ตอน 1

ด้านนอกของหน้าต่าง กำลังมีแสงฟ้าแลบ และเสียงฟ้าร้อง ฝนได้ตกมาแล้วทั้งวัน

ณ เมืองหนาน บ้านตระกูลมู่ ซูป้านเซี่ยนอนม้วนตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ถึงกระนั่นเธอก็ยังสั่นเทาไปทั้งตัว

เธอกลัวค่ำคืนที่มีฝนตกฟ้าร้องอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก ราวกับมีมือขนาดใหญ่นับไม่ถ้วนดึงเธอลงสู่หลุมดำที่มืดมิด

ซูป้านเซี่ยกัดริมฝีปากล่างของเธอไว้แน่น แม้ว่าร่างกายของเธอจะเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ แต่เธอก็ไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ ออกมา

“แกร๊ก”...

ประตูห้องนอนถูกผลักเปิดออก เสียงรองเท้าหนังที่ย่ำกับพื้นไม้ดังก้องอยู่ในโซนประสาทของซูป้านเซี่ย

หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับเสียงกลอง เธอพยายามกลั้นลมหายใจเอาไว้ ในหัวมีภาพที่น่าสยองมากมายผุดขึ้นมาเต็มหัว

บ้านหลังใหญ่หลังนี้มีเธออยู่เพียงคนเดียว เพื่อความเป็นส่วนตัวของเจ้าของบ้าน คนใช้และผู้ดูแลบ้านจะพักอยู่ที่เรือนอีกหลัง ทางด้านหลัง

มือใหญ่คู่หนึ่งดึงผ้าห่มออก ซูป้านเซี่ยที่อยู่ใต้ผ้าห่มนั้นตัวสั่นเทา

“อย่า……”

หลังจากเสียงกรีดร้อง ผ้าห่มก็ถูกดึงออกไปอย่างไร้ความปราณี ปรากฏให้เห็นใบหน้าหล่อ ๆ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว ที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำ ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเธอ

“คุณเองเหรอ?” ซูป้านเซี่ยมองผู้ชายที่อยู่เหนือเธอ เธอตกใจจนหายใจหายคอไม่ออก สักพักเธอก็ได้สติขึ้นมา

“แล้วเธอคิดว่าเป็นใครล่ะ?” มู่หนานจือดึงแขนตัวเองออกจากมือของเธอ ก่อนจะเดินไปที่เตียง แล้วปลดกระดุมเสื้อออก นิ้วเรียว ๆ ของเขาค่อย ๆ ปลดกระดุมออกทีละเม็ด ๆ เผยให้เห็นลูกกระเดือก และกล้ามเป็นมัด ๆ ของเขา

ซูป้านเซี่ยถึงกับหน้าแดงระเรื่อ เธอรู้สึกประหม่าจึงเบือนหน้าหนี

“ทำไม ยังอายอยู่เหรอ?” มู่หนานจือมองหญิงสาวที่สวมแค่ชุดนอนผ้าไหมสายเดี่ยวบาง ๆ เพราะความกลัวเมื่อครู่ สายของชุดข้างหนึ่งเลยหลุดออกจากบ่าของเธอ ชายกระโปรงถูกม้วนขึ้นไปถึงต้นขา เผยให้เห็นผิวขาวเนียนท่ามกลางแสงไฟสลัว ๆ

มู่หนานจือกลืนน้ำลายลงคอ ช่วงล่างของเขาคับแน่นขึ้นมาทันที

ทั้งคู่แต่งงานกันมาสามปีแล้ว เรื่องบนเตียงนั้นไม่เคยขาด พอซูป้านเซี่ยเห็นท่าทางของมู่หนานจือ เธอก็รู้ได้ทันทีว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“รีบไปอาบน้ำเถอะ” ซูป้านเซี่ยลุกออกจากเตียง แล้วหยิบชุดนอนของมู่หนานจือออกมาจากตู้เสื้อผ้า แล้วผลักเขาเข้าไปในห้องน้ำ

พอได้ยินเสียงน้ำดังออกมาจากห้องน้ำ และคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ตาของซูป้านเซี่ยก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

สามปีแล้วที่ซูป้านเซี่ยรับบทเป็นคุณนายมู่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่เธอนั้นเป็นแค่ที่ระบายความใคร่ของมู่หนานจือในยามค่ำคืนเท่านั้น

ทุกครั้งเขาจะเป็นเหมือนสัตว์ร้ายที่กระหายเลือด เขาจะทรมานเธอจนเธอหมดแรง

ขณะที่กำลังเหม่อลอยอยู่นั้น ประตูห้องน้ำก็เปิดออก หนานจือพันผ้าเช็ดตัวไว้รอบเอว ปลายผมของเขามีน้ำหยดลงมาจนถึงเอว......

“อ๊ะ” ไม่ทันที่ซูป้านเซี่ยจะตั้งตัว ผ้าเช็ดตัวก็ร่วงลงบนพรม ไม่มีการเร้าอารมณ์ใด ๆ เขาก็จัดการดันดุนเข้าไปทันที ซูป้านเซี่ยร้องออกมาด้วยความเจ็บ

ลมหายใจร้อน ๆ ของมู่หนานจือรดที่ติ่งหูของเธอ คอเรียว ๆ เต็มไปด้วยรอยรัก ผิวขาวเนียนของเธอแดงเป็นจ้ำ ๆ

ดุนของมู่หนานจือทั้งร้อนทั้งแข็ง เขากระแทกมันเข้าไปที่เธออย่างรุนแรง เขามีความช่ำชองเรื่องบนเตียงมาก สามปีที่ผ่านมา เขารู้จุดอ่อนของเธอเป็นอย่างดี ทุกครั้งที่มีอะไรกัน เขาก็มักจะกระแทกตรงจุดเสมอ

ไม่ถึงสามนาที ซูป้านเซี่ยก็ยอมแพ้ เธอเริ่มให้ความร่วมมืออย่างไม่เต็มใจ เธอส่ายเอวพริ้วไปตามจังหวะ และยกสะโพกสูงขึ้นเพื่อให้เขาแทงเข้ามาลึก ๆ

เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วทั้งห้อง

“ที่รัก ผมชอบเสียงครางของคุณ ครางดัง ๆ หน่อยสิ” เสียงทุ้ม ๆ ของมู่หนานจือ ฟังแล้วมีเสน่ห์จนเธอตกอยู่ในภวังค์

ริมฝีปากที่ปิดแน่นเริ่มส่งเสียงครางออกมาอย่างเย้ายวน ทำให้คนที่ได้ยินอารมณ์คุกรุนจนห้ามใจไว้ไม่ไหว

จากบนเตียง เปลี่ยนไปที่พื้น ต่อไปยังระเบียง และไปจบที่ในห้องน้ำ มู่หนานจือนั้นเป็นเหมือนเครื่องจักรที่ไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย เขาทำให้ซูป้านเซี่ยถึงจุดสุดยอดหลายครั้งหลายครา เขามองดูเธอค่อย ๆ หมดแรง และผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของเขา

หลังจากมู่หนานจือหลับไปแล้ว ซูป้านเซี่ยก็ลืมตาขึ้น เธอเอามือใหญ่ ๆ ที่อยู่บนเอวของเธอออก แล้วเดินไปนั่งที่ริมหน้าต่างพลางเหม่อมองท้องฟ้ายามค่ำคืน

สามปีแล้ว แต่มู่หนานจือจะเรียกเธอว่าที่รักก็เฉพาะเวลาที่มีอะไรกันเท่านั้น

เธอค่อย ๆ หันกลับ และมองไปที่มู่หนานจือที่กำลังหลับอยู่ เวลาที่สายตาคู่นั้นมองมาที่เธอ มันไม่เคยอ่อนโยนเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ตอน 2

สามปีก่อนพ่อของซูป้านเซี่ยล้มละลาย และเป็นหนี้จำนวนมาก เจ้าหนี้หลายรายตามทวงหนี้ถึงที่บ้าน เพื่อต้องการหาเงินมาใช้หนี้ให้ได้โดยเร็ว ตระกูลซูจึงนึกถึงตระกูลมู่ โดยต้องการให้ตระกูลมู่จัดงานแต่งงานตามที่สัญญาเอาไว้เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน และบังคับให้ซูป้านเซี่ยแต่งงานกับมู่หนานจือเพื่อแลกกับสินสอดก้อนโต

ตระกูลมู่นั้นมีธุรกิจใหญ่โต มู่หนานจือนั้นหน้าตาหล่อเหลา และร่ำรวย แต่เป็นพวกเจ้าชู้ และมีเรื่องอื้อฉาวค่อนข้างเยอะ

ซูป้านเซี่ยนั้นมีคนที่เธอชอบอยู่แล้ว เธอจึงไม่ไม่ยินยอม แต่พ่อของเธอเอาอาการป่วยทางประสาทของแม่เธอมาขู่ เธอเลยจำใจต้องยอมรับ

ก่อนที่ทั้งสองตระกูลจะจัดงานแต่งงานกัน ก็นัดหมายให้ทั้งสองได้มาเจอกัน

เธอไม่ยอม แต่สุดท้ายก็โดนบังคับให้ไปที่บ้านตระกูลมู่

วันนั้นแดดค่อนข้างแรง มู่หนานจือเดินดุ่ม ๆ มาแต่ไกล เขาหลี่ตาพลางขมวดคิ้วแน่นอย่างหงุดหงิด

ทันทีที่เธอเห็นเขาเดินเข้ามา ซูป้านเซี่ยก็รู้สึกว่าใจของเธอเต้นแรง เธอไม่คิดเลยว่าคนที่ครอบครัวต้องการให้เธอแต่งงานด้วยนั้นจะเป็นคนที่เธอแอบรักมานาน

ฝ่ามือของเธอเต็มไปด้วยเหงื่อ เธอพูดออกมาอย่างตื่นเต้น ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบขึ้นมาว่า “สวัสดี ฉันชื่อซูป้านเซี่ย ภรรยาในอนาคตของคุณ”

มีเพียงเสียงแสยะยิ้มอย่างเย็นชา หนานจือนั่งไขว่ห้างบนโซฟา และถามขึ้นเสียงแข็งว่า “ซูป้านเซี่ยใช่ไหม? ถ้าไม่ใช่เพราะคุณปู่ที่ป่วยหนักติดเตียงอยากจะอุ้มหลานชายล่ะก็ ผมไม่มีทางแต่งงานกับคุณแน่นอน ตระกูลมู่จะจัดการเรื่องหนี้สินของตระกูลซูให้ แต่หลังจากแต่งงานแล้ว คุณก็อยู่ของคุณ ผมก็อยู่ของผม ผมไม่มีทางรักคุณ หน้าที่ของคุณคือให้กำเนิดทายาทตระกูลมู่ เข้าใจไหม?”

ซูป้านเซี่ยมองสายตาที่เย็นชานั้นออก และรู้ว่าเขาไม่ชอบเธอ

แต่นั่นคือมู่หนานจือ

นี่เป็นวิธีเดียวที่เธอจะได้ใกล้ชิดกับเขา

เธอแต่งงานกับเขาด้วยความหวัง

เธอคิดว่าตราบใดที่เธอพยายาม เขาก็จะเห็นเธอในสายตาเข้าสักวัน

แต่ความจริงทุกอย่างได้ประจักแล้ว เธอมันโง่จริง ๆ

สามปีที่ผ่านมา เธอพยายามอย่างสุดหัวใจ เธอตื่นตั้งแต่ตีสี่ทุกวันเพื่อมาเตรียมอาหารเช้าให้เขา ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่เขากลับมีแต่ความเย็นชาให้เธอ

เขาจำวันเกิดเธอไม่ได้ แม้ว่าจะเป็นวันเกิดของผู้ใหญ่ หรืองานที่ทั้งสองต้องไปด้วยกัน เขาก็ไม่เคยปรากฏตัวเลย มีครั้งนึงเธอปวดท้อง ปวดจนตัวสั่น เหงื่อออกท่วมตัว เธอโทรหาเขา แต่ก็ได้ยินเขาพูดทางโทรศัพท์ว่า “ตอนนี้ผมไม่ว่าง ถ้าไม่มีเรื่องอะไรก็อย่าโทรหาผม”

พูดจบเขาก็วางสายไปทันที

ครั้งนั้นเธอต้องไปโรงพยาบาลด้วยตัวเอง และเซ็นชื่อเข้ารับการผ่าตัดด้วยตัวเอง เธอจ้างพยาบาลมาดูแล แม้ว่าเธอจะออกจากโรงพยาบาลมาตามลำพัง แต่มู่หนานจือก็ไม่เคยถามถึงอาการของเธอเลย

แต่ทุกเรื่องของเฉินยวี่ถง มู่หนานจือกลับถามอย่างเป็นห่วงเป็นใย

เฉินยวี่ถง

ตอนที่ซูป้านเซี่ยแต่งงานเข้ามาในตระกูลมู่เธอก็รู้ว่า เฉินยวี่ถงเป็นพี่สะใภ้ของมู่หนานจือ เขา พี่ชายของเขา และเฉินยวี่ถงนั้นโตมาด้วยกัน

มู่หนานจือกับพี่ชายของเขาตกหลุมรักเฉินยวี่ถงด้วยกันทั้งคู่ แต่เฉินยวี่ถงเลือกพี่ชายของมู่หนานจือ ต่อมาพี่ชายของเขาได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ และสุขภาพไม่ดี หลังจากแต่งงาน ทั้งคู่ก็ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ

ไม่นานมานี้ พี่ชายของเขาเสียชีวิต เขาไปต่างประเทศเพื่อพาพี่ชายของเขากลับมา และก็ให้เฉินยวี่ถงย้ายกลับมา เขาจัดแจงทุกอย่างและให้เธออยู่ที่อาพาร์ตเมนต์ของเขา

ไม่ว่าเฉินยวี่ถงจะมีเรื่องอะไร หนานจือก็จะไปหาเธอด้วยตัวเองทุกครั้ง

พวกเขาเข้าออกพร้อมกันเหมือนคู่สามีภรรยากันจริง ๆ ในขณะที่ภรรยาจริง ๆ ของเขานั้นเป็นเหมือนคนแปลกหน้าที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาเลย

เธอยังคงปลอบตัวเองว่าเฉินยวี่ถงเป็นแค่พี่สะใภ้ของมู่หนานจือ และพวกเขาก็ไม่มีทางมีความสัมพันธ์อะไรกัน

จนกระทั่งเธอได้รับรูปถ่ายที่เฉินยวี่ถงส่งมาให้ ในภาพมู่หนานจือสวมผ้ากันเปื้อน และกำลังทำอาหารอยู่ในครัว หนานจือแต่งงานกับเธอมาสามปีแล้ว เขาไม่เคยทำอาหารมาก่อน...

ซูป้านเซี่ยเคาะประตูด้วยความหวังสุดท้าย

มู่หนานจือที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวยืนอยู่ที่ประตู มองมาที่เธอ และถามอย่างเย็นชาว่า “ซูป้านเซี่ย เธอมาทำอะไร?”

น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจ ราวกับว่าการมาของเธอนั้นทำลายชีวิตที่สวยงามของเขา

ข้างหลังเขาคือเฉินยวี่ถงที่นุ่งผ้าเช็ดตัว ผมของเธอยังเปียกอยู่

ซูป้านเซี่ยมองภาพตรงหน้าเธอ...

พวกเขาเป็นอะไรกัน เฉินยวี่ถงถึงได้กล้าออกมาให้ผู้ชายคนนึงเห็นในสภาพแบบนี้ได้?

ตาของซูป้านเซี่ยแดงระเรื่อขึ้นมา เธอคิดว่าตัวเองจะโกรธ แต่พอเห็นภาพตรงหน้าเข้าจริง ๆ เธอกลับนิ่งเฉย

อาจเป็นเพราะว่าเธอรู้สึกผิดหวังมามากพอแล้ว และไม่มีความหวังอีกแล้ว เธอเลยตัดสินใจกลับบ้าน

ตอน 3

แสงยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา ซูป้านเซี่ยลืมตาขึ้น ฟ้าสางแล้วและเรื่องบางเรื่องก็ควรจะจบลงได้แล้ว

เธอทำเหมือนกับทุกเช้า เธอเอาเสื้อผ้าที่มู่หนานจือจะใส่ออกมารีด แล้ววางไว้บนโซฟา ก่อนจะลงไปเตรียมอาหารเช้าที่ชั้นล่าง

โจ๊กอุ่น ๆ ผักดองที่ทำไว้เมื่อคืน ไข่ดาวนุ่ม ๆ และขนมปังทาเนย ทั้งหมดนี้เป็นของที่มู่หนานจือชอบ

หลังจากเตรียมทุกอย่างเสร็จ เธอก็ขึ้นไปชั้นบน มู่หนานจือลุกออกจากเตียงและสวมกางเกง แต่เนื่องจากเขาไม่ได้รัดเข็มขัดให้ดี กางเกงเลยร่วงลงมาที่ช่วงล่างของเอว พอนึกถึงเรื่องเมื่อคืนขึ้นมา ใบหน้าของมู่ป้านเซี่ยก็ร้อนผ่าวและแดงระเรื่อ

“เมื่อคืนคงจะเหนื่อย ตื่นมาทำไมแต่เช้า ผมไปแล้วคุณก็นอนต่ออีกหน่อยละกัน” มู่หนานจือหันหลังให้เธอ เขาพูดเหมือนปกติ น้ำเสียงฟังดูอ่อนโยน แต่ไร้ซึ่งความอบอุ่น

ซูป้านเซี่ยกำผ้ากันเปื้อนลูกไม้แน่น เธอถูฝ่ามือไปมาซ้ำ ๆ ขอบลูกไม้ครูดไปตามมืออันบอบบางของเธอ ทำให้เหงื่อซึมออกเต็มมือ

พอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ในที่สุดซูป้านเซี่ยก็ตัดสินใจพูดขึ้นมาว่า

“เราหย่ากันเถอะ” แค่คำสั้น ๆ แต่มันเหมือนจะทำให้เธอหมดแรง

มู่หนานจือที่กำลังติดกระดุมเสื้ออยู่หยุดนิ่งอยู่ครู่นึง จากนั้นเขาก็ติดกระดุมเสื้อต่อ แล้วก็หันมาติดกระดุมข้อมือก่อนจะสวมนาฬิกา

“มู่หนานจือ ที่คุณมีอะไรกับฉัน ก็เพราะคุณอยากให้ความหวังของคุณปู่เป็นจริงแค่นั้นใช่ไหม?”

จนถึงตอนนี้ ซูป้านเซี่ยก็ยังไม่ตายใจ การพัวพันตลอดค่ำคืนที่ยาวนานเป็นเรื่องจริง ความสุขสมที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง แต่สิ่งเดียวที่ไม่เป็นความจริงนั้นก็คือเธอคิดไปเอง

เธอคิดไปเองว่ามู่หนานจือจะคิดจริงจังกับเธอบ้าง แค่แว๊บเดียวก็ยังดี

มู่หนานจือยืนนิ่งแล้วขมวดคิ้วแน่น

“คุณก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

วินาทีถัดมา เขาก็เห็นซูป้านเซี่ยพยักหน้า และยิ้มเจือน ๆ ออกมา

ซูป้านเซี่ยในความทรงจำของเขานั้นเป็นคนเชื่อฟัง และชอบเอาอกเอาใจเขา แต่วันนี้เธอดูเปลี่ยนไปราวกับคนละคน

ซูป้านเซี่ยหลับตาลงและพูดว่า “ใช่ ฉันรู้ดี ฉันรู้ว่าคุณไม่เคยชอบฉัน คุณเกลียดฉัน การที่คุณอยู่กับฉันมีแต่จะทำให้ทุกวินาทีของคุณมีแต่ความทรมาน”

แสงแดดส่องมายังหน้าขาว ๆ ซีด ๆ ของเธอ

มู่หนานจือเห็นความเย็นชา และความแน่วแน่บนใบหน้าของเธออย่างชัดเจน

“ต่อจากนี้ไป คุณไม่ต้องทนอีกแล้ว เราหย่ากันเถอะ ฉัน...ยอมพวกคุณ”

‘ฉันยอมให้พวกคุณแล้ว

ฉันยอมให้คุณแล้ว’

เธอไม่อยากเป็นส่วนเกินของคนสามคนอีกต่อไป ไม่ต้องมาคอยเอาใจใครให้ตัวเองต้องดูทุเรศ และไม่ต้องมานั้นตั้งหน้าตั้งตารอใครอีกต่อไป

เธอไม่ต้องการแล้ว มู่หนานจือรักผู้หญิงอีกคน แต่กลับมาทำเรื่องอย่างว่ากับเธอ

บางครั้งเวลาที่เขาเมามา เขาก็เรียกเธอด้วยชื่อของผู้หญิงคนอื่น

สามปีที่ผ่านมาเป็นเหมือนความฝัน ตอนนี้เธอตื่นแล้ว และเธอก็ไม่อยากหลอกตัวเองอีกต่อไป

มู่หนานจือรู้สึกแปลกใจในตอนแรก แล้วเขาก็มองซูป้านเซี่ยด้วยสายตารังเกียจ

หลังจากแต่งงาน ซูป้านเซี่ยคอยเอาอกเอาใจเขามาตลอด โดยหวังว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ แต่เขาเตือนซูป้านเซี่ยไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่แรกแล้ว

อย่าหลงไปกับสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเอง

เขาจ้องซูป้านเซี่ยตาเขม็ง และรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้นี่ได้คืบจะเอาศอกขึ้นทุกวัน

เขาพูดออกมาอย่างเย้ยหยัน “หย่างั้นเหรอ? คิดดีแล้วใช่ไหม?”

“ใช่”

ซูป้านเซี่ยพยักหน้าพลางหยิบใบหย่าที่เซ็นแล้ว ยื่นให้มู่หนานจือ “ฉันเซ็นแล้ว ถ้าได้รับใบหย่าเมื่อไหร่ก็บอกฉันก็แล้วกัน”

พอพูดจบ ซูป้านเซี่ยก็ถือกระเป๋าเดินทางของเธอ และเดินลงบันไดไปทีละขั้น

มู่หนานจือไม่คิดว่าซูป้านเซี่ยจะเอาจริง

เขามองไปที่แผ่นหลังบาง ๆ ของซูป้านเซี่ย และพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ซบอารมณ์ว่า

“ถ้าออกไปแล้ว ก็อย่ากลับมาอีก”

‘กลับมางั้นเหรอ?

โดนคนย่ำยีหัวใจขนาดนี้ ชีวิตนี้แค่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว’

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED