ตอน 1

“คุณศศินกุลกลับมาแล้วใช่ไหมคะคุณป้าแม่บ้าน”

แม่บ้านบ้านฤทธิไกรฤกษ์กำลังลงจากรถแท็กซี่หลังจากกลับมาจากจ่ายตลาดด้วยตนเอง แม่บ้านวัยห้าสิบหันมองคนที่ยืนอยู่ใกล้รั้วบ้านก็ตกใจแต่เพียงไม่นานก็ปรับสีหน้า “คุณรู้มาจากไหนคะ ยังหรอกคุณและตอนนี้ที่บ้านไม่มีเจ้านายคนไหนอยู่”

คุณศิน คุณนาย ไม่ต้องการพบใครถ้าตนบอกไปคงโดนดีแน่ ยิ่งผู้หญิงคนนี้ยิ่งไม่เป็นที่ต้องการพบ แม่บ้านเดินเข้าบ้าน… คุณนายนั้นน่ายิ่งน่ากลัวกว่าใครๆ ถ้ารู้ว่าตนปากพล่อยพูดอะไรออกไป

หทัยรัตน์หมุนแหวนทองคำขาวที่นิ้วนางข้างซ้ายแน่น อยากก้าวเข้าไปในบ้านแต่ยามเดินมาปิดประตู เธอได้แต่ชะเง้อเข้าไปข้างใน นับวันยิ่งไม่เข้าใจคนที่นี่

“ขอโทษนะคุณ” ยามว่า

หทัยรัตน์ถอยห่างจากรั้วทรงสูงบ้านหลังใหญ่โต เธอโบกแท็กซี่แต่ไม่มีคันไหนว่าง สองเท้าเดินเรื่อยๆ บนฟุตบาท ไม่อยากกลับบ้านที่คงอยู่ได้อีกไม่นานเพราะที่นั่นกำลังจะถูกยึดเพื่อนำไปขายทอดตลาด…เดินได้ไม่นานจึงตัดสินใจไปหาคนที่คิดถึงอีกคน

ในห้องรับแขกคุณชายคนเดียวของบ้านซึ่งเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก กำลังนัวเนียกับคู่ขาในห้องนั่งเล่น แม่บ้านเดินผ่านตกใจเห็นภาพเจ้านายกอดจูบดาราสาวชื่อดังอยู่

แป๊ะ! ถุงกับข้าวหล่นจากมือ

“ว้ายคุณศิน” ดาราสาวร้องตกอกตกใจแต่ไม่ยอมปล่อยมือที่โอบกอดลำคอร่างหนาใหญ่ของเจ้าของบ้านรูปหล่อ

“ออกไปป้าอย่าให้ใครมายุ่มย่ามในห้องนี้อีก” ใบหน้าหล่อเหลาสายตาเย็นชาบอกว่ากำลังขัดใจยิ่งนัก พูดจบล้วงมือใหญ่เคล้าคลึงอกอวบใหญ่คนที่โอบกอด ดาราสาวพอใจ “อา…ที่รักดีจัง แรงๆ ค่ะ” ใช้มือตนเองตอบสนองโดยการจับหน้าขาเจ้าบ้านรูปงามขึ้นลงจนรู้ว่าของเขาพร้อมบ่งบอกว่าพร้อมสู้ศึก

“ไปห้องข้างบนกัน” ศศินกุลว่า หญิงสาวอารมณ์สวาทเดือดพล่านตามร่างใหญ่แนบชิด

วันนี้เธอจะรับขวัญเขาที่บ้านให้ซ่านไปถึงหัวใจ ดูสิเขาจะมอบรักให้เธอหรือแค่ใคร่ตลอดไปอย่างนี้ คอยดูกันต่อไป

“อ้า…ดีมากโยกขยับแรงๆ ดาด้า” ศศินร้องครางร่างอวบอัดของคู่ขากำลังโยกขยับกลางกายบนท่อนรักตนที่ชูชันพร้อมสู้ เบลินดาโยกย้ายสะโพกสองมือคลึงแคล้าอกอวบด้วยความเสียวซ่าน ศศินใกล้ถึงจุดหมายจับร่างอวบให้โก่งโค้งตอกอัดความยาวเข้าใส่ท่องทางลื่นแฉะของคู่ขาอย่างเมามันส์

“ซี้ดด…อา ศิน สุดยอดค่ะ แรงอีกดาด้าไหว โอ้ว”

ศศินกุลจับเอวดาราสาวแน่น โยกอัดความยาวสุดทาง

พับๆๆๆ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นก่อนทั้งสองจะถึงจุดหมายร้องครางด้วยความสุขสม…

“ที่รักน่ารักที่สุด” เบลินดายังมีแรงลูบไล้ความยาวใหญ่ของศศินกุล แต่ชายหนุ่มลุกขึ้นถอดถุงยางออกจากความยาวใหญ่

“กลับไปก่อนนะ”

เบลินดาอ้าปากค้างทว่าเห็นแววตาจริงจังก็เลือกจะเงียบเดินเข้าห้องน้ำชะระร่างกาย

แม่บ้านอยู่ในครัวปากกำลังบ่น “คุณศินนะคุณศินคุณนายไม่อยู่ถึงกล้าทำแบบนี้ บัดสีลูกตาป้าจริงๆ ไปอยู่เมืองนอกเมืองนาดูแล้วคงเป็นจอมเจ้าชู้กว่าเมื่อก่อน เมื่อไหร่คุณนายและคุณเกริกจะกลับมาจากเชียงใหม่ซะทีนะ”

“ป้าก็ยังไม่ชิน คุณชายเราหล่อสาวๆ ต้องจ้องจะจับมันธรรมดา”

“รู้มาก” ป้าแม่บ้านว่าเด็กรับใช้ก่อนเดินไปที่โทรศัพท์โทรหาประมุขของบ้าน

ดาราสาวเดินหน้าบูดออกมายืนข้างๆ บูกัตติ เวย์รอนสีดำซูเปอร์สปอร์ตของเจ้าของบ้านรูปงาม

เสร็จสมอารมณ์หมายก็ไล่กลับกันเลยถ้าไม่ติดว่าพอใจชายหนุ่มคนนี้มากกว่าใครๆ เธอ เบลินดา ดาราสาวผู้มีชื่อเสียงจะไม่ยอมอ่อนข้อให้เขาแน่นอน

“ไปสิดาด้าหรือจะรอคุณแม่ผมหึ” ศศินกุล รับกุญแจจากคนขับรถ ว่าแล้วขึ้นนั่งบนรถ รู้ดีเบลินดาไม่อยากเจอมารดาตนเป็นที่สุด เบลินดาหน้าเสียยอมขึ้นไปนั่งโดยคนขับรถในบ้านเป็นคนเปิดประตูให้

รถเร็วแรงออกไปจากประตูรั้ว แม่บ้านเดินมายืนข้างคนขับรถ “โล่งอกกลับไปเสียได้”

“เป็นไรป้า ว่าใคร”

“ดาราคนนั้น คุณนายไม่มีวันยอมรับผู้หญิงแบบนี้มาเป็นสะใภ้”

“รู้ดีนะป้า”

“แกก็รู้ขนาดลูกสาวเพื่อนรัก พอตกอับยังทอดทิ้งนับประสาอะไรกับผู้หญิงเต้นกินรำกินที่ควงผู้ชายไปทั่ววะ”

“น่าสงสารคุณหทัยรัตน์นะป้า ดูเธอรักเจ้านายเรามาก มาหาตั้งหลายครั้ง ทำไมผมไม่เข้าใจเธอไม่รู้เรื่องราวอะไรบ้างหรือ ขี้ข้าอย่างเราๆ ยังรู้”

“สาวๆ ที่ไหนไม่รักเจ้านายรูปหล่อ มหาเศรษฐีของเราก็แปลก แต่คงทำอะไรไม่ได้ตอนหมั้นกันเจ้านายก็ไม่ได้เต็มใจ แกก็รู้ ตอนนี้นายหนุ่มของเราคงโล่งใจแล้วที่กลายเป็นคนมีอิสรภาพ เป็นหนุ่มโสดเนื้อหอมอีกครั้ง”

คนขับรถรุ่นราวคราวเดียวกับเจ้านายหนุ่มหน้านิ่งเดินเข้าบ้าน “อ้าวไอ้ธรณ์เดินหนีไม่รอนะเอ็ง มาชวนคุยแล้วหนีมึงนะมึง” แม่บ้านต่อว่าเดินตามเข้าไปอีกคน

หน้ามหาวิทยาลัยมีชื่อ… ปี๊ดๆๆๆ

“ว้าย!” หทัยรัตน์เดินใจลอยข้ามถนนตกใจจนแหวนหมั้นที่กำอยู่ในมือกลิ้งหายไป แม้ล้มลงเจ็บก้นเธอรีบวิ่งตามแหวนวงเล็กไป อย่าหายนะ อยู่ไหนนะ อยู่ไหน!

“บ้าจริงๆ เดินยังไง ไปกันเถอะค่ะ ลุกขึ้นวิ่งไปโน้นแล้วคงตกใจเพราะรู้ว่าตัวเองผิด” เบลินดาบอกศศินกุล

“คุณอยู่ในรถก่อนนะผมไปดูเค้าหน่อย” ศศินกุลเปิดประตูรถคันหรูเดินลงไปหลังจากเทียบรถใกล้ฟุตบาท

“หาอะไรคุณแล้วเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ชายหนุ่มถามเห็นคนที่ทำตนตกอกตกใจซึ่งเธอกำลังมองหาบางอย่างแถวฟุตบาท

“แหวนฉัน”

“แล้วเจ็บตรงไหนไหม?” ศศินกุลถามซ้ำสำรวจด้านหลังสวยในชุดนักศึกษา ก้นงอนงาม ขาเรียวยาวขาวผ่อง ซึ่งทำให้ศศินกุลทนอากาศร้อนอบอ้าวถามไถ่อยู่อย่างที่ไม่เคยคิดทำ

“ไม่ค่ะ ไม่เจ็บ ขอบคุณ” ใบหน้าที่อยากเห็นหันมาช้าๆ ศศินกุลอึ้งไป คิ้วขมวดหากัน

“เธอ”

“คุณศศินกุล…คุณ เป็นคุณจริงๆ ด้วย” เช่นเดียวกับหทัยรัตน์ซึ่งตกใจเห็นว่าใครที่เกือบชนคนใจลอยเช่นเธอ แต่เพียงไม่นานใบหน้าตกใจแกมดีใจก็กลายเป็นหน้าไร้สีเลือด

“ถ้าไม่เจ็บฉันไปนะ” ศศินกุลเลิกสนใจผู้หญิงตรงหน้าเห็นว่าเป็นใคร

ผู้หญิงที่กล้าทำให้ชีวิตโสดของเขาหมดสนุกและสนุกนิดหน่อย ตอนนั้นเขาแค่ยอมลงเล่นเกมตามน้ำเพราะเหตุผลบางอย่างเท่านั้น เขาไม่มีวันลืม แม้ตอนนี้จะดูมีน้ำมีนวลน่ามองแต่เขาไม่คิดเกี่ยวข้องคนบ้านนั้นอีก นายศศินกุลมีแต่สนใจแล้วเรียกหา เบื่อก็ทิ้งเอง ไม่ชอบให้ใครวิ่งตาม มันน่าเบื่อ ยายคนนี้คงแรงยิ่งกว่าพี่สาวละมั้ง ใจกล้าหน้าด้าน

“เดี๋ยวสิคะมะนาวดีใจจังที่เจอคุณ มะนาวไปหาคุณแต่ เอ่อ…ช่างมันเถอะ คุณพอจะมีเวลาว่างให้มะนาวสักนิดไหมคะ มะนาวอยากคุยเรื่องของเรา รอมา…” มะนาวลืมตัวรั้งต้นเขาใหญ่ไว้ในมือ มองใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มรอคอยคำตอบ

“เรื่องของเราเคยมีด้วยเหรอ ถ้าจะเคยมีแต่ตอนนี้ก็ไม่มีเรื่องของเราแล้วนี่ ที่เธอต้องการไม่มีแล้ว เธอไม่รู้หรือแกล้งลืม ฉันไปละ มีคนคอยอยู่ เสียเวลาจริงๆ”

สาวน้อยในชุดนักศึกษาเข้ารูปทรงผมสีดำหางม้าลืมเรื่องแหวนเพราะไม่ทันพูดจบโดนขัดคอ มองเข้าไปในรถคันหรูที่มีนักศึกษาหลายคนมองอยู่เช่นกัน รู้สึกใจหาย คอแห้ง ดวงตาที่สุกสกาวนิดหน่อยในตอนแรกเพราะความดีใจ มันกลายเป็นความแห้งแล้ง

เกือบลืมตัววิ่งตามเจ้าของรถไป ดีที่หยุดเท้าไว้ทัน

เจ้าของรถทิ้งเธอไว้เบื้องหลัง รถหรูออกตัวแรงจากไป ทิ้งไว้แค่ความไม่เข้าใจของหทัยรัตน์

คุณศินทำไมเขาเย็นชาอย่างนี้ เย็นชาจนเหมือนเกลียดชังกัน ไหนแม่บอกว่าการหมั้นหมายวันนั้นเขาเต็มใจ แล้วตอนนี้เกิดอะไรขึ้น เธอต้องถามเรื่องนี้กับแม่ให้รู้ความจริง

รอคอยเขามานาน วันนี้พอเจอกันทุกอย่างผิดไปอย่างที่คิดเสียหมด ไปหาเขาเธอน่าจะรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของคนบ้านนั้น หทัยรัตน์ทำไมมองโลกแสนดีเช่นนี้ สาวน้อยใจเจ็บแปลบเสมือนแผลที่ยังไม่เคยตกสะเก็ดไม่เคยหายเริ่มปริจนมีเลือดไหลอีกครั้ง นักศึกษาหลายคนเริ่มมองหทัยรัตน์ปาดน้ำตาที่ไหลมาสู่ขาวซีดเมื่อเดาเหตุการณ์ไปทางร้ายๆ แต่ยังคงสาวเท้าเดินไปหาแหวนหมั้นที่รักและห่วงมาก…อยู่ไหนนะ

เรื่องพบเขาค่อยคิดใหม่ก็แล้วกัน ยังไงเธอไม่ต้องการให้เรื่องราวค้างคาใจอย่างนี้

ตอน 2

บ้านหลังใหญ่รั้วรอบขอบชิด ดอกไม้นานาพันธ์สวยงามเริ่มไม่ชูช่ออกดอกอย่างเมื่อก่อนเพราะขาดคนดูแลเอาใจใส่ เข้าบ้านหทัยรัตน์ไม่รอช้าถามไถ่เรื่องคู่หมั้นเพราะที่บ้านไม่มีเด็กรับใช้เหลือสักคน เธอให้เงินทุกคนไป ทุกคนลากลับบ้านกันหมดแล้ว

เรื่องราวที่ปกปิดมานานออกจากปากแม่ หทัยรัตน์อึ้งไปพักใหญ่

“แม่บอกว่าเขาถอนหมั้นไปนานแล้ว ทำไมแม่ไม่บอกนาวเลย ปล่อยให้นาวหน้าด้านบากหน้าไปบ้านนั้น หลายครั้ง แม่รู้ไหมคะ รู้ไหม” ดวงตาสาวแดงก่ำ

“แม่ไม่อยากให้ลูกเสียใจ แม่รู้ลูกรอเขาอยู่ตลอด แม่ขอโทษ ขอโทษนะจ๊ะนาว”

เพราะเราล้มละลายทางนั้นเลยทำแบบนี้ มะนาวเดาเรื่องราว

“ลูกคงพอจะเดาออกว่าเพราะอะไร เอ่อ เขาบอกว่าทางเราเข้าไปหาเขาเอง” ฤทัยตัดสินใจบอกลูกสาว

“ไม่จริง นาวไม่ได้ทำอย่างนั้นคุณศศินเขามึนเมาก็จริงแต่เขาบอกว่ารักนาว นาวก็เลย…ก็เลย”

“พอเถอะลูก ตอนนั้นลูกยังเด็กแต่ลูกน่าจะรู้นิสัยศศินกุลเขามีข่าวกับผู้หญิงไปทั่ว แม่ยอมเพราะตอนนั้นลูกก็เสียหายไปแล้ว เด็กในบ้านก็รู้กันทั่ว หมั้นกันเรื่องนินทาจะได้จบไป”

หทัยรัตน์เงียบ ไม่กล่าวอะไรต่อ หัวใจชาวาบ ลุกขึ้นเดินขึ้นห้องนอนอย่างหมดแรง…ผู้หญิงมากมายที่แม่ว่ารวมทั้งพี่สาวต่างบิดาของเธอด้วย ผู้หญิงที่เขาเคยคบหา หรือเขาเห็นเธอเป็นเพียงเกมอันหอมหวานของเขา หทัยรัตน์เปิดประตูห้องเดินไปหยิบรูปพี่สาวที่ถ่ายคู่กันเมื่อห้าปีก่อน

“พี่มิรา เขาเห็นนาวเป็นแค่เครื่องแก้แค้นของพี่ใช่ไหมคะ หรือเป็นอย่างผู้หญิงคนอื่น ได้แล้วก็เขี่ยทิ้ง นาวไม่น่าโง่เลย” หทัยรัตน์น้ำตาไหล สมเพชตนเองที่โดนถอนหมั้นมาตั้งนานแต่ยังไม่รู้ตัว แม่เองก็คงไม่มีเงิน ได้ของจากการหมั้นหมายคราวนั้นจำยอมรับเพื่อประทังชีวิตส่งให้เธอได้เรียนต่อ ให้เธอได้มีชีวิตสู้กับโลกที่โหดร้ายกับเธอต่อไป อย่างน้อยความสุขสบายทำให้เธอไม่เจ็บมากเกินไปกว่าเดิมกับเรื่องราวมากมายที่เกิดกับชีวิต

ถ้าพ่อเลี้ยงเธอไม่เข้ามาในชีวิตแม่อีกเมื่อพ่อจากไป และไม่ทิ้งภาระหนักหน่วงไว้ให้ มะนาวอยากรู้จริงๆ ชีวิตเธอจะเป็นอย่างนี้ไหมนะ

จากคุณหนูผู้ร่ำรวยกลายเป็นนักศึกษาติดดินธรรมดา แม้ก่อนหน้าเธอไม่ใช่คนเรื่องมาก ใช้ชีวิตหรูหราแต่ก็อดอาย สมเพชตนเองไม่ได้เมื่อเพื่อนบางคนเริ่มหายไปจากชีวิต และคนที่หวังพึ่งพาต่อจากนี้ก็คงไม่มีอีกต่อไปแล้ว หทัยรัตน์เดินมายืนริมหน้าต่างมองสนามหญ้าหน้าบ้านหลังใหญ่ซึ่งต้องจากไปอีกไม่นาน

มะนาว…การรอคอยสิ้นสุดลงแล้วตอนนี้ ต้องตัดใจจริงหรือนี่ แต่การรอคอยที่แสนทรมาน คงไม่ง่ายกับการตัดใจจากผู้ชายที่เคยหลงรักหมดหัวใจ ต่อจากนี้ชีวิตเธอต้องยอมรับให้ได้ใช่ไหม ว่าเธอและเขาจะมีแต่ความห่างเหิน เสมือนไม่เคยรู้จัก ที่แล้วมาให้จมหายในอกที่กลัดหนอง แล้วเมื่อไหร่แผลนั้นจะแห้งสนิท หญิงสาวน้ำตาไหลกับรักที่รอคอยและได้มาเพียงสายตาว่างเปล่าและการเดินหนีจากกันไปยังกับเธอเป็นโรคร้ายแรงที่สามารถติดต่อกันเพียงการพูดจา แต่ก่อนจากกันหัวใจกลับอยากขอพบพูดจากับเขาอีกสักครั้ง อย่างน้อยขอได้ยินจากปากเขาอีกครั้ง วันก่อนเธอยังมึนงง มะนาวรู้ว่าเธออยากหลอกให้ตนเองหวังลมๆ แล้งๆ แต่ทำอย่างไรได้ รักไปแล้วให้ตัดให้ขาดเพียงชั่วคืนมันยากยิ่งนัก

หทัยรัตน์มายืนรอรถศศินกุลหน้าประตูบ้านเขา คนขับรถออกมารับจดหมายเห็นหญิงสาวคู่หมั้นเก่าเจ้านายหนุ่ม รีบเดินหลบหน้า แต่หทัยรัตน์รีบเรียก “นายธรณ์ใช่ไหม คุณศินกลับมาแล้ว ฉันขอไปรอในบ้านได้ไหม มีใครอยู่หรือเปล่า”

ธรณ์ตกใจ รู้สึกสงสารแต่รีบปฏิเสธ “เข้าไม่ได้ครับ ขอโทษ ถ้ายังไงรอคุณศินที่นี่นะครับ ผมต้องขอโทษจริงๆ”

ธรณ์รีบเข้าในบ้านมะนาวเกือบถอดใจหันหลังให้บ้านหลังใหญ่เพื่อกลับบ้านแต่ก่อนจะได้ทำรถคันหรูที่เคยเจอหน้ามหาวิทยาลัยมาเทียบหน้าประตู เธอดีใจเดินเข้าไปเคาะประตูระหว่างเขารอประตูเปิด

“เธอมาทำไมอีก” คนในรถลดกระจกหน้าตาเย็นชา มะนาวใบหน้าถอดสี คงไม่ต้องถามอะไรอีกแล้ว ยิ่งเห็นผู้หญิงข้างๆ เกาะแขนชายหนุ่มแจ มองเธออย่างไม่พอใจมะนาวรีบถอยห่างจากรถ “รบกวนเวลาแล้วขอโทษ” หญิงสาวถอยหลังจ้องหน้าหล่อเหลาให้เต็มตาเป็นครั้งสุดท้าย กระจกรถปิดลงรถหรูวิ่งเข้าในบ้าน หทัยรัตน์ตาแดงก่ำ อายที่จะร้องไห้ต่อหน้ายามที่มองเธออยู่ หันหลังหารถเพื่อกลับบ้าน

จบแล้วจริงๆ อย่าหน้าด้านอีกเลย มะนาว ตอนนี้ นายศศินกุลก็เหมือนดวงจันทร์ เหมือนความหมายในชื่อนั้น เขาอยู่สูง เยือกเย็นเหน็บหนาวหากไปใกล้หรือแตะต้อง คราวก่อนได้ใกล้เพราะจันทร์โน้มมาหาแต่เมื่อจันทร์ในตอนนี้มีแค่ความหนาวเหน็บเย็นชาเมื่อใกล้ ดื้อด้านไปก็เหมือนผู้หญิงงี่เง่าให้อับอายต่อคนรอบข้าง มะนาวสะอื้นเบาๆ ปิดปากไม่ให้แท็กซี่ได้ยิน

หลายวันต่อมา

ศศินกุลกลับเข้าบ้านด้วยใบหน้าบึ้งตึง ธรณ์เดินมารับเจ้านาย “คุณแม่กลับมาแล้วหรือวะ”

“ยังครับนาย”

“ไปเอาเหล้ามาหน่อย”

ธรณ์เดินไปยังเคาเตอร์บาร์ ศศินกุลกรอกบรั่นดีเข้าปากสู่ลำคอ อารมณ์เสียที่การท่องราตรีคืนนี้มีเหตุให้ต้องกลับก่อน

มิรา ผู้หญิงคนนั้นมากับคนรัก ผู้หญิงที่เคยเห็นเขาเป็นตัวตลก เธอช่างส่ำส่อนไม่คู่ควรเลยที่เขาจะมอบหัวใจให้ในตอนนั้น ผ่านมากี่ปีเขายังลืมไม่ได้ หล่อนสวมเขาให้ตนกับเพื่อนอีกคน คิดภาพในอดีตแล้วศศินกุลก็อ๊วกออกมา

อ๊วกๆๆๆ

“นายครับ”

“ไม่เป็นไร นายรอก่อนดื่มด้วยกันเดี๋ยวมา” ศศินกุลตรงไปห้องน้ำ

“ไม่ละครับคุณนายรู้โดนด่าเปิง”

“น่าคุณแม่ไม่อยู่ หงอไปได้”

“ครับ ครับ”

ศศินกุลอยากรู้ความเป็นไปของพวกเดชะพิทักษ์ อยากรู้ว่ากลายเป็นเศรษฐีล้มละลายอย่างที่มารดาบอกไปจริงเท็จแค่ไหน ถามจากธรณ์คงรู้ดี ศศินกุลยิ้มเยาะ แม้เมื่อครู่เห็นมิราทำตัวเชิด สวย ไม่เปลี่ยน แต่แค่คิดว่าข้างในหญิงสาวไม่ได้มีความสุขนัก เขาก็ยิ้มออกมาได้อย่างผู้ชนะ

แม้เคยรักมากแต่ก็เกลียดมาก ชายหนุ่มเลือดร้อนเช่นเขาทำลายคนบ้านนั้นได้ทุกคน ดูอย่างน้องสาวายายมิรา แม่เด็กน้อย เขายังเคยได้ลิ้มลอง แม้เธอจะไม่เป็นสับปะรดเอาเสียเลยแต่มันก็สะใจเขาจริงๆ

หลังจากนั้นแม้โดนจับให้หมั้นกับเด็กสาวคนนั้นแต่เขาก็หาทางออกโดยการไปเรียนเมืองนอกเสีย โชคเข้าข้างเมื่อสุดท้ายมารดาก็ไม่บังคับแถมยอมเสียเงิน เพชรนิลจินดา ที่เคยใช้หมั้นหมายฝ่ายนั้นเมื่อไม่อยากเกี่ยวดองกับคนมีแต่ตัว

“อ้าวดื่ม” ศศินกุลสะใจรินบรั่นดีให้ธรณ์เมื่อกลับมาจากห้องน้ำ ฝ่ายนั้นคออ่อนแต่ขัดนายไม่ได้ เมื่อน้ำเมาเข้าท้องก็เล่าเรื่องราวบ้านเดชะพิทักษ์เป็นฉากๆ เท่าที่รู้

เดชะพิทักษ์แตกแยกเพราะพ่อเลี้ยงติดการพนันหรือ น้ำเน่าจริงๆ ศศินกุลยิ้มร้าย สนุกสะใจกับเรื่องราวที่ได้ยิน

ตอน 3

ผับแห่งหนึ่งใจกลางเมืองกรุงเทพฯ

หทัยรัตน์ถือกีต้าร์กำลังเตรียมร้องเพลงแต่รู้สึกปวดประจำเดือนจึงขอตัวเพื่อนสนิทเข้าห้องน้ำ

“ไม่ไหวก็ไม่ต้องขึ้นนาวให้เบสร้องแทนนะ” เพื่อนนักร้องที่มีน้ำใจพามาหารายได้ตบไหล่มะนาว

“ไหวสิ เดี๋ยวมา ไม่อยากกินแรงนาย ยังไงก็ขอบใจนะ”

“ตามใจ” หนุ่มผมยาวเหน็บผมไว้ที่ใบหูตามนิสัย ร่างบางคล้ายผู้หญิงเดินไปบนเวที มะนาวรีบไปห้องน้ำ ในห้องน้ำมะนาวตกใจเห็นพี่สาว “พี่มิรา พี่มิราจริงๆ ด้วย พี่มากรุงเทพเมื่อไหร่คะ”

มิราไม่รู้สึกตื่นเต้นเห็นหทัยรัตน์ “แกทำงานที่นี่หรือ ทำอะไร น่าอายจริงไม่ต้องมาทำเป็นรู้จักฉันนะ แล้วกลับไปเรียนเมื่อไหร่ ”

หทัยรัตน์หน้าเจื่อน “พี่ ทำไม เอ่อ… ใช่นาวกลับไปเรียนแล้วค่ะ”

“ก็ดี เออจะบอกว่าเราไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ ซะหน่อย อีกอย่างเสียใจด้วยเรื่องการหมั้นหมายของแกและขอให้เรียนจบนะยะคราวนี้” มิรายิ้มเติมแป้งบนใบหน้า

“พี่รู้”

“เด็กน้อย ตื่นจากฝันเถอะ เขารับหมั้นแกเพราะประชดฉันเท่านั้น ศศินเขารักฉันมาก แต่แม่เขาน่าเบื่อมาก ฉันเลยไม่อยากทน เคยบอกแกไปแล้วนี่น่า แกยังหลงเพ้อหรือไง ว่าเรื่องที่เขาเอาแกเพราะรัก ช่างน่าสมเพช”

ทำไมใครไม่คิดบอกเรื่องนี้เธอบ้าง ผ่านมาหลายเดือนหทัยรัตน์ไม่เคยลืมเรื่องนี้ ทุกเรื่องราวยังตอกย้ำความไร้ค่าของตน หญิงสาวเหลือบมองพี่สาวที่เคยคิดว่ารักกัน เข้าใจกัน ฉะนั้นคงไม่ต้องพูดอะไรต่อแล้วตอนนี้ เรื่องที่เธอใช้ชีวิตกับแม่อย่างลำบาก มิราคงไม่คิดใส่ใจ

“ยังไงก็ขอบใจที่พี่ยังอุตสาห์บอกนาว ลาก่อนนะพี่มิรา” หญิงสาวเดินออกจากห้องน้ำไม่หันมองข้างหลัง ต่อไปนี้เธอต้องลืมอีกเรื่องสินะ ลืมว่าเคยมีพี่สาว แม้มึนงงกับท่าทีมิราแต่มะนาวก็ยังเข้มแข็งเดินขึ้นทำหน้าที่บนเวที

ศศินกุลมาเที่ยวผับเพื่อนสนิทตามคำเชิญ หยุดดื่มหันมองนักร้องบนเวที เสียงเพราะๆ กับเพลงเศร้าๆ สะกดหัวใจเขาจนเพื่อนสะกิด “ชอบหรือวะ แบบนี้ไม่ใช่ดารานางแบบ แค่เด็กสาวปอนๆ ฉันไม่เคยเห็นแกมองวะ”

ศศินกุลจ้องบนเวที “นักร้องชื่ออะไร”

“อย่าไปยุ่งกับเด็กมันเลย เขาไม่ค่อยชอบพูดคุยกับใคร ฉันหมายถึงแขก เขายังเรียนอยู่ด้วย”

“ชื่ออะไรกูถามแค่บอกมา”

สมาการรีบบอก “ชื่อนาว หน้าบึ้งเชียวนะไอ้นักเรียนนอก ขัดใจเป็นไม่ได้เรื่องสาว”

“ยายเด็กนั่นทำไมมาร้องเพลงที่นี่”

“นายว่าอะไร” สมาการถามเห็นเพื่อนพึมพำบางอย่าง

“ทำงานนานหรือยัง”

“สามสี่เดือน ลูกค้าชอบนะ ฉันเองก็ชอบ”

“สรุปว่าที่ไม่บอกกูว่าชื่ออะไรเพราะเป็นเด็กมึงหรือ ไอ้สมภาร”

“บ้าหรือ แค่ชอบเขา ขึ้นมึง กูทำไมวะ บอกแล้วมึงอย่ามายุ่ง โน่นของมึงมาแล้วดาราชื่อดังและที่สำคัญมะนาวเขามีเจ้าของแล้วไอ้เศรษฐี”

ศศินกุลวางแก้ว สายตาไม่ละจากเวที มองหญิงสาวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขาดๆ

“มีเจ้าของหรือวะ?”

“มีคู่หมั้นเขาบอกแบบนั้น”

ศศินกุลเงียบไปแต่สายตามองหทัยรัตน์อยู่อย่างนั้น แทบจำไม่ได้เมื่อเธอแต่งตัวแบบนี้ แต่ก็ยอมรับว่าใบหน้าเกลี้ยงเกลาน่ามองรับกับน้ำเสียงใสๆ ที่กำลังขับขานกล่อมแขกในร้านมากทีเดียว

เสียงปรบมือดังมะนาวลุกขึ้นขอบคุณลูกค้า โค้งคำนับก่อนถือกีต้าร์ถามพนักงานในร้านว่าเห็นสมาการหรือเปล่า

“จะลากลับก่อนใช่ไหมเดี๋ยวไปส่งเอง” ศรันย์อาสาเดินมายืนข้างหลังมะนาว

“ไม่ต้องหรอกนายยังต้องเอนเตอร์เทนสาวๆ ในร้านฉันกลับเองได้” ว่าแล้วมะนาวเดินไปยังโต๊ะที่นายจ้างนั่งอยู่โดยมีเบสมองตามด้วยความเป็นห่วง

“คุณสมาคะ”

การพูดคุยที่โต๊ะหยุดลง ศศินกุลคุ้นน้ำเสียงนี้ดีเลิกสนใจเบลินดา หันมองต้นเสียง มะนาวตกใจมากเห็นว่าเธอพบใครเข้า แต่พยายามไม่มองใบหน้านั้น

“มีอะไรหรือนาว”

“นาวจะขอกลับก่อนค่ะ”

“เป็นอะไรหรือ ไม่สบายหรือเปล่าแล้วกินยาหรือยัง”

“ขอบคุณค่ะ กินแล้ว”

“ใครมารับ คู่หมั้นเหรอ” สมาการถามเพราะเป็นห่วง ศศินกุลมองที่นิ้วนางข้างซ้ายหญิงสาวจำได้แม่นแหวนวงนั้นเขาบรรจงสวมให้เธอเอง แปลกใจที่เธอยังใส่อยู่ หทัยรัตน์เห็นสายตานั้นเข้ารีบเอามือขวาปิดนิ้วเสีย

“เปล่าคะ นาวกลับเอง”

“ไหวนะ”

“ไม่ไหวก็ไปส่งสิคุณสมา” เบลินดาจำมะนาวไม่ได้ยิ้มให้สมาการ

“กูว่ามึงอย่าไปยุ่งกับคนมีเจ้าของเลยวะ มันเสี่ยงต่อหัวใจนะ เสี่ยงต่อโรคด้วย” ศศินกุลหัวเราะยกเหล้าดื่ม มองตาหญิงสาวที่มองตนด้วยแววตาเศร้า ชายหนุ่มหยุดหัวเราะ ทำไมรู้สึกไม่ชอบใจเลยเห็นสายตาแบบนี้ เธอไม่มีสิทธิมองเขาแบบนี้ ยายเด็กหัวอ่อนแต่รู้สึกหน้าจะหนา

มะนาวเดินออกจากโต๊ะมือจับหัวใจที่กำลังเต้นไม่เป็นจังหวะ ทำไมนะต้องมาเจอเขาอีก หลายเดือนพยายามลืม ยังมาเจอสายตาเย็นชาเหมือนคนแปลกหน้า หญิงสาวป้ายน้ำตาที่ไหลอาบแก้มรีบเดินออกจากร้าน

ศศินกุลขอตัวคู่ควงและสมาการที่มองอย่างไม่พอใจอยู่แต่เขาไม่สนใจ เดินตามหทัยรัตน์ออกไป รู้สึกสนุกเพราะเหลือบเห็นว่ามิราเองก็อยู่ในร้านนั่นเองและดูเหมือนฝ่ายนั้นกำลังมองตนและมองน้องสาวเธออยู่เช่นกัน

3…ยิ่งใกล้ยิ่งน่ามอง

“ใครมารับ?” ศศินกุลถามคนที่ยืนใจลอยเหมือนกำลังรอใคร “ไม่กลับกับมิราหรือ?”

มะนาวหันมองด้านหลังไม่คิดว่าศศินกุลจะตามเธอมา หญิงสาวเช็ดน้ำตา “คุณ”

“ลืมชื่อฉันแล้วหรือไง?” ศศินกุลล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ยืนมองใบหน้าหวานสายตาไม่กระพริบ

“ มันสมควรเป็นอย่างที่พวกคุณต้องการไม่ใช่หรือคะ” ว่าเพียงเท่านั้นมะนาวก็โบกรถแท็กซี่แต่ไม่มีคันไหนว่างจึงเดินหนีศศินกุล แม้อยากคุยแต่อย่าเลยยิ่งเจอยิ่งลืมยาก สู้ห่างกันเสียดีกว่า ทำได้มาหลายเดือนต้องทำได้ต่อไป

“ลืมชื่อฉันแต่ยังสวมแหวนเนี่ยนะ โกหกไม่เนียน”

มะนาวหันมองใบหน้าคนด้านหลัง เม้มปาก “ใส่เพื่อเตือนใจว่าครั้งหนึ่งเคยเชื่อใจคน คนหนึ่ง จนกลายเป็นเครื่องมือให้คนที่หัวใจกำลังเจ็บซ้ำใช้เป็นเครื่องมือเพื่อให้หัวใจตนเองดีขึ้นก็เท่านั้นค่ะ”

ศศินกุลหน้าแดง “เธอ ว่าใคร”

เธอต่อว่าเขาช่างกล้าพูดจริงๆ แถมกล้ามายุ่งเรื่องส่วนตัวเขา!

“ทำไมคะคุณรู้จักผู้ชายคนนั้นเหรอไง?”

ศศินกุลอึ้งคราวนี้ หญิงสาวตรงหน้าใช่คนที่เขาเคยรู้จักจริงหรือนี่ ปากคอไม่ธรรมดา

“อย่ามาเล่นลิ้นสำบัดสำนวนกับฉันแม่เด็กน้อย” ศศินกุลกัดกราม

“ฉันไปล่ะคุณ ถ้าไม่มีเรื่องจะคุยแล้ว รถว่างพอดี” มะนาวทำเป็นไม่เห็นใบหน้าบูดบึ้ง ศศินกุลจับมือเล็กไว้ทัน “กล้าเดินหนีฉันคิดว่าจะไปง่ายๆ หรือ ครอบครัวหมดสิ้นทุกอย่างยังกล้าทำแบบนี้ รู้ไหมนายศศินกุลไม่ชอบให้ใครทำแบบนี้”

“ฉันจะเป็นยังไงคุณมีสิทธิอะไรมาต่อว่ากัน ใช่ครอบครัวฉันหมดสิ้นทุกอย่าง หมดสิ้นทรัพย์สินก็ไร้เพื่อนบ้าน โดนเทเหมือนคนไม่เคยมีเพื่อนเลยสักคนแต่เราอยู่ได้และยังไม่ตายหรอกคะ เป็นยังไงคะได้ยินแล้วเสียใจไหมที่บ้านฉันยังอยู่มาได้” หทัยรัตน์เริ่มกลั้นน้ำตาไม่ได้ อยู่มาได้แต่สำหรับเธอเหมือนตายทั้งเป็น

ครอบครัวเขาใช้เงินฟาดหัวคนไร้ค่าเช่นเธอ ลืมยากเหลือเกิน สมเพชตนเองไม่มีวันลืมเลือน

“เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับฉัน ที่ฉันไม่พอใจเธอเพราะกล้าเดินหนีทั้งที่ฉันพูดไม่จบ จำไว้คนในครอบครัวเธอไม่ว่าใครก็ทำอะไรฉันไม่ได้ กับเธอฉันไม่ได้ใช้เพื่อทำให้ใครเจ็บก็แค่สนองเมื่อเธอเสนอ”

“ถ้าการที่คนเมามายคนนั้นเข้ามาหาฉันถึงในห้องนอน ใช้ทุกวิธีทางเพื่อให้ฉันสมยอมเป็นของเขาเรียกว่าเป็นการเสนอก็แล้วแต่เขาจะคิด เขาหลอกตนเองได้ คนอื่นอาจจะเชื่อเขา แต่ฉันรู้ดีที่สุดอะไรเป็นอะไร”

“ฮือๆๆๆ” หทัยรัตน์ร้องไห้จนได้ เบือนหน้าไปทางอื่น

“ “

“ลาอีกครั้ง เจอกันก็อย่าทักทายให้เสียเวลาเลยถ้ามาพูดทำลายน้ำใจกันแบบนี้ สมใจคุณแล้วก็ปล่อยฉันไป และถ้าคุณคิดเสียว่าเด็กสาวคนนั้นตายไปเสียแล้ว ตายไปนานแล้วตามที่ครอบครัวคุณต้องการก็ดี จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาทักทาย”

“เธอ” ศศินกุลเลิกอึ้ง “มานี่คิดเหรอจะได้ไปง่ายๆ พูดไม่เข้าหูขนาดนี้แล้ว” ศศินกุลไม่คิดจะโดนตอกกลับมาอย่างนี้จากใบหน้าอ่อนเยาว์ ลากมือเล็กไปที่รถตน

“ปล่อยนะปล่อยฉัน” มะนาวร้องมองหาคนช่วย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED