท่านั้น ด้วยว่าครอบครัวร่ำรวย อาชีพนางแบบและนักแสดงจึงเป็นเพียงงานอดิเรกเท่านั้น
“เหลว” ปาริชาติตอบแล้วกระแทกตัวนั่งลงบนโต๊ะ เกศรายกน้ำเย็นๆ มาให้เพื่อน “ขอบใจจ้าน้องหนิม” ปาริชาติพูดยิ้มๆ เพื่อนสาวชอบเรียกเกศราว่าน้องหนิม ซึ่งย่อมาจากคำว่าสนิมสร้อย ด้วยความที่เธอบุคลิกเรียบร้อย พูดน้อย และเป็นคนมีน้ำใจทำให้เพื่อนสาวทั้งสามรักและคอยช่วยเหลือมาโดยตลอด
“ฮ่าๆๆ” ราศีหัวเราะร่วนขณะจัดภาพอยู่อีกด้านของร้าน อาการหัวเราะท้องคัดท้องแข็งทำให้ปาริชาติจิกสายตามายังเพื่อนแทบจะทึ้งเนื้อให้กระจุย ราศีสาวห้าวแต่เป็นคนมีน้ำใจและรักเพื่อน ทำสีหน้าล้อเลียนส่งมาบ่งบอกว่าไม่ได้กลัวสายตาจิกกัดสวยเฉี่ยวของเพื่อนเลยแม้แต่น้อย
“เงียบไปเลยไอ้หยก ไม่ช่วยแล้วยังจะมาพูดดีอีก อย่ามาเยาะเย้ยด้วยน้ำเสียงเหมือนนางแม่มดร้อยปีนะ” ปาริชาติชี้หน้าเพื่อนรักตาขวาง ยกน้ำขึ้นดื่มเพื่อให้ใจเย็นลง
“อีตานั่นเป็นเกย์ล่ะมั้ง เขาถึงไม่สนใจแก” ราศีหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นหน้าเพื่อนบอกบุญไม่รับ
“แกก็พูดไป ฉันว่าหมอนั่นเป็นผีดิบมากกว่า” ปาริชาติกระแทกเสียงตอบอย่างโมโห ราศีหัวเราะ แต่เมื่อนึกๆ ก็คิดว่าคงจะจริง ผู้ชายบ้าอะไรไม่สนใจผู้หญิงแม้แต่น้อย แถวบ้านเธอเรียกเพศที่สามชัดๆ แถมยังชอบทำหน้าเคร่งๆ ดุๆ หรือไม่ก็ไร้ความรู้สึก ถ้าคิดให้ดีหมอนั่นอาจจะตายด้านไปแล้วก็ได้
“เปรี้ยวไปว่าเขาทำไมคะ ไม่ดีนะคะ” เกศราส่ายหน้าไปมาปรามเพื่อน
“เกศน่ะ ไม่ช่วยก็ไม่ต้องมาพูดดีไปเลย ให้เปรี้ยวบ้าบออยู่คนเดียว” ปาริชาติสะบัดหน้างอนใส่เพื่อน
“ใครบอกว่าเกศไม่ช่วยล่ะคะ เกศไปยืนๆ ให้เขาเห็นแล้วนะคะ” เกศราตอบเสียงอ่อน
“แล้วยังไงล่ะ” ราศีแทบจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหว
“เขาเดินผ่านเกศไปเหมือนเกศเป็นอากาศเลยค่ะ” เกศราก้มหน้าตอบอย่างงอนนิดๆ อย่าคิดว่าเธอจะไปเดทกินข้าวกับเขาเลย แค่หน้าเขายังไม่มอง ก็รู้ตัวเองดีว่าหน้าตาจืดชืดไร้รสนิยมอย่างที่ใครๆ ว่า แต่ผู้ชายคนนั้นก็ดูน่ากลัวจะตาย ทำหน้าเย็นชาเหมือนผีดิบเฝ้าคฤหาสน์แน่ะ เธอน่ะไม่ชอบเขาเลยจริงๆ ถึงแม้ว่าจะหล่อก็ตามที เธอชอบผู้ชายอบอุ่นและสามารถปกป้องดูแลเธอได้ เป็นผู้ใหญ่และยิ้มง่าย อารมณ์ดีและเป็นสุภาพบุรุษ
“อย่าบอกนะว่ายังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ” ฟ้าใสส่ายหน้าระอาเพื่อน แค่โดนแก๊งแมวเหมียวท้าทาย เพื่อนรักก็ต้องลงทุนทำถึงขนาดนี้
แก๊งแมวเหมียวหรือกลุ่มของรินลดาซึ่งมีเพื่อนรักรวมกันสามคนได้แก่ ศรินทิพย์ อุษาวดี ซึ่งล้วนแล้วแต่แสบๆ ทั้งนั้น ทั้งสามเป็นไม้เบื่อไม้เมากับแก๊งหวานเย็นของฟ้าใสมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย อีกทั้งรินลดาที่เป็นคู่กัดตลอดกาลกับปาริชาติ ด้วยความที่ฐานะทางสังคมเท่าเทียมกันและเป็นดารานางแบบทั้งคู่ ทั้งสองจึงท้าพนันกันด้วยศักดิ์ศรี โดยเดิมพันกันที่ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ร่ำรวยและเพียบพร้อมอย่างเทพประทาน ประกิตบูรญานนท์
ฟ้าใสเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้สนใจเรื่องการพนันครั้งนี้ เพราะมันดูเหลวไหลเอามากๆ แค่พนันกันว่าถ้าเพื่อนแก๊งของใครคนไหนสามารถไปทานข้าวกับชายหนุ่มผู้นี้ได้ ก็จะเป็นฝ่ายชนะ และฝ่ายที่แพ้จะต้องโพสต์ขอโทษต่อสื่อมวลชนถึงความพ่ายแพ้ที่น่าอับอายนั้น
เธอเองรู้ดีว่าปาริชาติไม่ได้อะไรมากมายกับผู้ชายที่ชื่อเทพประทาน แค่อยากเอาชนะ และยิ่งรู้ว่ารินลดาแอบชอบชายหนุ่มอยู่ ก็ยิ่งอยากเอาชนะมากยิ่งขึ้น จึงมาขอให้พวกเธอช่วย มีเพียงเกศราที่ยอมช่วยแต่ก็เหลว ส่วนราศีนั้นรู้อยู่ว่าไม่สนใจผู้ชายและไม่อยากข้องเกี่ยวจึงปฏิเสธตั้งแต่เริ่มแรก ฟ้าใสเป็นอีกคนที่ยังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ด้วยความที่รักเพื่อนจึงขอคิดดูก่อนนั่นเอง
“ล้มเลิกได้ไง พวกยัยแก๊งแมวเหมียวก็สบประมาทเอาสิ แบบนี้มันหยามกันชัดๆ รู้ไหม ฟ้า... ตัดสินใจนานจัง จะไม่ช่วยเปรี้ยวจริงเหรอ” ปาริชาติหันมาตอบ ก่อนจะโพสต์ข้อความเด็ดๆ ลงในเฟซบุ๊กด้วยโทรศัพท์มือถือเครื่องหรู
“คิดนานหน่อยสิ เพราะฟ้าไม่รู้ว่าเค้าจะปาดคอเอาหรือเปล่า เห็นหยกบอกว่าเค้าเป็นผู้ชายเย็นชามากไม่ใช่เหรอ” ฟ้าใสตอบเพื่อนเสียงใส
“ลองได้เห็นหน้าก่อน ฟ้าอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้” ปาริชาติคะยั้นคะยอ เทพประทานเป็นหนุ่มเนื้อหอมที่หล่อเหลาเอาการ แค่เพียงไม่ค่อยสนใจผู้หญิงก็เท่านั้น
“หมอนั่นเป็นเกย์ หรือไม่ก็...” ราศีพูดยังไม่ทันจบประโยค ปาริชาติก็สวนขึ้นทันควัน
“หึ! ไม่เห็นจะง้อ สวยๆ รวยๆ ไม่เคยง้อใคร หมอนั่นตาต่ำโคตร ทำท่าชอบไม้ป่าเดียวกัน”
ปาริชาติยักไหล่ ตามสไตล์คุณหนูร่ำรวย มั่นใจในตัวเองสูง เธอไม่ได้พูดเกินจริงเลย เกิดมาชีวิตคุณหนูอย่างเธอมีผู้ชายหล่อเหลา ร่ำรวยมาสนใจตั้งมากมาย หากไม่คิดว่าโดนยัยแก๊งแมวเหมียวศัตรูคู่อาฆาตท้าพนันเข้าให้ เธอไม่มีวันยอมลดตัวไปทอดสะพานให้นายผีดิบหน้าตาเย็นชาดุจหินแกรนิตแน่นอน แม้ปากจะพูดไปแบบนั้น แต่จริงๆ เธอก็ต้องทำให้เพื่อนคนใดคนหนึ่งในแก๊งได้ไปกินข้าวกับหมอนั่นให้ได้ เธอเองบางครั้งก็ไม่มีเวลาเพราะติดงานถ่ายแบบ เดินแบบ และเล่นละคร แม้จะบอกปัดไปหลายงานเลือกเฉพาะที่ปัดไม่ได้จริงๆ ก็ตามที แต่ก็มีงานวิ่งชนเข้ามาไม่ขาดสาย
“โห... ที่แกพูดเมื่อกี้คิดหรือเปล่านั่น” ราศีหัวเราะท้องแข็ง รู้ดีว่าเพื่อนสวย รวย เก่ง และหนุ่มๆ ตอมหัวกระไดบ้านไม่แห้ง แต่ก็อยากแหย่ให้เพื่อนโมโหนิดๆ การยั่วโมโหปาริชาติเป็นความสุขเล็กๆ ตั้งแต่สมัยเรียน
“เก็บปากไว้กินน้ำพริกไอ้หยก เดี๋ยวแกโดน” ปาริชาติค้อนเพื่อนตาคว่ำ หลุดมาดคุณหนูทันทีที่โดนกระตุ้นต่อมอารมณ์อีกครั้ง ใครจะรู้ว่านางเอกคนสวยจะมีมุมนี้ด้วย ปกติเวลาอยู่ต่อหน้าสื่อมวลชน ปาริชาติจะวางตัวดีเสมอ แม้จะขี้วีนเหวี่ยงไปบ้าง แต่เป็นคนตรงๆ จริงใจ เพื่อนทั้งสามรู้ดี
“น้ำพริกฝีมือยัยฟ้าฉันกินนะ ถ้าฝีมือแก ฉันขอเอาไว้ชาติหน้า” ราศียังยั่ว
“ไอ้หยก แกอยากโดนฆ่าโหดใช่ไหม” ปาริชาติจิกสายตาเฉี่ยวมาอย่างโมโหที่โดนยั่ว ราศีเก็บปากจริงๆ เมื่อเห็นเพื่อนเริ่มควันออกหู
“ใครจะเหมือนยัยฟ้า ไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลยทั้งๆ ที่เพื่อนเดือดร้อนขนาดนี้ โดนพวกแก๊งยัยแมวเหมียวหมิ่นก็ยังไม่สน” ปาริชาติจิกกัดเพื่อนตามประสา หวังว่าฟ้าใสจะยอมช่วย รู้ดีว่าฟ้าใสเป็นคนรักเพื่อนและเป็นคนที่มีหัวคิดเฉียบแหลมในการเข้าหาคนอื่น มีพรสวรรค์ในการพูดคุยเจรจา ในเมื่อเธอยังไม่ถึงทางตัน ยังไงๆ เธอก็ต้องทำให้ถึงที่สุด จะไม่ยอมแพ้รินลดาแน่นอน
“มันไม่มีอะไรน่าลงทุน คิดดู... ได้ไปกินข้าวกับเขามื้อเดียวเพื่อลบคำสบประมาท ถ้ามีเงินพนันหรือมีอะไรล่อตาล่อใจหน่อย ค่อยสมน้ำสมเนื้อ” นักบัญชีคนเก่งดีดลูกคิดรางแก้วเรียบร้อย ความจริงฟ้าใสแค่ยั่วเท่านั้น ไม่ได้คิดเอาจริงๆ แม้เธอจะเป็นคนค่อนข้างคิดละเอียดถี่ถ้วนเรื่องเงิน แต่การไปทานข้าวกับชายหนุ่มที่ใครๆ บอกว่าเย็นชาสุดขีด ไร้อารมณ์ แถมยังรังเกียจผู้หญิง เธอไม่อยากเอาชีวิตสงบสุขของเธอไปเสี่ยงแบบนั้นเลยสักนิด
เดิมพันครั้งนี้มีแค่ศักดิ์ศรีที่กินไม่ได้ เธอต้องกินต้องใช้ทุกวัน ไม่ไปทำเรื่องไร้สาระพวกนั้นหรอก ฟ้าใสคิดอะไรที่เป็นรูปธรรม แต่ถ้าหนุ่มหล่อที่สวนสาธารณะ อันนั้นค่อยน่าลงทุนหน่อย อย่างน้อยเธอก็แอบชอบเขาไปแล้วนี่นา...
“เออ... ยัยงก” ปาริชาติพูดใส่เพื่อน ฟ้าใสไม่ยี่หระ ไม่เห็นจะสน เธอสนปากท้องและเงินในบัญชีธนาคารต่างหากเล่า
“ฉันว่าจะจัดตกแต่งร้านใหม่นะ พวกแกว่าดีไหม” ราศีถามความเห็น และต้องการเปลี่ยนเรื่องด้วยเช่นกัน เมื่อเห็นบรรยากาศที่ไม่ค่อยดีนัก รู้ดีว่าปาริชาติต้องทำทุกวิถีทางให้สำเร็จ แต่เธออยากให้ลืมเรื่องนี้ไปชั่วคราว
“หึ!” ปาริชาติทำเสียงขึ้นจมูก พูดไปก็ยิ่งเจ็บใจ เดือดในหัวอกร้อนรุ่มสุมทรวงแทบคลั่งเมื่อลูกคุณหนูไฮโซเช่นเธอ ไม่เคยมีใครปฏิเสธมาก่อน
“ก็ดีนะคะ” เกศราพยักหน้าเห็นด้วย
“เดี๋ยวฟ้าจะโปรโมทร้านลงในเน็ตให้” ฟ้าใสพยักหน้าเห็นด้วยอีกคน เธอเลือกเรียนสายอาชีพและมาเรียนต่อมหาวิทยาลัย ทางด้านบัญชีและคอมพิวเตอร์ จึงเป็นคนจัดการด้านการเงินของร้านและการโปรโมทร้าน หากเธอติดธุระก็จะมีเกศราคอยช่วยดูแลอีกคน เกศราเป็นคนที่ละเอียดลออพอสมควร หญิงสาวมีความสามารถทำขนม แต่ค่อนข้างจะเก็บตัวและหัวโบราณสักนิด จึงเข้าขากับฟ้าใสได้ดี
ฟ้าใสและเกศราชอบทำขนมและอาหารเหมือนกัน แต่ทั้งสองจะแตกต่างกันตรงบุคลิก ฟ้าใสจะเป็นตัวของตัวเอง รักเพื่อน แต่มีเหตุมีผล ส่วนเกศราจะเป็นคนพูดน้อย ไม่มีปากเสียงกับใคร บางครั้งดูจะเฉยชา แต่จริงๆ เป็นคนจิตใจดีและมีน้ำใจมากๆ
“เห็นด้วยเหมือนกันจ้ะ ให้ฟ้าโปรโมทร้านเยอะๆ เดี๋ยวนี้มันต้องอาศัยการโปรโมท เหมือนที่ฟ้าทำก็ดีแล้วนะหยกว่า เวลาลูกค้านักศึกษามา เราก็ให้เค้ากรอกข้อมูลสมัครสมาชิกเพื่อรับส่วนลดในเทศกาลต่างๆ กรอกอีเมล เฟซบุ๊กอะไรเอาไว้ เราจะได้แอดไป แท็กไป โปรโมทไป เค้าก็บอกต่อๆ ว่าร้านเราน่ะขนมอร่อยแค่ไหน” ราศี จิตรกรสาวอารมณ์ศิลปินรีบสนับสนุนความคิดเห็น
“เอาเป็นว่าเงินสามพันที่ฉันจะให้เป็นเงินพนันพวกแกไม่สนใช่ไหม งั้นเอามาเลี้ยงกัน” ปาริชาติแสดงความคิดเห็น หลุบสายตาซ่อนยิ้มเจ้าเล่ห์
“ฉลองบ้าอะไรของแก” ราศีเอ่ยถาม ละมือจากการจัดภาพอีกมุมของร้าน ก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อโดนสายตาจิกกัดโฉบเฉี่ยวของเพื่อนรักอย่างปาริชาติตวัดมาอย่างทันควัน
“เปรี้ยวยอมแพ้แล้วเหรอคะ” เกศราถามอย่างพาซื่อ นั่นทำให้ราศีตบหน้าผากตัวเอง ปาริชาติเริ่มเม้มริมฝีปากอย่างขัดใจเพื่อนรักอีกตามเคย
“ใครจะยอมแพ้ แต่พวกเธอไม่เอาเงินสามพันของฉันใช่ไหม หมอนั่นก็เถอะ ตาถั่ว ตาไม่ถึงที่ไม่เห็นความสวยที่เฉิดฉายเรา... ชิ!” ราศีส่ายหน้าไปมาในคำพูดของปาริชาติ
“เกศก็อยากได้เงินสามพันนะคะ แต่เกศไม่มีความสามารถถึงขนาดนั้น นอกจากเขาจะไม่มองแล้ว ยังหน้าดุด้วยค่ะ เกศไม่อยากเข้าใกล้ผู้ชายแบบนั้น” เกศราตอบด้วยสีหน้าแหยๆ
“มีพนันเงินสามพันด้วยเหรอ ทำไมฟ้าไม่รู้ ก็น่าสนนะกับการไปกินข้าวกับผู้ชายคนนึงแลกกับเงินสามพัน” ฟ้าใสเอ่ยขึ้นทำให้เพื่อนทั้งสามมองหน้ากัน
ปาริชาติหลุบสายตาซ่อนรอยยิ้ม ยัยเพื่อนสาวจอมงกเหมือนมหาสมุทรของเธอตกหลุมพรางแล้ว
ยอมว่ะ แค่สามพันกับจัดการพวกแก๊งแมวเหมียวให้ร้องไม่ออก ปาริชาติกรี๊ดในใจ ตอนนั้นเธอก็ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท ตอนขอร้องเพื่อนๆ ฟ้าใสไม่ได้ใส่ใจเธอเลยไม่ได้พูดเรื่องเงินพนัน
“อะไรนะ!” ปาริชาติแกล้งอุทานพร้อมกัน เข้าแผนจริงๆ นึกว่าชาตินี้จะกู้หน้าไม่ได้เสียแล้ว
“ตามนั้น” ฟ้าใสยักคิ้วให้เพื่อน เงินตั้งหลายพันใครไม่อยากได้ก็โง่แล้ว ตอนแรกเธอไม่รู้นี่นา จะได้ลงเล่นด้วยเช่นกัน อยากรู้นักว่าผู้ชายที่เพื่อนสาวของเธอบอกว่าหยิ่งยโสและเย็นชายังกะผีดิบตัวเป็นๆ จะเป็นยังไง
ถ้าทำก็คือสำเร็จกับไม่สำเร็จ แต่ถ้าไม่ทำก็หมายถึงไม่ประสบความสำเร็จ!
ฟ้าใสคิดเช่นนั้น ก่อนตอบให้เพื่อนรักอย่างปาริชาติกรี๊ดอย่างดีใจ แทบจะไม่เกรงใจแขกในร้าน
“เพื่อกู้แก๊งหวานเย็นของเราไง... ฮิฮิ” ฟ้าใสตอบเสียงหวานยิ้มทะเล้น
“มันต้องอย่างนี้สิฟ้า ถึงจะเป็นเพื่อนรักของเปรี้ยว เปรี้ยวน่ะติดงานมากมาย ถ้าฟ้าทำสำเร็จ อยากได้อะไรเปรี้ยวจะให้ฟ้าชิ้นนึง ไม่ว่าจะแพงแค่ไหนก็ตาม”
“จริงดิ๊” ฟ้าใสตะแคงหน้ามองเพื่อน ปาริชาติรีบพยักหน้าทันควัน
...ความสัมพันธ์ของเพื่อนจะมั่นคงยาวนานหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความเข้าอกเข้าใจ เปิดอกพูดคุยกัน และรับฟังปัญหาของกันและกัน ถ้าเพื่อนจะทำในสิ่งที่ไม่ดี เราในฐานะเพื่อนก็ต้องตักเตือนห้ามปราม ไม่ใช่สนับสนุนส่งเสริมให้ยิ่งกระทำผิดมากขึ้น…
สี่สาวเพื่อนซี้
“นี่พวกแกดูนี่สิ”
ปาริชาติเรียกเพื่อนรักทั้งสองมาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องเล็กที่วางอยู่บนเตียง ส่วนฟ้าใสนั้นกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำบัญชีโดยไม่คิดจะสนใจเพื่อนรักทั้งสามเลยแม้แต่น้อย
“ไรแก” ราศีส่งเสียงถามเพื่อน ส่วนเกศราเดินเงียบๆ ไปหาปาริชาติ
“ในเฟซบุ๊กน่ะแก เค้าคลั่งอีตาเทพประทานกันใหญ่ มีโหวตให้เป็นชายหนุ่มที่สาวๆ อยากขึ้นเตียงด้วยแห่งปี”
“หึ! หมั่นไส้อีตานี่” ราศีเบ้ปาก แต่ก็อดจะเหลือบสายตามองใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายไม่ได้ หล่อก็หล่ออยู่หรอก แต่หน้านิ่งเย็นชาไร้ความรู้สึกสุดๆ ตั้งแต่เคยเห็นผู้ชายมา ยิ้มก็ไม่ยิ้ม สายตายังเฉยเมยเอามากๆ อีกด้วย
“แหวะ! ฉันก็หมั่นไส้” ปาริชาติรีบสนับสนุนความคิดเพื่อน ยอมรับหรอกว่าหล่อ แต่มันหมั่นไส้อีตานี่แบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต หมอนี่ทำให้ความมาดมั่นในตัวเธอถูกบั่นทอน เพราะหงุดหงิดไม่อยากเข้าใกล้ แต่พนันกับแก๊งแมวเหมียวไปแล้ว ก็ต้องหาทาง ดีที่ฟ้าใสมาช่วยเธอ
“ทั้งสองคนเลย ไปว่าเขาทำไมคะ เขาก็อยู่ของเขาดีๆ” เกศราปรามเพื่อน จึงได้รับสายตาระอาจากปาริชาติ หญิงสาวจึงก้มหน้านิ่งเสีย
“ยัยฟ้าสิไม่สนใจเลย แกรับพนันแล้วนะ ทำไมเฉยเมยจริงเชียว” ปาริชาติมองเพื่อนสาวที่เกล้าผมหลวมๆ บนศีรษะกำลังนั่งจิ้มเครื่องคิดเลขเหมือนว่านั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
“ดูไปอีตานี่ก็หล่อลากไส้ รวย สะอาด เข้าตำรา” ราศีมองดูรูปหนุ่มหล่อทายาทมหาเศรษฐีพันล้านที่เพิ่งเรียนจบเดินทางกลับจากต่างประเทศแล้วเบ้หน้า
“เข้าตำราอะไรของแก”
“เกย์ชัวร์ เชื่อฉันเหอะ” ราศีมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์
“เออ... ฉันเชื่อแก พวกเดียวกันมองกันออก” ปาริชาติได้ที
“ไอ้เปรี้ยว ปากแกนี่มันน่า” ราศีมองเพื่อนตาขวางนิดๆ ปาริชาติแลบลิ้นใส่เพื่อน ดีใจที่ได้ยั่วราศี เธอรู้ว่าเพื่อนไม่ได้เป็นทอม แต่การได้ยั่วราศีมันคือการเอาคืนที่แสนวิเศษ
“ฉันว่าเขาน่ะ หน้าตาก็งั้นๆ” ปาริชาติเบ้ปาก ไม่เห็นด้วยเล็กน้อยที่บอกว่าอีกฝ่ายหล่อลากไส้ ทั้งๆ ที่หล่อนั่นแหละ แต่มันเสียหน้าสุดๆ
“โห... ไม่ค่อยเลยแก” เกศราเบ้หน้าใส่เพื่อน ไม่เชื่อในคำพูดนั้น “แกยังกลับมาพูดเลยว่าคลั่งหมอนี่”
“ก็แค่อารมณ์ชั่ววูบ แกก็รู้ว่าฉันเบื่อง่าย ถ้าไม่ติดว่ากลัวยัยโบท็อกซ์มันหยามฉันต่อสาธารณชนละก็ หึ่ม! จ้างให้ฉันไม่เสียเวลาหรอก”
“ถนัดนะแก อะไรไม่ได้ก็เอาเงินฟาดหัว” ราศีรู้ทันเพื่อน
“ไม่ใช่สักหน่อย ยัยฟ้าตอบตกลงเอง ยัยฟ้าน่ะมีน้ำใจไม่เหมือนแกหรอกไอ้หยก แต่อย่างแก เข้าไปนอกจากเขาจะไม่มองอาจจะเตะออกมาก็ว่าได้”
“ยัยน้ำส้มสายชู ปากแกเหรอนั่น”
ราศีกระโดดตะครุบเพื่อนฟัดกันบนเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ได้ยินเสียงหัวเราะเป็นระยะๆ เพราะต่างคนต่างบ้าจี้ เกศราหลบไปนั่งเงียบๆ อีกมุมห้อง ฟ้าใสหันไปยิ้มให้เพื่อนรักอย่างเกศรา อีกฝ่ายยิ้มกลับมาอย่างซื่อๆ ก่อนจะหันไปส่ายหน้ากับปาริชาติและราศีที่กำลังฟัดกันอยู่บนที่นอนอย่างไม่มีใครยอมใคร ก่อนจะเริ่มจดรายการข้าวของมากมายที่จะซื้อมาในวันพรุ่งนี้ ไม่ได้สนใจจะไปชมรูปภาพของเทพประทานที่สาวๆ ทั้งหลายต่างคลั่งไคล้ สรุปง่ายๆ ก็คือเธอไม่เคยเห็นหน้าชายหนุ่มคนนี้แม้แต่ภาพถ่ายเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะไม่สนเลยไม่ดู เอาไว้คิดแผนได้เมื่อไหร่ ค่อยว่ากันอีกทีว่าจะทำยังไงดี
“นี่ๆ ดูยัยชะนีลิลลี่สิพวกแก” ปาริชาติชี้ไปยังข้อความของรินลดาหรือลิลลี่ที่คอมเมนต์กรี๊ดกร๊าดปลาบปลื้มเทพประทานออกนอกหน้า แก๊งเจ้าหล่อนเป็นศัตรูตัวฉกาจสมัยเรียนของสี่สาว
“โห... แกเมนต์กลับไปเลย” ราศีเห็นแล้วหมั่นไส้เล็กๆ ตามประสา
“เมนต์ไร” ปาริชาติคิดคำไม่ออก หันไปถามเพื่อนรัก ที่ตอนนี้ยุติการฟัดกันบนเตียงเพราะเหนื่อยหอบไปตามๆ กัน
“อย่าเยอะไง หมั่นไส้ยัยลิลลี่ โห... ดูเขียนข้อความสิ บอกว่ารั้วบ้านติดกัน ทำเหมือนยัยนี่จะปีนรั้วไปปล้ำอีตาเทพประทานนั่น” ปาริชาติพิมพ์ข้อความกลับไปตามคำของราศี แม้ราศีจะไม่สนใจเทพประทาน แต่ก็อดหมั่นไส้ยัยแมวเหมียวเสียไม่ได้
“จะดีหรือเปรี้ยว นี่มันหน้าบ้านเค้านะ เดี๋ยวโดนสับเละ” เกศราถามอย่างเกรงๆ ถึงเธอจะเชยๆ แต่ก็พอรู้ว่าเค้าเล่นเฟซบุ๊กกันอย่างไร เพียงแค่เธอไม่ชอบเล่นก็เท่านั้น
“ก็เมนต์ไปแล้ว ไม่สน แกอย่ากลัวไปเลยน้องหนิม” ปาริชาติหันบอกเพื่อน คนอย่างเธอลุยแหลก ตบเป็นตบ ด่าเป็นด่า ไม่เคยมีใครด่าเธอทันเลยสักคนตั้งแต่เกิดมา ถ้าใครด่า จะด่าอะไรไม่สน เธอต้องด่าให้เยอะกว่า เร็วกว่า ให้มันด่าไม่ทัน นั่นแหละเธอ ชีวิตคุณหนูอย่างเธอไม่เคยมีใครขัดใจ แต่น่าแปลกที่เธอคบเพื่อนทั้งสามที่คนละสไตล์ได้ยาวนานหลายปีตั้งแต่เรียนจนเรียนจบ อาจเพราะมีบางอย่างที่เหมือนกันคือ ความจริงใจ ซึ่งมันล้ำค่ามากมายนัก
“เฮ้ยๆๆ ยัยผีปอบเมนต์แล้วแก” ราศีรีบบอกเมื่อเห็นข้อความตอบกลับมา
ข้อความกระทู้ในเฟซบุ๊กขึ้นว่า
‘ก็คนมันมีไง อิจฉาล่ะสิ ไม่เหมือนพวกไม่มี ตาร้อนผ่าวๆ หุหุ คนมันมีทุกอย่างเยอะจนเป็นที่อิจฉา ก็งี้แหละ’
“แหวะ” สองสาวทำเสียงพร้อมกัน ฟ้าใสหัวเราะคิก ส่วนเกศราทำหน้านิ่งๆ ไม่ชอบคำพูดประเภทนี้เลย แต่ที่เธอคบกับเพื่อนทั้งสามได้ก็เพราะว่าเพื่อนทั้งสามไม่รังแก ไม่ดูถูกหรือมองเธอเป็นตัวประหลาดเหมือนคนอื่นๆ แถมยังจริงใจอีกด้วย ไม่ว่าเธอจะโดนใครรังแก เพื่อนทั้งสามก็จะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ ไม่ใช่ว่าเธอไม่สู้คน แต่เธอไม่ชอบมีเรื่องกับใคร มันน่ารำคาญและเธอก็ไม่ชอบ จึงเลือกที่จะเงียบไม่ต่อล้อต่อเถียงกับใคร แต่กับเพื่อนสาวทั้งสามเธอยังพอกล้าค้านๆ บ้างไม่เหมือนตอนอยู่ข้างนอก เธอไม่กล้าเพราะเห็นสีหน้ารำคาญและระอาเธอ เธอก็ไม่อยากเอ่ยปากอะไรออกมาทันที
“เห็นไหมคะ โดนด่ากลับเลย อย่าไปมีเรื่องกับเค้าเลยค่ะ” เกศราพูดเสียงอ่อย
ปาริชาติไม่สนคอมเมนต์ด่ากลับทันควัน
‘อีปลวก’
“เฮ้ย! สะใจว่ะแก” ราศีหัวเราะร่วน ป่านนี้รินลดาคงโกรธหน้าดำหน้าแดง
“ฉันรู้แล้วล่ะ ที่อีตาเทพประทานไม่เห็นความสวยของพวกเราเพราะอะไร” ปาริชาติเอ่ยขึ้นกอดอกเชิดๆ
“อะไร” ทุกคนประสานเสียงเอ่ยถาม ไม่เว้นแม้แต่ฟ้าใสที่มีสมาธิกับการคิดบัญชีรายรับรายจ่าย แต่หูก็ยังสนใจฟังเพื่อนสาวเจื้อยแจ้วสนทนากันอย่างออกรส