“ลุงโจว๋คะ นี่ค่ะ หนังสือข้อตกลงการหย่า ฉันเซ็นชื่อแล้วนะคะ รบกวนช่วยนำไปให้ คุณโฮ่วหลิงเฉิน ด้วยนะคะ”
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เหนียนหย่าเสวียน จะรวบรวมความกล้า ยื่นหนังสือข้อตกลงการหย่าให้กับลุงโจว๋ พ่อบ้านประจำตระกูล โฮ่ว
ลุงโจว๋ ถึงกลับอึ้งไป เมื่อได้ยินเธอพูดว่า “หนังสือข้อตกลงการหย่า” เดิมทีเขาคิดว่าการที่ หย่าเสวียน ต้องการที่จะหย่า เพราะเธอแค่ต้องการสินสมรสของหลิงเฉิน
แต่เมื่อเขาอ่านดูเอกสารแล้ว เขากลับพบว่า เธอไม่ต้องการอะไรเลย
ลุงโจว๋ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “หย่าเสวียน ทำไมคุณถึงได้ซื่อแบบนี้ล่ะ? ทำไมคุณถึงอยากที่จะหย่ากับคุณโฮว่ และไม่ต้องการทรัพย์สินอะไรเลย?”
หย่าเสวียนเป็นเพียงนักศึกษาวิทยาลัย และเธอไม่มีพ่อแม่ที่ไหน มันไม่ฉลาดเลยที่เธอจะขอหย่าตอนนี้ และที่สำคัญคือ เธอไม่ต้องการทรัพย์สินอะไรเลย
หย่าเสวียน แสร้งมองไปทางอื่น ก่อนจะเอามือขึ้นเกาหัวอย่างประหม่า “คุณหลิงเฉินกับฉัน แต่งงานกันมาได้สามปีแล้ว แต่การแต่งงานของเรา เป็นเพียงแค่กระดาษใบหนึ่งเท่านั้น ฉันไม่อยากเสียเวลากับเขาอีกต่อไป” เธอบอกกับลุงโจว๋ออกมาตรง ๆ
เธออยากมีชีวิตเป็นของตัวเอง เธอไม่ต้องการให้การแต่งงานแต่เพียงในนามครั้งนี้ พรากชีวิตที่ควรจะเป็นไปจากเธอ
ในสายตาของเธอ หลิงเฉินเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เธอไม่เคยพบเจอเลยสักครั้ง เธอจึงไม่มีอะไรจะเสีย หากจะปล่อยเขาไป และการแต่งงานในครั้งนี้ ล้วนถูกจัดแจงโดยพ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้วของเธอ เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันเลย
“ผมเข้าใจแล้ว คุณคงตัดสินใจดีแล้ว วันนี้ เอ่อ...ไม่สิ ผมจะนำเอกสารนี่ ไปมอบให้คุณโฮ่ว ในวันพรุ่งนี้นะครับ”
หย่าเสวียน ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “ขอบคุณนะคะลุงโจว๋” เธอพูดพร้อมฉีกยิ้มอย่างน่ารัก
ลุงโจว๋ลุกขึ้น แล้วเดินออกไป แต่ก่อนจะก้าวออกไป เขาหันมาหาหย่าเสวียนอีกครั้ง แล้วพูดขึ้นว่า “คุณโฮว่ เป็นคนดีนะครับ ผมคิดว่าคุณสองคนเหมาะสมกันนะครับ ผมหวังว่าคุณจะทบทวนเรื่องนี้อีกครั้ง”
‘เหมาะสมกันอย่างนั้นเหรอ?’ หย่าเสวียนทวนคำในใจ แต่ตลอดสามปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยเห็นสามีของเธอด้วยซ้ำตลอด ต่อให้เป็นคู่ที่เหมาะสมกัน แล้วยังไงล่ะ?
รอยยิ้มที่ขมขื่น ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเธอ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และตอบอย่างหนักแน่นว่า “ฉันตัดสินใจแล้วค่ะลุงโจว๋”
บ่ายวันต่อมา ลุงโจว๋ยังไม่ได้รับโทรศัพท์จากหย่าเสวียน เขาหวังว่าเธอจะคิดได้ และเสียใจที่ตัดสินใจขอหย่า หรืออย่างน้อย ๆ เธออาจจะอยากแก้ไขเงื่อนไข และเรียกร้องอะไรบ้าง แต่เธอก็ไม่ได้ทำอย่างนั้น
ลุงโจว๋จำใจหยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วกดโทรออก ทันทีที่ติดต่อ หลิงเฉินได้ เขาก็พูดว่า “คุณโฮว่ครับ มีเอกสารให้คุณโฮว่เซ็นครับ
“เอกสารอะไร?” หลิงเฉินถามอย่างไม่ใส่ใจ
ลุงโจว๋ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “มัน...เป็น หนังสือข้อตกลงการหย่าครับ”
โฮว่หลิงเฉิน ซึ่งกำลังจัดการกับเอกสารบางอย่างอยู่ ถึงกับชะงักไปทันที
ตอนนั้นเองที่เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเขามีภรรยาแล้ว
เมื่อลุงโจว๋ไม่ได้รับคำตอบจากปลายสาย เขาจึงพูดต่อว่า “นายท่านครับ ทำไมคุณโฮว่ไม่ลองคุยกับ คุณหย่าเสวียน เกี่ยวกับเรื่องนี้ดูล่ะครับ”
“เธอต้องการเท่าไหร่?” หลิงเฉินถามอย่างเย็นชา
“เธอไม่ต้องการอะไรเลยครับ แม้แต่สินสมรส
“เธอไม่ต้องอะไรเลยงั้นเหรอ?”
“ครับ แต่คุณโฮว่ครับ ตอนนี้คุณท่านอาการไม่สู้จะดี ถ้าคุณท่านรู้เรื่องนี้เข้าอาจจะอารมณ์เสียได้นะครับ และถ้ามีข่าวว่าคุณโฮว่ถูกภรรยาทิ้ง แพร่ออกไป ผมเกรงว่าจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของบริษัทได้นะครับ” ลุงโจว๋ให้เหตุผล
“เอาล่ะ เอาหนังสือข้อตกลงที่ว่ามาให้ผมที่ทำงานล่ะกัน ผมจะกลับไปที่เมืองเยว่ในอีกสองวันนี้”
“ได้ครับ คุณโฮว่” ลุงโจว๋ไม่กล้าพูดอะไรมากไปกว่านั้น
ถ้าหลิงเฉินได้ตัดสินใจอะไรแล้ว ไม่มีใครจะเปลี่ยนใจเขาได้
ที่บลูไนต์บาร์ในเมืองเยว่
ตกกลางคืนจะมีหนุ่มสาวทยอยกันเข้าไปในบาร์ ยิ่งดึกบาร์ก็ยิ่งคึกคัก
ปกติหย่าเสวียนมักจะสวมชุดลำลองแบบสบาย ๆ แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดของเธอ เธอจึงสวมชุดราตรีสีชมพูประดับลูกไม้ ปกติแล้วเธอจะไม่แต่งตัวแบบนี้ เพื่อน ๆ ของเธอต่างหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพร่วมกับเธอผู้เป็นเจ้าของวันเกิด
ขณะหนุ่มสาวกำลังสนุกสนานกับงานเลี้ยงอยู่ จู่ ๆ ชายขี้เมารูปร่างอ้วนท้วมคนหนึ่งก็เดินเข้ามา และจู่โจมเข้าไปกอดหย่าเสวียน
“เฮ้ คนสวย ถ่ายรูปด้วยกันหน่อยสิ”
เมื่อถูกชายคนดังกล่าวลวนลาม หย่าเสวียนจึงตบหน้าเขาไปอย่างเต็มแรง
ชายขี้เมาสร่างเมาในทันที เขากัดฟันกรอด และปรี่เข้าหาเธอ หวังจะให้บทเรียนแก่หย่าเสวียน
โชคดีที่เพื่อนของเธอยืนขวางไว้
หย่าเสวียนเป็นคนสวยสะดุดตา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกผู้ชายล่วงเกิน
เพื่อนคนหนึ่งของหย่าเสวียน มองไปที่ชายขี้เมาคนนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วก็พูดอย่างเหยียด ๆ ว่า “แก่ขนานนี้แล้ว ไม่ดูสังขารตัวเองบ้างเหรอ? มาลวนลามผู้หญิงแบบนี้ได้ยังไง?”
“ก่อนจะออกจากบ้าน หัดส่องกระจกดูสารรูปตัวเองบ้างนะ กล้าดียังไงมาขอผู้หญิงสวย ๆ อย่างนี้ถ่ายรูป?” “ไอ้โรคจิต” เพื่อนเธอคนหนึ่งสบถออกมา
ชายคนนั้นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่ถูกเด็กวัยรุ่นพูดจาดูถูกเยีนดหยามเรื่องรูปร่างหน้าตา เขาวางเครื่องดื่มลงด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน และตะโกนออกมาว่า “แกกล้าดียังไง!? ฉันไม่ปล่อยแกไปแน่!”
ทันทีที่พูดจบเขาก็โบกมือ ทันใดนั้น กลุ่มอันธพาลก็เข้ารุมล้อมหย่าเสวียนและเพื่อน
คนที่มาร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของหย่าเสวียนล้วนเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยของเธอ ด้วยเกรงจะสร้างปัญหาให้ตัวเอง พวกเขาจึงไม่กล้ามีเรื่องนอกสถานศึกษา
ขณะนั้นนัตย์ตาของหย่าเสวียนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เมื่อตระหนักว่าพวกเธอมีคนน้อยกว่า เธอจึงตะโกนขึ้นอย่างไม่รอช้าว่า “วิ่ง!”
เพื่อน ๆ ของเธอต่างรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาของฮีโร่ พวกเขาต่างคว้ากระเป๋า แล้ววิ่งหนีอย่างไม่รีรอ
แล้วพวกอันธพาลก็วิ่งไล่ตามพวกเธอ
โชคร้ายที่หย่าเสวียนวิ่งเร็วไม่ได้เพราะเธอสวมชุดราตรี และรองเท้าส้นสูง เธอหลุดออกจากกลุ่มเพื่อน ก่อนจะไปถึงทางออก
เธอถอดรองเท้าออก และวิ่งด้วยเท้าเปล่า
เมื่อถึงทางเลี้ยวตรงหัวมุม เธอสังเกตเห็นร่างคุ้น ๆ
ขณะนั้นพวกอันธพาลกำลังใกล้เข้ามา หย่าเสวียนที่เมานิดหน่อย ๆ ไม่มีเวลาคิดหน้าคิดหลัง จึงเหวี่ยงตัวเองเข้าสู่อ้อมแขนของชายคนนั้น และโอบกอดเขาอย่างไม่มีทางเลือก “ที่รักขา!” แล้วเธอก็เรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อน
หลิงเฉินขมวดคิ้ว แล้วมองไปยังเด็กสาวที่หน้าตาสะสวย ที่จู่ ๆ ก็โผล่มาตรงหน้าเขา ตอนแรกเขาคิดว่าเธอเป็นนักร้อง หรือนางแบบโนเนม ที่ต้องการเข้ามาเกาะแกะเขา
แต่เขากลับดูคุ้นหน้าคุ้นตาเธอมาก
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด หย่าเสวียนก็ต้อนเขาพิงไปที่ประตู แล้วเขย่งเท้าขึ้นจูบเขา
ร่างสูงของชายคนนี้ บดบังร่างของหย่าเสวียนจนมิด ในสายตาผู้พบเห็น ดูเหมือนว่าชายคนนี้กำลังบังคับให้หย่าเสวียนจูบเขา แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม
หลิงเฉินโกรธจัด ไม่เคยมีใครทำกับเขาแบบนี้มาก่อน
ขณะเขากำลังจะผลักหย่าเสวียนออก เธอก็ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาออก แล้วเอามือลูบไล้ไปที่แผ่นอกของเขา
เธอชะงักไปชั่วครู่ เมื่อสัมผัสได้ถึงกล้ามอกที่กระชับได้รูปของชายหนุ่ม ‘อู้ว กล้ามแน่นจัง!’ เธอคิดในใจ
พวกอันธพาลที่ไล่ตามหย่าเสวียนมา พากันกลับไปเมื่อเห็นฉากล่อแหลมเช่นนี้ พวกเขาไม่คิดว่าผู้หญิงที่นัวเนียอยู่กับผู้ชายตรงนั้นคือเป้าหมายของพวกเขา
ดูเหมือนว่าการจูบอย่างเดียวจะยังไม่พอ หย่าเสวียนเบียดร่างเข้าไปในอ้อมแขนของหลิงเฉินอีก ทันทีที่เห็นว่าพวกอันธพาลกลับไปแล้ว เธอก็ผลักชายคนนั้นออก และยิ้มแหย ๆ “อุ๊ย ขอโทษนะคะ คือฉันเข้าใจผิด คิดว่าคุณเป็นคนที่ฉันรู้จักน่ะค่ะ”
หลิงเฉินเช็ดลิปสติกออกจากริมฝีปากของเขาอย่างขยะแขยง เขาได้กลิ่นไวน์แดงทั้งจากลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ และจากปากของเขาเอง เขาจึงเดาได้ว่าเธอต้องดื่มมา
แล้วหย่าเสวียนก็เงยหน้าขึ้นมองชายคนนั้น กระทั่งเธอเห็นหน้าเขา
ดวงตาสีเข้มของเขา คิ้วที่หนาโฉบเฉี่ยว จมูกที่โด่งเป็นสัน ประจวบกับริมฝีปากสวยได้รูป ทำให้เขาดูหล่อสมาร์ท
ทว่าดวงตาของเขาตอนนี้มันกลับเย็นยะเยือก ความโกรธกำลังแผ่กระจายไปทั่วทุกอนูผิวของเขา
เมื่อรู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่พอใจ หย่าเสวียนก็ยิ้มให้เขา และกล่าวขอโทษต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วเธอก็พูดขึ้นว่า “ฉันจะให้เงินคุณหมื่นหนึ่ง ถือเป็นค่าตอบแทนละกัน!”
ในสายตาของเธอ เขาเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาที่สุดเท่าที่เธอเคยพบมา หมื่นหนึ่งถือว่าคุ้มมาก
เธอรีบเปิดกระเป๋า และหยิบเงินออกมา ทว่าเธอกลับมีเงินเพียงสองร้อยเหรียญ และเศษสตางค์อีกเล็กน้อยเท่านั้น เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระแอมและพูดว่า “เอ่อ... ฉันขอลดได้ไหม?”
“ขอลด?” หลิงเฉินทวนคำของเธออย่างโกรธจัด ยิ่งมองเธอนานเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าเขาเคยเจอเธอมาก่อน
ไม่ต้องฉลาดนัก ก็พอจะรู้ว่าชายตรงหน้ากำลังโกรธจัด เขาดูราวกับอยากจะจับเธอโยนลงทะเลไปเป็นอาหารของปลาฉลามซะยังไงอย่างงั้น ถ้าท่าทางของเขามันสามารถฆ่าคนได้ เธอคงตายไปแล้ว
ทันใดนั้นหย่าเสวียนก็นึกอะไรออก เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วพูดว่า “ฉันรู้แล้ว! ฉันจะโอนเงินให้คุณทางมือถือล่ะกัน”
เธอคลิกที่หน้าจอ แต่มันไม่ติด เธอรู้สึกจมดิ่งลงไปอีกเมื่อเห็นโทรศัพท์ของตัวเองดับสนิท
เธอเงยหน้าขึ้นอย่างอาย ๆ และยิ้มให้ชายคนนั้นอย่างเคอะเขิน “ดูเหมือนว่าโทรศัพท์ของฉันจะเสีย…”
ขณะนั้น หลิงเฉินโกรธจนเดือดพล่าน เขารู้สึกว่าผู้หญิงตรงหน้ากำลังล้อเล่นกับความรู้สึกของเขา เพียงเสี้ยววินาทีที่เขามัวแต่หัวเสีย หย่าเสวียนก็ยัดเงินที่เหลืออยู่ของเธอใส่มือเขาแล้ววิ่งหนีไป
หลิงเฉินตกตะลึง เขาจ้องมองเงินในมืออย่างงุนงง แล้วหันไปมองหย่าเสวียนที่กำลังวิ่งหนีไป
ไห่เฉิง คูเปอร์ ผู้ช่วยของหลิงเฉิน เพิ่งมาถึงหลังจากเอารถไปจอด เขาตรงไปที่บาร์ และเห็นหลิงเฉินยืนทำหน้าขรึมอยู่ ไห่เฉิงกลืนน้ำลายลงคอ แล้ววิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปหาเจ้านายของเขา
เมื่อเห็นหลิงเฉินกำเศษเงินไว้ในมือแน่น พร้อมเปล่งรังสีอำมหิตในตัวเขาออกมา ไห่เฉิงก็ถามขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ว่า “นายครับ นายจะไปซื้ออะไรเหรอครับ?”
หลิงเฉินชำเลืองมองผู้ช่วยของเขาอย่างไม่พอใจ พลางโยนเงินลงบนพื้น ก่อนจะพูดขึ้นว่า “จับผู้หญิงคนนั้นไว้!” หลังพูดจบ เขาก็กัดฟันแน่น
“ครับนาย!” ไห่เฉิงรู้สึกงุนงง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ปฏิบัติตามคำสั่งของหลิงเฉิน
ขณะเดียวกัน หย่าเสวียนก็ออกมาจากบาร์ได้อย่างปลอดภัย ต่อมาไม่นาน เธอก็ไปรวมกลุ่มกับเพื่อนร่วมชั้นของเธอ
ใบหน้าของเธอยังคงแดงก่ำ ขณะนั่งอยู่ในรถของ ห้วยหมิง แฮมป์ตัน สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ เป็นเรื่องบ้าที่สุดที่เธอเคยทำมาในชีวิต
‘โธ่ เอ้ย! ฉันให้จูบแรกกับคนแปลกหน้าเหรอเนี่ย! แบบนี้ถือว่านอกใจไหมอ่ะ? ฉันเพิ่งนอกใจสามีในนามของฉันใช่ไหม?’
ลึก ๆ แล้ว หย่าเสวียนก็คิดว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด เธอเซ็นหนังสือหย่าไปแล้ว
ทันใดนั้น เสี่ยวเคอ การ์เซีย ก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ และอุทานว่า “นี่!”
“เกิดไรขึ้น? อันธพาลพวกนั้นยังตามพวกเรามาเหรอ?” หว่านหยิง ลอว์เรนซ์ ถามอย่างร้อนรน เธอตกใจกลัวจนแทบจะกระโดดออกจากที่นั่งเมื่อได้ยินเสี่ยวเคออุทาน เธอยังอกสั่นขวัญหาย ลุกลี้ลุกลนมองกระจกหลังตลอดเวลา เพื่อดูว่ามีใครตามมาไหม
เสี่ยวเคอโน้มตัวเข้าไปใกล้หย่าเสวียน ซึ่งยังตกอยู่ในภวังค์ แล้วจับไหล่ของเธอเขย่าเพื่อปลุกเธอออกจากภวังค์ “หย่าเสวียน เธอรู้ไหมว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?”
ทันใดนั้นหย่าเสวียนก็ได้สติ เธอรู้ดีว่าเสี่ยวเคอเป็นคนที่ชอบตื่นตูม เธอจึงไม่ถือสา เพราะเธอชินกับท่าทีของเพื่อนแล้ว “ใครกันล่ะ?” เธอถามกลับอย่างงุนงง
“ผู้ชายคนนั้นคือชายในฝันของสาว ๆ เขาเป็นประธานบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ ในเมืองเยว่! คุณ โฮว่หลิงเฉิน!”
“อ่อ... ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเขาเลย” หย่าเสวียนหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่ม
“โฮว่หลิงเฉิน!” เสี่ยวเคอเน้นเสียง เพื่อให้เพื่อนตื่นเต้นเช่นเดียวกับเธอ หลิงเฉิน เป็นคนมีชื่เสียง ที่เธอไม่มีทางจะได้ใกล้ชิดกับเขาได้
ทันทีที่ได้ยินชื่อผู้ชายคนนั้นชัด ๆ อีกครั้ง หย่าเสวียน ก็พ่นน้ำออกมา เสี่ยวเคอโดนน้ำพ่นใส่หน้าเต็ม ๆ แล้วเธอก็หันไปจ้องหย่าเสวียน ที่กำลังตื่นตกใจ อย่างไม่รู้สาเหตุแน่ชัด
“อะไรนะ? เธอกำลังจะบอกว่าขี้เมานั่นคือ โฮว่หลิงเฉิน อย่างนั้นเหรอ? !” หย่าเสวียนถาม ขณะที่ดวงตาของเธอเบิกกว้างอย่างตกใจ
เสี่ยวเคอกลอกตาของเธอไปมา ก่อนจะตบหัวหย่าเสวียนเบา ๆ “ไม่ใช่อย่างนั้น ยัยโง่ ฉันกำลังพูดถึงผู้ชายคนที่เธอจูบต่างหาก!”
“เดี๋ยว อะไรนะ?! เธอจูบ คุณโฮ่วหลิงเฉิน งั้นเหรอ? เธอนี่ชอบสร้างปัญหาจังเลยนะ หย่าเสวียน?” ห้วยหมิงพูดพลางหัวเราะเบา ๆ คำพูดเสี่ยวเคอทำให้ห้วยหมิงอึ้งไป เขาตกใจมากกับสิ่งที่ได้ยิน จนเผลอเหยียบคันเร่งไปเต็มแรง
พ่อของห้วยหมิงเป็นผู้จัดการใหญ่ของ บริษัทการเงินแห่งหนึ่งในเมืองเยว่ เขารู้จักหลิงเฉินมาหลายปีแล้ว
เมื่อหว่านหยิงได้ยินชื่อของหลิงเฉิน และจำได้ว่าเขาเป็นใคร เธอก็อุทานออกมา “ว้าว! หย่าเสวียน เธอได้จูบกับ คุณโฮ่วหลิงเฉินเหรอ! มานี่ มาให้ฉันจูบเธอซะดี ๆ ฉันจะได้สัมผัสริมฝีปากของเขาที่ติดอยู่ที่ริมฝีปากของเธอ และสัมผัสกลิ่นอายลมหายใจของเขาบ้าง!”
ทันทีที่พูดจบ เธอก็พุ่งเข้าหาหย่าเสวียน
“หยุดเลยนะ” หย่าเสวียนผลักหว่านหยิงออกไปอย่างรำคาญ แล้วใช้ทิชชูเช็ดใบหน้าที่เปียกน้ำของเสี่ยวเคอ เธอมัวตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้ จนลืมขอโทษเสี่ยวเคอ
“หลิงเฉินแทบจะไม่ปรากฏตัวในสื่อ เธอรู้ได้ยังไงว่าเป็นเขา?” เธอถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เขาเคยร่วมงานกับพ่อฉัน แล้วฉันก็เคยเจอเขาครั้งหนึ่ง” เสี่ยวเคอตอบอย่างหงุดหงิด
“เธอแน่ใจเหรอว่าเป็นเขา?” หย่าเสวียนยังข้องใจ
ความจริงก็คือเธอกำลังยืนอยู่ปากเหว
“ฉันมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์!”
ถึงแม้การได้จูบหลิงเฉินจะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่เสี่ยวเคอรู้จักหย่าเสวียนดี หย่าเสวียนไม่เคยยุ่งกับผู้ชายคนไหน เสี่ยวเคอเองก็คิดไม่ถึงว่าหย่าเสวียนจะกล้าทำอะไรแบบนี้
หย่าเสวียนรู้สึกจิตตก ‘ฉันงานเข้าแน่ ๆ ’
เมื่อสังเกตเห็นท่าทีที่กำลังสับสนของเพื่อน เสี่ยวเคอก็ตบมือเพื่อนของเธอเบา ๆ เพื่อเชิงปลอบใจ “ฉันได้ยินมาว่าผู้หญิงหลายคนอยากนอนกับเขา แต่พวกเธอก็มักจะถูกเขาจับไปโยนทิ้ง หย่าเสวียน เธอคงไม่มีโอกาสได้ซั่มเขาหรอก แต่จะว่าไป ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนจะมีโอกาสได้จูบเขานะ”
หย่าเสวียนสะบัดมือของเสี่ยวเคอออก และพูดอย่างเศร้า ๆ ว่า “เขาไม่สมควรได้รับมัน”
“เอาน่า ยังไง เราก็ต้องฉลอง พรุ่งนี้ไปช้อปปิ้งกัน! แล้วหย่าเสวียน ก็ต้องเลี้ยงอาหารค่ำเราด้วย!” หว่านหยิงตะโกนขึ้นอย่างตื่นเต้น
หย่าเสวียนตวัดสายตาไปยังหว่านหยิง พลางเอนหลังพิงเบาะอย่างครุ่นคิด ตอนนี้เธอไม่มีกระจิตกระใจจะสนใจความตื่นเต้นของเพื่อน
เธอรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก
เธอกับหลิงเฉินแต่งงานกันเมื่อสามปีก่อน ขั้นตอนการแต่งงานถูกจัดการโดยผู้ช่วยของหลิงเฉิน
เมื่อการแต่งงานเสร็จสมบูรณ์ หลิงเฉินก็ขอให้ลุงโจว๋ คอยจัดการทุกอย่างให้กับหย่าเสวียน ไม่ว่าเธอจะต้องการอะไร
เป็นเวลาสามปีแล้วที่เธอไม่เคยเห็นหน้าเขาเลย แต่คืนนี้เธอกลับได้เห็นหน้าเขาจริง ๆ ซักที
หลิงเฉินเก็บตัว และไม่เคยให้สัมภาษณ์ใด ๆ สื่อไม่ได้รับอนุญาตแม้แต่จะโพสต์ภาพถ่ายของเขาลงอินเทอร์เน็ต
แต่อยู่มาวันหนึ่ง สื่อพลาดทำภาพถ่ายของหลิงเฉินหลุดบนอินเทอร์เน็ต มันเป็นภาพที่เขากำลังควงแขนดาราสาวคนหนึ่งอยู่ในงานแถลงข่าว แต่ภาพนั้นก็ถ่ายให้เห็นแค่ด้านหลังของเขา ไม่แปลกที่หย่าเสวียนจะรู้สึกว่าแผ่นหลังของเขาดูคุ้นตา
และคืนนี้เธอก็ได้จูบกับเขาที่บาร์... ถ้าหลิงเฉินเซ็นใบหย่าแล้ว ตอนนี้เขาก็เป็นเพียงอดีตสามีของเธอ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา หย่าเสวียนก็กลับมาถึงบ้าน และเธอก็ต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อหลิงเฉินยังไม่ได้เซ็นใบหย่า เธอแทบบ้าเมื่อรู้เรื่องนี้ เธอนอนครุ่นคิดไปมาทั้งคืน จนเธอแทบจะนอนไม่หลับ
วันต่อมา หย่าเสวียนไปเดินช้อปปิ้งกับเสี่ยวเคอ และหว่านหยิง ที่ ไชนิ่ง อินเตอร์เนชันแนล พลาซา เธอมีรอยคล้ำใต้ตา เพราะนอนไม่หลับทั้งคืน
ห้วยหมิง และเจ๋อหนัน เดินถือถุงช้อปปิ้งให้พวกสาว ๆ พวกเขาเดินซื้อของกันอยู่หลายชั่วโมง จนหนุ่ม ๆ ถึงกับหมดแรง
เมื่อทนต่อไปไม่ไหว ห้วยหมิงจึงตบไหล่สาว ๆ “นี่พวกเธอ เวลาไปวิ่งมาราธอน ทำไมพวกเธอไม่กระตือรือร้นอย่างนี้บ้างล่ะ ทีเวลาช้อปปิ้ง กลับช้อปได้ทั้งวัน ไม่คิดจะพักบ้างเหรอ?”
“พักเพื่อ?” หว่านหยิงชี้มือไปยังร้านที่อยู่ตรงหน้า และพูดว่า “นี่ ร้านสุดท้ายของเรา”
ห้วยหมิงประสานมือของเขาเข้าด้วยกัน พลางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “เป็นพระคุณอย่างสูงครับคุณผู้หญิง!”
หย่าเสวียน หว่านหยิง และเสี่ยวเคอ เดินเข้าไปที่ร้านนั้น และกระซิบกระซาบกัน เมื่อพนักงานขายเห็นกล่องลิปสติกในมือหย่าเสวียน เธอยิ้มและพูดว่า “สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง ลิปสติกนี้กำลังเป็นที่นิยมของที่นี่ ถ้าคุณอยากได้ก็รับไปได้เลยนะคะ โชคดีที่เรามีเหลืออยู่หนึ่งแท่งสำหรับคุณพอดี”
หย่าเสวียนดูป้ายราคา ลิปสติกราคา 129,999 บาท ‘ฉันควรจะซื้อดีมั้ย?’ เธอถามตัวเอง
“หย่าเสวียน เธอลืมไปแล้วเหรอว่าเธอรวยจะตาย? เธอขับรถราคาตั้งหลายสิบล้าน เธอจะลังเลทำไม? กะอีแค่ลิปสติกราคาแสนกว่าบาท เธอจ่ายได้อยู่แล้ว ถ้าเธอลังเลฉันจะตัดสินใจแทนนะ ซื้อเลย!” ห้วยหมิงเร่งเร้า
“รถไม่ใช่ของฉันหรอก ฉันแค่ใช้มันในระหว่างนี้” หย่าเสวียนพูด
อันที่จริงรถคันนั้นเป็นของสามีเธอ ไม่ใช่ของเธอ เธอไม่มีอะไรจะอวด
ทันใดนั้น ก็เกิดความโกลาหลขึ้นไม่ไกลนัก
หย่าเสวียนทอดสายตามองออกไปว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้น ดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง และเธอเกือบจะทำกล่องลิปสติกหลุดมือ
คนสี่ห้าคนกำลังเดินตรงมายังร้านที่หย่าเสวียน และเพื่อน ๆ ยืนอยู่ ชายที่เดินนำหน้ามาสวมสูทสีเข้มราคาแพง ชุดของเขาช่วยเสริมให้เขาดูสูงและสง่าผ่าเผย ดวงตาที่นิ่ง ๆ ของเขา ทำให้ผู้คนต่างถอยออก เพื่อหลีกทางให้เขา
‘ผู้ชายคนนี้คือ... ไม่นะ! สามีของฉัน! แต่ผู้หญิงข้าง ๆ เขาเป็นใครกัน? เธอมีผิวขาว และมีน่าตาที่สะสวย และรูปร่างที่สมสวน เธอสวยจนอย่างไร้ที่ติ หย่าเสวียนถึงกับตกตะลึง
ปกติแล้วหลิงเฉินไม่ค่อยจะคบกับสาวคนไหน และยิ่งเป็นไปได้ยากที่เขาจะพาสาว ๆ คนไหนมาช้อปปิ้งแบบนี้ ‘เขาจงใจที่จะเป็นข่าวเหรอ? หย่าเสวียนสงสัย