หลังทราบข่าวว่าพัทธนันท์คลอดลูกแล้ว ขวัญข้าวก็รีบจัดการทุกอย่างทั้งเรื่องเรียน ทั้งเรื่องอื่นๆ กว่าจะได้บินกลับมาเมืองไทยก็ผ่านไปเกือบเดือน ในกระเป๋าตอนนี้จึงเต็มไปด้วยของฝากน่ารักๆ สำหรับเด็กอ่อนสองคนที่เธอหาซื้อมามากที่สุดเท่าที่จะหาได้ เพื่อจะได้นำมาเป็นของฝากหลานๆ ฝาแฝดของเธอ การกลับมาครั้งนี้ทำให้ขวัญข้าวต้องหิ้วของฝากพะรุงพะรัง ผมยาวตรงสีดำขลับก่อนหน้าที่เคยไว้มาหลายปีจนชินตา ตอนนี้ถูกเปลี่ยนให้เป็นสีบลอนด์แต่ออกโทนน้ำตาล และดัดเป็นลอนอย่างสวยงามยาวสยายอยู่เต็มแผ่นหลัง ใบหน้าหวานยังคงสวยเก๋ตามแบบฉบับสาวเอเชีย
การที่ไปอยู่เมืองนอกคนเดียวนานหลายปี ทำให้ขวัญข้าวที่เคยเรียบร้อยอ่อนหวานนั้นเข้มแข็งขึ้นทั้งกายและใจ มีความมั่นใจกว่าแต่ก่อนมาก ความอ่อนหวานซ่อนเปรี้ยวในตัวเธอเริ่มแสดงออกให้คนอื่นๆ ได้เห็น แต่กว่าที่เธอจะชินกับการใช้ชีวิตต่างบ้านต่างเมือง ก็ต้องปรับตัวนานพอดู ขวัญข้าวก้มหน้าก้มตาเดินออกจากช่องทางผู้โดยสารขาเข้า จนชนกับใครเข้าอย่างจัง ข้าวของในกระเป๋าของเธอหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้น และคนที่เธอชนเมื่อครู่กลับใจดีช่วยเก็บของให้โดยที่ขวัญข้าวไม่รู้สึกเอะใจแม้นิดเดียว
“ขะ...ขอโทษค่ะ” ขณะที่กำลังเก็บของขวัญข้าวก็รีบเอ่ยขอโทษ เพราะเธอมัวเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเดิน จนชนกับเขาเข้าอย่างไม่ตั้งใจ และเธอชักจะติดประโยคนี้เข้าไปทุกวัน ชินกับการขอโทษคนอื่นก่อนอยู่เรื่อย ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็แก้ไม่หายสักที
“ไม่เป็นไรครับ” ชายหนุ่มตัวสูงผิวแดงดำตรงหน้าเอ่ยบอก ก่อนจะพยักหน้าขอตัว
“เดี๋ยวก่อน” แต่สักพักเสียงทุ้มของใครบางคนก็เอ่ยขึ้น
“คืนกระเป๋าสตางค์ให้คุณผู้หญิงเค้าด้วยซิคุณ” พระนายที่เผอิญหันมาเห็นเหตุการณ์เข้าเอ่ยขึ้น ใจจริงเขาสนใจผู้หญิงตรงหน้า จนต้องเผลอมองเธอตั้งแต่ที่เธอก้าวออกมาจากทางออกของผู้โดยสารขาเข้าประเทศ เขามองเธอแล้วก็แอบยิ้ม ผู้หญิงคนนี้มีอะไรบางอย่างที่น่าดึงดูดสายตาของเขา ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร แต่สิ่งที่เขาเห็นในขณะที่เธอเดินชนกับผู้ชายคนหนึ่งแถมผู้ชายคนนั้นยังมือไวหยิบกระเป๋าสตางค์ของเธอติดดมือไปด้วย เขาจึงกล้าตัดสินว่าชายคนนั้นคงจะเป็นพวกมิจฉาชีพที่หากินกับคนไทย และนักท่องเที่ยวภายในสนามบินเป็นแน่
“กระเป๋าอะไรคุณ” ชายหนุ่มที่ชนกับขวัญข้าวเอ่ยขึ้น พร้อมทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ใส่ พระนายเดินเข้าไปคว้ากระเป๋าของขวัญข้าว ออกมาจากเสื้อของผู้ชายตรงหน้าทันที
“กระเป๋าของผู้หญิงคนนี้” พระนายใช้กระเป๋าสตางค์ของขวัญข้าว ตีไปยังหน้าอกของผู้ชายตรงหน้าแรงๆ สามสี่ครั้งจนตัวการเริ่มหน้าซีดที่ถูกจับได้
“เอ๊ะ…นั่นมันกระเป๋าสตางค์ฉันนี่” ขวัญข้าวพูดได้แค่นั้น ผู้ชายตรงหน้าก็รีบวิ่งออกไปทันที เพราะกลัวความผิดที่ก่อขึ้น ถ้าหากเขาถูกจับได้มันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่
“ระวังตัวหน่อยสิคุณ” พระนายยื่นกระเป๋าสตางค์คืนให้ขวัญข้าว ความที่ยืนใกล้กันทำให้เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาจากตัวเธอ มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาแพง ที่หาซื้อได้ตามห้างในเมืองหลวงซึ่งผู้หญิงในเมืองกรุงส่วนใหญ่ชอบฉีดพรมเพราะคิดว่าหอม แต่สำหรับเขากลับชาชินและเบื่อกลิ่นที่เหมือนๆ กันพวกนั้นเต็มที แต่กับผู้หญิงตรงหน้านั้นมีอะไรที่ต่างออกไป ใบหน้าหวานอมชมพู แม้จะไม่ต้องแต่งแต้มกรีดตาให้หนักอึ้งด้วยเครื่องสำอาง แต่เธอก็ยังน่ามอง
พระนายลอบมองขวัญข้าวตั้งแต่ใบหน้าได้รูปสวย คิ้วดกหนาที่ยังไม่เคยกันคิ้วเลยสักครั้ง แต่มันก็เข้ากับดวงตากลมโตของเธอเหมือนกัน จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูระเรื่อๆ ผมยาวสยายเป็นลอนสีน้ำตาลสวยงามที่สะดุดตาเขา ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น พระนายแอบสูดดมกลิ่นหอมๆ ของผู้หญิงตรงหน้าเข้าปอดลึกๆ หลายครั้ง แม้จะอดคิดไม่ได้ว่าตัวเขาโรคจิตหรือเปล่าที่ทำแบบนี้ แต่เขากลับห้ามใจไม่ได้ เพราะเขาชอบกลิ่นหอมสดชื่นนี้อย่างบอกไม่ถูก
“ขอบคุณนะคะที่ช่วย” ขวัญข้าวเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะยื่นมือไปรับกระเป๋าสตางค์ของเธอคืนแต่พระนายกลับยื้อไว้
“คุณชื่ออะไร”
“นี่คือวิธีการขอทราบชื่อผู้หญิงของคุณหรือไง” พอได้ยินคำถามว่าเธอชื่ออะไร ขวัญข้าวก็เงยหน้าขึ้นมองผู้ชายตรงหน้าทันที แม้เธอจะยืนเต็มความสูงบวกกับความสูงพิเศษของรองเท้าอีกสองนิ้วครึ่ง เธอก็ยังสูงไม่เท่าผู้ชายตรงหน้าเลยด้วยซ้ำ ถ้าวัดกันจริงๆ เธอคงสูงแค่คิ้วของเขาเท่านั้นเอง พอรู้ว่าตนเองเตี๊ยกว่าผู้ชายตรงหน้า ขวัญข้าวก็ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างเอาเรื่อง
“เปล่า ผมก็แค่ถามไปอย่างนั้นเอง แต่ถ้าคุณไม่สะดวกที่จะบอก ผมก็ไม่เซ้าซี้”
“ไม่สะดวกค่ะ ขอบคุณที่ช่วยเรื่องกระเป๋า ฉันขอตัวก่อน” ขวัญข้าวรีบหยิบกระเป๋าสตางค์มาจากมือพระนาย แม้จะรู้สึกดีที่เขาเข้ามาช่วยเพราะเธอไม่รู้จริงๆ ว่าผู้ชายคนเมื่อกี๊เป็นมิจฉาชีพ แต่อยู่ๆ ผู้ชายคนนี้ก็มาถามชื่อเธอเอาดื้อๆ ขวัญข้าวก็ชักจะไม่ชอบสีหน้าผู้ชายคนนี้เข้าไปด้วย ผู้ชายเป็นแบบนี้เหมือนกันทุกคนหรือเปล่า ขี้หลี คิดว่าตัวเองแน่ไปซะทุกอย่าง
ขวัญข้าวจ้องมองผู้ชายตัวสูงตรงหน้าจนเมื่อยคอ กำลังคิดอยู่ว่าที่บ้านเลี้ยงเขาด้วยยีราฟรึไงถึงได้ตัวสูงขนาดนี้ เพราะเธอนั้นถือว่าเป็นหญิงไทยที่สูงมากคนหนึ่ง แต่พอเจอเขาดูเธอตัวเล็กไปทันที คิ้วก็หนายังกะชินจัง จมูกโด่งรับกับริมฝีปากหยักได้รูป หน้าตามีแต่รอยหนวดเคราเขียวๆ ตัดกับใบหน้าขาวชอบกล แม้จะดูดีแต่ทำไมรวมๆ แล้วเธอรู้สึกไม่ถูกชะตากับเขาสักนิดเดียว ‘สาธุขออย่าให้เจอกันอีกเลย’ ขวัญข้าวได้แต่ภาวนาในใจ ซึ่งแตกต่างกับพระนาย
พอได้กระเป๋าสตางค์คืนมาขวัญข้าวรีบก้าวยาวๆ ให้พ้นไปจากตรงนี้ แต่เธอกลับไม่ได้ออกไปขึ้นรถยังด้านหน้าสนามบิน ขวัญข้าวกลับเข้าไปยังส่วนของผู้โดยสารภายในประเทศอีกครั้ง เพราะเธอต้องนั่งเครื่องบินต่ออีกประมาณชั่วโมงถึงจะเรียกได้ว่ากลับมาถึงบ้านของจริง ส่วนพระนายได้แต่มองด้านหลังเธอเท่านั้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ผุดขึ้นบนริมฝีปากหยักได้รูป เพราะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะไปที่ไหนต่อ
“น่าสนใจ แล้วเราจะได้พบกันอีก” พระนายมองตามหลัง ขวัญข้าวจนเธอลับสายตา ก่อนจะก้าวยาวๆ ไปยังรถที่จอดรอเขาอยู่หน้าสนามบิน เพราะเขามั่นใจว่าจะได้พบผู้หญิงคนนี้อีกครั้งอย่างแน่นอน
ขวัญข้าวใช้เวลานั่งเครื่องบินต่ออีกเกือบชั่วโมง พอออกจากสนามบินในตัวจังหวัดได้ เธอก็ตรงดิ่งมายังบ้านของพัทธนันท์ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะตอนนี้เธออยากเห็นหน้าน้องภูผากับน้องธาราสองฝาแฝดชายหญิงตัวน้อยที่เพิ่งคลอดเมื่อเดือนก่อนจะแย่แล้วนั่นเอง ยิ่งใกล้จะถึงบ้านของพัทธนันท์มากเท่าไหร่ ขวัญข้าวก็ยิ่งตื่นเต้นมากเท่านั้น เสียงรถที่เข้ามาจอดยังหน้าบ้านทำให้ตะวันที่เพิ่งกลับมาจากทำงานหันหลังกลับไปมองทันที วันนี้เขามีประชุมสำคัญที่บริษัท แต่ก็รีบกลับมาหลังจากที่ประชุมเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะเป็นห่วงคุณแม่มือใหม่ที่ต้องวุ่นกับการดูแลลูกทั้งสองคน แม้จะมีแม่ของเขากับป้าแก้วอยู่ช่วยก็ตามที
“พี่ขวัญ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” พอเห็นคนที่ก้าวลงมาจากรถ ตะวันก็เอ่ยถามขึ้นทันที นานแล้วที่เขาไม่ได้พบกับเพื่อนของภรรยาคนนี้ แต่จะว่าไปขวัญข้าวกลับมาคราวนี้เธอดูสวยขึ้นเป็นกอง
“กลับมาตอนนี้และเดี๋ยวนี้ อยากเห็นหน้าหลานๆ จะแย่แล้ว ขอเข้าไปในบ้านก่อนนะตะวัน” ขวัญข้าวเอ่ยรัวเร็ว ก่อนส่งยิ้มให้สามีของเพื่อนรักแล้วก้าวยาวๆ เดินเลยตะวันไปแทบจะทันที ตอนนี้สิ่งที่เธออยากเห็นมากที่สุดคือหลานผู้น่ารักทั้งสองคนมากกว่า คนอื่นค่อยกลับมาคุยทีหลัง ตะวันเห็นท่าทางเร่งรีบของขวัญข้าวถึงกับยิ้มออกมา
“ครับๆ” ตะวันเอ่ยตามหลังไป เพราะตอนนี้ภูผากับธาราดูจะเป็นคู่ขวัญไปซะแล้ว คนที่มาบ้านนี้ทั้งหมดดูจะมาเยี่ยมเจ้าตัวน้อยทั้งสองคนมากกว่าที่จะมาหาเขาหรือพัทธนันท์ซะอีก ขนาดเพิ่งคลอดยังไม่ครบสองเดือน เสน่ห์ของสองคนยังร้ายกาจมัดใจทุกคนไปซะขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าโตขึ้นเขากลับพัทธนันท์จะปวดหัวกันขนาดไหน ตะวันยืนยิ้มกับอนาคตของลูกๆ
ขวัญข้าวเข้ามาในบ้านก็หันซ้ายหันขวามองหาเพื่อนรัก พอเห็นเท่านั้นเสียงทักก็ดังขึ้น
“ฟ้าเรากลับมาแล้ว” ขวัญข้าวเอ่ยทักเสียงสดใสปนดีใจ เมื่อเห็นพัทธนันท์เดินกลับมาจากห้องครัวในมือของเพื่อนสาวมีขวดนมอยู่ด้วย
“ขวัญ…กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” พัทธนันท์พอเห็นขวัญข้าวซึ่งทั้งคู่ไม่ได้พบกันมาเกือบปี เธอก็โผเข้าหาทันทีด้วยความคิดถึง สองสาวกอดกันกลมกลางบ้าน ก่อนที่พัทธนันท์จะจับขวัญข้าวให้ออกห่างแล้วหมุนตัวขวัญข้าวไปมารอบๆ เพราะดูเพื่อนสาวจะสวยขึ้นผิดหูผิดตา ต่างกับเธอที่นับวันจะโทรมลงไปทุกที
“เพิ่งกลับมาเนี่ยแหละ คิดถึง อยากเจอหลานจะแย่แล้ว”
“แล้วไม่มีอาการเจ็ตแล็กหรือขวัญ เดินทางข้ามโลกแบบนี้น่ะ” พัทธนันท์เอ่ยถามอย่างห่วงใย เพราะขวัญข้าวนั้นเดินทางไกลมาก เวลาก็เปลี่ยนคนละขั้วเลยระหว่างฝรั่งเศสและเมืองไทย
“นิดหน่อย แต่คิดถึงคนแถวนี้มากกว่า” ขวัญข้าวเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้างาม
“โถ่ขวัญ...ดูแลตัวเองก่อนเถอะ” พัทธนันท์บีบมือขวัญข้าวเบาๆ ความรักและห่วงใยของเธอที่มีต่อขวัญข้าวนั้นยังมีให้เสมอและตลอดไปด้วย
“แต่ตอนนี้ภูผากับธาราหลับปุ๋ยนะซิ จะเข้าไปดูภูผากับธาราไหมเดี๋ยวเราพาไป”
“ไม่เป็นไร ให้หลานหลับไปก่อนก็ได้ ถ้าเราเข้าไปกวนเดี๋ยวจะตื่นซะเปล่าๆ” ขวัญข้าวเอ่ยยิ้มๆ
“จ้า” พัทธนันท์ตอบเสียงเรียบพร้อมกับส่งยิ้มให้ขวัญข้าว แต่สายตาเธอก็เห็นตะวันกำลังก้าวเข้ามาภายในบ้านอีกคน พัทธนันท์จูงมือขวัญข้าวให้มานั่งยังโซฟาในห้องรับแขก ก่อนที่ตะวันจะก้าวเข้ามานั่งข้างภรรยาคนสวยของเขาอีกคน หนำซ้ำยังก้มลงไปหอมแก้มนวลของพัทธนันท์ฟอดใหญ่ไม่อายขวัญข้าวซึ่งนั่งทำตาปริบๆ มองทั้งคู่แสดงความรักกันอย่างคนที่รู้สึกอิจฉานิดๆ
“รักกันจังนะคู่นี้” ขวัญข้าวเอ่ยแซวๆ ทำเอาพัทธนันท์เขินจนอายม้วน เพราะไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีตะวันมักจะทำแบบนี้กับเธอเสมอ ทั้งก่อนออกไปทำงานและกลับจากทำงานเขามักจะหอมแก้มหรือจูบเบาๆ หากวันไหนที่ตะวันลืม เธอก็จะออกอาการงอนเขาไปหลายวัน มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ตะวันต้องขับรถกลับมาที่บ้านทั้งๆ ที่จะเขาถึงบริษัทอยู่แล้ว พอเธอถามว่าลืมอะไร เขากลับตอบหน้าตาเฉยว่า ‘ลืมคิสเมียก่อนไปทำงาน เดี๋ยวไม่มีกำลังใจ’
“พี่ขวัญ ไปอยู่ที่นู่นเป็นไงบ้างฮะ สบายดีหรือเปล่า” ตะวันเอ่ยถามขึ้น เขาวาดลำแขนแข็งแรงโอบบ่าพัทธนันท์อย่างรักใคร่
“ก็สบายดีจ้ะ แต่เหงาไปหน่อยแค่นั้นเอง” ขวัญข้าวหันมาตอบสามีรุ่นน้องของเพื่อนสาว มองแววตาของตะวันที่ส่งไปยังพัทธนันท์ด้วยความรักเปี่ยมล้นหัวใจ ทำให้ขวัญข้าวชื่นชมความรักของคู่นี้มาก เพราะไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีตะวันกับพัทธนันท์ก็ยังรักกันมากไม่มีจืดจางเลย
“คิดถึงขวัญจัง ดูซิสวยขึ้นเป็นกองเลย ไม่เหมือนเราที่โทรมลงไปทุกวัน” พูดจบพัทธนันท์ก็ก้มมองตัวเองทันทีพร้อมทำหน้ายู่ใส่ขวัญข้าวไปด้วย
“ฟ้าโทรมที่ไหนกัน ยังสวยปิ๊งอยู่เลยนะคะคุณแม่มือใหม่ ใช่ไหมตะวัน”
“ใช่ครับ ฟ้าสวยมากอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรก็สวยที่สุด” พอได้ยินลูกยอจากผู้เป็นสามีกับขวัญข้าวพร้อมกัน พัทธนันท์ถึงกับออกอาการเขินอย่างเห็นได้ชัด เพราะตั้งแต่คลอดลูกเธอไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเองเลย
“เห็นไหมล่ะ ตะวันยังชมว่าฟ้าสวยอยู่เลย ฟ้าเพิ่งคลอดลูกมา ร่างกายยังสมส่วนขนาดนี้อิจฉาจัง”
“คงลดไปตอนเลี้ยงเจ้าตัวเล็กทั้งสองคนนี่แหละ เพราะเราเลี้ยงลูกเอง มีแม่ของตะวันมาช่วยด้วย แต่ท่านก็อายุมากแล้วเราไม่อยากกวน เดี๋ยวลุกมาชงนม เดี๋ยวอุ้มปลอบให้เจ้าตัวเล็กตอนร้องงอแง เราเห็นแล้วเหนื่อยแทน” พัทธนันท์เอ่ยอย่างเกรงใจแม่สามี
“ฟ้าเหนื่อยไหม แล้ววันนี้ลูกงอแงมากหรือเปล่าครับ” ความที่เป็นห่วงทำให้ตะวันเอ่ยถามพัทธนันท์ เพราะเขารู้ว่าเธอเหนื่อยกับการเลี้ยงลูกสองคนขนาดไหน
“ไม่เท่าไหร่หรอก วันนี้ภูผากับธาราน่ารัก ไม่กวนฟ้ากับแม่เท่าไหร่ พอดื่มนมเรียบร้อยก็หลับปุ๋ยทันทีเลย” พัทธนันท์เอ่ยยิ้มๆ เพราะไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน เธอก็เต็มใจและยินดีที่จะเลี้ยงลูกทั้งสองคนให้ดีที่สุด
“อิจฉาคนมีครอบครัวจัง เมื่อไหร่เนื้อคู่เราจะเกิดมั่งน๊า” พอเห็นความน่ารักของพัทธนันท์กับตะวันที่มีให้กันและกันมาตลอด ทำให้ขวัญข้าวเอ่ยแซวขึ้น ก่อนจะทำหน้าปลงๆ กับเรื่องความรักของตัวเอง เพราะเธอก็คงมีแต่การแอบรักชาวบ้านเขาไปวันๆ เท่านั้นเอง คู่แท้ป่านนี้จะเกิดมาหรือยังก็ไม่รู้
“ขวัญนั่นแหละ กลับมาคราวนี้ระวังน้าเอมจับไปดูตัวอีกนะ” พัทธนันท์แตะไปยังต้นขาของขวัญข้าวแล้วเขย่าไปมา
“ไม่มีทางซะล่ะ เพราะเราจะปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง ถึงเอาพ่อมาขู่ก็เถอะ” น้ำเสียงและแววตาของขวัญข้าวดูจริงจังมากขึ้น เมื่อนึกถึงแม่เลี้ยงของเธอที่ชื่อเอมอร เพราะเหตุผลหนึ่งที่เธอไปเรียนทำอาหารต่อที่ฝรั่งเศส ก็เพราะไม่อยากให้เอมอรคอยเจ้ากี้เจ้าการเรื่องดูตัว เรื่องคู่ของเธอให้มากไปกว่านี้ เพราะดูเอมอรจะสนใจเรื่องนี้ของเธอเป็นพิเศษจนเจ้ากี้เจ้าการนัดดูตัวให้เธอตั้งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง จนเธอเริ่มอึดอัดแม้จะบอกพ่อไปแล้วว่าไม่ต้อง แรกๆ พ่อก็เข้าใจแต่ไปๆ มาๆ พ่อก็เข้าข้างเอมอรอยู่ดี
“ขวัญข้าวคนเก่าหายไปไหนเนี่ย กลับมาคราวนี้เปลี่ยนไปนะเพื่อนเรา”
“ยอมน่ะยอมได้นะฟ้า แต่เรารู้สึกว่าให้น้าเอมมาบังคับเรามากไปแล้ว เราแค่ไม่ชอบตรงนี้เท่านั้นเอง แล้วเรื่องที่คลื่นบอกตอนที่เราคุยกันว่าเห็นน้าเอมออกมาจากโรงแรมกับผู้ชายคนหนึ่งมันจริงหรือเปล่าฟ้า” พอได้ยินคำถามนี้พัทธนันท์ก็นิ่งไป เพราะเธอก็รู้เรื่องนี้จากอนวัฒน์มาอีกทีหนึ่ง ที่ไม่อยากบอกเพราะกลัวขวัญข้าวไม่สบายใจ เรื่องบางอย่างไม่รู้ไม่เห็นมันคงจะดีกว่า
“ไปเชื่ออะไรคลื่น น้องชายเราอาจจะตาฝาดไปก็ได้” พัทธนันท์อยากจะตีอนวัฒน์นักที่เผลอเอาเรื่องแบบนี้ไปเล่าให้ขวัญข้าวฟัง
“ไม่จริงก็แล้วไป เพราะถ้าเป็นจริงขึ้นมาเราไม่มีทางยอมให้ผู้หญิงคนนั้นมาทำอะไรต่ำๆ กับพ่อเราแน่” ขวัญข้าวเอ่ยอย่างมาดมั่น แววตาขี้เล่นเมื่อครู่ไม่มีให้เห็น
“จ้าๆ อย่าคิดมาก เย็นนี้อยู่ทานข้าวกับเราที่นี่นะขวัญหรือจะนอนกับเราเลยก็ได้” พัทธนันท์ลูบหัวเข่าเพื่อนสาวเบาๆ แล้วหันมองหน้าตะวันที่ยิ้มแห้งๆ อยู่ข้างๆ เธอ ก่อนจะเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น
“ขออยู่ทานข้าวด้วยอย่างเดียวพอ แต่เรื่องนอนค้างด้วยคงต้องถามตะวันว่าจะยอมให้เรานอนที่นี่หรือเปล่า เพราะถ้าเรานอนด้วยคืนนี้ เห็นทีว่าตะวันคงจะต้องนอนคนเดียวแน่” ขวัญข้าวหันไปมองหน้าตะวันพร้อมยักคิ้วให้
“อืม…” ฝ่ายคนถูกถามอย่างตะวันก็ทำท่าคิดหนัก
“ผมว่าอยู่ทานข้าวอย่างเดียวพอครับ เพราะผมนอนไม่หลับแน่หากไม่ได้นอนกอดเมียตัวเอง” คำพูดและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของตะวันทำเอาพัทธนันท์ต้องส่งค้อนกลับไปให้ผู้เป็นสามีวงใหญ่
“บ้า…ตะวันพูดอะไรน่ะ อย่าไปเชื่อตาลามกนี่เลยขวัญ นอนไม่หลับก็ไม่ต้องนอนสิ”
“ผมพูดจริงจังนะพี่ขวัญ” ตะวันเอ่ยจริงจัง ทำเอาพัทธนันท์หันขวับ พร้อมส่งสายตาคาดโทษมาให้เขาอีกครั้ง
“ตะวัน” พัทธนันท์เอ่ยชื่อผู้เป็นสามีเสียงเข้ม ก่อนจะหันไปคุยกับขวัญข้าวต่อ ไม่อยากจะสนใจคนเจ้าเล่ห์ที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอตอนนี้สักเท่าไหร่
“อย่าเถียงกัน เอาเป็นว่าคืนนี้เราขอฝากท้องบวกกับนอนค้างที่นี่ด้วยนะ มีเรื่องอยากคุยกับฟ้าตั้งเยอะแน่ะ จะได้อยู่เล่นกับหลานทั้งสองคนให้หายคิดถึงกันไปเลย”
“ได้สิ” พัทธนันท์รับปากไม่สนใจตะวันที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่ตะวันก็แกล้งพูดไปอย่างนั้นเอง เพราะเข้าใจว่าพัทธนันท์กับขวัญข้าวไม่ได้เจอกันมานาน คงมีเรื่องที่ต้องพูดคุยกันอีกเยอะ ส่วนที่เขาบอกว่าจะต้องนอนกอดพัทธนันท์ก่อนนอนมันคือเรื่องจริง แต่สงสัยคืนนี้เขาต้องนอนไม่หลับแน่นอน
ตะวันให้พัทธนันท์อยู่คุยกับขวัญข้าวต่อ ส่วนเขาก็ขึ้นไปอาบน้ำแล้วเข้าไปห้องลูกๆ ที่ป่านนี้เจ้าตัวน้อยคงกำลังหลับปุ๋ยอยู่อย่างแน่นอน แต่พอเขาก้าวเข้ามาภายในห้องภูผาที่นอนอยู่บนเปลเด็กน้อยกลับลืมตาแป๋ว ยกมือยกไม้ขึ้นเล่นพร้อมส่งเสียงอ้อแอ้ แต่กลับไม่ร้องงอแงสักนิด ถ้าเป็นธาราหน่อยไม่ได้ ถ้าได้ตื่นขึ้นแล้วไม่เจอหน้าใครรับรองได้ส่งเสียงร้องดังลั่น จนทำเอาภูผาพลอยตกใจตื่นไปด้วย ตะวันอยู่เล่นกับภูผาสักพัก พัทธนันท์กับขวัญข้าวก็ตามเข้ามา เพราะพัทธนันท์นั้นรู้ว่าลูกจะหลับกี่ชั่วโมง พอขวัญข้าวเห็นภูผาก็รีบขออุ้มแล้วหอมแก้มยุ้ยๆ ทั้งสองข้างสลับกันไปมา ภูผาก็ร้ายเหลือเกินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ชอบใจอยู่คนเดียว
ไม่นานเด็กหญิงธาราเจ้าหญิงน้อยของบ้านก็เริ่มจะตื่นขึ้นมาบ้าง ร่างกายเล็กๆ ขยับไปมาก่อนจะเริ่มส่งเสียงอ้อแอ้ให้ผู้เป็นแม่รู้ว่าตัวเองตื่นแล้ว พัทธนันท์ได้ยินเสียงลูกสาวก็รีบอุ้มขึ้นมาแนบอกทันที ดวงตาเล็กค่อยๆ ลืมขึ้นมองเจ้าของอ้อมแขนอันอบอุ่นนี้ ก่อนจะยิ้มให้ผู้เป็นแม่ทำเอาพัทธนันท์ชอบใจกับท่าทางออดอ้อนของธารา
“น้องธาราตื่นแล้วเหรอคะ” ขวัญข้าวอุ้มภูผาเข้ามาใกล้ๆ แล้วเอ่ยคุยกับธาราบ้าง
“น้องธาราตื่นแล้วค่ะน้าขวัญ” พัทธนันท์เอ่ยตอบแทนลูกสาว ก่อนจะอุ้มน้องธาราเข้ามาใกล้ขวัญข้าว
“น่ารักน่าชังจังเลยนะเนี่ย ดูซิหน้าเหมือนฟ้ากับตะวันไม่ผิดเพี้ยน เห็นแบบนี้ชักอยากจะมีลูกกับเขามั่งแล้วสิ”
“รีบๆ มีเลยเดี๋ยวโตไม่ทันลูกเรานะ” พัทธนันท์เอ่ยแซว ก่อนจะส่งธาราให้ตะวันอุ้มแทน
“แต่ก่อนจะมีลูกคงต้องหาพ่อของลูกให้เจอก่อนอ่ะนะ ใช่ไหมคะน้องธารา น้องภูผา” ขวัญข้าวส่งยิ้มหวานๆ ให้หลานทั้งสองคน
“อยู่ที่ฝรั่งเศสมาหลายปี ไม่มีหนุ่มคนไหนถูกใจบ้างเหรอฮะพี่ขวัญ” ตะวันเอ่ยถาม เพราะขวัญข้าวก็ใช่ว่าจะเป็นผู้หญิงไม่สวยหรือขาดเสน่ห์อะไร แต่ทำไมถึงยังไม่ยอมตกลงปลงใจมีแฟนกับเขาสักที
“ใครบอกตะวันละว่าขวัญไม่มีแฟน เขานะมีคนที่ชอบอยู่แล้วต่างหากล่ะ ใช่ไหมขวัญ” พัทธนันท์นั้นรู้ดีว่าที่ขวัญข้าวปิดตัวเอง ไม่มีใครมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะเธอรอเขาคนนั้นอยู่
“แต่ตอนนี้ชักจะเปลี่ยนใจไม่ชอบเขาละ ผู้ชายอะไรเล่นตัวชะมัด” ขวัญข้าวเอ่ยขึ้นอย่างปลงๆ เพราะนี่มันก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้วที่เธอแอบหลงรักเขา หลงรักนานเข้าจนกลายเป็นความเคยชินและคาดหวังลมๆ แล้งๆ ปนกัน อีกอย่างนานป่านนี้แล้ว เขาคนนั้นคงมีลูกมีเมียไปแล้วไม่มาสนใจคนอย่างเธอหรอก เพราะถ้าเขาสนใจสักนิดคงไม่ปล่อยให้เธอรอเก้ออยู่แบบนี้มาเป็นปีๆ แถมนี่มันก็ผ่านมาหลายปีแล้วด้วย เขาก็ยังคงปล่อยให้เธอรอเขาอยู่ที่เดิม