ตอน 1

“ณ ไร่ภูอนันท์”

วันนี้ทั้งวันปานชีวันทำงานอยู่ในสวนส้มท่ามกลางแสง แดดที่ร้อนระอุ ช่วงนี้เป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต ส้มของไร่ภูอนันท์เป็นส้มคุณภาพดีเกรดส่งออก ช่วงนี้หล่อนเลยต้องมาคุมคนงานเอง เพื่อให้ได้งานตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่ง

หล่อนเรียนจบปริญญาตรีด้านการบริหารมา แต่หล่อนก็มาช่วยงานในไร่ของบิดามารดา เพราะหล่อนอยากแบ่งเบาภาระของบิดามารดา และหล่อนก็ไม่อยากอยู่ห่างจากบิดามารดา

ปีนี้ปานชีวันอายุครบ 22 ปีบริบูรณ์แล้ว ถึงเวลาที่จะต้องแต่งงานกับหลานชายของเพื่อนรักตามคำมั่นสัญญาที่เคยมีให้กัน แต่นายอนันท์ก็คิดไม่ตกว่าทำอย่างไรหลานสาวจอมดื้อรั้นของเขาถึงจะยอมแต่ง

เดิมทีการแต่งงานครั้งนี้จะเกิดขึ้นระหว่างลูกของนายอนันท์กับนายมงคลซึ่งทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักกัน เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ท่านทั้งสองสัญญากันว่าเมื่อภรรยาตั้งท้องและคลอดลูกออกมาถ้าเป็นผู้ชายกับผู้หญิงจะให้แต่งงานกัน แต่ถ้าเป็นผู้ชายทั้งคู่จะให้รุ่นหลานแต่งงานกันแทน ถ้ารุ่นหลานเป็นชายทั้งสองบ้านจะถือว่าข้อตกลงนี้จะเป็นโมฆะทันที

ปีนี้นายมงคลได้ทวงถามถึงสัญญาที่เพื่อนรักทั้งสองเคยให้กันไว้ แต่ว่านายอนันท์คุณปู่ของปานชีวันยังไม่รู้จะบอกหลาน สาวอย่างไรดี เนื่องด้วยปานชีวันเป็นหลานสาวคนเดียว บางครั้งหล่อนก็ว่าง่ายแต่ถ้าเป็นเรื่องที่หล่อนไม่เห็นด้วยหล่อนก็จะเถียงหัวชนฝาเหมือนกัน นายอนันท์จึงได้เรียกลูกชายและลูกสะใภ้มาปรึกษา ว่าจะทำอย่างไรดี

สองสามีภรรยาไม่รู้ว่าจะใช้แผนอะไรดี แต่ทั้งสองรู้จุด อ่อนของบุตรสาวคือปานชีวันรักคุณปู่มาก ทั้งสองจึงให้ผู้เป็นพ่อแกล้งป่วย เพราะเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ลูกสาวยอม

พลบค่ำปานชีวันกลับมาถึงบ้าน เห็นคนงานวิ่งวุ่น หล่อนจึงรีบเข้าไปถามว่ามีเรื่องอะไร พอหล่อนรู้ว่าคุณปู่ไม่สบาย หล่อนรีบเข้าไปดูคุณปู่ในห้องทันที

นายกิตติศักดิ์และนางปานชนกซึ่งแอบดูอยู่หลังต้นไม้เห็นว่าเป็นไปตามแผนที่ตนวางไว้ก็รีบตามเข้าไปในห้องของนายอนันท์ทันที

พอปานชีวันเข้าไปในห้องเห็นคุณปู่นอนซมหล่อนก็ใจไม่ดี หล่อนถามพลางร้องไห้

“คุณปู่คะ…คุณปู่เป็นอะไรคะ เมื่อเช้าปานเห็นคุณปู่ยังแข็งแรงอยู่เลย”

“คนแก่ก็แบบนี้แหละปาน ไม่รู้ว่าจะตายวันตายพรุ่ง”

“คุณปู่อย่าพูดแบบนี้นะคะ คุณปู่ต้องอยู่กับปานนานๆ”

“ปาน! ก่อนปู่จะตาย ปู่ขอร้องอะไรปานได้ไหมลูก”

“คุณปู่จะให้ปานทำอะไร ปานจะทำให้ทุกอย่างเลยค่ะ”

“ปานจะต้องแต่งงานกับหลานชายของปู่มงคลนะลูก”

“ได้ยังไงคะคุณปู่ ปานไม่เคยเห็นหน้าเขาด้วยซ้ำจะให้แต่งงานกันได้ยังไง” ปานชีวันโวยวาย

แม้ว่าหล่อนจะรู้จักปู่มงคลเพราะเขาเคยมาเที่ยวที่ไร่บ่อยๆ แต่ปานชีวันไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของหลานชายท่านเลย

“ให้ปานทำเรื่องอื่นเถอะค่ะคุณปู่ เรื่องนี้ปานทำให้ไม่ได้จริงๆ”

“ถ้าปู่จะตายจริงๆ ก็เหลือแต่เรื่องนี้แหละที่ปู่อยากจะทำก่อนตาย ปานก็รู้ว่าปู่ยึดถือคำมั่นสัญญาสัญญามากแค่ไหน ปานจะให้ปู่ผิดคำพูดเหรอ ถ้าปานไม่ช่วยปู่คงนอนตายตาไม่หลับ”

“คุณปู่” หล่อนโอดครวญ พร้อมหันหน้าไปขอความเห็นใจจากบิดามารดา

“แต่งๆ ไปเถอะลูก...ถือเสียว่าทำเพื่อคุณปู่นะ” นายกิตติศักดิ์เอ่ยขึ้น

เดิมทีสัญญาการแต่งงานนี้ต้องเป็นนายกิตติศักดิ์แต่งกับลูกคุณปู่มงคล แต่ลูกคุณปู่มงคลกลับเป็นผู้ชายเหมือนกัน ทำให้การแต่งงานตามคำมั่นสัญญาจึงตกมาอยู่ที่รุ่นหลานอย่างปานชีวัน

“ถือว่าทำเพื่อคุณปู่สักครั้งนะลูก”

“คุณพ่อคะ! นี่มันสมัยไหนแล้วคะ มันยังมีการคลุมถุงชนกันอีกเหรอ รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่นเลยนะคะ ปานขอร้องเถอะค่ะ เห็นใจปานเถอะ ถ้าปานจะแต่งงานจริงๆ ปานก็อยากแต่งกับคนที่ปานรักเท่านั้นค่ะ” หล่อนพูดแล้วเดินออกจากห้อง

ผู้ใหญ่ทั้งสามคนได้แต่มองหน้ากัน ไม่รู้ว่าจะเกลี้ยกล่อม

ปานชีวันด้วยวิธีไหน

รุ่งขึ้น....

นางปานชนกได้ทำข้าวต้มแล้วให้บุตรสาวยกเข้าไปให้คุณปู่ในห้องนนอน พอปานชีวันเข้ามาในห้อง คุณปู่ก็หันหลังให้หล่อนทันที และไม่ยอมทานอาหารที่หล่อนยกเข้ามาให้ แม้หล่อนจะเกลี้ยกล่อมแค่ไหนคุณปู่ก็ไม่ยอมทาน หล่อนได้แต่อ่อนอกอ่อนใจ

“ปานออก ไปทำงานเถอะ ไม่ต้องมาสนใจคนแก่อย่างปู่หรอก อีกอย่างปู่ก็ทานอะไรไม่ลง”

“งั้นปานวางข้าวต้มไว้ตรงนี้นะคะ ปานออกไปทำงานก่อน” หล่อนเอ่ยกับชายสูงวัยก่อนจะวางชามข้าวต้มไว้บนโต๊ะ

พอปานชีวันออกไปคุณปู่ก็ออกจากห้องมาเดินเล่นอยู่ข้างนอก หลังจากที่ทนอุดอู้อยู่ในห้องมานาน พอใกล้ถึงเวลาหลานสาวกลับ ท่านก็รีบกลับเข้าห้องแล้วแกล้งนอนซมเหมือน เดิม

เกือบอาทิตย์ที่คุณปู่อนันท์แกล้งป่วยอยู่แบบนั้น แต่ปานชีวันก็ยังใจแข็ง งานนี้คงต้องวางแผนใหม่เสียแล้วคุณปู่อนันท์คิด ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาหมอประจำตระกูล

ตกเย็นปานชีวันกลับมาจากสวนส้มเห็นคุณหมอประจำตระกูลนั่งคุยอยู่กับบิดามารดา หล่อนรู้สึกใจคอไม่ดีจึงรีบเดินเข้าไปในห้องรับแขก

“สวัสดีค่ะลุงหมอ มาดูอาการคุณปู่เหรอคะ”

“ครับผม” หมอตอบพร้อมทำหน้าครุ่นคิด

หล่อนมองหน้าทุกคนสลับกันไปมา ทุกคนต่างมีสีหน้าไม่สู้ดีสักเท่าไหร่ ยิ่งทำให้หล่อนรู้สึกกังวลมากขึ้น

“คุณปู่เป็นอะไรคะ” หล่อนถามออกไปในที่สุด

“เอาไว้หนูปานคุยกับคุณพ่อคุณแม่เองนะ วันนี้ลุงกลับก่อน” คุณหมอกล่าวก่อนจะขอตัวกลับ

ปานชีวันมองหน้าบิดามารดาสลับกันไปมา ก็เห็นว่าท่านทั้งสองมีความกังวลปรากฏอยู่บนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด

“คุณปูท่านอาการไม่ค่อยดีน่ะลูก ตอนนี้อาการของคุณปู่ทรุดลงเร็วมากจนลุงหมอเองก็ตกใจ ลุงหมอบอกว่าคุณปู่อาจจะอยู่ได้ไม่นาน” นายกิตติศักดิ์เอ่ยกับบุตรสาว พอได้ยินบิดาพูดแบบนั้นปานชีวันก็ร้องไห้ออกมาทันที หล่อนสงสารคุณปู่จับใจ

“อีกอย่างคุณปู่ก็แก่แล้วนะลูก สำหรับคนแก่กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ แม่ว่าถ้าปานยอมทำตามคำขอร้องของคุณปู่ อาจจะทำให้ท่านมีกำลังใจและก็อยู่กับเราได้นานขึ้น ลุงหมอย้ำว่าถ้าทำอะไรให้ท่านสบายใจได้ให้รีบทำ ปานพอจะทำเพื่อคุณปู่ได้ไหมลูก” นางปานชนกเอ่ยเสริม

“ปานต้องทำอย่างนั้นจริงๆ หรือคะคุณพ่อคุณแม่ ปานว่ามันน่าจะมีวิธีอื่นนะคะ”

“พ่อปรึกษาลุงหมอแล้ว ที่คุณปู่ล้มป่วยเพราะเป็นโรคของคนแก่นะลูก รักษาไม่หายหรอกได้แต่ประคับประคองอาการไป”

“งั้นก็ได้ค่ะ...แต่งก็แต่ง ปานขอตัวเข้าไปหาคุณปู่ในห้องก่อนนะคะ” พูดจบปานชีวันก็รีบเดินไปที่ห้องของคุณปู่

นายกิตติศักดิ์และนางปานชนกมองหน้ากันแล้วอมยิ้ม ปานชีวันเป็นห่วงนายอนันท์มากจนลืมสังเกตปฏิกิริยาของพ่อกับแม่ว่าดีใจมากแค่ไหนที่หล่อนตอบตกลง

ปานชีวันเข้าไปในห้องของนายอนันท์ หล่อนโผเข้ากอดคุณปู่ พลางร้องไห้เสียใจ

“คุณปู่คะ...ปานตกลงจะแต่งงานกับหลานคุณปู่มงคลแล้วนะคะ แต่คุณปู่ต้องสัญญานะคะว่าจะอยู่กับปานไปนานๆ”

“จริงเหรอปาน หนูรับปากกับปู่แล้วนะลูก” นายอนันท์ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ พลางขยิบตาให้กับลูกชายลูกสะใภ้ที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง

“จริงค่ะคุณปู่! คุณปู่ต้องแข็งแรงไวๆ นะคะ” หล่อนเอ่ยทั้งนำตา

“ปู่ต้องขอบใจหนูมากนะลูก” นายอนันท์เอ่ยพลางกอดหลานสาวแน่นด้วยความดีใจ

ตอน 2

วันนี้นายมงคล เทวากุล ได้เรียกลูกชายลูกสะใภ้และหลานชายให้มาหาที่เรือนหลังเล็ก ซึ่งเรือนนี้เขาปลูกแยกออกมาจากเรือนใหญ่ เพราะเขาอยากอยู่แบบเงียบสงบตามประสาคนแก่

“คุณพ่อมีเรื่องอะไรครับ” นายพิทักษ์เอ่ยถามบิดา

“ที่พ่อเรียกพวกแกมาวันนี้ พ่อจะบอกเรื่องการแต่งงานของเจ้าวุฒิกับหนูปานนะ มันถึงเวลาแล้ว ทางโน้นเขาก็แจ้งมาว่าพร้อมแล้ว”

“คุณปู่ว่าอะไรนะครับ...อยู่ ๆ จะให้ผมไปแต่งงานกับยายบ้านนอกที่ไหนก็ไม่รู้” คฑาวุฒิโวยวาย

คฑาววุฒิ เทวากุล หลานชายเพียงคนเดียวของตระกูลเทวากุล รูปหล่อโปรไฟล์ดี แถมรวยเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ที่สำคัญเจ้าระเบียบสุดๆ อยู่ๆ ต้องมาแต่งงานกับใครก็ไม่รู้

“แกจะไม่รู้จักได้ยังไงตาวุฒิ ก็หลานปู่อนันท์ไง ตอนเด็กๆ เห็นติดเขาแจไม่ใช่เหรอ อะไรก็มีแต่น้องปานๆ ตอนที่เราไปเที่ยวเชียงใหม่ แกลืมแล้วเหรอ”

“ห๊ะ! คุณปู่ว่าอะไรนะครับ” คฑาวุฒิเอ่ยขึ้นพลางทำหน้าครุ่นคิด

“ผมจำได้แล้ว! คุณปู่หมายถึงยายอ้วนนั่นหรือครับ”

“ใช่!”

“คุณปู่...ตอนเด็กอ้วนขนาดนั้น ตอนนี้ยัยนั่นไม่ปาเข้าไปร้อยกิโลแล้วเหรอครับ ผมไม่แต่งหรอกครับน่าเกลียดขนาดนั้น”

“ไม่แต่งไม่ได้ แกจะมาทำให้ปู่เสียสัจจะไม่ได้ ปู่ไม่อยากโดนถอนหงอกตอนแก่”

“ผมไม่แต่ง! หัวเด็ดตีนขาดผมก็ไม่แต่ง”

“แกไม่แต่งก็ได้...แต่ฉันจะไม่ยกมรดกให้แกแม้แต่ชิ้นเดียว ทรัพย์สมบัติทุกอย่างของฉันฉันจะยกให้หนูปาน ถ้าแกอยากได้สมบัติจากฉันล่ะก็แกต้องแต่งงานกับหนูปานคนเดียวเท่านั้น และที่สำคัญแกต้องมีลูกกับหนูปานด้วย ห้ามมีลูกกับผู้หญิงคนอื่นเด็ดขาดไม่เช่นนั้นแกจะไม่ได้สมบัติจากปู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว” นายมงคลยื่นคำขาด

“คุณพ่อคุณแม่ครับ ช่วยผมหน่อยสิครับ” ชายหนุ่มหันไปขอร้องบิดามารดา

ทั้งนายพิทักษ์และนางสิริอรต่างรับรู้ถึงข้อตกลงและคำ มั่นสัญญาของคุณปู่ทั้งสองดี เพราะผู้เป็นบิดาได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังตั้งแต่รู้ว่านางสิริอรตั้งท้องคฑาวุฒิแล้ว สองสามีภรรยาไม่ได้คัดค้านคุณปู่ เพราะเข้าใจเหตุผลของท่านดี

“วุฒิทำตามที่คุณปู่บอกเถอะลูก ปีนี้เราอายุ 30 ปีแล้วนะ แม่ว่าถึงเวลาที่เราต้องแต่งงานแล้วล่ะ” นางสิริอรกล่าว

“คุณแม่ครับ คุณแม่ก็เห็นดีเห็นงามกับคุณปู่เหรอครับ คุณแม่ไม่สงสารผมเหรอครับที่ต้องแต่งงานกับยายอ้วนนั่น”

“ตาวุฒิ! เราเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ พูดให้น้องลับหลังแบบนี้ไม่ดีเลยนะ หนูปานเขาออกจะน่ารักนะลูก” นางสิริอรปรามบุตรชาย

“ก็นั่นมันตอนเด็กนี่ครับแม่ ตอนนี้ไม่รู้ว่ายัยนั่นจะลดน้ำหนักได้มั้ย ไม่ได้เจอตั้งหลายปีแล้วนะครับ ไม่ใช่ว่าตอนนี้น้ำหนักปาเข้าไปร้อยกิโลแล้วเหรอ”

เพี๊ยะ!! นางสิริฟาดฝ่ามือลงที่แขนของบุตรชาย

“คุณแม่! ผมเจ็บนะครับ”

“ก็แม่ตีให้เราเจ็บ ผู้ชายอะไรปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวัน”

“ไม่แต่งก็ไม่แต่ง” นายมงคลเอ่ยตัดบท ก่อนที่สองแม่ลูกจะทะเลาะกันไปมากกว่านี้

“พิทักษ์! พรุ่งนี้เรียกทนายมาให้พ่อด้วยนะ พ่อจะทำพินัยกรรมใหม่เสียหน่อย สงสัยต้องยกสมบัติให้หนูปานเสียแล้ว” นายมงคลเอ่ยกับบุตรชายพลางชายตามองหลานตัวแสบ

“ครับคุณพ่อ” นายพิทักษ์รับคำ

“ได้ยังไงครับคุณปู่ หลานคุณปู่อยู่ตรงนี้ทั้งคนนะครับ จะยกสมบัติให้คนอื่นง่ายๆ แบบนี้มันได้เหรอ”

“ทำไมจะไม่ได้ก็มันสมบัติของฉันนี่...ฉันจะยกให้ใครหรือ ไม่ยกให้ใครก็ได้”

“โธ่! คุณปู่” คฑาวุฒิโอดครวญ

“ว่าไง! แกจะเปลี่ยนใจไหม...ถ้าไม่เปลี่ยนพรุ่งนี้ฉันจะได้ให้พ่อแกเรียกทนายมา”

“แต่งก็ได้ครับคุณปู่” คฑาวุฒิรับคำอย่างเสียไม่ได้ เรื่องอะไรเขาจะยอมให้นายมงคลยกสมบัติให้คนอื่นง่ายๆ แบบนี้

เมื่อถูกต้อนจนมุม คฑาววุฒิเลยจำเป็นต้องรับคำ สมบัติของเทวากุลจะไปตกอยู่ในมือยัยบ้านนอกนั่นไม่ได้เด็ดขาดเขาคิดในใจ

“งั้นก็ดี! แกเตรียมตัวให้ดีนะต้นเดือนหน้าหนูปานจะมาบ้านเรา”

“ต้นเดือนหน้า! เหลือแค่อีกสองอาทิตย์เองนะครับคุณปู่”

“แล้วไง...ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วยังไงหนูปานก็ต้องแต่งเข้าบ้านเราอยู่ดี เตรียมห้องไว้ให้หนูปานด้วยนะสิริอร” นายมงคลหัน

มาบอกลูกสะใภ้

“ได้ค่ะคุณพ่อ” สิริอรรับคำ

ปานชีวันหลังจากที่หล่อนได้รับปากปู่อนันท์ว่าจะแต่ง งาน กับคฑาวุฒิ หล่อนรีบเคลียร์งาน และเดินทางมาที่กรุงเทพฯก่อนกำหนด เพราะหล่อนอยากจะมาหาเพื่อนและเที่ยวให้สบายใจก่อน

ปานชีวันมองดูรูปเด็กชายหญิงที่ยืนอยู่เคียงข้างกันก่อนจะใส่กลับลงไปในกระเป๋าเงินใบยาวดังเดิม ก่อนออกมาจากบ้านคุณปู่ได้เอารูปเด็กชายหญิงยื่นให้หล่อน แล้วบอกว่าเป็นรูปสมัยเด็กของหล่อนกับอีตาคฑาวุฒิอะไรนั่น

แว็บแรกที่เห็นรูปบั้นปานชีวันหัวเราะชอบใจ ตอนเด็กๆ หล่อนช่างจ้ำม่ำน่าเสียรักจริง ส่วนอีตานั่นผอมแห้งมีแต่กระดูก ปานชีวันแปลกใจมากที่หล่อนไม่ยักจะจำเรื่องราวของนายคฑาวุฒิได้ คงเป็นเพราะตอนนั้นหล่อนยังเด็กมากอายุแค่ 7ขวบเอง ส่วนเขาอายุ 15 ปีแล้ว แต่หล่อนก็ไม่แน่ใจว่าเขาจำหล่อนได้ไหม พอมาถึงกรุงเทพฯ หล่อนมาพักที่โรงแรมเนื่องจากไม่อยากรบกวนเพื่อน

“ณ ผับแห่งหนึ่ง”

ปานชีวันมากับกลุ่มเพื่อนของหล่อน นานแล้วหล่อนไม่ได้เที่ยวแบบนี้ เพราะหล่อนก็ไม่ใช่สายเที่ยวผับอยู่แล้ว เนื่องจากวัน นี้เป็นงานวันเกิดของพิมลดา เพื่อนสนิทของหล่อน หล่อนเลยมาอีกทั้งยังพึ่งจะเข้ากรุงเทพฯ หล่อนเลยอยากมาชมแสงสีเมืองกรุงเสียหน่อย

ค่ำคืนนี้คฑาวุฒิมาที่ผับกับดาวประดับคู่ควงคนล่าสุดของเขา เขาตั้งใจดื่มแก้เครียดสักหน่อย เขายังไม่มีวิธีที่จะกำจัด ยัยบ้านนอกนั่น เลยออกมาดื่มเผื่อจะคิดแผนการอะไรออก

พลันสายตาคฑาวุฒิก็ไปหยุดที่หญิงสาวคนหนึ่ง หล่อนกำลังเต้นอยู่กับกลุ่มเพื่อน หล่อนสวยสะดุดตามาก เขามองหล่อนเพลินจนไม่อาจจะละสายตาได้

ปานชีวันกำลังเต้นอย่างสนุกสายตาของหล่อนก็หันไปพบเข้ากับสายตาคมของเขาเข้าพอดี เขาจ้องหล่อนอยู่ก่อนแล้ว

“หน้าตาก็ดีแต่ไม่มีมารยาท จ้องคนยังกับไม่เคยเห็น” ปานชีวันบ่น

“แกหมายถึงใครยัยปาน” พิมลดาถามหล่อน

ปานชีวันทำหน้าพยักพเยิดไปทางชายหนุ่ม เพื่อนของหล่อนมองตาม

“นี่แกไม่รู้จักเหรอยัยปาน” พิมลดาถาม

“ไม่อะ ไม่รู้จัก”

“นั่นคือคุณคฑาวุฒิ เทวากุล หนุ่มหล่อไฮโซ รวยมากนะแก ที่สำคัญยังโสด เขาเป็นที่หมายปองของสาวๆ ทั้งประเทศ แกไม่รู้จักได้ไง”

เมื่อได้ยินคำตอบปานชีวันจึงหันไปยิ้มให้กับเพื่อน ‘มาวันแรกก็มาเจออีตานั่นเลยเหรอ ซวยจริงๆ เลย’ หล่อนคิดในใจ

ใกล้เวลาผับปิดปานชีวันกำลังจะกลับโรงแรม พิมลดาอาสาจะไปส่งแต่หล่อนกลับยืนยันว่าจะกลับเอง ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเมามาก

คฑาวุฒิกำลังจะกลับบ้าน เขาเห็นปานชีวันยืนอยู่คนเดียว สภาพหล่อนก็เมามาก ชายหนุ่มจึงหยุดรถตรงที่หล่อนยืน

ปานชีวันเข้าใจว่ารถเขาเป็นรถแท็กซี่จึงขึ้นไปนั่ง พร้อมบอกชื่อโรงแรมเสร็จสรรพ พอปานชีวันขึ้นรถมาก็หลับไม่ได้สติ

คฑาวุฒิพาหล่อนมาถึงโรงแรม เขาปลุกหล่อนยังไงก็ไม่ตื่น ชายหนุ่มจึงจำใจอุ้มหล่อนขึ้นไปบนห้อง

“สวยเสียเปล่า...เมาซะดูไม่ได้เลย” เขาบ่นกับตัวเองพลางมองใบหน้าสวยของหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขน

ตอน 3

พอเข้ามาในห้องพัก คฑาวุฒิวางหล่อนลงบนเตียงอย่างเบามือ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ ร่างบาง

“ผู้หญิงอะไรตัวนิดเดียวแต่หนักชะมัด” เขาบ่น

ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะลุกไปที่ประตูห้อง ปานชีวันกลับดึงแขนเขาไว้

“คุณปู่ขา...นี่คุณปู่จะให้ปานแต่งงานกับอีตาบ้านั่นจริงๆ เหรอคะ”

“คุณปู่ใจร้ายจัง ไอ้บ้านั่นเป็นคนยังไงก็ไม่รู้ คุณปู่ยังจะบังคับปานแต่งงานกับเขาอีก ฮือๆ ...” หล่อนพูดพลางร้องไห้

“นี่เธอหมายถึงเรื่องอะไร หรือว่าเธอถูกจับแต่งงานเหมือนฉัน” เขาถามพร้อมทั้งจ้องใบหน้าสวยของหล่อน

“นายเป็นใคร? ฉันไม่รู้จักนาย...แล้วนี่นายเข้ามาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง” หล่อนพูดพร้อมทั้งกำลังพะอืดพะอม

“แหวะ!” หล่อนอาเจียนออกมา

ตอนนี้ทั้งเสื้อเขาและเสื้อหล่อนต่างสกปรก แถมยังมี

กลิ่นเหม็นเปรี้ยวอีกต่างหาก เขาถอดเสื้อตัวเองออกให้ป้าแม่บ้านนำไปสักรวมทั้งเสื้อผ้าหล่อนด้วย พอปานชีวันอาเจียนเสร็จหล่อนก็นอนหลับไม่รู้เรื่องเลย

ด้วยความอ่อนเพลียและความเมาทำให้คฑาวุฒิเผลอหลับอยู่ข้างๆ หล่อน เพราะเขาเองก็ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปไม่น้อยเหมือนกัน

รุ่งเช้าปานชีวันงัวเงียตื่นขึ้นมา หล่อนเอามือกุมขมับตัวเอง ตอนนี้หล่อนรู้สึกปวดหัวมาก

“เมื่อคืนเราเมามากขนาดนี้เลยเหรอนี่ แล้วเรากลับมาห้องได้ยังไงนะ” หล่อนพูดกับตัวเองก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา

“พึ่งตี 5 นอนต่อดีกว่า” พูดจบหล่อนก็วางโทรศัพท์มือถือไว้หัวเตียงก่อนจะผล็อยหลับไปอีกรอบ

“โอ้ย!! ทำไมปวดปวดหัวจังเลย” หล่อนบ่นพร้อมทั้งซุกตัวเข้าไปในผ้าห่ม แต่มือหล่อนไปกลับไปสัมผัสกับอะไรที่อยู่ข้างๆ

“เอ๊ะ! ทำไมมันเป็นอุ่นๆ” ไวเท่าความคิดหล่อนควานมือเข้าไปในผ้าห่ม เมื่อแน่ใจว่าสิ่งที่อยู่ใต้ผ้าห่อคืออะไร ปานชีวันจึงเปิดผ้าห่มออก เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ชายนอนอยู่ข้างๆ หล่อนก็ตกใจหล่อนไม่ถามอะไรทั้งสิ้น พลันเท้าเล็กๆ ก็ยกขึ้นมาถีบเขาจนตกเตียง

“โอ๊ย!” ชายหนุ่มโอดครวญด้วยความเจ็บ หมดกันเช้าอันสดใสของเขา

“นี่คุณ! เป็นบ้าอะไรเนี่ย อยู่ ๆ คุณมาถีบผมทำไม” คฑาวุฒิถามออกไปทั้งที่ยังจุกอยู่

เมื่อปานชีวันเห็นชายแปลกหน้าในสภาพที่ท่อนบนเปล่าเปลือยหล่อนก็ยิ่งตกใจมากกว่าเดิม เท้าเล็กๆ จึงเตะเข้าไปที่เป้าของเขาอีกหนึ่งที

“โอ้ย! ยัยบ้าเอ๊ย เธอมาเตะฉันทำไม” ชายหนุ่มถามออกไปพร้อมทั้งร้องโอดโอย เขาทั้งเจ็บทั้งจุกในเวลาเดียวกัน

“ไอ้บ้ากาม! ไอ้โรคจิต! ไอ้หื่น! ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้นะไม่งั้นแกตาย” ไม่พูดเปล่าปานชีวันยังกระโจนเข้าไปหวังจะเข้าไปบีบคอเขา แต่คราวนี้คฑาวุฒิตั้งหลักได้แล้ว เขาจึงหลบหล่อนได้ทัน คฑาวุฒิรวบตัวหล่อนเอาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะเอาแขนของหล่อนไขว้หลังไว้แล้วกดหล่อนลงบนเตียง

“ปล่อยฉันนะไอ้บ้า! ช่วยด้วย! ช่วยด้วยค่ะ!” หล่อนตะโกนสุดเสียง เขาเอามือปิดปากหล่อนไว้

“คุณจะส่งเสียงทำไมเดี๋ยวคนก็แห่มาหรอก” เขากระซิบข้างหูหล่อนเบาๆ ปานชีวันถึงกับขนลุกซู่เมื่อลมหายใจอุ่นๆ ของเขากระทบต้นคอขาวเนียนของเธอ

“อื้อ..ไอ้...” หล่อนพูดอู้อี้ในลำคอ พลางดิ้นขัดขืน เท้าเล็กก็ถีบไปทั่ว หวังจะหลุดพ้นจากพันธนาการ

“คุณฟังผมก่อนนะอย่าดิ้น ผมไม่ใช่ไอ้บ้ากามที่ไหนทั้งนั้น และผมก็มั่นใจว่าผมไม่ได้ทำอะไรคุณทั้งนั้น คุณกำลังเข้าใจผิด”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นปานชีวันจึงหยุดดิ้นและตั้งใจฟังในสิ่งที่เขากำลังจะพูด

“ผมคือคฑาวุฒิ เทวากุล คุณรู้จักไหม”

พอได้ยินชื่อของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ปานชีวันก็จ้องใบหน้าหล่อของเขาอย่างครุ่นคิด จะว่าไปเมื่อมองดีๆ ใบหน้าของเขาก็ละม้ายคล้ายกับรูปตอนเด็กอยู่เหมือนกัน

'อีตาบ้านั่นเหรอ? ใช่แล้วเมื่อคืนเราเจอเขาที่ผับ แล้วเขามาอยู่ที่ห้องนี้ได้ยังไง’ หล่อนคิดวนไปวนมาพลางมองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยจะไว้ใจ ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะหล่อจนหล่อนแทบละลายก็ตาม

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED