ตอนที่1
เริ่มต้นชีวิตใหม่
"เรื่องของเรา ขอให้มันจบลงแค่นี้นะคะ คุณตาม"
หญิงสาวร่างเล็ก ได้ยืนร่ำลาทั้งที่ในห้องไม่มีใคร แววตาของเธอปนเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ภายในห้องที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยความทรงจำที่ทุกข์และสุข เธอได้มองไปรอบๆห้องอย่างใจหาย ก่อนจะวางมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดลงบนโต๊ะข้างๆเตียงนอน นิ้วเรียวปาดไปที่แก้ม ที่เปื้อนไปด้วยน้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุด ก่อนจะหันหลังเดินออกมา ด้วยหัวใจที่บอบช้ำ
เธอกำเงินที่มีอยู่พันกว่าบาทและเดินออกมาจากบ้านหลังใหญ่ที่เธออาศัยอยู่ตั้งแต่เด็ก นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ออกจากบ้านหลังนี้โดยที่ไม่มีคนอื่นคอยตามเธอและสั่งเธอให้ซื้อของนั่นนี่ เธอไม่เคยได้ไปไหนคนเดียว ทุกครั้งที่เธอจะไปไหน ต้องมีคนอื่นไปด้วย เพราะเธอนั้น เปรียบเสมือนทาสที่ต้องอยู่เพื่อชดใช้หนี้
เธอหันหลังมองประตูรั้วและคิดว่าเธอคงไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก ในตอนนี้ถึงเธอจะเสียใจ แต่อีกใจนึง เธอกลับดีใจที่ตัวเธอนั้นได้เป็นอิสละ เธอนั่งยิ้มบนรถทัวร์ในขณะที่ที่มองวิวไปเรื่อยๆ จนมาถึงจุดหมาย หญิงสาวแต่งตัวบ้านๆได้เดินลงจากรถทัวร์และมองไปรอบๆด้วยความกลัวปนความตื่นเต้น ในตอนนี้เธอไม่มีมือถือที่จะติดต่อกับเพื่อนที่เธอนัดไว้ เธอพยายามมองหาตู้โทรศัพท์ แต่นี่มันสมัยไหนแล้ว เธอมานั่งลงบนเก้าอี้และมองไปยังผู้คนรอบๆ เพื่อหวังว่าจะเจอกับคนที่เธอนัดไว้
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ท้องเริ่มร้องด้วยความหิว หญิงสาวเปิดดูกระเป๋าเงินของตัวเองที่ในตอนนี้เหลืออยู่ไม่กี่ร้อยบาท เธอใช้เงินไปกับการเดินทางมาที่นี่ และตอนนี้เธอเริ่มกังวลว่าเพื่อนเธอจะทิ้งเธอ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น เธอคงตายแน่ๆ เธอนั้นตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ เพื่อนคนนี้คือที่พึ่งเดียวที่เธอมีอยู่
"มะลิ" ในขณะที่ที่จิตใจเริ่มกะวนกะวาย ก็มีคนเรียกชื่อเธอ เสียงที่เธอรอคอย
หญิงสาวเงยหน้ามองที่ต้นเสียงทั้งๆที่น้ำตาคลอเบ้าด้วยความกลัว
"ใยไหม" เสียงได้ลอดออกจากลำคอที่พยายามจะกลั้นเอาไว้ น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ได้ไหลลงมาอาบแก้มที่ไร้เครื่องสำอาง
"ขอโทษทีมะลิ" ไยไหมรีบโผกอดเพื่อนด้วยความรู้สึกผิด ที่เธอมาสายจนทำให้เพื่อนขวัญเสีย
"ฉันนึกว่าแกจะทิ้งฉันไปอีกคนแล้ว" หญิงสาวที่ร้องไห้ได้โผเข้ากอดกลับอีกฝ่าย
ทั้งสองปลอบใจกันอยู่สักพัก จนมะลิหันไปเห็นชายหนุ่มที่ยืนมองทั้งสองอยู่ เธอรีบเช็ดน้ำตาอย่างร้อนรน
"พี่กล้า อย่ามองแบบนั้นสิ มะลิเค้ากลัวหมด"
"รีบไปขึ้นรถกันเถอะ เดี่ยวจะมืดไปกว่านี้" ชายหนุ่มพูดพร้อมก้มไปหยิบกระเป๋าเก่าๆที่วางอยู่ข้างๆ
"ไม่เป็นไรค่ะพี่กล้า มะลิถือเองดีกว่า" มะลิรีบคว้ากระเป๋ามาถือไว้ด้วยความเกรงใจ
"ไม่เป็นไร เดี่ยวพี่ช่วย มะลิมีกระเป๋าใบเดียวหรอ" ชายหนุ่มยิ้มและถามกลับอย่างสุขุม
"ค่ะ "
......................................................
(ในรถ)
"ขอโทษทีนะมะลิ ที่พี่กับไยไหมมารับช้า " กล้าพูดและมองมะลิด้วยแววตาที่อ่อนโยน มะลิได้ยิ้มตอบโดยที่ไม่ได้ถามอะไรต่อ สำหรับเธอนั้น แค่พวกเขามารับตามนัดหมาย ก็ดีใจมากแล้ว
"แหมพี่กล้าพูดเพราะจังเลยนะ" ไยไหมอดแซวเพื่อนชายไม่ได้ที่มักจะพูดเพราะและอ่อนโยนกับมะลิเสมอ ทั้งสามเป็นเพื่อนกันตอนเรียนม.ปลาย โดยที่กล้ากับไยไหมนั้นบ้านไกล้กันและทั้งสองบ้านยังร่วมกันทำไร่และรีสร์อท ทั้งสองเลยสนิทกันและมักจะเทลาะกันอยู่เสมอ
"พี่ก็เป็นแบบนี้เป็นปรกติอยู่แล้ว "
ไยไหมได้แต่ทำหน้าล้อเลียนอีกฝ่าย จนชายหนุ่มนั้นส่ายหน้าหนี
"ว่าแต่ทำไมคนบ้านนั้นถึงปล่อยให้มะลิเป็นอิสละล่ะ " กล้าได้ถามขึ้น ไยไหมที่ได้ยินก็รีบตบไปที่ไหล่ของกล้าที่ถามอะไรแบบนี้
"คือ คุณหญิงบอกว่ามะลิชดใช้หนี้หมดแล้วค่ะ"
"ออ แบบนี้เอง คุณหญิงนี่ บทจะปล่อย ก็ปล่อยง่ายดีนะ"
"มะลิไม่มีใคร ไม่รู้จักใคร เลยลองโทรหาเบอร์ที่ไยไหมเคยให้ไว้ โชคดีที่ไยไหมยังใช้อยู่" มะลิพูดด้วยแววตาที่เศร้า ไยไหมได้แต่จับมือเพื่อนเพื่อให้กำลังใจ
"ไม่เป็นไร มะลิมาอยู่กับเราที่นี่ มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ มาช่วยเราทำรีสร์อท มะลิเรียนเก่ง เราเชื่อว่ามะลิทำได้"
"จริงหรอ ไยไหมจะให้เราอยู่ที่นี่จริงหรอ"
"อือ "
"ขอบใจนะ มะลิสัญญา มะลิจะตั้งใจทำงาน จะไม่ทำตัวให้เป็นภาระของไยไหมเลย"
มะลิขอบคุณไยไหมด้วยสีหน้าแววตาที่มีความสุข กล้าได้แต่มองมะลิจนเผลอยิ้มออกมา สายตาที่กล้ามองมะลินั้น มันไม่ใช่สายตาที่มองเพื่อน
...........,,,(สองเดือนผ่านไป)...................
มะลิได้มาทำงานที่รีสร์อท จากหญิงสาววัยรุ่นที่มีความโศกเศร้าจนส่งผ่านออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่เคยยิ้มแย้ม ในตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสุขหน้าตาที่ยิ้มแย้ม จากคนที่ไม่เคยมีความมั่นใจ ในตอนนี้กลับกลายเป็นหัวหน้าที่คอยดูแลลูกน้องและโชว์ศักยภาพของตัวเองได้เต็มที่ จนทำให้รีสร์อทและสวนของครอบครัวกล้าและไยไหมไปได้ดีอย่างรวดเร็ว ทั้งสามร่วมด้วยช่วยกันทำงานด้วยกันอย่างเป็นระบบ จนทำให้เริ่มมีชื่อเสียง ทุกอย่างนั้นไปได้ดีอย่างก้าวกระโดด กล้ากับไยไหมมักจะพามะลิไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา เพราะมะลินั้นบ้างานเป็นที่สุด กล้าเริ่มลุกจีบมะลิอย่างชัดเจนขึ้น แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้ตัวเลย
"หัดดื่มบ้างสิมะลิ" ไยไหมได้ส่งซิกไปยังแก้วที่วางอยู่ตรงหน้ามะลิ
"ไม่เอา ขมจะตาย" มะลิตอบกลับด้วยความซื่อ ถึงเธอจะเป็นหญิงเก่ง แต่เรื่องของมึนเมานั้นเธอเข้าไม่ถึงจริงๆ
"พีกล้าไปไหนของเค้านะ "
"ทำไม คิดถึงหรอ" มะลิที่มองออกว่าเพื่อนสนิทของตนนั้นแอบมีใจให้กลับกล้า ถึงจะทำท่าทีรำคาญและชอบชวนเทลาะ แต่เธอนั้นรู้ใจเพื่อนตัวเองดี
"บ้าหรอ" ไยไหมรีบยกเหล้าขึ้นก่อนจะกระดกจนหมดแก้วแก้เขิน
.......................……............................
"ต้องเป็นพี่กล้าที่มารับและคอยพาเราสองคนกลับ ขอบคุณนะคะ" มะลิได้ขอบคุณพี่กล้าพี่ชายที่เธอนั้นเคารพ กล้าแบกไยไหมขึ้นหลังระหว่างเดินเข้าบ้าน เพราะทั้งสามแอบไปเที่ยวจนดึก เลยไม่กล้าที่จะขับรถเข้ามาในบ้าน กล้าเลยไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากแบกคนเมาเข้าบ้านให้ได้เงียบที่สุด แต่ถึงอย่างนั้น กล้ากลับดีใจ ที่ระหว่างทางเดินเขาได้คุยกับมะลิหญิงสาวที่เขาแอบรักและพยายามพิชิตใจเธออยู่ถึงแม้เหมือนเธอนั้นจะมีกำแพงปิดกั้น แต่เขานั้นก็จะพยายาม
"ไม่เป็นไร พี่เต็มใจ พี่ชอบเวลาที่ได้อยู่กับมะลินะ"
"พี่กล้า" มะลิที่ได้ยินแบบนั้น เธอรู้ความหมายของเขาดี แต่ในตอนนี้ เธอยังไม่พร้อม
"ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น พี่แค่อยากให้เรารู้ไว้ "
"แต่มะลิ เคารพพี่กล้าเหมือนพี่ชายคนนึง ไม่ได้..."
"อย่าพึ่งรีบปฏิเสธพี่สิ ให้เวลาพี่หน่อย ให้พี่กับมะลิเราได้รู้จักกันมากขึ้น ถึงตอนนั้นค่อยปฏิเสธพี่ก็ไม่สาย"
มะลิไม่ได้ตอบกลับอะไร เธอนั้นไม่กล้าเปิดใจให้ใครในตอนนี้ เพราะความรักครั้งเก่า มันยังคงฝังใจเธออยู่
......................................................
(เช้าวันถัดมา)
มะลิตื่นแต่เช้าเหมือนทุกๆวัน ถึงแม้เธอนั้นจะไปเที่ยวจนดึกหรือทำงานจนดึกแค่ไหน แต่เธอมักจะตื่นเช้าและเข้างานก่อนคนงานอยู่เสมอ สำหรับคนอื่นอาจจะดูว่าเธอนั้นหักโหม แต่สำหรับเธอนั้นมันเป็นเรื่องปรกติ ก่อนที่เธอจะมาที่นี่ เธอทำงานเป็นคนใช้ เธอจะต้องตื่นไปตลาดตั้งแต่ตีสาม บางทีกว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปสี่ห้าทุ่ม เพราะคุณหญิงมักจะแกล้งใช้เธอทำงานจนดึกอยูเป็นประจำ
"เข้าไร่แต่เช้าเลยนะ" ไยไหมที่ยังมีสีหน้าเมาค้างได้ทักทายเพื่อนสาวในขณะที่ตัวเองยังหาวอยู่
"วันนี้เราต้องไปดูรีสร์อทพี่กล้าด้วย เลยต้องรีบเครียงาน แล้วสั่งงานคนงานไว้ "
"แกไปคนเดียวได้ไหม ขอฉันงีบอีกนิด"
"เดี่ยวพ่อกับแม่แกจับได้ แกจะโดนทำโทษให้ไปเก็บขี้วัวขี้ม้าในไร่เอานะ"
"มะลิ!!!!!!!"
ระหว่างที่พูดแซวเพื่อสาว มะลิได้วูบจนเป็นลมไป ไยไหมเลยต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล
มะลิได้ลืมตาขึ้นก่อนมองไปรอบๆที่เต็มไปด้วยเตียง เธอรู้และเข้าใจได้ทันทีว่าตอนนี้เธออยู่ที่โรงพยาบาล
"สงสัยนอนน้อย" มะลิได้บ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะพยายามลุกขึ้นจากเตียง พยาบาลเลยรีบวิ่งเข้ามาประคองอย่างร้อนรน
"อย่าพึ่งขยับค่ะคนไข้ นอนพักก่อนนะคะ เดี่ยวพยาบาลไปตามญาติให้"
"ค่ะ" มะลิได้แต่ตอบตกลงไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
ผ่านไปไม่ถึงนาที ไยไหมได้เดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดูไม่ดีเท่าไหร่
"มะลิแกเป็นไงบ้าง"
"ดีขึ้นแล้ว ขอบใจแกมากนะ"
"อือ วันหลังก็อย่าหักโหมอีกล่ะ"
"ไม่หรอก ฉันแค่นอนน้อย"
"คือตอนนี้แกต้องพักผ่อนเยอะๆแล้วนะ "
"จร้าา ไม่เห็นต้องทำหน้าแบบนั้นเลย แค่พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนสักหน่อยเดี่ยวก็ดีขึ้น"
"คือหมอบอกว่าแกกำลังท้อง"
"ห๊ะ อะไรนะ!!!!!"
หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเพื่อนสาว เหมือนโลกทั้งใบของเธอได้หยุดหมุน เธอนั้นไม่เคยคิดมาก่อนเลย ว่าตัวเองจะโชคร้ายซ้ำซ้อนแบบนี้
"ท้อง!!"
.................................................,
ตอนที่2
คนเลวที่รัก
สามปีผ่านไป
หลังจากวันที่มะลิรู้ตัวว่าท้อง เธอตั้งใจจะเก็บเด็กเอาไว้ โดยที่ไยไหมและทุกคนต่างเข้าใจ และเคารพการตัดสินใจของเธอ ถึงแม้ทุกคนจะอยากรู้ว่าพ่อของเด็กเป็นใคร แต่ไม่มีใคกล้าถาม แม้แต่ไยไหมเพื่อนสนิทของเธอเอง
มะลิรู้สึกขอบคุณและเกรงใจพ่อแม่ของไยไหมมากที่เธอนั้นมาเป็นภาระแถมยังมาท้องอีก เธอเลยทำงานหนักเหมือนเดิมจนคลอด หลังคลอดเธอพักผ่อนแค่อาทิตย์เดียวก็กลับมาทำงานและเลี้ยงลูกเอง ถึงแม้ทุกคนจะคอยห้ามปามด้วยความเป็นห่วง แต่สำหรับเธอนั้น นี่เป็นวิธีเดียวที่เธอจะตอบแทนบุญคุณของท่านทั้งสองได้บ้าง
ตอนนี้รีสร์อทภูตะวันของครอบครัวกล้าและไร่แก่นคอยของครอบครัวไยไหมนั้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆหรือติดอันดับหนึ่งของจังหวัด และเป็นแหล่งเช็คอินอันดับต้นๆของวัยรุ่น
มะลิได้ก้าวเข้ามาเป็นผู้จัดการอย่างเต็มตัว เธอสามารถพาไร่แก่นคอยละรีสร์อทภูตะวันเป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ ทำให้มีแขกหรือคนใหญ่คนโตมาพักอยู่เสมอ
"หนูมะลิ จะมีบริษัทใหญ่จากกรุงเทพมาดูงานที่ไร่และรีสร์อทของเรา เค้าอยากจะให้คนของเค้าเข้ามาอยู่และศึกษาข้อมูลต่างๆที่นี่ อาอยากให้หนูดูแลแขกจากบริษัทกรุ๊ปนี้ เพราะถ้าพวกเราสามารทำให้เค้าเลือกเราร่วมกับโปรเจกต์นี้มันจะส่งผลดีกับพวกเราและคนในชุมชน เห็นบอกว่าจะส่งลูกชายมาด้วย อาว่าเค้าคงลงทุนกับโปรเจกต์นี้อยู่ไม่น้อย" พงศ์พ่อของไยไหมที่รักและเอ็นดูมะลิเหมือนลูกสาวคนนึง ได้ฝากฝังงานสำคัญให้มะลิดูแล
"ได้ค่ะคุณอา" มะลิตอบรับด้วยความมุ่งมั่นโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า กำลังจะเกิดเรื่องราววุ่นวายขึ้น
.........................,..........................
มะลิได้เตรียมการต้อนรับคนในบริษัทที่พงศ์ได้ฝากฝังให้ดูแล ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าเป็นบริษัทอะไร
"มะลิ"ไยไหมวิ่งมาอย่างรีบร้อน จนทำให้มะลิดุให้
"อะไร ใจเย็นๆ"
"แกรู้รึยัง ว่าบริษัทที่จะมาดูงานที่ไร่เราเป็นบริษัทจิระวิวัฒน์"
"ห๊ะ อะไรนะ" ยังไม่ทันที่เธอจะหายตกใจ รถตู้จากบริษัทจิระวิวัฒน์ก็ได้ขับเข้ามา มะลิที่เห็นป้ายชื่อบริษัทหน้ารถตู้ ใจของเธอนั้นเหมือนร่วงลงไปตาตุ่ม ในตอนนี้เธอเริ่มทำตัวไม่ถูก และใจก็ได้แต่ภาวนา ให้คนที่เธอไม่อยากเจอ อย่ามาที่นี่เลย
"ถ้าแกไม่ไหว ไปที่อื่นก่อนก็ได้ เดี่ยวตรงนี้ฉันรับหน้าเอง" ไยไหมที่เห็นสีหน้าเพื่อนก็พอจะเดาออก
มะลิได้พยักหน้าตอบรับ แต่ไม่ทันที่เธอจะเดินหนี ครอบครัวของไยไหมและกล้าทุกคนต่างเข้ามาต้อนรับแขกที่มาถึง พงศ์ได้เรียกมะลิให้มารับหน้า ซึ่งเขานั้นไว้ใจการทำงานของมะลิมากกว่าลูกสาวตัวเองเสียอีก
มะลิไม่มีทางเลือก ทำตามคำสั่งของพงศ์อย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเธอนั้นมองคนที่ลงจากรถทีละคน ทีละคน และภายในใจก็ได้แต่ภาวนา ให้คนที่เธอไม่พร้อมเจอมาที่นี่ จนถึงคนสุดท้าย
มะลิถึงกับหน้าชาที่เห็นขายาวก้าวลงจากรถ หนุ่มหล่อใส่แว่น ตัวสูง180+ เขาก้าวลงจากรถและเดินตรงมาทางมะลิที่ยืนหน้าซีดจ้องเขาอยู่ ด้วยแววตาที่ดูตกใจไม่น้อย
มะลิได้สูดหายใจและแกล้งทำเหมือนไม่รู้จักกับคนตรงหน้า และทักทายเขาเหมือนกับคนอื่นๆ
"สวัสดีครับคุณตาม ชลเทพ จิระวิวัฒน์" พงศ์ได้ถือโอกาสทักทาย ทำให้หนุ่มหล่อต้องหันมาพูดคุยกับผู้ใหญ่ที่มาต้อนรับเขาก่อน โดยที่ยังแอบมองไปทางมะลิอย่างไม่คาดสายตา
มะลิได้ใช้จังหวะนั้นเพื่อจะหลบหน้า เธอเสนอตัวพาทุกคนไปชมรีสร์อทและไร่ โดยให้คุณตามนั้นเข้าไปคุยกับผู้ใหญ่เรื่องโปรเจกต์งานก่อน เธอเลี่ยงทึ่จะคุยหรืออยู่ให้ไกลจากเขาอย่างชัดเจน คุณตามยังส่งสายตาที่ไม่พอใจมองไปทางมะลิ ก่อนจะยิ้มออกมาที่มุมปากให้กับผู้ใหญ่ที่ยังคุยค้างอยู่
"ผมดีใจมากนะครับ ที่พวกคุณให้เกรียติเลือกบริษัทของเรา"
"แหมพวกเราต่างหากต้องขอบคุณ ที่บริษัทจิระวิวัฒน์เลือกไร่และรีสร์อทเล็กๆของเรา อยู่ที่นี่อยากได้อะไร ขาดเหลืออะไร บอกกับเราได้ทันทีเลยนะครับ"
ทันทีที่ทั้งสองพูดจบ มะลิก็ได้พาทุกคนที่ไปชมไร่และรีสร์อทกลับมา คุณตามที่เห็นมะลิ ก็ได้มองหญิงสาวอย่างไม่ละสายตาแต่อีกฝ่ายนั้นกลับทำตัวปรกติ
"เก่งขึ้นเยอะเลยนิ"ชายหนุ่มได้บ่นพึมพำในใจ
"งั้นผมขอให้มะลิเป็นคนดูแลผมระหว่างอยู่ที่นี่ จะได้ไหมครับ" คุณตามได้พูดโพล่งขึ้นมา ทำเอาพงศ์และคนอื่นๆต่างตกใจอยู่ไม่น้อย
"คือมะลิไม่ค่อยสะดวกค่ะ " หญิงสาวรีบปฏิเสธทันที
"คุณมะลิเค้างานเยอะหรอครับคุณพงศ์" ชายหนุ่มรู้ทันเลยหันไปถามกับผู้ใหญ่ที่ดูจะเป็นคนที่หญิงสาวปฎิเสธไม่ได้แน่นอน
"เอ่อ..คือ"คุณพงศ์ได้อ้ำอึ้งอยู่สักพัก
"เดี่ยวไหมดูแลคุณตามเองค่ะ ไหมรู้จักที่นี่ดีกว่ามะลิซะอีก มะลิเค้าต้องดูแลลูกด้วย พวกเรากลัวมะลิจะดูแลคุณตามได้ไม่ดี"
"ลูก!!" คุณตามได้อุทานอย่างตกใจ พร้อมกับใช่สายตามองไปทางมะลิที่ยังยืนเงียบด้วยความสงสัย ที่รู้ว่ามะลิมีลูกแล้ว
....................................................
คุณตามกับมะลิ ดูน่าสงสัยนะคะ อย่าลืมคอมเม้น และกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนตาดำๆคนนี้ด้วยนะคะ
ตอนที่3
ความสัมพันธ์ที่ผ่านมา
"ขอบคุณนะไยไหม"
"เรื่องแค่นี้เองสบายมาก"
มะลิรู้สึกโชคดีที่มีเพื่อนที่คอยซัพพอร์ตและห่วงใยตัวเองอยู่เสมอ ถึงแม้มะลิจะไม่เคยเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้ไยไหมฟัง แต่ไยไหมก็ไม่เคยถามหรือกดดันเธอเลย
"ว่าแต่ วันนี้แกไม่ต้องไปรับนะโมที่โรงเรียนหรอ"
"อ่อ พอดีวันนี้พี่กล้าเค้าอาสาไปรับให้น่ะ"
"แหมมม พร้อมจะเสียบเป็นพ่อนะโมมากเลยนะรายนั้น ทำคะแนนอยูตลอด" ไยไหมได้พูดอย่างหมั่นไส้ ที่กล้านั้นดูจีบมะลิอย่างเปิดเผย แถมยังเข้ากับนะโมลูกชายของมะลิได้เป็นอย่างดี
"แกก็พูดซะ"
"หรือว่าไม่จริง ฉันรู้ว่าแกก็ดูออก ว่าพี่กล้าเค้าคิดยังไง "
มะลิได้ไม่ได้ตอบกลับ ได้แต่มองหน้าเพื่อนสาวอย่างรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ เธอนั้นดูออกว่ากล้าคิดยังไงกับเธอ และก็ดูออก ว่าเพื่อนสนิทของเธอคิดยังไงกับพี่กล้า
....................................................
คุณตามได้เดินไปดูรอบๆไร่เพื่อเก็บข้อมูล แต่อีกใจนึงก็มองหาหญิงสาวที่คอยหลบหน้าเขาอยู่
"อุ๊ย ขอโทษครับ" เสียงเล็กที่พูดไม่ค่อยชัดได้พูดขึ้น ตามได้ก้มมองไปที่เด็กชายตัวเล็กที่วิ่งเข้ามาชนตน
เด็กชายตัวเล็กที่ดูสะอาดสะอ้าน แถมหน้าตายังดูหล่อน่ารัก ได้ก้มเก็บของเล่นที่ตกแตกหลังจากที่ชนกับชายร่างสูงใหญ่
"แตกเลย"
คุณตามที่เห็นว่าเด็กชายตรงหน้าเหมือนจะร้องไห้ ได้ยื่นเข้าไปหยิบของเล่นที่แตกจากพื้น
"เดี่ยวลุงซื้อให้ใหม่"น้ำเสียงเรียบเฉย และแววตาดูล่อกแล่ก เพราะไม่รู้จะปลอบยังไง
"ไม่ได้หรอกครับ เดี่ยวคุณแม่ดุ แม่บอกห้ามรับของจากคนที่ไม่รู้จัก" เสียงของเด็กชายช่างน่ารัก แถมยังพูดเพราะ ดวงตากลมโตที่จ้องมาที่คุณตาม ทำเอาตามอดเอ็นดูเด็กชายตรงหน้าไม่ได้
"ถ้างั้น เราชื่ออะไรล้ะ"
"นะโมครับ"
"นะโม ลุงชื่อลุงตามนะ เอาเป็นว่าตอนนี้เรารู้จักกันแล้วนะ"
เด็กชายตาแป๋วได้มองชายร่างใหญ่ตรงหน้า ก่อนที่คิ้วจะขมวดครุ่นคิดในสิ่งที่เขาพูด
"ครับลุงตาม"
"ถ้าเรารู้จักกันแล้ว ลุงซื้อของเล่นให้ใหม่ได้แล้วใช่ไหม"
"ครับ แต่.."
คุณตามได้มองไปที่ชายตัวเล็กที่ยังดูเหมือนลังเล
"มีอะไรอีกรึป่าวครับ"
"ลุงต้องห้ามบอกแม่นะครับ ว่านะโมรับของเล่นจากลุง"
"ได้สิครับ " คุณตามที่ปรกติเจอเด็กจะมีท่าทีรำคาญ แถมเขาเองยังดูไม่ชอบเด็กด้วยซ้ำ แต่กลับเด็กตรงหน้ามันกลับมีความรู้สึกที่ต่างออกไป อาจเป็นเพราะ เด็กตรงหน้าดูน่าเอ็นดูแถมหน้าตาดีเอาเรื่อง แถมยังพูดจาฉลาด ทำให้เขานั้นอดเอ็นดูไม่ได้
"นะโม มาทำไรตรงนี้"
"พ่อกล้า" ตัวเล็กรีบซ่อนของเล่นใส่กระเป๋ากางเกง
"ขอโทษด้วยนะครับคุณตาม นะโมไปกวนอะไรคุณรึป่าว ผมกล้านะครับ เป็นลูกชายเจ้าของรีสร์อทภูตะวัน "
"ป่าวครับ แกน่ารักดี " ทั้งสองได้จับมือกันเพื่อทักทายอย่างเป็นทางการ
"งั้นผมขอตัวพานะโมไปกินข้าวก่อนนะครับ"
"ครับ" หลังจากที่กล้าพานะโมเดินจากไป นะโมได้หันมายิ้มให้คุณตามอย่างน่ารัก พร้อมกับเอานิ้วขี้มาทาบที่ปากเพื่อเป็นเชิงบอกให้เค้าปิดเรื่องที่คุยไว้ให้เป็นความลับ
.....................................................
วันถัดมา
ไยไหมได้ตามมาดูแลคุณตาม แต่ด้วยความที่ไยไหมป็นคนนึงที่มีนิสัยไม่ยอมคน เธอเลยรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าคุณตามอย่างมาก เพราะคุณตามนั้นแทบจะไม่คุยกับเธอ แถมยังถามเธอแต่เรื่องยากๆ และใช้เธอทำเรื่องต่างๆที่เธอนั้นไม่ถนัด
"ผู้ชายอะไร ขี้เก๊กชะมัด หล่อมากมั้ง"
"เป็นอะไรรึป่าวไหม"
"ก็ไอ่คุณตามอะดิ เช้านี้ทั้งเช้านะ พูดกับฉันนะเหมือนกลัวว่าดอกพิกุลจะร่วงออกจากปาก สั่งอะไรถามอะไร เค้าจะพูดครั้งเดียว พอฉันทำอะไรไม่ถูกใจ ก็ใช้สายตามมองเหมือนฉันโง่มากอะ" ไยไหมได้พ่นความในใจที่อึดอัดทั้งเช้าออกมา
"ใจเย็นๆ ขอโทษด้วยนะ เพราะฉันแท้ๆ เธอเลยต้องมาเจอเรื่องแบบนี้" มะลิที่รู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นตัวต้นเหตุทำให้เพื่อนต้องมาเจออะไรแบบนี้
"ไม่เกี่ยวกับแกสักหน่อย"
ตื๊ดๆๆๆๆ......ๆๆๆๆ
"ว่าไงคะพ่อ อะไรนะคะ ไม่ได้นะคะ พ่อ พ่อ" ไยไหมที่ดูเหมือนจะยังพูดกับปลายสายไม่จบ ได้มองมาที่มะลิ ด้วยสีหน้าที่ดูไม่ดีนัก
"มีเรื่องอะไรหรอ ดูแกทำหน้าเข้า"
"พ่อฉันโทรมาบอกว่า...."
"มีเรื่องด่วนหรอ"
" อือ คือคุณตามเค้าไม่พอใจในการทำงานของฉัน เค้าเลยขอให้แกมาดูแลเค้าแทนฉัน แล้วพ่อฉันก็ตอบตกลงไปแล้วด้วย" ไยไหมพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล แถมเธอก็เห็นว่าสีหน้าของมะลิก็ดูไม่ดีเท่าไหร่
"มะลิแก..."
"สบายมาก แค่นี้เอง แกไม่ต้องห่วง"
"ใช่ๆ เค้าแค่อดีตเจ้านาย แต่ตอนนี้แกไม่ใช่ลูกน้องเค้าแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าไอ้หมอนั่น ใช้แกเกินหน้าที่ แกมาบอกฉันได้เลย เดี่ยวฉันจัดการให้" ไยไหมที่พูดเพื่อให้กำลังใจเพื่อน ที่ถึงแม้จะแกล้งทำเหมือนเก่ง แต่แววตาที่ดูเป็นกังวลนั้นมันปิดเพื่อนอย่างเธอไม่มิดหรอก
..........................................,........
"กว่าจะเข้ามาได้นะคุณมะลิ" ตามได้ทักทายหญิงสาวที่เดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีไม่สนใจ แต่กลับจ้องอย่างไม่ละสายตา
"มะลิมาตรงเวลานัดค่ะ ขอโทษด้วยท่าทำให้คนที่มาก่อนเวลาอย่างคุณต้องรอ"
"ปากดีจังเลยนะ" ชายหนุ่มได้เงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนที่จะเดินตรงมายังหญิงสาว เขาขยับแว่นเล็กน้อยและจ้องมองไปนัยตาของมะลิ
"เดี่ยวนี้กล้าเถียงฉันแล้วนะ"
มะลิได้หลบตาและขยับหนี "มะลิแค่พูดในสิ่งที่ควรพูดค่ะ"
ชายหนุ่มได้กระชากเอวบางเข้ามากอด และยิ้มในมุมปากเบาๆ มะลิได้ใช้กำปั้นน้อยๆทุบไปยังหน้าอกกว้าง
"ปล่อยนะคะ เดี๋ยวคนอื่นเข้ามาเห็น"
"ก็เห็นปากดี เลยอยากจะลองดูว่าริมฝีปากมันจะหวานเหมือนเก่าไหม" พูดจบชายหนุ่มรีบยื่นหน้าเข้ามาไกล้ขึ้น มะลิได้ใช้มือบางห้ามเอาไว้
"นึกว่าจะแน่" คุณตามได้คลายกอดออกและจัดระเบียบเสื้อผ้าให้เข้าที่ มะลิได้แต่ถอนหายใจ ตัวเองยังคงแพ้ให้กับเขาอย่างราบคาบ
"ผมอยากจะไปดูงานที่รีสร์อท คุณช่วยอธิบายความเป็นมาและกิจกรรมที่รีสร์อททำกับชุมชน จนทำให้รีสร์อทภูตะวันได้เป็นรีสร์อทตัวอย่าง ให้ผมเข้าใจอย่างละเอียดด้วย"
"ค่ะ เดี่ยวมะลิไปเรียกคนให้เตรียมรถให้นะคะ"
"ไม่ต้อง รีสร์อทอยู่ตรงนี้เอง ผมขับรถไปเอง"
"แต่..."
"ทำไม กลัวเรื่องราวในอดีตจะเกิดซ้ำหรอ"
มะลิไม่ได้โต้ตอบอะไรไป เธอได้แต่กัดฟันยืนและจ้องมองเขาอย่างท้าทาย
"อดีตสำหรับฉัน ฉันลืมมันหมดแล้วค่ะ เพราะมันไม่ได้เรื่อง เลยไม่อยากจำให้เสียเวลา"
"ลืมก็ดี จะได้ไม่ใช้มันมาเป็นข้ออ้างหาเงิน" คุณตามก็ไม่ยอมสวนกลับเธอทันที
.......................................................
หนีอะไรก็หนีได้ แต่หนีความรู้สึกตัวเอง จะไหวหรอมะลิ
ฝากกดไลค์ กดติดตาม กดคอมเมนท์เป็นกำลังใจให้นักเขียนหัดคลานคนนี้ด้วยนะคะ และอย่าลืมกดเข้าชั้นเพื่อแจ้งเตือนตอนใหม่นะคะ