ตอน 2

นายบุญมีละสายตาจากดวงหน้าของลูก เขาเงยหน้าขึ้นแววตาหม่นมองความมืดด้านหน้าที่เห็นแสงไฟระยิบระยับซึ่งเป็นแผ่นดินไทย บ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง

“ฮืออ”

เด็กน้อยพยักหน้าหงึกๆ ให้พ่อ แต่ก็ไม่ยอมที่จะเชื่อฟังในสิ่งที่พ่อพูด กล้วยไม้ไม่ยอมที่จะนั่งอยู่บนเรือ ซึ่งเดวิดก็รีบอุ้มหนูน้อยเข้ามานั่งคร่อมบนหน้าตักเมื่อเห็นเด็กหัวดื้อกำลังจะปีนขอบเรือ

“นายทหารฉันฝากลูกสาวฉันด้วยนะคะ”

นางช่อไม้ย้ำคำฝากฝังลูกสาวอีกครั้ง นางก็รับรู้ชะตาชีวิตของตัวเอง ซึ่งนางพร้อมที่จะเดินตามรอยเท้าของสามีและพร้อมที่จะตายไปกับสามี

“ไม่ต้องห่วงนะครับ...ผมจะปกป้องดูแลกล้วยไม้ด้วยชีวิตของผมเองครับ”

ความดีของสองสามีภรรยามีล้นหัว ชีวิตทั้งชีวิตคงชดใช้บุญคุณไม่จบสิ้น เมื่อครั้งที่ชายหนุ่มถูกพวกทหารฝั่งจีนแดงยิงได้รับบาดเจ็บเจียนตาย เขาหนีหัวซุกหัวซุนจนมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งในหมู่บ้านนั้นก็มีนายบุญมีที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน และพวกเขาสองสามีภรรยาก็ได้ช่วยชีวิตเขาไว้ ครั้งนั้น ถ้าไม่ได้นายบุญมีกับนางช่อไม้ช่วยไว้ ป่านนี้ เขาคงกลายเป็นผีเฝ้าลุ่มแม่น้ำโขงไปนานแล้ว

“ขอบคุณ นายทหารมากนะคะ”

นางช่อไม้เจ็บหัวใจ นางยื่นมือเข้าไปจับดวงหน้าจิ้มลิ้มเช็ดน้ำตาให้กับลูกพร้อมทั้งกระซิบบอกลูกรักให้เป็นเด็กดี เชื่อฟัง อย่างอแงกับคุณเดวิดเด็ดขาด

“ถึงที่หมายแล้ว...ผมจะพากล้วยไม้ไปรอพวกพี่ๆ ที่เคยคุยกันไว้นะครับ”

เดวิดให้คำมั่นสัญญาด้วยชายชาติทหาร เขาวางไม้พายไว้ข้างลำตัวแล้วยื่นมือรับเอาแผนที่จากมือของนายบุญมี เปิดอ่านเพียงแวบเดียวก็พับเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ตัวเก่า

“รีบไปเถอะครับ ขืนชักช้าอาจไปไม่ทันเวลาคนที่รออยู่ฝั่งไทยได้ครับ”

ผู้ใหญ่บุญมีน้ำตาคลอกอดเมียรักไว้แน่น รับรู้ถึงความรู้สึกของภรรยาที่เอาแต่สะอึกสะอื้นไห้ เขากระซิบเสียงสั่นเทาบอกให้เมียมองจดจำใบหน้าของลูกรักไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ นายบุญมีเจ็บปวดหัวใจเมื่อเขาช่วยดันหัวเรือให้ลอยออกไปกลางแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว

“ไม่! หนู่ไม่ไป...ฮืออ...แม่จ๋าพ่อจ๋า...หนูไม่ไป...คุณเดปล่อยหนู”

เด็กน้อยนั่งตรงกลางตักของเดวิด เขาใช้สองแขนกำยำทั้งสองข้างโอบคนตัวเล็กไว้ มือใหญ่ก็จับไม้พาย ออกแรงพายเรือไปตามแม่น้ำโขงที่ไหลเชี่ยว

ดวงหน้าคมสันเริ่มเครียดกับเหตุการณ์ที่สะเทือนหัวใจ เขาก้มหน้าลงมองเด็กน้อยที่เอาแต่สะอึกสะอื้นไห้ แววตาสีฟ้าน้ำทะเลเหลือบขึ้นมองความมืดด้านหน้า จุดมุ่งหมายของเขาคือฝั่งตรงข้ามที่เป็นประเทศไทย เดวิดปลอบขวัญหนูน้อยโดยการพูดเบาๆ ชิดกระหม่อมน้อย บอกให้หนูน้อยหยุดร้องไห้

“ไม่เอานะดวงใจของคุณเด ไม่ร้องไห้นะ...ดะ...” คำว่า ‘เด็กน้อยของคุณเด’ ถูกเสียงระเบิดกลบเสียสนิท

บึมม!! บึมมม!!!

เครื่องบินที่บินผ่านไปมาบนท้องฟ้าได้โยนระเบิดใส่ตรงบริเวณที่มีสองผัวเมียที่ยืนโบกมือลาอยู่ข้างขอบตลิ่งหลายลูกติดๆ กัน

“พี่บุญมี! พี่ช่อไม้!”

เดวิดก้มหมอบใช้ร่างกายปกป้องเด็กน้อยกลัวว่าเด็กจะถูกสะเก็ดระเบิด เขาเอียงหน้ามองบนฝั่งที่มีแสงไฟลุกโชน ช็อกกับภาพที่เห็น หัวใจฉีกขาดเหมือนร่างกายของสองผัวเมียที่ถูกแรงกระแทกของระเบิด

เดวิดไม่มีแรงที่จะพายเรือต่อไปได้ เรือลำน้อยนิ่งแต่ลอยไปตามน้ำใส ซึ่งแม่น้ำโขงก็ค่อยๆ กลายเป็นสีแดงเมื่อเลือดและเศษเสื้อผ้าและเนื้อหนังของพี่บุญมีและพี่ช่อไม้แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยลอยกระเด็นกระจัดกระจายตกลงสู่แม่น้ำ ช่างเปรียบเสมือนสองผัวเมียได้ล่องลอยตามเรือของเขาที่ลอยลิ่วๆ ไปตามแรงน้ำที่ไหลเชี่ยว

“พ่อจ๋าแม่จ๋า”

เด็กน้อยร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของเดวิด เสียงระเบิดดังตูมๆ ทำให้ร่างน้อยสั่นสะท้านหวาดกลัว รีบขดตัวเข้าหาความปลอดภัยจากผู้ชายตัวใหญ่ที่หนูน้อยหวังเป็นที่พึ่งยามไม่มีพ่อแม่

“ไม่ร้องไห้นะ...คุณเดอยู่นี่แล้ว”

เดวิดกอดปลอบขวัญหนูน้อยด้วยเสียงอบอุ่น เขารีบจับใบหน้าเล็กให้หันหน้ามามองตากัน แต่หนูน้อยไม่ยอม เขาจึงอุ้มหนูน้อยให้นั่งบนตัก หันหลังให้แล้วมือของเขาก็ปิดหน้าปิดตาของกล้วยไม้ทันทีเมื่อเด็กน้อยหันไปมองอะไรบางอย่างที่ลอยมาตามน้ำ

“กรี๊ดด!! พ่อจ๋าแม่จ๋า!!”

เด็กน้อยชักดิ้นชักงออยู่ในอ้อมกอดของเดวิด หนูน้อยพยายามที่จะลงจากตักของชายหนุ่มเพื่อที่จะไปเก็บเศษเสื้อผ้าของพ่อแม่ที่ลอยมาตามน้ำ เด็กน้อยวัยหกขวบถึงจะไร้เดียงสา แต่ก็ใช่ว่าหนูน้อยจะไม่รู้ว่าพ่อและแม่ไม่ได้อยู่กับเธอแล้ว และคำมั่นสัญญาที่พ่อแม่บอกไว้ก็ไม่มีความหมาย เพราะพ่อและแม่ได้จากเธอไปแล้ว

“คัทลียา!!”

เสียงกรีดร้องของเด็กน้อย ลูกสาวคนเดียวของสองผัวเมียผู้มีพระคุณดังโหยหวน ทำให้เดวิดรีบคว้าร่างน้อยมาแนบกาย เขาไม่อยากให้เด็กน้อยเห็นร่างกายของพ่อแม่ที่มีแต่แขนขาและคอลอยมาตามน้ำนั้น ช่างน่าอนาถใจที่สุด เขากลัวว่าภาพการเสียชีวิตของพ่อแม่ของหนูน้อยจะเป็นภาพที่ติดตาของเด็กน้อยไปจนตลอดชีวิต จึงรีบใช้มือปิดหน้าของเด็กไว้ แล้วเอ่ยเสียงให้นุ่มหู อบอุ่นให้มากที่สุด ปลอบขวัญเด็กน้อย

“พ่อจ๋า...แม่จ๋า...พ่อกับแม่จากหนูไปแล้ว แล้วหนูจะอยู่กับใคร...ฮืออ...”

“คัทลียาของคุณเด อย่าร้องไห้เลย นิ่งซะนะคนดี”

เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นฟังแล้วปวดหัวใจ ทำให้เดวิดกอดกระชับร่างน้อยให้ความอบอุ่นให้มากที่สุดเท่าที่เด็กน้อยจะหายกลัวและตัวสั่นงันงกอยู่ใต้ร่างของเขา...

ตอน 3

เดวิดนอนกระสับกระส่าย สะดุ้งสุดตัวตื่นลุกขึ้นนั่งทั้งที่สติยังอยู่ในความฝัน ชายหนุ่มยังอยู่ในห้วงของความฝันอันโหดร้ายและเจ็บปวดที่สุด

เสียงร้องไห้โหยหวนและภาพขัดขืนดิ้นหนีอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มนั้นช่างเป็นภาพที่สะเทือนหัวใจอย่างมาก เดวิดคอยโอบกอด เขาจูบขมับน้อยปลอบขวัญ มือใหญ่ที่คิดว่าเป็นเกาะป้องกันเด็กน้อยได้ก็ลูบแผ่นหลังเล็กๆ พร้อมทั้งเอ่ยเสียงทุ้มนุ่มหูกระซิบบอกให้เด็กกล้วยไม้ให้หายหวาดกลัว

“ไม่เป็นไรแล้วนะคนดีของคุณเด ต่อไปนี้คัทลียาจะมีคุณเดเพียงคนเดียว...คุณเดจะเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นพี่ และเป็นทุกอย่างให้กับหนูเองนะ”

เดวิดกระซิบเสียงสั่นเทาชิดดวงหน้าจิ้มลิ้มของเด็กน้อย ริมฝีปากหยักได้รูปกระจับก็เช็ดน้ำใส่ๆ ร้อนระอุบออกจากพวงแก้มย้วยให้อย่างนุ่มนวล

เสียงพร่ำเพ้อเหมือนคนสิ้นหวังดังอยู่ข้างในห้องนอนซึ่งเสียงแบบนี้ทำให้เลขาฯ ส่วนตัวนามว่า ‘เจสัน’ ผู้ชายตัวโตผิวสีดำทมิฬ ชายหนุ่มเป็นเสมือนมือขวาของเดวิดและเป็นคนที่เดวิดไว้ใจมากที่สุด ซึ่งเป็นสาเหตุให้เขารับรู้เรื่องราวต่างๆ ของเดวิดไม่ว่าปัจจุบันหรือแม้แต่เรื่องในอดีตของเจ้านาย...

เจสันและลูกน้องอีกสองคนที่ยืนเฝ้าหน้าห้อง ต่างมองหน้ากัน แล้วเจสันก็พยักหน้าสั่งลูกน้องทั้งสองให้เฝ้าหน้าห้องให้ดีๆ ส่วนตัวเขาก็รีบเปิดประตูห้องเข้าไปดูเจ้านาย

“เมอซิเออร์ครับ”

ภาพของเดวิดที่นั่งหลับตา พูดเสียงกระซิบกระซาบคล้ายคนละเมอ แขนกำยำทั้งสองข้างของชายหนุ่มกอดหมอนไว้แน่น มือก็คอยลูบหมอนใบนั้นอย่างทะนุถนอม ดวงหน้าคมสันของเจ้านายซุกไซ้ไปตามใบหมอน เจสันเห็นภาพและอาการแบบนี้จนชินตา

เขาเดินเข้าไปยืนตรงข้างเตียง เอ่ยเสียงเรียกเจ้านายให้มีสติตื่นจากความฝัน แต่ก็เงียบไม่มีเสียงตอบรับจากชายหนุ่ม

“ชู่วว...คนดีของคุณเด ไม่ร้องนะครับ...” เดวิดยังตกอยู่ในโลกแห่งความฝัน

“เมอซิเออร์ครับ ตื่นได้แล้วนะครับ” เจสันยื่นมือเข้าไปจับบ่าตบเบาๆ ให้เดวิดได้รู้สึกตัว

“เจสัน...นายเจอตัวกล้วยไม้แล้วเหรอ” ความเคยชินเวลาตื่นจากฝันร้าย เขามักจะเรียกชื่อหญิงสาวจากคัทลียาเป็นกล้วยไม้

“ฝันถึงเรื่องเดิมๆ อีกแล้วเหรอครับ” ตลอดสิบกว่าปีกับคำถามเดิมๆ ซ้ำๆ ซากๆ ของเจ้านาย ทำให้เจสันไม่ตอบ เพราะเขาไม่รู้จะตอบเจ้านายอย่างไรดี เพราะเรื่องของหญิงสาวในความฝันของชายหนุ่มนั้น ไม่มีวี่แววที่จะตามหาเธอเจอเลย

“ฉันถามไม่ได้ยินเหรอฮะ นายได้เบาะแสเรื่องของคัทลียาแล้วใช่ไหม!” เดวิดเริ่มรู้สึกตัว เขายกมือทุบท้ายทอยอันหนักอึ้งแล้วใช้มือทั้งสองข้างเสยเส้นผมตรงหน้าผากแล้วลูบใบหน้าของตัวแรงๆ

“ผมกำลังให้คนตามสืบอยู่ครับ” เจสันยืนก้มหน้า เขาไม่กล้าสบตาดุดันดุจสายตาของพญาเหยี่ยว เพราะรู้นิสัยของเจ้านายดีว่า เวลาชายหนุ่มโกรธจะเป็นอย่างไร

“ฉันจ้างนายมาเป็นมือขวาของฉัน เป็นหูเป็นตาให้ฉัน แต่สิ่งที่ฉันตามหามาสิบกว่าปี นายกลับมาพูดกับฉันว่ากำลังสืบหาอยู่เหรอฮะ!”

เดวิด ชายหนุ่มวัยสี่สิบเอ็ดปี เขารวยที่สุดและทรงอำนาจมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส เดวิดได้สร้างชื่อเสียงให้ตัวเองโดยการทำธุรกิจเปิดบาร์ ไนต์คลับ หลายแห่งในเมืองปารีสและยังมีอีกหลายสาขาทั่วประเทศ และนี่คือฉายาของชายหนุ่มที่ทุกคนทั่วประเทศตั้งให้เขา ‘เจ้าพ่อแห่งสถานที่เริงรมย์ยามค่ำคืน’

“ผมกำลังให้คนไปสืบดูไนต์คลับย่านปิกาล์ล อยู่ครับ” เสียงตะคอกของชายหนุ่มช่างเหมือนสิงโตเจ้าป่าคำราม ได้ยินแล้วทำให้เจสันต้องหดตัวเข้าหากันเพราะเกรงกลัวเจ้านายจอมโหด

“อย่าสืบอย่างเดียว นายต้องตามหาด้วย” เดวิดอยากจะหักคอไอ้ลูกน้องเฮงซวยเสียเหลือเกิน เมื่อเฉียดสายตามองเด็กสาวสองนางที่นอนกองกันอยู่บนพื้นพรมข้างปลายเตียง อายุของพวกเธอก็คงจะเท่าๆ คัทลียาแน่เลย

“รับทราบครับ” เจสันพยักหน้ารับคำ

“นายโง่หรือเปล่าฮะ? ที่พาพวกเธอสองคนนั้นมาให้ฉันดูตัว” เดวิดเบื่อหน่ายกับการดูตัวเด็กผู้หญิงวัยประมาณยี่สิบกว่าๆ ไม่ใช่ดูเพื่อจะมีเซ็กซ์กับพวกเธอ แต่เขาดูเพื่อจะหาร่องรอยอะไรบางอย่างบนร่างกายของพวกเธอก็เท่านั้นเอง

“ผมสอบประวัติของพวกเธอมาอย่างดีนะครับ...พวกเธอมาจากประเทศไทย พ่อเป็นคนไทย แม่เป็นคนลาวครับ”

เจสันที่ยืนอยู่ข้างเตียง เขารีบเบี่ยงตัวหลบหมอนที่เจ้านายเหวี่ยงใส่ แต่หมอนกับลอยไปปะทะสองสาวชาวเอเชียที่นอนกองกันเหมือนศพไม่มีญาติ

‘ผู้หญิงอะไร นอนได้น่าเกลียดน่ากลัวที่สุด’

เจสันมองสภาพของสองสาวอย่างสมเพช นี่พวกเธอคงจะถูกเดวิดใส่ยานอนหลับในเหล้าให้กินเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ขึ้นมาโชว์ตัวบนห้องนี้แน่ละสิ ถึงหลับปานตาย ขนาดเสียงตะโกนของเดวิดดังคับห้อง นางทั้งสองก็ยังไม่รู้สึกตัว

“ประเทศไทยพ่อแกน่ะสิ...แกมองหนังหน้าของพวกเธอสิ นั่นผู้หญิงแขก ไม่กินหมูชัดๆ แกดูสิ หน้าพวกเธอเหมือนคัทลียาของฉันไหม? ก็ไม่เหมือนเลยสักนิด”

เดวิดก้าวลงจากเตียง ยืนด้วยความสูงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร ซึ่งชายหนุ่มมีความสูงและมีร่างกายใหญ่โตกว่าลูกน้อง จึงทำให้เจสันต้องเขย่งปลายเท้าใส่ชุดคลุมให้กับเจ้านายอย่างทุลักทุเล

“เดี๋ยวคืนนี้ผมจะไปดูที่ ‘เซ็กซี่เลิฟไนต์คลับ’ ให้อีกทีครับ”

เมื่อใส่ชุดคลุมให้เจ้านายเรียบร้อย เจสันก็เดินเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายบนพื้นเพื่อไม่ให้เจ้านายได้เหยียบย่ำ ซึ่งรวมถึงสองสาวที่นอนเปลือยอยู่บนพื้นนั่นด้วย เขาจับเสื้อผ้าของพวกเธอโยนปกคลุมบนกายเปลือยเปล่า แล้วดันให้พวกเธอกลิ้งหลีกทางให้เจ้านาย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED