สถานีรถไฟความเร็วสูงเมือง A
ผู้หญิงสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ มือลากกระเป๋าเดินทางคนหนึ่งเดินออกมา
เธอหน้าตาน่ารัก ผมลอนสลวยพลิ้วไหวอยู่ด้านหลัง ภายใต้คิ้วใบหลิ่วที่งดงามนั้นมีดวงตาสดใสคู่งาม จมูกโด่ง ริมฝีปากที่แดงราวกับผลเชอร์รี่ แม้จะเป็นใบหน้าที่ไม่ได้แต่งหน้าเลย แต่ก็ทำให้คนอดใจที่จะมองไม่ได้
“สวัสดีครับ คุณคือคุณซูใช่มั้ยครับ? ผมเป็นคนขับรถของตระกูลฮั่ว”
ซูฉิงพยักหน้า เธอเดินตามคนขับรถไปขึ้นรถโดยไม่ใส่ใจ สีหน้าท่าทางของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนล้า
เมื่อรถขับออกไปจากสถานีรถไฟความเร็วสูง ระหว่างทาง คนขับรถอดไม่ได้ที่จะมองผู้หญิงที่หลับตาอยู่ด้านหลังผ่านกระจกมองหลัง
นี่ก็คือคู่หมั้นของคุณฮั่ว
ฮั่วหยุนเฉิงนั้นเป็นใครน่ะเหรอ? เขาเป็นถึงประธานของฮั่วซื่อ กรุ๊ป ที่อายุเพียงยี่สิบเอ็ดปี แต่เป็นคนที่เด็ดขาดมาก มีวิธีการที่ชาญฉลาด ในแวดวงธุรกิจไม่มีใครไม่เกรงกลัวเจ้าพ่อคนนี้
พูดไปแล้วก็น่าตลก เมื่อหลายปีก่อน ท่านผู้เฒ่าฮั่วกลับเคยหมั้นหมายคู่แต่งงานไว้ให้กับฮั่วหยุนเฉิง และคนที่หมั้นหมายด้วยคือซูฉิง ผู้หญิงที่ไม่มีเบื้องหลังอะไรเลย แล้วยังนั่งรถไฟความเร็วสูงมาจากชนบทอีกด้วย
คนขับรถมองหน้าตาที่ไร้เดียงสาของซูฉิง และอดไม่ได้ที่ทำเสียงจิจิขึ้น ซินเดอเรลล่าจะแต่งงานกับตระกูลผู้สูงสักดิ์ ช่างยากจริง ๆ !
แต่ในเวลานี้ ซูฉิงที่นั่งอยู่ด้านหลังค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มองเมืองที่แปลกตาด้วยสีหน้าที่สงบ
ในไม่ช้ารถก็มาถึงตระกูลฮั่ว คนขับรถช่วยยกกระเป๋าให้กับซูฉิง
ทันทีที่เธอเดินเข้าประตูมาก็ถูกขวางไว้ หน้าประตูมีสุภาพสตรีผู้สูงศักดิ์คนหนึ่งยืนอยู่ เธอมองซูฉิงตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างดูถูกเหยียดหยามแวบหนึ่ง
“แม่บ้านหลี่”
“คุณนาย มาถึงแล้ว”
ในมือของแม่บ้านหลี่ถือขวดน้ำยาฆ่าเชื้อ และฉีดพ่นไปทั่วทั้งร่างของซูฉิง
คุณแม่ฮั่วที่อยู่ข้าง ๆพูดขึ้นว่า “ยังมีรองเท้า ผม และที่อื่น ๆ ด้วยต่างก็อย่าให้หลุดลอดพ้นสายตาไปแม้จุดแต่จุดเดียว”
กลิ่นแสบจมูกลอยโชยมา ซูฉิงเอามือขึ้นมาปิดหน้าแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “นี่พวกคุณป่วยรึไง?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ คุณแม่ฮั่วก็โกรธทันที
“มาจากชนบทอย่างที่คิดไว้จริง ๆ ทักก็ไม่ทักทาย ไม่มีการศึกษาเอาเสียเลย พวกฉันแค่กลัวว่าบนตัวของเธอจะมีเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย ถ้ามันแพร่เชื้อเข้าสู่คนตระกูลฮั่วของพวกฉันขึ้นมาจะทำยังไง? ”
ถ้าเป็นปกติแล้ว ซูฉิงก็คงสะบัดตูดเดินออกไปตั้งนานแล้ว แต่นี่ไม่มีทางอื่น
“คุณป้าค่ะ งั้นปากของคุณป้าก็ควรพ่นยาฆ่าเชื้อหน่อยนะคะ เหม็นขนาดนี้...”
หลังจากพูดจบ ซูฉิงก็ก้าวเข้าไปข้างในทันที
“เธอ…” คุณแม่ฮั่วโกรธมากถึงขนาดชี้ไปที่หลังของซูฉิง ส่วนแม่บ้านหลี่ก็รีบเข้ามาปลอบทันที
ในบ้านหลังนี้ ยังมีผู้หญิงอีกคนที่รุ่นราวคราวเดียวกับซูฉิง ผู้หญิงคนนั้นสวมแบรนด์เนมทั้งตัว และก็มองซูฉิงอย่างดูถูกเหยียดหยามเช่นกัน
“เธอก็คือซูฉิง คู่หมั้นของพี่ชายงั้นเหรอ?” เมื่อมองเสื้อผ้าที่ไม่มีแบรนด์ของซูฉิง ฮั่วเชี่ยนก็แสดงสีหน้าท่าทางดูถูกเหยียดหยาม แล้วพูดขึ้นต่อไปอีกว่า “จิจิ คุณปู่แก่แล้วจริง ๆ สายตาไม่ดีเกินไปแล้ว ได้ยินมาว่าเธอยังนั่งรถไฟมาด้วย ไม่บอกก่อน ตระกูลฮั่วของเราสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินให้เธอได้นะ แต่ก็อย่างว่า ชนบทอย่างนั้นน่าจะไม่มีสนามบินมั้ง”
ซูฉิงมองฮั่วเชี่ยนเหมือนมองคนโง่อย่างไรอย่างนั้น
คนของตระกูลฮั่วนี่เย่อยิ่งทุกคนเลยใช่มั้ย?
บ้านเธอไม่มีสนามบินจริง แต่ตาเฒ่าได้เหมารถไฟความเร็วสูงที่มายังเมือง A ทั้งหมดให้เธอ ไม่มีใครสามารถสัมผัสได้ถึงการนั่งรถไฟความเร็วสูงคนเดียวแบบซูฉิง
หากเธอต้องการ ตาเฒ่าก็จะเรียกเครื่องบินส่วนตัวมาส่งเธอแล้ว
ซูฉิงขี้เกียจจะอธิบายกับคนเหล่านี้ เธอเดินขึ้นชั้นบนไปทันที
เมื่อฮั่วเชี่ยนเห็นว่าเธอถูกเพิกเฉย ก็เดินตามไปด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
“ห้องของฉันอยู่ไหน?” ซูฉิงเปิดปากถามคนรับใช้ที่อยู่ด้านหลัง
คนรับใช้ไม่ทันจะตอบ ฮั่วเชี่ยนก็เดินเข้ามาข้างหน้า และเปิดปากพูดขึ้นว่า “นี่ไง”
เปิดประตูห้อง ฮั่วเชี่ยนก็พูดขึ้นว่า “เธอคงไม่เคยอยู่ในห้องที่ใหญ่และดีขนาดนี้มาก่อนสินะ! เธอต้องทะนุถนอมเวลาที่ได้อยู่ในตระกูลฮั่วไว้ให้ดีนะ ฉันฮั่วเชี่ยน เป็นน้องสาวลูกพี่ลูกน้องของพี่ฮั่วหยุนเฉิง เธอต้องเอาใจฉันให้มาก เข้าใจไหม วันหนึ่ง…”
ฮั่วเชี่ยนยังพูดไม่จบ ซูฉิงก็เดินเข้าไปในห้อง แล้วปิดประตู เสียงปังดังขึ้น ทำเอาฮั่วเชี่ยนยิ่งโกรธมากยิ่งขึ้น
“อ้าย! มันมาจากชนบท ทำไมถึงกล้าดีขนาดนี้ คุณปู่ดูคน ดูยังไงกันเนี่ย!”
คนรับใช้ก้มหน้า “คุณหนู นี่เป็นห้องของคุณฮั่วนะคะ?”
ฮั่วเชี่ยนมองไปที่ประตูแวบหนึ่งอย่างดูถูกเหยียดหยาม
“อย่าพูดมากไป พี่ชายไม่ชอบให้คนอื่นแตะต้องของของเขามากที่สุด ถึงตอนนั้นก็บอกว่ามันเป็นคนอยากพักห้องนี้เอง”
ขณะที่พูด ดวงตาของฮั่วเชี่ยนก็เป็นประกาย
ซูฉิงก็ไม่รู้ว่านี่เป็นห้องของคนอื่น เพียงแค่เห็นในห้องน้ำมีของใช้ของผู้ชายวางอยู่เต็มไปหมด ก็คิดว่าคนของตระกูลฮั่วจงใจวางเอาไว้
ช่างเป็นสถานที่ที่แปลกจริง ๆ
ทว่าก็แค่สามเดือน เธอเดิมพันกับคุณปู่ไว้ เธออาศัยอยู่ในบ้านตระกูลฮั่วสามเดือน หากเธอกับฮั่วหยุนเฉิงยังคงไม่มีความรู้สึกอะไรให้กัน การหมั้นหมายนี้ก็ถือเป็นโมฆะ
ซูฉิงอาบน้ำ และทานอาหารเย็นที่คนรับใช้ยกขึ้นมาให้ หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน เธอก็สะลึมสะลือผล็อยหลับไป
ตอนกลางคืน ฮั่วหยุนเฉิงกลับมาถึงบ้านหลังจากสังสรรค์เสร็จก็เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว
เขารู้ว่าวันนี้ซูฉิงจะมาที่บ้านตระกูลฮั่ว เดิมทีท่านผู้เฒ่าฮั่วเรียกให้ฮั่วหยุนเฉิงไปรับซูฉิง แต่เขาเอางานมาอ้างเพื่อปฏิเสธไป สำหรับคู่หมั้นคนนี้ เขาก็ไม่ได้มีความสนใจเลย งานหมั้นนี้ไม่ช้าก็เร็วก็จะถูกยกเลิกไป
หลังจากกลับมาถึงห้องแล้ว ฮั่วหยุนเฉิงอาบน้ำเสร็จแล้วก็เข้านอนเลยทันที
อาจเป็นเพราะฮั่วหยุนเฉิงคืนนี้เขาดื่มเหล้าเข้าไปค่อนข้างเยอะ จนเขานอนลงไปบนเตียงแล้ว ถึงได้พบว่าในห้องนี้มีผู้หญิงคนอื่นอยู่อีกด้วย
เขาผงะเล็กน้อย ในความมืด ฮั่วหยุนเฉิงไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของผู้หญิงคนนี้ได้อย่างชัดเจน เธอพลิกตัวมาและกอดเขาไว้ หญิงสาวบ่นพึมพำขึ้นมาว่า “เจ้าหมีน้อยเป็นเด็กดีนะ อย่าดื้อ รีบนอนเร็วเข้า”
ฮั่วหยุนเฉิงตัวแข็งทื่อทันที
บนตัวของผู้หญิงคนนี้มีกลิ่นอายที่คุ้นเคยเป็นอย่างมาก เหมือนกับคนคนนั้นเลย...
อาจเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ฮั่วหยุนเฉิงไม่ขยับเลย เขากอดซูฉิงนอนลงแล้วหลับไปทันที
ตลอดทั้งคืนนี้ ฮั่วหยุนเฉิงไม่ได้นอนไม่หลับเหมือนกับเมื่อก่อนอีกต่อไป ตรงกันข้าม เขานอนหลับอย่างสงบมาก
ในความฝัน เขาเห็นภาพเมื่อสิบปีก่อนอีกครั้ง ในห้องเล็ก ๆ สีดำ ร่างน้อย ๆ ของเด็กหญิงกอดเขาไว้ พูดด้วยน้ำเสียงสดใสว่า “ไม่ต้องกลัว ฉันเก่งมาก ฉันจะปกป้องเธอเอง”
ฮั่วหยุนเฉิงฝันว่าเขาหาเธอเจอแล้ว มันเหมือนจริงมาก
วันต่อมา ที่หน้าประตูห้อง
ฮั่วเชี่ยนเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ แต่วันนี้เธอตื่นขึ้นมาก็ไม่ได้ยินคนรับใช้พูดว่าซูฉิงถูกฮั่วหยุนเฉิงไล่ออกมาจากห้องเลย
มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าเมื่อคืนพี่ชายไม่ได้กลับมา แต่รถของเขาอยู่ในโรงรถนิ!
สองคนคงจะไม่ได้นอนด้วยกันแล้วใช่มั้ย
ฮั่วเชี่ยนอดใจไม่ไหวเคาะประตูห้องแล้ว “พี่ค่ะ คุณน้าได้ทำอาหารเช้าเสร็จแล้ว วันนี้พี่ยังมีประชุมตอนเช้าด้วยไม่ใช่เหรอคะ? รีบลุกเถอะค่ะ!”
สองคนที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่ในห้องถูกปลุกให้ตื่นขึ้นพร้อมกัน ซูฉิงรู้สึกเพียงว่าเธอถูกโอบกอดไว้ในอ้อมแขน เหมือนกับว่ามีใครบางคนกำลังกอดเธออยู่
สี่ตามองหน้ากัน ซูฉิงสะดุ้งตกใจทันทีและไม่มีความรู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย เธอลุกขึ้นจากเตียง และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจว่า “คุณเป็นใครกัน? ”
สายตาของฮั่วหยุนเฉิงก็บูดบึ้งเช่นกัน
“ซูฉิง”
ซูฉิงเองก็เดาได้บ้างแล้ว นี่ก็คือฮั่วหยุนเฉิง คู่หมั้นในตำนานของเธอนั่นเอง แต่ผู้ชายคนนี้มาปรากฏตัวบนเตียงของเธอได้อย่างไร มีใครบอกกับเธอได้บ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น?
ยังไม่ได้รับคำอธิบาย ฮั่วหยุนเฉิงก็พูดขึ้นต่อว่า “เพิ่งจะมาตระกูลฮั่ววันแรกก็ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันแล้ว เฮอะ เธอนี่ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ ”
ซูฉิงมองฮั่วหยุนเฉิงด้วยสีหน้างุนงง อะไรนะ เธอเนี่ยนะ ปีนขึ้นไปบนเตียงของฮั่วหยุนเฉิง?
นี่คนตระกูลฮั่วเป็นโรคคิดไปเองกันทุกคนเลยงั้นเหรอ?
แต่เมื่อนึกถึงของใช้สำหรับผู้ชายในห้องเมื่อวานนี้ เธอก็เดาได้แล้วว่านี่คือห้องขอฮั่วหยุนเฉิง และฮั่วเชี่ยนก็ตั้งใจพาเธอมาที่ห้องนี้
ซูฉิงลงจากเตียง และพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “อย่างแรก ฉันไม่ได้ปีนขึ้นไปบนเตียงของคุณ เมื่อวานฮั่วเชี่ยนบอกกับฉันว่านี่คือห้องของฉัน คุณฮั่ว ฉันไม่ได้มีความรู้สึกสนใจในตัวคุณเลยแม้แต่น้อย”
“อีกอย่าง เมื่อคืนฉันเผลอหลับไปแล้ว เมื่อคืนตอนที่คุณฮั่วกลับมาไม่เห็นว่าบนเตียงมีคนอื่นนอนอยู่เหรอคะ คุณยังกอดฉันนอนทั้งคืน นี่ควรจะอธิบายยังไงดีคะ คุณคงไม่ได้มีความคิดอย่างอื่นกับฉันหรอกมั้งคะ? ”
ฮั่วหยุนเฉิงถูกคำพูดของซูฉิงตอกกลับจนจุกอก สีหน้ายิ่งบูดบึ้งมากกว่าเดิม ความทรงจำเมื่อคืนถาโถมเข้ามาในสมองของเขา ชั่วขณะหนึ่งเขาก็ไม่สามารถเถียงกลับไปได้จริง ๆ
เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาของซูฉิง เขาก็ยิ่งตกตะลึงเข้าไปอีก
ดวงตาคู่งามคู่นั้น ช่างเหมือนกับเธอจริง ๆ
เมื่อเห็นแบบนี้ ซูฉิงก็ยิ่งเม้มริมฝีปาก ยิ้มออกมา
“ยังไงคะ คุณฮั่วมองฉันแบบนี้ทำไมกันคะ หรือว่าหลงใหลในตัวฉันขึ้นมาจริง ๆ แล้ว? ”
เมื่อมีสติกลับมา ฮั่วหยุนเฉิงก็มีสีหน้าบูดบึ้ง พลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกว่า “ออกไป ต่อไปห้ามมาที่ห้องของฉันอีก”
ซูฉิงเองก็ไม่ได้คิดจะอยู่ต่อ เธอเก็บของของตัวเองเดินออกไปทันที
เจอหน้ากันครั้งแรก ก็เกลียดกันแล้ว
ฮั่วเชี่ยนยังอยู่ที่หน้าประตู เมื่อเห็นซูฉิงเดินออกมา บนใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจทันที
ซูฉิงยิ้มให้กับเธอ พลางพูดขึ้นมาว่า “อรุณสวัสดิ์! สมปรารถนาเธอแล้ว เมื่อคืนพี่ชายของเธอนอนกอดฉันทั้งคืน เราสองกันเข้ากันได้ดีเลยเชียวแหล่ะ”
“เธอพูดบ้าอะไรของเธอ” ฮั่วเชี่ยนสีหน้าบูดบึ้ง เป็นไปได้ยังไง?
ตามหลักแล้ว พี่ชายไม่มีทางชอบซูฉิงแน่นอน
แต่ความจริงมันก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า เมื่อคืน ซูฉิงกับฮั่วหยุนเฉิงนอนด้วยกัน
ซูฉิงยิ้มหน้าบานแล้วเดินออกไป
ฮั่วเชี่ยนกลับโกรธขึ้นมา “เธอมันก็แค่อินังบ้านนอกที่มาจากชนบท ฉันจะบอกอะไรเธอไว้ให้นะ ฉันไม่มีทางให้เธอได้แต่งงานกับพี่ชายอย่างแน่นอน”
ทันทีที่เธอพูดจบ ฮั่วหยุนเฉิงก็เดินออกมาจากในห้องเช่นกัน
เมื่อฮั่วเชี่ยนเห็นเขาก็ตกใจทันที “พี่ชาย”
ฮั่วหยุนเฉิงสีหน้าบูดบึ้ง เห็นได้ชัดว่ากำลังโมโห ฮั่วเชี่ยนเองจึงไม่กล้าก่อเรื่องอีก
...
ซูฉิงให้คนรับใช้พาเธอไปที่ห้องของเธอ หลังจากเก็บข้าวของเสร็จแล้วถึงจะลงไปทานอาหารเช้าที่ชั้นล่าง
ที่โต๊ะรับประทานอาหารมีคุณแม่ฮั่ว ฮั่วเชี่ยนและฮั่วหยุนเฉิงนั่งอยู่
ได้ยินเพียงคุณแม่ฮั่วพูดจาประชดประชันขึ้นว่า “ตื่นสายจังเลยนะ ไม่รู้จักลงมาทำอาหารเช้า นี่เธอคิดว่าเธอเป็นคุณนายน้อยของตระกูลฮั่วแล้วจริง ๆ น่ะเหรอ”
ซูฉิงชำเลืองมองคุณแม่ฮั่วแวบหนึ่ง จากนั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “แต่ฉันก็ไม่ใช่คนรับใช้ของตระกูลฮั่วนะคะ”
ให้เธอทำอาหารเช้า ฝันไปเถอะ!
ตั้งแต่ต้นจนจบ ฮั่วหยุนเฉิงไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่สามารถมองออกว่า เขาก็ไม่ชอบซูฉิงเหมือนกัน
อาหารมื้อนี้รับประทานโดยที่มองใครก็ขัดตาไปหมด หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว คุณแม่ฮั่วก็ยื่นบัตรATM หนึ่งใบให้กับซูฉิง
“ในบัตรมีเงินอยู่สองหมื่นห้าพันบาท อีกเดี๋ยวก่อนที่เธอจะไปที่บริษัท ไปซื้อเสื้อผ้าดี ๆ สักสองสามชุด ฉันขอบอกเธอไว้ก่อนนะ อยู่ในบริษัทก็สงบเสงี่ยมเจียมตัวหน่อย อย่าก่อเรื่องให้กับฮั่วหยุนเฉิงล่ะ”
เพื่อสานสัมพันธ์ความรักให้กับฮั่วหยุนเฉิงกับซูฉิง ท่านผู้เฒ่าฮั่วเสนอให้ซูฉิงไปทำงานเป็นเลขาของฮั่วหยุนเฉิงที่บริษัท คุณปู่ซูเองก็รับปากโดยไม่ลังเล ซูฉิงต้านทานไม่ยอมยังไงก็ไม่อาจเอาชนะได้ เลยทำได้เพียงต้องไปเป็นวลาสามเดือน สำหรับเธอแล้วเธอสามารถอดทนผ่านมันไปได้แน่นอน
แต่เงินสองหมื่นห้าพันบาทนี้... คุณแม่ฮั่ว นี่กำลังดูถูกกันอยูงั้นเหรอ! ซูฉิงพูดประชดประชันออกไปว่า “คุณน้าค่ะ ขอบคุณคุณน้านะคะ แต่ไม่จำเป็นค่ะ”
เสื้อผ้าของเธอทั้งหมดล้วนได้รับการตัดเย็บมาโดยเฉพาะ แน่นอนว่าคนตระกูลฮั่วจะมองไม่ออกว่าเป็นยี่ห้ออะไร และซูฉิงเองก็ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับพวกเขา หลังจากพูดจบเธอก็ขึ้นชั้นบนไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที
เธอเพิ่งจะขึ้นไปชั้นบน โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นทันที เป็นข้อความโอนเงินเข้าห้าสิบล้านบาท และยอดเงินในบัตรก็เต็มไปด้วยศูนย์ที่นับไม่ถ้วน
จากนั้นซูฉิงก็ได้รับข้อความที่คุณปู่ซูส่งมาอีก
“หลานสาวสุดที่รัก ต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ อยากกินอะไรอยากซื้ออะไรก็ซื้อเต็มที่ ถูกใครรังแกก็ให้มาบอกปู่”
ซูฉิงเม้มปาก ตอบกลับไปว่า “คุณปู่ค่ะ คนตระกูลฮั่วรังแกหนูทุกคนเลยค่ะ มันไม่สนุกเลยสักนิดเดียว”
ชายชราตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“มันยากมากที่จะมีคนกล้ารังแกหลาน อื้มไม่เลว เอาล่ะ ปู่ไปตกปลาแล้วนะ”
ซูฉิง “...”
หลังจากเปลี่ยนชุดพนักงานออฟฟิศแล้ว ซูฉิงก็ออกไปจากตระกูลฮั่ว คนขับรถเปิดประตูรถให้เธอ หลังจากขึ้นแล้ว เธอถึงได้พบว่าฮั่วหยุนเฉิงก็อยู่ในรถด้วย
“ไหนบอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันเลยสักนิดไม่ใช่เหรอ? ทำไมยังต้องการเป็นเลขาของฉันที่ฮั่วซื่อ กรุ๊ปอีก” เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายดังขึ้น ในน้ำเสียงแฝงไปด้วยการเยาะเย้ยถากถางเล็กน้อย
ซูฉิงชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง “ฉันรับปากกับคุณปู่ไว้ จะคบกับคุณสามเดือน หลังจากนั้นสามเดือนเราก็ยกเลิกการหมั้น”
“เฮอะ” ฮั่วหยุนเฉิงหัวเราะเยาะขึ้น “เธอไม่กลัวว่าสามเดือนนี้จะตกหลุมรักฉันเหรอ? ถึงตอนนั้นอย่าดื้อด้านไม่ยอมออกไปจากตระกูลฮั่วแล้วกัน”
ซูฉิงรู้สึกขำกับคำพูดนี้ของฮั่วหยุนเฉิงมาก
“ไม่คิดว่าคุณฮั่วที่เล่าลือกันว่าเย็นชาเย่อหยิ่งจะมีความมั่นใจมากถึงขนาดนี้? ฉันจะบอกอะไรกับคุณให้นะ ไม่ว่าสามปีหรือตลอดทั้งชีวิต ฉัน ซูฉิง ก็จะไม่มีทางตกหลุมรักคุณ”
ในสายตาของซูฉิง ฮั่วหยุนเฉิงนอกจากหน้าตาหล่อแล้วก็ไม่มีอะไรเลย
ทันทีที่ฮั่วหยุนเฉิงได้ยินคำพูดของซูฉิงก็สีหน้าบูดบึ้งทันที
ตลอดทั้งชีวิตก็ไม่มีทางตกหลุมรักเขางั้นเหรอ?
“ซูฉิง ทางที่ดีเธอควรจำสิ่งที่เธอพูดในวันนี้ไว้นะ”
ฮั่วหยุนเฉิงรู้สึกเพียงว่าซูฉิงกำลังแสร้งทำเป็นไม่สนใจเพื่อหลอกล่อเขาให้มาติดกับ ในเมื่อไม่ชอบเขาแล้วทำไมต้องมาที่ตระกูลฮั่วด้วยล่ะ
ซูฉิงยิ้มด้วยรอยยิ้มปลอม ๆ อย่างมืออาชีพ “ค่ะ คุณฮั่ว คุณไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ! สามเดือนต่อมาเราจะไม่ได้เจอกันอีก อ้อ เมื่อถึงบริษัทแล้วก็แสร้งทำเป็นไม่รู้จักกัน แบบนี้ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงเรื่องเข้าใจผิดที่ไม่จำเป็นได้”
ฮั่วหยุนเฉิงไม่พูดอะไรอีก
ทว่า ซูฉิงคิดมากไปแล้ว ภายนอกเล่าลือกันมานานแล้วว่า ฮั่วหยุนเฉิงมีสัญญาหมั้นหมายการแต่งงานอยู่ และคู่หมั้นของเขาก็มาจากชนบท
เวลานี้ ในฮั่วซื่อ กรุ๊ปต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปทั่ว
“นี่รู้หรือยัง คู่หมั้นของคุณฮั่วยังจะต้องมาทำงานที่ฮั่วซื่อ กรุ๊ปด้วย! แล้วยังจะมาเป็นเลขาของคุณฮั่วอีกด้วย”
“ไหนว่ากันว่าหน้าตาอัปลักษณ์มากไม่ใช่เหรอ? แลัวแถมยังมาจากชนบทอีก? จบจากมหาลัยไก่กาอะไรมากัน เธอดูเอกสารเข้าใจหรือเปล่า?”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ดูเข้าใจไม่เข้าใจยังไม่ต้องพูดถึง กลัวว่าแม้แต่ใช้งานคอมพิวเตอร์ก็ยังใช้ไม่เป็นเลยมั้ง!”
...
จนกระทั่งซูฉิงกับฮั่วหยุนเฉิงเดินเข้าไปในบริษัทด้วยกัน สายตาของทุกคนต่างก็ตกตะลึงกันขึ้นมาในทันที