อู่หงถิงนอนขดตัวด้วยความหดหู่ในใจ สาวใช้เพิ่งจะนำอาหารมาวางไว้ อาหารในวันนี้ต่างจากเมื่อวานนิดหน่อย มีของกินเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง แสดงถึงความโกรธของเจ้าของบ้านลดลง หรือว่าแม่ครัวอาจสงสารอู่หงถิงหรือว่าบางที่อาจเป็นสาวใช้เองที่สงสาร จึงเพิ่มอาหารให้แต่อู่หงถิงไม่อยากคิดให้รกสมอง สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือฆ่าหวาเซียงอ๋อง ผู้ที่มีใบหน้าหล่อเหลาแต่สายตาเย็นชาผู้นั้นเสียให้เร็วที่สุดเพื่อแม่และน้อง
ประตูเปิดออก ร่างสูงที่อยู่ในห้วงความคิดปรากฏตรงหน้า อู่หงถิงเพียงแค่ปรายตามองก่อนจะหลุบตาต่ำเหมือนเดิม
“ออกมาข้างนอก”
“ท่านอ๋องท่านไม่…..มัดชายารองไว้หรือไรหากว่านางคิดจะทำร้ายท่านอีก”
บ่าวรับใช้คนสนิทนามเสี่ยวกุน เอ่ยปากเตือนกล้าๆกลัวๆรอยยิ้มหยันที่ริมฝีปากของหวาเซียงอ๋อง
“ไม่..ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกมาจากตรงนั้น หรือว่าจะให้เสี่ยวกุนลากเจ้าออกมา”
อู่หงถิงไม่แม้แต่จะมองหน้าคนพูดขยับกายจากแท่นนอนชั่วคราวที่ทำจากไม้ไผ่โสโครกเอาไว้วางของเหลือใช้ ร่างสูงหันหลังก้าวออกไป
“ตามข้ามา”
อู๋หงถิงก้าวขาตามไปในทันที เสี่ยงกุนตามหลังไปอีกคน
เดินนำมาจนถึงเรือนหลังใหญ่ ที่ทอดยาวกว้างขวางข้างหน้า มีทางขึ้นเป็นบันไดสามขั้น เหนือบันไดขึ้นไปเป็นระเบี่ยงทางเดินข้างๆกันนั้นมีดอกไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุม อู่หงถิงหาได้มาชมความงามของดอกไม้ บัดนี้นางกำลังคิดว่าจะฆ่าคนผู้นี้ได้อย่างไร จะฆ่าแบบไหนในเมื่ออู่หงถิง ประเมินกำลังตัวเองว่าตัวเล็กสูงแค่อกของเขาจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปฆ่าแกงเขาคงต้องคิดหาวิธีนานหน่อยให้เขาตายเพื่อน้องและมารดา
ตัวเรือนมีห้องสามห้องติดกัน ตรงกลางเป็นห้องนอนของ หลี่กวางหวาเซียงด้านขวาถูกประดับตกแต่งอ่อนช้อยสบายตาเป็นห้องของเหอซ่างเซี่ยน ชายาเอกผู้ ผายผอมและขี้โรค
ร่างสูงเดินมือไพล่หลัง เสี่ยวกุนวิ่งเหยาะๆไปเปิดประตูห้องทางซ้าย
“ห้องของเจ้า”
เหลือบมองใบหน้าที่เหมือนกับลูกกวางระวังภัย ทว่างดงามอย่างที่เขาเคยเห็นในครั้งแรก หวาเซียงอ๋องยิ้มหยันไม่มีผลต่อเขาแต่อย่างใดใบหน้างดงาม มีประโยชน์ใดกัน
ร่างบอบบางของ เหอซ่างเซี่ยนเดินมาโดยมีสาวใช้พยุงอยู่ข้างกายถึงสองคน
“น้องหญิง”
ยิ้มแบบที่หงถิงคิดว่าอ่อนโยนที่สุด อู่หงถิงเพียงแค่เหลือบตามอง
“ยินดีต้อนรับ ...สู่จวนอ๋องเรื่องที่แล้วมาแล้วอย่าใส่ใจ ต่อไปนี้ตั้งใจปรนนิบัติท่านอ๋อง ในเมื่อเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”
ยิ้มจริงใจจนอู่หงถิงอดยิ้มตามเสียไม่ได้ในเมื่อกิริยาอ่อนโยนของนางยากที่จะปฏิเสธ
“เจ้าจะออกมาต้องไอเย็นทำไมกัน กลับเข้าไปข้างในเสีย”
แววตาห่วงใยชัดเจนของหวาเซียงอ๋อง
“้เซี่ยนเซี่ยน แค่อยากมาช่วยน้องหญิงจัดห้องหับ”
หวาเซียงอ๋องถอนหายใจ
“ข้ามอบสาวใช้ให้นางคนหนึ่ง ฟางหลุนมาคอยรับใช้ชายารอง ส่วนหวางเฟย เจ้าไปพักเสีย”
“ท่านพี่ มีสาวใช้ถึงสองคนกำลังดี น้องหญิงอยู่ที่บ้านของนางอาจมีมากกว่านั้น ในเมื่อใต้เท้ากวงมีบุตรีเพียงคนเดียว”
“ช่างนาง เช่นนั้นข้าส่งข่าวที่บ้านตระกูลกวงให้ส่งสาวใช้ข้างกายนางมาเพิ่ม”เหอซ่างเซี่ยนยิ้มบางๆ พยักหน้าช้าๆ สาวใช้พยุงเข้าห้องไปอู่หงถิง ขยับกายเข้าไปข้างใน หวาเซียงอ๋องคว้าข้อมือไว้บีบจนรู้สึกเจ็บ อู่หงถิงหันมองสบตาเขานิ่งพบแต่แววตาเกลียดชังในนั้น
“ไร้มารยาท หวางเฟย ดีกับเจ้าเพียงขอบคุณยังไม่สามารถเอ่ยออกมา”
อู่หงถิง ส่งภาษามือเหมือนจะบอกว่าไม่ได้ไม่ขอบคุณ แต่พูดไม่ได้ หวาเซียงอ๋องขมวดคิ้ว มือไวเท่าความคิดเอื้อมมือบีบปากอู่หงถิงแน่น
“ทำไมไม่พูด”
“ท่านอ๋อง เสี่ยวกุนว่ามีอะไรผิดไปแล้ว”
“อะไร”
คิดเข้มขมวดเข้าหากัน
“นางเหมือนกับพูดไม่ได้”
“นางไม่อยากพูด นางได้ยินแต่ไม่พูด นางไม่ได้เป็นใบ้เสียหน่อยข้าเคยพบนางในวังหลวงนางพูดจาแคล่วคล่อง”
อู่หงถิงส่ายหน้าไปมาดวงตาตื่นตระหนก
“ไม่พูดก็ดี แต่เกรงว่าจะเที่ยวเอาเรื่องราวที่ข้ากักขังนางไปร้องขอความเห็นใจจากฝ่าบาท และพ่อของนาง”
อู่หงถิงเบ้ปาก ร่างบางถูกผลักเข้าไปในห้องก่อนที่ประตูจะถูกปิดเสียงดังลั่น
เหอซ่างเซี่ยนตกใจเสียงปิดประตูของหวาเซียงอ๋องสะดุ้งสุดตัว ส่ายหน้าไปมา
“ท่านอ๋องทำรุนแรงกับนางเพียงนี้เช่นไรนางจึงจะภักดี”
“พระชายาเจ้าค่ะเขาว่ายิ่งทะเลาะกันลูกยิ่งดก”ถอนหายใจยาว
“ท่านอ๋องกับนางยากจะปรองดอง นางยังเด็กบางอย่างที่ทำบางทีอาจไม่ตั้งใจ”
“พระชายาใจดีที่สุด แม้กระทั่งมีนางมาร่วมสามียังไม่เคยจะเคืองโกรธกลับส่งเสริมนางหวังให้ท่านอ๋องโปรดปรานแต่บ่าวคิดว่าท่านอ๋อง แม้ตายก็ยังรักพระชายาคนเดียว”
“ข้ากับท่านอ๋องหาใช่ความรักล้วนมีเพียงความผูกพันข้านับวันยิ่งห่าง ท่านอ๋องเอง หลายปีมานี้ไม่ปรากฏรอยยิ้ม ข้าจึงขอร้องฝ่าบาทประทานชายารองให้เขาเสียเพื่อแบ่งเบาข้า แต่เรื่องนี้ห้ามรู้ถึงหูท่านอ๋องเป็นอันขาด ว่าทั้งหมดเป็นความคิดของข้า ข้าเองร่างกายอ่อนแอ จะอยู่ปรนนิบัติได้สักกี่วันต่อจากนี้ ชายารองเป็นคนของฝ่าบาทจึงดี หากท่านอ๋องโปรดปรานจึงนับว่านางช่วยสมานรอยร้าวกับฝ่าบาทได้ดีไม่น้อย ข้าหวังเพียงแค่เสด็จพี่ไม่หวาดระแวงในตัวท่านอ๋องแม้ตายก็หมดห่วง แต่หากข้าตายไปท่านอ๋องกับฝ่าบาทร้าวฉานข้าเกรงว่าจะตายตาไม่หลับ ฝ่าบาท เชื่อในคำฑูดของใต้เท้ากวงจึงพลอยบึ้งตึงกับท่านอ๋องไปด้วย”
“โถ ...พระชายาท่านช่างดีกับท่านอ๋องเสียจริงไม่เสียแรงที่ท่านอ๋องรักเทิดทูนท่านเหนือใคร”
อู๋หงถิง มองสำรวจรอบๆห้อง สาวใช้ฟางหลุนเก็บพับผ้าไปมาไม่ได้สนใจว่าอู่หงถิงจะทำอะไร
“นายหญิง ท่านอายุเท่าไหร่”อยู่ๆนางก็ถามขึ้น อู่หงถิงส่งภาษามือ
“นายหญิงท่านไม่อยากพูด หรือว่าไม่เคยพูดหากไม่อยากพูดทำไมท่านถึงเก่งการใช้ภาษามือแต่เดิมข้าเคยได้ยินมาว่าคนเป็นใบ้มักจะพูดไม่ได้ เพราะไม่เคยได้ยินแต่บางคนได้ยินแต่ไม่ยอมพูดเพราะสั่งตัวเองไม่ให้พูด เป็นเพราะว่าเจอเหตุการณ์ร้ายๆ มาก่อนนายหญิงท่านไม่เคยพูดมาก่อนใช่ไหม”
อู่หงถิงพยักหน้า จำไม่ได้ว่าตัวเองเคยพูดมาก่อนหรือไม่ ความจริงเคยหลายครั้งที่พยายามเปล่งเสียง แต่ก็รู้สึกไม่กล้า สุดท้ายก็เลิกล้มความตั้งใจอู่หงถิงได้ยินทุกอย่างเข้าใจความหมายของคำพูดแต่พูดไม่ได้ มารดาเองก็เคยสอนให้ออกเสียงแต่อู่หงถิงกับทำได้เพียงแต่ส่งภาษามือกลับไป
“ท่านอ๋องเป็นคนอารมณ์ร้อน หากท่านไม่พูดยิ่งเท่ากับยั่วโทสะท่านอ๋องเช่นนั้นบ่าวอยากจะบอกนายหญิงว่าหากท่านพูดได้ก็ให้พูดโต้ตอบท่านอ๋องไปเสียจึงดี”
อู่หงถิงส่งภาษามือบอกว่า อู่หงถิงหาสนใจไม่ว่าเขาจะมีโทสะหรือเปล่า สาวใช้ส่ายหน้าไม่มาหากเป็นเช่นนี้ ทำไมต้องแต่งเข้าจวนอ๋องด้วยทำไมไม่ปฏิเสธเสียตั้งแต่แรก
หวาจิ้งอ๋องสาวเท้าเข้ามา ในจวนหวาเซียงอ๋อง
“น้องสาม เพิ่งจะแต่งชายารอง ข้ามีเรื่องหารือจึงจะต้องมาถึงนี่ คาดว่าน้องสามคงไม่ไปไหนแน่”องค์ชายรองหวาจิ้งอ๋องทักขึ้น เมื่อเห็นหวาเซียงอ๋องนั่งอ่านตำราอยู่ ในศาลาริมน้ำ
“พี่รอง มาถึงนี่ต้องมีเรื่องสำคัญ”
รอฟังคำตอบ
“ไม่ไม่ไม่ แค่อยากจะมาดูว่าชายารองของเจ้าอยู่สบายดีไหม”
หวาเซียงอ๋องขมวดคิ้วนึกโมโหอู่หงถิง คิดว่านางปากโป้งเล่าเรื่องเมื่อคืนวันเข้าหอให้คนอื่นฟัง
“ทำไมพี่รองถามแบบนั้น”
“555ชายารอง งามล่มเมืองอีกทั้งหวาเซียงอ๋องของเรารู้ๆ กันอยู่ชายาเอกล้มป่วยเสียนานขาดการปรนนิบัติ พี่รองเลยอยากรู้ว่าชายารอง... ป่านนี้มิโดนสูบลมปราณจนหมดตัวแล้วหรือ555”
อารมณ์ขันของหวาจิ้งอ๋องมีมากมายจนบางที คนที่เขาคุยด้วยตามไม่ทัน หวาเซียงอ๋องได้แต่ยิ้มบางๆ
“นางยังอยู่เรี่ยวแรงยังเหลือเฟือ ข้ายังไม่ได้แตะต้องนาง”
องค์ชายรองเลิกคิ้วสูง
“ไม่ดีแน่แบบนี้ เจ้าปล่อยตัวเองเสียนาน มิใช่จะตายด้านไปแล้วหรือข้ามียาดี หลายขนาน ไว้จะแบ่งมาให้เจ้าหรือว่าจะให้เสี่ยวกุนไปรับมาเคี่ยวให้เจ้าดื่มเสียทันทีทิ้งไว้นานอาการย่อมกำเริบ”
หวาเซียงอ๋องส่ายหน้าไปมา
“พี่รองไม่ต้องกังวลข้ากับนาง ยังต้องใช้เวลานางเองไม่ได้เต็มใจแต่งเป็นเมียข้าอย่างที่รู้ๆกัน ส่วนข้าเองไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้าก็ยังมีซ่างเซี่ยนในใจเสมอ”
“เฮ้อ เป็นสามีภรรยากัน แต่เจ้ากับพูดแบบนี้เกรงว่าหากชายารองของเจ้ามาได้ยินนางคงเสียใจไม่น้อย”
หวาเซียงอ๋องได้แต่ยิ้มหยัน อยากจะบอกเหลือเกินว่านางถึงกับจะสังหารเขานางคงไม่มีสักนิดที่จะเสียใจในคำพูดของเขา
องค์ชายใหญ่หวาซงอ๋องก้าวข้าเข้ามาในตำหนักท่าทีองอาจ แต่แทนที่เขาจะเข้าไปหาหวาเซียงอ๋องเขากลับเดินลัดเลาะไปเมียงมองยังที่พำนักของอู่หงถิง
“ท่านอ๋องลมอะไรหอบมาถึงนี่”
ซ่างเซี่ยนเอ่ยปากทักด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ชายาเอกหวาเซียงอ๋องวันนี้หน้าตาสดชื่น อาการป่วยคาดว่าจะเป็นปกติแล้วใช่หรือไม่”
ยิ้มด้วยสีหน้าเป็นมิตร
“ท่านอ๋องอยู่ที่ห้องทำงาน เชิญท่านที่นั่นจะดีกว่าที่นี่เป็นที่พำนักของข้ากับท่านอ๋อง”
“แล้วชายารองของหวาซียงอ๋องเล่าพำนักที่ใด”
“อ๋อนางอยู่ห้องทางซ้ายมือ ไม่ทราบว่าหวาซงอยากพบนางใช่หรือไม่”
“ข้าหาต้องการพบนาง แค่เพียงสงสัยเพราะชายาท่านบอกว่าเป็นที่พำนักของหวาเซียงอ๋องกับเจ้า เกรงว่านางเป็นชายารองอาจมีที่พำนักอยู่ที่อื่นเป็นแน่”
อู่หงถิงก้าวขาออกมาข้างนอกพร้อมด้วยฟางหลุน หวาซงอ๋องชายาตามองอู่หงถิงเพียงแว็บเดียว ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก้มหัวลงช้าๆ อู่หงถิงเองก็ย่อตัวให้ด้วยความเกรงใจ
“สบายดีไหม”
อู่หงถิงเลิกคิ้วก่อนจะส่งภาษามือหวาซงขมวดคิ้ว
“นายหญิง พูดไม่ได้เจ้าค่ะ”ฟางฟลุนตอบแทน
“ตามหมอหลวงหรือยังมีสิ่งใดผิดปกติกันน้องหญิงถึงไม่พูด”
ซ่างเซี่ยนทำสีหน้าตกใจไม่น้อย
“ตั้งแต่ ข้าน้อยอยู่กับนายหญิงนายหญิงก็ไม่เคยปริปาก ใช้แต่ภาษามือ”
“เจ้าไปตามหมอหลวงมาดูอาการของนาง”
หวาซงออกคำสั่ง อู่หงถิงส่ายหน้าไปมาเหมือนจะบอกว่าไม่ต้อง ทำให้ฟางหลุนลังเล
“รีบไปเดี๋ยวนี้เลย หากชายารองเป็นอะไรมากไปกว่านี้เกรงว่าเจ้านั่นล่ะที่จะมีความผิด”คราวนี้เป็น ฟางหลุนที่รีบวิ่งออกไปทันที
“ซ่างเซี่ยนรีบดึงแขน อู่หงถิงให้เข้าไปในห้องนั่งลงบนแท่นนอนหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ หวาซงได้แต่อยู่ด้านนอกมองเข้าไป
“เป็นอะไรไปท่านอ๋องทำอะไรเจ้า เจ้าจึงพูดไม่ได้เช่นนี้บอกข้ามาเถิด”
ช่างเซี่ยนสงสัยว่าจะเป็นหวาเซียงอ๋องที่ทำให้อู่หงถิงพูดไม่ได้ แต่อู่หงถิงไม่เข้าใจคำถามด้วยความห่วงใยของซ่างเซียน จึงส่ายหน้าไปมาเสีย
“บอกข้ามาข้ายินดีปกป้องเจ้า แต่อย่าได้บอกกับคนอื่นว่าท่านอ๋องกักขังและทำร้ายเจ้าเช่นนั้นเรื่องนี้หากแพร่ออกไปเกรงว่าจะไม่เป็นการดีต่อท่านอ๋อง”
อู่หงถิงยังคงส่ายหน้าซ่างเซี่ยนถอนหายใจ ท่านหมอเข้ามาพอดี
“ท่านหมอตรวจดูให้ถ้วนถี่ทำไมชายารองจึงไม่ยอมปริปาก มีสิ่งใดผิดปกติกัน”หมอหลวงประสานมือ ทำการตรวจดูทั้งหูคอและปากก่อนจะถอยออกมาตรงหน้าเหอซ่างเซี่ยนและหวาซงที่ยืนรอข้างนอก
“พระชายา ชายารองไม่ได้มีสิ่งใดผิดปกติ แต่กระหม่อมเกรงว่าจะมีเรื่องใดที่กระทบจิตใจนางอย่างมากจึงไม่ยอมปริปาก”
“กระทบจิตใจ”หวาซงอ๋องทวนคำช้าๆ แววตาครุ่นคิด
“หลังจากที่ตรวจดูแล้วการได้ยินก็ยังใช้ได้ อีกทั้งลิ้นไก่ของนางก็ปกติ แต่...ชายารองนางไม่ยอมเปล่งเสียง กระหม่อมเองก็จนปัญญา มีเพียงตัวชายารองเท้านั้นจึงจะรู้ว่าทำไมตัวเองถึงไม่ยอมพูด และอีกวิธีคือหากข้าน้อยรู้สาเหตุอาจแก้ไขได้ในไม่ช้า”
ซ่างเซี่ยนได้แต่เพียงโบกมือให้หมอหลวงไปเสีย
“ชายาเอก ท่านคิดว่านางเป็นอะไร”
“ข้าคิดว่านางเพียงแค่ไม่อยากพูด อาจมีบางอย่างที่ทำให้นาง หวาดกลัวหรือตกใจ”
คิดไปถึงสิ่งที่หวาเซียงอ๋องทำกับ อู่หงถิง
เย็นมากแล้วหวาเซียงอ๋องเดินกลับเข้ามาที่พำนักพร้อมด้วยเสี่ยวกุน เหอซ่างเซี่ยนยืนรออยู่ที่หน้าห้อง พยุงซ่างเซี่ยนเข้าไปข้างใน
“หวางเฟยอากาศเริ่มเย็นออกมายืนรอข้า จะไม่สบายเอาได้”
“ท่านอ๋องเจ้าหรู นางๆๆ ”
หวาเซียงอ๋องขมวดคิ้ว
“นางแผลงฤทธิ์กับเจ้าหรือไร ข้าเห็นจะต้องลงทัณฑ์นางอีกแล้ว”
“ไม่ใช่อย่างที่ท่านอ๋องคิด แต่นางตอนนี้ไม่ยอมปริปากวันๆส่งภาษามือเหมือนคนเป็นใบ้ เกรงว่าใต้เท้ากวงรู้เข้าอาจไม่พอใจที่ท่านอ๋องแต่งนางเข้ามาไม่ทันไรนางกลับป่วยไข้”
“ข้าไม่ได้ทำอะไรนาง มีแต่นางที่คิดสังหารข้า”
“ท่านพี่ ท่านดีกับนางมากหน่อย ข้าคิดว่าไม่นานนางจะพูดได้วันนี้ข้าให้หมอหลวงมาตรวจดูอาการของนางหวาซงอ๋องก็อยู่ที่นี่”
มือใหญ่กำมัดแน่น
“หวาซงอ๋อง นึกแล้วไม่ผิดข่าวลือนั่น”
“ข่าวลือใดกัน เซี่ยนเซี่ยนไม่เคยได้ยิน”
“ข่าวรือเรื่องความสัมพันธ์ของ หวาซงกับกวงเจ้าหรูก่อนหน้านั้น นี่คงอดอยากได้ไม่นานจึงคิดมาเริงรักกันให้หายคิดถึงไม่น่าเชื่อว่าจะกล้ามาถึงจวนของข้า”
“ท่านพี่ข้ามองนางไม่ผิด นางยังพิสุทธิ์เช่นไรท่านถึงคิดว่านาง…”
“เซี่ยนเซี่ยนเจ้าเป็นคนจิตใจดีเพียงนี้ คงยังไม่รู้ว่าในวังหลวงล้วนมีเรื่องคาวโลกีย์มากมาย”
“ท่านอ๋อง หากจะปรักปรำนางคงไม่เหมาะ”
ยิ้มหยันที่ใบหน้า
“เจ้ารอดูว่าสิ่งที่ข้าพูดจะจริงเท็จแค่ไหน ตอนนี้ยังไม่ต้องเชื่อช้าก็ได้”
เหอซ่างเซี่ยนถอนหายใจหากเป็นเช่นที่หวาเซียงอ๋องพูดแสดงว่าซ่างเซี่ยนมองคนผิดไป หวาเซียงอ๋องก้าวขายาวๆ ตรงไปยังห้องของอู่หงถิงผลักประตูเข้าไป โบกมือไล่ฟางหลุน อู่หงถิงกับนอนขดตัวนิ่งบนแท่นนอน เมื่อเห้นว่าคนที่มาเป็นใครก็ใช้มือสองข้างกอดรอบเข่าไว้แน่นไม่แม้แต่จะหันมอง ในเมื่อตอนนี้กำลังวางแผนและกำลังหาทางที่จะหลุดพ้นความคิดของตัวเองที่ห่วงใยมารดาและน้องไหนจะเรื่องที่ต้องลงมือฆ่าหวาเซียงอ๋องจึงรู้สึกว่าตัวเองเศร้าสร้อยอย่างประหลาด
“ลุกขึ้น”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยโทสะ อู่หงถิงยิ่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นงอตัวให้คุ้ดคู้กว่าเดิม
"ข้าบอกให้ลุกขึ้น"
กระชากแขนที่กอดหัวเข่าไว้แน่น ร่างบางบัดนี้เป็นเพียงก้อนเนื้อกลมๆ ที่มองเพียงแว๊บแรกเหมือนไร้ซึ่งชีวิตหากไม่ติดที่ใบหน้างดงามนั้น
“เสี่ยวกุนปิดประตู”
หันไปสั่งเสี่ยวกุน อู๋หงถิงยังนอนนิ่งไม่ไหวติงคิดว่าจะขู่ได้แต่ไม่เป็นผล
“แสร้งป่วยไข้เรียกร้องความสนใจ ข้าจะดูว่าเจ้าจะไม่ยอมปริปากได้นานแค่ไหน”ลากร่างบางลงไปกองกับพื้นอ้อมแขนเล็กหลุดออกจากหัวเข่า เจ็บจนจุกแต่ก็ยังไม่เปล่งเสียง ยิ่งยั่วโทสะของอีกคน
“ซ่างเซี่ยนบอกให้ดีกับเจ้าหน่อย แต่ข้าว่าคงไม่เป็นผล”
ขึ้นคร่อมร่างบาง มือแข็งแรงจับมือบางทั้งสองข้างให้กางออกขาแกร่งกดทับหน้าขาของอู๋หงถิงจนเจ็บ อู๋หงถิงดิ้นรนกระเสือกกระสนแต่ถูกรวบลงไปนอนใต้ร่างของหวาเซียง
“จะทนได้กี่น้ำ”
มือใหญ่อีกข้างดึงทึ้งเสื้อผ้าออกจนออกเกือบจะเปล่าเปลือย อู่หงถิงแม้จะมีแววตาตื่นตระหนกแต่กับไม่มีเสียงร้อง ขยับตัวหนีความกักขฬะของอีกคน หวาเซียงกดเอวแนบกับเอวของอู๋หงถิงยิ้มหยันเมื่ออู่หงถิงไม่อาจขยับตัวได้ แต่หันหน้าหนีไม่ยอมมองหน้าเขา เขาจ้องมองเนินเนื้ออวบอิ่มตรงหน้าที่เขาเพิ่งจะดึงอาภรณ์ออกไป กลืนน้ำลายลงคอ
“ช่างเก่งเสียจริง ข้าน่ารังเกียจมากถึงกลับอยากให้ตายเลยหรือไร”
ดวงตาของอู่หงถิงเป็นประกายวาววับ หากฆ่าเขาตอนนี้ก็จะมีคนเป็นพยานทั้งเสี่ยวคุนและฟางหลุนที่อยู่ด้านอกคงได้ยินว่าหวาเซียงอ๋องข่มเหงอู่หงถิง
ตาเหลือบมองแจกันบนโต๊ะข้างแท่นนอนอันไม่เล็กนักหยุดดิ้นพักเอาแรงหันหน้ามาเผชิญหน้ากับอีกคนที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้วตากลมเปล่งประกายวาวโรจน์ กับตาคมของหวาเซียงอ๋องที่มองอู่หงถิง
“หมดฤทธิ์แล้วหรือไร”
ตาจ้องมองริมฝีปากสีชมพูระเรื่อตาไม่กะพริบ บางอย่างในกายที่ห่างหายมานานเริ่มตื่นตัว พยายามหักห้ามใจแต่ไม่เป็นอย่างที่ใจต้องการร่างกายหาบังคับได้ไม่ หวาเซียงอ๋องขยับเอวกดกระแทกทั้งๆ ที่ยังมีอาภรณ์เหมือนตั้งใจแกล้งอู่หงถิง ยิ้มหยันที่อู่หงถิงไม่อยากเห็น ลอยอยู่ตรงหน้า
“จะดูว่าจะไม่พูดได้นานแค่ไหน ร้องสิหากไม่ชอบก็ร้องหากเจ้าไม่ร้องข้าจะถือว่าเจ้าเต็มใจและชอบที่ข้าทำแบบนี้”
อู่หงถิงใช้เท้าถีบพื้น เอาศีรษะชนกับโต๊ะที่ข้างแท่นนอน แจกันใบใหญ่ร่วงลงบนพื้น หวาเซียงอ๋องซบหน้าลงกับอกอุ่นนุ่ม มือเล็กถูกปล่อยให้เป็นอิสระอู่หงถิงคว้าแจกัน ด้วยมือเดียวทุบเข้าไปที่ศีรษะของหวาเซียงอ๋องอย่างจัง
“เพล้ง”
หวาเซียงอ๋องผุดลุกขึ้นคลำที่กลางศีรษะของเหลวอุ่นๆไหลออกจากบาดแผลที่เจ็บจี้ดถึงหัวใจ อู่หงถิงยืนตัวสั่นงันงก
เสี่ยวกุนกับฟางหลุนวิ่งเข้ามาพร้อมกัน ฟางหลุนถลาเข้าไปกอดรวบร่างเล็กของอู่หงถิงไว้แน่นตั้งใจปกป้องเพราะรู้ว่าหวาเซียงอ๋องโมโหเพียงใดในตอนนี้ เหอซ่างเซี่ยนเดินแกมวิ่งจากห้องของนาง มองคนนู้นทีคนนี้ที
หวาเซียงอ๋องจ้องมองมาที่อู่หงถิงสายตาแค้นเคือง แต่เพียงครู่ก็ยิ้มหยัน ยิ้มหยันที่ริมฝีปาก
“ขังนางห้ามส่งข้าวส่งน้ำ จนกว่าข้าจะสั่ง”
เหอซ่างเซี่ยนถลาเข้าหาหวาเซียงอ๋องที่ล้มทั้งยืนด้วยเสียเลือดมาก เลือดสดๆไหลนองพื้นสีแดงฉาน ฟางหลุนกอดอู่หงถิงแน่นขึ้นกว่าเดิมเพื่อปลอบใจ เมื่อเห็นว่าใบหน้าบางซีดเผือด