ร่างเล็กทว่าอวบอิ่มได้สัดส่วนส่ายพลิ้วอยู่ใต้ร่างแกร่งซึ่งเปลือยเปล่าไม่แพ้กันด้วยความเสียวซ่านรัญจวนจากฤทธิ์ลิ้นร้ายของชายหนุ่มผู้ซึ่งกำลังจะเป็นเจ้าบ่าวของเธอในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หนูเล็ก หรือ ชลิตา หลับตาพริ้มบิดกายเปลือยเปล่าหลบสายตาคมอย่างเอียงอายเมื่อเขาละลิ้นร้อนจากยอดอกสีหวานมามองใบหน้าแดงก่ำของเธอด้วยประกายตาพราวพรายของเขา ก่อนจะวกลงไปไล้เลียลิ้นร้อนตามผิวกายขาวละเอียดอ่อนของเธอจนถึงกึ่งกลางกายสาวก่อนจะละเลิงลิ้นร้อนลงบนกลีบดอกไม้สดฉ่ำที่มีเขาเพียงคนเดียวที่ดื่มกินหยาดน้ำหวานหอมละมุนลิ้นนี้แต่เพียงผู้เดียว ...
พี่โดม อัครวัฒน์ ดีแลนด์ หรือ คุณโดมแห่งดีแลนด์แอร์ไลน์ หนุ่มหล่อไฮโซวัยสามสิบเอ็ดเจ้าของสายการบินกระดับโลกผู้โด่งดังด้วยเสน่ห์อันล้นเหลือทั้งยังร่ำรวยมหาศาล เขาเพียบพร้อมและเป็นที่หมายปองของสาวๆ ครึ่งค่อนโลก แต่หญิงสาวผู้โชคดีกลับเป็นเธอและตอนนี้เขาก็ทำให้เธอต้องทรมานเพราะเพลิงเสน่หาจากปลายลิ้นร้อนของเขาจนร่างสาวแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่สุดท้ายเธอก็เหาะเหินไปบนอากาศร้อนระอุแต่ก็หนาวสะท้านละลิ่วลอยไปยังดินแดนงดงามของเกมสวาทที่เขาเป็นผู้ปรนเปรอจนเธอสุขสมทุกครั้งคราไป...
“พี่โดมพอแล้วค่ะ หนูเล็กไม่ให้พี่โดมจูบอีกแล้วนะคะจนกว่าเราจะแต่งงานกัน...”
ชลิตายกมือป้องปิดอกอวบจากสายตาร้อนแรงแล้วพลิกกายหนีมือร้อนผ่าวของเขาที่ทำท่าว่าจะรุกไล่โลมเล้าเธอให้หลงเตลิดไปกับจุมพิตของเขาอีกครั้ง หญิงสาวเง้างอดรีบคว้าหมอนใบใหญ่มาปกปิดร่างเปลือยเปล่าจากสายตาคม เมื่อชายหนุ่มดึงผ้าห่มโยนทิ้งไปข้างเตียงเหมือนกลั่นแกล้งเสียอย่างนั้น....
“โธ่... ก็พี่โดมคิดถึงหนูเล็กนี่นา... ไปทำงานตั้งหลายวันคิดถึงจะแย่แล้วจนแทบจะลงแดงแล้วครับที่รัก...”
“คนหื่น... พูดจาน่าเกลียด...” หญิงสาวกล่าวหน้าแดงแต่ก็อดเห็นใจเขาไม่ได้ช่วงนี้พี่โดมของเธอเดินทางไปมาระหว่างประเทศบ่อยๆ ทั้งที่ใกล้วันแต่งงานของเขากับเธอแล้ว แต่เธอก็เข้าใจว่ามันคืองาน อัครวัฒน์รีบเคลียร์งานทุกอย่างจนลงตัวเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ประตูวิวาห์อันหรูเริดอลังการกับเธอ แค่คิดชลิตาก็ภูมิใจแล้ว...
เธอเป็นเพียงเด็กกำพร้าคนหนึ่งที่โชคดีได้รับการอุปการะจากคุณลุงคุณป้าที่ร่ำรวยมีหน้ามีตาในสังคมและท่านทั้งสองก็ไม่มีลูกจึงขอเธอมาเลี้ยงเป็นลูกของท่านตั้งแต่แบเบาะ ดังนั้นเด็กบ้านนอกจนๆ ซึ่งมีพ่อแม่ที่หาเช้ากินค่ำที่ไม่อาจจะเลี้ยงดูเธอได้ดีจึงยกให้เธอเป็นลูกบุญธรรมของ คุณวิลสัน กับคุณพิสมัย ซึ่งนับได้ว่าเป็นมหาเศรษฐีระดับโลกคนหนึ่ง
ชลิตาจึงมีชีวิตและอนาคตที่สดใสกว่าพี่น้องคนอื่นๆ อีกทั้งเธอเองก็รักดีมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่เคยทำตัวเหลวไหลและไม่เคยทำให้ท่านทั้งสองผิดหวังทั้งเรื่องผลการเรียน เรื่องความสามารถด้านกีฬาหรือการทำงาน ชลิตาจึงเป็นที่รักดังแก้วตาดวงใจของคุณวิลสันกับคุณพิสมัยรวมไปถึงทุกคนในครอบครัวของเธอ เพราะคุณพิสมัยซึ่งเป็นป้าของเธอนั้นไม่เคยลืมว่าตนเองนั้นก็เคยเป็นเพียงสาวชาวบ้านแสนธรรมดามาก่อน จึงไม่คิดทอดทิ้งญาติๆ ที่ยังคงมีอยู่ที่เป็นคนรักดีเอาการเอางานและไม่เคยปิดบังความจริงที่ว่าเธอไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของท่าน ความรักดีของชลิตายังพลอยทำให้บรรดาพ่อแม่ที่แท้จริงกับพี่ๆ น้องๆ ของเธอสุขสบายไปด้วยซึ่งทุกคนก็มีอนาคตที่ดีและสดใสไม่ต่างกัน...
อัครวัฒน์กับชลิตาเจอกันบ่อยๆ เพราะต้องร่วมงานกันทั้งในส่วนของธุรกิจของคุณลุงคุณป้าของชลิตาและทั้งเรื่องส่วนตัวเพราะชลิตาเป็นเพื่อนสนิทของ บารนี ซึ่งเป็นภรรยาของ อัคนี พี่ชายคนรองของเขา แต่เขากับเธอก็ไม่ค่อยกินเส้นกันนักเพราะเขาต่างก็ชอบพูดจากวนโทสะกันและคอยแหย่เย้าชิงไหวชิงพริบกันอยู่เสมอ แต่นั่นก็เป็นเหมือนการผูกเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอจนแยกไม่ออกและกว่าจะรู้ตัวว่ารักกันก็เกือบแย่...
แต่ในที่สุดพวกเขาก็ตกลงหมั้นหมายกันท่ามกลางความยินดีของทั้งสองตระกูลเมื่อกลางปีที่แล้วและจะแต่งงานกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ แต่ว่าที่เจ้าบ่าวก็มักขโมยตัวว่าที่เจ้าสาวมาสอนงานซ้อมคิวเข้าหออยู่เรื่อยๆ จนเธอแทบขาดทุนป่นปี้แม้เธอจะยังคงความบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ก็ตามที...
“ก็คนมันรัก คนมันคิดถึงนี่ครับใครจะอดใจไหว ว่าที่เจ้าสาวก็ทั้งขาว ทั้งอวบอิ่มน่ากอดน่า... ขนาดนี้...”
“กรี๊ด พี่โดมน่ะ คนบ้า...”
เขาเว้นวรรคอย่างมีเลศนัยก่อนจะลุกขึ้นทั้งกายเปลือยเปล่าไปคว้าเสื้อคลุมมาสวมต่อหน้าเธอ หญิงสาวหน้าแดงก่ำจนอยากหาอะไรมาทุ่มหัวคนตัวโตนัก ท่าทางของเธอทำให้เขาหัวเราะอย่างเอ็นดูก่อนจะเดินมาใกล้ๆ แล้วก้มลงจุ๊บแก้มนวลแดงก่ำของว่าที่เจ้าสาวคนสวยแรงๆ อย่างมันเขี้ยว...
“เอาล่ะคนสวยหากไม่อยากโดนพี่โดมพาเข้าหอก่อนแต่งจริงๆ ก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้วครับ”
“พี่โดมสุดหล่อก็หยิบเสื้อคลุมให้หนูเล็กหน่อยสิคะ นะคะ...” หญิงสาวออดอ้อนเมื่อเสื้อคลุมมันอยู่เกินเอื้อม...
“พี่ว่าหนูเล็กจะขี้เกียจไปแล้วนะ เป็นผู้หญิงขี้เกียจไม่ดีนะ เดี๋ยวว่าที่สามีพาทำอย่างอื่นแทนน้า...”
ชายหนุ่มกล่าวล้อเธอทั้งที่รู้ว่าคนอย่างชลิตานั้นเป็นหญิงสาวยุคใหม่ที่ทำงานได้หลากหลายและเก่งเทียบเท่าผู้ชายคนหนึ่งเลยทีเดียวและเธอก็เป็นคนที่เคี่ยวกับทุกๆ งานอย่างน่าทึ่งแต่เธอก็ยังคงความบริสุทธิ์ผุดผ่องไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขารักและชื่นชมเธอ
“พี่โดมแกล้งหนูเล็กนี่คะ จะให้หนูเล็กเดินแก้ผ้าหน้าไม่อายเหมือนพี่โดมได้ยังไงกันล่ะ นะคะ นะพี่โดมคนดีพี่โดมสุดหล่อของหนูเล็ก...”
“โอเคๆ เห็นว่าชมกันหรอกนะพี่โดมจะหยิบเสื้อคลุมให้...”
ว่าแล้วอัครวัฒน์ก็เดินไปหยิบเสื้อคลุมสีหวานของเธอมาให้แต่เขากลับยืนห่างจากเตียงกว้างตั้งเป็นวาและกางเสื้อคลุมไว้รอเธอให้เดินไปสวมใส่ต่อหน้าเขาเสียอย่างนั้น ชลิตาหน้างอเมื่อรู้ดีว่าเขาแกล้งเธออีกแล้ว...
“พี่โดม คนบ้า แกล้งหนูเล็กอีกแล้วนะ”
“เอาล่ะ พี่จะนับหนึ่งถึงสิบ หากหนูเล็กไม่มาสวมเสื้อคลุม นั่นแสดงว่าเต็มใจให้พี่พาเข้าหอก่อนแต่งจริงๆ”
“พี่โดม...”
“เอาล่ะ พี่โดมจะนับแล้วนะ... หนึ่ง สอง...”
“กรี๊ดดด คนบ้า พี่โดมคนทุเรศ...”
ปากก็ว่าเขาปาวๆ แต่สุดท้ายชลิตาก็วิ่งมาสอดแขนใส่เสื้อคลุมที่กางรอรับร่างเปลือยของตนอย่างรวดเร็วเพียงแค่เขานับถึงสามเท่านั้นแต่กระนั้นก็ไม่วายที่แก้มนุ่มจะถูกเขาฉกชิงความหอมไปอีกหนึ่งฟอด ส่วนเจ้าของแก้มก็ได้แต่หน้าแดงก่ำทั้งเขินทั้งโมโหคนชอบเอาเปรียบที่หัวเราะชอบใจกับท่าทางงอนๆ ของเธอ...
อัครวัฒน์หัวเราะชอบใจเมื่อคนตัวเล็กเดินกระแทกส้นเท้าเข้าห้องน้ำไปหลังจากหยิกเขาไปหนึ่งที ใบหน้าหล่อเหลาของหนุ่มหล่อเจ้าเสน่ห์อ่อนโยนน่าหลงใหลซึ่งหากหญิงสาวคนใดมาเห็นใบหน้าและแววตาหวานเชื่อมราวจะกลืนกินสิ่งที่มองก็คงระทดระทวยอยู่แทบเท้าเขา แต่หัวใจของคุณโดมมีเพียงหนูเล็กคนนี้
หญิงสาวผู้โชคดีที่ได้ครอบครองหัวใจรักของเขาเท่านั้น ดังนั้นไม่ว่าก่อนหน้านี้เขาจะได้รับฉายาว่าเป็นเพลย์บอย เป็นคาสโนว่า เป็นซาตานหน้าหยกที่ทำให้หญิงสาวแทบคลั่งตายเพราะเสน่ห์อันเหลือล้นของเขาอย่างไร ตอนนี้เขาละทิ้งมันไปสิ้นกับสิ่งที่เคยทำหรือเป็นมาเพื่อ ชลิตาเพียงคนเดียว...
อัครวัฒน์ยิ้มกับตนเอง ตอนนี้เขากำลังจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบเหมือนเช่นพี่ๆ ทั้งสอง ที่ต่างก็มีคนรักและแต่งงานมีครอบครัวและมีทายาทตัวน้อยๆ น่ารักน่าชังกันไปหมดแล้ว เหลือเพียงเขาเท่านั้นที่ยังคงตามหลังพี่ๆ อยู่ แต่เขาสัญญากับตนเองว่าเขาจะต้องตาม พี่เด่น กับ พี่เดียว ของเขาให้ทัน เขาจะมีลูกแฝดสามแค่นี้ก็สามารถจะแซงพี่ๆ ของเขาได้แล้ว และปีหน้าเขาจะมีลูกอีกหนึ่งหรือสองคน... ชายหนุ่มวางแผนครอบครัวของตนอย่างมีความสุข...
บทที่ 1 ต้นกำเนิดซาตาน...
บทที่ 1. ต้นกำเนิดซาตาน...
“ให้พี่ไปส่งดีกว่าไหมครับ ผู้หญิงเดินทางคนเดียวได้ยังไงมันอันตรายนะ...” อัครวัฒน์เดินตามมาคลอเคลียคู่หมั้นสาวเมื่อช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันสิ้นสุดลง
วันนี้ทั้งวันเขากับเธอควงคู่กันไปมอบการ์ดเชิญตามบ้านของเพื่อนสนิทจนครบหมดทุกคน ก่อนจะถึงเวลาที่เธอจะต้องไปดูชุดเจ้าสาวกับเพื่อนรัก ความจริงเขาอยากจะไปกับเธอด้วยเพราะรู้สึกแปลกๆ ในใจอย่างไรไม่รู้ แต่ก็รู้ดีว่าชลิตานั้นดื้อดึงและมีความเป็นตัวของตัวเองสูงหากเธอคิดจะทำอะไรเธอจะต้องตั้งใจทำอย่างนั้นซึ่งข้อนี้เขาเข้าใจดีและยอมรับได้เพราะคนที่จะเคียงข้างเขาก็จะต้องเป็นผู้หญิงแบบเธอนี่ล่ะ...
“พี่โดมทำงานไปเถอะค่ะ นี่มันเพิ่งสี่โมงเย็นเองนะคะไม่ใช่สี่ทุ่ม หนูเล็กโตแล้วกลับบ้านเองได้ค่ะ ทำงานดีๆ ล่ะ แล้วก็เอาของชำร่วยไปจัดการให้เรียบร้อยด้วย แล้วหนูเล็กก็ไปดูชุดเจ้าสาวกับบีค่ะไม่ได้ไปคนเดียวเสียหน่อย”
“ครับๆ พี่โดมผิดเองที่ห่วงว่าที่คุณเมียมากไป”
“พี่โดมน่ะ พูดน่าเกลียดจัง...”
หญิงสาวเอียงอายแล้วเดินไปขึ้นรถของตัวเองหน้าแดงก่ำแต่ก็หันมาโบกมือให้คู่หมั้นหนุ่มอย่างสดใส อัครวัฒน์โบกมือตอบด้วยรอยยิ้มละลายหัวใจที่แม้ว่าเขากำลังจะแต่งานแต่ก็ยังมีสาวๆ หมั่นมาทอดสะพานให้เขาเสมอ แต่มันไม่ได้ทำให้เขาสนใจพวกเจ้าหล่อนเลยแม้แต่คนเดียว...
ชลิตาขับรถออกไปแล้วอัครวัฒน์จึงหันมาทำงานของตนที่คั่งค้างไว้ก่อนจะไปทำธุระให้ว่าที่ภรรยาในอนาคตด้วยความรื่นรนรมย์ วันแต่งงานของเขาใกล้เข้ามาแล้ว เขาไม่นึกเลยว่าเขาจะรู้สึกตื่นเต้นมากขนาดนี้มาก่อน พี่ๆ ของเขารู้สึกเหมือนกันไหมนะ...
อัครากับอัคนี มองน้องชายที่นั่งยิ้มไม่หุบอยู่ตรงหน้าอย่างหมั่นไส้แล้วต่างก็ปาเม็ดถั่วอบกรอบใส่อัครวัมน์อย่างหมั่นไส้ที่เอาแต่นั่งยิ้มเหมือนคนบ้าอยู่ตรงหน้า
“โอ๊ยๆ อะไรกันครับนี่”
“ไอ้เวอร์...” พี่ชายทั้งสองกล่าวขึ้นพร้อมกันแล้วส่ายหน้ากับอาการของน้องชาย...
“แหม ทำอย่างกับตัวเองไม่เคยเป็นอย่างผม พวกพี่น่ะเป็นมากกว่าผมอีกนะครับ ผมนี่แค่เบาะๆ เบาๆ อาการคล้ายๆ พวกพี่ตอนจะมีเมียเท่านั้นล่ะครับ...”
“เฮ้ย ฉันไม่ได้มีอาการยิ้มไม่หุบเหมือนคนบ้าอย่างนายนะไอ้โดม” อัคราปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมรับ
“ฉันก็ด้วย ฉันไม่ได้เป็นแบบนี้” อัคนีก็แย้งทั้งที่เขานั่นล่ะอาการหนักกว่าใคร
“แต่พวกพี่เป็นหนักกว่านี้เพราะเมียหนี เมียเชิดใส่ น่ะสิ เลยไม่เข้าใจว่าการที่เมียเต็มใจจะแต่งงานงานด้วยเป็นแบบไหน อย่างว่าล่ะนะ เสน่ห์ของคนเรามันต่างกัน ผมน่ะแต่งงานกันด้วยความรักที่เปิดเผยจริงใจไม่ขี้เก๊ก ไม่เหมือนพี่ๆ หรอก ท่ามากเรื่องเยอะจนเมียพากันหอบลูกหนีเดือนร้อนงอนง้อกันอุตลุด”
“ไอ้โดม พูดแบบนี้หาเรื่องนี่หว่า ไอ้นี่มันปีนเกลียวพี่ แบบนี้ต้องโดนนน...” ว่าแล้วสามพี่น้องแห่งดีแลนด์ที่ความหล่อเหลาแข็งแกร่งไม่เป็นรองกันก็พากันวิ่งไล่จับเหมือนเด็กชายวัยเก้าขวบสิบขวบมากกว่าชายหนุ่มที่อายุอานามก็ต่างเลยเลขสามกันมาแล้วหลายปีทั้งนั้น...
“ดูเอาเถอะ เล่นกันเป็นเด็กๆ” ยอดรัก ภรรยาของอัคราซึ่งกำลังตั้งครรภ์ลูกคนแรกได้แปดเดือนแล้วกล่าวยิ้มๆ กับบารนีภรรยาของอัคนีซึ่งจูงลูกน้อยคนที่สอง น้องนาเดีย หรือ หนูเดีย วัยสามขวบออกมาเยี่ยมหน้ามองบรรดาสามีที่รัก
“ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ พวกไม่รู้จักโต” สองสาวหัวเราะให้กัน หนูน้อยนาเดียนึกสนุกที่เห็นคุณพ่อ คุณลุงและคุณอาเล่นสนุกกันอยู่บนสนามหญ้าก็สะบัดมือเล็กๆ ออกจากอุ้งมือคุณแม่คนสวยแล้ววิ่งตื๋อไปร่วมวงด้วย นี่ถ้าหาก พี่บูม พี่ชายของเธออยู่ก็คงจะสนุกไม่น้อย หนูน้อยคิดพลางหัวเราะวิ่งตึงๆ เข้าไปหาคุณพ่อเดียวของตน...
“คุงพ่อเดียวขา หนูเดียเล่นด้วย...” แล้วในสนามหญ้าก็มีเด็กสี่คนวิ่งเล่นกันวุ่นวายทั้งบ้านหลังใหญ่ก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ...
ทางด้านชลิตาเมื่อรับชุดเจ้าสาวและแยกกับบารนีซึ่งกลับไปถึงบ้านนานแล้วเธอก็แวะทำธุระส่วนตัวของตนที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านด้วยความสุข หญิงสาวรับสายคนรักเมื่อเห็นว่าอัครวัฒน์โทร. มา
“ค่า.. ว่าที่สามีสุดหล่อ มีอะไรคะ”
“หนูเล็กอยู่ไหนแล้วทำไมยังไม่ถึงบ้านครับ นี่น้องบีก็มาถึงบ้านตั้งนานแล้วนะ ทำไมที่รักยังไม่เข้าบ้านครับ”
“หนูเล็กทำสปาอยู่ค่ะ อีกครึ่งชั่วโมงค่ะ แหม ใกล้ๆ บ้านแค่นี้เอง ขอหนูเล็กทำสวยก่อนสิคะ”
“แต่มันจะสี่ทุ่มแล้วนะครับหนูเล็กห้างจะปิดแล้ว รู้ไหมพี่เป็นห่วง เอาเป็นว่าพี่จะไปหาที่ร้าน โอเคไหม...” ชายหนุ่มถามอย่างรู้สึกกังวลชนิดที่ว่าไม่เคยเป็นมาก่อน...
“ไม่ต้องๆ ค่ะ หนูเล็กเสร็จแล้ว อีกนิดเดียว พี่โดมน่ะทำอย่างกับหนูเล็กเป็นเด็กๆ หนูเล็กรู้ค่ะว่าเป็นห่วง เดี๋ยวจะรีบกลับนะคะ ถึงบ้านแล้วหนูเล็กจะโทร. หานะคะที่รัก...” หญิงสาวรีบบอกเขายิ้มๆ ทั้งที่ความจริงแล้วเธอเองก็กำลังจะเดินไปที่รถยนต์ของตนแต่อยากจะแกล้งให้เขาเป็นห่วงเล่นๆ เท่านั้น
“นี่แกล้งพี่ใช่ไหมครับ”
“เปล่าเสียหน่อยค่ะ หนูเล็กน่ะมาถึงรถแล้ว แค่นี้นะคะ หนูเล็กกำลังจะขับรถค่ะ...” หญิงสาวบอกคนรักพลางวางสายแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถยนต์ แต่วินาทีที่เธอกำลังจะปิดประตูรถยนต์นั้นเองก็มีมือปริศนานำผ้าสีขาวที่มีกลิ่นฉุนโป๊ะมาที่จมูกของเธออย่างรวดเร็ว ไม่ช้าทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายของเธอก็เริ่มดำมืดลงทีละน้อยๆ
... นี่เธอกำลังโดนลักพาตัวใช่ไหม... หญิงสาวถามตัวเองในขณะที่สติที่มีอยู่น้อยนิดกำลังจะดับหายไป พี่โดมขา ช่วยหนูเล็กด้วย...
อัครวัฒน์ผุดลุกผุดนั่งกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงกว้างเมื่อมองดูเวลาแล้วชลิตาก็ไม่โทร. กลับมาเสียที ซึ่งปกติแล้วพวกเขาจะต้องโทรศัพท์คุยกันก่อนนอนและชลิตาก็บอกเขาว่ากำลังจะกลับบ้าน ซึ่งหากว่าเธอทำธุระที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ บ้านของเธอนั้นจะใช้เวลาเพียงสิบนาทีเท่านั้นชลิตาก็จะถึงบ้านแล้ว แต่นี่ผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้วเธอก็ยังไม่โทร. กลับมา อีกทั้งเมื่อเขาโทร. ไปโทรศัพท์ของชลิตาก็เป็นบริการฝากหมายเลขโทร. กลับเมื่อโทรศัพท์ไปสอบถามคุณลุงคุณป้าของเธอก็พบว่าชลิตาก็ยังมาไม่ถึงบ้านยิ่งทำให้เขากังวล...
“แดนนี่ ดาเนียล เข้ามาหาฉันที่ห้องด่วน...” ชายหนุ่มโทรศัพท์เรียกบอดีการ์ดคนสนิททั้งสองของตนมาพบทันทีเมื่อเรื่องราวส่อเค้าว่าไม่ดี
“ครับคุณโดม...” ไม่ถึงสามนาที ทั้งแดนนี่และดาเนียล สองบอดีการ์ดหนุ่มหน้าตายก็มาอยู่ตรงหน้าเขา
“แดนนี่นายไปตามดูสิว่าคุณหนูเล็กอยู่ที่ห้างรึเปล่า ส่วนดาเนียลไปสืบหาว่าตอนนี้คุณหนูเล็กไปที่ไหนกับใครต่อ ทำไมถึงยังไม่ถึงบ้านและฉันต้องรู้ทุกอย่างภายในสามสิบนาทีนี้... และคำตอบต้องเป็นคำตอบน่าฟังด้วย...” สิ้นคำสั่งทั้งสองหนุ่มก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว
อัครวัฒน์ขบกรามแน่นเมื่อความรู้สึกของเขามันแปร่งปร่าไปจนอึดอัด เขาไม่ได้ระแวงว่าชลิตาจะแอบไปพบใครนอกจากเขา แต่เขาเป็นห่วงเธอเสียมากกว่า... มีบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกว่ามันอาจจะเกิดเรื่องไม่ดีกับชลิตา ใบหน้าที่มักมีรอยยิ้มพรายอย่างเริงรื่นอยู่เสมอนั้นเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีพลางหยิบโทรศัพท์เพื่อโทร. สอบถามบารนีผู้เป็นพี่สะใภ้ของตนอีกครั้งและเพื่อนคนอื่นๆ ของชลิตาเพื่อสอบถามว่าเธออยู่กับเพื่อนคนไหนหรือไม่อย่างไร...