ตอน 2

มู่เส้าเหิงตกตะลึง

เขาจ้องไปที่เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ซึ่งกำลังเกาะขาของเขาอยู่

เธอเป็นสาวน้อยน่ารัก ดวงตากลมโตของเธอจับจ้องมาที่เขา

เส้าเหิงหลงเสน่ห์ความน่ารักนั่นจนไม่สามารถละสายตาจากเธอได้

เขาไม่เคยเห็นเด็กน้อยน่ารักเท่านี้มาก่อน

ขณะที่มองเข้าไปในดวงตาของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนนั้นเส้าเหิงก็ถามว่า “แม่ของหนูอยู่ไหนจ๊ะ?”

ในขณะเดียวกันนี้ หนวนจิ่วก็กำลังตามหาลูก ๆ ของเธอไปทั่วทั้งสนามบินอย่างร้อนใจ

ทันใดนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงของผู้ชายที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง

“หนวนจิ่ว!”

เมื่อหันไปมอง เธอก็เห็นชายคนหนึ่งกำลังถือกุหลาบช่อใหญ่สีสดใส และมองตรงมาที่เธอ

จากนั้นเธอก็ถอดแว่นกันแดดออก และเห็นใบหน้าของชายคนนั้นอย่างชัดเจน

เขาคือยวี่ชู

“หนวนจิ่ว นั่นคุณจริงเหรอ?” ยวี่ชูถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาไปด้วยความตื่นเต้น

เมื่อห้าปีที่แล้ว เขาบังเอิญผลักหนวนจิ่วตกจากเรือสำราญ และไม่ได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับเธออีกเลยนับตั้งแต่นั้น

ในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาได้ยกโทษให้หนวนจิ่วในเรื่องที่เธอทรยศเขาแล้ว และหวังว่าเธอจะกลับมาหาเขา

ยวี่ชูก้าวเข้าไปหาหนวนจิ่วและทำท่าจะสวมกอดเธอ

“พวกคุณทำอะไรกันอยู่?”

เสียงหวีดแหลมดังมาจากบริเวณใกล้เคียง

เมื่อยวี่ชูรู้ตัว เขาจึงเก็บมือลงอย่างรวดเร็ว

หนวนจิ่วมองไปยังผู้หญิงซึ่งเป็นต้นเสียง จากนั้นรอยยิ้มขี้เล่นก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ

‘บังเอิญอะไรขนาดนี้! ศัตรูของฉันมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ทั้งหมด’ เธอกล่าวในใจ

ผู้หญิงคนนั้นคือหวั่นโหรว

“หล่อนเป็นใครมาจากไหนไม่ทราบ? กล้าดียังไงมายั่วสามีฉัน? เธอ...”

หวั่นโหรวหยุดพูดกลางคัน ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวขณะที่เธอชี้ไปยังหนวนจิ่วด้วยตัวที่สั่นเทิ้ม และพูดไม่ออก

ดูเหมือนว่าเธอจะตกตะลึงกับการปรากฏตัวของหนวนจิ่ว เธอควรตายไปแล้วนี่!

“เธอเป็นผี หรือเป็นคนกันแน่?”

หนวนจิ่วขมวดคิ้ว มุมปากสีสดของเธอโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม พูดตามตรง เธอก็ดูเป็นผีที่สวยอยู่หน่อย ๆ นะ

“ยังไง หวั่นโหรว? เธอคงไม่คิดสินะว่าฉันจะปีนออกมาจากนรกเพื่อมาตามหาเธอหรอกนะ?”

เพียงได้ยินเธอพูดก็ทำให้หวั่นโหรวหวาดกลัวจนเข้ากระดูกดำ และรู้สึกหนาวสันหลังขึ้นมาทันที

เธอจำได้ว่าเมื่อ 5 ปีที่ก่อน เธอวางแผนทำให้หนวนจิ่วเสียความบริสุทธิ์ไป เพื่อที่จะได้ทำให้เธอกับยวี่ชูเข้าใจผิดกันและทะเราะกัน นอกจากนี้ เธอยังพลัดตงลงไปในทะเลและได้จมหายไป

‘เธอกลับมาเพื่อแก้แค้นอย่างนั้นเหรอ?’

เมื่อความคิดนั้นแล่นเข้ามาในหัวของหวั่นโหรว เธอก็สั่นสะท้านด้วยความกลัว

ในทางกลับกัน ยวี่ชูไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องไม่ดี เขาลืมตัวไปชั่วขณะหนึ่งว่าเขาแต่งงานแล้ว

หัวใจของเขาเต้นแรงด้วยความปีติยินดี เมื่อได้เห็นการกลับมาของผู้เป็นที่รักอย่างแท้จริง

เขาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือออกไป และอยากสัมผัสใบหน้าอันสวยงามที่เขาปรารถนาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ทันใดนั้นเองหนวนจิ่วก็ตบหน้าเขาอย่างแรง

“หนวนจิ่ว เธอบ้าไปแล้วเหรอ?”

หวั่นโหรวจ้องมาที่เธอ พลางสัมผัสผิวแก้มที่แดงเป็นปื้นของยวี่ชูอย่างรู้สึกสงสาร

แต่แล้วยวี่ชูกลับผลักหวั่นโหรวออก และจ้องไปที่หนวนจิ่วด้วยความรัก

“หนวนจิ่ว ผมไม่ได้โกหกคุณนะ... มันสมแล้วที่ผมโดนตบ ผมยกโทษให้คุณแล้วสำหรับเรื่องที่คุณนอกใจผม มีโอกาสไหมที่คุณจะกลับมาหาผม?” เขาถาม

ตอนนี้หนวนจิ่วรู้สึกรังเกียจกับพฤติกรรมไร้ยางอายของยวี่ชูเต็มทน

“สำหรับฉัน... การสารภาพรักของคุณมันช่างน่าประทับใจดีนะคะ ถ้าฉันไม่เคยตายมาก่อน ตอนนี้ฉันคงน้ำตาไหลไปแล้ว ขอโทษที่ต้องปลุกจากฝันหวานของคุณนะ แต่ฉันไม่ต้องการการให้อภัย พราะฉันไม่ได้ผิดอะไร หวั่นโหรวเป็นคนจัดฉากเรื่องทั้งหมดนั่นต่างหาก เพื่อที่เธอจะได้แต่งงานกับคุณ!”

ยวี่ชูเหลือบมองที่หวั่นโหรว และถามว่า “ที่หนวนจิ่วพูดหมายความว่าไง?”

ทันใดนั้น ใบหน้าของหวั่นโหรวก็ซีดเผือด “อย่าไปฟังคำพูดไร้สาระของเธอนะคะ!”

การโต้แย้งที่สนุกสนานกำลังจะเกิดขึ้น ในขณะนั้นเองเสียงประกาศของสนามบินก็ดังก้องไปทั่ว

“เรียนผู้โดยสารโปรดทราบเรามีประกาศฉุกเฉิน หากมีผู้โดยสารที่พลัดหลงกับบุตรหลาน โปรดให้ความสนใจกับประกาศนี้ เรามีเด็กสองคนอยู่ที่นี่ เป็นเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชาย เด็กผู้หญิงชื่อหมิงเจา และเด็กผู้ชายชื่อหมิงฮ่าว หากท่านใดเป็นผู้ปกครอง กรุณาติดต่อที่โถงอำนวยการของสนามบินโดยเร็วที่สุด ย้ำอีกครั้ง กรุณาติดต่อ...”

‘หมิงฮ่าวกับหมิงเจา!’

หนวนจิ่วรีบไปที่โถงอำนวยการ และเลิกสนใจทั้งยวี่ชูและหวั่นโหรว

ยวี่ชูอยากตามเธอไป แต่หวั่นโหรวรั้งเขาไว้

เขายืนอยู่ที่นั่นด้วยความเหม่อลอย และมองดูหนวนจิ่วค่อย ๆ หายไปจนลับตา

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของสามีของเธอ หวั่นโหรวก็กัดฟัน ไม่นานความเกลียดชังก็ทะลักเต็มดวงตาของเธอ

เป็นอีกครั้งที่หนวนจิ่วเอาชนะเธอได้

เธอรักยวี่ชูมาก และเธอก็ทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้แต่งงานกับเขา ผ่านไปห้าปีแล้ว แต่เขาก็ยังไม่เคยลืมหนวนจิ่วเลย และตอนนี้ผู้หญิงสารเลวนั่นก็ฟื้นคืนชีพกลับมาแล้ว ทำเอาหวั่นโหรวแทบจะคลั่งตาย

ทันทีที่หนวนจิ่วมาถึงโถงอำนวยการ เธอก็เห็นหมิงเจา และหมิงฮ่าวนั่งอยู่บนเก้าอี้สองตัว

“โถ ลูกแม่! แม่กลัวแค่ไหนรู้ไหมจ๊ะ แม่คิดว่าเกือบจะเสียหนูสองคนไปแล้ว”

เธอรีบเข้าไปกอดพวกเขาไว้ “เราสองคนวิ่งไปไหนมาจ๊ะ?”

“หนูไปหาคุณพ่อของเรามาค่ะ!” หมิงเจาพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น

“คุณพ่อเหรอ? ใคร?” หนวนจิ่วมึนงง

“ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของหมิงเจาฮะ เมื่อกี้เธอเห็นผู้ชายหน้าตาดีเข้า เธอเลยเรียกเขาว่า ‘คุณพ่อ’ ” หมิงฮ่าวบ่นพึมพำ

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หนวนจิ่วก็กังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นของลูกสาวขึ้นมา

“หมิงเจา อย่าทำอย่างนั้นอีกนะจ๊ะ มันอันตรายมาก รู้ไหม?”

หมิงเจาพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

หนวนจิ่วถอนหายใจ และโค้งคำนับขอบคุณพนักงานที่อยู่ข้าง ๆ เธอ

“ขอโทษที่รบกวนนะคะ แล้วใครพาเด็ก ๆ มาส่งที่นี่เหรอคะ? ฉันอยากจะขอบคุณเขาที่ช่วยพาเด็ก ๆ มาส่งที่นี่”

พนักงานยิ้มให้เธอ และตอบว่า “ลูก ๆ ของคุณโชคดีมากที่เจอเข้ากับผู้ชายที่มีชื่อเสียงและใจดี เขาคือประธานบริษัทของมู่ซื่อ กรุ๊ป เป็นคนพาเด็ก ๆ มาที่นี่ค่ะ”

หัวใจของหนวนจิ่วเต้นแรงเมื่อได้ยินอย่างนั้น เธอคว้าแขนลูก ๆ ของเธอ และวิ่งออกไปจนทำให้ฝาแฝดทั้งสองกลัว

แต่เมื่อเธอวิ่งออกไป ผู้ชายคนนั้นก็ได้หายไปแล้ว สิ่งที่เธอเห็นก็คือรถยนต์มายบัคที่ขับผ่านพวกเขาไปแล้ว

ในนั้นมีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ เมื่อเขาผ่านหน้าไป เขาก็เลื่อนกระจกรถขึ้น

ในไม่ช้ารถมายบัคก็เคลื่อนหายไป และหนวนจิ่วไม่ทันจะเห็นหน้าเขาชัดด้วยซ้ำ

ตอน 3

ขณะที่เครื่องยนต์ของมายบัคดังคำรามขึ้น เส้าเหิงก็เหยียบคั่นเร่งขับรถผ่านหน้าหนวนจิ่วและสองแฝดไป

ก่อนที่เขาจะเลื่อนกระจกหน้าต่างขึ้น เขาก็เหลือบไปเห็นคนทั้งสามพอดี

เส้าเหิงขมวดคิ้ว และรู้สึกไม่ค่อยพอใจผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่เขาไม่เคยพบมาก่อน

‘เป็นผู้หญิงที่ประมาทเลิ่นเล่อจริง ๆ ! เธอปล่อยให้เด็กน่ารัก ๆ พลัดหลงแบบนี้ได้ยังไงกัน? ’

แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าที่น่ารักของหมิงเจา ก็ทำให้เส้าเหิงก็ใจอ่อนลง

แล้วมายบัคก็เลี้ยวหายไปในชั่วพริบตา ทิ้งให้หนวนจิ่วยืนงงอยู่อย่างนั้น

“คุณแม่ เป็นอะไรไปคะ? แม่ยังโกรธหนูอยู่เหรอ?” หมิงเจากระซิบ และเอื้อมมือไปหาแม่ของเธอ

หมิงฮ่าวกลอกตา “ทั้งหมดเป็นความผิดของเธอเลย ทำไมเธอต้องไปเรียกคนแปลกหน้าว่า ‘คุณพ่อ’ ด้วย?”

“แม่ค่ะ หนูสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว” หมิงเจาให้คำมั่นอย่างจริงจัง

และในตอนนั้นเอง หนวนจิ่วถึงรู้สึกตัวขึ้นมา เธอยิ้มให้ลูกสาวอย่างอ่อนโยน “แม่ไม่ได้โกรธหนูจ่ะ”

“งั้นทำไมแม่ถึงไม่ตอบหนูเลยล่ะคะ?” หมิงเจาถามด้วยความสงสัยพลางเบะปาก

จากนั้นหนวนจิ่วก็เงียบไปอีกครั้ง

เธอคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ

ตลอดระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยลืมว่ามีใครบางคนจงใจทำให้ซูซื่อ กรุ๊ป ล้มละลาย หลังจากที่เธอพยายามสืบหาความจริงอย่างไม่รู้เหน็ดรู้เหนื่อย ในที่สุดเธอก็พบเบาะแสบางอย่าง

เธอพบว่ายวี่ชูเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วย แต่เขาเป็นแค่หมากตัวหนึ่งบนกระดานเท่านั้น และยังมีคนอื่นอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ทั้งหมดอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ เธอเคยคิดว่าพ่อของเธอกระโดดตึกเพราะทนรับแรงกดดันไม่ไหว และแม่ของเธอก็ฆ่าตัวตายตามเพราะตรอมใจกับการตายของพ่อเธอ แต่ตอนนี้หนวนจิ่วสงสัยว่าเรื่องทั้งอาจจะไม่ได้มีแค่นั้น

เมื่อดูจากหลาย ๆ องค์ประกอบ ดูเหมือนกับว่า มู่ซื่อ กรุ๊ป จะอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้

“คุณแม่ไม่ตอบหนูอีกแล้วนะคะ!” หมิงเจาทำหน้ามุ่ย และเขย่ามือของหนวนจิ่วอย่างแรง

ในที่สุด เธอก็กลับออกมาจากภวังค์ความคิดของเธอ เธอลูบหัวของสองแฝดเบา ๆ

“ไปกันเถอะ เราไปสมทบกับคนที่มารอรับเราก่อน”

ขณะที่รออยู่ตรงทางเข้าสนามบิน หนวนจิ่วจับมือสองแฝดไว้ด้วยมือซ้ายและมือขวาของเธอ

หลังจากนั้นไม่นานรถยนต์ลินคอล์นก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา

“คุณซู ในที่สุดพวกคุณก็มาถึงสักที!” หญิงวัยกลางคนที่ดูท่าทางเป็นมิตรก็ได้เดินลงมาจากรถ “คุณสามารถเรียกฉันว่าน้าหวังได้เลยนะคะ คุณจี้ได้จัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้พวกคุณเรียบร้อยแล้วค่ะ ตอนนี้เชิญพวกคุณขึ้นรถกันก่อนค่ะ”

หมิงเจาและหมิงฮ่าวกระโดนโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น “ดีจังเลยค่ะ! ที่คุณหมิงซวี่ส่งคนมารับพวกเราที่นี่!”

หนวนจิ่วและสองแฝดพากันขึ้นรถ และเดินทางไปยังบ้านพักที่หมิงซวี่เตรียมไว้ให้พวกเขา

หลังจากเก็บของเรียบร้อยแล้ว หนวนจิ่วก็ดึงมือถือออกมาด้วยความลังเล สุดท้ายเธอก็กดโทรออก

“ขอบคุณนะคะ คุณหมิงซวี่” หนวนจิ่วกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพ

“หนวนจิ่ว คุณไม่จำเป็นต้องเกรงใจเลยครับ” เสียงของชายคนนั้นทุ้มต่ำน่าฟัง “ผมรู้ว่าคุณกลับไปบ้านเกิดคราวนี้ก็เพื่อที่จะสืบเรื่องของซูซื่อ กรุ๊ป ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลืออะไร ติดต่อผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ ผมเต็มใจช่วยคุณอย่างเต็มที่”

“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”

นอกจากคำว่าขอบคุณ หนวนจิ่วก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะพูดอะไรกับหมิงซวี่ได้อีก

หมิงซวี่ช่วยชีวิตเธอไว้ตอนที่เธอตกลงไปในทะเล

หลังจากที่เขาได้ช่วยให้เธอรอดชีวิตมาได้ เขาก็พบว่าเธอกำลังตั้งครรภ์

คุณหมอบอกว่าอาการของเธอไม่สู้ดี และการทำแท้งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต และด้วยความช่วยเหลือของหมิงซวี่ ช่วยให้เธอสามารถให้กำเนิดทั้งหมิงเจาและหมิงฮ่าวได้อย่างปลอดภัย

เธอเป็นหนี้ชีวิตเขา แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามมากเท่าไหร่ เธอก็บังคับให้ตัวเองรักเขาไม่ได้ และเพราะเธอเองก็รู้สึกได้ว่าเขามีความรู้สึกดี ๆ ต่อเธอ มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับเธอในการเผชิญหน้ากับเขา

เธอคงจะเป็นคนใจร้ายถ้าปฏิเสธเขา แต่เธอก็ไม่สามารถโน้มน้าวตัวเองให้ยอมรับเขาได้ พูดได้ว่า เธอใจแข็งอย่างกับหิน

หลังจากวางสายจากหมิงซวี่แล้ว หนวนจิ่วก็ส่ายหัวเพื่อกำจัดความคิดสับสนวุ่นวายเหล่านี้ออกไปจากหัว

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเรื่องความสัมพันธ์ เพราะเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับเธอ คือการสืบหาความจริงเกี่ยวเรื่องที่เกิดขึ้นกับซูซื่อ กรุ๊ป!

เธอมองดูโทรศัพท์มือถือของตัวเองอีกครั้ง และแตะเข้าดูข้อเสนอทำงานจากมู่ซื่อ กรุ๊ป

“เรียน คุณซู ยินดีต้อนรับเข้าสู่มู่ซื่อ กรุ๊ป!”

เธอกำหมัดแน่น แล้วคิดแผนขึ้นมาได้

การล้มละลายอย่างกะทันหันของซูซื่อ กรุ๊ป และการเสียชีวิตของพ่อแม่ของเธอ... เธอจะสืบเรื่องทุกอย่างด้วยตัวเธอเอง!

... ...

วันรุ่งขึ้น หนวนจิ่วได้เดินทางไปที่มู่ซื่อ กรุ๊ป

มู่ซื่อ กรุ๊ปมีทำเลที่ดีเยี่ยม และเป็นเจ้าของอาคารซวงจื่อตึกแฝดที่สูงตระการตา

พนักงานต้อนรับพาหนวนจิ่วเข้าไปในออฟฟิศ และย้ำกับเธอเสียงเบา ๆ ว่า “นี่คือคุณเกาเสียวเสี่ยว ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ”

หนวนจิ่วพยักหน้า และเดินเข้าไปข้างใน

ข้างในนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟากลางห้อง เธอกวาดสายตามองหนวนจิ่วหัวจรดเท้า

สายตาของผู้หญิงคนนั้นทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ หนวนจิ่วพยายามควบคุมสีหน้าตัวเอง และยิ้มอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะ ฉันซูหนวนจิ่ว”

“ยินดีต้อนรับเข้าสู่มู่ซื่อ กรุ๊ปค่ะ” เสียวเสี่ยวยิ้ม เธอมองหนวนจิ่วและพูดว่า “คืนนี้ฉันมีนัดกับลูกค้า คุณไปกับฉันนะ”

“คืนนี้เหรอคะ?” หนวนจิ่วรู้สึกประหลาดใจ แต่เธอก็เก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้ “ได้ค่ะ”

เสียวเสี่ยวพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ และเดินนวยนาดไปที่ประตู “ตามฉันมา”

หนวนจิ่วเตรียมที่จะไปเซ็นสัญญา แต่เมื่อพวกพนักงานก้าวออกจากลิฟต์ พวกเขาก็มีสีหน้าที่จริงจัง ราวกับว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่น่าเกรงขามอย่างไรอย่างนั้น

มีผู้ชายรูปร่างสูงคนหนึ่งได้เดินออกมาจากห้องทำงานที่รายล้อมไปด้วยผู้บริหารระดับสูง เขาแต่งตัวในชุดสูทที่ทันสมัย และมีลักษณะที่สง่างาม เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่พนักงานธรรมดา

หนวนจิ่วกะพริบตา และจ้องไปที่ชายคนนั้น เขาดูคุ้น ๆ

ชายคนนั้นหยุดอยู่ตรงทางเดิน และหันหน้ามา

“หนวนจิ่ว” เสียวเสี่ยวเรียกเธอจากด้านหลัง

หนวนจิ่วถูกลากออกไปด้านข้าง ก่อนที่เธอจะตอบกลับด้วยซ้ำ

ใบหน้าของเสียวเสี่ยวบึ้ง และแววตาของเธอก็เย็นชาขึ้นมาทันที “คุณควรรู้จักที่ของตัวเองไว้บ้างนะ เป็นที่รู้กันไปทั่วว่าท่านประธานอย่างคุณมู่นั้นเป็นคนที่โหดร้าย ถ้าเธอคิดจะเข้าใกล้เขา เธอก็ระวังจะโดนไล่ออกก็แล้วกัน”

ชายคนนั้นคือมู่เส้าเหิง ประธานบริษัทของมู่ซื่อ กรุ๊ป

หนวนจิ่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก้มหน้าลงอย่างเชื่อฟัง “เข้าใจแล้วค่ะ”

เสียวเสี่ยวถอนหายใจ แล้วจึงเดินเข้าไปในห้องทำงาน แต่หนวนจิ่วนั้นยืนนิ่งไม่ขยับ เธอเงยหน้าขึ้น และมองไปที่ทางเดิน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED