ตอน 2

“ท่านย่าเข้าข้างนางหรือเจ้าคะ!” เป็นจางเซียวหรูที่โวยวายออกมาเสียงดัง สายตาของนางที่แสดงออกมานั้นบ่งบอกถึงความน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งนัก

ไท่ฮูหยินมิได้ตอบคำถามของผู้เป็นหลานสาวอีกคน แต่ทว่าสายตาของนางกลับจดจ้องที่หลี่ฮูหยินและจางเซียวหรูแทน

จางเซียวหรูหยิบผ้าไหมพระราชทานจากหยางเต๋อเฟยขึ้นมาชูต่อหน้าทุกคน “ผ้าไหมนี้เป็นของพระราชทานที่พระสนมเอกทรงประทานให้กับลูก ท่านย่าก็ทราบดีความสัมพันธ์ระหว่างหลานกับองค์ชายใหญ่...”

“เจ้าเลิกฝันลมๆ แล้งๆ เรื่ององค์ชายใหญ่ได้เลย พวกเจ้าแม่ลูกคิดการอันใดอยู่คิดว่าข้าไม่รู้รึ?” คิ้วของไท่ฮูหยินขมวดเข้าหากันขณะที่จ้องสองแม่ลูกคู่นั้น

“ซีเอ๋อร์! เจ้าขโมยของของพี่สาวเจ้า ของสิ่งนี้เป็นสิ่งที่หยางเต๋อเฟยพระราชทานให้กับนาง หากเจ้าไม่โขกศีรษะขออภัยต่อนาง ข้าจะสั่งโบยเจ้า!” จางเยี่ยนไม่ได้สนใจความสัมพันธ์ของภรรยาเอกกับฮองเฮา หรือความสัมพันธ์ในฐานะบิดากับบุตรแต่อย่างใด เขารักและชื่นชมหลี่ฮูหยิน ภรรยาผู้เป็นรักเดียวและเป็นสตรีที่เขารักมาตลอด หาใช่ภรรยาเอกที่ถูกบังคับให้ตบแต่งด้วยไม่

จางฮูหยินขอร้องวิงวอนต่อสามีทั้งน้ำตา “นายท่าน นางก็เป็นบุตรีของ

ท่านคนนึงเช่นกัน ขอท่านอย่าให้นางทำเช่นนี้เลย ขอให้พิสูจน์หาความจริงกันก่อน”

จางเยี่ยนผลักจางฮูหยิน ภรรยาเอกของตนออกอย่างแรง ไท่ฮูหยินและบ่าวรับใช้คนสนิทต้องมาประคองร่างของฮูหยินเอกที่ถูกผลักจนล้ม

“ท่านแม่!” จางฮูหยินถูกผลักอย่างแรงจนกระอักโลหิตออกมา แม้จะเป็นโลหิตเพียงไม่กี่หยด แต่กลับสร้างความเจ็บปวดและความเสียใจให้กับนางผู้เป็นภรรยาเอกยิ่งนักที่ไม่สามารถปกป้องบุตรสาวจากความอัปยศครั้งนี้ได้

แม้ว่าไท่ฮูหยินจะพยายามเปลี่ยนใจหรือใช้อำนาจเท่าใด ก็ไม่อาจข่มจางเยี่ยนที่หลงใหลหลี่ฮูหยินจนแทบไม่ลืมหูลืมตาเช่นนี้ได้

จางอวิ๋นซีอยู่ในสถานะที่แม้แต่มารดานางก็ไม่อาจปกป้องได้ หลายครั้งนักที่นางถูกย่ำยีศักดิ์ศรี หลายครั้งนักที่นางกับมารดาถูกกลั่นแกล้งครั้งแล้วครั้งเล่า หลายครั้งนักที่นางอยากกราบทูลต่อองค์ฮองเฮาแต่นางก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องด้วยมารดาเคยร้องขอเอาไว้ว่าไม่ต้องการให้บิดาเดือดร้อน คงเป็นเพราะความใจดีของมารดากระมังที่ทำให้อีกฝ่ายข่มเหงรังแกพวกนางเช่นนี้

จางอวิ๋นซีไม่มีทางเลือกนอกจากยอมคุกเข่าต่อหน้าจางเซียวหรูและคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นเพื่อขออภัยต่ออีกฝ่าย นางยอมทำเพื่อมิให้มารดาต้องเจ็บตัวอีกต่อไป หากวันใดที่นางลุกขึ้นมาสู้ได้นางจะสู้อย่างไม่คิดสิ่งใด!

แม้ว่าไท่ฮูหยินพยายามร้องขอให้บุตรชายหยุดการกระทำเช่นนี้ แต่จางเยี่ยนกลับนิ่งเฉยนัก

“เจ้าจะนิ่งเฉยต่อนางไม่ได้นะอาเยี่ยน! องค์ไทเฮาทรงมีพระเสาวนีย์ให้เชิญนางเข้าวัง!” ไท่ฮูหยินกล่าวเสียงดังพร้อมกับพระราชสาสน์ในมือ ซึ่งประทับตราพระราชลัญจกรขององค์ไทเฮาเอาไว้อย่างชัดเจน

“ไทเฮาทรงเชิญซีเอ๋อร์ไปร่วมงานฉลองวันพระราชสมภพของพระนาง ซึ่งจัดงานล่องเรือชมบงกช หากเจ้าทำร้ายซีเอ๋อร์ รู้หรือไม่ว่าไทเฮากับฮองเฮาจะจัดการพวกเจ้าสถานใด และอาจลามไปทั้งสกุล เจ้าอยากให้เป็นเช่นนั้นรึ?” ไท่ฮูหยินถามเสียงแข็ง

“ข้าได้ยินข่าวลือหนาหูนัก ว่าไทเฮาทรงหมายพระทัยจะจัดหาพระชายา

ให้กับท่านอ๋องแต่ละองค์ ข้าไปร่วมได้หรือไม่เจ้าคะท่านย่า” จางเซียวหรูถามขณะที่นัยน์ตาของนางลุกโตราวกับไข่ห่านด้วยความดีใจ งานวันพระราชสมภพของไทเฮานี้ เชื้อพระวงศ์ชั้นสูงมากมายจะถูกเชิญเข้ามาร่วมงาน หนึ่งในนั้นต้องมีหานไท่หยาง ซึ่งเป็นพระราชโอรสในฮองเฮาและว่าที่องค์รัชทายาทด้วยเป็นแน่

จางเซียวหรูนางคิดอย่างดีใจ นางอยากเข้าวังอย่างจางอวิ๋นซีบ้าง แค่เพราะจางอวิ๋นซีมีศักดิ์เป็นหลานสาวของฮองเฮา นางก็สามารถเข้าออกตำหนักฝ่ายในได้อย่างสบายใจ อีกทั้งยังเป็นนางรับใช้ที่ใกล้ชิดกับไทเฮา ทำให้ได้รับความโปรดปรานไม่น้อยเลย

หากนางสามารถใช้ความงามที่มี ทำให้องค์ชายรองอย่างหานไท่หยางหลงรักนางได้ ตำแหน่งพระชายารัชทายาทคงอยู่ไม่ไกลจากเอื้อมมือของนางแน่

“เจ้าคิดการอันใดกันลูกหญิง เห็นชัดๆ ว่าไทเฮาทรงต้องการให้น้องสาวของเจ้าไปเพียงเท่านั้น บุตรีฮูหยินรองอย่างเราจะได้เข้างานนี้ง่ายๆ หรือ?” เสียงของหลี่ฮูหยินแสร้งกล่าวด้วยความน้อยใจ จนจางเยี่ยนต้องกล่าวปลอบ

“อย่างไรเสียเจ้าเองก็เป็นฮูหยินของข้า ข้าต้องพาเจ้าไปด้วยอยู่แล้ว” จางเยี่ยนกล่าวกับหลี่ฮูหยินอย่างอ่อนโยน

หลี่ฮูหยินกับบุตรสาวยิ้มอย่างลำพองใจ

จางเซียวหรูกลับเรือนพร้อมกับมารดาด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ นางคิดกังวลมากมายเกี่ยวกับงานวันพระราชสมภพของไทเฮาที่กำลังจะจัดขึ้นในอีกสามวัน อีกทั้งในช่วงนี้เมืองหลวงมีข่าวลือหนาหูยิ่งนักเกี่ยวกับการคัดเลือกพระชายาให้กับอ๋องแต่ละองค์ ซึ่งเป็นองค์ชายที่ฮ่องเต้หานทรงอวยพระยศขึ้นทั้งหมด รวมถึงองค์ชายใหญ่ซึ่งเป็นโอรสพระสนมหยางเต๋อเฟยอีกด้วย

“ข้าไม่สบายใจเลยเจ้าค่ะท่านแม่ ไทเฮากับฮองเฮาทรงโปรดปรานจาง อวิ๋นซีมาก หากนางถูกมอบสมรสพระราชทานให้กับอ๋องไท่หยางแล้วนั้น หากอนาคตอ๋องไท่หยางถูกสถาปนาเป็นรัชทายาท นางก็จะเป็นฮองเฮาน่ะสิเจ้าคะ! ข้าไม่ยอมๆ นะท่านแม่!” จางเซียวหรูโวยวาย นางอิจฉาริษยาจางอวิ๋นซียิ่งนัก อีกฝ่ายมีมารดาเป็นฮูหยินเอก แม้จะไม่ได้รับความโปรดปรานจากบิดา แต่ไท่ฮูหยินผู้เป็นย่าก็ยังเข้าข้างนางเสมอ อีกทั้งมารดายังมีศักดิ์เป็นน้องสาวของฮองเฮาอีก จะไม่ให้นางอิจฉาริษยาอีกฝ่ายได้อย่างไร แม้นางจะเพียรพยายามมากเท่าใดก็ไม่อาจมีได้เท่าอีกฝ่าย

“เจ้ามีความสามารถมากถึงเพียงนี้ สมรสพระราชทานถูกตัดสินโดยฝ่าบาท ทรงต้องมองการณ์ไกลอย่างลูกแม่เป็นแน่” หลี่ฮูหยินลูบหัวบุตรสาวอย่างปลอบประโลม แต่ทว่าลึกๆ แล้วในใจของนางก็หวั่นไหวอยู่เช่นกัน

“เหนือกว่าฝ่าบาทก็คือไทเฮา ไทเฮาทรงคุมได้ทั้งราชสำนัก เราต้องหาทางไม่ให้นางเข้าร่วมงานเลี้ยงนะเจ้าคะท่านแม่ ไม่เช่นนั้นฝันของข้าจะพังทลายหมด” จางเซียวหรูกล่าว

“หึ! แม่รับรองว่าแม่ต้องหาทางจัดการนางแน่!”

ตกดึกกลางคืน

หลี่ฮูหยินลอบติดต่อกับคนจากสกุลหลี่ของตนเองอย่างลับๆ นางวางแผนการเอาไว้ ว่าอย่างไรจะต้องกำจัดจางอวิ๋นซีก่อนถึงวันงานฉลองพระราชสมภพของไทเฮาก่อนแน่ นางต้องทำเพื่อให้อนาคตของบุตรสาวนางมั่นคง อย่างน้อยหากจางเซียวหรูมิได้อภิเษกกับอ๋องไท่หยาง แต่หากนางได้อภิเษกกับองค์ชายใหญ่ ซึ่งเป็นโอรสของหยางเต๋อเฟย ตำแหน่งพระชายารัชทายาทคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมนัก

และศัตรูในอนาคตที่จะเป็นภัยต่อบุตรสาวของนางก็จะหมดไปด้วย

จางอวิ๋นซี...เจ้าไม่สมควรมาแย่งความสุขของลูกข้าไป!

“จัดการตามนี้ คืนนี้จัดการนางเสร็จเอาร่างนางมาที่...”

หลี่ฮูหยินกระซิบเสียงเบากับกลุ่มชายลึกลับ

เซียวเหม่ยฉีในร่างของจางอวิ๋นซีซึ่งนอนแน่นิ่งในเกี้ยว ถูกพามายังจวนสกุลจางในสภาพที่เปียกปอน เนื่องจากงานฉลองวันพระราชสมภพของไทเฮาถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้ว และจางอวิ๋นซีคือผู้ที่ไทเฮาทรงมีพระเสาวนีย์เชิญร่วมงานสำคัญในครั้งนี้ หากนางหายไปย่อมเป็นผลไม่ดีต่อสกุลจางอย่างแน่นอน แต่ทว่าจางเยี่ยนก็หาได้สนใจการหายไปของบุตรสาวนัก ร้อนถึงไท่ฮูหยินและจางฮูหยินที่แทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ จึงสั่งให้พ่อบ้านมู่และหรูหรงออกตามหานางพร้อมกับคนในจวนอีกสามสี่คน

แต่ทว่าไท่ฮูหยินก็ไม่คาดคิดว่าจะเจอสภาพของหลานสาวสุดที่รักในสภาพที่เปียกปอนเช่นนี้

พ่อบ้านมู่และคนในจวนช่วยกันพาร่างของจางอวิ๋นซีเข้าไปด้านใน สาวใช้คนสนิทของหลี่ฮูหยินจึงรีบมารายงาน สร้างความตกใจให้กับหลี่ฮูหยินและจางเซียวหรูยิ่งนักที่รู้ว่าอีกฝ่ายถูกตามหาร่างจนพบ

“ท่านแม่ เราจะทำยังไงดีเจ้าคะ หากนางจำได้ว่าพวกเราวางแผนฆ่านาง เราต้องแย่แน่ๆ ท่านแม่” จางเซียวหรูเขย่าแขนมารดาอย่างเป็นกังวล

หลี่ฮูหยินปลดมือบุตรสาวออกจากแขน

“เอาล่ะๆ ตอนนี้เราต้องทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไปก่อน แต่เจ้าวางใจเถิดคนพวกนั้นเป็นคนของเรา หากพวกมันถูกจับได้พวกมันยอมพลีชีพทันที”

จางเซียวหรูรู้สึกขัดใจยิ่ง นางมองมารดาเดินนำออกไปจากเรือนในเพลาค่ำคืนหลังจากฝนหยุดตกเช่นนี้

‘จางอวิ๋นซี เจ้าจะเป็นมารขัดขวางข้าไปถึงเมื่อใด!?’

จางเซียวหรูกำหมัดแน่น นางคิดแค้นอีกฝ่ายในใจยิ่งนัก เหตุใดนางจึงตายยากตายเย็นเยี่ยงนี้!

เซียวเหม่ยฉีตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างของจางอวิ๋นซีดังเดิม นางปรือตาขึ้นมาขจัดความง่วงและอาการปวดหัวออกไป ในหัวพยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่หญิงสาวผู้นั้นพาเธอมายังโลกแห่งนี้ โลกที่อยู่ห่างไกลจากความเจริญเกือบพันปี!

หญิงสาวเอามือกุมศีรษะของตนเองเอาไว้ ผลจากการตากฝนนานๆ ทำให้เธอเริ่มเป็นไข้และตัวร้อนรุมๆ นัก

“คุณหนู ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” เสียงใสของหญิงสาวที่รุ่นราวคราวเดียวกับเซียวเหม่ยฉีดังขึ้น เด็กสาวคนนั้นหันหน้ามาหาผู้ที่นอนอยู่บนเตียง ก่อนจะเอาผ้าที่ชุบน้ำค่อยๆ เช็ดตามลำตัวของอีกฝ่าย

“คุณหนู ท่านสลบไปหนึ่งวันเต็มๆ เลยนะเจ้าคะ เหตุใดท่านจึงไปอยู่ในที่รกร้างเช่นนั้นกัน อันตรายมากนะเจ้าคะดีที่ไท่ฮูหยินสั่งให้ข้าพวกข้าออกตามหาท่านที่บริเวณนั้น จึงได้เจอกับท่าน...” หรูหรงเอ่ยยืดยาว

“เดี๋ยวๆ นะ เธอเรียกฉันว่าคุณหนู?” เซียวเหม่ยฉีขมวดคิ้วถามอีกฝ่าย ตอนนี้หญิงสาวพอจำได้รางๆ เกี่ยวกับเจ้าของร่างนี้ที่ต้องการให้เธอมาแก้แค้นใครบางคน ใครบางคนที่ฆ่าเจ้าของร่างนี้...

หรูหรงพยักหน้าตอบ “เจ้าค่ะ ท่านคือคุณหนูบุตรสาวฮูหยินใหญ่ของจวนนี้”

นึกไม่ถึงแฮะ ว่าเจ้าของร่างที่ฉันอยู่จะมีพ่อแม่เป็นเศรษฐีรวยขนาดนี้...

เซียวเหม่ยฉียิ้มในใจกับความคิดของตนเอง

“แล้วเธอคือ...”

หรูหรงวางผ้าในมือลงกับอ่างน้ำอุ่นด้วยท่าทีตกใจ นางนั่งลงข้างๆ กับจาง อวิ๋นซีผู้เป็นนาย “คุณหนู ท่านความจำเสื่อมจนจำบ่าวไม่ได้หรือเจ้าคะ?”

เซียวเหม่ยฉีอยากจะเขกหัวสักร้อยทีนัก ทั้งๆ ที่เธอถูกพามาอยู่ในร่างนี้แล้วแท้ๆ แต่กลับจะก่อเรื่องวุ่นวายอีก

“เอ่อ คือว่า” เซียวเหม่ยฉีพยายามคิดหาข้อแก้ต่างในใจเพื่อไม่ให้สาวใช้ของจางอวิ๋นซีตกใจเอาได้

“ซีเอ๋อร์ของย่า เจ้าฟื้นแล้วหรือ?” ไท่ฮูหยินเดินเข้ามาหาผู้เป็นหลานสาวอย่างรวดเร็ว เซียวเหม่ยฉีทำตัวไม่ถูกนักเมื่อเจอกับเหตุการณ์แบบนี้

หญิงสาวอยู่ในสถานะน้ำท่วมปาก จะกล่าวอ้างสิ่งใดในเพลานี้ก็ไม่อาจทำได้ นางพยายามตั้งสติให้มั่นคงแล้วคิดถึงเหตุการณ์ทุกอย่างให้ถี่ถ้วน

“ซีเอ๋อร์” เสียงของจางฮูหยินดังมาจากหน้าห้อง นางเดินสาวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็วตรงเข้าสวมกอดจางอวิ๋นซีด้วยความคิดถึง

นานมากแล้วที่เซียวเหม่ยฉีไม่เคยสัมผัสถึงความรู้สึกอบอุ่นของมารดา เนื่องจากว่าเธอสูญเสียครอบครัวไปตั้งแต่ยังเด็ก จึงถูกญาติๆ ของเธอพาไปเลี้ยงดูจนกระทั่งได้ทำงานเป็นหมอในโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ซึ่งป่านนี้คุณย่าของเธอคงคิดถึงเธอเป็นแน่

เซียวเหม่ยฉีมองใบหน้าแต้มยิ้มของไท่ฮูหยินอีกครั้ง ใบหน้าของผู้เป็นย่าของนางก็ลอยทับมา ป่านนี้ท่านจะรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลานสาวคนนี้

เอาล่ะ...อยู่ในร่างของเธอก็ไม่ได้แย่กว่าที่คิดนะ ฉันจะเป็นจาง อวิ๋นซีเพื่อเธอก็แล้วกัน จางอวิ๋นซีคนใหม่...

ตอน 3

‘นับจากนี้ไป ฉันจะเป็นจางอวิ๋นซีคนใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิมแน่นอน’ เซียวเหม่ยฉียิ้มขณะคิดในใจ

หรูหรงกล่าวกับไท่ฮูหยินด้วยสีหน้าระคนตกใจกลัว

“ไท่ฮูหยิน ฮูหยินเอกเจ้าคะ คุณหนูจำไม่ได้แม้กระทั่งข้าน้อยเลยเจ้าค่ะ” หรูหรงกล่าวสีหน้าของนางรู้สึกหวาดกลัวระคนเสียใจ นางกลัวว่าคุณหนูของนางอาจจะได้รับผลกระทบจากพิษไข้จนเสียสติไปเลยก็ได้

“จริงหรือซีเอ๋อร์ แม่จะให้ท่านหมอมาตรวจอาการเจ้าดีหรือไม่?” จางฮูหยินถามอย่างร้อนใจ จางอวิ๋นซีจึงปัดมือกล่าวตอบ

“ไม่ๆ ไม่ต้องเจ้าค่ะท่านแม่ คือ...คือข้าสบายดี ไม่ได้เป็นอะไร” เนื่องจากเธอเคยดูหนังจีนกำลังภายในและหนังแนวย้อนยุคมาเยอะยามว่างจากการเข้าเวรที่โรงพยาบาล เธอจึงพอจำบุคลิกของตัวละครหญิงที่ทะลุมิติมาได้บ้างว่าควรต้องทำอย่างไร แต่เธอเองก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะมาเกิดขึ้นกับเธอ

“หลานแน่ใจนะซีเอ๋อร์ ย่าไม่สบายใจเลยนับตั้งแต่หลานหายตัวไป” ไท่ฮูหยินกล่าวกับนางด้วยสีหน้ากังวล จางอวิ๋นซีเม้มปากเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะสวมบทบาทเป็นจางอวิ๋นซีคนใหม่

จางอวิ๋นซีจับมือของไท่ฮูหยินกับฮูหยินเอก พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างให้กับ

ทั้งสองอย่างสดใส “ท่านแม่ ท่านย่า อย่าห่วงไปเลยนะเจ้าคะ ข้าสบายดี ปลอดภัยหายห่วงค่า”

ท่าทีที่แปลกไปของจางอวิ๋นซีทำให้ไท่ฮูหยินกับจางฮูหยินเริ่มกังวลหนักกว่าเดิม เนื่องจากอีกฝ่ายเป็นสตรีที่พูดน้อยคำ วาจาสงบเสงี่ยม กิริยาสำรวมนัก แต่ยามนี้จางอวิ๋นซีนั้นแปลกไปนับตั้งแต่หายตัวไปคราวนั้น นางก็ไม่เหมือนเดิมอีก

“ข้าว่าเราให้ท่านหมอมาตรวจคุณหนูอีกครั้งดีไหมเจ้าคะ” หรูหรงเสนอ ตอนนี้เจ้านายของนางแปลกไปจากเดิมมาก จากคุณหนูที่พูดน้อยแทบนับคำ กิริยาวาจาสำรวมอ่อนหวาน ใบหน้ามีแต่ความเศร้าหม่นปรากฏ แต่บัดนี้กลับเป็นราวคนละคน มีทั้งอารมณ์ดีและร่าเริง พูดเยอะกว่าเดิม อีกทั้งยังมีน้ำเสียงที่ประจบเอาใจมารดากับไท่ฮูหยินนัก หรูหรงอดคิดถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันแบบนี้ไม่ได้จริงๆ

“ฉันบอกว่าฉันไม่เป็นไรน่ะ” จางอวิ๋นซีคนใหม่ปฏิเสธพลางโบกมือไปมาเบาๆ

“แต่แม่ว่าให้หมอมาตรวจอาการเจ้าหน่อยก็ดีนะ แม่กับท่านย่าจะได้สบายใจ” จางฮูหยินมีสีหน้าและน้ำเสียงเป็นกังวลนัก

ก็ฉันนี่ล่ะที่เป็นหมอ...จางอวิ๋นซีคิด

“นั่นสิ ฟังแม่เจ้าหน่อยนะ ย่าจะได้สบายใจด้วย” ไท่ฮูหยินกล่าวเสริมอีกแรง จางอวิ๋นซีจึงยอมทำตาม จากนั้นจางฮูหยินจึงสั่งให้บ่าวของตนเองไปตามหมอประจำจวนมาตรวจดูอาการของจางอวิ๋นซีอีกครั้ง

หลี่ฮูหยินเดินทางมาเยี่ยมจางอวิ๋นซีที่เรือนพร้อมกับจางเซียวหรู พวกนางทั้งสองแม่ลูกยังคงแต่งกายงดงามชดช้อยมิได้สนใจสิ่งใด อีกทั้งใบหน้านั้นยังแสดงถึงความทะนงเย่อหยิ่งเช่นเดิม เมื่อพวกนางทั้งสองเดินเข้ามาถึงห้องนอนของจางอวิ๋นซี จากที่ควรดีใจที่อาการอีกฝ่ายดีขึ้น แต่กลับมีความตกใจเท่านั้น

หลี่ฮูหยินรีบเก็บซ่อนอารมณ์ทางสีหน้าอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับจาง

เซียวหรู

“เอ่อ ข้าได้ข่าวว่าน้องหญิงฟื้นแล้ว เลยชวนท่านแม่รองมาเยี่ยมนาง” จางเซียวหรูแสร้งกล่าวด้วยความห่วงใย จางอวิ๋นซีที่รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลของสองแม่ลูกผู้มาใหม่ นางกระซิบถามหรูหรง แต่ทว่าไท่ฮูหยินกลับได้ยินที่พวกนางสนทนากัน

“หรูหรง พวกนางเป็นใครหรือ?”

หรูหรงกระซิบบอก “พวกนางคือสองแม่ลูกที่อิจฉาและรังแกคุณหนูมาตลอดเจ้าค่ะ นางผู้นั้นคือฮูหยินรอง ส่วนอีกคนเป็นพี่สาวท่านเจ้าค่ะ นางชื่อจางเซียวหรู”

‘ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง ยัยสองคนนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับการตายของเธอก็ได้นะ จางอวิ๋นซี’ เซียวเหม่ยฉีคิดในใจ สายตาของนางจับจ้องที่สองแม่ลูกไม่วางตา

“น้องหญิง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” จางเซียวหรูเดินเข้ามาหา นางนั่งแทรกตรงกลางเข้ามา จับมือของจางอวิ๋นซีขึ้นมากุมอย่างถือวิสาสะ หรูหรงที่ยืนอยู่ตรงนั้นแทบสะอิดสะเอียนกับท่าทีเช่นนี้ที่แสดงออกมา ส่วนจางอวิ๋นซีเองก็จ้องอีกฝ่ายอย่างไม่วางใจนัก นางรู้สึกได้กลิ่นตุๆ จากจางเซียวหรูผู้นี้เหลือเกิน

จางอวิ๋นซีชักมือกลับอย่างรวดเร็ว นางกล่าวอย่างสุภาพกับผู้มาเยือนใหม่

“ข้าเจ็บป่วยเช่นนี้ ลำบากพี่หญิงกับฮูหยินรองมาเยี่ยมแล้ว” หญิงสาวกรีดยิ้มอ่อนหวานอย่างไม่จริงใจนักให้อีกฝ่าย ซึ่งเป็นพี่สาวต่างมารดา

“ข้านึกว่าท่านจะดีใจที่คุณหนูหายไปเสียอีก” บ่าวรับใช้ของไท่ฮูหยินกล่าวขึ้นมาอย่างรังเกียจ จางเซียวหรูนั้นเป็นที่รู้นิสัยกันดีว่าเป็นเช่นไร แต่ทว่าจางเยี่ยนนั้นก็ยังปักใจรักแต่บุตรีกับภรรยารองผู้นี้จนลืมเลือนความถูกผิดไป อีกทั้งสองแม่ลูกผู้นี้ยังมีพฤติกรรมน่าระอายิ่งนัก

“แต่ก็ดีแล้วล่ะที่เจ้าหายดี แม่รองมาเยี่ยมเจ้าก็เกรงว่าเจ้าจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้เสียอีก” น้ำเสียงของฮูหยินรองนั้น จางอวิ๋นซีจับได้ว่าเป็นการประชดประชันในความผิดหวังของพวกนาง แค่มองตาก็พอรู้ว่าจาง อวิ๋นซีต้องเจอกับอะไรมาบ้าง

ไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดีเถอะนะจางอวิ๋นซี อย่าได้เกิดมาเจอคนพรรค์นี้อีกเลย ฉันจะแก้แค้นแทนเธอเอง ฉันสัญญา...

“เก็บความห่วงใยของท่านแม่รองไปเถิดเจ้าค่ะ ความห่วงใยที่มาจากความเสแสร้ง ข้าไม่อยากรับ” จางอวิ๋นซีประกาศออกไปตรงๆ เซียวเหม่ยฉีต้องการให้พวกนางทั้งสองแม่ลูกนั้นรับรู้ว่า จางอวิ๋นซีคนนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นคนใหม่ที่มาพร้อมกับความแค้นของคนเดิม และนับจากนี้ถ้าหากพวกนั้นกล้าหาเรื่องกลั่นแกล้งเธอ เธอสาบานได้เลยว่าจะเอาคืนให้สาสมกับบาปกรรมที่ก่อ บาปกรรมที่มีส่วนให้สตรีผู้

หนึ่งต้องตายอย่างน่าสงสาร!

หลี่ฮูหยินกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่งเมื่อจางอวิ๋นซีตอบกลับมาเช่นนี้ ไท่ฮูหยินกับจางฮูหยินเองก็นิ่งไปอึกหนึ่งเช่นกัน แต่จากนั้นทั้งสองก็มิได้กล่าวสิ่งใดออกมาอีกเลย

หมอที่บ่าวรับใช้ของจางฮูหยินไปตามมาเดินทางมาถึงแล้ว จางอวิ๋นซีมองหมอเฒ่าผู้มากประสบการณ์ กำลังเปิดกล่องเครื่องมือ เผยให้เห็นเข็มมากมายขนาดความยาวต่างกันวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ตามหลักการแพทย์แผนจีนสมัยโบราณแล้ว การฝังเข็มเป็นการรักษาที่ดีและได้ประสิทธิภาพมากที่สุด และเป็นที่ยอมรับในการรักษาจากแพทย์แผนตะวันตกอีกด้วย

หมอเฒ่าผู้นั้นกำลังจะจับข้อมือของจางอวิ๋นซีตรวจชีพจร แต่นางชักมือกลับเสียก่อน

“ท่านใส่ถุงมือก่อนตรวจสิ” หมอผู้มาตรวจอาการงุนงงกับคำกล่าวของจางอวิ๋นซี สีหน้างงงวยปรากฏชัดเจน

“แม่นางหมายถึงสิ่งใดขอรับ” หมอผู้มาตรวจถาม

จางอวิ๋นซีขมวดคิ้ว นางไม่คาดคิดว่าการแพทย์ในยุคโบราณแบบนี้จะไม่รู้จักถุงมือตรวจโรค

“ถุงมือตรวจโรคไง ท่านไม่รู้จักรึ?” จางอวิ๋นซีถามขณะที่นางกำลังนั่งรอตรวจชีพจรอยู่บนเตียง หมอเฒ่าหันมากล่าวกับไท่ฮูหยินและจางฮูหยิน

“เอ่อ ตอนนางฟื้นมานางก็เป็นเช่นนี้แล้วหรือขอรับ”

จางฮูหยินและไท่ฮูหยินพยักหน้าน้อยๆ เชิงตอบ หมอเฒ่ามีสี

หน้าลำบากใจชัดเจน

“จะตรวจหรือไม่ตรวจ ถ้าไม่ตรวจฉันจะนอนแล้วนะ เหนื่อยมาก” จางอวิ๋นซีถามหมอเฒ่าเสียงแข็ง

“คุณหนูเจ้าคะ...” หรูหรงกระซิบเบาๆ “ฉันอะไรหรือเจ้าคะ”

จางอวิ๋นซีเอามืออุบปากอย่างลืมตัว ตอนนี้เธออยู่ในร่างของจางอวิ๋นซี ไม่ใช่เซียวเหม่ยฉีหมอมือฉมังจากโรงพยาบาลเอกชนอีกแล้ว ตอนนี้เธอควรทำตัวให้กลมกลืนกับโลกในยุคนี้ และเป็นจางอวิ๋นซีคนใหม่ดั่งที่ตั้งใจเอาไว้

“ข้าว่าท่านควรให้หมอหลวงมาตรวจนางเพิ่มเติม บางทีศีรษะของนางอาจได้รับการกระทบกระเทือนขอรับ” หมอเฒ่าบอกกับฮูหยินเอกและไท่ฮูหยิน จางฮูหยินเดินเข้ามาจับมือบุตรสาวคาดคั้นถาม

“ซีเอ๋อร์ ก่อนหน้านี้เจ้าเจอกับอะไรมาบ้าง เจ้าบอกแม่มา” จางฮูหยินคาดคั้น

จางอวิ๋นซีหันมากล่าวกับหมอเฒ่า

“ท่านหมอเฒ่า การกระทบกระเทือนทางศีรษะที่ท่านกล่าวถึงน่ะจะต้องมีอาการเบื้องต้นคือศีรษะฟกช้ำและข้าก็จะอยากอาเจียนตลอดเวลา แต่นี่ข้าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาเพราะตากน้ำฝน นอกนั้นข้าปกติหมด”

บ่าวรับใช้ของไท่ฮูหยินกระซิบกับฮูหยินอาวุโส

“ไท่ฮูหยิน ข้าว่าท่านควรแจ้งเรื่องนี้แก่ไทเฮาและฮองเฮานะเจ้าคะ ทั้งสองพระองค์จะได้ส่งหมอหลวงมาตรวจ”

“ช่างเถิด วันพรุ่งนี้จะถึงวันพระราชสมภพของไทเฮาแล้ว ข้าไม่อยากให้อาการป่วยของหลานข้าแพร่งพรายออกไป แล้วถ้าหากบ่าวไพร่คนใดแพร่งพรายออกไปเจ้ามารายงานข้าทันที” ไท่ฮูหยินสั่งกับบ่าวคนสนิท

“หรูหรง เจ้าไปส่งท่านหมอที” จางฮูหยินหันมาสั่งกับหรูหรง ซึ่งนางช่วยหมอเฒ่าเก็บอุปกรณ์และเดินออกไปส่งถึงหน้าจวน

เมื่อพ้นร่างของหมอเฒ่าไปแล้ว จางฮูหยินกล่าวกับบุตรสาวด้วยแววตา

เป็นห่วง นางเอามือลูบปอยผมที่หล่นปรกหน้าของบุตรสาวอย่างอ่อนโยน

“ซีเอ๋อร์ เจ้าแน่ใจนะว่าเจ้าไม่ได้เจ็บป่วยตรงไหน”

จางอวิ๋นซีกุมมือมารดาพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนหวาน

“ข้าสบายดีเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าดูแลตัวเองได้”

และข้าคือจางอวิ๋นซีคนใหม่ ที่จะไม่ยอมให้ใครมากดหัวอีก!

ตั้งแต่ยามเช้าจนถึงยามสาย จางอวิ๋นซีต้องการออกไปเยี่ยมชมบ้านเมืองยุคโบราณ นางเคยอ่านนิยายแนวย้อนยุคมากมาย แต่ทว่าวันนี้นางกลับไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันเหนือจินตนาการนี้จะเกิดขึ้นกับตัวนางเอง

แม้ว่าหรูหรงจะพยายามห้ามเนื่องจากนางเพิ่งพักฟื้นร่างกาย แต่จางอวิ๋นซีนั้นไม่ยอมฟัง นางยังคงดื้อรั้นจะออกไปเที่ยวข้างนอกให้ได้ แต่นางยังไม่ลืมถามถึงบิดาของจางอวิ๋นซีคนเก่าจากหรูหรง

“แล้วท่านพ่อเล่า ตั้งแต่ข้าฟื้นมาข้ายังไม่เห็นท่านพ่อมาเยี่ยมข้าเลย” จางอวิ๋นซีถามขณะที่หรูหรงกำลังช่วยนางแต่งตัวด้วยชุดฮั่นฝูและประดับผมด้วยปิ่นหยกอันงดงาม ซึ่งปิ่นหยกนี้เป็นของพระราชทานจากไทเฮาให้นางสวมใส่ไปร่วมงานวันพรุ่งนี้

“นายท่านไปประชุมที่วังหลวงเจ้าค่ะ เห็นว่าวันนี้โอรสของฮ่องเต้จะเสด็จกลับมาจากต่างแคว้น รวมถึงท่านอ๋องไท่หยางที่ฮองเฮาหมายตาให้ท่านด้วยนะเจ้าคะ” หรูหรงตอบ

จางอวิ๋นซีตั้งใจฟัง ก่อนที่เซียวเหม่ยฉีจะถูกดูดเข้ามาอยู่ในร่างของจางอวิ๋นซี เธอต้องการรู้ยิ่งนักว่าก่อนที่จางอวิ๋นซีตายอีกฝ่ายโดนทรมานหรือโดนใครทำร้ายหรือไม่ นางจึงถามหรูหรง

“หรูหรง ก่อนที่ข้าจะความจำเสื่อม มีใครมาทำร้ายหรือมีเรื่องกับข้าก่อนหรือไม่ หรือก่อนหน้านั้นเคยมีใครกลั่นแกล้งข้าหรือไม่” จางอวิ๋นซีถาม

หรูหรงรีบตอบทันที “มีเจ้าค่ะ ก็พี่สาวและแม่รองของคุณหนูนั่นล่ะ ก่อนที่คุณหนูจะหายตัวไป พวกนางหาเรื่องใส่ร้ายคุณหนูว่าขโมยผ้าไหมพระราชทานจากหยางเต๋อเฟยไป เพราะพวกนางอิจฉาที่คุณหนูของบ่าวน่ะ เป็นหลานสาวฮองเฮา เป็นนางรับใช้ของไทเฮา คุณหนูของบ่าวได้รับการอบรมสั่งสอนจากในวังตั้งแต่ยังเล็กๆ พวกนางเลยอิจฉาเจ้าค่ะ”

จางอวิ๋นซีคิดตามแล้วถามต่อ “แล้วก่อนหน้านี้ข้าเจออะไรจากสองแม่ลูกนี้บ้าง...ฉันจะคิดบัญชีทีเดียว” ประโยคหลังจางอวิ๋นซีคิดในใจ

“พวกนางน่ะอิจฉาที่คุณหนูของบ่าวเป็นที่ชอบพอของท่านอ๋องใหญ่โอรสของหยางเต๋อเฟยเจ้าค่ะ ส่วนฮองเฮากับไทเฮาก็หมายตาให้คุณหนูเป็นพระชายารัชทายาท พวกนางยิ่งทวีความอิจฉามากขึ้นไปอีก”

แม้แต่ยุคนี้เรื่องอิจฉาริษยาแย่งผู้ชายกันก็ยังมี ยิ่งกว่าละครอีก จางอวิ๋นซีคิด

จางอวิ๋นซีคิดอะไรสนุกๆ ได้ นางหยิบกำไลหยกที่ฮองเฮาทรงพระราชทานให้ขึ้นมาสวมใส่ รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก

ได้เวลาสั่งสอนคนแล้วสินะ

“ปกติพี่หญิงใหญ่นางมักจะไปที่ใดของจวน” จางอวิ๋นซีถามหรูหรง

“ปกตินางจะไปคอยต้อนรับนายท่านที่เรือนใหญ่เจ้าค่ะ คุณหนูมีอันใดหรือเจ้าคะ” หรูหรงถามด้วยความสนใจ

“ไปสั่งสอนคนกัน” จางอวิ๋นซียกยิ้มที่มุมปากอย่างมีแผนการ นางลุกขึ้นเดินไปที่เรือนใหญ่ ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาเดียวกับที่จางเยี่ยนเดินทางกลับจากวังหลวงพอดี อะไรจะเหมาะเจาะขนาดนี้นะ

ทุกคนมารวมตัวต้อนรับการกลับเรือนของประมุขสกุลจาง จางเยี่ยนแม้จะทราบว่าบุตรสาวป่วยและพูดจาเลอะเลือนราวกับคนไร้สติ หลี่ฮูหยินแสดงท่าทีห่วงใยอย่างชัดเจน เพื่อหวังจะกลบเกลื่อนร่องรอยการกระทำของนางกับบุตรสาว

“ข้าเองก็ไปเยี่ยมนาง แต่นึกไม่ถึงว่านางจะไล่ข้ากับหรูเอ๋อร์ออกมาเจ้าค่ะท่านพี่” หลี่ฮูหยินแสร้งตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ

“ลูกคนนี้หนิ ปกติก็อ่อนแอจนเป็นนิสัย แต่คิดไม่ถึงว่าจะร้ายกาจกล่าววาจาไร้น้ำใจต่อเจ้าและพี่สาวได้ถึงขนาดนี้” จางเยี่ยนถอนหายใจด้วยความระอา

“ใครไล่ใครกันหรือเจ้าคะท่านพ่อ” จางอวิ๋นซีเดินเข้ามาขณะประคองไท่ฮูหยินจางและมารดา แววตาของนางเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ใช่จางอวิ๋นซีคนเดิมที่ใครจะมารังแกได้อีกต่อไป ต่อไปนี้ใครที่เคยทำ

ร้ายจางอวิ๋นซีและมารดาถึงคราวต้องชดใช้แล้ว

“นางมาแล้วเจ้าค่ะท่านพี่ ดูสิเจ้าคะ สายตานางราวกับจะสังหารพวกเราสองแม่ลูก” หลี่ฮูหยินไม่เคยหวาดกลัวสิ่งใดเท่าสายตาของจาง อวิ๋นซีมาก่อน นางกับจางเซียวหรูเดินมาหลบหลังของจางเยี่ยนพร้อมกับสีหน้าน่าสงสาร

“เจ้านี่นะ หายไปทั้งวันทั้งคืนให้ทุกคนวุ่นวาย พอแม่เล็กของเจ้าไปเยี่ยมเจ้ากลับพูดจาทำร้ายจิตใจนาง มารดาของเจ้าไม่อบรมสั่งสอนมาดีหรืออย่างไร!” จางเยี่ยนตวาดใส่บุตรสาวอย่างไม่พอใจ

จางฮูหยินกล่าว นางประสานมือขออภัยต่อสามีเพื่อบรรเทาโทษ

บุตรสาว แต่ทว่าจางอวิ๋นซีกลับดึงแขนของมารดาเบาๆ แล้วเดินเข้าไปยืนตรงหน้าจางเยี่ยนอย่างไม่เกรงกลัว

แววตาแข็งกร้าวของจางอวิ๋นซีทำให้จางเยี่ยนกับฮูหยินรองชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง

“จะตบข้าหรือเจ้าคะ หรือจะให้ข้าคุกเข่าโขกศีรษะดีล่ะ” นางยิ้มท้าทาย แววตาและใบหน้าไร้ซึ่งความเกรงกลัว

“แม่ใหญ่ ท่านหัดสั่งสอนนางบ้างสิเจ้าคะ มิใช่ให้นางมาทำตนข่มบิดากับแม่รองเช่นนี้” จางเซียวหรูกล่าว ใบหน้าของนางสั่นเทาเล็กน้อยเนื่องจากแววตาของจางอวิ๋นซีนั้นเปลี่ยนไปมาก

จางอวิ๋นซีเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าจางเซียวหรูผู้เป็นพี่สาว นางลูบข้อมือของตนเองเผยให้เห็นกำไลหยกพระราชทานจากฮองเฮาและปิ่นหยกพระราชทานจากไทเฮา นางจงใจเผยให้จางเซียวหรูเห็นของล้ำค่าสองสิ่งอย่างชัดเจน ซึ่งได้ผลอีกฝ่ายมองนางด้วยสายตาริษยา

“ท่านแม่สอนข้ามาดีเจ้าค่ะ แต่ก็สงสัยเช่นกัน แม่รองสอนพี่หญิงใหญ่มาดี แต่เหตุใดถึงได้ทำตนเยี่ยงนางร้ายตลาดล่างเช่นนี้!” จางอวิ๋นซีกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มร้ายกาจ คนสมัยโบราณแบบนี้ไม่มีทางรู้จักคำว่าตลาดล่างหรอก

“เจ้า!” จางเซียวหรูกัดฟันกล่าว

จางเยี่ยนตวาดใส่บุตรสาวคนรอง “เจ้า เหตุใดมารดาเจ้าจึงสั่งสอนให้มีกิริยาต่ำเช่นนี้!”

จางฮูหยินปรามบุตรสาว “ซีเอ๋อร์ ขออภัยต่อท่านพ่อเจ้าเถิด”

“ไม่เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าไม่ใช่คนเดิมที่จะยอมอ่อนให้คนพวกนี้ คนพวกนี้เคยทำร้ายเราเอาไว้อย่างไร เหตุใดข้าต้องอดทนอีก” จางอวิ๋นซีสะบัดมือออกจากมารดา

ส่วนจางเยี่ยนนั้นหากไม่เห็นว่านางคือคนโปรดของไทเฮาเขาคงตบสั่งสอนนางไปแล้ว เนื่องด้วยงานวันพระราชสมภพของไทเฮาพระนางทรงเชิญจางอวิ๋นซีอย่างตั้งใจ หากนางมีบาดแผลที่ใบหน้าไทเฮาอาจสืบทราบและเขาจะเดือดร้อนได้

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” จางอวิ๋นซีย่อกายคำนับก่อนจะเดินออกจากเรือนใหญ่ไปด้วยรอยยิ้มสะใจ รวมถึงไท่ฮูหยินและบ่าวรับใช้ที่ลอบยิ้มสะใจตามๆ กัน

จางเซียวหรูเดินตามจางอวิ๋นซีออกไปพร้อมกับสาวใช้คนสนิทของนาง นางไม่ยอมเด็ดขาดที่จะให้จางอวิ๋นซีมาข่มนางได้

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” จางเซียวหรูตะโกนเสียงแหลมตามหลังจางอวิ๋นซี หลังจากที่พวกนางทั้งสองเดินออกมาห่างจากเรือนใหญ่พอสมควร จางอวิ๋นซีหยุดเดินพร้อมกับรอยยิ้มร้ายกาจหันไปเผชิญหน้ากับพี่สาวต่างมารดา

หรูหรงได้ทีรีบฟ้อง “นางชอบรังแกท่านบ่อยๆ เจ้าค่ะคุณหนู”

จางเซียวหรูเดินเข้ามา นางมองปิ่นพระราชทานจากไทเฮาด้วยความริษยา

“เจ้าได้ปิ่นนี้มาได้อย่างไร? ไทเฮาทรงพระราชทานให้เจ้ารึ?” จางเซียวหรูถามด้วยความริษยา

จางอวิ๋นซีตอบกลับอย่างนุ่มนวลพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนว่า “ผู้มีวาสนามักจะได้ของที่คู่ควร”

จางเซียวหรูยืนโกรธตัวสั่นเทิ้ม นางมองจางอวิ๋นซีที่เดินจากไปอย่างเจ็บใจ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED