“สนใจผู้หญิงของคุณเถอะค่ะ อย่ายุ่งกับฉันเลย”
ชายหนุ่มไหวไหล่ “ไม่อยากลองเป็นผู้หญิงของผมดูมั้งเหรอครับ ผมใจดี ใจป้ำกับสาวๆ เสมอนะ”
คำพูดของคนตรงหน้าเหมือนดูถูกเพศของเธอ ทานตะวันพยายามข่มใจ เธอไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับชายผู้นี้ ทองเนื้อดีไม่ควรเอาไปถูกับกระเบื้องผิวหยาบๆ
“อ้าว จะหนีไปไหนล่ะ ยังไม่ตอบคำถามผมเลย” โนเอลยังดันทุรัง เขามองทานตะวันตาปรอย ไม่เจอไม่กี่อาทิตย์ ผู้หญิงที่เขาแอบปลื้มดูโตขึ้นเป็นกอง
จากเด็กสาวที่สวมชุดนักศึกษาได้น่ารักน่าใคร่วันนั้น กลายเป็นสาวสะพรั่ง สมส่วนและเย้ายวนได้ขนาดนี้ เขาไม่มีทางปล่อยให้ทานตะวันหลุดมือไปแน่ๆ หากมีโอกาส โนเอลไม่คิดจะรีรอ
ไม่รู้เป็นอะไรสิ เขาติดใจหล่อนเสียหนักหนา
ขนาดหล่อนไม่ใคร่ชอบขี้หน้า แสดงความไม่พอใจทุกครั้งที่เจอกัน โนเอลก็ไม่คิดถือสา
ทานตะวันเงยหน้ามองสบตาคนตัวใหญ่ตรงๆ วันนี้โนเอลแต่งตัวสบายๆ ไม่ได้สวมสูทผูกไท เหมือนที่เธอเคยเจอ เขาสวมกางเกงห้าส่วนสีสดใส ใส่แค่เสื้อยืดแนบเนื้อตัวเดียว ให้ตายเถอะ พระเจ้าต้องเล่นตลกกับเธอแน่ ทำไมคนที่เธอเกลียดจึงดูดีจนแทบไม่อยากละสายตา
เสน่ห์ของเขาทำให้เธอใจสั่น
มีพลังงานบางอย่างดึงดูดเธอเข้าไปหาเขา แต่ที่ฝืนใจไว้ได้นั่น คงเป็นเพราะความประพฤติของเขานั่นแหละ
เมื่อบิดาเป็นต้นแบบผู้ชายที่มีรักเดียว
ดังนั้นโนเอลเลยสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความชอบของเธอ
ผู้ชายเจ้าชู้ เปลี่ยนคู่ควงเป็นว่าเล่น ทานตะวันรังเกียจ และไม่คิดจะคบค้าสมาคมด้วย
มือแข็งแรงของอีกฝ่ายยื่นมาจับบ่าบอบบาง ทานตะวันสะบัดตัวแรงๆ พร้อมกับแยกเขี้ยวใส่ สีหน้าของเธอแสดงออกแบบไม่คิดปิดบัง ความชิงชังในสายตาของหญิงสาว โนเอลถึงกับกัดกรามกรอด
“ขอตัวค่ะ รักษามารยาทสักนิดก็ดีนะคะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงของคุณ”
ทานตะวันเดินเชิดหน้าจากไป โนเอลยิ้มมุมปาก “ก็ไม่แน่หรอกแม่นกน้อย สักวัน เธอต้องคลานเข้ามาขอให้ฉันช่วย เมื่อนั่นแหละ ฉันจะสอนให้เธอรู้ อย่าจองหองกับคนที่เหนือกว่าเธอเลย”
แน่นอนทานตะวันไม่ได้ยิน
เพราะหากเธอได้ยิน ความเกลียดที่มีต่อโนเอลคงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ไม่มีมนุษย์คนไหนรู้อนาคต ดังนั้นผูกมิตรกันไว้ดีกว่าการสร้างศัตรู
บทที่2.ทางเดินที่ตกต่ำจนเริ่มอาย
“ติดดดด...” สัญญาณดังสามถึงสี่ครั้ง พนักงานคนนั้นเงยหน้ามองเธอพร้อมกับ “บัตรรูดไม่ผ่านค่ะคุณลูกค้า”
“ว่าไงนะ เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ” ทานตะวันร้องเสียงหลง
“จริงค่ะ ดิฉันพยายามหลายครั้งแล้ว แต่บัตรปฏิเสธการจ่ายทุกครั้งค่ะ” พนักงานผู้นั้นยืนยัน ทานตะวันเริ่มงง บัตรเครดิตของเธอไม่เคยมีปัญหา ถึงจะไม่ได้เป็นคนเคลียร์ค่าใช้จ่าย แต่บิดาก็ให้เลขาฯ ของท่านเป็นคนจัดการ บางที่หล่อนอาจจะงานยุ่งจนลืมก็ได้
“ลองบัตรใบนี้ดูสิคะ” ทานตะวันยื่นบัตรเครดิตใบใหม่ให้
บางทีอาจจะมีปัญหาบางบัตรก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ทั้งหมด
“ติดดดดดดดดดดดดด...” สัญญาณดังเหมือนเดิม เรียวคิ้วโก่งดังคันศรขมวดแน่น เธอยื่นบัตรใบใหม่โดยที่ไม่พูดอะไร จากที่เคยนอบน้อมสุดฤทธิ์ วันนี้พนักงานสาวนางนั้นเริ่มชักสีหน้าไม่พอใจใส่
“เหมือนเดิมค่ะคุณลูกค้า ดิฉันว่า... ลองคุยกับธนาคารก่อนดีไหมคะ บางทีการ์ดทุกใบอาจมีปัญหา”
คำแนะนำแสลงหู ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับเธอ ทานตะวันเม้มปาก ยื่นบัตรเครดิตใบสุดท้ายให้พนักงานลองรูดดู
หล่อนรับไปแบบกระชากกระชั้น “ลองใบนี้ครับ”
แบล็กการ์ดสีดำสนิทไม่ระบุวงเงิน โนเอลส่งให้เขาเห็นปัญหาของหญิงสาวและพอรู้สาเหตุ ชายหนุ่มทอดสายตาอ่านไม่ออกมองหญิงสาวตรงหน้า
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันคืนของก็ได้ ฉันลืมไปว่าคอลเลคชั่นนี้ฉันมีครบหมดแล้ว”
ทานตะวันตอบเสียงเย็นชา ดึงบัตรเครดิตคืนมาจากพนักงานสาวผู้นั้น แล้วก็สะบัดหน้าใส่โนเอล
ชายหนุ่มไหวไหล่ “เดี๋ยวสิคนสวย”
ปลายเท้าชะงัก แต่ทานตะวันก็ไม่ได้หยุดเดินเสียทีเดียว เธอผ่อนฝีเท้าลงไม่ได้รอชายหนุ่ม แต่กำลังคิดอะไรบางอย่าง เลขานุการบิดาไม่น่าเลินเล่อแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นกับการเงินของกาสิโนหรือเปล่า เธอคงเป็นลูกที่แย่มาก ดีแต่ผลาญเงินบิดา ท่านยอบแย็บตนเองก็ยังไม่รู้เรื่อง
“ฟรานซิส บอกตะวันมาสิคะว่าการเงินของบริษัทยังปกติอยู่”
หลังต่อสายหาเลขานุการของบิดา ทานตะวันรีบถาม ไม่มีเสียงตอบมีแต่ความเงียบ ก่อนเสียงถอนใจแรงๆ จะดังแทรกกระบอกโทรศัพท์มา
“คุณหนู...คุณไซม่อนกำลังแย่ค่ะ”
กาสิโนที่รุ่งเรืองมาตลอดสิบปี ไม่มีปัญหาใดใดที่บิดาแก้ไขไม่ได้ จู่ๆ การเงินมีปัญหา มันน่าจะเกิดขึ้นนานแล้ว เพียงแต่บิดาเลือกที่จะปกปิดเธอไว้ ท่านคงไม่อยากให้เธอไม่สบายใจ
“มีอะไรจะบอกตะวันไหมคะ”
หญิงสาวกลั้นใจถาม มันคงไม่เลวร้ายไปกว่าที่เธอกำลังเผชิญหน้าอยู่หรอกมั้ง
บิดาน่าจะมีทางออก...
“กาสิโนกำลังล้มละลายค่ะ” แต่สิ่งที่ฟรานซิสบอกมานั้น ทานตะวันแทบล้มทั้งยืน เข่าเธออ่อนทำท่าจะล้ม พอดีกับที่มีผู้หวังดีสอดมือมาประคอง
ทานตะวัน “ขอบคุณค่ะ” พึมพำขอบคุณ ปลายนิ้วกรีดเกล็ดน้ำตาทิ้ง เธออ่อนแอตอนนี้ไม่ได้ เวลานี้บิดาต้องการกำลังใจ หญิงสาวสูดลมหายใจลึกๆ ทรงตัวยืดตัวตรง แต่แล้วเมื่อเธอมองหน้าคนที่เข้ามาช่วยเต็มตา ความเกลียดชังก็พุ่งใส่ จนควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่
“ปล่อยนะ คนบ้า! ” หญิงสาวตวาด พร้อมกับออกแรงผลักสุดแรง
โนเอลผงะ แต่เขาตั้งตัวทัน คนที่ล้มไม่ใช่เขา โนเอลตั้งหลักและมีสติครบ ทานตะวันต่างหากที่ล้ม คงเป็นเพราะเธอยังไม่ทันตั้งตัว สมองสั่งงานก็ช้า เมื่อตนเองกำลังสับสน
“โอ้ย!! ”
“ทำไมดื้อนักหะ” ชายหนุ่มหงุดหงิดเลยเผลอตัวแสดงความคิดของตนเองออกมา
ทานตะวันเงยหน้าช้อนสายตามองเขา แววตาเธอวาววับเหมือนดวงตาเสือตัวเมีย
“ฉันขอให้คุณช่วยหรือไงคะ”
“หึ! ” ชายหนุ่มกระแทกลมหายใจแรงๆ นกกระจอกน้อยริท้าทายพญาเหยี่ยว
โลกนี้ยังกว้างนัก ทานตะวันควรเรียนรู้ มีบางอย่างที่หล่อนไม่ควรคิดสู้ คนแบบเขานี่ไง
“อย่าผยองนักเด็กน้อย วันหนึ่งเธอจะเสียใจที่มีทีท่าแบบนี้กับผม”
ชายหนุ่มไม่ได้ทำนายอนาคต เขารู้อยู่แล้ว สักวันหญิงตรงหน้าจะต้องเดินเข้ามาหาเขาเอง เวลานั้นเขาจะสอนเธอด้วยตัวเอง สอนทุกความรู้ที่มี แล้วสยบเธอลงให้ได้
ทานตะวันเม้มปาก เธอรู้ว่าชายตรงหน้ามีอำนาจและเงินในกระเป๋าไม่เป็นรองใคร
แต่จะให้เธออ้าปากร้องขอเขา...ไม่มีวันเสียละ
หญิงสาวทรงตัวยืน เธอสลัดมือแรงๆ ยกมือปัดคราบขี้ฝุ่นที่ชายกระโปรง และเดินเชิดหน้าจากไป เรียวปากบางเม้มแน่น ความอับอายครั้งนี้ผู้ชายคนนี้จะต้องชดใช้...เธอจะไม่มีวันลืม..
“ทำไมป๊าไม่บอกอะไรตะวันเลยคะ?” เสียงสั่นพร่า น้ำตาไหลพรู ท่าทางหมดอาลัยตายอยากของบิดา ทำให้ทานตะวันพลอยเสียใจไปด้วย
นอกจากมารดาแล้ว สิ่งที่บิดารักก็คือกาสิโนที่ท่านปลุกปั้นมากับมือ กิจการที่ไซม่อนเป็นคนริเริ่ม ไม่น่าเชื่อว่ามันจะพังลงง่ายๆ
“ช่างมันเถอะยัยหนู จากนี้ไปลูกคงลำบากนิดหน่อย”
ไม่ใช่นิดหน่อยเลยล่ะ มันหมายถึงทุกอย่างที่บิดามีสูญหายไปทั้งหมด
“ไม่มีทางแก้ไขเลยเหรอคะป๊า ให้ตะวันช่วยก็ได้” หญิงสาวเสนอตัว หากมีสักทางที่ช่วยบิดาได้ เธอยินดีทำ ไหนๆ ก็ผลาญมาเยอะ หากเธอช่วยฟื้นฟูได้สักนิดก็ยังดี
“หมดแล้ว ป๊าลองมาหมดทุกทางแล้ว”
ไซม่อนตอบเสียงสั่น เขาลองมาทุกทางเพื่อพยุงกาสิโนไว้ แต่ก็ไม่สำเร็จ มีรอยรั่วมากเกินไป จนกระทั่งวันนี้ วันที่ทุกอย่างสูญสลาย
“ต้องมีสักทางสิคะ ตะวันเชื่อว่าป๊าไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก”
หญิงสาวกล่าวแบบมีความหวัง บิดาเป็นคนเก่ง ท่านคงไม่คิดยอมแพ้
“ยัยหนู...อย่าดีกว่า...” ไซม่อนเหมือนจะพูดบางอย่าง แต่แล้วท่านก็เลือกที่จะเงียบ
“เกี่ยวกับตะวันงั้นเหรอคะ ป๊าเลยไม่ยอมสู้”
มันต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับเธอ บิดาไม่ใช่คนขี้แพ้ หากท่านถอย สิ่งนั้นต้องรบกวนจิตใจท่านพอดู
“อย่าเลย...ป๊าไม่อยากให้ตะวันลำบาก...”
ทานตะวันเดินเข้าไปนั่งบนส้นเท้า สอดมือกอดเอวบิดาไว้ “กาสิโนคือทุกสิ่งของป๊า ถ้าตะวันช่วยได้ ตะวันจะทำ”
“มันมากเกินไป ป๊ายอมปล่อยมือจากกาสิโนดีเสียกว่าการ...” เสียงทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ สีหน้าไซม่อนยิ่งกว่าการกลืนยาขม
“ป๊าจะไม่บอกตะวันเหรอคะ ถ้าป๊าเห็นว่ามันเป็นทางรอด ตะวันเต็มใจ”
ชายสูงวัยส่ายหน้า ท่านไม่มีวันยอมให้บุตรสาวลดตัวไปทำอะไรแบบนั้น ไม่มีวัน
“ป๊าไม่บอก ตะวันจะสืบเองค่ะ ห้ามป๊าโกรธตะวันด้วยนะคะ หากตะวันจะฝืนทำอย่างที่ป๊าไม่ชอบ”
แววตาท่าทางแบบนั้น บิดาไม่มีแง้มปากแน่ แต่ทานตะวันจะต้องรู้ให้ได้ ทางรอดที่บิดว่าไว้คือทางไหน เธอยอมทุ่มทั้งตัวเพื่อช่วย ลูกอย่างเธอดีแต่ผลาญ หากช่วยได้ทานตะวันจะไม่รั้งรอ