ตอน 2

“เธอจะรับผิดชอบเรื่องนี้ยังไงว่ามา” เพลิงดันตัวเธอออกมาแล้วแสร้งถาม แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นใบหน้าแดงๆ ของเธอ

         “ฉันร้อน” เธอครางเสียงแผ่วพลางช้อนตามองเขาด้วยนัยน์ตาหยาดเยิ้ม ใบหน้าแดงก่ำ และที่น่าตกใจคือมือที่กำลังลูบไล้บนอกแกร่งของเขา

         “จะทำอะไร” เขาจับมือซุกซนนั้นไว้ ในขณะที่เธอกลับยังพูดประโยคเดิม

         “ฉันร้อน” สีหน้าท่าทางของเธอตอนนี้ทำเส้นเลือดบนขมับเขาปูดโปน ก่อนจะสบถออกมา

         “บัดซบ!” แน่นอนว่าเขาพอจะเดาได้ว่ามันเกิดจากอะไร จึงลากเธอเข้าไปในห้องน้ำ พร้อมกับเปิดน้ำหวังดับร้อนให้

         “กรี๊ด…!” เธอร้องลั่นพร้อมกับโผเข้ากอดเขาไว้แน่น จากที่คิดว่าจะดับร้อนให้ กลายเป็นเขาที่เป็นฝ่ายร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเธอเอาแต่บดเบียดเนื้อตัวเข้าหา อีกทั้งเสื้อผ้าที่เปียกปอนก็แนบเนื้อจนอวดส่วนเว้าส่วนโค้งก็ดูจะอันตรายเกินไปสำหรับคนความอดทนต่ำอย่างเขา

         “อย่ายั่วฉัน…พริบพราว” เขากัดฟันเตือนเสียงเครียด ถึงจะอยากฟอนฟัดคนในอ้อมกอด ให้สมกับที่ต้องรอคอยเธอมากว่าสิบปี ใช่! นานเหลือเกินที่เขารอคอยผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงคนเดียวที่เขาอยากจะแตะต้อง แต่นั่นต้องเป็นตอนที่สติสัมปชัญญะเธอครบถ้วนเท่านั้น

         “ช่วยด้วย…ฉัน…” เธอวอนขอโดยไม่รู้ว่ากำลังขออะไรด้วยซ้ำ  

         “ยังไม่ใช่ตอนนี้ เธอต้องตั้งสติพริบพราว” ถึงจะรู้ว่าพูดไปตอนนี้ก็คงไร้ประโยชน์ เมื่อยาที่มันไหลเวียนอยู่ในตัวเธอกำลังออกฤทธิ์เต็มที่ ครั้นพอคิดมาถึงตรงนี้ ใบหน้าเขาก็ถมึงทึงขึ้น ชายหนุ่มไม่รอช้า ล้วงหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงแล้วกดโทรหาคนสนิททันที

“เช็คกล้องวงจรปิดทั้งหมด หาตัวไอ้สารเลวที่มันบังอาจวางยาผู้หญิงของฉัน” เขาสั่งปลายสายเสียงเข้มก่อนวาง แล้วหันมาสนใจผู้หญิงของตัวเองต่อ ซึ่งดูเหมือนเจ้าตัวจะยังไม่รู้ว่าตัวเองไปเป็นผู้หญิงของมาเฟียจอมเผด็จการคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

         “อดทนหน่อยนะ” เขาว่าพลางดันตัวสั่นเทิ้มของเธอเข้าไปใต้ฝักบัวอีกครั้ง ชายหนุ่มยอมเปียกปอนด้วยการกอดเธอไว้แน่นภายใต้สายน้ำเย็นฉ่ำ ดูเหมือนตอนนี้คนที่กำลังทรมานจะไม่ได้มีแค่เธอ เมื่อเขาเองก็กำลังรู้สึกไม่ต่างกัน เพียงเพราะเรือนร่างเย้ายวนที่เอาแต่บดเบียดเสียดสีให้กายแกร่งร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ร้อนจนความอดทนเขาขาดผึงในที่สุด

         ทันทีที่ความอดทนอดกลั้นสะบั้นลง ริมฝีปากหยักก็ฉกวูบลงมาบดขยี้เรียวปากอวบอิ่มด้วยหวังว่ามันจะช่วยให้ความกระสันอันเนื่องมาจากความต้องการในใจเขาและฤทธิ์ยาในกายเธอบรรเทาเบาบาง แต่ความหอมหวานที่ได้สัมผัสกลับยิ่งทำให้ไม่อาจหักห้าม เพลิงใคร่อยากจะกลืนกินเธอทั้งตัว โดยเฉพาะการตอบสนองอันเงอะงะไร้เดียงสาของเธอยิ่งทำเอาเขาแทบคลั่ง จนไม่สามารถทานทนได้อีกต่อไป

         “ฉันคงปล่อยให้เธอเป็นอิสระนานเกินไป เธอถึงได้เอาตัวเองมาอยู่ในอันตรายแบบนี้ ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะทวงทุกอย่างที่เป็นของฉันคืน” เขาผละออกมามองหน้าหวานนิดหนึ่ง ก่อนจะก้มลงไปหาอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะลึกซึ้งมากขึ้น เมื่อเขากำลังหลงใหลและอยากประกาศสิทธิ์ความเป็นเจ้าของที่มันล้นอก อีกทั้งฤทธิ์ยาเลิฟที่มันไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดก็ทำให้พริบพราวตอบสนองทุกสัมผัสของเพลิงโดยไม่รู้ตัว และเธอไม่รู้เลยว่ากำลังปลุกเสือหิวอย่างเขาให้ตื่นเพริด

         กระดุมเสื้อเชิ้ตตัวสวยถูกปลดจนสาบเสื้อแยกออก เผยให้เห็นอกอวบภายใต้บราลูกไม้สีหวาน แน่นอนว่าเขาไม่รอช้าที่จะกอบกำขยำความอวบอูมตูมเต่งตรงหน้า

         “อืม...” ความดีดเด้งของเนินเนื้อนุ่มที่สัมผัสได้ทำเขาครางเสียงพร่า ก่อนจะรีบผละจากริมฝีปากอวบอิ่มมาครอบครองทรวงสล้างที่บัดนี้ดีดเด้งท้าทายสายตา สองมือเขารั้งบราตัวสวยขึ้นไปกองอยู่ด้านบน  

         “อ๊ะ!” เธอครางพลางแหงนเงยใบหน้าด้วยความเสียดเสียว เพียงเพราะทรวงสล้างถูกริมฝีปากหยักดูดเม้มสลับเล็มเลียราวคนอดอยากปากแห้งมาเป็นแรมปี ทั้งที่ความจริงเขาก็ไม่เคยขาดแคลนเรื่องพวกนี้ แต่พอเป็นเธอ ชายหนุ่มกลับทำประหนึ่งกำลังหลงใหลคลั่งไคล้นักหนา ใช่…! เขากำลังคลั่งเธอ คลั่งมาตลอด และคลั่งมากขึ้น เมื่อสองมือของเธอพยายามกดหน้าเขาให้แนบลงไปที่เนินอกอวบอิ่มมากขึ้น ราวกับจะบอกว่าเธอเองก็กำลังต้องการเขามากแค่ไหน กระทั่งกายสาวสะดุ้งสะท้านเบาๆ เมื่อไม่ใช่แค่อกอวบที่ถูกโรมรัน แต่เนินสาวเบื้องล่างก็ยังถูกลุกล้ำด้วยนิ้วเรียวในเวลาเดียวกัน

         “อื้อ…!” เธอครางประท้วงใบหน้าเหยเกกับสิ่งแปลกปลอมที่กำลังบุกรุกล่วงล้ำเนินสวาท ในขณะที่เขาก็กำลังครางกระหึ่มกับความโหนกนูนที่สัมผัสได้ และใคร่อยากจะสัมผัสให้ลึกซึ้งมากกว่าที่เป็น แต่เพราะกายสาวที่สั่นสะท้าน ไม่รู้ว่าเพราะกำหนัดด้วยฤทธิ์ยา หรือเพราะเสื้อผ้าที่เปียกปอนถึงทำให้เธอหนาวสั่นเพียงนี้ แต่มันก็มากพอที่จะดึงความสนใจจากเขาได้

         ชายหนุ่มเลือกที่จะผละจากความหอมหวานตรงหน้า แล้วตวัดแขนอุ้มเธอออกมาวางบนโซฟา ก่อนจะโถมตัวเข้าหาอีกครั้ง ดูเหมือนเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยจะช่วยอำนวยความสะดวกให้เขาโรมรันกายสาวได้อย่างถนัดถนี่ โดยเฉพาะเมื่อกระโปรงตัวสวยถูกถลกขึ้นมากองอยู่บนเอว อีกทั้งแพนตี้ตัวจิ๋วก็เหมือนจะยั่วยวนให้เขาโน้มลงไปหา

         “ไม่!” ทันทีที่เขาก้มลงไปขบเม้มเนินสวาทอวบอูม เจ้าของเนินถึงกับผวาเฮือก สติสัมปชัญญะน้อยนิดที่ยังพอหลงเหลืออยู่บอกให้เธอปัดป้องขัดขืน ในขณะที่ปฏิกิริยาทางร่างกายกลับตอบสนองในทางตรงกันข้าม สะโพกผายแอ่นยกเชิญชวน ขัดกับใบหน้าที่ส่ายไปมาจนเส้นผมปลิวไสว ช่างเป็นภาพเย้ายวนที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้ลุกโชนเหลือเกิน

         “…” เธอครางแทบไม่ได้ศัพท์พลางจิกสองมือลงบนโซฟาด้วยความเสียดเสียว หลังถูกอีกฝ่ายเกลือกกลิ้งใบหน้า ฟอนฟัดตรงนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย ถึงแม้แพนตี้จะเพียงแค่ถูกสะกิดเกี่ยวให้แหวกออก แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด เมื่อลิ้นร้อนถูกส่งเข้าไปตวัดปัดป่ายทักทายกลีบเกสร ก่อนจะกลายเป็นขบเม้มเล็มเลียอย่างมิอาจหักห้าม ประหนึ่งกำลังเสพติดความหอมหวานตรงหน้าจนหน้ามืดตามัว ไม่สนแม้กระทั่งกายสาวที่กำลังดิ้นพล่านด้วยความอ่อนระทวยเสียดเสียว และเชื่อเถอะว่าเขาจะทำให้เธอซ่านเสียวมากขึ้นและมากขึ้น

ตอน 3

เช้าวันต่อมา พริบพราวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เพดานห้องที่ไม่คุ้นเคย ม่านที่ประตูก็ดูสีแปลกตาจนเธอต้องหันมองรอบๆ กระทั่งสายตาสะดุดเข้ากับใครบางคนที่นั่งอยู่บนโซฟาหน้าเตียง หญิงสาวจึงกรีดร้องด้วยความตกใจ

         “กรี๊ด…! แกเป็นใคร แล้วเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง กรี๊ด…! ออกไปนะออกไป กะ... แก…ทำอะไรฉัน” เธอดีดผึงขึ้นจากที่นอนพลางสำรวจตัวเองเป็นการใหญ่ก่อนจะโวยวายลั่นห้อง

“ลุกขึ้นไปอาบน้ำสิ จะได้ไปกินมื้อเช้า ฉันหิวแล้ว” นอกจากจะไม่ตอบคำถามเธอแล้ว เขายังทำหน้าเรียบเฉยประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น ครั้นพอจะโวยวาย สายตาเย็นเยียบแต่ก็แฝงไปด้วยความดุดัน ก็ทำเอาคำผรุสวาทมากมายที่ตั้งใจจะพ่นออกมาถูกกลืนหายไป จนเธอกลายเป็นผู้หญิงเชื่องๆ ที่ยอมทำตามคำสั่งเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างว่าง่าย กระทั่ง…

“กรี๊ด…คุณ!” เธอกรีดร้องดังลั่น หลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าแล้วพบว่าแพนตี้ตัวจิ๋วของตัวเองหายไป พริบพราวรีบคว้าผ้าขนหนูมานุ่ง เพื่อออกไปเอาเรื่องอีกฝ่ายให้ถึงที่สุด แต่ทันทีที่เปิดประตูออกมา หญิงสาวก็ชนเข้ากับกำแพงมนุษย์อย่างจัง

         “อุ๊ย!” แรงปะทะทำเธอเสียหลักหงายหลัง โชคดีที่เขายื่นมือมาคว้าพร้อมกับกระตุกแรงๆ จนเธอเซกลับมาปะทะอกเขาแทน หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากอกแกร่งเพื่อจะพบกับสายตาคมกริบที่มองตอบกลับมา และเหมือนสายตาคู่นี้จะทำให้เธอชะงักนิ่งราวตกอยู่ในมนตร์สะกด กระทั่ง…

         “ถ้ายังชักช้า ฉันจะกินเธอแทนมื้อเช้าซะ” เสียงกับสีหน้าราบเรียบของเขาราวกับดึงสติที่หลุดลอยของเธอให้กลับมา

         “ชะ...ชั้นในฉัน ทำไมมัน... คะคือคุณเอ่อ…ทำอะไรฉัน” ให้ตายสิ! ทั้งที่ตั้งใจจะอาละวาด แต่ทุกอย่างมีอันต้องพังครืนเพียงเพราะสายตาของเขา

‘เฮ้ย! แล้วทำไมต้องกลัวด้วยวะ เราไม่ใช่คนผิดนะเว้ย หมอนั่นต่างหากที่สมควรกลัวเรา’ เธอเตือนตัวเองในใจ ก่อนจะหันไปจ้องหน้าเขาเขม็ง

         “อะแฮ่ม!  ฉันหมายถึงคุณทำอะไรฉัน ทำไมฉันถึงจำอะไรไม่ได้ แล้วทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่” หลังจากปลุกใจให้ฮึกเหิม เธอก็เชิดหน้าเสียงแข็งขึ้น

         “คิดว่าฉันข่มขืนเธอ?” เขาเลิกคิ้วพลางโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กลับเป็นเธอซะอีกที่ต้องขยับถอย

         “ก็…ก็มันน่าคิดไหมล่ะ ถ้าคุณไม่ได้ทำอะไรฉัน แล้วเอ่อ…ชั้นในฉันมันหายไปไหน” ถึงจะอึกอักอยู่บ้าง แต่เธอก็ยังทำใจดีสู้เสือ

         “แล้วตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างล่ะ” ในขณะที่เธอพยายามขยับถอย เขาก็ตามติดประชิดคาดคั้น กระทั่งหลังชนฝา หญิงสาวที่ทำเป็นปากกล้าจึงโวยวายหวังกลบเกลื่อน

         “แล้วมันต้องรู้สึกยังไงเล่า ก็คนมันไม่เคย แล้วจะรู้ได้ไงว่าต้องรู้สึกแบบไหน” ถึงจะรู้อยู่แล้ว แต่ประโยคนี้ของเธอก็จุดรอยยิ้มที่มุมปากเขาได้ และรอยยิ้มนี้เอง ก็เหมือนจะเตือนสติให้เธอนึกขึ้นได้ว่าเผลอพูดมากไป จึงรีบเอามือปิดปาก ก่อนจะต้องผงะตาโตเพราะประโยคต่อมา

         “ก็ถ้ายังซิงอยู่ มันก็พิสูจน์ได้ไม่ยาก ก็แค่…ต้องลองอีกครั้ง” เขายิ้มมุมปากพร้อมกับก้มลงไปกระซิบข้างๆ หู แต่ให้ตายเถอะ! ลมแผ่วๆ ที่กระทบใบหูทำเธอเผลอกัดเม้มริมฝีปาก

         “ละ...ลองอะไร” เสียงเธอตะกุกตะกัก นึกอยากจะผลักเขาออกไปไกลๆ แต่กลับทำได้เพียงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น

         “ก็ลองมีอะไรกัน ถ้าเจ็บ นั่นก็หมายความว่า…เมื่อคืนฉันไม่ได้ทำอะไร แต่ถ้าไม่ เธอก็คงถูกฉันจับกินไปตั้งแต่เมื่อคืน” เขาบอกหน้าตาเฉย

         “จะบ้ารึไง ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วย สู้ไปให้หมอตรวจภายในยังง่ายกว่า ถอย! ฉันจะไปให้หมอตรวจ แล้วจะเอาตำรวจมาลากคอคุณเข้าคุกคอยดู” เธอขู่เสียงเขียวพลางผลักเขาออกแรงๆ แต่นอกจากเขาจะไม่ขยับ ก็ยังออกแรงบีบแขนเธอจนแทบหัก

         “อย่าแม้แต่จะคิดให้ใครเห็นของเธอ ไม่งั้นฉันจะตามไปควักลูกตามันทิ้งซะ จำเอาไว้ว่าคนที่มีสิทธิ์ในตัวเธอ มีแค่ฉัน ฉันคนเดียวเท่านั้น”

“ปล่อย! ฉันเจ็บ” พริบพราวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ทำให้เขาจำต้องคลายมือที่บีบแขนเธอออก

         “เผด็จการ บ้าอำนาจ คุณมีสิทธิ์อะไรไม่ทราบ เราไม่ได้รู้จักกันสักหน่อย ทำไมคุณต้องทำเหมือนเอ่อ…กำลังหวงฉันด้วย” ด้วยรูปการณ์และคำพูดมันทำให้เธออดคิดไม่ได้ ถึงแม้จะตะขิดตะขวงใจอยู่บ้างที่คิดเข้าข้างตัวเองแบบนี้ และที่สำคัญ...ทำไมเธอถึงไม่รู้สึกรังเกียจผู้ชายแปลกหน้าคนนี้เลยสักนิด

         “แล้ววันหนึ่งเธอจะรู้เองว่าทำไม รีบไปอาบน้ำซะ ก่อนจะไม่ได้อาบ” เขาขู่แต่ก็ยอมหลีกทางให้

         “เดี๋ยวก็ขู่ เดี๋ยวก็สั่ง เป็นญาติกับฮิตเลอร์รึไง” เธอบ่นงึมงำขณะเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำ แต่ยังไม่ทันจะได้ปิดประตู เขาก็แทรกขึ้นพร้อมกับดันประตูเอาไว้

“อย่าเอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์อันตรายแบบนั้นอีก ไม่อย่างนั้น…ต่อให้ต้องขังเธอไว้ ฉันก็จะทำ” สิ้นเสียงเขาก็เดินจากไป ทิ้งให้เธอได้แต่ยืนงงและสงสัยในคำพูดนั้นของเขา

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED