นิทราพาร่างอวบอิ่มวิ่งลงจากบันไดบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ วันนี้คิดจริงจังอยากออกไปจากที่นี่ ให้ตนเองรับความจริง แต่หัวใจเจ้ากรรมก็ยังอยากลองดูสักตั้งกับเรื่องที่ตั้งใจ
เรื่องที่อยากเห็นหน้าเจ้าของบ้าน ตื้อเขาให้กลับมารัก ดูความหวังจะเริ่มเลือนลาง หลายเดือนแม้จะเจอเรื่องราวร้ายๆ สักเท่าไหร่เธอหวังให้ความรักกลับไปเป็นดั่งเดิมแต่ความเป็นจริงคือเขาทำตัวเหมือนอยู่คนละโลกกับเธอ
ไม่มาทำงานที่ไร่แห่งนี้ก็ได้แต่ก็ยังบากหน้าด้านมา ใครๆ ที่รู้เรื่องราวตั้งแต่ต้นก็ว่าเธอโง่ หน้าด้านแต่เธอไม่แคร์ ขอเวลาอีกสักนิด
ท่าทีเธออาจจะดูแกร่ง เข้มแข็งแต่ความจริงในใจอ่อนแอเหลือเกิน
นิทราหลับตา อยากให้เรื่องร้ายๆ ที่เกิดเป็นเพียงฝัน นั่งหลายนาทียังไม่อยากลุกไปไหนใครจะว่าเธออู้งานก็ช่างเพราะตอนนี้ภาพบาดตาบาดใจทำให้เธอไม่มีแรงก้าวเดิน
นายแพทย์วงศกร ผสุชา อายุ 29 ปี หมอหนุ่มแผนกศัลยกรรม รูปร่างสูง 183 เซนติเมตร นัยน์ตาสีรัตติกาลซึ่งเธอหลงใหลมาเนิ่นนาน ยามใดตรวจคนไข้ ญาติผู้ป่วยมัวแต่มองใบหน้าที่ส่องประกายออร่าจนลืมฟังเรื่องอาการคนป่วย ซึ่งเมื่อเธอหยอกเย้าเขาต่อว่าพูดเพ้อเจ้อทุกครั้ง
พี่หมอหนึ่งเมื่อก่อนเคยประจำที่โรงพยาบาลรัฐในกรุงเทพ ตอนนี้ย้ายกลับมาสระบุรีได้สามเดือนกว่า
หัวใจที่ใครต่อใครว่าเย็นชาดวงนั้นเธอเคยได้ครอบครองมา ช่วงเวลาหนึ่ง ผู้ชายที่เคยอบอุ่นอ่อนหวานสำหรับเธอ ผู้ชายรูปหล่อ ดูอันตรายสำหรับคนอื่น วันนี้กำลังกลายเป็นคนอื่น แม้มาอยู่ในบ้านของเขา ทำงานให้ตามที่ได้รับคำสั่ง หวังคว้าหัวใจที่เริ่มจะปลิวหายกลับมา วันเวลากลับเริ่มบอกว่าเธอสุดคว้าเอื้อมหัวใจไร้ความปราณีนั้นแล้ว
วันนี้คนใจดำตั้งใจเปิดตัวคนรักใหม่ คนรักซึ่งคู่ควรที่เขาพร่ำบอกเธอให้เจ็บปวดใจ โดยพามาที่บ้าน คำพูดซึ่งเคยบอกจะมีเพียงเธอกำลังจะกลายเป็นอดีต
เป็นอย่างที่พี่ต้องการแล้ว รู้มั้ยนิเจ็บจังเลย
หญิงสาวหันมองบ้านไร่หลังใหญ่แห่งนี้ซึ่งอยู่ไม่ห่างไร่องุ่นกว้างขวางนับพันไร่ซึ่งเป็นกิจการที่ทำรายได้มากมายให้ครอบครัวผสุชามาตั้งแต่รุ่นทวดของเขา ป้าผานิตไม่ชอบชีวิตชาวไร่ชาวสวนตั้งแต่ไหนแต่ไร ที่นี่จึงมีเพียงคนงานหลายร้อยชีวิตซึ่งทำงานมานานและเป็นที่ไว้ใจของคนในครอบครัวผสุชาแทบทั้งนั้น
วาดหวังจะมาสร้างครอบครัวกับพี่หมอหนึ่ง แต่คำสัญญาทุกอย่างกำลังสลายปลิวหายไปกับความแค้น หรืออาจจะเป็นแค่คำลวงตั้งแต่แรกเริ่ม
นิทรานั่งบีบมือตนเองด้วยความไม่แน่ใจ สับสน
“นิแต่งงานกับพี่แล้ว เช้ามาก็ไปสอนเด็กที่โรงเรียน เสาร์อาทิตย์คงมีเวลาดูแลสวน ดูแลไร่บ้าง เราจะย้ายมาอยู่ที่นี่กันถาวรนะ รอพี่หน่อย”
เมื่อเรียนจบแพทย์และประจำในกรุงเทพหมอหนุ่มคนนั้นพูด นิทรายังจำทุกคำได้ หญิงสาววัย22 ปีแหงนหน้ามองพุ่มต้นไม้ น้ำตาจะไหลรินทำไมกันนัก เธอมันคนสู้ชีวิต หลังจากนั้นก้มหน้ามองนิ้วมือตนเอง มองแหวนวงเล็กที่ยังแอบสวมใส่แม้เคยโดนตะคอกใส่หน้าว่าให้ถอดทิ้ง อย่าให้เขาเห็นเธอใส่มันอีก หญิงสาวตัดสินใจดึงออกจากมือ แต่หัวใจเจ็บปวดเมื่อทำเช่นนั้นจึงใส่กลับไปที่นิ้วอีกครา
“ขอใส่ไว้ก่อนนะพี่หมอส่วนเรื่องไปจากที่นี่ นิขอเวลาอีกไม่นานค่ะ”
ลืมหมดสิ้นความรักที่เคยหวานชื่นเพียงเพราะรู้ว่าแม่เธอเป็นชู้กับพ่อของเขา จนทำให้แม่บังเกิดเกล้าเขาล้มป่วยและตรอมใจตาย มันเป็นเรื่องที่สาหัสสากรรจ์ ทว่าทำไมกลายเป็นความผิดเธอ ทั้งที่เธอเองก็เจอเรื่องเลวร้ายไม่ต่างกัน คนที่เธอรักจะรู้ไหมว่าตอนนี้เธอลำบากเพียงใดที่ต้องเผชิญกับเรื่องที่ไม่ได้ก่อ
“ฉันไม่อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นว่าจะเป็นจะตายอย่างไร ถ้าอยากมาทำงานใช้หนี้ก็ทำไป แต่ฉันว่าทำให้ตายก็คงใช้หนี้ไม่หมด แต่เอาเถอะอย่างน้อยฉันก็ได้ทำอะไรเพื่อคนที่ฉันรักบ้าง”
การได้เอาคืนเธอคงทำให้เขาสบายใจขึ้น อาจจะให้อภัยได้ในสักวันหนึ่ง
แต่ตอนนี้ไม่มีหวังเรื่องนี้ เธอต้องหาทางออกจากวงจรความรักที่กำลังฆ่าเธอไม่ต่างจากยาพิษที่ซึมเข้าในกระแสเลือดช้าๆ และจะทำให้ตายไปในที่สุด
หกเดือนก่อน
นิทราตอกย้ำให้ตนเองเจ็บเพื่อจะลืมคนรัก
“เพื่อนกันยังทำกันได้ แม่เธอมันน่ารังเกียจ เธอเองก็รู้เรื่องนี้ใช่ไหมเลยเข้ามาตีสนิทฉันอีกครั้ง ”
มือใหญ่บีบไหล่เธอแน่นเขย่าจนร่างกายสั่นคลอนในรถคันหรู
คนรักที่เธอบูชาว่าเขาคือฮีโร่ ผู้ชายที่แสนดีซึ่งโชคดีคว้าหัวใจมาได้ เขาคือผู้ชายอ่อนโยนคนนั้นจริงหรือแต่เขากลับไม่ยอมปล่อย จนกระทั่งมือถือของเขาเข้ามาขัดจังหวะ เธอจึงได้เป็นอิสระและคิดเรื่องราวต่างๆ
เธอรู้เรื่องนี้ก่อนเพียงอาทิตย์เดียว พยายามจะหาทางออก โดยขอร้องแม่ให้เลิกกับคุณลุงทศพลแต่แม่ก็ไม่รับฟัง บอกว่าทางนั้นดูแลครอบครัวเราได้ ป้าผานิตไม่ได้รักลุงทศพล แม่อ้างว่าทำเพื่อเธอจนทะเลาะกันใหญ่โต “หนูไม่เรียนแล้ว แม่เลิกเถอะนะ พี่หมอหนึ่งกับหนูจะมีปัญหากันแม่รู้มั้ย แม่ก็รู้หนูรักพี่หมอมากแค่ไหน ”
เธอรักการเรียนแต่แคร์คนรักมาก ยึดมั่นในความดีมากเช่นกัน แม่บอกว่ามีของดีๆ ใช้ไม่ชอบ มีเงินอะไรๆ ก็ดีไม่ชอบ แม่ไม่รับฟัง เธอกลายเป็นคนโง่ที่แม่เบื่อหน่ายและทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวหลังจากนั้น
“นิจะหาทางออก จะกล่อมแม่ค่ะพี่หนึ่ง พี่อย่าโมโหนะคะ”
“จะมีประโยชน์อะไรแล้วรู้ไหมแม่ฉันเข้าโรงพยาบาลตอนนี้ รู้มั้ย!”
“คุณป้า !ขนาดนั้นเลยหรือคะ”
อยากเข้าไปกอดเพื่อปลอบโยนแต่เขาถอยหลังหนี แววตาอ้อนวอนเธอไม่มีความหมาย
“บ้านของยายพ่อยังอยากให้แม่เธอเข้าไปอยู่ อย่าหวังว่าจะได้ไปง่ายๆ ถึงพ่อจะโอนให้เป็นชื่อแม่เธอแต่ฉันจะเอามันคืนมาให้ได้”
บ้านเรือนไทยสีขาวหลังสวยที่แม่บอกว่าคือบ้านหลังใหม่ และคือความสุขของแม่คือบ้านคนรัก เธอไม่รู้ว่าสีหน้าตนเองเป็นอย่างไร รู้แต่ว่าสายตาพี่หมอหนึ่งตอนนี้มีแค่ความเย็นชา
“นิไม่รู้เรื่องนี้เลย ไม่เกี่ยวกับนินะคะ”
“เหมือนแม่เธอหรือเปล่าที่ไม่รู้ว่าแม่ฉันเป็นโรคหัวใจ โกหกหน้าด้านๆ แม่เธอรู้เรื่องนี้นานแล้ว ก่อนหน้านี้ยังเคยพาแม่ฉันไปโรงพยาบาลเลยนี่ ฉันชักแน่ใจแม่เธอคงคิดเรื่องจับพ่อฉันมานานแล้ว แม่เองไม่ชอบอยู่ที่ไร่ พ่อเลยมีข้ออ้างไปที่นั่นเสมอ”
มันไม่เกี่ยวกันเลย เธออยู่ใกล้ไร่ผสุชามาเนิ่นนาน ใช้ชีวิตในบ้านเช่าราคาถูกกับแม่ แม่ขยันทำงานเพื่อส่งเธอไปเรียนมหาลัยในกรุงเทพ เธอบอกเขาไป ความทรงจำของเธอและเขาอยู่ที่นี่จึงไม่อยากย้ายไปไหน
แต่เขาไม่เชื่อคำพูดเหล่านั้นอีก
“อย่าเอาเรื่องนั้นมาอ้าง ยิ่งพูดจะยิ่งเข้าตัวเอง เธอน่ะไม่ต่างจากแม่”
พี่หนึ่งที่ไม่เคยดื่มเหล้า วันนี้มีกลิ่นเหล้าหึ่ง เขากำลังบีบคอเธอ ปากก็สบถ ด่าทอ นิทราดิ้นรน
“อึก อึก พี่หมอ พิ…”
พี่ชายที่แสนดีกับเธอเสมอ แม้ตอนโตจะห่างกันเพราะเขาย้ายไปเรียนกรุงเทพก่อน ได้เจออีกครั้งเธอตามตื้อเขาอย่างที่หัวใจเรียกร้อง แต่กว่าจะได้เข้าใกล้และเป็นแฟนไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องกลายเป็นผู้หญิงหน้าด้านให้เพื่อนๆ หลายคนหัวเราะเยาะ
ด้านทำไมในเมื่อเธอรักจริง รักมานาน
ไม่มีใครรู้ว่าเธอรู้จักรุ่นพี่สุดฮอตแห่งคณะแพทย์ศาสตร์คนนี้มาก่อน เธอหมายมั่นต้องทำให้ทุกคนแปลกใจ และดีใจเหลือเกินเมื่อความหลังครั้งเก่าทำให้เธอได้ใกล้พี่หนึ่ง และเอื้อมหัวใจเขามาครองสำเร็จ
ตื้อแบบหน้าด้านคือเธอ
หนีแบบไม่ตั้งใจหนีคือเขา
เพราะหัวใจเราตรงกันนิจึงคว้าหัวใจพี่ไปง่ายๆ อย่าทำมันหายเสียล่ะ
วันที่ตกลงเป็นแฟนเหมือนโลกทั้งใบเป็นของเธอ แม่เองยังยินดีและกอดเธอแน่น
“ลูกแม่น่ารักขนาดนี้เขาไม่ตกลงก็โง่แล้ว”
รู้ว่าแม่หวังจะได้ลูกเขยที่ดีพร้อม เธอเองไม่พูดอะไรกับแม่มัวแต่เขินอายและดีใจ
แต่เขากลับโยนความรักนั้นทิ้งเสียเอง ความรักกำลังจะจบลงเพราะเขาไม่รับฟังอะไร ในใจเขามีแต่ความแค้น ชิงชัง ทว่าแม้เธอเจียนบ้าก็สั่งใจให้ตื้อ เจ็บหัวใจ เจ็บตัวสารพัดก็ไม่คิดยอมแพ้ง่ายๆ
“พี่หมออย่าทำอย่างนี้นะคะ นิไม่รู้มาก่อน อย่าทิ้งความรักของเราเลย นิรักพี่มาก รักมากนะ ”
ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาตกใจ แต่เหมือนเขาจะไม่สนใจ
รักมั่นเพียงไหนขอให้ใจเธอรับรู้
ห่างกันเสี้ยวนาทีหดหู่ ห่วงหา
รักมั่นตลอดไปขอเธออย่าร้างลา
คำมั่นเรามาสัญญาเพื่อรักยืนนาน…
วงแขนกลมกลึงกอดร่างใหญ่แน่น คิดถึงกลอนเชยๆ ที่พี่หมอบอกว่าชอบและขำอย่างที่ไม่เคยเห็น น้ำมูกน้ำตาเปื้อนเสื้อผ้าราคาแพง หวังให้เขาอย่าผลักไสกัน กอดอย่างไม่หวงเนื้อหวงตัวอีกต่อไป แต่กลับโดนคนหน้าแดงหน้าดำผลักอย่างแรง แววตาชิงชังเจ็บยิ่งนัก ไม่ต้องการให้เขามองแบบนี้ อยากได้สายตาห่วงใยคืนมา แต่สุดท้ายโดนไล่ลงจากรถอย่างไม่ใยดี ปล่อยให้เธอเดินฝ่าสายฝนกลับบ้าน
ใจร้ายเพราะกำลังโกรธ นิทรารู้ว่ากำลังหลอกตนเอง แต่ก็ยังคิดจะหลอก
วันต่อมาเขามาอาละวาดที่อพาร์ทเม้นท์ เธอใจกล้าอีกครากอดเขาแน่น เหมือนทุกครั้งที่เกิดการง้องอนกัน บอกว่ายอมเขาทุกอย่างแค่เขาหายโกรธ มุมปากสีสดยิ้มหยัน ไม่มีแววเสน่หาเหมือนวันวาน
คราก่อนเคยเว้าวอนอ้อนขอแต่ตอนนั้นแม้ถอดเสื้อผ้าจนหมดสิ้นเขาก็ไม่หันแล
“ฉันขยะแขยงเธอออกไปให้พ้น ไม่อยากแตะต้องอีกแล้ว สกปรกไม่ต่างจากแม่แน่ๆ คงขายตัวไปทั่ว ไม่อย่างนั้นคงไม่มาเสนอตัวให้ฉัน มาตื้อฉัน ฉันกลับมาบ้านไร่ครั้งนี้ ได้เปิดหูเปิดตา เสียงคนพูดเรื่องแม่ของเธอมันอื้ออึงในหูจนแทบจะอ๊วก”
ไม่มีอะไรดี ไร้ค่าไร้ราคา การเข้าไปหาคนที่เฝ้าปองก่อน มาวันนี้เขาเหยียบย่ำด้วยคำพูดเหมือนเธอเป็นผู้ร้ายก็ไม่ปาน
“พี่หนึ่งอย่าใจร้ายกับนิเลยนะคะ อยู่กินข้าวเป็นเพื่อนนิก่อนนะ”
“อ่อยจังเลยนะเมื่อรู้ว่าฉันไม่สนใจแล้ว เสียใจด้วย ไม่สมหวังแน่นอน ฝากบอกแม่เธอด้วยล่ะ โชคสองชั้นชวดแล้ว ”
อายเหลือเกิน นิทรารีบติดกระดุมเสื้อสองสามเม็ดที่หลุดเพราะแรงมือใหญ่ ขณะเดียวกันนั้นเขาเดินออกห้องพร้อมเขวี้ยงรูปถ่ายเธอและแม่ กระถางต้นไม้ที่ดอกกุหลาบกำลังชูช่อสวยโดนเขาทำลายเช่นกัน
เพล้ง!เศษแก้ว กระถางแตกกระจัดกระจาย
กระถางพวกนั้นเธอดูแลมานาน คือหัวใจของเธอ เขาปลุกมันกับเธอแต่ตอนนี้มาทำลาย นิทรายืนมองน้ำตาไหลพราก
“พี่หนึ่ง”
“แม่ฉันตาย เธอรู้หรือเปล่า”
ร่างกายทุกส่วนชาดิก ดอกไม้ที่มีคุณค่าทางจิตใจไม่ได้รับความสนใจอีก ป้าผานิตตายแล้ว ไม่จริงใช่ไหม น้ำตาเธอไหลริน นัยน์ตาแดงก่ำของคนรักเหมือนจะสื่ออะไรมากกว่านั้น เหมือนปากเขาจะพูดอะไรอีกแต่กลับเลือกจะเดินจากไป
รักของเธอที่วาดหวังว่าจะหวานชื่น มีความสุขอย่างที่ไม่เคยพานพบคงปิดฉากลงแล้ว
“ฮือๆๆ แม่ทำไมทำอย่างนี้กับนิ พี่หมอหนึ่ง ฮือๆๆ อย่าเพิ่งไป”
ร่างอวบอัดวิ่งไปรั้งเขา แต่ก้ไม่ทัน มารู้ตัวอีกทีตนนั่งตัดดอกกุหลาบที่บอบซ้ำไว้ในมือ
แต่มันคงซ้ำไม่มีทางสวยงามดังเดิม หัวใจแห้งแล้วเศร้าหมอง
“มาทำอะไรตรงนี้ดึกแล้วไปนอนสิพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”
นิทราป้ายน้ำตาหันมองป้าแม่บ้านที่มองเธอด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะย้อนด้วยน้ำเสียงนาบเรียบ “ป้าจะมองนิแบบนี้ทำไม จะมาสั่งทำไม นิจะนอนเวลาไหนใช่เรื่องของป้าหรือ นิไม่เคยบกพร่องในนหน้าที่นะ”
ว่าแล้วเดินผ่านแม่บ้านสูงวัยที่สีหน้าดำคล้ำ แต่เธอหาได้สนใจเพราะรู้ดีที่นี่ไม่มีใครต้อนรับเธออีกแล้ว ทุกวันนี้เธออยู่ในฐานะคนรับใช้ที่ต้องทำงานมากกว่าคนอื่นๆ แต่ให้คนอื่นโขกสับนั่นไม่ใช่เรื่องที่ต้องทน
วงศกรกลับมาจากโรงพยาบาลได้พักใหญ่ๆ ยืนมองผู้หญิงที่เคยรัก น้ำตาผู้หญิงคนนั้น ลูกสาวของหญิงแพศยาที่ทำให้แม่เขาต้องตาย ทำให้เขาไม่มีพ่อ น้องสาวกลายเป็นคนเจ็บป่วยทางจิตใจ
ช่างเป็นน่าเรื่องขบขันแต่หัวเราะไม่ออก ใครบอกว่าทำดีได้ดี แม่ซึ่งเข้าวัดเข้าวาเสมอต้องมาเสียผัวให้เพื่อนซึ่งรักมากที่สุด
เป็นคนดีทำให้ต้องพบเจอความปวดร้าวใจ ภาพแม่ร้องไห้และวิ่งตามรถพ่อจนโดนรถชนยังอยู่ในสมอง ซึ่งปวดหัวทุกครั้งที่นึกถึงแต่ให้ลืมง่ายๆ ทำไม่ได้
เลือดแม่ไหลออกจากปากระหว่างที่กอดท่านไว้แนบอก ทำให้เขาอยากจะอาเจียนเมื่อคิดถึง แม่คงเจ็บมาก
หมอที่เจอเรื่องการลาลับของชีวิตคนมามากอย่างเขา เจอกับตัวหัวใจแทบหยุดเต้น
“แม่ทำใจดีๆ นะครับ ผมจะพาไปโรงพยาบาล ผมจะรักษาแม่เอง”
น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว แม่ยกมือขึ้นลูบใบหน้าเขา กำลังจะหมดแรง
“บ้านยายเอาคืนให้แม่นะ อย่างอื่นปล่อยไป อีกอย่าง อึก อึก แม่ไม่เอาสะใภ้คนนั้น ไม่…อึก”
ก่อนจะลาลับโลกนี้ คำสั่งเสียยังดังก้องหู ซึ่งเขาเพิ่งรู้รายละเอียดทุกอย่างเมื่อครู่
นาฬิกาที่ไหนบ้างย้อนเวลากลับได้บ้าง แค่เสี้ยวนาที แค่นั้น ถ้าเขาวิ่งเร็วกว่านี้ ไม่ยืนงง แม่คงไม่ต้องตาย
“แม่! ผมขอโทษ”
พี่ขอโทษเธอเหมือนกันวิกาวีที่ทำให้ชีวิตเธอต้องเจออะไรแบบนี้
ครอบครัวนั้นเคยอยู่ใกล้เป็นเพื่อนบ้านที่แสนดี แต่เมื่อพ่อได้มารับราชการที่กรุงเทพ เขาและแม่ตามพ่อมา นานครั้งจะกลับไปยังไร่องุ่นเพื่อดูแลและพักผ่อนในคราเดียวกัน
อยู่กรุงเทพครอบครัวก็มีความสุขมาก เขาเป็นที่อิจฉาของเพื่อนๆ เพราะมีพ่อเป็นนายทหารที่มีชื่อเสียง
พ่อคือฮีโร่ในใจที่เขาต้องเดินตามรอยเท้า ทว่าเมื่อสองแม่ลูกที่เคยอยู่บ้านใกล้เข้ามาในชีวิตอีกครั้ง ครอบครัวที่มีความสุขก็เปลี่ยนไปเขามัวแต่ดีใจที่เจอเพื่อนเก่าที่เคยน่ารัก ช่างอ้อน ลืมสังเกตว่าพ่อเริ่มกลับไร่องุ่นที่ต่างจังหวัดบ่อยขึ้น ไม่กลับบ้านและแม่เริ่มไม่พูดจาเหมือนก่อน
ช่วงนั้นเขากำลังตกอยู่ในความรักจนลืมแม่
“คุณจะรักจะไปใช้ชีวิตกับมันฉันไม่ว่าแต่อย่าเอาบ้านแม่ฉันไปให้มันอยู่ ฉันไม่ยอม โอนคืนมาให้ฉันนะ แม่โอนเป็นชื่อคุณเพราะไว้ใจ อย่าให้คนตายต้องลุกขึ้นจากหลุมเพราะความชั่วของคุณนะคุณทศ”
วันนั้นก่อนแม่จะเสียเกิดการทะเลาะเสียงดัง เขายืนฟังทุกอย่างด้วยใจแค้น เพราะพ่อบอกว่าไม่คืนจะแลกด้วยบ้านหลังที่กรุงเทพ พ่ออ้างว่าเป็นคนซื้อคงแลกกันได้ ราคาก็ใกล้เคียง
“แต่นั่นมันบ้านเกิดฉันนะคุณ ฉันโตมาจากที่นั่น คือความทรงจำของฉันและพ่อแม่ คุณจะใจดำเอานังเมียน้อยไปเหยียบหัวพ่อแม่ฉันหรือ”
“อย่าพูดแบบนี้น่าคุณ พ่อแม่คุณไปเกิดนานแล้ว ให้ผมทำอะไรที่สบายใจบ้างเถอะ เราแต่งงานเพราะโดนคลุมถุงชน คุณก็จำได้ ออ บ้านที่คุณบอกว่ารัก ไหนบอกมาสิแล้วทำไมไม่เคยไปสนใจ ไม่เคยคิดไปดูแลบ้าง”
อยู่กับแม่ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง ผู้หญิงคนนั้นคือทุกอย่างที่พ่อตามหา เขากำหมัดแน่น สงสารแม่จับหัวใจ แต่ไม่อยากเข้าไปโวยวายเพราะอายคนรับใช้ที่แอบฟัง กระทั่งพ่อเดินออกไปและแม่วิ่งตามเขาเข้าไปห้ามแม่ แต่วันนั้นก็ไม่ทันการณ์
“พี่หมอมองอะไรคะ” ดุสิตากอดด้านหลังผู้ชายที่หลงรักมานานแต่เพิ่งจะได้มีโอกาสสารภาพรักและโชคดีที่หมอหนุ่มโสด เธอจึงได้ศึกษาดูใจกับเขา
“เรามาคบกันดีไหม”
คือคำพูดที่เธอต้องใช้พลังงานมากกว่าจะเปล่งออกมาได้และ เธอโชคดีมากที่คำพุดนั้นไม่สูญเปล่า พี่หมอบอกว่าถ้าอยากมีแฟนที่งานยุ่งมากก็ลองดู
พี่หมออาจจะเคยมีแฟนมาก่อน แต่เป็นแค่อดีต ใครๆ ก็มีอดีต เธอไม่สนใจ เธอเองมีดีพอให้เขารักและยกย่อง
“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่หิวหรือยัง”
ดวงตาของคนทั้งสองสบกัน ก่อนที่วงศกรจะก้มเคลียร์เอกสารในไร่
หญิงสาวด้านหลังเป็นนักศึกษาซึ่งรู้จักกันตอนเรียนมหาลัยเธอเป็นผู้หญิงพูดน้อย มีความคล้ายผู้หญิงคนนั้น เขาไม่โกหกตนเองว่าบางครั้งอยากหาตัวแทนมาทำให้ใจที่ปวดร้าวหายลงบ้าง
แม้อยากแก้แค้นปานใดแต่ภาพวันเก่าก่อนของเขาและนิทรายังหลอกหลอนเสมอ จึงอยากให้ดุสิตามาลบมันออกไป
คืนนี้หมอหนุ่มทนลูกตื้อไม่ได้ต้องพาเธอกลับมาบ้านไร่ด้วยกัน
“พี่หมอหนึ่งขา ไปหาอะไรกินกันก็ดีคะ”
“พี่หิวหมือนกันครับงั้นเดี๋ยวลงไปหาอะไรกินกันดีกว่า นั่งอ่านหนังสือในห้องทำงานพี่คงเบื่อแย่”
“ได้ค่ะ”
แสดงความเป็นเจ้าของหมอสุดฮอตเธออยากทำเหมือนกัน ดุสิตาเดินนำหน้าหมอหนุ่ม สายตาสำรวจบ้านหลังสวย จัดแต่งทรงผมยาวให้เรียบร้อยดูดีที่สุด
บ้านไร่ที่นี่กว้างขวาง ตอนแรกเธอคิดว่าจะน่าเบื่อแต่เมื่อได้มาก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจ
แม้ไร่ผสุชาจะมีชื่อเสียง แม่ก็ไม่สนับสนุนเพราะอยากให้เธอเจอหนุ่มหล่อรวยที่กรุงเทพมากกว่า แต่หากแม่มาเห็นที่นี่ต้องเปลี่ยนใจ ดุสิตายิ้มดีใจเมื่อคิดว่าความรักกับพี่หมอหนึ่งที่แอบรักมานานจะสมหวัง ถึงขั้นแต่งงาน
เธออยากเป็นนายหญิงของไร่แห่งนี้ ดูแลพี่หมอ ดูแลลูก ชีวิตจะหาความสุขกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
เมื่อก่อนสมัยมัธยมเธอเคยเห็นรุ่นพี่คนนี้ไปหาอาจารย์ที่โรงเรียน ผู้ชายตัวสูงที่หล่อเหลาที่สุด นักเรียนรุ่นน้องต่างกรี๊ดกร๊าด
เรื่องราววันเก่าๆ เข้ามาในสมองจนดุสิตายิ้มออกมา
“ยิ้มอะไรหึเรา”
“คิดถึงเมื่อก่อนค่ะ ตอนเรียนมัธยมพี่หนึ่งคงฮอตน่าดู สาวๆ ต่างอยากได้เป็นแฟน”
“แก่แดดกันจริง ตอนนั้นเราน่ะอายุเท่าไหรกันครับ”
“หนูนิดเปล่าคิดนะ”
ดุสิตาโกหก ใบหน้าแดงก่ำ
วงศกรยิ้มเอ็นดูดุสิตา
“พี่หมออ่ะ ใครจะเหมือนพี่หมอเย็นก็กลับบ้านไม่มองผู้หญิงเลย ใช่ไหมล่ะ”
ดุสิตาอยากรู้เรื่องในอดีตของคนที่ได้ชื่อว่าแฟน ก็ลองตั้งคำถามวงศกรคิดถึงอดีต ใครบอกว่าเขากลับบ้าน เขารีบกลับไปรับนิทราต่างหาก และพาเธอไปหาที่นั่งอ่านหนังสือ กินขนมด้วยกัน เด็กที่ขัดสนเงินทองคนนั้น เขาบอกว่าสงสารเธอเหมือนน้อง ที่จริงในใจลึกๆ เขาติดใจดวงตาเศร้าสร้อย ปากช่างถามมากกว่า…
เลิกคิด วงศกรเบื่อตนเองที่ยังวนเวียนคิดเรื่องนี้ รีบเดินเข้าครัวไปหาของกิน จนดุสิตาเดินตามแทบไม่ทัน
เลิกฝันลมๆ แล้งๆ
นิทรากำลังจะปิดประตู แม่บ้านวิ่งหอบแฮ่กๆ มาใกล้ ปากตะโกน “อย่าเพิ่งปิด ออกมาก่อนคุณหมออยากกินข้าวต้ม”
“ข้าวต้มหรือคะ”
“คงหมดแรงมั้ง อิ อิ” ชบาลูกสาวป้าแม่บ้านเดินมาด้วย ชบาซึ่งเหมือนชีวิตจะมีแต่เรื่องตลก เรื่องกิน นินทา ว่าแล้วเดินไปห้องตนเอง ป้าแม่บ้านจ้องนิทรา “ไปสิ หน้าที่ฉันตอนเช้าเธอดูแลกลางคืนเสมอนี่น่า”
นิทราก้มหน้า ไม่รู้ว่าป้าแม่บ้านคิดอะไรอยู่ หญิงสาวเก็บกุญแจห้องหันหลังไปที่บ้านเรือนไทย
ข้าวต้มและผัดผักเขากินง่ายๆ แบบนี้มานาน เมื่อก่อนเธอทำให้กินเสมอเมื่อเขากลับมาบ้านไร่ นั่งกินด้วยกันอย่างมีความสุข หยอกเย้า พะนอเอาใจ แต่ตอนนี้ต้องทำให้เขานั่งกินกับคนอื่น นิทราหั่นผักคะน้าด้วยหัวใจเลื่อนลอย
“โอ้ย”
มีดด้ามเล็กบาดนิ้วมือชี้ข้างซ้ายมีเลือดซึม หญิงสาวรีบไปหาพลาสเตอร์ยามาปิด และรีบทำกับข้าวให้เร็วที่สุด เธออยากเอาไปวางบนโต๊ะตอนที่ไม่มีใคร ตอนที่เข้ามายังไม่เห็นใครมานั่งที่ห้องอาหาร
ข้าวต้มกุ้ยธรรมดาเรียบร้อย หญิงสาวตักใส่ถ้วยวางลงในถาด จัดให้สวยงามเหมือนอาหารที่เคยได้รับคำชม พลันคิดถึงมื้อสุดท้ายที่เคยกินกับคนที่เคยบอกว่ารักเธอมาก
“กินเยอะๆ นะอวบระยะสุดท้ายแล้วนะเรา”
เธอหน้างอวางช้อนลงแต่คนน่ารักวันนั้นตามมาง้อ ถูแก้มสากกับแก้มนุ่มจนร่างกายเธอซ่านสยิว
หลายครั้งเขาบอกว่าต้องการขอมัดจำฝากรักที่ร่างกายเธอ แต่เธอยับยั้งชั่งใจไม่หวั่นไหว อยากให้คืนวิวาห์มีค่าแห่งการจดจำ ทว่าวันนั้นคงไม่มีแล้ว
ความฝันความหวังพังทลาย หัวใจมีเพียงน้ำตา จากนี้คงจดจำเพียงเรื่องที่โดนทอดทิ้ง ทำร้ายหัวใจ จดจำมันไปจนวันตาย
“เสร็จหรือยังกินคืนนี้นะไม่ใช่พรุ่งนี้เช้า”
นิทราบีบถาดอาหาร เบี่ยงร่างหนีเพราะว่าคนตัวสูงมายืนชิดด้านหลัง ก้นงอนงามของเธอสัมผัสกับร่างกายเขาและดูเหมือนกำลังเบียดเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ
“เสร็จแล้ว จะเอาข้าวไปที่โต๊ะค่ะ”
“ไม่ต้อง”
หญิงสาวเอี้ยวหน้ามองอย่างห้ามหัวใจไม่ได้ สบนัยน์ตาไร้ความรู้สึกหัวใจพลันแห้งเหี่ยว จนต้องก้มหน้ามองถาดอาหาร
ต้องการแบบไหน ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่เขา
“ถ้าอย่างนั้นขอตัวก่อนนะคะ”
มือเล็กวางถาดข้าวลงบนโต๊ะ ถอยห่างเจ้าบ้านซึ่งยังอยู่ในชุดทำงาน คือเสื้อสีโปโลสีเหลืองและกางเกงสแล็ก กลิ่นหอมคุ้นเคยทำให้ใจเธอปั่นป่วนจนเธออยากออกไปให้พ้นห้องครัว ทว่าเดินได้เพียงก้าวเดียวมือใหญ่กลับโอบที่หน้าอกอวบทั้งสองข้าง นิทราร้องเสียงหลง
“พี่ คุณหมอจะทำอะไร”
ตัวร้อนราวโดนไฟนาบ เอี้ยวหน้าไปด้านหลังเพื่อมองเขา ดวงตายังคงเย็นชา นิทราดิ้นรนหนีร้องให้เขาปล่อยแต่แรงมือยิ่งเน้นย้ำบีบเคล้นอกอวบหนั่นแน่น
เป็นบ้าอะไรของเขา เคยบอกจะไม่แตะต้องเธอ
“ปล่อยทำไมชอบไม่ใช่หรือ ดูสิสู้มือดีออก”
ตอนนี้กับเมื่อวันวานไม่เหมือนกัน เธอจะไม่ยอมให้เขาสัมผัส แววตาไร้ซึ่งความรักมันทำให้ใจเจ็บร้าว
คิดถึงผู้หญิงบนตึกนิทราดิ้นสุดแรง
“อย่ามาแตะต้องนินะ คุณบอกเองลืมหรือไงว่าไม่อยากแตะ”
“เคยพูดเหรอ”
ให้ตายสิ ชอบพูดตีรวนตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอเหนื่อยไม่อยากทะเลาะกับเขาอีก นิทราหยิกข่วนมือทั้งสอง
“ถ้าไม่ปล่อยคนของคุณมาเห็นแน่”
“หนีทำไม ชอบให้แตะตรงนี้ไม่ใช่เหรอ”
แม้ปากดีไปหากนัยน์ตาเริ่มแดงก่ำ แต่ไม่อยากร้องไห้ เธอเริ่มเหนื่อย ร้องไปเขาก็ไม่เคยเห็นน้ำตาแห่งความเจ็บปวด
“ก็แล้วแต่”
“ปล่อยนะ ปล่อยนิเถอะ คนของคุณรออยู่ลืมหรือไร”
นิทราน้ำตาร่วง กลั้นความน้อยใจ ปวดร้าวไม่ได้ ซึ่งมันได้ผล เขาปล่อยมือเธอ หยิบถาดอาหารออกไป
“ฉันจะพาไปเอง คนที่ฉันพามาด้วยเธออาจจะรู้จัก เพราะเขาเป็นคนที่นี่เหมือนกัน มันไม่ดีสำหรับเขา”
ใครกันคนรักใหม่ของเขา!