ตอน 1

“อ่าา”

ริมฝีปากเล็กเผยอปล่อยเสียงครางออกมาในลำคอเบาๆ พลางเลื่อนมือเรียวเล็กขึ้นไปขยุ้มกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มดกเอาไว้เพื่อระบายความวาบหวามที่ได้รับจากริมฝีปากหนาสุดร้อนผ่าวของเขา

“อืมม์”

ร่างแบบบางเกร็งสะท้านอัตโนมัติเมื่อริมฝีปากร้อนเลื่อนลงไปครอบงับเต้าอวบขาวอย่างหยอกเย้าก่อนจะตวัดปลายลิ้นร้อนดูดกลืนเม็ดถันสีหวานที่ใหญ่เกินตัวของเธอเพื่อสร้างความกระสันเสียวให้กับเธออย่างเร่าร้อน หญิงสาวแอ่นอกอวบให้ชายหนุ่มดูดเม้มและบดขยี้อย่างเต็มใจ

จ๊วบ!

เรียวปากร้อนดูดไล้เลียหน้าอกสาวอยู่นานนับนาทีจนร่างบางเกร็งสะท้านหวามไหว ชายหนุ่มจึงยอมผละเรียวปากออกมาก่อนจะยัดกายขึ้นเท้าศอกกับที่นอนเพื่อจ้องมองใบหน้าชื้นเหงื่อของเธอด้วยสายตาเป็นประกาย

“ฉันรักเธอนะพิรตา รักมาก”

“พอใจก็รักคุณค่ะ ลีอันโดร รักมากเหลือเกิน” หญิงสาวรีบเอ่ยคำหวานกับชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของหัวใจของตัวเองด้วยรอยยิ้มหวานเช่นกัน ชายหนุ่มจึงโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปจ้องมองแก้มที่บุ๋มลงไปเพราะลักยิ้มของหญิงสาวก่อนจะกดจูบลงไปที่ข้างแก้มของเธอด้วยความหลงใหล

จุ๊บ ฟอดด

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง

ฟรึบ!

“หะ เห้ออ นี่เราฝันถึงคุณลีอันโดรแบบนี้อีกแล้วเหรอเนี้ย”

หญิงสาวเอ่ยพูดกับตัวเองเสียงแผ่วเบาอย่างนึกเสียดายที่เหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงแค่ความฝัน ซึ่งเธอมักจะฝันถึงเขาอยู่บ่อยครั้งมาก ยิ่งช่วงหลังมานี้เธอมาอยู่หอพักตามลำพังและไม่ค่อยได้กลับไปที่บ้านไออุ่น เธอก็มักจะฝันถึงเขาเป็นประจำ หากเขารู้เข้าคงหัวเราะเยาะเธอเป็นแน่...เพราะเวลาที่เธอเจอเขาแต่ละครั้ง เขาแทบไม่หยุดคุย พูดหรือตอบอะไรนอกจากมองเธอด้วยหางตาราวกับเกลียดชัง คำพูดแต่ละคำที่หลุดจากปากเขานั้นก็แทบนับคำได้แต่ถึงแม้เขาจะเย็นชาและดูเข้าถึงยากมากแค่ไหน แต่ทุกครั้งที่เธอได้มองสบตาคมดุคู่นั้นของเขาหรือได้แอบมองใบหน้าที่สมบูรณ์แบบราวกับเทพบุตรของเขา มันก็ทำให้หัวใจดวงน้อยดวงนี้ของเธอเต้นแรงทุกทีแถมยังอ่อนไหวอ่อนยวบทุกครั้งเวลาเขาหันมามองเธอ ถึงจะแค่มองผ่านๆ ก็เถอะนะ

3 ปีก่อนหน้า

วันนี้เป็นวันที่คุณดาริน ดาริเน่ ลอเรนเซียส ได้เดินทางมามอบทุนการศึกษาและสิ่งของเครื่องใช้ให้กับมูลนิธิของท่านซึ่งก็คือบ้านไออุ่นหรือสถานสงเคราะห์เด็กไร้บ้านที่ท่านได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อคอยช่วยเหลือและอุปการะเด็กยากไร้เด็กไร้บ้าน

โดยมีแม่ครูเพ็ญซึ่งก็คือป้าแท้ๆ ของเธอที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลเด็กๆ และสถานที่แห่งนี้แทนคุณท่านที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ นอกจากแม่ครูเพ็ญแล้วยังมีมารดาของเธอที่ทำหน้าที่ดูแลเด็กอ่อนและเป็นแม่ครัวที่คอยทำอาหารให้เด็กทุกคนที่นี่ทานในแต่ละวันโดยมีเธอ น้าพร และพี่อุ่น คอยเป็นลูกมือของมารดาเธออีกทีหรือถ้าวันไหนที่แม่ของเธอไม่ว่างเพราะต้องดูแลเด็กเล็กก็จะเป็นน้าพรและพี่อุ่นที่คอยเป็นผู้ทำหน้าที่นั้นแทน เราอยู่ที่นี่กันเหมือนครอบครัวพวกเราที่นี่รักกันมาก

ต่อให้ใครจะบอกว่าเธอบ้านจนหรือเป็นแค่เด็กกำพร้าแต่เธอก็เคยไม่โกรธเคืองเลยด้วยซ้ำ เพราะเธอเกิดและเติบโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้จริง เพราะหลังจากที่บิดาของเธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และจากไปตั้งแต่ที่เธอยังอยู่ในท้องของแม่ แม่ครูเพ็ญจึงได้พาแม่มาอยู่ที่นี่ด้วยกัน เธอถูกเลี้ยงมาอย่างดีจากมารดาและป้ารวมถึงทุกคนที่นี่...นั่นจึงทำให้เธอรักที่นี่และก็เธอมีความสุขมากเลยด้วยซ้ำที่ได้เกิดและโตมาในครอบครัวนี้...ครอบครัวบ้านไออุ่น

ห้องรับรองแขกบ้านไออุ่น

ร่างบอบบางของสาวน้อยวัย 19 ปีนามพิรตาหรือหนูพอใจของทุกคนกำลังเดินยกน้ำชาเข้ามาเสิร์ฟคุณท่านหรือคุณหญิงดารินของทุกคนในห้องรับแขกตามที่ได้รับมอบหมาย แต่ทว่าในจังหวะที่เดินเข้ามาในห้องรับแขกนั้น ดวงตากลมสวยของเธอก็พลันไปสะดุดเข้ากับสายตาคมกริบที่ดูดุดันและแสนนิ่งเรียบของชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างกายของคุณท่านดาริน

เทพบุตร...

ทะ ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้หล่อเหลาและดูดีมากขนาดนี้นะ หล่อเสียจนทำให้สาวน้อยที่ไม่เคยคิดจะมองว่าใครหล่อหรือสวยถึงกับเอ่ยชื่นชมเขาในใจไม่ได้…หากจะให้นิยามชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกายของคุณท่านดารินด้วยคำนี้ก็คงจะไม่เกินไปหรอกเพราะเขาที่เธอเห็นตรงหน้านั้นช่างหล่อละลายใจเธอเหลือเกินหล่อจนเธอแทบลืมหายใจ...

หญิงสาวคิดพลางยืนนิ่งมองสำรวจหนุ่มหล่อร่างสูงใหญ่ดูบึกบึนอย่างชื่นชม...ผมสีน้ำตาลเข้มดกนั้นช่างรับกับผิวสีขาวแดงเข้มของเขาเหลือเกิน ดวงตาสีน้ำตาลเทาใต้เรียวคิ้วเข้มหนาที่โก่งรับกับจมูกโด่งคมสันตามแบบชาติตะวันตกก็ยิ่งทำเอาเธอแทบไม่อยากละสายตาไปไหน ทำไมเขาถึงได้ดูดีไปทุกระเบียดนิ้วแบบนี้กันนะ พิรตาแทบจะทรุดเข่าฮวบลงกับพื้นให้ได้เมื่อสายตาเผลอเลื่อนลงไปมองริมฝีปากหยักหนาชวนสัมผัสของเขากระตุกยิ้มหยัน แม้จะเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ควรชื่นชมแต่ทำไมพอเวลาเขาทำเธอกับใจสั่นไหวแบบนี้นะ เธอเคยเห็นคุณอันเดรสสามีของคุณท่านดารินก็คิดว่าขนาดอายุเยอะแล้วยังหล่อเอามากๆ แต่พอมาเจอกับเขาวันนี้เธอเองก็แทบบรรยายไม่ถูกเลยด้วยซ้ำกับความหล่อดูดีของบุรุษตรงหน้า

“อ้าวพอใจมัวยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้นละลูก เอาน้ำมาให้คุณท่านทั้งสองเร็วเข้า” เสียงเรียกดึงสติของแม่ครูเพ็ญทำให้เธอรีบสลัดใบหน้าหวานไปมาอย่างอับอายที่เผลอไปมองจ้องสำรวจเขาจนลืมหน้าที่ ร่างบางรีบเดินประคองถาดน้ำชาเข้ามาเพื่อเสิร์ฟทุกคนในห้องทันทีด้วยใบหน้าแดงก่ำจากความเขินอาย

“โอ้โห้ นี่หนูพอใจเหรอเนี้ย…ไม่เจอกันนานโตเป็นสาวขนาดนี้แล้วเหรอลูก เพียงใจนี่มีลูกสาวสวยมากเลยนะ” คุณท่านดารินเอ่ยทักเธออย่างชื่นชมด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พลางมองเธอด้วยแววตาเอ็นดูอย่างทุกครั้งที่เจอกัน ทำเอาสาวน้อยต้องอมยิ้มขอบคุณจนแก้มนุ่มยุบบุ๋มลงไปเป็นลักยิ้มสวย

“ขอบคุณคุณท่านมากนะคะ ที่ยังเอ็นดูลูกสาวดิฉันเหมือนทุกครั้ง”

“สวัสดีค่ะคุณท่าน เอ่อ…สวัสดีค่ะ”

หญิงสาวยกมือพนมไหว้ดารินก่อนจะหันไปไหว้ชายหนุ่มอีกคนที่นั่งข้างกันด้วยความนอบน้อมอ่อนหวานทันทีที่ทรุดนั่งลงข้างมารดาและแม่ครูเพ็ญป้าของเธอ

“สวัสดีจ้ะลูก อ้อ นี่คุณลีอันโดรจ้ะลูกชายคนโตของฉันเองจะเรียกคุณใหญ่หรือพี่ใหญ่ก็ได้นะจ้ะ”

“แค่คนที่สนิทเท่านั้น” ชายหนุ่มตอบกลับทันควันด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบอย่างหยิ่งยโส

“แต่แม่ว่าให้น้องเรียกพี่ใหญ่ก็ดีนะลูก จะได้ดูสนิทสนมกัน” ดารินเอ่ยแย้งลูกชายด้วยรอยยิ้มหวานแต่แฝงเลศนัยบางอย่าง

“ผมพูดชัดแล้วนะ” ชายหนุ่มขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มดุแล้วจึงเลื่อนสายตามามองที่ร่างบอบบางอย่างดูแคลน

“มาทำงาน ไม่ได้มาทำความรู้จักใคร”

“คุณใหญ่ทำไมพูดจาแบบนี้”

“....” เงียบ! ไร้เสียงตอบจากชายหนุ่มที่นั่งหน้าบึ้งอย่างไม่พอใจ พิรตาจึงได้แต่นั่งก้มหน้าน้ำตาซึมกับคำพูดที่ดูราวกับรังเกียจของเขา... เธอไปทำอะไรให้เขาโกรธหรือไม่พอใจอะไรหรือเปล่านะ ทำไมเขาถึงมีท่าทางราวกับไม่ชอบเธอแบบนี้ หญิงสาวนั่งนึกหาสาเหตุที่ชายหนุ่มมีท่าทีเหมือนไม่อยากคุยกับเธอด้วยความเศร้าหมอง พลางก้มหน้าตลอดการสนทนาของผู้ใหญ่ทั้ง 3 ท่าน ก็คงจะสามแหละเพราะอีกคนไม่ต่างจากเธอเลยขนาดคุณท่านหันไปถามเขาตั้งหลายครั้งหลายครา เขาก็ยังเอาแต่นั่งเฉยทำราวกับไม่ได้ยิน

“หนูพอใจทั้งสวยและน่ารักมากเลยนะ อย่างนี้คงมีหนุ่มๆ ตามจีบกันเยอะน่าดูว่าไหมคุณใหญ่ น้องสวยไหมลูก”

“....” และก็ยังคงไร้เสียงพูดของชายหนุ่มที่นั่งหน้านิ่งไม่สนโลกเช่นเคย ทำเอาดารินได้แต่มองอย่างหมั่นไส้กับความเย็นชาของบุตรชาย

“แล้วหนูพอใจมีแฟนยังลูก สนใจมาเป็นลูกสะใภ้ใหญ่ของฉันไหม”

คำถามทีเล่นทีจริงของดาริน ทำเอาหญิงสาวที่ถูกถามหน้าแดงเขินอายราวกับลูกตำลึงสุกเธอทำเพียงอมยิ้มเขินเป็นคำตอบ แต่เสียงเข้มกึ่งตะคอกของเขากลับทำเอารอยยิ้มหวานนั้นสลายหายไปในทันที

“แม่ครับ!” เขาหันไปดุมารดาเสียงห้วน บ่งบอกว่ากำลังไม่พอใจกับสิ่งที่มารดาพูด

“แม่แค่พูดหยอกล้อน้องเท่านั้นเอง จะดุไปทำไมกันคุณใหญ่”

“ผมจะออกไปรอข้างนอก”

“เดี๋ยวสิคุณใหญ่ แม่ไม่ได้บอกว่าจะกลับตอนนี้ซะหน่อย คุณใหญ่! คุณใหญ่! ลีอันโดร! เห้อ จริงๆ เลยลูกคนนี้”

ร่างสูงลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทันที โดยไม่ฟังเสียงร้องเรียกจากมารดา แต่ทว่าก่อนไปดวงตาคมดุสีน้ำตาลเทากลับเหลือบมองมาที่เธอด้วยสายตาเรียบนิ่งยากจะคาดเดา เธอจึงส่งยิ้มตอบกลับเขาอย่างเป็นมิตรแต่ริมฝีปากหนากลับกระตุกยิ้มเหยียดกลับมาให้แทน จนเธอต้องก้มหน้าหลบสายตาคมของเขาลงมองที่พื้นเพราะกลัวบ่อน้ำตาแตกโชว์เขา

แม้เธอจะเป็นคนยิ้มง่ายแค่ไหนแต่เรื่องบ่อน้ำตาตื้นเธอก็ไม่แพ้ใครเชียวละ

“ดิฉันทำงานที่นี่มาหลายปีแล้ว เคยเห็นก็แต่คุณลีโอและคุณลีออน พึ่งเคยเห็นคุณลีอันโดรครั้งแรกก็วันนี้ ลูกชายคุณท่านหล่อเหลาทุกคนเลยค่ะ หล่อกว่าพระเอกละครที่ดิฉันดูมาอีกนะคะ แบบนี้สาวๆ คงวิ่งตามกันเป็นแถวแน่เลย” แม่ครูเพ็ญเอ่ยชื่นชมชายหนุ่มทันทีหลังจากที่เห็นว่าชายหนุ่มเดินออกไปพ้นห้องรับรองแขกแล้ว

“สาวๆ น่ะวิ่งตามก็จริงนะแม่เพ็ญ แต่คุณใหญ่นะสิไม่สนใจใครเลย หาใครมาให้ก็ไล่ตะเพิดเขาไปหมดนี่ฉันเลี้ยงลูกมายังไงของฉันนะลูกทั้งสามถึงทั้งหยิ่ง ทั้งเย็นชา แถมยังดุฉันได้ไม่เว้นวันบ้านทั้งบ้านฉันแทบจะคุยคนเดียวอยู่แล้ว” ดารินบ่นบุตรชายทั้งสามของตัวเองออกมาด้วยน้ำเสียงท้อแท้และระอาใจกับนิสัยสุดเย็นชา

“คุณลีอันโดรอาจจะยังไม่เจอคนที่ถูกใจก็ได้มั้งคะคุณท่าน”

“แต่ฉันว่าคุณใหญ่เจอแล้วแหละ” ดารินพูดพลางมองมาที่ร่างเล็กของพิรตาที่นั่งก้มหน้าซึม ก่อนที่จะยกมุมปากเคลือบลิปสติกสีสดขยับยิ้มอย่างมีเลศนัยบางอย่าง

ปัจจุบัน

แม้ความประทับใจแรกที่เจอกันแทบจะไม่มีเลย แต่เธอก็ยังเฝ้าแอบรักเขาถึงขั้นเก็บเอามาเพ้อพกและฝันถึงมาเกือบสามปีแล้ว หลังจากที่เจอกันที่บ้านไออุ่นครั้งนั้นเธอก็ไม่เคยเห็นเขาไปที่นั่นอีกเลย จะมีก็แต่คุณท่านที่เวลากลับมาเมืองไทยท่านมักจะแวะเอาข้าวของเครื่องใช้มามอบให้กับเด็กๆ แล้วเอาของฝากมาให้เธอเยอะแยะมากมายจนเธอแทบรับไว้ไม่ไหว เธออยากถามคุณท่านถึงเขาหลายครั้งแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถาม เพราะกลัวท่านรู้ความจริงว่าเธอริอาจไปรักลูกชายของท่าน

ถึงแม้จะไม่เห็นเขาที่บ้านไออุ่นแต่เธอก็เจอเขาที่มหาลัยที่เธอเรียนทุกปีๆ ละสามถึงสี่ครั้งเลยเพราะเนื่องจากเขาต้องมามอบทุนให้กับมหาวิทยาลัยที่เธอเรียนอยู่เป็นประจำ เธอแอบตามไปดูแอบไปมองเขาทุกครั้งที่เขามา แม้จะไม่ได้เฉียดกายเข้าไปใกล้หรือพูดคุยกับเขาแต่ขอแค่ได้มองเขาจากที่ไหนสักแห่งได้มองเห็นเขาให้คลายความคิดถึงลงไปบ้างก็ยังดี...

"เห้อ"

พิรตาถอนหายใจก่อนจะสะบัดศีรษะให้คลายความง่วงแล้วลุกขึ้นเดินไปอ่านหนังสือที่โต๊ะข้างเตียงต่อ เธอมักตั้งเวลาปลุกเพื่อตื่นมาอ่านหนังสือเวลานี้เป็นประจำเวลาอยู่ห้องพัก เธอเข้ามาพักที่ห้องพักแห่งนี้เมื่อสามปีที่แล้วโดยคุณท่านออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดเนื่องจากตอนปีหนึ่งเธอยังพักกับแม่ที่บ้านไออุ่น แต่เมื่อคุณท่านทราบว่ามหาลัยของเธอห่างจากบ้านไออุ่นพอสมควร ต้องนั่งรถประจำทางเกือบชั่วโมงกว่าจะไปกลับระหว่างบ้านและมหาลัยท่านจึงอยากให้เธอมาพักห้องที่มีความปลอดภัยสูงและใกล้กับมหาลัย โดยทุกวันศุกร์ช่วงเย็นเธอจะนั่งรถประจำทางกลับบ้านไออุ่นเพื่อกลับไปช่วยงานแม่ช่วยแม่ครูดูแลและสอนหนังสือเด็กๆ เป็นประจำ แต่ทว่าเสาร์นี้เธอมีนัดทำวิจัยก่อนจบกับเพื่อนที่มหาลัยจึงไม่ได้กลับไปที่บ้านไออุ่นเหมือนเช่นทุกครั้ง

เธอเรียนคณะศิลปะศาสตร์เอกภาษาฝรั่งเศส-อังกฤษ เพราะจะได้นำมาใช้สอนน้องๆ ในบ้านไออุ่นด้วย อีกอย่างเธอชื่นชอบงานที่เกี่ยวกับไกด์หรือท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ จึงเลือกเรียนด้านสายภาษาและเธอก็เหลืออีกแค่ไม่กี่เดือนก็จะจบแล้วด้วย แค่นึกถึงวันที่แม่ของเธอยิ้มด้วยความดีใจและภูมิใจในวันที่เธอจบการศึกษา ก็ทำเอาเธอมีแรงฮึดอ่านหนังสือและหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง...

07.40 น.

พิรตาวางมือจากหนังสือทันทีหลังจากที่อ่านจบไปหนึ่งบท ร่างบางเดินไปหยิบมือถือกลางเก่ากลางใหม่เครื่องบางที่เธอใช้อ่านข่าวแทนโน้ตบุ๊ค มาเปิดเว็บข่าวต่างประเทศที่เธอเข้าอ่านเป็นประจำ เธอมักจะเข้ามาอ่านข่าวของเขาตามเว็บไซต์หรือหนังสือพิมพ์ของสเปนทุกครั้งหลังจากที่ว่างจากการอ่านหนังสือเรียนหรือการทำงาน จุดประสงค์คือเพื่อให้คลายความคิดถึงเวลาที่เธอไม่ได้เจอเขาแต่มันก็ไม่ได้ช่วยทำให้เธอคลายคิดถึงเขาเลยสักนิด ตรงข้ามเธอกลับยิ่งคิดถึงมากขึ้นทุกวันผู้ชายคนแรกที่ทำให้เธอรู้จักความรักแบบหนุ่มสาว...

เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมลัคชูรี่สุดยิ่งใหญ่ที่เมืองมาดริดไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับลีอันโดรและลีโอนาโดร ลอเรนเซียส สองพี่น้องสิงห์ดุแห่งเมืองมาดริด โดยงานนี้มีนางแบบสาวซึ่งลือกันว่าเป็นแฟนสาวของหนุ่มลีอันโดรได้เดินทางมาร่วมงานและมอบดอกไม้แสดงความยินดี สร้างเสียงฮือฮาจากบรรดานักข่าวและสาวๆ ในงานที่ต่างก็ตกใจและอกหักกันค่อนเมืองจากการเปิดตัวแฟนของเขาในครั้งนี้

พิรตาจ้องมองภาพนางแบบสาวสวยคนหนึ่งกำลังยื่นใบหน้าไปหอมแก้มชายหนุ่มที่เธอเฝ้ารักเฝ้าคิดถึงทั้งน้ำตา ใช่ เธอหึงเธอหวงเขามากไม่อยากให้ใครมาทำแบบนี้กับเขาเลยและที่ทำให้หญิงสาวกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ก็คงเป็นประโยคที่บอกว่า เขาเปิดตัวแฟนสาว... คุณลีอันโดรมีแฟนแล้ว เธออ่านข่าวด้วยหัวใจที่ปวดร้าว พลางร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างเสียใจ ความรักที่บอกใครไม่ได้ ความรักที่เป็นไปไม่ได้ของเธอ ความรักที่มีเพียงเธอรับรู้และรู้สึกไปเองเพียงฝ่ายเดียว ริอาจไปรักคนที่อยู่สูงอย่างเขาก็ต้องเป็นแบบนี้แหละไม่เจ็บตอนนี้ อีกไม่นานก็คงเจ็บอยู่ดีแต่จะเธอเลิกรักเขาได้ยังไงเธอทำไม่ได้

มาดริด, ประเทศสเปน

ตุ้บ!

ลีอันโดรปาหนังสือพิมพ์ที่ลูกน้องยื่นมาให้อ่านลงพื้นด้วยความโมโห ทั้งโมโหสำนักข่าวทั้งโมโหตัวต้นเรื่อง ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าข่าวพวกนี้เป็นเพียงการจัดฉากและเป็นฝีมือของใคร

“รอฟ!!” เอ่ยร้องเรียกลูกน้องคนสนิทด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวดุดัน ทำเอาร่างสูงของลูกน้องคนสนิทอย่างรอฟต้องรีบถลาเข้ามาหาเจ้านายทันทีอย่างหวาดหวั่นกับน้ำเสียงนั้น

“ครับนาย”

“ไปจัดการลบข่าวนั่นออกให้หมดและจัดการตัวต้นเรื่องที่สร้างข่าวลวงๆ นี้ซะ!”

“ครับนาย เอ่อ แล้วนายจะไปไหนครับ” รอฟเอ่ยถามขึ้นทันทีเมือเห็นร่างสูงของผู้เป็นเจ้านายเดินไปหยิบกุญแจรถยนต์คันโปรด

“ใช่ธุระของมึงไหม”

“เอ่อ ไม่ครับ”

“จัดการเตรียมเจ็ทให้กูภายในครึ่งชั่วโมง”

“นายจะไปหาแฟนเหรอครับ” ลูกน้องหนุ่มเอ่ยแซวเจ้านายของตัวเองยิ้มๆ อย่างรู้ทันจนถูกผู้เป็นเจ้านายตวัดสายตาดุกร้าวมามองคนแซวอย่างไม่พอใจทำเอารอฟหุบยิ้มแทบจะทันที

ร่างสูงของลีอันโดรก้าวเดินออกไปจากเพนเฮาส์สุดหรูของตัวเองแต่ทั้งใบหน้าและใบหูกลับแดงก่ำราวลูกตำลึงสุกอย่างอับอายที่โดนลูกน้องจับได้

“ปานนี้ร้องไห้ตาบวมหมดแล้วมั้ง”

ตอน 2

หอพัก

สัมผัสแผ่วเบานุ่มนวลบดคลึงเคล้าที่กลีบปากบางกระจับของเธอราวกับต้องการปลอบประโลมให้เธอคลายจากความเศร้าหมอง... ไม่ช้าเรียวลิ้นร้อนก็สอดแทรกเข้ามาดูดกลืนความหวานละมุนปานน้ำผึ้งของเธอด้วยความโหยหาเรียกร้องราวกับเก็บความรู้สึกทั้งหมดไว้ไม่อยู่

นี่คงจะเป็นความฝันของเธออีกแล้วสินะ... หญิงสาวคิดพลางขยับเรียวปากจูบตอบชายหนุ่มเจ้าของหัวใจของตัวเองไปอย่างเร่าร้อนไม่แพ้กัน มือเรียวยกคล้องกอดที่ลำคอหนาของเขาด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี แม้ก่อนหน้าเธอจะร้องไห้เสียใจเรื่องของเขาแค่ไหน แต่เพียงแค่ได้ฝันถึงเขา ได้รับจูบแสนอ่อนโยนราวกับกำลังปลอบประโลมของเขาจากในความฝันแบบนี้ก็ทำให้เธอไม่อยากตื่นจากฝันนี้เลย

มือหนาสีเข้มหลังมือเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนอย่างน่าหลงใหล ยกมือประคองใบหน้าสวยหวานของคนใต้ร่างให้ตรึงนิ่งกับที่ ก่อนจะก้มลงไปกดจูบเปลือกตาสวยเบาๆ แล้วเลื่อนปากหยักสีสวยลงมาที่ข้างแก้มเนียนนุ่มที่บุ๋มลงไปเป็นลักยิ้มสวย เขากดจูบกดหอมที่แก้มนุ่มอยู่อย่างนั้นเป็นสิบๆ ครั้งด้วยความหลงใหล

ฟอดด ฟอดด

ชายหนุ่มเคลื่อนริมฝีปากหนาชวนสัมผัสลงมาแถวบริเวณซอกคอหอมกรุ่นของเธอแล้วจึงใช้ลิ้นปาดเลียบริเวณต่อมเสียวนั้นจนเธอต้องเผยอปากน้อยๆ ปล่อยเสียงครางออกมาด้วยความเสียวกระสัน

“คุณลีอันโดรขาา...”

เฮือก!

พิรตาละเมอครางเรียกเจ้าของสัมผัสสุดวาบหวามเสียงกระเส่า ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีเมื่อสัมผัสของเขาค่อยๆ หายวับไปจากห้วงความฝัน หญิงสาวหันมองรอบบริเวณอย่างสะลึมสะลือ ทำไมความฝันเมื่อครู่นี้ถึงเหมือนจริงแบบนี้กันนะ…เหมือนกว่าทุกครั้งที่เคยฝัน มือเรียวเล็กแตะที่ริมฝีปากของตัวเองเบาๆ ก็พบว่ากลีบปากบางของเธอนั้นเปียกชุ่มราวกับเธอได้ผ่านการจูบมาจริงๆ เป็นไปไม่ได้หรอกพอใจ คนอย่างเขาจะมาจูบเธอแบบในความฝันได้ยังไง แค่มองหน้าเค้ายังไม่อยากมองเลย...

เห้อ...

พิรตาลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ เพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย เตรียมตัวไปหาเพื่อนของเธอเพื่อทำงานวิจัยตามที่ได้นัดกันไว้และทันทีที่เข้ามาถึงห้องน้ำ เธอก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจกับสภาพพื้นห้องน้ำของตัวเอง ทำไมพื้นห้องน้ำของเธอเปียกปอนราวกับพึ่งผ่านการใช้งานมาไม่นานแบบนี้ หรือว่าเธอปิดฝักบัวไม่สนิทกัน คิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็เดินไปที่ฝักบัวภายในห้องพลางมองอย่างสำรวจเพื่อหาความผิดปกติ

ใช่จริงด้วย เธอปิดฝักบัวไม่สนิทหรอเนี้ย ทำไมเธอสะเพร่าแบบนี้นะ ปกติเธอไม่ใช่คนแบบนี้สักหน่อย คนตัวเล็กบ่นตัวเอง พลางเดินมาถอดเสื้อผ้าที่อ่างล้างหน้า ฉับพลันดวงตากลมสวยก็เบิกขึ้นทันทีอย่างตกใจเมื่อเห็นรอยจ้ำเลือดสีแดงอ่อนๆ เหมือนมันพึ่งเกิดขึ้นมาหมาดๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ลำคอหรือแม้กระทั่งบริเวณหน้าอกก็มีรอยช้ำนี้อยู่เต็มไปหมด เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ จะว่าแพ้ครีมทำไมไม่เป็นทั้งตัว ทำไมเกิดแค่บริเวณนี้กัน หญิงสาวคิดหาคำตอบยังไงก็คิดไม่ออก จึงตัดใจเก็บเรื่องนี้ไว้ไปปรึกษาเพื่อนที่มหาลัยเผื่อเพื่อนเธอจะรู้คำตอบ ไม่นานคนตัวเล็กก็ตัดสินใจอาบน้ำทันทีเพราะใกล้ถึงเวลาที่ได้นัดกับเพื่อนของเธอไว้แล้ว

มหาวิทยาลัย K

“พอใจทางนี้!” พิรตาหันไปตามเสียงเรียกก็พบเข้ากับ ญะญ๋า เพื่อนสาวคนสนิทของเธอกำลังยืนร้องเรียกเธออยู่หน้าทางเข้ามหาลัย

“ขอโทษที่สายนะญะญ๋า พอดีฉันนอนดึกไปหน่อยน่ะ”

“ขอโทษทำไมกัน ฉันก็พึ่งมาถึงก่อนเธอไม่กี่นาทีเอง” ญะญ๋าพูดพลางมองใบหน้าที่หม่นลงเล็กน้อยของเพื่อนอย่างแปลกใจ

“เดี๋ยวนะ นี่นอนดึกหรือร้องไห้กันแน่เนี้ย ทำไมตาเธอบวมเป่งแบบนี้พอใจ”

“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่นอนดึกไปหน่อยน่ะ อ่านหนังสือเพลิน แฮะ” พิรตาเฉไฉตอบเพื่อนของเธอไปเพราะไม่กล้าบอกความจริงว่าเธอร้องไห้ติดกันมาสองคืนแล้วตั้งแต่ที่ได้รับรู้ว่าผู้ชายที่เธอเฝ้าแอบรักมีแฟนแล้ว

“จริงหรอ?”

“อื้ม ไปหอหนังสือกันเถอะ เราจะได้มีเวลาหาข้อมูลนานๆ” พิรตาครางรับในลำคอแล้วรีบเปลี่ยนเรื่องชวนเพื่อนเดินตรงไปที่หอหนังสือของมหาลัยทันที โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตามืดลึกของใครบางคนกำลังมองตามเธอเข้าไปข้างในด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาอยู่ภายในรถยนต์สุดหรู

┅✹┅

“เห้ออ พอใจฉันว่าเราพอแค่นี้ก่อนได้ไหม สมองฉันคิดอะไรไม่ออกแล้ว ไปชอปปิ้งหาอะไรทานที่ห้างใกล้ๆ มอกันเถอะนะๆ น๊าาา” ญะญ๋าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงขอร้องแกมออดอ้อนเธอหลังจากที่เข้ามาหาข้อมูลการทำเล่มวิจัยกันไปหลายชั่วโมงแล้ว

“ก็ได้ค่ะ คุณหนูญะญ๋า” หญิงสาวตอบเพื่อนสาวด้วยรอยยิ้มหวาน พลางสายหน้าน้อยๆ กับความขี้อ้อนนั้น

“เย้ๆ เดี๋ยววันนี้ฉันเลี้ยงเธอเอง ตอบแทนที่เธอช่วยอธิบายวิจัยของเราให้ฉันเข้าใจง่ายขึ้น”

“ฉันจะกินให้ท้องแตกเลย ห้ามคืนคำล่ะ” หญิงสาวตอบกลับเพื่อนทันควันพลางยกนิ้วเกี่ยวก้อยสัญญา จากนั้นทั้งสองก็เก็บของเพื่อที่จะออกไปเดินผ่อนคลายและหาอะไรทานที่ห้างสรรพสินค้าใกล้มหาลัย

ห้างสรรพสินค้า

“ญะญ๋า ฉันขอไปห้องน้ำแป๊บนึงนะ เธอไปรอฉันในร้านเลยก็ได้” พิรตาหันมาพูดกับเพื่อนเสียงเบาเมื่อเดินมาถึงหน้าทางเข้าร้านอาหาร

“ไม่ให้ฉันไปเป็นเพื่อนหรอ”

“ไม่เป็นไรจ้ะ ห้องน้ำใกล้แค่นี้เอง อีกอย่างถ้าไปด้วยกันกลับมาก็กว่าจะได้กินอีก”

“เอางั้นก็ได้ รีบมาล่ะ”

“จ้าาา” พิรตาพยักหน้าก่อนจะแยกทางกันกับเพื่อนเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำที่อยู่ชั้นเดียวกับร้านอาหารที่เธอเลือกมาทาน

ทว่า...

สายตาของเธอกลับไปสะดุดเข้ากับร่างสูงสง่าของใครบางคนที่มีใบหน้าหล่อเหลาแต่ดูดุดันน่ากลัวกำลังเดินตรงมาทางที่เธอยืนอยู่ โดยที่ข้างหลังมีชายชุดดำสามคนเดินขนาบข้างตามมา

“คุณลีอันโดร...” ขะ เขามาที่นี่ได้ยังไง ก็เมื่อสองวันก่อนเธอยังอ่านข่าวเขาอยู่เลย งานเปิดตัวคอนโดสุดหรูที่สเปนกับแฟนสาวของเขา เมื่อคิดมาถึงตรงนี้น้ำตาที่ไม่รู้มาจากไหนก็เอ่อขึ้นมาซึมที่ขอบตาสวยของเธอทันที พิรตามองชายหนุ่มด้วยความคิดถึง เธออยากวิ่งเข้าไปกอดเขาให้หายคิดถึงด้วยซ้ำ แต่คงทำได้แค่คิดเท่านั้น เพราะเธอรู้สถานะตัวเองดี

“สะ สวัสดีขะ” หญิงสาวยกมือไหว้เมื่อร่างสูงของเขาเดินเข้ามาใกล้จุดที่เธอยืนอยู่ แต่ทว่ากลับต้องยกมือค้างกลางอากาศ เพราะเขาไม่แม้แต่จะหันมามองเธอ เขาทำราวกับไม่ได้ยินและไม่เห็นเธอ ทั้งที่เธอยืนใกล้เขาไม่ถึงคืบด้วยซ้ำแต่เขากลับไม่มองมาหรือตอบรับอะไรเธอเลย เขาเดินผ่านเธอไปราวกับเธอไม่มีตัวตนหรือเป็นอากาศธาตุอย่างนั้นแหละ

หญิงสาวหันหลังกลับไปมองก็เห็นเขากำลังยื่นมือทักทายชายวัยกลางคนที่ยืนรอเขาอยู่หน้าร้านอาหารชื่อดัง ก่อนที่ชายคนนั้นจะผายมือเชื้อเชิญให้ร่างสูงของเขาเข้าไปในภัตตาคารหรูระดับวีไอพีของห้างอย่างนอบน้อม ดูท่าทางเขาคงมาคุยธุรกิจหรืองานกัน เธอไปทักเขาแบบนั้น ถ้าเขาหยุดคุยคงทำให้เขาเสียเวลาในการทำงานแน่หญิงสาวคิดปลอบใจตัวเอง ก่อนจะตัดใจจากการมองเขาแล้วเดินไปที่ห้องน้ำทันที

“ทำไมไปนานจังอ่ะพอใจ ฉันแอบกินรอเธอมาจนจะอิ่มแล้วเนี้ย”

“โทษทีจ้ะญะญ๋า พอดีฉันเจอคนรู้จักเลยไปทักทายนิดหน่อยน่ะ”

“แล้วทำไมตาเธอแดงๆ แบบนั้นอ่ะ”

“ตอนเดินมาฉันเผลอขยี้ตาแรงไปหน่อยน่ะ ไม่มีไรจ้ะ รีบกินกันเถอะ” เธอตอบกลับเพื่อนพลางนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตัวเองเพื่อเบี่ยงเบนความสงสัยของเพื่อน

“พอใจกินเสร็จดูหนังกันนะ หนังเรื่องนี้ฉันรอมาสองปีเต็มเลยนะ ฉันอยากดูมากๆ เลยอ่ะ นะๆ ดูเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ” ญะญ๋าอ้อนเธออีกแล้ว มีหรอที่เธอจะใจแข็งกับลูกอ้อนของเพื่อนคนนี้ได้

“ฉันต้องยอมเธออีกแล้วสินะ” หญิงสาวพูดพลางอมยิ้มน้อยๆ ออกมามองใบหน้าสุดอ้อนของเพื่อนรัก

“เย้! เธอนี่ทั้งสวยและใจดีสุดๆ เลย”

“เอ่อ ญะญ๋า คือฉันมีเรื่องจะถามอ่ะ คือเธอเคยใช้ครีมหรือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผิวแล้วแพ้บ้างไหม แล้วส่วนมากถ้าแพ้ เธอแพ้ทั้งตัวหรือเฉพาะส่วนหรอ” หญิงสาวเอ่ยถามเพื่อนของเธอทันทีหลังจากที่พึ่งนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องที่ค้างคาใจอยากปรึกษา

“ทำไมหรอ เธอแพ้อะไรหรอพอใจ”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันน่ะ ตอนฉันอาบน้ำฉันเห็นรอยช้ำที่บริเวณคอแล้วก็หน้าอก หรือฉันกินอะไรแล้วเกิดแพ้รึเปล่าก็ไม่รู้”

“ช้ำที่คอแล้วก็ที่หน้าอกหรอ! ไหนฉันขอดูหน่อย” ญะญ๋าพูดจบก็ขยับเข้ามานั่งข้างเธอแล้วเปิดคอเสื้อของเธอเพื่อดูรอยช้ำนั่นทันที

“นี่ทำอะไรของเธอน่ะ คนในร้านเต็มเลยนะ” หญิงสาวพูดด้วยความตกใจแล้วหันมองไปรอบบริเวณหน้าตาตื่น

“นี่พอใจ แกแอบมีแฟนแล้วไม่บอกฉันหรอ”

“ห้ะ!! เธอพูดอะไรของเธอญะญ๋า ฉันมีแฟนที่ไหนกันเล่า”

“ก็รอยที่คอและหน้าอกเธอมันเหมือนรอยที่โดนผู้ชายหรือใครสักคนดูดมาเลยนิ” พิรตารีบถลาเอามือไปปิดปากเพื่อนของเธอทันที

“รอยดูดอะไรกัน ฉันยังไม่มีแฟนและไม่เคยมีอะไรกับใครเลยนะ จะมีก็แต่...” เธอพูดออกมาเบาๆ พลางนึกถึงความฝันสุดวาบหวิวระหว่างเธอกับลีอันโดรเมื่อคืนนี้

“แต่? แต่อะไรพอใจ บอกฉันมาให้หมดเลยนะ”

“ฉันแค่เคยฝัน แต่ฉันสาบานได้เลยนะญะญ๋าว่าฉันไม่เคยมีอะไรกับใคร รอยนี้อาจจะเพราะแพ้ครีม หรือกินอะไรผิดแปลกก็ได้”

“ฝันงั้นหรอ ฝันว่าอะไรเล่ามาซิ”

“เอ่อ... คือ” หญิงสาวอ้ำอึ้งไม่กล้าพูด

“พอใจ ฉันยังเป็นเพื่อนเธออยู่ไหม” ทำไมเพื่อนเธอกดดันเธอด้วยคำถามนี้นะ

“คือฉันฝันว่ามีอะไรกับคนที่ฉันแอบรักน่ะ “

“แอบรักหรอ ใครกัน”

“ไว้ฉันพร้อมฉันจะเล่าให้เธอฟังนะ” หญิงสาวตัดบทพลาง ยื่นมือไปพลิกเนื้อที่กำลังสุกได้ที่ เพื่อหลบสายตาของเพื่อนเธอที่มองมาอย่างคาดคั้นสงสัย ญะญ๋าที่แม้จะอยากรู้เพียงใดแต่ก็ไม่คาดคั้นเพื่อนมากไปกว่านี้เพราะแค่นี้คนตรงหน้าเธอก็น้ำตารื้นขึ้นมาจนเธอตกใจแล้ว

┅✹┅

“เหลือแค่รอบสามทุ่มอ่ะพอใจทำไงดี” ญะญ๋าพูดด้วยใบหน้าที่ซึมลงเล็กน้อยหลังจากพึ่งกลับมาจากเคาน์เตอร์ขายตั๋วหนัง ทำเอาคนที่ชอบตามใจเพื่อนอย่างเธอต้องรีบลุกขึ้นไปปลอบเอาใจแทบจะทันที

“สามทุ่มก็ดูได้ เดี๋ยวฉันดูเป็นเพื่อนเธอเองไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้ไม่มีทำวิจัย ฉันกะจะนอนตื่นสายสักหน่อยด้วย”

“งื้อออ ฉันรักเธอที่สุดเลยย”

ภัตตาคาร ณ ห้างสรรพสินค้า

“นายครับคุณพอใจเธอออกไปจากร้านแล้วครับ ตอนนี้เธอกับเพื่อนอยู่ที่โซนโรงหนัง” เสียงรายงานจากลูกน้องทำให้ชายหนุ่มที่นั่งทำหน้าเรียบนิ่งฟังการรายงานสินค้าล็อตใหม่ที่ทางบริษัทของเขานำเข้ามา คิ้วกระตุกขึ้นทันที

ดึกปานนี้แล้วทำไมไม่รู้จักกลับบ้าน...

ตอน 3

“ดึกปานนี้แล้วทำไมไม่รู้จักกลับบ้าน” เสียงดุทรงอำนาจดังขึ้นจากข้างหลังทำเอาร่างเล็กของพิรตาต้องหันขวับกลับไปมองแทบจะทันที ทว่าเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงที่มีใบหน้าดุเย็นชาของเขา ดวงตากลมสวยก็เบิกโพลงขึ้นทันทีด้วยความตกใจ

“ขะ คุณลีอันโดร”

“ไม่ได้ยินที่ถามรึไง!” สองสาวต่างสะดุ้งเฮือกด้วยความอย่างตกใจเมื่อคนเขาตะคอกถามขึ้นมาอีกครั้ง

“เอ่อ คือ...”

“แล้วคุณเป็นใคร ทำไมต้องมาตะคอกเสียงใส่พวกเราด้วย” ญะญ๋าถามอย่างไม่พอใจเมื่ออยู่ๆ มีใครก็ไม่รู้เดินเข้ามาทำหน้ายักษ์และตะคอกใส่เธอกับเพื่อน ทำเอาลีอันโดรตวัดสายตาดุกร้าวหันไปมองทันทีอย่างเยือกเย็น จนร่างของญะญ๋าต้องขยับเดินไปหลบที่หลังของเพื่อนอย่างหวาดกลัวกับสายตาดุเย็นชาคู่นั้น

หน้าตาหล่อเสียเปล่า ทำไมดุขนาดนี้เนี้ย

“คะ คือ พวกเรามาดูหนังกันค่ะ แต่มันเหลือแค่รอบสามทุ่มก็เลยนั่งรอเวลาน่ะค่ะ” เป็นเสียงสั่นแหบพร่าของพิรตาที่เอ่ยตอบออกไปเมื่อชายหนุ่มตรงหน้าหันมาส่งสายตาคาดคั้นเอาคำตอบกับเธออีกครั้ง

“คิดอยากจะทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้งั้นสินะ อยากจะกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ หรือเที่ยวไปไหนมาไหนค่ำๆ มืด ๆ ก็ได้รึไง!”

“มะ ไม่ใช่อย่างงั้นนะคะคุณลีอันโดร” พิรตารีบปฏิเสธเขาออกมาทันทีไม่อยากให้เขาเข้าใจเธอผิด ไม่อยากให้ในสายตาของเขาเธอเป็นเด็กไม่ดี

“คือ.. คือเราพึ่งไปหาข้อมูลทำวิจัยเสร็จกันน่ะค่ะ เลยมาหาอะไรทานกันที่นี่ แล้วพอดีมีหนังเข้าใหม่ก็เลยอยากดูเพื่อผ่อนคลายเท่านั้นเองค่ะ”

“พอใจนี่เธอรู้จักผู้ชายหน้าดุคนนี้ด้วยหรอ” ญะญ๋ากระซิบถามเพื่อนเบาๆ ด้วยความแปลกใจระคนหวาดกลัวอยู่ข้างหลัง

“เอ่อ คุณลีอันโดรคือลูกชายของคุณท่านน่ะญะญ๋า”

“ฉันไม่ได้จะมายืนฟังเธออธิบาย หรือแก้ตัวอะไรทั้งนั้น” ชายหนุ่มพูดพลางมองไปรอบบริเวณ ก็เห็นมีวัยรุ่นชายประมาณสามสี่คนมองมาที่เธอด้วยแววตาที่เดาก็รู้ว่าพวกนั้นมันคิดอะไรกับยัยเด็กนี่แน่ กรามแกร่งขบกันจนขึ้นเป็นสันนูนทันทีด้วยความหวงแหน

“กลับบ้าน!” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชาทรงอำนาจ สายตาก็ดุดันน่ากลัวจนเธอได้แต่ลอบกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก

“คือ...หนูขออนุญาตชวนพอใจดูหนังได้ไหมคะ อีกอย่างเราก็พึ่งซื้อตั๋วไป ถ้าพอใจกลับไปหนูคงไม่กล้าดูคนเดียว” ญะญ๋าเอ่ยขออนุญาตเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอย่างหวั่นกลัว

“ไม่กล้าดูก็แยกย้ายกันกลับบ้าน นี่ไม่ใช่เวลาที่เธอสองคนจะมาดูหนังกลางดึกแบบนี้ อ๋อ หรือนัดใครไว้กันแน่ล่ะ” ประโยคแรกชายหนุ่มตอบเพื่อนของเธอ แต่ประโยคถัดมานั้นเขาหันมาจ้องเธอแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหยัน

“ไม่ ไม่ได้นัดใครไว้ค่ะ เรามากันแค่สองคน” เธอหันมองหน้าเพื่อนด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ใจหนึ่งก็อยากอยู่เป็นเพื่อนญะญ๋า ใจหนึ่งเธอก็กลัวเขาจะหาว่าเธอเป็นเด็กดื้อ ที่ขัดคำสั่งเขา ญะญ๋าที่เห็นเพื่อนของเธอแสดงสีหน้าลำบากใจ จึงทำให้เธอพลอยรู้สึกผิดไปด้วย

“งั้นวันหลังเราค่อยมาดูก็ได้เนอะ วันนี้ก็ดึกแล้วจริงๆ แหละ งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งเธอที่หอพักเอง ไปกันเถอะ” ด้วยเพราะรู้จากเพื่อนว่าผู้ชายคนนี้ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณของเพื่อน ญะญ๋าจึงจำต้องตัดใจจากการดูหนังในครั้งนี้แล้วหันไปชวนเพื่อนสาวกลับแทน

“อะ อื้ม ขอบคุณนะ” พิรตาพยักหน้าก่อนจะเดินกลับไปหยิบกระเป๋าแล้วเดินกลับมาไหว้ลาเขาก่อนกลับ แต่ทว่า...

“เดี๋ยว!” สองสาวหันไปมองที่ชายหนุ่มทันทีกับน้ำเสียงเข้มทรงอำนาจที่ดังขึ้นอีกครั้ง

“เธอกลับบ้านไปได้แล้ว ส่วนเธอฉันจะไปส่งเอง” เขาหันไปบอกเพื่อนของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่พอหันมาพูดกับเธอน้ำเสียงเขาค่อนไปทางดุ

เห้อดุอีกแล้ว ทำไมเขาชอบดุเธอกันนะ เธอไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรือก็เปล่า...

“แต่ว่า...”

“ฉันพูดชัดแล้วนะ” เขาสวนทันควันพลางใช้ลิ้นดุนกระพุงแก้มราวกับกำลังระงับอารมณ์หงุดหงิด

“เดี๋ยวฉันกลับกับคุณลีอันโดรก็ได้จ้ะญะญ๋า ไม่ต้องห่วงนะ” หญิงสาวเห็นท่าไม่ดีจึงหันไปบอกกับเพื่อนเธอให้คลายความกังวล ญะญ๋าจึงจำต้องพยักหน้ารับก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ลาชายหนุ่มหน้าดุผู้มีพระคุณของเพื่อน

“เอ่อ... งั้นฉันกลับแล้วนะพอใจ สะ... สวัสดีค่ะคุณลีอันโดร”

“...” ร่างสูงยืนนิ่งโดยไม่ยอมรับไหว้หรือตอบรับคำบอกลานั้น ร่างเล็กของญะญ๋าจึงต้องเลี่ยงเดินกลับออกไปอีกทางทันที

“เอ่ออ...คือ” พิรตาลอบมองใบหน้าหล่อคมดุของผู้ชายที่เธอแอบรักอย่างทำอะไรไม่ถูกเมื่อตอนนี้เหลือแค่เธอกับเขายืนกันอยู่สองคนหน้าโรงหนัง

“มัวยืนบื้ออยู่ทำไม ตามมาสิ!” เขาพูดเสียงดุใส่เธออีกแล้ว พูดดีกลับเธอสักครั้งไม่ได้รึไงนะ เอะอะตะคอกลูกเดียวเลย

“เอ่อ ขะ ค่ะๆ” พิรตารีบวิ่งตามเขาไปทันทีด้วยกลัวว่าเขาจะหันมาดุเธออีกรอบหากขืนยังชักช้าโอ้เอ้

┅✹┅

ทันทีที่เดินมาถึงลานจอดรถร่างสูงของคุณลีอันโดรก็เดินไปคุยอะไรสักอย่างกับลูกน้องของเขาด้วยใบหน้าดุจริงจังเหมือนเช่นทุกครั้ง ส่วนเธอก็ทำได้เพียงแค่ ยืนเก้ๆ กังๆ มองซ้ายขวาอย่างทำตัวไม่ถูกรอเขา เขายืนคุยกับลูกน้องไม่นานก็มีรถสปอร์ตหรูที่เธอเคยเห็นในทีวีขับเข้ามาจอดตรงหน้าเขาทันที

พิรตามองตามร่างสูงที่เดินอ้อมไปฝั่งคนขับเงียบๆ โดยไม่กล้าเอ่ยถามอะไรกับเขา เพราะปกติเธอกับเขาแทบจะไม่เคยคุยอะไรกัน ส่วนมากจะมีแต่เธอที่พยายามจะทักเขา และพยายามจะพูดกับเขาอยู่ฝ่ายเดียว เธอคิดพลางก้มมองที่พื้นด้วยความน้อยใจ

“จะเดินกลับเองใช่ไหม” หญิงสาวรีบเงยหน้าขึ้นมองเขาก่อนจะเดินเข้าไปหาร่างสูงทันทีอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“จะกลัวอะไรนักหนา มานี่” เขาเดินกลับมากระตุกเรียวแขนเล็กของเธอให้เข้าไปหาอย่างไม่เบามือนัก ก่อนจะกระชากประตูเปิดแล้วจับร่างเล็กของคนขี้กลัวยัดเข้าไปนั่งข้างในรถทันทีด้วยกิริยาที่ดิบเถื่อน

ตุบ!

“อ้ะ” หญิงสาวอุทานออกมาด้วยความเจ็บ พรางเอามือลูบบริเวณแขนเล็กที่มีรอยนิ้วมือของเขา

“ดุจังเลยนะครับนาย” เสียงเอ่ยแซวของนิคมือขวาคนสนิทของเขาอีกคน ทำให้ชายหนุ่มต้องตวัดสายตามามองอย่างดุดัน

“นี่ถ้าเธอรู้ว่านายรีบมาหาเธอขนาดไหนคงยิ้มแก้มปริแน่ครับ”

“ไอ้นิค! กูเพื่อนเล่นมึงรึไง” นิคยิ้มให้เจ้านายหนุ่มอย่างกวนอารมณ์ ไม่ได้หวาดกลัวเจ้านายหนุ่มของตัวเองเลยสักนิด เพราะเขารู้ว่าถ้าหากเป็นเรื่องของหญิงสาวในรถแล้วล่ะก็ เจ้านายเขาไม่ได้โกรธอะไรเขาหรอก เพียงแค่เขินจนต้องกลบเกลื่อนด้วยการตะคอกและทำหน้าดุแบบนี้เท่านั้นเอง

“นายหญิงรอนานแล้วครับ”

“ไอ้นิค!!” ลีอันโดรกัดกรามจนนูนเป่งด้วยความโมโหระคนกลัวว่าเธอจะได้ยินในสิ่งที่ลูกน้องเขาแซว

“ครับนาย” นิครับคำพลางโค้งคำนับเล็กน้อยก่อนจะหันหลังเดินกลับไปขึ้นรถของตัวเอง ปล่อยให้เจ้านายหนุ่มยืนหน้าดำหน้าแดงขบเขี้ยวฟันอยู่คนเดียว

ปัง!

เสียงเปิดและปิดประตูที่ดังขึ้นจากฝั่งคนขับทำเอาร่างเล็กถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ พลางแอบลอบมองเขาอย่างไม่เข้าใจเมื่อเห็นใบหน้าหงุดหงิดบึ้งตึงของเขา

“มองอะไร!”

“ปะ เปล่าค่ะ” หลังจากตอบคำถามเขาเสียงสั่นแหบพร่า รถสปอร์ตสุดหรูก็พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วทันที

บรรยากาศในรถตอนนี้ทั้งอึมครึมและเงียบสงบจนเธอยินเสียงหายใจของตัวเอง แถมตอนนี้เธอยังรู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่รู้เลยว่าหนาวเพราะแอร์หรือรังสีความเย็นชาของเขากันแน่

“เอ่อ เลี้ยวขวาข้างหน้าค่ะคุณลีอันโดร”

“ฉันต้องรีบเข้าไปเคลียร์เอกสารด่วน ไม่อยากกลับรถไปมา” เขาตอบเสียงเรียบโดยไม่หันมามอง

“งั้นจอดตรงนี้ก็ได้ค่ะ ดะ เดี๋ยวพอใจขึ้นแท็กซี่ต่อเองค่ะ” หญิงสาวเอ่ยบอกเขาด้วยความเกรงใจ แต่เขากลับไม่สนใจสิ่งที่เธอพูด เท้าหนาเหยียบคันเร่งไปต่อราวกับไม่ได้ยินที่เธอพูด

“ไปกับฉัน! เดี๋ยวกลับมาส่ง” ลีอันโดรหันมาบอกคนที่นั่งหน้าซีดเสียงราบเรียบเช่นเคย แต่ทว่าคำพูดของเขากลับทำเอาเธอซีดไปกว่าเดิม เธอไม่ได้กลัวเขาตรงข้ามเธออยากอยู่ใกล้ๆ เขาตลอดเวลาอยู่แล้ว หากไม่ใช่เวลาที่ดึกมากแบบนี้

“ปะ ไปไหนคะ มันดึกแล้วนะคะ”

“ฉันไม่ชอบพูดซ้ำ”

“ขะ เคลียร์เอกสารที่ไหนคะ”

“ทำไม! กลัวหรอ”

“ปะ เปล่าค่ะ”

“หึ!”

ลีอันโดรหัวเราะในลำคอกับอาการของหญิงสาวข้างกาย ยัยเด็กนี่จะมีสักครั้งไหมที่จะเก็บอาการของตัวเองบ้าง คิดอะไรนี่ออกทางสีหน้าและแววตาไปซะหมด ไม่ว่าจะเสียใจ น้อยใจหรือแอบรักใคร ใช่ เขารู้ว่าเธอแอบชอบเขา รู้ว่าเธอรู้สึกยังไง ก็เก็บอาการไม่ได้แบบนี้ไง ใครๆ ก็มองออกทั้งนั้น มีแค่เจ้าตัวแหละที่คิดว่าคนอื่นเขาไม่รู้ว่าเธอรู้สึกยังไงกับเขา เด็กน้อยเอ้ย ชายหนุ่มคิดในใจและแอบอมยิ้มออกมาน้อยๆ ก่อนจะหันมองหญิงสาวข้างกายที่นั่งเม้มปากจนแก้มนุ่มของเธอบุ๋มลงไปเป็นลักยิ้มสวยที่เขาหลงใหลตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน

กรามแกร่งขบกันแน่นอย่างพยายามข่มใจไม่ให้กระชากร่างเล็กเข้ามากดจูบกับความน่ารักนาสทะนุถนอมของเธอ

L - CLUB

สถานบันเทิงและคาสิโนครบวงจรที่ใหญ่โตและหรูหราที่สุดในย่านนี้คือธุรกิจของครอบครัวเขา ความจริงแล้วสถานบันเทิงและคาสิโนพวกนี้เขามอบหมายให้ ลีออน น้องชายคนเล็กของเขาเป็นคนดูแลทั้งหมด และที่นี่ยังถือได้ว่าเป็นสาขาย่อยๆ นักถ้านับกับสาขาที่ต่างประเทศทำให้น้องชายของเขาไม่ค่อยมาตรวจงานมาดูงานที่นี่ จะมีก็แต่เดรคลูกน้องคนสนิทของลีออนเท่านั้นที่ไปๆ มาๆ เพื่อรายงานผลให้เจ้านายของมันทราบ

วันนี้เขามาที่นี่เขาจึงถือโอกาสมาดูการบริหารของสาขาที่เมืองไทย มาตรวจงานและเช็คความเรียบร้อยของที่นี่ดูความพัฒนาของที่นี่สักหน่อย อีกอย่างเขาอยากลงโทษคนตัวเล็กข้างๆ ที่ริอาจกลับหอดึกๆ ดื่นๆ ดูซิเด็กที่นอนเร็วแบบเธอจะทนได้สักแค่ไหน

“คุณลีอันโดรคะ เอ่อ ที่นี่คือที่ไหนคะ” พิรตาพูดพลางหันมองสถานที่รอบบริเวณนอกตัวรถอย่างหวาดหวั่นและไม่คุ้นเคย เสียงเปิดและปิดประตูรถทำให้เธอต้องรีบลงจากรถแล้ววิ่งไปคว้าข้อมือหนาของเขาทันทีด้วยความลืมตัว

“รอด้วยค่ะ เอ่อ ขอโทษค่ะ” เธอปล่อยมือหนาทันทีที่เห็นเขามองมาที่เธอด้วยดวงตาดุราวกับไม่ชอบใจที่เธอถือวิสาสะไปจับมือเขา

“เชิญด้านบนครับนายใหญ่” การ์ดร่างยักษ์ที่ยืนเฝ้าอยู่ประตูหลังทางเข้าสำหรับแขกวีไอพีและผู้บริหารคลับผายมือเชิญร่างสูงของลีอันโดรให้เข้าไปด้านในอย่างนอบน้อม ลีอันโดรจึงเดินเข้าไปข้างในคลับโดยไม่หันหลังกลับมามองคนตัวเล็กที่เขาพามาด้วยราวกับต้องการแกล้งทิ้งเธอเอาไว้ พิรตาที่เห็นเขาเดินเข้าไปข้างในโดยไม่รอเธอก็รีบสับเท้าเดินตามเขาเข้าไปข้างในทันที

แต่ทว่า...ร่างเล็กกลับถูกล็อคและกระชากแขนสุดแรงให้กลับออกมา

“ตรงนั้นสำหรับผู้บริหารและแขกวีไอพีเท่านั้น ลูกค้าเชิญซ้ายมือ”

“คือ หนูมากับคุณลีอันโดรค่ะ”

“สภาพอย่างเธอนี่นะมากับนายใหญ่” การ์ดร่างยักษ์มองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า พลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน ใช่แล้วล่ะ สภาพเธอตอนนี้ดูไม่เหมาะกับสถานที่ใหญ่โตหรูหราแบบนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดคอกลมสีชมพู กระโปร่งยีนสีซีดเลยเข่าขึ้นมาเพียงนิดกับรองเท้าผ้าใบราคาไม่กี่บาท เธอหันไปมองรอบบริเวณก็เห็นมีแต่คนที่แต่งตัวดีหรูหราไฮโซเหมาะกับสถานที่ ต่างจากเธอราวฟ้ากับเหว

“แล้วหนูสามารถรออยู่ตรงไหนได้บ้างคะ”

“ข้างนอก ลานจอดรถ” พี่การ์ดตอบเธอออกมาส่งๆ ราวกับไม่อยากจะเสวนากับเธอก่อนจะหันไปตรวจบัตรต่ออย่างไม่คิดสนใจเธออีก

“เอ่อ... ค่ะ” พิรตาพยักหน้ารับคำพลางเดินน้ำตาคลอออกมาข้างนอกคลับทันทีด้วยความน้อยใจ ถ้าเขาจะทิ้งเธอเอาไว้แบบนี้ จะพาเธอมาด้วยทำไมนะ…คนใจร้าย

┅✹┅

“มึงรู้ไหมผู้หญิงที่มึงไล่ออกไปน่ะ คือว่าที่นายหญิงใหญ่ของที่นี่!”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED