ตอน 1

ปลายม่านที่สั่งตัดพิเศษสุดหรู แกว่งไปมาอย่างรุนแรง มือเล็ก ๆ ข้างหนึ่งยื่นออกมา ราวกับไม่รู้จะวางไว้ที่ใด ทว่ากับถูกมือเรียวใหญ่ข้างหนึ่ง ที่แลเห็นข้อต่อกระดูกอย่างชัดเจน กดทับไว้อย่างแนบแน่นบนหน้าต่าง

นี่เป็นครั้งที่สี่แล้ว

ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้จะระบายความกลัดกลุ้ม จากการเดินทางไปเจรจาธุรกิจตลอดทั้งสัปดาห์ออกมาจนหมด

จนกระทั่งเมิ่งชิงหนิงขาสั่นร้องไห้อ้อนวอน ชายหนุ่มถึงได้รีบจัดการเธออย่างรวดเร็ว

หลังจากเสร็จสิ้น ความอุ่นยังคงหลงเหลืออยู่ ชายหนุ่มหัวใจเต้นอย่างแรง เสทือนถึงแผ่นหลัง ส่งผลให้หัวใจเจ็บแปลบ

จูบเบา ๆ พรมลงบนซอกคอที่แสนจะสยิ่วยังคงไม่จางหาย

นำพามาซึ่งอาการขนลุกซู่ซ่า

“ไหวไหม?”

น้ำเสียงแหบแห้งของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความเสน่หา

เธอหันข้างแล้วเกี่ยวคอของอีกฝ่ายไว้

แสงไฟภายนอกยามค่ำคืนส่องปะทะลงบนใบหน้าของชายหนุ่มอ่อน ๆ

แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยอารมณ์แห่งความใคร่ ดูเหมือนจำนนให้กับความรักอันลึกซึ้ง

ทว่าเธอรู้ดีว่าหัวใจของชายหนุ่ม

เย็นซะยิ่งกว่าลมของภูเขาน้ำแข็งซะอีก

“พรุ่งนี้ฉันจะไปนัดบอด”

“อืม”

ชายหนุ่มตอบรับออกมาเบา ๆ อย่างไม่แยแส

ริมฝีปากบางกดจูบกลีบปากบางของเธอ

มือใหญ่ของเขาเกี่ยวเอวเล็ก ๆ ของเธอไว้และเตรียมจะทำต่อ

เธอรู้สึกทุกข์ระทมจับใจ

เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด... เขาไม่ได้สนใจเลยสักนิด

ร่างกายที่ถูกปลุกเร้าสั่นสะท้านขึ้นมาเบา ๆ อีกครั้ง

เธอกัดริมฝีปากหอบหายใจ

“ถ้าเหมาะสม ฉันจะตอบตกลง”

การกระทำของชายหนุ่มหยุดลง

แววตาที่ลุ่มลึกเป็นประกายอย่างเย็นเยือก

“อยากแต่งงานเหรอ?”

“ผ่านสิ้นปีไป ฉันก็อายุยี่สิบเจ็ดแล้ว ไม่อยากเสียเวลาอีก”

เธอพึมพำขึ้นมาเบา ๆ ช้อนสายตาลงขนตาปิดบังแววตาของเธอไว้

ไม่ทันมองเห็นริมฝีปากบาง ๆ ของชายหนุ่มที่ยกยิ้มขึ้นอย่างได้รูป

เขาผละตัวออกไปอย่างไร้เยื่อใย หลังจากนั้นเพียงชั่วขณะไฟในห้องก็สว่างไสว

เธอตื่นตระหนกเล็กน้อยจับกระโปรงที่ขาดหวิ่งมาปิดหน้าอกไว้

ชายหนุ่มนั่งอยู่ริมขอบเตียงพลางจุดบุหรี่มวนนึง

กางเกงสแล็คสีดำอยู่ในสภาพสมบูรณ์ กระดุมบนเสื้อเชิ้ตสีดำถูกปลดออกสามเม็ด

ทำให้คนทั้งคนแลดูราวกับปีศาจแต่กลับเซ็กซี่เย้ายวน

สายตาของเธอมองทอดไปยังนิ้วเรียวที่คีบบุหรี่อยู่ของเขา แหวนหมั้นสุดหรูทำให้ห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนนั่นดูน่าขำอย่างหาที่สุดไม่ได้

สามปีก่อน เธอเพิ่งได้รับเลื่อนให้เป็นเลขา เธอเดินทางไปเจรจาธุรกิจกับฟู่หนานเซียว ในห้องพักของโรงแรม ชายหนุ่มกดเธอลงบนเตียง

เธอไม่ได้ปฏิเสธ หลังจากที่นัวเนียกันมาทั้งคืน ชายหนุ่มก็บีบคางเธอ พลางพูดขึ้นมาประโยคนึง “ลีลาไม่เลวหนิ” ก็เลยเป็นที่มาของการพัวพันกันมาตลอดสามปี

กลางวันเป็นเลขา กลางคืนเป็นคู่นอน

การแอบรักมาตั้งแต่วัยเรียน ทำให้เธอสมยอม

แต่เขากำลังจะแต่งงานแล้ว เธอไม่อยากให้ความรักลับ ๆ ที่ไม่มีใครรู้นั้นต้องจบลงที่ตัวเองกลายเป็นเมียน้อย

ในเมื่อไปต่อไม่ได้ เธอเลยอยากเป็นคนจากไปเอง

ละสายตากลับ เธอก็เดินไปหยิบกระเป๋าของตน

ทุกครั้งที่มา เธอมักจะเอาเสื้อผ้าสำรองมาด้วย

เธอไม่มีสิทธิ์ค้างคืนที่นี่ และก็ไม่มีสิทธิ์ยืนข้าง ๆ ผู้ชายคนนี้เช่นกัน

ข้อมือขาวนวลที่เหยียดออกไป โดนคบจับไว้ ใจของเธอนั้นแน่นขึ้นมา

“มาต่ออีกครั้ง”

ชายหนุ่มกล่าวจบ ครั้งนี้เขาทรมานซะจนเธอเกือบตาย

เมื่อเสร็จ ชายหนุ่มก็โน้มตัวลงเชยคางเธอขึ้นอีกครั้ง

“นัดบอดพรุ่งนี้ ยกเลิกซะ”

เธอไม่มีแรงแล้ว กำนิ้วเขาไว้อย่างอ่อนแรง

พลางพูดประโยคที่กล้าหาญที่สุดในรอบสามปีออกมา

“งั้นคุณไม่แต่งงานได้ไหม?”

ต่อให้ไม่มีสถานะอะไรก็ไม่ขอเป็นเมียน้อย

เธอยินดีที่จะอยู่ข้างเขาไปจนตาย

สีหน้าของฟู่หนานเซียวหยุดชะงักไปหนึ่งวินาที

จู่ ๆ เขาก็หัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

มันแฝงไปด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหลที่ไม่อาจต้านทานได้

แววตาข้างในที่เยือกเย็น ทว่ากลับสามารถทำให้คนแข็งตายได้

“เธอล้ำเส้นแล้วนะ”

ประโยคนี้ทำลายความหวังทั้งหมดของเธอลงอย่างสิ้นเชิง

เธอรู้มานานแล้ว ผู้ชายคนนี้ไม่มีทางรักเธอ

เธอขมวดคิ้ว เลียนแบบท่าทางของเขา หัวเราะออกมาเบา ๆ

“คุณฟู่ คุณจะไม่อนุมัติการลาก็ได้นะคะ วันหยุดประจำปีของฉัน มีผลตามกฎหมาย”

นิ้วที่บีบคางเธออยู่กระชับขึ้นมา เธอเจ็บจนต้องขมวดคิ้ว

ทว่าไม่อยากอ่อนข้ออีกต่อไป

ดวงตาสี่ดวงจ้องประสานกัน สีหน้าของฟู่หนานเซียวนั้นดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

แต่เขากลับไม่ได้โกรธอะไร

สำหรับเขา กระต่ายตัวน้อยที่แสนเชื่อง เขาจะจับตอนไหนก็ได้

เขาขี้เกียจเลี้ยงพวกที่ชอบแว้งกัด

“กินยา เก็บของให้เรียบร้อย”

เขาปล่อยเธอไป ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ

ตอนที่ออกมาอีกครั้ง ห้องก็กลับสู่สภาพเดิมเรียบร้อยแล้ว

มีบัตรเอทีเอ็มที่เขามอบให้ผู้หญิงคนนั้น เมื่อสามปีที่แล้ว วางอยู่บนเตียง

สามปีที่ผ่านมานี้ อีกฝ่ายไม่ได้แตะต้องมันเลย

ตอน 2

เขานึกถึงเสน่ห์ของหญิสาวตอนอยู่ใต้ตัวเขา ใจนั้นรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งผ่านไปมันก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น

...

เก้าโมงเช้า

ที่ร้านกาแฟ เฉิงชี

นี่ไม่ใช่การนัดบอดครั้งแรกของเมิ่งชิงหนิง แต่กลับเป็นครั้งแรกที่เธออยากจะมานัดบอดจริง ๆ

อีกฝ่ายอายุสามสิบหกปี หน้าตาดี เป็นนักเรียนนอกที่เพิ่งกลับมา เขาทำงานเป็นวิศวกรระดับสูงในบริษัทอิเล็กโทรนิคแห่งหนึ่ง

เนื่องจากอาชีพของเขาเลยทำให้เขาเป็นคนเงียบ ๆ และพูดน้อย

ตลอดการนัดบอด เมิ่งชิงหนิงเป็นคนเอ่ยเองมาทั้งหมด

สินสอด บ้าน รถยนต์ ทุกอย่างที่หลิ่วเหมย แม่ของเธอขอมานั้น อีกฝ่ายต่างก็ตอบตกลง

ทุกอย่างมันอยู่เหนือความคาดหมาย เธอหาเหตุผลที่จะปฏิเสธไม่ได้ เธอรู้สึกแย่ไปหมด มันทั้งอึดอัด ทั้งรู้สึกหวิว ๆ

จู่ ๆ เธอก็นึกถึงเรื่องวันนี้ ก่อนที่เธอจะออกมาจากบ้าน หลิ่วเหมยทำตัวเป็นแม่ที่แสนดี ไปส่งน้องชายของเธอที่เพิ่งขึ้นชั้นป.ห้า ก่อนจะปิดประตูลง อีกฝ่ายได้กำชับเธอว่า เวลานัดบอดนั้นต้องระวังอะไร ต้องเรียกร้องเงื่อนไขอะไรบ้าง สุดท้ายก็บอกว่าการแต่งงานนั้นมันดีแค่ไหน

ครั้งนี้เธอต้องขอสินสอดให้มาก ๆ ถึงจะเพียงพอต่อค่าเล่าเรียนของน้องชายในอนาคต และจะทำให้ชีวิตของเธอมีความสุข

ดูเหมือนแม่ของเธอจะลืมไป แม่เธอแต่งงานมาแล้วหกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถรักษาสถานะครอบครัวเอาไว้ได้

เมื่อสองปีก่อน จู่ ๆ แม่ของเธอก็บุกเข้ามาในบ้านเก่าที่ยายของเธอทิ้งไว้พร้อมกับเด็กอายุสิบขวบ แม่ของเธอนั่งลงกับพื้นร้องห่มร้องไห้ ก่อนจะบังคับให้ลูกสาวที่ตัวเองทิ้งไปกว่าสิบปี มาเลี้ยงดูตัวเองกับเด็กผู้ชายคนนั้น

บางครั้งเมิ่งชิงหนิงก็คิดว่า ถ้าเธอจำหลิ่วเหมยไม่ได้ เธอก็อาจจะไม่ต้องยอมรับแม่คนนี้ได้จริงมั้ย

แต่ความจริงนั้นไม่มีคำว่าถ้า

เหมือนกับเธอที่เกิดมามีฐานะไม่ดี ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็ไม่เหมาะสมกับคุณชายใหญ่แห่งตระกูลฟู่ ผู้สูงส่งที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดได้เลย

จู่ ๆ ฉินเจิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเธอก็ลุกขึ้นยืน มองข้ามหลังเธอไปด้วยท่าทางน้อบน้อม

“คุณฟู่ บังเอิญจังเลยนะครับ”

กลิ่นไม้จันทน์หอมที่คุ้นเคยโชยมา แผ่นหลังของเมิ่งชิงหนิงนั้นรู้สึกแน่นขึ้นมาทันที พอเงยหน้าขึ้นก็สบเข้ากับสายตาเย็นชาคู่หนึ่งเข้า ใจนั้นแทบจะหยุดเต้นไปทันที

ทำไมฟู่หนานเซียวถึงมาที่นี่ได้?

เขาไม่เคยดื่มกาแฟข้างนอกมาก่อน เธอเป็นคนบดกาแฟทุกแก้วด้วยตัวเอง

“อืม สวัสดีครับ”

ฟู่หนานเซียวละสายตาออก ก่อนจะพยักหน้าเรียบ ๆ และเดินตรงไปที่เคาท์เตอร์

ท่าทางนี้เห็นได้ชัดว่าเขาไม่รู้จักฉินเจิง

ทว่าฉินเจิงกลับรู้สึกตื่นเต้นมาก พูดถึงวารสารเรื่องหนึ่งที่ฟู่หนานเซียวตีพิมพ์ตอนไปเรียนที่ต่างประเทศ ความรู้สึกชื่นชมพลางอิจฉาในความสามารถของอีกฝ่ายอย่างเอ่อล้น ทำให้เมิ้งชิงหนิงอึดอัดมาก สายตาที่ออกมาจากจิตใต้สำนึกมองไปยังแผ่นหลังของอีกฝ่าย เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากให้อีกฝ่ายได้ยิน

อีกฝ่ายกำลังคุยโทรศัพท์ เสียงทุ้มลึกของเขาให้ความรู้สึกอ่อนโยน

“อืม คุณชอบก็ดีแล้ว อีกเดี๋ยวเจอกัน”

เขาหิ้วชานมมะพร้าวที่มีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่ดื่มมาหนึ่งแก้ว ตอนที่จากไปก็ไม่ได้หันกลับมามองเลย

คนที่สามารถทำให้ฟู่หนานเซียวมาซื้อเองได้นั้นต้องเป็นคู่หมั้นของเขาแน่ ๆ

เมิ่งชิงหนิงรู้สึกปวดใจมาก ตอนหลังนั้นเธอไม่ได้ฟังเลยว่าฉินเจิงพูดอะไรอีก

ในตอนสุดท้าย ฉินเจิงพอใจเธอมาก เธอเลยตอบตกลงว่าจะลองดู

แต่จู่ ๆ เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากบริษัทว่ามีเรื่องด่วน พอขอโทษเธอสองสามคำก็นัดเวลาที่จะมาเจอกันครั้งต่อไป ถึงได้ขับรถจากไป

เธอไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอไม่ได้กินข้าวในตอนเช้าและดื่มกาแฟมากเกินไปรึป่าว ทันทีที่เธอขึ้นแท็กซี่ ท้องของเธอก็เริ่มปั่นป่วน เธอพยายามอดทนอยู่นานแต่ก็ยังอยากจะอ้วกอยู่ดี

“โชเฟอร์ รบกวนช่วยจอดรถทีค่ะ...”

ยังไม่ได้ทันพูดจบเธอก็พะอืดพะอม รีบดึงถุงขยะออกมา

คนขับรถยื่นซองบ๊วยให้ “เวลาท้องแรก ๆ ก็เป็นแบบนี้แหละ ภรรยาของผมแพ้ท้องหนักมากต้องกินอะไรเปรี้ยว ๆ เพื่อแก้ เดี๋ยวพอผ่านสี่เดือนแรกไปก็กินนอนได้ตามปกติแล้ว”

เธอถึงกับตกใจกับคำพูดนี้ทันที หัวของเธอคำนวณรอบเดือน และก็พบว่ามันมาช้าไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว

เป็นไปไม่ได้ เธอกินยาทุกครั้ง...

ความจำนั้นชะงักไปทันที

สามสัปดาห์ก่อน ฟู่หนานเซียวมีสังสรรค์ตอนเย็น ลากเธอไปมีอะไรในรถสองครั้งโดยไม่ได้ป้องกัน

ตอนแรกเธอกำลังจะไปซื้อยา แต่เธอกลับได้รับโทรศัพท์จากหลิ่วเหมยว่าไปเล่นพนัน แล้วโดนคนยึดโทรศัพท์ไป เธอโกรธมากเลยลืมกินยา ตอนที่นึกขึ้นมาได้ก็เลยเวลาไปแล้ว

เธอค่อย ๆ เอามือวางลงบนท้องน้อย

จะไม่บังเอิญไปหรอกนะ เพิ่งจะนัดบอดเสร็จ เธอก็ท้อง?

ตอน 3

บริเวณทางเดินแผนกสูตินารีของโรงพยาบาลกลาง เมิ่งชิงหนิงหยิบแบบฟอร์มลงทะเบียนและไปเข้าคิว

พอเลี้ยวออกมาจากมุมก็เจอคนรู้จักเข้า

บรรยากาศเสียงดังเซ็งแซ่

คนผ่านไปผ่านมา

แต่แค่แวบตาเดียวเธอก็มองออก

ไหล่กว้างเอวเล็กทำให้ชุดสูทสั่งตัดพิเศษเหมาะพอดีตัวแลดูได้ทรงยิ่งขึ้น

ผู้ชายคนนั้นหยิบแก้วชานมมะพร้าวที่เขาเพิ่งซื้อมาให้ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ

คัฟลิ้งค์เพชรสะท้อนแสง บาดตาสะจนคนรู้สึกใจหวิว

จู่ ๆ เธอก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่ทรวงอก

แต่กลับอยากจะทรมานตัวเองเพื่อจะดูว่าผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ ฟู่หนานเซียวหน้าตาเป็นยังไง

และตอนนั้นผู้ชายคนนั้นหันหน้ามา

ดวงตาสี่ดวงก็บรรจบกัน

ระยะห่างออกไปกว่าสิบเมตร ดวงตาสีดำคู่นั้นเป็นประกายเย็นเยือกอย่างไม่พอใจ

เธอรีบกระตุกมุมปาก ราวกับมารยาทที่บังเอิญ ท้องใส่ที่ปั่นป่วนได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เธอรีบวิ่งไปยังห้องน้ำที่อยู่ข้าง ๆ อย่างรวดเร็ว แล้วอาเจียนออกมาอย่างหมดไส้หมดพุ่ง

ขณะที่สายตากวาดผ่าน เธอก็เหลือบไปเห็นป้าที่ติดไว้ว่า “ห้องวางแผนการมีบุตร”

คงน่าจะมาตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานแน่ ๆ เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ ฟู่หนานเซียวกลับมาด้วยตัวเอง

เธอนึกถึงชานมมะพร้าวแก้วนั้น และยิ้มออกมาเบา ๆ อย่างขมขื่น

มีใจจริง ๆ สินะ

เธออยู่กับเขามาสามปีแล้ว เกรงว่าเขานั้นคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอชอบกินอะไร

ไม่อยากพัวพันอีกต่อไป เธอพยายามระงับความรู้สึกไม่สบายไว้ หยิบทิชชู่ออกมาเช็ด จัดการอะไรเรียบร้อยแล้วถึงออกมาจากห้องน้ำ

ขณะที่เปิดประตูออก กลับอึ้งไปทันทีที่เห็นฟู่หนานเซียวยืนอยู่ที่อ่างล้างมือ นิ้วของเขาคีบบุหรี่อยู่ จุดไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว คิ้วสวย ๆ นั้นขมวดแน่นเห็นได้ชัดว่าไม่ชอบกลิ่นที่นี่

หรือว่าคู่หมั้นของเขาก็อยู่ข้างใน?

ในฐานะคู่ขาที่เหมาะสม เธอก้มหน้าลงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น

แต่ห้องของโรงพยาบาลนั้นค่อนข้างจะเรียบง่าย อ้างล่างมือมีแค่แถวเดียว

เธอต้องทำความสะอาดเลยต้องไปที่นั่น

และตอนที่กำลังลังเลว่าจะเดินไปดีไหมนั้น น้ำเสียงทุ้มลึกแต่เย็นยะเยือกของชายหนุ่มก็ดังขึ้นมา

“เธอท้องเหรอ?”

เธอมองไปข้างหลังโดยจิตใต้สำนึก ใจนั้นรู้สึกตื่นตระหนกและเจ็บปวด

ผู้ชายคนนั้นเห็นปฏิกิริยาของเธอ แต่เธอกลับหลีกเลี่ยงที่จะตอบ

“ตอบ!”

ขายาว ๆ นั้นใกล้เข้ามา ความกดดันจากส่วนสูงที่แตกต่างกัน และความเย็นชาอันน่าสะพรึงกลัวของผู้ชายคนนั้นทำให้เมิ่งชิงหนิงรู้สึกกดดันขึ้นมาทันที

เธอมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าเธอท้องจริง ๆ ผู้ชายคนนี้จะต้องกดเธอลงบนเตียงผ่าตัดอย่างไม่ลังเลแน่นอน

เขาไม่มีทางยอมให้คนแบบเธอท้อง และทำลายชีวิตแต่งงานที่เขาแคร์มากไปได้หรอก

ไม่ว่าเขาจะรักคู่หมั้นหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่ผู้ชายคนนี้ตัดสินใจไปแล้วนั้นไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด

“ป่าวค่ะ !”

เธอไม่มีทางเลือกเลยต้องเงยหน้าขึ้น “ไม่ค่อยสบายท้องเลยมารับยาน่ะค่ะ”

“แผนกระบบทางเดินอาหารไม่ได้อยู่ชั้นนี้”

แววตาเรียวยาวของชายหนุ่มหรี่ลงอย่างเย็นชา มันแฝงไปการข่มขู่ เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อ

เมิ่งชิงหนิงยิ้มอย่างขมขื่นในใจ

กลัวเธอท้องขนาดนี้เลยเหรอ !

“ลิฟต์ทางนี้คนไม่เยอะ ถ้าคุณฟู่ไม่เชื่อ จะไปตรวจที่แผนกสูติกับฉันก็ได้นะคะ”

เธอมั่นใจว่าฟู่หนานเซียวนั้นไม่มีทางให้ผู้หญิงคนนั้นรู้เรื่องเธอแน่นอน

อย่างที่คิด แววตาข้างในของชายหนุ่มหวั่นไหว มือที่คืบบุหรี่เชยคางเธอขึ้น นิ้วหัวแม่มือของเขาลูบริมฝีปากซีด ๆ ของเธอ ความร้อนของบุหรี่ที่ยังไม่หมดมวนนั้นยังคงอยู่ข้างหู

“เธอรู้นะว่าการโกหกฉันจะต้องโดนอะไร ทำตัวให้ดี ๆ พรุ่งนี้ยกเลิกวันหยุดซะ”

พอพูดจบ เขาก็ปล่อยเธอไป

ตอนที่เขายกปลายนิ้วออกไปนั้น เมิ่งชิงหนิงได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ใจของเธอรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง

เธอกับเขามีอะไรกันมานาน เลยรู้ดีว่าฟู่หนานเซียวเกลียดอะไรมากที่สุด เขาไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิง แต่ตอนนี้เขากลับปล่อยให้มีกลิ่นติดตัว

ไม่มีอะไรที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่คนที่ได้รับอนุญาตนั้นไม่ใช่เธอ

“คุณฟู่ ฉันอยากลาออก”

จู่ ๆ เธอก็พึมพำขึ้นมาเบา ๆ

ชายหนุ่มที่ยกเท้าเดินจากไปได้หยุดชะงักลง เหลือบไปมองเธอแวบนึง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED