ตอน 1

ณ ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง

เด็กสาวหน้าตาน่ารักผิวพรรณสดใสเธออยู่ในชุดเครื่องแบบชั้นมัธยมปลายของโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งข้างกายของเธอนั้นมีชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีกำลังนั่งเตรียมพร้อมที่จะรับฟังคำพูดของเธอหลังจากที่เขาพึ่งจะพูดคำว่า ‘เลิก ’ออกไป

“พี่เวหา~ นี่พี่คิดจะทิ้งพิงค์กี้ใช่มั้ยคะ” เด็กสาวชั้นมัธยมปลายพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่อยากจะเอาเรื่องชายหนุ่ม มือเรียวเล็กยกขึ้นกอดอกแน่นซึ่งท่าทางรวมไปถึงน้ำเสียงเล็กแหลมของเธอทำให้ชายหนุ่มรีบเบือนหน้าหันเมินเธอทันที

เวหานั่งนิ่งพลางหันมองไปทางอื่นแต่แล้วสายตาคมก็เหลือบไปเห็นเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่งเข้าอย่างจัง เธอคนนี้สวยหวานใบหน้าสดใสน่ารัก รูปร่างกำลังดีมองไปมองมาก็เหมือนกับว่าเขาคุ้นๆและอาจจะรู้จักเธอ

“พี่เวหามองอะไรของพี่!!” พิงค์กี้ที่มองไปตามสายตาของเวหาก็เห็นเข้ากับเธอคนนั้นผู้หญิงที่เวหากำลังจ้องมองอยู่ไม่รอช้าหญิงสาวเริ่มเกิดอาการหึงหวงจนเลือดลมในกายพลุ่งพล่าน มือเล็กจับเข้าที่ท่อนแขนกำยำพลางดึงรั้งให้ชายหนุ่มรุ่นพี่หันกลับมามองที่เธอ

“อะไรของเธอวะ!!” หนุ่มมัธยมปลายที่โดนดึงรั้งร่างกายก็เริ่มระงับสติอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่จึงได้ส่งเสียงดังตวาดใส่รุ่นน้องสาวจนร่างบางสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ที่ผ่านมาเธอไม่เคยโดนเขาพูดเสียงดังแบบนี้ด้วยเลยสักครั้งใบหน้าสวยเริ่มเบะปากราวกับเด็กน้อยที่โดนรังแก

เวหาที่เห็นดังนั้นก็อึ้งแต่เขาไม่ได้สงสารหรือเข้าใจอะไรในตัวเธอหรอกนะที่อึ้งก็แค่งงๆว่าเธอทำไมถึงได้ทำตัวแบบนี้ใส่เขาความเบื่อหน่ายและไม่อยากพูดคุยเริ่มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นวันนี้เขาต้องจบเรื่องเธอกับเขาให้ได้

พิ้งค์กี้ที่ผ่านมาเธอก็ทำตัวน่ารักดีหรอกนะ เชื่อฟังว่าง่ายเก็บเรื่องของเขาและเธอไว้เป็นความลับได้ดีแต่พอพักหลังๆมาทำไมเธอเปลี่ยนไปก็ไม่รู้ทั้งจ้องจับผิดหาเรื่องขอดูโทรศัพท์มือถือของเขาอีกทั้งยังห้ามไม่ให้เขามองผู้หญิงคนไหนสักคน

เธอทำตัวเองทั้งนั้นแค่อยู่เฉยๆทำตัวน่ารักๆเขาและเธอก็คงจะได้แอบกินกันต่อไปเรื่อยๆไม่ต้องมาจบความสัมพันธ์แบบนี้เพราะเธอเองนะที่ทำให้เขาต้องทำแบบนี้ทำตัวประดุจดัง ‘แฟน’ ของเขาทั้งที่ก็ไม่ใช่!!

เวหาสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเต็มที่แล้วจึงถอนหายใจออกมา ความรู้สึกรำคาญเธอคนนี้มีเพิ่มมากขึ้นทุกวันจนมาถึงวันนี้ วันที่เขาเริ่มทนไม่ไหวจึงได้นัดเธอคนนี้ให้มาพบเพื่อที่จะได้จบความสัมพันธ์ลับๆของเขาและเธอสักที

“จะเรียกว่าทิ้งได้ยังไงในเมื่อพวกเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน!!” เวหาปรายตามองเด็กสาวรุ่นน้องที่เรียกร้องให้เขารับผิดชอบทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเขาก็เคยบอกเธอไปแล้ว

“ไม่นะคะ..” สิ้นเสียงของเวหาเธอคนนั้นก็รีบคว้าข้อมือของเขาเอาไว้พร้อมกับนำมาแนบเข้าที่ใบหน้าเรียวสวยของตัวเอง

“พิ้งค์กี้รักพี่เวหามากนะคะแล้วพวกเราก็..เอากันไปแล้ว” เธอค่อยๆขยับร่างกายเข้าใกล้ร่างกำยำของผู้ชายตรงหน้าโดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าจะมีกี่สายตาที่มองมายังเธอและเขา คนที่ตัวสูงกว่าดันร่างเล็กให้ห่างออกจากตัวเขาก่อนที่จะพูดในสิ่งที่ตัวเขาเองก็ได้เคยพูดบอกเธอไปแล้ว

“แล้วไงในเมื่อวันนั้นพี่บอกเธอแล้วว่าพี่ไม่คิดที่จะจริงจังกับเธอหรือแม้แต่กับใครทั้งนั้นเพราะว่าพี่มีว่าที่คู่หมั้นอยู่แล้ว!!” ชายหนุ่มตัวร้ายหยิบยกเรื่องคู่หมั้นที่ซึ่งตัวเขาเองก็พึ่งจะนึกขึ้นได้ในตอนที่พูดบอกเธอไปเมื่อครู่นี้

“ว่าไงนะ!! ว่าที่คู่หมั้นอะไรของพี่ เมื่อกี้พี่ยังพูดอยู่เลยว่าจะไม่คิดจริงจังกับใคร นี่พี่มีคู่หมั้นแล้วเหรอคะ ทำไมถึงไม่ยอมบอกกัน” พิงค์กี้เบิกตากว้างเมื่อได้ยินประโยคคำพูดของรุ่นพี่หนุ่มที่เธอรัก เธอและเขาได้แอบมีความสัมพันธ์กับแบบลับๆเมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่แล้วและเป็นตัวเธอเองที่เป็นฝ่ายขอเริ่มความสัมพันธ์บ้าๆพวกนี้ขึ้นมาโดยที่เขาก็ได้บอกเธอไว้แล้วว่าเขาไม่คิดที่จะจริงจังกับเธอหรือแม้แต่กับใครทั้งนั้นซึ่งเธอก็ยอมรับและตกลงที่จะนอนกับเขา

ก็นะ..พี่เวหาเขาทั้งหล่อทั้งรวยแถมยังตรงสเปคเธอเป็นอย่างมากแล้วเรื่องอะไรที่เธอจะต้องไม่ชอบเขาด้วยละได้กินของดีแถมยังอร่อยเลิศล้ำเป็นใครจะไม่เอาบ้างถึงแม้ว่าตัวเองจะต้องเอาตัวเข้าแลกก็เถอะแต่มันก็คุ้มค่ากับสิ่งที่ต้องเสียไปซึ่งเธอก็ไม่ได้อะไรมากหรอกนะก็เพราะพี่เขาไม่ใช่ผู้ชายคนแรกของเธอนี่

แต่เธอก็ไม่คิดเลยว่าเขาว่าพี่เขาจะหาเรื่องเทเธอได้เร็วถึงขนาดนี้!!

“คนนี้พ่อแม่พี่เลือกให้” เวหายิ้มอย่างผู้ชนะพร้อมทั้งเหลือบตามองรุ่นน้องสาวที่เอาแต่ยืนจ้องหน้าเขาตาเขม็งใบหน้าเรียวสวยโกรธจัดจนแก้มเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อซึ่งชายหนุ่มที่ซึ่งไม่คิดที่จะสนใจเธออยู่แล้วก็เลือกที่จะไม่สนใจอะไรไม่ว่ายังไงวันนี้เขาก็จะต้องสลัดเธอทิ้งให้ได้

“สรุปก็คือพี่หลอกเอาพิ้งค์กี้ใช่มั้ยไม่ต้องมาพูดอะไรให้มันเยอะแยะหรอกนะคะ” พิงค์กี้รุ่นน้องสาวคนสวยยืนกำหมัดแน่นในแววตามีแต่ความเคืองโกรธอย่างเห็นได้ชัดที่ผ่านมาก็มีที่เคยคิดเอาไว้บ้างว่ายังไงก็คงต้องมาถึง

“เฮ้อ~ อยากคิดอะไรก็แล้วแต่เธอแล้วกัน” เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่จนกระทั่งผู้หญิงคนนั้นคนที่เขามองเธออยู่ได้เดินเข้ามาใกล้เขามากขึ้นทันใดนั้นหัวสมองพลันนึกอะไรสนุกๆขึ้นมาจนได้

“นั่นไงเธอคนนั้นมาแล้ว ว่าที่คู่หมั้นของฉัน” เวหาชี้มือไปที่ผู้หญิงคนนั้นพร้อมกับบอกคนตัวเล็กไปว่าเธอคนนั้นนั่นแหละก็คือว่าที่คู่หมั้นของเขา

ร่างหนาไม่รีรอที่จะเดินเข้าไปพูดคุยกับเธอคนนั้นให้รู้เรื่องเสียก่อนที่เธอจะทำเรื่องแดงขึ้นมาด้วยความไม่รู้และเมื่อเดินเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นไอ้หัวใจดวงน้อยๆของเขาก็เริ่มใจเต้นแรงขึ้นและนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาใจเต้นแรงให้กับผู้หญิง อย่าบอกนะว่าเขาตกหลุมรักเธอเข้าให้แล้ว

เวหาเดินไปหยุดยืนขวางทางเธอเอาไว้ทำให้ร่างบางที่กำลังเดินเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่เงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาด้วยความงงงวยและเขาไม่รอช้าที่จะขอคุยกับเธออย่างเร่งด่วนฉับพลัน

“นี่ขอคุยด้วยหน่อย” เสียงทุ้มพูดขึ้นพร้อมกับมือที่เอื้อมไปจับเข้าที่ข้อมือเรียวเล็กของเธอคนนั้นอย่างถือวิสาสะยอมรับเลยว่าใจเต้นแรงยามที่มองสบตาคู่สวย เธอสวยมากขนาดที่ไม่ได้แต่งหน้าหน้าสดก็ยังสวยหวานราวกับหยดน้ำผึ้งเดือนห้า ปากนิดจมูกหน่อยผิวก็ขาวอมชมพูทำเขาละสายตาจากเธอไม่ได้เลย

“คะ คุยกับเราเหรอ?” เธอชี้นิ้วเข้าหาตัวเองสายตาก็มองไปยังบริเวณข้อมือเล็กของตัวเองที่ตอนนี้กำลังโดนเขาเกาะกุมมือของเธออยู่และด้วยความตกใจจึงทำให้สมองคิดประมวลผลช้าไปหมด

เชอรีนเดินตามเขาไปเรื่อยๆทั้งๆที่ใบหน้าสวยใสก็ยังมึนงงอยู่ว่าเขาคนนี้คือใครกันนะ

“ใช่ มาคุยกันหน่อย” เวหาเดินจับข้อมือเล็กค่อยๆเดินมาตามทางแต่แล้วเชอรีนที่เริ่มพลันคิดขึ้นมาได้ว่าตัวเองต้องดิ้นต้องไม่ยอมให้เขาเดินจูงมือเธอแบบนี้ก็เริ่มขัดขืนแสดงความต้องการของตัวเองว่าไม่อยากที่จะเดินไปกับเขา

“นี่ปล่อยนะ! อยากคุยอะไรก็คุยตรงนี้ไม่รู้จักกันอยู่ดีๆมาจับมือได้ไง หรือว่าเป็นพวกโรคจิต?” ร่างบางสะบัดมือออกจากการจับกุมของเขาและเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย

“ไม่มีเวลาแล้วฉันจะพูดกับเธอแค่ครั้งเดียวเท่านั้น!!” เวหาหันมาพูดแล้วยิ้มขึ้นที่มุมปากบอกเธอในตอนนี้ไม่มีเวลาที่จะพาไปนั่งอธิบายแล้วคงจะพูดได้เพียงเท่านี้อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิด

“....”

“ฉันอยากให้เธอช่วยปลอมเป็นว่าที่คู่หมั้นให้ฉันหน่อย”

ตอน 2

“ฉันอยากให้เธอช่วยปลอมเป็นว่าที่คู่หมั้นให้ฉันหน่อย” เวหาพูดขึ้นในขณะที่พาร่างบางเดินเข้าไปหาพิงค์กี้ที่กำลังยืนกำหมัดแน่นอยู่ยังบริเวณที่เดิมและในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยถึงเรื่องสำคัญกันอยู่นั้น เพลงที่ใช้สำหรับโปรโมทร้านค้าก็ดังขึ้น จึงทำให้เชอรีนไม่ได้ยินคำพูดของเวหาเลยสักนิด

“นายพูดว่าไงนะ!” เชอรีนเอียงคอถามชายหนุ่มอีกครั้งเพราะเธอไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาพูดในก่อนหน้านั้นอีกทั้งในตอนนี้เสียงเพลงก็เปิดดังเป็นอย่างมาก เวหาที่ไม่มีเวลาได้อธิบายบอกเธออีกก็สาวเท้าพาเชอรีนมาหยุดยืนต่อหน้ารุ่นน้องสาว

“นี่ไงว่าที่คู่หมั้นของพี่!” เวหาเริ่มแนะนำหญิงสาวข้างกายให้พิงค์กี้ได้รู้จักโดยการบอกออกไปว่าเธอคนนี้นี่แหละคือว่าที่คู่หมั้นของเขา ชายหนุ่มตัวร้ายพูดพร้อมกับมองใบหน้าสวยหวานของเธอข้างกายด้วยแววตาหวานซึ้งความรู้สึกแปลกๆเริ่มแทรกซึมเข้ามาอย่างบอกไม่ถูก

เขายังคงรู้สึกใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้มองสบตาเธอคนนี้~

“ห๊ะ ดะ เดี๋ยวนะ! ว่าที่คู่หมั้นอะไรของนาย” ร่างบางเบิกตากว้างด้วยความตกใจที่อยู่ดีๆเธอก็กลายเป็นว่าที่คู่หมั้นของใครก็ไม่รู้ นี่มันชักจะงงไปหมดแล้วนะหรือว่าผู้ชายคนนี้อาจจะจำเธอผิด เชอรีนไม่รอช้าที่จะรีบแก้ไขในสิ่งที่ผู้ชายคนนี้พูด

แต่ก็ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไรขึ้นมาเด็กสาวข้างกายชายหนุ่มก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“นั่นไงคะ ยัยนี่ไม่เห็นจะรู้เรื่องอะไรเลยพี่เวหาอย่ามาหลอกพิ้งค์กี้จะดีกว่า” พิ้งค์กี้แสยะยิ้มมุมปากพลางชี้ไปที่เชอรีน หญิงสาวที่โดนนำตัวเข้ามาเป็นว่าที่คู่หมั้นสาว(ปลอมๆ)แต่แล้วสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเข้ากับเสื้อนักเรียนของเชอรีนที่ปักชื่อโรงเรียนรวมไปถึงตราดาวโรงเรียนที่เหมือนกันกับพี่เวหาไม่มีผิด

“นี่เธอเป็นคู่หมั้นของพี่เวหาเขาจริงๆเหรอ..” พิงค์กี้กลืนน้ำลายลงคอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือซึ่งฉันที่เป็นผู้โดนถามทำได้แค่กระพริบตาถี่ๆอย่างไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี

“เชอรีน~ เธอคงยังไม่รู้ว่าพ่อแม่ของพวกเราได้หมั้นหมายพวกเราเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่พวกเรายังเป็นเด็กตัวเล็กๆแล้ว” เวหายกนิ้วขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ตกปกคลุมใบหน้าสวยพร้อมทั้งเรียกชื่อเธอเพื่อบ่งบอกว่าเขานั้นรู้จักเธอจริงๆซึ่งรอยยิ้มละมุนของชายหนุ่มสร้างความปวดร้าวให้กับพิงค์กี้เป็นอย่างมาก

พิงค์กี้เม้มปากแน่นครุ่นคิดในใจว่าทำไมผู้หญิงที่ได้เป็นว่าที่คู่หมั้นของพี่เวหาถึงไม่เป็นเธอกันนะ

เวหายิ้มกว้างมองดูใบหน้าสวยหวานที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกใจมันเต้นแรงรวมไปถึงเขินเธอยังไงก็ไม่รู้ไม่รอช้ามือหนาเอื้อมจับคางเรียวให้หันหน้ามองเขาและทันทีที่ได้สติกลับคืนมาเชอรีนก็รีบเอ่ยถามเขาอีกครั้ง

“นี่นายรู้จักเราจริงด้วย!!” เชอรีนกระพริบตารัวๆเอ่ยถามผู้ชายตรงหน้าซึ่งเขาก็ยิ้มพร้อมกับขยับใบหน้าเขามาใกล้จนเธอนั่นแหละที่ต้องเป็นดันแผ่นอกกว้างให้ห่างออก ร่างบางยังคงไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งที่เขาพูดจะเป็นความจริง

“ฉันไปก่อนนะหวังว่าเธอคงจะไม่ติดต่อฉันมาอีกทั้งๆที่รู้ว่าฉันมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้ว” เวหาโอบกอดรอบเอวเชอรีนแล้วค่อยๆโน้มใบหน้าเข้าหอมแก้มขาวเนียนอมชมพูของเธอตรงหน้าทำเอาร่างบางที่พึ่งจะเคยโดนผู้ชายใกล้ชิดและหอมแก้มเป็นครั้งแรกถึงกับยืนตัวแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น

ดวงตากลมโตหันมองใบหน้าหล่อเหลาของชายแปลกหน้าที่ได้ขโมยหอมแก้มเธอ มือเล็กไม่รอช้าที่จะหยิกไปข้างเอวของเวหาส่งผลให้ร่างแกร่งส่งเสียงร้องโอดครวญขึ้นมาทันควัน

“โอ๊ย!! นี่เธอจะหยิกฉันทำไม” เขารีบส่งสายตาดุจ้องมองเธอที่หมายหยิกเขา

“แล้วนายมาหอมแก้มเราทำไม ไอ้คนฉวยโอกาส!” แววตาสวยจ้องเขม็งจ้องตาเขากลับอย่างคนที่พร้อมจะเอาเรื่องผู้ชายคนนี้นิสัยไม่ดีพึ่งจะเคยเจอกันครั้งแรกแท้ๆแต่ทำไมถึงกล้าหอมแก้มเธอแบบนี้

ไอ้คนเจ้าชู้ ทุเรศจริงๆ..

“เขาเรียกว่าจะได้ดูสมจริง ยัยนั่นจะได้เลิกตอแยฉันสักที” เวหาหัวเราะออกมาให้กับความน่ารักน่าเอ็นดูของหญิงสาวตรงหน้าเขามองไปยังใบหน้าสวยที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่าบอกนะว่าเธอไม่เคยใกล้ชิดและโดนหอมแก้มแบบนี้มาก่อน

งั้นแบบนี้เขาก็เป็นคนแรกของเธออะดิ!!

“ไม่เคยโดนหอมแก้มหรือไง” เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าพลางรอดูคำตอบว่าเธอจะบอกกับเขาว่าอย่างไรซึ่งคนที่ได้ยินก็รีบพูดขึ้นด้วยความลืมตัวและพอนึกได้ว่าตัวเองต้องหยุดก็รีบเม้มปากห้ามตัวเอง

“ก็ไม่เคย อะ ยุ่ง! นายอย่ามาชวนเราคุยเรื่องแบบนั้นอีกนะ” ในตอนนี้แววตาของเชอรีนเปล่งประกายไปด้วยความหงุดหงิดและเคอะเขิน เขินที่ตัวเองหลุดปากบอกความจริงออกไปว่าตัวเธอนั้นยังไม่เคยโดนผู้ชายคนไหนหอมแก้มมาก่อน

“หึ”

เชอรีนที่ได้ยินเขาหัวเราะอย่างชอบใจก็รีบชวนเปลี่ยนเรื่องคุยทันทีขืนมัวแต่พูดเรื่องเก่ามีหวังเธอได้โดนเขาล้ออีกแน่เลย มือเล็กยกขึ้นกอดยกถามเรื่องที่ยังคงค้างในใจทำไมเขาถึงรู้ชื่อเธอสายตาคมเลื่อนมองไปยังป้ายตัวอักษรที่ปักอยู่บนหน้าอกเสื้อนักเรียนของเขา

“หัวเราะอะไร สรุปก็คือนายอยากเลิกกับผู้หญิงคนนั้นเลยดึงเราที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเข้ามาช่วยสินะหรือว่ายังไงอะแล้วทำไมนายถึงรู้ชื่อของเรา เอ๊ะ! หรือว่า..”

“ถามไม่หยุดเลยนะ” เวหาที่พยายามเก็บกลั้นรอยยิ้มของตัวเองอยู่ก็พูดขึ้น ความน่ารักของเธอทำเขาอยากแกล้ง

“พวกเราเป็นว่าที่คู่หมั้นกัน!!”

“ห๊ะ! ตกลงพวกเราเป็นคู่หมั้นกันจริงๆเหรอ” สิ้นประโยคคำพูดนั้นร่างบางที่ตั้งใจฟังอยู่ก็ทำตาโตลุกวาวอีกครั้งสรุปแล้วเธอกับเขาเป็นคู่หมั้นกันจริงๆใช่มั้ย

“ฉันก็แค่โกหกเด็กนั่นเฉยๆ ทำไม..หรือเธออยากเป็นเหรอ” เวหาส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะขยับใบหน้าเข้าใกล้ใบหน้าเรียวสวยไร้เครื่องสำอาง

“จะบ้าเหรอใครเขาอยากเป็นคู่หมั้นของนาย!” ใบหน้าเรียวเล็กร้อนผ่าวราวกับมีไฟมาสุมทรวงจนเธอต้องรีบแผดเสียงตะโกนออกมาด้วยความเคอะเขินริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่นพร้อมกับดวงตาคู่สวยที่หันมองไปทางอื่น

“เขินเหรอ?” คำถามของเขาทำคนตัวเล็กหันหมับกลับมามองด้วยใบหน้าเลิ่กลั่กแล้วรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

“บ้า! เราจะไปเขินนายทำไมแล้วนี่นายรู้จักชื่อเราได้ยังไงแล้วนี่นายอยู่ชั้นเดียวกันกับเราด้วยนี่ อยู่ห้องไหนเหรอ” เชอรีนถามในสิ่งที่ตัวเธอเองสงสัยเธอ

เวหาที่มองการกระทำของเธอมาโดยตลอดก็เลือกที่จะยิ้มเพียงเล็กน้อยก่อนที่จะจับข้อมือเล็กให้รีบเดินต่อไปยังลานจอดรถของทางห้างสรรพสินค้าชื่อดังและในตอนนี้เวหาก็จูงมือเชอรีนมาถึงยังลานจอดรถเป็นที่เรียบร้อย

ตอน 3

เวหาปล่อยข้อมือบางให้เป็นอิสระพร้อมกับหยิบหมวกกันน็อคขึ้นมาสวมเข้าที่ศีรษะของตัวเขาเองแล้วขึ้นไปคร่อมบนรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันใหญ่สีดำของตัวเอง

“เราเป็นเพื่อนกัน ขึ้นมาสิเดี๋ยวไปส่งที่บ้าน” ชายหนุ่มเอ่ยชวนหญิงสาวให้ขึ้นไปนั่งบนรถคู่ใจทำเอาเชอรีนรีบปฏิเสธเสียงแข็งมือไม้โบกสะบัดพัลวันเพราะเธอไม่เคยนั่งรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่แบบนี้มาก่อนอีกทั้งเธอก็ไม่ได้สนิทถึงขั้นที่ไปไหนมาไหนด้วยกันได้

“ไม่เป็นไรเรากลับเองได้” เชอรีนยิ้มแห้งอย่างไม่รู้จะพูดปฏิเสธเช่นไรเธอไม่สะดวกที่จะนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์คันใหญ่แบบนี้อีกทั้งชุดกระโปรงนักเรียนที่เธอสวมใส่นั่นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอไม่กล้าที่จะนั่งรถไปกับเขา

ร่างบางหลุบตามองลงไปยังกระโปรงนักเรียนของตัวเองแล้วจึงหันมองไปทางอื่นคิดๆๆว่าพูดปฏิเสธอย่างไรดี เวหาที่มองดูการกระทำของเธออยู่จึงได้เปิดกระจกหมวกกันน็อคขึ้น

“ใส่กางเกงซับในหรือเปล่า” คำพูดของเขาทำเอาเชอรีนตะลึงดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นไม่คิดว่าเขาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา เชอรีนพยักหน้าด้วยท่าทางเลิ่กลั่กยกมือขึ้นเกาหัวอย่างเหนียมอาย

“ห๊ะ! ก็ใส่”

“งั้นก็ขึ้นมาเถอะน่า ถือว่าตอบแทนที่เธอช่วยฉัน” ชายหนุ่มยื่นมือเพื่อรอรับมือเล็กของหญิงสาวแต่เชอรีนยังคงปฏิเสธพูดอ้างนั่นนี่ไปเรื่อย

“เราไม่ได้ช่วยอะไรนายเลย” ชายหนุ่มเริ่มเหนื่อยใจไปกับท่าทางของหญิงสาวตรงหน้าที่มัวแต่กลัวเขาจนไม่ยอมขึ้นมานั่งบนรถมอเตอร์ไซค์ของเขาสักทีและท้ายที่สุดเวหาจึงยกเรื่องที่เธอและเขาเป็นเพื่อนกันนำหัวข้อสนทนานี้ขึ้นมาเชื้อเชิญเธอให้ขึ้นมานั่งบนรถมอไซค์ของเขา

“แล้วไม่อยากรู้เหรอว่าพวกเราเป็นเพื่อนกันยังไงเดี๋ยวเล่าให้ฟังตอนขับไปส่งเธอ”

“งั้นก็ได้แต่ว่าเราขึ้นรถนายไม่เป็น มันสูงมากเราจะขึ้นยังไง” เมื่อโดนบอกให้ขึ้นไปนั่งบนรถมอเตอร์ไซค์ไม่หยุดสุดท้ายเชอรีนก็จำต้องยอมพยักหน้าตกลง เธอติดปัญหาสำคัญซึ่งนั่นก็คือวิธีการขึ้นรถคันใหญ่ๆแบบนี้เนี่ยมันต้องขึ้นยังไงกันนะ หนุ่มนักเรียนมัธยมปลายไม่รีรอรีบบอกวิธีการขึ้นรถมอเตอร์ไซค์คันนี้ในแบบฉบับของเขา

“จับไหล่ฉันแล้วเหยียบที่ ที่เหยียบนั่นออกแรงยกตัวขึ้นนั่งและทรงตัวดีๆ ลองดูไม่ยากอีกหน่อยเผื่อเธอติดใจแล้วจะอยากนั่งมอไซค์ฉันอีก” เสียงทุ้มพูดบอกพลางยื่นมือให้เชอรีนได้จับเพื่อยึดหลัก

“ชิ ไม่มีทาง!”

เชอรีนลองทำตามวิธีที่เวหาบอกจนสุดท้ายเธอก็ขึ้นมานั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ของเขาได้จนสำเร็จ หญิงสาวรู้สึกหวาดกลัวเพราะตัวรถมันค่อนข้างสูงและดูน่ากลัว เธอกลัวว่าเธออาจจะหล่นในตอนที่รถเคลื่อนตัวออกไปด้วยความเร็ว

“กอดเอวฉันแล้วเธอจะไม่ตก” เวหาที่เหมือนจะรับรู้ความรู้สึกของเชอรีนก็พูดขึ้นพร้อมทั้งเริ่มสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์จนเสียงดังกระหึ่มกึกก้อง

“ทำไมต้องกอดด้วย ไม่!!” เชอรีนรีบยกมือขึ้นกอดอกเรื่องอะไรที่เธอต้องโอบกอดผู้ชายคนนี้ด้วย เธอเป็นผู้หญิงนะจะให้ไปกอดผู้ชายแบบนี้ได้ยังไงไม่มีทาง

“ก็แล้วแต่นะ ตกไปอย่าหาว่าไม่เตือน!!” เขาถือว่าเตือนเธอแล้วนะ เวหาเริ่มออกแรงบิด สองล้อเริ่มหมุนเคลื่อนที่ออกตัวด้วยความเร็วทำเอาร่างบางที่นั่งอยู่ข้างหลังแทบจะหงายไปข้างหลังโดยทันที

“กรี๊ด~ เดี๋ยวรอแปบ” เชอรีนส่งเสียงกรีดร้องพร้อมทั้งเขย่าท่อนแขนแกร่งไปมาเพื่อเป็นการขอร้องให้เขาหยุดจอดรถเดี๋ยวนี้ เวหาหยุดตามที่เธอขอมือเล็กเริ่มโอบกอดเอวของเขาเอาไว้พร้อมๆกับแผ่นหลังที่รู้สึกได้ถึงสัมผัสนุ่มนิ่มแถมยังหอมละมุน

เมื่อเธอกอดเขาแล้วเวหาจึงเริ่มบิดแล้วขับออกไปด้วยความเร็วในระดับหนึ่งเชอรีนที่ไม่เคยนั่งมอไซค์แบบนี้มาก่อนก็เกิดอาการกลัวเธอซบใบหน้าเข้าหาแผ่นหลังเสื้อนักเรียนของชายหนุ่มจนแนบชิด

ซ่า~

จู่ๆก็เกิดเม็ดฝนร่วงหล่นลงมาทำเอาสองร่างที่กอดกันแน่นเปียกปอนไปด้วยความชุ่มฉ่ำและด้วยความที่เกรงว่าหญิงสาวจะเปียกจนไม่สบายจึงทำให้เขาหันหน้าบอกเธอเพียงนิดก่อนที่จะขับรถมุ่งหน้าไปยังคอนโดที่อยู่ไม่ไกลของตัวเอง

“ฝนตกแวะไปหลบฝนที่ห้องฉันก่อนแล้วกัน”

“เดี๋ยว! นายจอดรถเลยนะ เราลงตรงนี้ได้ นี่จอดรถสิ” ร่างบางที่ได้ยินแบบนั้นก็ชะงักผละออกจากแผ่นหลังหนา เธอตะโกนบอกให้เขาช่วยจอดรถตรงฝั่งข้างทางแต่เวหาที่ไม่คิดที่จะจอดอยู่แล้วก็เลือกที่จะไม่สนใจเธอ เขามุ่งหน้าขับตรงไปยังคอนโดของตัวเองอย่างคนที่เอาแต่ใจ

คอนโดเวหา

ลานจอดรถชั้นใต้ดิน

“เข้าไปหลบฝนห้องฉันก่อน” ทันทีที่ทั้งคู่ได้ลงจากรถมอเตอร์ไซค์แล้วเวหาก็เอ่ยชวนคนตัวเล็กให้ขึ้นไปยังห้องของเขา เชอรีนรีบส่ายหน้าใบหน้าบึ้งตึงยังคงโกรธเคืองที่เขาไม่ยอมจอดรถให้เธอได้ลงในก่อนหน้านี้

“ไม่! เราไม่ได้รู้จักกัน แล้วจะพามาที่นี่ทำไม นี่!”

เวหาเลือกที่จะจับแขนเรียวเล็กของคนตรงหน้ากึ่งลากกึ่งจูงพาเธอเข้าไปในลิฟท์ด้วยความยากลำบากเพราะเชอรีนไม่ยอมให้ความร่วมมือเลยสักนิด ลิฟท์ได้ขึ้นมาถึงยังชั้นที่ 18 ซึ่งเป็นชั้นที่อยู่ของเขาแล้ว

ชายหนุ่มดันร่างบางออกจากลิฟท์แล้วพาเธอเดินไปตามทางเดินจนมาหยุดอยู่หน้าห้องของตัวเองนั่นก็คือห้อง 1808

“ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกน่า อย่างเธอไม่ใช่สเปค!” เวหาหันไปพูดบอกเธอว่าไม่ใช่สเปคแต่ความจริงแล้วมันช่างสวนทาง เชอรีนตรงสเปคแถมยังถูกใจเขาเป็นอย่างมาก ประตูห้องถูกเปิดออกหลังจากที่เวหาใส่รหัสปลดล็อคเป็นที่เรียบร้อย

ไม่รอช้าเขาดันแผ่นหลังของหญิงสาวให้เดินเข้าไปในห้องจนเมื่อทั้งสองได้ผ่านพ้นประตูด้วยกันทั้งคู่แล้ว เวหาก็รีบกดปิดประตูทันที

ปัง!!

“ฮึ่ย~ รู้แล้วน่า แล้วพาคนไม่รู้จักเข้าห้องแบบนี้ได้ยังไง” เชอรีนหันหน้ามาทำท่าจะเอาเรื่องแต่พอเห็นว่าเวหากำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าชุดนักเรียนของตัวเองอยู่เธอจึงรีบหันมองไปทางอื่นใบหน้าสวยเห่อร้อนขึ้นฉับพลันผู้ชายคนนี้ทำไมถึงได้ทำอะไรไม่ระวังบ้างเลยไม่ได้อยู่ลำพังในห้องนี้สักหน่อย

“ก็บอกอยู่ว่าเป็นเพื่อนกับเธอ” เวหาที่เห็นว่าเชอรีนมีท่าทางเขินอายในตัวของเขาจึงคลี่ยิ้มออกมาพร้อมทั้งพูดบอกเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบอีกครั้ง เขาย้ำบอกเธอถึงความสัมพันธ์ที่เป็นเพื่อนของพวกเขา

“แต่เราจำนายไม่ได้” เชอรีนที่มองเวหายังไงก็จำไม่ได้สักทีจึงทำหน้าบึ้งตึงออกมา ทำไงได้อะก็คนมันจำไม่ได้นี่นา เวหาที่ถอดเสื้อนักเรียนออกจากร่างกายขาวเนียนของเขาไปแล้วก็เดินขยับเข้ามาใกล้ร่างเล็กมากขึ้นเรื่อยๆ

“ลองนึกดีๆ”

“แล้วจะเขยิบเข้ามาทำไม ถอยออกไปหน่อยก็ได้”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED