ตอน 2

“แมรี่!”

เสียงตวาดของแม่ดังขึ้นอย่างรวดเร็วเท่ากับสองแขนที่วาดคว้าตัวลูกสาวขึ้นอุ้ม โอบร่างเล็กจิ๋วไว้แน่น ก่อนเงยหน้าว่าลูกสาว

“หนูมาทำอะไรตรงนี้ลูก! มัมบอกแล้วนะว่าห้ามออกมาคนเดียว ไปไหนต้องไปด้วยกัน ที่นี่ไม่ใช่บ้านเรานะลูก”

“หนูกำลังคุยกับคุณลุงเกเตอร์ค่ะแม่”

“ไม่เห็นมี...” สิ้นคำเท่านั้น คุณแม่แทบเป็นลม! เมื่อเห็นบางอย่างในพุ่มหญ้า เร็วกว่าความคิด สาวร่างบางในกางเกงยีนทะมัดทะแมงรีบอุ้มลูกน้อยออกไปให้ไกลกว่าเดิม ในระยะที่วิ่งหนีทันหากเกิดเรื่องไม่คาดฝัน ก่อนตะโกนเรียกสามี

“Alanaa!”

เรียวแขนกว้างกอดรัดร่างเล็กแน่น ปากจูบหน้าผากลูกสาวซ้ำ ๆ พร้อมแววตาเอ่อคลอ นึกโทษโกรธตัวเองไม่หาย เพราะถ้าหากว่าเด็กน้อยแสนไร้เดียงสาเป็นอะไรไป นั่นคือความผิดของแม่คนเดียว!

“ปริม! เจอแมรี่แล้วใช่ไหม...”

คุณพ่อหน้าตาตื่นตระหนกหลังจากที่ลูกสาวเดินหายไปจึงช่วยกันตามหา เข้าไปกอดทั้งลูกเมียอย่างเป็นห่วง อีกฝ่ายก็ขอโทษเขาน้ำตาคลอว่าคลาดสายตาจากลูก ก่อนจะชะโงกคอมองเงาดำไกล ๆ

“อะไรน่ะ?”

“จระเข้ค่ะ มันตัวใหญ่มาก ปริมไม่เคยเห็นตัวใหญ่เท่านี้มาก่อนเลยนะ เรียกพี่ ๆ ไกด์มาด้วยมาเซลฟี่กัน พี่อลัน ๆ เรียกเขามาเร็ว”

“มัม... คุณลุงบอกว่าเขาไม่ใช่จระเข้” เด็กน้อยขัดให้คุณแม่สงสัย เพราะจากตรงนี้คงมองไม่เห็นรายละเอียดชัดเจน คุณพ่อบอดี้การ์ดยืนข้างกันไม่ละวางตาจากเจ้าตัวใหญ่ในพุ่มหญ้า สองมือโอบลูกและภรรยาไว้

แน่นอนว่าถ้าเป็นเมืองไทยคงวิ่งป่าราบไปแล้ว แต่ที่นี่ผู้คนส่วนใหญ่พบจระเข้และแอลลิเกเตอร์เป็นประจำ ชาวเมืองท้องถิ่นก็ให้อาหารพวกมันจนอิ่มหนำสำราญ ที่นี่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว เขตป่าสงวนที่ผู้คนอยู่ร่วมกับธรรมชาติในเชิงอนุรักษ์ ทุกหย่อมหญ้าเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์หายากให้เที่ยวชมเช่นเหยี่ยว ปลาโลมา ลิง งูอนาคอนด้า แม้แต่ปลาปิรันย่า หากว่าพวกเขาเจอตัวอะไรก็จะเรียกไกด์ เรียกพรรคพวกมาถ่ายรูปพวกมัน

และถึงแม้ว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตกับโปรแกรมทัวร์สุขสันต์ ผู้คนละแวกนี้จะช่วยกันสอดส่องดูแลนักท่องเที่ยวเสมือนคนในครอบครัว

“พูดอะไรของลูกน่ะ? แม่รี่ ลูกรู้ได้ยังไงว่ามันไม่ใช่จระเข้”

“แอลลิเกเตอร์ [alligator] มาจากภาษาสเปน ‘Lagarto’ หมายถึงสัตว์เลื้อยคลาน ตัวนี้ปากเป็นโค้งทรงรูปตัวยู ไม่ใช่เจ้าตัวปากแหลม คุณลุงเขาเป็นแอลลิเกเตอร์ค่ะ”

“ปริม... ให้ลูกดูสารคดีสัตว์เหรอ?”

“ไม่เคยค่ะสาบานได้เลย ปริมไม่ให้แกดูเลยนะ ให้โตกว่านี้ก่อน”

แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็ถกเถียงกันเรื่องสารคดี อะไรที่ไม่ให้ลูกดู รับปากว่าจะไม่ผิดคำพูดกัน ยิ่งเดินทางมาทัวร์แอมะซอนอย่างนี้ด้วยคงได้คุยกันยาว

‘อายุเท่าไรก็เหมือนกันนั่นแหละ จะมาสอนกันตอนโต ดีนะไม่โดนงาบเข้าไปน่ะ แหม... แต่ละคนดูชิลล์กันเหลือเกิน’

“คุณลุงจะกินหนูเป็นอาหารค่ำไหมคะ?”

‘เธอตัวเล็กนิดเดียว เขมือบเข้าไปไม่ถึงค่อนกระเพาะลุงหรอก ถ้าจะกิน... พ่อแม่เธอดูอร่อยกว่าเยอะ แต่ว่าลุงเป็นมังสะวิรัต ไม่ชอบบริโภคมนุษย์เท่าไร กินไก่ทอดกินป๊อปคอร์นอร่อยกว่า’

“คุณเกเตอร์กินป๊อปคอร์นด้วยหรือคะ?”

‘กิน... ชอบเลยล่ะ มันกรุบกรอบเคี้ยวมันดี น่าเสียดายที่ลิ้นลุงไม่รู้รส’

“พ่อหนูก็ชอบกินไก่ทอดค่ะลุง แต่ว่าพ่อหนูชอบออกกำลังกาย คุณพ่อหนูเป็นบอดี้การ์ดค่ะ หล่อล่ำบึ้ก! เห็นมะ”

‘อ้อ... นั่นพ่อแม่เธอหรือ? พูดภาษาไทย แปลว่าเป็นคนไทย ลูกครึ่ง? เป็นคนที่ไหนล่ะ’

“พ่อหนูชื่ออลัน แบรดฟอร์ด แม่หนูชื่อปริม หนูชื่อแมรี่ค่ะลุงเกเตอร์”

เด็กน้อยพูดจ้อย ๆ จนคุณแม่ก้มหน้าลงตักเตือนว่า

“ไม่เอานะแมรี่ ลูกไม่ควรจะคุยกับจระเข้ อย่าไปเข้าใกล้มันด้วย อยู่ไกล ๆ พอนะลูก มันไม่เหมือนที่หนูดูในการ์ตูนนะลูก เชื่อมัมนะคะ”

“จริงด้วยลูก... คือแด๊ดว่าเรา... ไปตามคนอื่นมาเซลฟี่กับเจ้ายักษ์นี้ด้วยดีไหม? เอ่อ... มันตัวใหญ่จริง ๆ นะ”

“ก็ได้ค่ะ บายนะคะลุงเกเตอร์ แด๊ดดี้บ่นแล้วค่ะ”

‘จัน... เรียกลุงจัน ลุงเป็นคนพิจิตร เมืองชาละวัน ไว้เจอกันน่ะ ออ... แถวนี้มีอีกตัวนะ กำลังหิวโซเชียวล่ะ บอกพ่อแม่เธอกับพวกที่นี่ด้วย มันคงไม่ใจดีเหมือนลุง มันลากลงน้ำไปขย้ำอย่างเดียวอีหนู’

“ขอบคุณค่ะลุงจัน ไว้หนูจะชวนแด๊ดกับมัมไปเที่ยวเมืองชาละวัน พิจิตรนะคะ”

แมรี่เป็นเด็กความจำดีมาแต่ไหนแต่ไร แต่นั่นทำให้พ่อและแม่มองหน้ากันตกใจเป็นไก่ตาแตก เพราะไม่มีทางที่เด็กฝรั่ง นาน ๆ กลับกรุงเทพฯ จะรู้จักจังหวัดพิจิตร

พอดีกับที่ฝูงชนคน หนูน้อยคงไม่ลืมเพื่อนใหม่ ส่งยิ้มกว้างแฉ่งเห็นไรฟันขาวครบทุกซี่ โบกมือบ๊ายบาย

“Oh, Meu Deus! ”

[โอ้วว พระเจ้า!]

ชายสูงวัยตาแทบถลนจากเบ้า จากการคาดเดาของคนชำนาญงาน เขาแน่ใจว่าแค่ลำตัวของมันอาจใหญ่เกือบสิบเมตร! ไม่ลืมหันไปบอกนักท่องเที่ยวให้ถอยออกไปอีก เพราะไม่เคยพบเอลิเกเตอร์ตัวใหญ่ขนาดนี้ ยังไม่มีใครที่นี่เคยเห็นมันมาก่อน

หลายตัวที่มาขออาหารจากพวกเขา บางตัวมาทุกวันจนได้รับการตั้งชื่อ ซึ่งชาวบ้านคนท้องถิ่นจำมันได้ แนะนำเจ้าจระเข้ให้กับนักท่องเที่ยวอย่างคุ้นเคย

น่าเสียดายที่เจ้าตัวหลงถิ่นสะบัดหางโอฬารหนีลงน้ำไปอย่างรวดเร็ว

‘ฝันไปเถอะ ไม่ให้เซลฟี่หรอกชิส์!’

ตอน 3

“พุทโธ่! คุณหลวงขึ้นฝั่งไปที่ไหน ทำไมไม่บอกผมครับ!?” เสียงตวาดว่าเสียใหญ่โตของหนุ่มร่างเล็กอ้อนแอ้น มือเท้าเอวมองชายในสูทหล่อเหลา วางตุ๊กตาจระเข้น่ารักและถังกลมลายซูเปอร์ฮีโร่ยอดฮิตลงในฝั่งซ้ายและขวา

“ทำไมล่ะ? ไม่ใช่นักโทษซะหน่อย อยากไปไหนฉันก็ไป...”

“ขืนโดนจับไปผมจะทำยังไง ไถ่ถอนตัวออกมาจากสวนสัตว์ไม่ได้ง่าย ๆ นะครับ นี่... แล้วถ้าเจอคนไม่ดี...”

“ได้โดนถลกหนังไปทำกระเป๋าใช่ไหม? ฉันยังไม่เคยเห็นอะไรที่แกว่ามาสักอย่าง ยุคนี้มันศิวิไลซ์จะตายดูซี... มีทุกอย่าง มือถือ อินเทอร์เน็ต ฉันดูซีรีส์ได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ” พูดพลางเคี้ยวป๊อปคอร์นกรุบกรอบรสชาติจืดสนิท นัยน์ตาสีแดงที่มีรูรับภาพแสงคมปลาบราวดวงตาของจระเข้ เหลือบมองหนุ่มร่างเล็กความสูงเพียงระดับบ่า เมื่อเจ้าตัวกระแทกก้นนั่งลงบนโซฟาตัวเดี่ยวข้างกัน ในสีหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

“คุณหลวงนี่พูดอย่างไร เดือนนู้นก็โดนลูกดอกยาสลบ ซมซานคลานมานอนอืดอยู่หน้าบ้าน ดีนะ กลายร่างเป็นคนเสียก่อนจะได้เป็นหนูทดลองที่ศูนย์วิจัย...”

“พิกลล่ะ ไอ้เข้เกเตอร์จะกลายเป็นหนูได้ยังไงกัน...”

หนุ่มใหญ่ส่งเสียงหัวเราะดัง หน้าโทรทัศน์ขนาดใหญ่กว่าห้าสิบนิ้วในห้องมืดสลัว ไฟจากจอแอลซีดีกะพริบตามการเคลื่อนไหวของนักแสดงในนั้น บ่าวเห็นเจ้านายหยิบโยนข้าวโพดคั่วเข้าปากไม่หยุดหย่อน ตาหลุบมองของบนโซฟาสีดำกำมะหยี่อย่างสงสัย

“แล้วตุ๊กตาอะไรนั่นครับ?”

“ของเด็กน้อย เก็บมาได้ ของฟรี” พูดพลางหัวเราะหึหึในลำคอ บ่าวจึงส่ายหน้าอย่างเอือมระอาปากว่า

“ดูเถอะครับ คุณหลวงไม่เคยฟังผมเลย มีเรื่องวิวาทมาทีไร ไอ้คล้าว ๆ ช่วยกูด้วยโว้ย!”

เลียนเสียงตะโกนแหกปากของเจ้านาย ที่เคยกลายร่างงอกออกมาแค่หาง วิ่งเดือดร้อนมาถึงหนุ่มวัยรุ่นอายุร้อยกว่า ๆ ต้องเข้าไปช่วยปกปิดความลับไม่ให้รั่วไหล

สรีระของนายจันสูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตร ร่างหนาใหญ่กำยำเท่าฝรั่งตัวโต ๆ ไปไหนมาไหนสาวน้อยใหญ่คอยแต่จะกรี๊ดกร๊าดชอบใจ แม้ว่าเวลากลางวันเขาต้องใส่คอนแทคเลนส์ปกปิดนัยน์ตาสีแดงสดสวยไว้ต่างจากนายคล้าว

บ่าวไม่ใช่ชายร่างสูงใหญ่แต่ก็ไม่อ้อนแอ้นมากนัก ความสูงแค่ประบ่าของนาย นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนธรรมชาติ กลายร่างแล้วยังเป็นจระเข้ขนาดทั่วไปคือราวสามเมตร

โดยทั่วไปของจระเข้และแอลลิเกเตอร์มีลำตัวประมาณนั้น มากที่สุดในโลกน้ำหนักเกินหนึ่งตันคงประมาณหกเมตรกว่า ซึ่งคงไม่แปลก พวกมันใหญ่ได้มากเท่ากับที่มันกิน ใหญ่ขึ้นอีกเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดอายุขัยของมัน

ยังมีโอกาสเป็นไปได้ว่าอาจมีตัวที่ใหญ่กว่าสถิติ เพราะว่ายังไม่ได้รับการค้นพบด้วยน้ำมือมนุษย์

คงไม่ต้องพูดถึงนายจันที่มีอายุขนาดนี้ด้วยอิทธิฤทธิ์ของมนตรา ถึงเขาจะไม่ใช่แอลลิเกเตอร์กินจุ ไม่บริโภคเนื้อมนุษย์แต่รับประทานเนื้อสัตว์ เนื้อวัว เนื้อปลา เป็นอาหารหลัก

เรียกว่าเป็นมังสะวิรัต... แอลลิเกเตอร์ไร้พิษภัยดี ๆ นี่เอง

“แกไม่รู้อะไร ฉันไปทัวร์แอมะซอน ตีขาเล่นในแม่น้ำสองสีอันแสนงดงาม ผู้คนแถวนั้นเขาอนุรักษ์สัตว์ ขนาดในน้ำมีปลาปิรันย่า งูอนาคอนด้า ไอ้เข้ตัวเท่าฉันว่ายน้ำข้างเรือนักท่องเที่ยวยังดูชิลล์ ๆ กรี๊ดกร๊าดถ่ายรูปกันสนุกจะตาย”

ตัวเขายังชอบเป็นดาราในน่านน้ำแอมะซอนเสียด้วย แต่นายคล้าวแค่นึกว่ามีแอลลิเกเตอร์ขนาดสิบเมตรมาว่ายน้ำข้างเรือก็เบิกตาอ้าปากค้าง! ขณะฝ่ามือหนาทั้งสองผายออกกว้าง

“ที่นี่... บราซิล!”

“คุณหลวง... ปะ... ไป... ถึงบราซิลเลยหรือครับ!?”

“อืม... ไว้คราวหน้าฉันจะพาแกไปว่ายน้ำเล่นด้วยกันนะ บรรยากาศดีมาก” คนพูดกระตุกยิ้มมุมปากอย่างภาคภูมิใจ ขณะที่บ่าวยกมือขึ้นกดกุมขมับเพราะเป็นห่วง ไม่เข้าใจว่าทำไมพักหลังมานี้เจ้านายถึงเที่ยวเก่งเหลือเกิน

ผ่านอะไรมาก็มาก ‘คุณพระ’ นายคล้าวยังเคยเป็นมาแล้ว เฝ้าติดตามนายเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาร่วมร้อยปี ซึ่งตอนนั้นบ่าวคนสนิทของจระเข้ใหญ่คือบิดาของนายคล้าว

นิสัยของจระเข้บ่าวจะเก็บตัวมากกว่าเจ้านายช่างเที่ยว เจียมเนื้อเจียมตัวไม่สุงสิงกับใคร และเป็นเพราะว่าเป็นลูกน้องจระเข้ จึงได้รับอายุขัยเพียงเท่านี้ ไม่เกินสองร้อยถึงสองร้อยห้าสิบปี หากโชคไม่ดีสักหน่อยอาจอายุแค่ร้อยกว่าปีเท่ามนุษย์

“ฉันจะเล่าอะไรให้ฟัง แกคงไม่เคยไปที่ไกล ๆ อย่างคิวบา ออสเตรเลีย แถว Queenland เขาว่ายน้ำกับจระเข้ ถ่ายรูปเซลฟี่ไม่จับไปถลกหนังขายแน่”

“แต่ผมก็ห่วงอยู่ดีนะครับ ยุคนี้มันไม่เหมือนเมื่อร้อยห้าสิบปีที่แล้วนะคุณหลวง”

“ก็แล้วอย่างไรเล่า มันไม่เหมือนเมื่อหลายร้อยปีที่แล้วด้วย ฉันแก่กว่าแกกี่ปี ฮึ...” ปลายเสียงระอาใจกับการโดนบ่น นายจันรู้สึกไม่ต่างจากว่าตัวเองเป็นเด็กในปกครอง นายคล้าวก็พยายามถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่เข้าไปนั่งข้างเจ้านายด้วยความเกรงใจและให้ความเคารพ หากว่าเป็นเมื่อก่อนบ่าวคงจะนั่งกับพื้นด้วยซ้ำ

“นี่แน่ะครับ... กินเนสบุ๊คส์บันทึกว่าเจ้าโลลองน่ะตัวใหญ่ที่สุดในโลกสักประมาณหกเมตร แต่คุณหลวงใหญ่กว่ามันสองเท่านะครับ ขืนใครมาพบเข้า รับรองว่าโดนจับไปอยู่ในตู้กระจกนู้น คุณหลวงจะโดนสำรวจทุกซอกมุมเชียว”

“จะเป็นไรไป ใจผู้ชายอย่าขี้แย”

“อาคม มนตราคงกระพันป้องกันร่างกายไม่ให้ถูกภยันตรายได้... แต่การแพทย์สมัยนี้ไปไกลนัก มันไม่กันลูกดอกยาสลบ รับรองครับ ทีเดียวหลับ”

“ชิชะ รุ่นนี้น่ะ สามเข็มขึ้น...”

หนุ่มใหญ่หัวเราะร่า เผลอพูดภาษาโบราณตามบ่าวมาสักพักทั้งที่เริ่มชินกับภาษาวัยรุ่นยุคใหม่ไปเสียแล้ว

“ฮึ! ยุ่งพิลึก ถ้าแกว่างนักลองไปนั่งเล่นสตาร์บัค ซึมซับรสนิยมเด็ก Gen-Y เสียบ้างนะ ขืนยังทำตัวโบร่ำโบราณอย่างนี้ คนเขาจะหาว่าแกบ้า! ระวังเถอะ รถโรงพยาบาลมารับไปโรงพยาบาลศรีธัญญา”

หนุ่มหน้าใสทำหน้ายุ่ง ขนาดว่าเขาไม่พูดขอรับหรือคำโบราณมาก ๆ แล้วมันทำไมยังไม่พอ...

“ผมพูดจาไม่เหมาะสมอย่างนั้นหรือครับ?” จากนั้นก็ส่ายหน้ากลับคำพูดอย่างไม่มั่นใจ “เดี๋ยวผมจะไปกรมที่ดินพอดี คงได้ออกไป...”

“ไปเถอะ ฝากจัดการธุระแทนฉันด้วย กลับมาให้ทันตะวันตกดินละกัน”

นายคล้าวได้ยินดังนั้น จึงยกมือไหว้ลาแล้วเดินเลี่ยงออกไป ปล่อยให้เจ้านายอยู่ตามลำพังในห้องทำงาน มินิโฮมเธียเตอร์ที่เจ้าตัวนั่งดูซีรีส์ได้ทั้งวี่ทั้งวัน

บ้านโบราณหลังใหญ่โตริมทางถนนชานเมืองกรุง ภายนอกตกแต่งด้วยสไตล์โคโลเนียลขนมปังขิง ในยุคที่เจ้าของบ้านชื่นชอบมันเป็นที่สุด

จากระเบียงชั้นสองมองลงไปเห็นสวนหย่อม ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่ มีไม้เลื้อยปกคลุมหน้าต่าง กระจกติดฟิล์มดำสนิททำให้พวกเขาสามารถสังเกตการณ์บุคคลภายนอก แต่มองจากข้างนอกเข้ามาจะไม่เห็นทรัพย์สินข้างในแม้สักชิ้น

ห้องนอนสองห้องอยู่คนละฝั่ง กั้นกลางด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่เท่าสระมาตรฐานสองสระรวมกัน หมุนเวียนด้วยระบบน้ำเกลือ มีโคมไฟระย้ารูปทรงหยดน้ำบนเพดาน โดยรอบตกแต่งด้วยน้ำพุที่มีไฟสลับสีกันไป

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED