เจ้าจันทร์ควรเสียชีวิตเพราะหายใจไม่ออกไปแล้ว ทุกอย่างมันควรเป็นแบบนั้น ทว่า!มันกลับไม่ใช่! ในช่วงเวลานั้นเธอรู้สึกถึงสัมผัสบางอย่าง เหมือนมีมือใครสักคนกำลังกอบกุมมือของเธอเอาไว้
ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากฝ่ามือนุ่มที่สัมผัสจนรู้สึกขนลุก ไม่รู้ว่าเป็นใครที่จับมือเธออยู่ แต่ที่เจ้าจันทร์รับรู้ได้ก็คือเจ้าของมือนี้กำลังร้องไห้ออกมาอย่างหนัก
“ ฮึก! ฮือออ...”
เสียงร้องไห้ที่สะท้อนความเจ็บปวด เหมือนคนกำลังเป็นทุกข์ราวกันคนที่กำลังสูญเสียสิ่งที่รัก เจ้าจันทร์ค่อยๆ หันหน้าไปมองเจ้าของฝ่ามือนั้นช้าๆ
ใบหน้าสวยที่คุ้นเคยแต่ดูอ่อนเยาว์กว่าปรากฏขึ้นข้างกาย เจ้าจันทร์ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นหญิงสาวที่มีหน้าตาเหมือนกับเธออย่างกับแกะ แต่ดูเหมือนจะอายุจะน้อยกว่า การแต่งกายก็ไม่น่าจะใช่คนในยุคปัจจุบัน
ใบหน้าสวยที่ดูอ่อนเยาว์ เผยรอยยิ้มทั้งน้ำตาให้กับเจ้าจันทร์ ทว่าแววตาที่สื่อออกมามันแฝงไปด้วยความเจ็บปวด เหมือนคนไม่เหลืออะไรในชีวิต
“ ฮึก ฉันฝากหล่อนดูแลคุณแม่มณีแทนฉันด้วยหนา? ”
“ ค..คุณแม่มณี? ”
เจ้าจันทร์ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจ ว่าอีกฝ่ายต้องการให้เธอทำอะไร ฝากดูแลคุณแม่มณีเหรอ? แล้วคุณแม่มณีที่ว่าเป็นใคร? เป็นคนใช่ไหม? หรือเป็น... ช่างเถอะ
“ ฮึก! ไม่ว่าจะพยายามทำดีสักแค่ไหน ฉันก็ไม่อาจทำให้เจ้าคุณพี่หันมารักฉันได้เลย ฮึก หวังว่าหล่อนคงจะทำได้ดีกว่าฉันนะ ฮึก ”
“ O_O' ห๊ะ! ให้ฉันทำอะไร? ” คนฟังเบิกตาโตทำหน้างงๆ พลางมองหน้าแล้วถามกลับ
แล้วเจ้าจันทร์ก็ต้องขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม เพราะไม่เคยเจอใครที่มีใบหน้าเศร้าหมองราวกันคนกำลังทุกข์ระทมได้เท่านี้มาก่อน จะปลอบคนก็ปลอบไม่เป็นด้วยสิ
หญิงสาวตรงหน้าฝืนยิ้มให้อีกครั้ง ก่อนจะยื่นบางอย่างมาให้ เจ้าจันทร์เลื่อนสายตามองที่สิ่งนั้นเธอก็ต้องเบิกตาโต มันคือกำไลทองที่สวยงามมากๆ ลวดลายละเอียดอ่อน ประณีตราวกับเป็นงานศิลปะชิ้นเอก รู้สึกเหมือนเป็นของสะสมชิ้นเดียวในโลกเลย
“ หลังจากนี้ มันเป็นของหล่อน หมดเวลาของฉันแล้ว ฉันคงต้องไป ฉันขอให้หล่อนโชคดีนะ ” พูดจบประโยคสุดท้าย ก็เกิดแสงจ้าจนเจ้าจันทร์ต้องหรี่ตาลง จากนั้นหญิงสาวตรงหน้าก็อันตธานหายไปในทันที
“ เฮ้ย!! ”
เจ้าจันทร์สะดุ้งโหยงพร้อมกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะหันไปมามองรอบๆ บริเวณ ที่มีแต่หมอกควันเต็มไปหมด
“ หะ หายไปไหนแล้ววะ? ...ว้าย!!”
ขณะที่เจ้าจันทร์งงงันอยู่นั้นเอง จู่ๆ ก็เกิดลมหมุนวนแรงราวกับพายุ พัดพาตัวเธอให้ปลิวจนลอยละล่อง ร่างเล็กๆ พยายามจะฝืนตัวอย่างสุดชีวิต แต่มันกลับไม่เป็นผล
เธอถูกพัดเข้าไปในกลุ่มหมอกควันหนาที่มองอะไรไม่เห็นเหมือนคนหลงทาง ความหวาดกลัวเข้าครอบงำจนเจ้าจันทร์ต้องหลับตาปี๋กำมือแน่น แต่แล้วเธอจะได้ยินเสียงของใครบางคนที่เอ่ยเรียก
“ เจ้าจันทร์ ”
“.......”
“ เจ้าจันทร์... ตื่นเถิดลูก ” ไม่รู้หรอกว่าเสียงของใคร แต่เธอสัมผัสได้ว่ามันเป็นน้ำเสียงที่อ่อนโยนและแฝงไปด้วยความห่วงใยเอามาก ๆ แต่เดี๋ยวนะ! ..นั่นมันชื่อเธอนี่!
เจ้าจันทร์พยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก และกว่าจะลืมตาได้ก็กินเวลาไปนานเกือบห้านาที เมื่อลืมตาได้ก็โฟกัสไปที่เจ้าของเสียงเป็นนแรก
“ คุณหญิงเจ้าคะ คุณเจ้าจันทร์ฟื้นแล้วเจ้าค่ะ!”
มีใครสักคนตะโกนเสียงดังขึ้นมา ทำเอาเจ้าจันทร์รู้สึกปวดหัวมาก มองหน้าใครก็ไม่คุ้นเลยสักคน มีหลายคนที่กำลังร้องไห้ดีใจกับการที่เธอฟื้นขึ้นมา
แม้จะรู้สึกแปลกใจและมึนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เจ้าจันทร์ก็พยายามควบคุมสติตัวเองพร้อมกับใช้สมองประมวลผลทุกอย่าง อย่างรวดเร็ว แล้วสมองอันน้อยนิดก็ประมวลผลได้ว่า เธอน่าจะตายไปแล้ว แต่ได้มาเกิดใหม่ในร่างนี้
เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ดูหรูหรา แต่ไม่ได้มีความสมัยใหม่อะไร เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นไม้ น่าจะเป็นไม้สักทอง เตียงนอนที่เธอนอนอยู่มีเสาสี่เสามีระบายเป็นม่านลูกไม้ผสานกันสวยงาม
ทุกอย่างภายในห้องนี้ มันเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเก่าแก่ ทว่ามันกลับเป็นบรรยากาศที่ดูโรแมนติกและให้ความรู้สึกหวานละมุน
แต่! มันใช่เรื่องที่จะมาโฟกัสไหมไอ้จันทร์? เธอควรคิดว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนก่อนสิ?
เวลานานเกือบชั่วโมงที่เจ้าจันทร์ไม่สามารถพูดอะไรได้ นอกจากนอนนิ่งๆ มองทุกคนที่อยู่รอบข้างพูดคุยกัน และดูเหมือนว่าเจ้าของร่างนี้จะเป็นคนสำคัญน่าดู
เมื่อเจ้าจันทร์เริ่มมั่นใจแล้ว ว่าเธอมาเกิดใหม่ในร่างนี้จริงๆ เธอก็แทบอยากจะทึ้งหัวตัวเองแรงๆ ใครมันจะคิดว่านั่งกินข้าวเหนียวไก่ย่างอยู่ดีๆ กระดูกจะติดคอตาย!
ที่บ้าไปกว่านั้นคือ ตื่นขึ้นมาสิ่งรอบตัวดูแปลกตาไปหมด ทั้งผู้คนและภาษาที่พูดคุยแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้จะฟังเข้าใจก็เหอะ เสื้อผ้าก็ดูเหมือนจะอยู่ในยุคโบราณ เจ้าจันทร์คิดว่าน่าจะเป็นสมัย ร.สี่ หรือไม่ก็ ร.ห้า นี่แหละ
แล้วไหนจะเจ้าของร่างนี้อีก ที่มีชื่อกับหน้าตาเหมือนเธอทุกอย่าง นี่มันละครหลังข่าวชัดๆ
แต่สิ่งที่ทำให้เจ้าจันทร์รู้สึกแปลกใจหนักกว่าเดิม ก็คือผู้ชายหน้าหล่อ รูปร่างกำยำ ดวงตาสีเข้มติดดุ ที่กำลังยืนมองเธออยู่ด้านหลังคุณหญิงอะไรนี่
เขาจ้องมองเธอนิ่งไม่ขยับด้วยสายตายากที่จะอ่านออก แต่เจ้าจันทร์ก็ไม่ได้รู้สึกกลัวหรอก เธอแค่งงเฉยๆ ว่าเขาจะมายืนจ้องอะไรเธอนักหนา
“ แม่ขออยู่ดูแลเจ้าจันทร์ จนกว่าจะอาการดีขึ้นนะ เจ้าคุณ ” คุณหญิงหันไปพูดกับผู้ชายคนนั้น ก่อนที่เขาจะพยักหน้าให้เบาๆ
“ ขอรับ อย่างไรเสียเจ้าจันทร์ก็เป็นลูกสาวของคุณแม่ กระผมฝากคุณแม่ช่วยดูแลเจ้าจันทร์ด้วยนะขอรับ ”
...
“ จ้ะ แม่ขอบใจนะเจ้าคุณ งั้นแม่จะออกไปสั่งในครัวให้ต้มข้าวต้มร้อนๆ ให้เจ้าจันทร์ก่อน น้องหลับไปตั้งสองวันไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย อีกประเดี๋ยวก็คงจะหิว ”
“ ไปเถิดขอรับ ”
เจ้าจันทร์นอนนิ่งฟังคุณหญิงกับท่านเจ้าคุณพูดคุยกันตาแป๋ว จนคุณหญิงเดินออกไปจากห้อง บ่าวคนอื่นๆ ก็เดินตามหลังไป สุดท้ายเหลือแค่คนเดียว คือผู้ชายที่คุณหญิงเรียกว่าเจ้าคุณ เขาเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียงก่อนจะหย่อนกายลงนั่ง
ฝามือหนาเอื้อมไปลูบศีรษะของเจ้าจันทร์เบาๆ ใบหน้าและแววตาที่เย็นชาเปลี่ยนเป็นอ่อนแสงลงเล็กน้อย ก่อนจะพูดประโยคหนึ่งออกมา
“ ฟื้นมาก็ดี ขอโทษนะที่พี่ไม่เคยทำหน้าที่สามีที่ดีเลย ต่อจากนี้พี่จะพยายามก็แล้วกัน ตอนนี้น้องพักก่อนเถิด ”
“ o_o!! ” เจ้าจันทร์ที่นอนนิ่งยังขยับตัวไม่ได้ถึงกับสตั้นท์ไป
‘ ว่าไงนะ! หน้าที่ สะสะสามีเหรอ? จริงดิ?’ ไอ้จันทร์! มึงไม่ได้หูฝาดใช่ป้ะ? คงไม่ใช่อย่างที่คิดใช่ไหมเนี่ย? ’
เจ้าจันทร์ช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าชายหนุ่มไม่ขยับ เธอยังพูดโต้ตอบหรือถามอะไรไม่ได้ ตอนนี้ทั้งสับสนและงงไปหมดที่จู่ๆ ตื่นขึ้นมาก็เจอสถานการณ์แบบไม่คาดคิด
เธอพยายามตั้งสติ คิดทบทวนบทสนทนาที่ได้ฟังเมื่อครู่ บวกกับคำพูดของผู้ชายคนนี้ที่พูดกับเธอ แล้วเจ้าจันทร์ก็เริ่มปะติดปะต่อ คุณหญิงคงจะเป็นคุณแม่มณี แม่ของผู้หญิงที่มีหน้าเหมือนเธอที่เจอก่อนหน้า ผู้ชายคนนี้ก็คงจะเป็นใครไปได้ นอกเสียจาก…
‘ ไม่!ๆๆ จะให้ฉันมาเกิดใหม่ทั้งที แต่ให้ฉันมาเกิดในร่างของผู้หญิงที่มีผัวแล้วเนี่ยนะ? ฉันยังเป็นสาวพรหมจรรย์อยู่นะย้ะ ให้ตายเถอะ! ’
~*~
หลังจากที่ท่านเจ้าคุณอะไรนั่นออกไปแล้ว เจ้าจันทร์ก็ได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นขุนนาง มียศถาบรรดาศักดิ์ระดับพระยาเลยทีเดียว มีตำแหน่งสูงศักดิ์ทั้งที่ยังดูไม่แก่สักเท่าไหร่ แถมยังหน้าตาหล่อขั้นเทพ รูปร่างเฟอร์เฟคอีกด้วย
ข้อนี้เจ้าจันทร์พอรับได้หากจะต้องมาเป็นสามีเธอจริงๆ และชื่อของเขาก็คือ พระยาพิพัฒน์พงศ์ หรือที่ใครๆ ต่างก็รู้จักกันดีและเรียกเขาว่า เจ้าคุณพิพัฒน์
ส่วนคุณหญิง ก็เป็นอย่างที่เจ้าจันทร์คิดจริงๆ คุณหญิงมณีจันทร์ หรือคุณแม่มณี เธอเป็นแม่ของเจ้าจันทร์คนเก่า
ในโลกที่เจ้าจันทร์จากมาเธอไม่มีแม่ ชีวิตเธอมีแค่พ่อที่เอาแต่ทำงานหาเงินเพราะอยากให้เธอเรียนสูงๆ พ่อทำงานหนักจนไม่มีเวลาให้เธอเลย
กระทั่งวันหนึ่งพ่อของเจ้าจันทร์ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำเพราะหลับในและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ยังดีที่พ่อของเธอเป็นคนรอบคอบเขาทำประกันชีวิตเอาไว้ ทำให้เจ้าจันทร์ยังมีเงินเรียนต่อได้โดยที่เธอไม่ลำบาก
แต่เจ้าจันทร์ก็ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมาตลอด เธอรู้คุณค่าของเงินที่ได้มาจากประกันชีวิตของพ่อ เธอประหยัดและไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือย แต่ใครจะรู้อนาคต ว่าไหม.. ดีนะที่พ่อของเธอตายไปก่อน หากพ่อเธอยังอยู่แล้วต้องมาเห็นเธอตายเพาะไก่ย่างติดคอ พ่อคงใจสลายแน่
เจ้าจันทร์ไม่รู้ว่ามาเกิดใหม่ในร่างนี้ได้ยังไง และจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน แต่นับจากนี้เธอจะพยายามเรียนรู้และทำความเข้าใจคนในยุคสมัยนี้ให้มากขึ้น เพื่อที่จะอยู่ร่วมกับพวกเขาได้ ถือว่าเป็นเรื่องดีที่มีโอกาสเกิดใหม่ ส่วนเจ้าคุณพิพัฒน์อะไรนั่น เธอจะคิดซะว่าได้สามีหล่อเป็นของแถมก็แล้วกัน..
~*~
หลายวันต่อมา...
ตั้งแต่เจ้าจันทร์เข้ามาอยู่ที่นี่ ชีวิตที่เคยอิสระของเธอมันก็อันตรธานหายไป.. ในทุกๆ เช้าเจ้าจันทร์ตื่นขึ้นมาก็จะเจอบ่าวสองคน ที่ชื่อชบากับเดือน
ทั้งสองคนจะคอยดูแลรับใช้เจ้าจันทร์ไม่ยอมห่างจนกว่าจะเข้านอน แม้กระทั่งเวลาที่เธออาบน้ำบ่าวทั้งสองคนก็ต้องตามไปด้วยทุกครั้ง ชีวิตของเจ้าจันทร์คนเดิมมันช่างน่าเบื่อหน่ายสิ้นดี
ได้แต่นั่งๆ นอนๆ อยากจะออกจากเรือนก็ออกไปไม่ได้ เพราะเป็นคำสั่งของท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงมณีแม่คนที่เป็นของเจ้าจันทร์ คุณหญิงมณีไม่อยากให้เธอออกไปไหนมาไหน เพราะกลัวว่าเธอจะป่วยแล้วหลับไหลไม่ได้สติจนหยุดหายใจเหมือนครั้งก่อนอีก
แต่ที่แน่ๆ ไม่มีใครรู้ ว่าคุณเจ้าจันทร์คนเดิมได้ตายจากโลกไปแล้ว…
และที่น่าแปลกอีกอย่างคือ หลังจากวันที่พบกับท่านเจ้าคุณในวันนั้น เจ้าจันทร์ก็ไม่ได้เห็นหน้าเขาอีกเลย แม้แต่เวลากินข้าวก็ยังไม่เคยนั่งกินด้วยกัน เป็นสามีแบบไหนกัน?
ถึงเจ้าจันทร์จะสงสัยแค่ไหน แต่เธอก็ไม่คิดที่จะเอ่ยปากถามใคร เพราะเธอเองก็ไม่อยากข้องเกี่ยวกับเขานักหรอก หากหลีกเลี่ยงการพบกับอิตาเจ้าคุณนั่นได้ ก็จะเป็นเรื่องดีกับตัวของเธอมากกว่า
“ นั่นน้องจะไปที่ใดหรือ เจ้าจันทร์? ”
“ o_o! ” ‘นี่แค่คิดเอง โผล่มาแล้วเหรอ? คนโบราณเนี่ยอายุยืนจริงๆ เลย’
“ พี่ถาม ไยไม่ตอบ..”
“ ฉะ.. ฉันกำลังจะไปเตรียมตัวอาบน้ำค่ะ เอ่อ เจ้าค่ะ ท่านเจ้าคุณมีอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ ”
เจ้าคุณขมวดคิ้วมุ่นและมีสีหน้าแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะปรกติเจ้าจันทร์จะแทนตัวเองว่าน้องมาตลอด แล้วก็จะเรียกเขาว่าคุณพี่.. กิริยาท่าทางก็ดูเปลี่ยนไป
เจ้าคุณพิพัฒน์นิ่งเงียบอยู่นาน และสายตาของเขาก็ดูเหมือนกำลังจับผิดเธอ จนเจ้าจันทร์แอบคิดว่าเธอเผลอพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า
“ พูดกับพี่ ทำไมไม่แทนตัวเองว่า น้อง และเรียกพี่ว่าคุณพี่เช่นที่เคยเรียก? ”
“.....”
‘ นั่นไง.. กูว่าแล้วไอ้จันทร์เอ้ย! ใครมันจะไปรู้วะ ไม่ได้ถามพี่ชบากับพี่เดือนไว้ด้วย แล้วทีนี้จะแก้ตัวยังไงวะ คิดๆๆ ไอ้จันทร์ คิดดิ ’
เจ้าจันทร์ยืนตัวแข็งทื่อพลางบ่นขึ้นในใจ แล้วเขาจะจับได้ไหมว่าเธอไม่ใช่เจ้าจันทร์คนเก่าอะ นิสัยของหล่อนเป็นยังไงเธอก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ
...